LOGINถ้าพระเอกมันจะเป็นสวะขนาดนี้นางร้ายอย่างนางขอโบกมือลา แต่การหย่าไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิดเพราะเป็นสมรสพระราชทาน เห็นทีหากอยากได้ใบหย่ามีเพียงขอร้องให้ตัวร้ายขาพิการอย่างเขาช่วยเหลือเท่านั้น!
View Moreบทนำ
"พี่สาวตื่นได้แล้วขอรับ"
เสียงของใครบางคนปลุกให้ลู่ซือซือค่อย ๆ ลืมตาขึ้น หญิงสาวรู้สึกเจ็บที่หน้าผากราวกับถูกบางอย่างตีอย่างแรง เมื่อยันกายลุกขึ้นนั่งก็พบชายหนุ่มแปลกหน้าที่สวมใส่ชุดจีนโบราณสีน้ำเงินคลี่ยิ้มส่งให้เธอด้วยท่าทีเป็นมิตร
"คุณเป็นใคร แล้วที่นี่..."
ลู่ซือซือ ดวงวิญญาณของหญิงสาววัยสามสิบแปดอดีตแพทย์แผนจีนผู้มากความสามารถเอ่ยถามชายหนุ่มตรงหน้า นัยน์ตาคู่สวยกวาดสายตามองไปรอบกายพบว่าเธอกำลังนั่งอยู่ท่ามกลางกลุ่มหมอกสีขาว
เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?
ความจำสุดท้ายก่อนที่จะมาอยู่เธอกำลัง...
จริงสิเธอถูกรถชน ถ้าอย่างนั้นที่นี่คือ.....
"ที่นี่คือโลกแห่งความตายเหรอ" ลู่ซือซือพูดออกมาน้ำเสียงแผ่วเบา หลังจากที่ภาพเหตุการณ์อุบัติเหตุฉายเข้ามาในหัวเธอก็เข้าใจได้ทันทีว่าตัวของเธออาจตายไปแล้ว
"พี่สาวเข้าใจผิดแล้วที่นี่ไม่ใช่โลกแห่งความตาย"
"ถ้างั้นทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่"
"ข้าเป็นคนพาพี่สาวมาเอง พี่สาวเจ้าจำข้าได้หรือไม่"
หญิงสาวที่ได้ฟังคำถามของคนตรงหน้าก็เพ่งมองสำรวจใบหน้าของเขาอย่างครุ่นคิดก่อนจะส่ายหน้าช้า ๆ คนที่หน้าตาดีขนาดนี้ถ้าเธอเคยเจอก็ต้องจำได้อย่างแน่นอน
"ไม่คิดเลยว่าแค่ไม่กี่ร้อยปีพี่สาวก็ลืมข้าเสียแล้ว"
ลู่ซือซือยังไม่เข้าใจประโยคที่คนตรงหน้าพูดกับเธอ แต่ยังไม่ทันที่เธอจะเอ่ยถามออกไปชายหนุ่มตรงหน้าก็เริ่มเอ่ยอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้เธอได้ทำความเข้าใจ
"พี่สาวอาจจะจำไม่ได้ แต่ในอดีตเมื่อหลายร้อยปีก่อนพี่สาวเคยเสียสละชีวิตตนเองเพื่อช่วยชีวิตข้าที่อยู่ในร่างสุนัขตัวหนึ่งไว้"
"……."
"ความจริงแล้วข้าเป็นเซียนที่ลงมาเผชิญด่านเคราะห์ในโลกมนุษย์ขอรับ ร่างสุนัขเป็นชาติสุดท้ายของข้า"
"……."
"หลังจากที่ข้าผ่านด่านเคราะห์จนได้กลับไปเป็นเซียนบนสวรรค์แล้ว ข้าก็ออกตามหาดวงวิญญาณของพี่สาวเพื่อหวังตอบแทนบุญคุณ ผ่านไปหลายร้อยปีข้าพบว่าตัวท่านเวียนว่ายตายเกิดมาแล้วหลายภพชาติ ข้ารีบมาพบพี่สาวแต่ไม่คิดว่าข้าจะมาช้าเกินไป..."
"ชะ..ช้าเกินไป...หมายความว่าฉันตายแล้วเหรอ.. " ลู่ซือซือที่ได้เห็นคนตรงหน้าพยักหน้าหญิงสาวก็นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ แววตาที่มองคนตรงหน้าแสดงถึงความตกใจอย่างชัดเจน
ไม่ใช่เมื่อครู่เขาบอกว่าที่นี่ไม่ใช่โลกหลังความตายหรือ...
"ฉันไม่อยากตาย คุณช่วยส่งฉันกลับไปได้ไหม ทำให้ฉันกลับไปมีชีวิตอีกครั้ง"
"ความจริงแล้วข้าสามารถทำให้พี่สาวกลับไปมีชีวิตได้"
"จริงเหรอ คุณพูดจริง ๆ ใช่ไหม" หญิงสาวเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม แววตาของที่จับจ้องไปที่ชายหนุ่มตรงหน้าเต็มไปด้วยความหวัง
"ข้าสามารถมอบชีวิตให้ท่านได้ เพียงแต่....ไม่ใช่ร่างเดิม"
"หมายความว่าไง ฉันไม่เข้าจะ..."
ยังไม่ทันที่ลู่ซือซือจะพูดจบประโยคเบื้องหน้าของเธอก็ปรากฏสถานที่หนึ่งขึ้น มันเป็นงานศพของเธอที่มีแขกมากมายมาร่วมงาน พวกเขาต่างพูดแสดงความเสียใจให้กับการจากไปของเธอทั้งยังพูดยกย่องความสามารถทางการแพทย์แผนจีนของเธอในยามที่เธอยังมีชีวิตอยู่
“ร่างของพี่สาวตอนนี้ไม่อาจนำวิญญาณเข้าไปอยู่ในร่างได้แล้ว ข้าทำได้เพียงต้องหาร่างใหม่ให้พี่สาว”
“ฉันตายแล้ว ตายแล้วจริง ๆ สินะ” หญิงสาวพึมพำกับตนเองอย่างแผ่วเบาดวงตาคู่สวยมองภาพนิมิตงานศพของเธอที่ค่อย ๆ เลือนหายไปทำให้ความเงียบกลับมาปกคลุมอีกครั้ง
“พี่สาวลืมอดีตและปล่อยวางเถอะขอรับ ต้องทำเช่นนี้ท่านจึงจะใช้ชีวิตในร่างใหม่ได้อย่างมีความสุข”
คำพูดปลอบใจของชายหนุ่มตรงหน้าทำให้สติที่เคยเลื่อนลอยของลู่ซือซือกลับมา จริงอย่างที่คนตรงหน้าพูดแม้จะเสียใจกับการตายของตัวเองแต่นางไม่ควรจมอยู่กับอดีต
เธอต้องลืมอดีตเพื่อมีชีวิตใหม่
“พี่สาวได้เวลาเข้าร่างใหม่แล้ว ข้าขอให้ท่านมีความสุขกับชีวิตใหม่นะขอรับ”
หนังสือเล่มหนึ่งที่มีหน้าปกแสนคุ้นเคยปรากฏขึ้นตรงหน้าของหญิงสาว ทันทีที่ปลายนิ้วของชายหนุ่มสัมผัสที่หน้าผากของเธอภาพตรงหน้าของลู่ซือซือก็เริ่มพร่าเบลอก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบไป...
ชายหนุ่มในชุดจีนโบราณมองดวงวิญญาณผู้มีพระคุณกำลังลอยเข้าไปในหนังสือนิยาย มือหนายื่นออกไปหยิบหนังสือนิยายที่ลอยอยู่กลางอากาศเข้ามาไว้ในมือ แต่เมื่อพลิกหนังสือจนได้เห็นชื่อเรื่องชายหนุ่มก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ
“ซะ...ซวยแล้ว นี่ข้าหยิบมาผิดเล่มหรือ” !
เพราะส่งดวงวิญญาณเข้าไปแล้วชายหนุ่มจึงไม่อาจแก้ไขอะไรได้อีก เดิมทีคิดจะส่งพี่สาวเข้าไปอยู่ในนิยายรักแต่เพราะความผิดพลาดของเขาพี่สาวจึงได้ไปอยู่ในนิยายรักดราม่าแสนบอบช้ำแทน
พี่สาวหวังว่าท่านจะให้อภัยข้า
ข้าขอโทษจริง ๆ แต่ข้า หวังว่าท่านจะมีความสุขในโลกใบนั้นนะขอรับ…
คืนเข้าหอของนางร้าย Nc [END]ช่วงสายของวันบรรยากาศของตลาดภายในเมืองหลวงดูคึกคัก ผู้คนส่วนหนึ่งเดินออกมาจับจ่ายซื้อของตามปกติ ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งมาเพื่อจับกลุ่มนินทาเหล่าขุนนางและแน่นอนว่าข่าวเด็ดในวันนี้ย่อมหนีไม่พ้นข่าวของฮวาซือเล่อและท่านอ๋องสาม“สตรีหม้ายเช่นนางแต่งเป็นหวางเฟยได้หรือ”“นั่นสิ นางเคยเป็นภรรยาของท่านแม่ทัพหวังแล้วให้เป็นหวางเฟยจะเหมาะสมหรือ”“แบบนี้ไม่เท่ากับว่าท่านอ๋องสามได้ของเหลือจากจวนแม่ทัพหรือ”ชาวบ้านเริ่มออกความเห็นถึงการแต่งงานในครั้งนี้ ทั้งยังเริ่มกล่าวถึงฮวาซือเล่อในทางที่ไม่ดีกล่าวหาว่านางหวังขึ้นที่สูงโดยไม่รู้จักสถานะตนเองปัก! โคร้ม!บทสนทนาของชาวบ้านหยุดลงฉับพลันหลังจากร่างของชายผู้หนึ่งถูกโยนลงกลางโต๊ะ ไม่นานองครักษ์ของตำหนักท่านอ๋องสามก็ปรากฏตัวขึ้น“ขออภัยพวกท่านด้วยพอดีหัวขโมยที่พวกข้าจับมาเกิดขัดขืนพวกข้าจึงต้องลงมือให้เขาสำนึกสักหน่อย ว่าแต่เมื่อครู่ข้าได้ยินว่าพวกท่านพูดถึงแม่นางฮวาหรือขอรับ”ชาวบ้านที่จับกลุ่มนินทาเมื่อครู่ยามนี้ใบหน้าซีดเผือด เพราะแม้ใบหน้าของอีกฝ่ายจะยิ้มแต่รอบกายของเหล่าองครักษ์กลับอบอวลไปด้วยจิตสังหาร“พะ...พวกข้ากำลังพูดว
ฮวาซือเล่อที่รักเจ้านางตายไปนานแล้ว...จวนสกุลฮวาที่เคยผุพังและมีหญ้าขึ้นรกร้างยามนี้กลับถูกซ่อมแซมจนดูเหมือนใหม่ ฮวาซือเล่อย่างกายเดินเข้ามาในจวนพร้อมกับหนิงอันและเสี่ยวอี้ที่ถูกส่งมาคอยคุ้มกันหากเกิดเรื่องอันตรายกับนางนัยน์ตาคู่สวยกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มออกมาเมื่อพบที่นี่เปลี่ยนไปจากที่นางมาครั้งแรกมานักหากให้พูดตามจริงนี่เป็นครั้งแรกที่นางกลับมาที่จวนสกุลฮวาหลังจากที่จวนถูกซ่อมแซมแล้ว หากไม่ใช่เพราะครั้งนี้นางใช้มารยาออดอ้อนว่าอยากมาอยู่ที่จวนก่อนแต่งเป็นหวางเฟย มีหรือว่าโจวเยว่เทียนจะปล่อยให้นางอยู่ห่างจากเขาเช่นนี้“นายหญิงท่านกลับมาแล้ว”พ่อบ้านเสินเป็นบุรุษร่างสูงที่อายุประมาณสี่สิบไร้ครอบครัว เขาและบรรพบุรุษรับใช้คนสกุลฮวามานานจึงรู้สึกผูกพันกับที่นี่ พวกเขารู้สึกยินดีที่ได้กลับมาที่จวนแห่งนี้ ทั้งยังดีใจที่เห็นว่านายของตนมีความสุขดีทั้งร่างกายและจิตใจ“พ่อบ้านเสินหลายเดือนมานี้ลำบากท่านแล้ว” ฮวาซือเล่อพูดน้ำเสียงแฝงไปด้วยความรู้สึกผิดเพราะนางไม่ได้กลับมาที่จวนเลยทำให้หน้าที่ดูแลจวนทั้งหมดตกอยู่ที่ชายหนุ่ม“ข้าไม่ลำบากเลยขอรับ บ่าวสกุลฮวาทุกคนต่างรู้สึกยินดีท
พี่เยว่ท่านหลงข้าจนโง่งมแล้วบรรยากาศงานเทศกาลซีซีในเมืองหลวงยามค่ำคืนคึกคักทั้งโรงน้ำชา ร้านอาหารชื่อดังต่างมีลูกค้าเข้าไปจับจองแน่นขนัด ผู้คนเดินบนถนนเบียดเสียดเป็นภาพครึกครื้นหาที่ใดเปรียบฮวาซือเล่อสวมใส่อาภรณ์สีม่วงขับกับผิวขาวของนางกำลังยืนเลือกซื้อเครื่องประดับจากร้านค้าแผงลอยที่ตั้งขายบนถนน ข้างกายของนางมีบุรุษสวมหน้ากากปกปิดใบหน้ายืนอยู่“แม่นางต่างหูคู่นี้เหมาะกับเจ้ายิ่งนัก”หญิงชราพูดจบก็ยื่นต่างหูที่ทำจากหยกขาวให้หญิงงามตรงหน้า จากที่ดูอาภรณ์ที่อีกฝ่ายสวมใส่ทำจากผ้าเนื้อดีดูท่าแล้วคงเป็นคุณหนูจากสกุลขุนนางเป็นแน่ฮวาซือเล่อรับต่างหูมาไว้ในมือใช้สายตามองพินิจดูครู่หนึ่งก่อนจะหันกายไปทางชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกาย มือบางหยิบต่างหูขึ้นมาทาบที่ติ่งหูทั้งสองของตนเองก่อนจะเอ่ยกับอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม“พี่เยว่ต่างหูนี่เหมาะกับข้าไหมเจ้าคะ”โจวเยว่เทียนหรือที่อีกฝ่ายเรียกขานว่าพี่เยว่ในยามนี้คลี่ยิ้มออกมา นัยน์ตาคมจับจ้องใบหน้าของโฉมงามสายตาแฝงไปด้วยความรักและลุ่มหลง“เหมาะกับเจ้ายิ่งนัก”หญิงชราสังเกตเห็นสายตาที่แสนคลั่งรักของชายหนุ่มก็คลี่ยิ้มออกมา นางหยิบกล่องไม้ด้านในบรรจุแหวนสองว
หวังเพ่ยอิงหัวใจสลายจวนสกุลหวัง“นี่มันอะไรกันเหตุใดรายจ่ายภายในจวนจึงเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าแบบนี้ นี่พวกเจ้ากล้าปลอมแปลงบัญชียักยอกเงินหรือ”หวังเพ่ยอิงปาสมุดบัญชีค่าใช้จ่ายภายในจวนสกุลหวังใส่พ่อบ้านและแม่นมที่ยืนอยู่กลางห้องด้วยโทสะ เพราะความไว้ใจที่เห็นทำงานรับใช้มาตลอดหลายปีเขาจึงไม่คิดว่าทั้งสองจะรวมหัวกันยักยอกเงินแบบนี้“นายท่านข้าและพ่อบ้านทำงานรับใช้สกุลหวังมาหลายปีไม่มีทางทำเรื่องเช่นนั้นเจ้าค่ะ”“หากไม่ใช่เพราะพวกเจ้าปลอมแปลงบัญชีแล้วเหตุใดค่าใช้จ่ายจึงเพิ่มขึ้นมากมายเพียงนี้”“ที่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นนั่นก็เพราะ.......”นั่นเพราะอนุหลิวที่ท่านหลงรักจนหน้ามืดตามัวอย่างไรเล่าเจ้าคะแม่นมหลินเพียงพูดในใจไม่กล้าเอ่ยออกไปเพราะรู้ดีว่านายของตนจะต้องออกตัวปกป้องหญิงคนรักอีกเป็นแน่ สตรีผู้นั้นนอกจากหน้าตาแล้วข้ายังไม่เห็นว่ามีอะไรเทียบเคียงอดีตฮูหยินได้เลยเหตุใดนายท่านของข้าจึงตามืดบอดเช่นนี้เล่าเจ้าค่ะเพล้ง!“เหตุใดจึงปิดปากเงียบ! พูดมาสิว่าเพราะอะไร!”กาน้ำชาถูกปาลงพื้นจนแตกกระจายต่อหน้าคนทั้งสอง พ่อบ้านซุนเห็นว่าแม่นมหลินไม่กล้าเอ่ยปากพูดเขาก็ได้แต่ถอนหายใจครั้งหนึ่งก่อนจะเอ่ยป











