ฮูหยินไร้ค่าหลังจวน

ฮูหยินไร้ค่าหลังจวน

last update최신 업데이트 : 2025-09-07
에:  วอลจู참여
언어: Thai
goodnovel4goodnovel
순위 평가에 충분하지 않습니다.
29챕터
10.1K조회수
읽기
보관함에 추가

공유:  

보고서
개요
장르
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.

ในวันที่จวนสกุลไป๋ต้องรักษาหน้าเอาไว้ ไป๋ซูเหยาถูกบีบบังคับให้สวมใส่อาภรณ์มงคลสีแดง สวมผ้าคลุมหน้า...และขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวแทนผู้เป็นพี่สาวต่างมารดาที่หายตัวไป หากไม่แต่งเข้าจวนหลี่อ๋องก็ต้องกลายเป็นอนุภรรยาลำดับที่สิบห้าของเศษรฐ๊เฒ่าอ้วนลงพุงแทน ไป๋ซูเหยาต้องแต่งงานกับบุรุษที่เย็นชาอย่าง...หลี่เจิ้งเฉินอย่างไร้หนทางขัดขืน และทั้งที่เขารู้ว่า...นางหาใช่สตรีในดวงใจทว่ากลับรับเอาไว้ จวนหลี่อ๋องใหญ่โตโอ่อ่า ทว่ากลับคับแคบเหลือเกิน นางไม่มีแม้แต่พื้นที่จะได้หายใจ ต้องอยู่ภายในเงาของไป๋เหยียนหลันไม่สามารถเอ่ยปากบอกกลับผู้ใดได้ มิหนำซ้ำ อารมณ์ของบุรุษผู้นี้ก็เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย นางถูกตราหน้าว่าแย่งชิงวาสนาของผู้อื่นทั้งที่ถูกบังคับอย่างไร้หนทางให้เลือก นางถูกกักขังให้อยู่เรือนหลังจวน ถูกเขามองด้วยสายตาเหยียดหยาม ดูแคลน ถูกเขาสาดคำพูดหยามเกียรติ ใส่อย่างไร้ศักดิ์ศรี...ราวกับว่านี่เป็นความผิดของนาง

더 보기

1화

๑ เป็นเพียวตัวแทน

"I can't do this anymore!" A loud smash echoed from downstairs from the living room.

"He is a freak! I can't have him living in our household!" 

"He brings disgrace to our family name."

Xavier stayed in his dark room. Curled up in a ball. Wishing he was someone else. But he wasn't, and he can't change that. He sobbed quietly, not wanting his family to hear. 

"Look at the time! It's 2:12 in the fucking morning! I need to go to work in the morning and we've wasted fucking two hours arguing about him. I'm going to bed." The man stormed off into the master bedroom, followed by the woman. 

Xavier checked the glowing green light which showed the time on his alarm clock. 

"Oh." He said quietly to himself. Xavier had school tomorrow so he better get some sleep. He got up, knowing it was safe to do so, as he heard his parent snore. He got undressed and put on his pajamas and crawled into bed. He let the darkness take over.

'Beep! Beep! Beep!'

The sound shook Xavier awake. He rubbed his eyes. School time. He got ready to get out of bed and start another boring, disappointing and melancholic day. 

"Xavier?" He turned towards where the voice came from. His mother was standing at the door. 

"Yeah?" He mumbled.

"This might be a bit of a shock, but, today, you are going to a new school." She explained with a nervous look on her face.

A new school? New friends maybe? New people that actually might be interested in hearing me? Xavier thought. 

"Oh." He said, slightly cheery.

"Sorry." She said.

"No no, it's all good, thanks." Xavier said with a meek smile. The smile that doesn't come out very often. The one that hides behind his face, the one which wants to be free.

"Oh okay." His mother said, slightly shocked at her son's rare smile. It almost scared her a little. 

His mother closed the door, and with that Xavier  laughed and got up, excited for his new school. He exited his room and entered the bathroom, which was just next door. Xavier looked at his reflection in the mirror. He sighed. 

"Can I change myself?" He mumbled.

"No. You are fine just the way you are Xavier." The voice responded.

"He doesn't like me." Xavier said, getting out his toothbrush.

"I know." 

"It really takes it's toll. I think about it so much. Maybe if I were different he'd like me, treat me like I am normal. I wish I was normal." Xavier finished brushing his hair and left to go get dressed for school. He was in his second last year of school. He was scared. Life was moving to quickly for the boy. He wasn't ready. 

"Black jacket." The voice suggested.

"You think?" He replied, holding up the black hoodie to his body.

"Yeah." 

"Come on Xavier! We are going to be late!" His mother called from downstairs. He put on the jacket and went downstairs equipped with all his school essentials.

"Have this apple, let's start to drive." His mother chucked him an apple which he skillfully caught before they both entered the car.

"Where's dad?" Xavier asked quietly as he munched on the apple, which quickly filled him up. His stomach was small, it had to be if Xavier would skip meals often. 

"Oh, he had to go to work, early." She said. Xavier noticed something. Her voice. She never seemed so upset to talk about her husband. Xavier decided not to question anything but deep inside him, he could see the hurt and anger radiating from her chest. 

Minutes later, Xavier's mother broke the silence. 

"We are here." She said. Stopping the car.

Xavier got out. Slightly eager to meet new people but terrified of the potential rejection and new set of bullies. He waved his mother goodbye and watched her drive away.

An uneasy feeling hit Xavier right in the stomach. 

'This isn't going to be easy' 

'I know.'

'They are not going to want to interact with you.'

'I really don't need you right now.'

Xavier put his hoodie over his head and entered the school grounds. Random people stared, they whispered. It weighed him down. He had no idea where he was going, people going left and right, he needed some space to breathe. He wanted to ask someone where the bathroom was, but he didn't want to talk. Xavier checked his watch.

"8:10am." He said.

"You have like 30 minutes before class." The voice responded.

"Okay." 

With that, Xavier put his earphones in and looked for the bathroom.

In the middle of a song, Xavier's earphones were teared from his ears. He looked up to see a tough face. One very much different to his own small and delicate features. This man's face looked rugged and handsome on the surface, but under the surface, his scars revealed darkness and pure evil, like he had no soul. 

"So..." The rough looking guy asked, quite sternly. It made Xavier blush.

'What does he want?' Xavier asked himself.

"What?" Xavier softly responded to him.

"Look on the fucking ground!" The guy gestured towards the floor.

"Oh."

펼치기
다음 화 보기
다운로드

최신 챕터

더보기
댓글 없음
29 챕터
๑ เป็นเพียวตัวแทน
เสียงพูดคุยของแขกเหรื่อพร้อมทั้งเสียงจุดประทัดดังกึกก้องไปทั่วจวนหลี่อ๋อง บรรยากาศโดยรอบอบอวลด้วยความเป็นมงคล ทุกพื้นที่ภายในจวนล้วนถูกประดับตกแต่งอย่างงดงามด้วยดอกไม้นานาพรรณและผ้าแพรชาดสีแดงสัญลักษณ์ของวันแต่งงานพิธีสมรสอันยิ่งใหญ่ของหลี่อ๋องผู้สูงศักดิ์ถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ แม้แต่เหล่าสตรีทั่วทั้งเมืองหลวงต่างก็พากันอิจฉาวาสนาของคุณหนูไป๋กันถ้วนหน้าเรื่องราวความรักระหว่างคุณหนูไป๋กับหลี่อ๋องนั้น…มีหรือจะมีผู้ใดไม่รู้จักเกรงว่าแม้แต่เด็กสามขวบยังสามารถเล่าออกมาได้เป็นฉากๆคุณหนูไป๋จากตระกูลพ่อค้าได้บังเอิญพบรักกับหลี่อ๋องผู้สูงศักดิ์ราวกับสวรรค์กำหนดเอาไว้แล้ว เรื่องราวนี้ถูกเล่าต่อๆ กันมา จนกระทั่งถูกนำไปแต่งเติมกลายเป็นบทละครในโรงน้ำชา…เดิมทีตระกูลไป๋เป็นเพียงแค่เจ้าของร้านขายน้ำเต้าหู้เล็กๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าออกของชายแดนเท่านั้น ทว่ากลับมีบุตรสาวผู้หนึ่งรูปโฉมงดงามสะคราญราวกับเทพธิดา…ทว่าความงามนี้ย่อมเป็นได้ภัยได้ในคราเดียวกันกล่าวกันว่า…เช้าตรู่วันหนึ่งเกิดเหตุการณ์โจรฉกรรจ์บุกหมายจะชิงตัวคุณหนูไป๋เป็นเมีย ทว่าโชคชะตานำพาให้หลี่อ๋องผ่านมาเห็นเข้าพอดีจึงช่วยเหลือไว
더 보기
๒ อวดดี
หลี่เจิ้งเฉินไม่คาดคิดว่าสตรีผู้นี้จะกล้าตอบโต้ด้วยท่าทีอวดดีเช่นนี้!เขากัดฟันกรอดก่อนจะสะบัดมืออย่างแรงจนร่างบอบบางลอยขึ้นเหนือพื้นเพียงชั่วพริบตา แล้วถูกเหวี่ยงกระแทกลงบนเตียงอย่างไม่ไยดีน้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟัน “ม้าพยศย่อมต้องถูกเฆี่ยน!...สตรีอวดดีสมควรถูกสั่งสอน!”ตุบ!ร่างอรชรของไป๋ซูเหยาพลันกระแทกลงบนเตียงอย่างแรง แม้จะมีฟูกนุ่มรองรับ ทว่าแรงจากการสะบัดของบุรุษผู้นี้กลับรุนแรงราวกับหมายจะให้กระดูกทุกชิ้นในร่างนางแตกร้าวเสียให้ได้“อ๊ะ!” ไป๋ซูเหยานอนตัวงอด้วยความเจ็บปวดทันใดนั้น ดวงตาคู่งามเบิกกว้างด้วยความตกใจโดยไม่ทันคาดคิดว่าอันตรายจะคืบคลานเข้ามาเร็วเพียงนี้!!!หลี่เจิ้งเฉินก้าวเข้ามาใกล้ สายตาคมกริบเพ่งมองร่างสตรีตรงหน้าอย่างเยียบเย็น มุมปากหนายกยิ้มเยาะไร้ความอ่อนโยนหากนางมิใช่สตรีในดวงใจแล้ว…ไม่ว่าสตรีใดก็อย่าได้หวังว่าเขาจะอ่อนโยน ต่อให้นางกระอักเลือดเจียนตายอยู่ตรงหน้าก็อย่าคิดว่าเขาจะเหลือบแลเห็นใจแม้เพียงเสี้ยวสายตา!“แค่ก! แค่ก!” ไป๋ซูเหยาไอแห้งๆ ออกมาหลายครั้งลมหายใจของนางติดขัดราวกับปอดแทบจะยุบตัว ดวงตาคู่งามพร่าเลือนไปด้วยม่านน้ำใส หากแต่ในใจกลับไม่คิดอ้อน
더 보기
๓ พระชายาไร้ค่า
บรรยากาศภายในจวนหลี่อ๋องยามนี้ขุ่นมัวและอึมครึมยิ่งกว่ายามฝนตั้งเค้าเสียอีก เหล่าสาวใช้ที่ยืนอยู่บริเวณนั้นต่างค่อยๆ ถอยห่างออกไปอย่างเงียบเชียบ บ้างก็ถึงกับกลั้นหายใจด้วยความหวาดหวั่นใบหน้าของหลี่อ๋องบัดนี้เขียวคล้ำด้วยโทสะ แววตาคมกริบฉายชัดถึงความขุ่นเคืองจนไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยคำใดแม้แต่ครึ่งคำแล้วไหนจะพระชายาผู้นั้น…สตรีผู้มีใบหน้างดงามแต่ตอนนี้กลับแข็งกร้าวฉายแววดื้อรั้นไม่ยอมโอนอ่อนแม้แต่น้อย!ทั้งที่รอคอยจะได้ครองคู่อยู่ด้วยกันมิใช่หรือ…?ทว่าเพียงคืนเข้าหอคืนเดียวเท่านั้น ไฉนเลยความสัมพันธ์กลับแปรเปลี่ยนราวกับคนแปลกหน้าเช่นนี้แท้จริงแล้วเกิดอันใดขึ้น…พวกนางอยากรู้เสียจริง!แม้ว่าพวกนางจะพยายามถอยหลีกห่างแล้ว ทว่าในความเงียบสงัดกลับได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของตนเองหลี่เจิ้งเฉินกัดฟันกรอดคล้ายข่มโทสะ เขาก้าวเข้าไปหาสตรีตรงหน้า ก่อนจะคว้าเรียวแขนของอีกฝ่ายอย่างแรงแล้วออกแรงกระตุกดึง กึ่งลากนางให้เดินตามไปทันที“ปล่อยข้า!” ไป๋ซูเหยาร้องเสียงหลงด้วยความตกใจนางยังไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างบางก็ถูกบังคับให้ก้าวตามเขาไปตามแรงดึง หากฝืนก็เกรงว่าจะล้มลงกับพื้นและหากเป็นเช่นนั้น…บุรุษผู้
더 보기
๔ กลำกลืนฝืนทน
ใครเล่าจะเชื่อเรื่องโชคชะตา…แม้แต่ไป๋เหยียนหลันเองก็ไม่เคยเชื่อมาก่อน หากแต่สวรรค์กลับเล่นตลกกับนางเสียจนหมดหนทางปฏิเสธ ด้ายแดงที่เคยถักทอมาเนิ่นนานแต่พอถูกละลายลงในสายน้ำก็ไม่หลงเหลือแม้เศษเส้นใยให้เหนี่ยวรั้งไว้นางไม่คิดเลยว่าเพียงแค่พบกับจางสือ บุรุษหนุ่มธรรมดาผู้หนึ่งจากร้านขายถั่วเหลือง หัวใจที่เคยนิ่งสงบกลับเต้นกระหน่ำรัวราวกับกลับไปเป็นดรุณีน้อยที่เพิ่งรู้จักคำว่ารักอีกครั้ง…แน่นอน…ว่านางอยากมีชีวิตที่สงบและเรียบง่าย ไม่ต้องเข้าไปพัวพันกับความวุ่นวายหรือแก่นแย่งชิงอำนาจกับผู้ใดทั้งสิ้นทว่าหลี่เจิ้งเฉินกลับมีฐานะสูงศักดิ์เป็นถึงหลี่อ๋อง…มีอำนาจในมือ วันข้างหน้าย่อมไม่อาจมีภรรยาเพียงหนึ่งเดียวได้แต่จางสือนั้น…กลับสามารถรักมั่นเพียงนาง ถึงแม้ฐานะเขาจะต่ำต้อยกว่าเพราะต้องเลี้ยงดูมารดา น้องสาว น้องชายและยังหาเช้ากินค่ำก็ช่างเถอะ…หากใจรักมั่น ไป๋เหยียนหลันเชื่อว่าสวรรค์ก็ต้องเมตตาให้ชีวิตคู่ของนางและเขาราบรื่นเป็นแน่“เหยียนหลันรีบกินขาหมูตุ๋นร้อนๆ นี่ก่อนเถิด” น้ำเสียงของจางฮูหยินเอ่ยดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มประจบประแจ้ง นางได้ยินข่าวมาว่าคุณหนูไป๋จากร้านน้ำเต้าหู้ตรงประตูเมืองผู้นี
더 보기
๕ กลืนน้ำลาย
ปัง!หลี่เจิ้งเฉินวางจอกสุรากระแทกลงโต๊ะอย่างแรงด้วยความขุ่นเคือง สายตาคมกริบเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ห้วงความคิดของเขาวนเวียนกลับไปกลับมาไม่พ้นจากดวงตาคู่งามที่แข็งกร้าวคล้ายกลับว่าไม่อาจลืมเลือนมุมปากหนาแค่นเสียงเยาะ ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าจอกสุราอีกครั้งทว่า…ไหสุราในมือนั้นกลับถูกอีกฝ่ายช่วงชิงไปอย่างรวดเร็วฟึ่บ!“!!!” หลี่เจิ้งเฉินขมวดคิ้วทันควัน สายตาเต็มไปด้วยความไม่พอใจโจวตงหยางเลิกคิ้วขึ้นอย่างเชื่องช้าราวกับตั้งใจ เขาถือไหสุราไว้ในมือแน่นไม่ยอมคืนให้ พร้อมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “ท่าทางวันนี่หลี่อ๋องคงมีเรื่องทำให้กลัดกลุ้มใจไม่น้อย…ทะเลาะกับพระชายามาหรืออย่างไรกัน”ก่อนหน้านี้เขากำลังเอนกายนอนชมการร่ายรำของเหล่าสตรีงามอย่างสบายอารมณ์ ทว่าคาดไม่ถึงว่าจะมีพ่อบ้านเข้ามาแจ้งว่าหลี่อ๋องมาเยือนถึงที่จวน…!?เดิมทีเดียวโจวตงหยางคิดว่าคงมีราชการด่วนหรือเรื่องสำคัญใดๆ ทว่ามิใช่...หลี่เจิ้งเฉินกลับมานั่งดื่มสุราไหแล้วไหเล่าราวกับอารมณ์มาจากจวนเสียมากกว่าสายตาคมกริบของเขาเหลือบมองสหายตรงหน้าราวกับรอฟังคำตอบ“…” หลี่เจิ้งเฉินสูดลมหายใจแรงด้วยความหงุดหงิด แต่กลับไม่ยอมเอ่ยอันใดออกมาโจว
더 보기
๖ สงสารหรือสมเพช
หลี่เจิ้งเฉินอุ้มไป๋ซูเหยสกลับไปที่จวนอย่างเร่งรีบ ซ้ำตลอดทางยังตะโกนเรียกสาวใช้ให้ท่านหมอมาโดยเร็วทุกครั้งยามนี้ที่เขาเหลือบสายตามองนางในอ้อมแขนนั้น ทันใดนั้น…หัวใจแกร่งก็พลันกระตุกวูบรุนแรงอย่างน่าประหลาดใจ เพียงคิดว่าหากสตรีผู้นี้เป็นอันใดไปนี่ก็คงความผิดของเขากระมัง!?ยามนี้ทั่วทั้งเรือนหลัก จุดโคมไฟจนสว่างไสวแต่ทว่ากลับไม่อาจขับไล่บรรยากาศอึมครึมขุ่นมัวภายในเรือนได้ หลี่เจิ้งเฉินนั่งเงียบงันอยู่ข้างเตียง ดวงตาคมกริบทอดมองร่างบอบบางที่ยังคงหลับใหลอยู่ตรงหน้าใบหน้าซีดเซียวไล่สีเลือดฝาดเมื่อครู่ๆ ค่อยๆ ขึ้นสีเล็กน้อยเขาพลางยกมือขึ้นแตะหน้าผากของนางแผ่วเบา…ราวกับไม่ต้องการปลุกให้นางขึ้นมาหลี่เจิ้งเฉินกำมือแน่น ยามนี้เขาถูกความรู้สึกผิดกัดกินอยู่ไม่ใช่นาง...ไม่ใช่นางเลยสักนิดที่ควรถูกลงโทษ...“ข้าขอโทษ…” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา“นี่มิใช่ความผิดของเจ้า…ไป๋ซูเหยา”ก่อนหน้านั้น หลี่เจิ้งเฉินย่อมรู้ดีว่าสตรีที่อยู่ในเกี้ยวเจ้าสาวหาใช่ไป๋เหยียนหลันไม่เพราะมีคนจากสกุลไป๋เร่งร้อนมาแจ้งข่าวแต่เช้าตรู่เสียจนเขาตั้งตัวไม่ทันในยามนั้นเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรรับมือเช่นไรจู่ๆ สตรี
더 보기
๗ ปิดเอาไว้ไม่มิด
ยามนี้บรรยากาศภายในเรือนเงียบงันลงอีกครั้ง เหล่าสาวใช้ต่างกระพริบตาปริบๆ มองกันไปมาด้วยความงุนงง ไม่เข้าใจสิ่งที่พระชายากล่าวออกมาว่าหมายถึงสิ่งใดกันแน่ไป๋เหยียนหลิน...มิใช่พระชายาไป๋เหยียนหลันหรือ?และหากสตรีที่นั่งกำลังอยู่บนเตียงในตอนนี้ มิใช่พระชายาไป๋เหยียนหลันตัวจริง เช่นนั้นแล้ว...แม่นางผู้นี้เป็นใครกันแน่?ประโยคก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะฟังอย่างแล้วก็ไม่กระจ่างแจ้งพลันก่อความสับสนในใจของทุกคนขึ้นทันที ทว่ากลับไม่มีใครกล้าเอ่ยถามออกไป เหล่าสาวใช้ต่างก็พากันมองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจโจวตงหยางถึงกับหันขวับไปมองสหายทันที ดวงตาดำขลับเบิกโพลงกว้างอย่างตกตะลึงราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆ ก็ไม่ปานเช่นนั้น…คำพูดที่หลี่เจิ้งเฉินหลุดปากเอ่ยเมื่อวันก่อนก็เป็นความจริงอย่างงั้นหรือ!ที่แท้คนผู้นี้ก็มิได้เมามายจนสติเลอะเลือนไป!เขาจ้องมองบุรุษข้างกายตาเขม็ง ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “เป็นเรื่องจริงหรือ…หลี่เจิ้งเฉิน?”หลี่เจิ้งเฉินกล่าวเสียงแผ่วเบา “นางคือไป๋ซูเหยา…”เขาไม่เคยคิดจะปิดบัง…ทว่าก็หาได้อยากเปิดเผยออกไปให้เป็นเรื่องใหญ่โตชวนวุ่นวายหลี่เจิ้งเฉินขยับฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้ทีละก้าวก
더 보기
๘ ไม่ไว้หน้า
ถ้อยคำของไป๋ซูเหยาเมื่อครู่…ราวกับตบหน้าของหลี่เจิ้งเฉินฉาดใหญ่ ทว่าเขากลับยังคงยืนนิ่ง ใบหน้าหล่อคมคายเรียบเฉยหาได้แสดงความโกรธเคืองหรือไม่พอใจออกมาเลยแม้แต่น้อยในขณะเดียวกันนั้น นายท่านไป๋กลับสูดหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความอดกลั้น ก่อนจะก้าวตรงเข้ามาหาบุตรสาวตรงหน้าอย่างไม่รีรอ ฝ่ามือใหญ่หยาบกร้านคว้าเข้าที่เรียวแขนของนางทันทีแล้วออกแรงกระชากอย่างแรง น้ำเสียงทุ้มต่ำแผ่วเบาเต็มไปด้วยโทสะ “หุบปากของเจ้าเสีย! ก่อนที่ข้าจะต้องสั่งสอนเจ้าด้วยตนเอง!”!!!ทว่า…เหตุการณ์เช่นนี้กลับไม่พ้นสายตาของหลี่เจิ้งเฉินไม่เว้นแม้แต่เหล่าสาวใช้จากจวนหลี่อ๋องที่ติดตามมาด้วย พวกนางต่างเบิกตากว้างตกตะลึงราวกับย้อนกลับไปเห็นเหตุการณ์เมื่อวานซ้ำอีกครั้งไม่เพียงแต่หลี่อ๋องที่ใช้ความรุนแรงกับพระชายา บัดนี้กลับรวมถึงขั้นบิดาแท้ๆ ยังกล้าทำให้บุตรสาวเจ็บปวดด้วยน้ำมือตนเองอีกหรือ…!?บัดซบเถอะ! พระชายาช่างน่าเห็นใจจริงๆ!ไป๋ซูเหยายังอ่อนแรงจากการพิษไข้ แม้จะไม่แสดงความอ่อนแอออกมาให้เห็น ทว่าเพียงแค่แรงฉุดกระชากน้อยนิดเท่านั้นก็ทำให้เซถลาจนเกือบล้มลงได้ดวงตาคู่งามเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความตกใจ โชคดีที่ยังฝืนยืนได้อยู
더 보기
๙ คนของจวนหลี่อ๋อง
ไป๋ซูเหยาไม่ได้นั่งรถม้ากลับจวนหลี่อ๋อง นางเลือกที่จะเดินออกจากร้านขายน้ำเต้าหู้ของสกุลไป๋ด้วยฝีเท้าช้าๆ ลัดเลาะไปตามตรอกเล็กสู่ตลาดค้าส่งระหว่างแคว้น ดวงตาคู่งามเหม่อลอยราวกับว่าใต้หล้านี้ไม่มีสิ่งใดน่าสนใจอีกแล้วยามนี้...ถือว่านางตัดขาดจากผู้คนแซ่ไป๋แล้วใช่หรือไม่?และหากนางจะหย่าขาดกับหลี่เจิ้งเฉิน ไม่ข้องเกี่ยวกับเขาอีกเลย เช่นนั้น…นางก็มีสิทธิ์ทำได้ใช่หรือไม่?ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้…นางมิใช่ผู้ก่อ หากแต่กลับต้องแบกรับไว้บนบ่าทั้งหมดโดยไร้ทางเลือก ทั้งที่เป็นของไป๋เหยียนหลัน เหตุใดจึงต้องผลักภาระมาลงที่นางด้วยเล่าไป๋ซูเหยาพลันแค่นเสียงหัวเราะเยาะตนเอง ใบหน้าคนงามระบายยิ้มจางๆ คล้ายเย้ยหยันโชคชะตาที่เล่นตลก หากแต่รอยยิ้มนั้นกลับดูงดงามราวดอกเหมยผลิบานท่ามกลางหิมะเหมันต์…ดึงดูดสายตาของบุรุษที่เดินผ่านไปมาอย่างไม่ตั้งใจทว่าหากใครมองเลยจากรอยยิ้มนั้นไปสักนิด...ก็จะพบกับเงาร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งเป็นอันต้องสะดุ้งหยุดส่งสายตาหว่านล้อมทันที!หลี่เจิ้งเฉินเดินตามหลังนางอยู่ห่างๆ สิบก้าว เขาไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำใดและมิได้เร่งฝีเท้าเข้าไปหานางในใจย่อมรู้สึกไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่นายท่านไป๋และไ
더 보기
๑๐ โกรธแทบคลั่ง
จู่ๆ ภายในใจของไป๋เหยียนหลันกลับปั่นป่วนขึ้นมาราวกับถูกคลื่นโหมกระหน่ำ ความรู้สึกมากมายตีวนขึ้นมาในอกจนไม่รู้ว่าควรจะอธิบายความรู้สึกนี้เรียบเรียงออกมาเป็นถ้อยคำพูดได้อย่างไรนัยน์ตาเมล็ดซิ่งสั่นระริกมองตามแผ่นหลังของไป๋ซูเหยาและหลี่เจิ้งเฉินที่เดินตามกันไปจนลับสายตามือเรียวกำแน่น ความเย็นยะเยือกเกาะกุมทั่วปลายนิ้วท่าทีของหลี่อ๋องในยามนี้...หมายความว่าอย่างไรกันแน่?ไฉนเขาจึงกล่าวว่ารักมั่นต่อนางแต่เพียงผู้เดียว…ซ้ำยังเคยให้สัญญาว่าจะเคียงคู่กับนางไปตลอดชีวิตจนผมขาวโพลน แท้จริงแล้วสิ่งเหล่านั้นล้วนเป็นเพียงแค่ลมปากเท่านั้นหรือ!?นางหายไปทั้งคนแต่กลับไร้วี่แววว่าเขาจะตามหา ทว่ากลับกลายเป็นนางที่เห็นเขาเอาแต่วิ่งตามหลังสตรีผู้หนึ่งทั้งที่สมควรเป็นเพียงตัวแทนของนางเท่านั้นไป๋เหยียนหลันมีหรือจะทนได้!นางสูดลมหายใจลึกคล้ายตั้งสติระงับโทสะที่เดือดพล่านจนคับแน่นอยู่ในอก ดวงตาคู่งามแข็งกร้าวฉายความไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจน“จะไปที่ใดหรือ...”จู่ๆ น้ำเสียงทุ้มของจางสือก็ดังขึ้นจากด้านหลัง เขาเพิ่งเดินออกมาจากร้านค้า ทว่ากลับต้องชะงักฝีเท้าทันทีเมื่อเห็นท่าทางของไป๋เหยียนหลันในยามนี้หัวคิ้วเข
더 보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status