로그인ในวันที่จวนสกุลไป๋ต้องรักษาหน้าเอาไว้ ไป๋ซูเหยาถูกบีบบังคับให้สวมใส่อาภรณ์มงคลสีแดง สวมผ้าคลุมหน้า...และขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวแทนผู้เป็นพี่สาวต่างมารดาที่หายตัวไป หากไม่แต่งเข้าจวนหลี่อ๋องก็ต้องกลายเป็นอนุภรรยาลำดับที่สิบห้าของเศษรฐ๊เฒ่าอ้วนลงพุงแทน ไป๋ซูเหยาต้องแต่งงานกับบุรุษที่เย็นชาอย่าง...หลี่เจิ้งเฉินอย่างไร้หนทางขัดขืน และทั้งที่เขารู้ว่า...นางหาใช่สตรีในดวงใจทว่ากลับรับเอาไว้ จวนหลี่อ๋องใหญ่โตโอ่อ่า ทว่ากลับคับแคบเหลือเกิน นางไม่มีแม้แต่พื้นที่จะได้หายใจ ต้องอยู่ภายในเงาของไป๋เหยียนหลันไม่สามารถเอ่ยปากบอกกลับผู้ใดได้ มิหนำซ้ำ อารมณ์ของบุรุษผู้นี้ก็เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย นางถูกตราหน้าว่าแย่งชิงวาสนาของผู้อื่นทั้งที่ถูกบังคับอย่างไร้หนทางให้เลือก นางถูกกักขังให้อยู่เรือนหลังจวน ถูกเขามองด้วยสายตาเหยียดหยาม ดูแคลน ถูกเขาสาดคำพูดหยามเกียรติ ใส่อย่างไร้ศักดิ์ศรี...ราวกับว่านี่เป็นความผิดของนาง
더 보기"I can't do this anymore!" A loud smash echoed from downstairs from the living room.
"He is a freak! I can't have him living in our household!"
"He brings disgrace to our family name."
Xavier stayed in his dark room. Curled up in a ball. Wishing he was someone else. But he wasn't, and he can't change that. He sobbed quietly, not wanting his family to hear.
"Look at the time! It's 2:12 in the fucking morning! I need to go to work in the morning and we've wasted fucking two hours arguing about him. I'm going to bed." The man stormed off into the master bedroom, followed by the woman.
Xavier checked the glowing green light which showed the time on his alarm clock.
"Oh." He said quietly to himself. Xavier had school tomorrow so he better get some sleep. He got up, knowing it was safe to do so, as he heard his parent snore. He got undressed and put on his pajamas and crawled into bed. He let the darkness take over.
'Beep! Beep! Beep!'
The sound shook Xavier awake. He rubbed his eyes. School time. He got ready to get out of bed and start another boring, disappointing and melancholic day.
"Xavier?" He turned towards where the voice came from. His mother was standing at the door.
"Yeah?" He mumbled.
"This might be a bit of a shock, but, today, you are going to a new school." She explained with a nervous look on her face.
A new school? New friends maybe? New people that actually might be interested in hearing me? Xavier thought.
"Oh." He said, slightly cheery.
"Sorry." She said.
"No no, it's all good, thanks." Xavier said with a meek smile. The smile that doesn't come out very often. The one that hides behind his face, the one which wants to be free.
"Oh okay." His mother said, slightly shocked at her son's rare smile. It almost scared her a little.
His mother closed the door, and with that Xavier laughed and got up, excited for his new school. He exited his room and entered the bathroom, which was just next door. Xavier looked at his reflection in the mirror. He sighed.
"Can I change myself?" He mumbled.
"No. You are fine just the way you are Xavier." The voice responded.
"He doesn't like me." Xavier said, getting out his toothbrush.
"I know."
"It really takes it's toll. I think about it so much. Maybe if I were different he'd like me, treat me like I am normal. I wish I was normal." Xavier finished brushing his hair and left to go get dressed for school. He was in his second last year of school. He was scared. Life was moving to quickly for the boy. He wasn't ready.
"Black jacket." The voice suggested.
"You think?" He replied, holding up the black hoodie to his body.
"Yeah."
"Come on Xavier! We are going to be late!" His mother called from downstairs. He put on the jacket and went downstairs equipped with all his school essentials.
"Have this apple, let's start to drive." His mother chucked him an apple which he skillfully caught before they both entered the car.
"Where's dad?" Xavier asked quietly as he munched on the apple, which quickly filled him up. His stomach was small, it had to be if Xavier would skip meals often.
"Oh, he had to go to work, early." She said. Xavier noticed something. Her voice. She never seemed so upset to talk about her husband. Xavier decided not to question anything but deep inside him, he could see the hurt and anger radiating from her chest.
Minutes later, Xavier's mother broke the silence.
"We are here." She said. Stopping the car.
Xavier got out. Slightly eager to meet new people but terrified of the potential rejection and new set of bullies. He waved his mother goodbye and watched her drive away.
An uneasy feeling hit Xavier right in the stomach.
'This isn't going to be easy'
'I know.'
'They are not going to want to interact with you.'
'I really don't need you right now.'
Xavier put his hoodie over his head and entered the school grounds. Random people stared, they whispered. It weighed him down. He had no idea where he was going, people going left and right, he needed some space to breathe. He wanted to ask someone where the bathroom was, but he didn't want to talk. Xavier checked his watch.
"8:10am." He said.
"You have like 30 minutes before class." The voice responded.
"Okay."
With that, Xavier put his earphones in and looked for the bathroom.
In the middle of a song, Xavier's earphones were teared from his ears. He looked up to see a tough face. One very much different to his own small and delicate features. This man's face looked rugged and handsome on the surface, but under the surface, his scars revealed darkness and pure evil, like he had no soul.
"So..." The rough looking guy asked, quite sternly. It made Xavier blush.
'What does he want?' Xavier asked himself.
"What?" Xavier softly responded to him.
"Look on the fucking ground!" The guy gestured towards the floor.
"Oh."
ลมพัดเฉี่ยวผ่านหน้าต่างเรือนเล็กเก่าโทรม เสียงกระเบื้องหลังคากระทบกันแผ่วเบา ราวกับจะสะท้อนความหนาวเหน็บที่กัดกินกระดูกจนลึกถึงหัวใจ ภายในห้องนั้น เงียบสงัด…ไป๋เหยียนหลันนั่งพิงหัวเตียงเก่า มือทั้งสองลูบหน้าท้องที่ป่องที่ใกล้คลอดเต็มที แม้ร่างกายจะอ่อนล้าเต็มทีทว่านางกลับต้องลุกขึ้นจัดของใช้และคอยปรนนิบัติจางสือ แสงอาทิตย์ยามเช้าตรู่ส่องสะท้อนเงาบนใบหน้าคนงามที่ซีดเผือด ผมยาวสยายกลางหลังดูยุ่งเหยิงไร้การบำรุงหรือดูแลใส่ใจ ทั้งยังสวมใส่อาภรณ์ใหญ่สีซีด มีรอยปะชุนให้เห็นเด่นชัด ดวงตาที่เคยเปล่งประกายอวดดี บัดนี้หม่นหมองราวเถ้าถ่านไฟที่มอดดับ ว่ากันตามตรงแล้ว นับตั้งแต่นางตั้งครรภ์อ่อนๆ จนกระทั่งใกล้คลอด ไป๋เหยียนหลันก็ยังต้องตื่นแต่เช้าตรู่ นอนหลับไม่เต็มอิ่มลุกขึ้นทำหน้าที่ปรนนิบัติสามีทุกเช้า นางต้องตื่นตั้งแต่ฟ้ายังมืดและเข้านอนหลังเขาเสมอ แม้เขาจะสนใจและเหลียวแลนางอยู่บ้างแต่ทันทีที่ก้าวเท้าออกจากจวนไป นางก็ไม่ต่างอันใดจากอยู่ผู้เดียวเพียงลำพัง แม้ในจวนสกุลจางจะมีทั้งจางฮูหยิน น้องสาวและน้องชายของเขาอยู่พร้อมหน้า แต่นับจากวันที่นางมีปากเสียงปะทะคารมกับจางฮูหยินครั้งนั้นก
ค่ำคืนนี้เงียบงัน ท้องฟ้ามืดมิดสนิทไร้แสงจันทราสาดส่อง ทั่วทั้งจวนต่างดับตะเกียงมืดสนิท เหล่าสาวใช้พากันปิดเรือนนอนหลับพักผ่อนทว่าภายในเรือนหลังหนึ่งกลับยังคงสว่างไสวด้วยแสงตะเกียง บรรยากาศภายในเรือนเงียบสงัดมีเพียงเสียงพู่กันขูดลงบนกระดาษสาก ไป๋ซูเหยานั่งอยู่ฝั่งหนึ่ง…หลี่เจิ้งเฉินนั่งอีกฝั่ง ดวงตาคมกริบจับจ้องปลายพู่กันของนางนิ่งๆ หาเอ่ยขัดแม้สักคำ ผู้ใดจะรู้ว่าสตรีที่เคยพูดว่าอ่านเขียนหนังสือไม่ค่อยคล่อง แต่ไฉนยามนี้ลายมือที่ตวัดลงกระดาษกลับงดงามเรียบร้อยยิ่งกว่าอักษรของขุนนางบางคนในราชสำนักเสียอีก หลี่เจิ้งเฉินนั่งเหยียดหลังตรง ท่าทางสงบเสงี่ยมราวกับว่ากำลังรอคำพิพากษา “นี่จะเป็นสัญญาระหว่างเรา” ไป๋ซูเหยาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่ากลับเย็นเยียบเสียจนแม้แต่คนฟังก็ยังรู้สึกขนลุกซู่ ปลายพู่กันยังคงตวัดตัวอักษรอย่างมั่นคง ก่อนที่ครู่ต่อมา…นางจะเงยหน้าขึ้นสบตาเข้ากับบุรุษตรงหน้าพอดี ใบหน้าของหลี่เจิ้งเฉินปรากฏรอยยิ้มจาง ๆ ทว่าทันใดนั้น…หัวใจกลับเต้นกระหน่ำขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ หลี่เจิ้งเฉินรู้สึกประหม่าไม่น้อย “หนึ่ง! อำนาจในจวนหลี่ทั้งหมดจะอยู่ในมือของข้า ไม่ว่าข้า
ไป๋เหยียนหลันย่อมรู้สึกเสียหน้าและเสียเกียรติอย่างรุนแรง ราวกับว่ายามนี้ นางกลับกลายเป็นฝ่ายที่ถูกหลี่เจิ้งเฉินทอดทิ้งอย่างน่าอดสูและเวทนา!นางไม่มีวันยอม!หากจะจบ…เช่นนั้นนางจะเป็นฝ่ายทิ้งเขาเอง!“กรี๊ดดด! หลี่เจิ้งเฉิน! ท่านกล้าดียังไง!”ใบหน้าคนงามทั้งแดงก่ำทั้งซีดเขียวเพราะโทสะ มือข้างทั้งสองกำแน่นจนสั่น นัยน์ตาคู่งามลุกวาวด้วยเพลิงโทสะราวกับเปลวไฟที่โหมลุกโชนขึ้นท่ามกลางเหมันต์ฤดูแม้แต่ไป๋ฮูหยินที่ยืนอยู่ข้างกันยังต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ นางรีบยกมือทาบอก สูดลมหายใจอย่างร้อนรนแล้วเอ่ยเสียงสั่นเครือ “เหยียนหลัน…พอเถิด! อย่าให้เรื่องบานปลายไปมากกว่านี้เลย!”ไป๋เหยียนหลันหรือจะยอมง่ายๆนางหันขวับไปมองมารดาด้วยดวงตาโกรธเกรี้ยว หาได้เอ่ยอันใดออกมา ก่อนจะปรายกลับไปมองหลี่เจิ้งเฉินอีกครั้ง “กรี๊ดดด! ข้าไม่ยอม! หลี่เจิ้งเฉิน! ท่านไม่มีสิทธิ์เดินหนีข้าเช่นนี้!”น้ำเสียงแหลมคล้ายจะบาดแก้วหูดังลั่น ทำเอาเหล่าสาวใช้รอบบริเวณสะดุ้งเฮือก ต่างพากันยกมือทาบอกด้วยความตกตะลึงบางคนยังอดกระซิบไม่ได้ว่า…แท้จริงแล้วหากวันนั้นไม่มีเรื่องราวผิดพลาด คุณหนูไป๋ผู้นี้ก็คงได้ขึ้นเกี้ยวแต่งเข้ามาเป็นพระ
หากไม่อยากถูกนางทอดทิ้งจริงๆ เกรงว่าหลี่เจิ้งเฉินก็คงต้องรีบสะสางเรื่องนี้ให้จบสิ้นเสียทีหลี่เจิ้งเฉินชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินถ้อยคำนั้น ความรู้สึกคล้ายหนามแหลมทิ่มกลางอกทำเอาเขารู้สึกสะดุ้ง สายตาคมกริบมองสตรีตรงหน้าด้วยแววตาลึกล้ำ เขากระแอมไอเล็กน้อยคล้ายจะกลบเกลื่อน ก่อนจะกล่าวเสียงทุ้มต่ำ“วางใจเถอะ…”ทว่ายังไม่ทันได้เอ่ยจนจบ…ไป๋ซูเหยาก็สวนกลับทันควัน น้ำเสียงหวานแฝงความดื้อดึง เอาแต่ใจและไม่คิดจะยอมอ่อนข้อให้ นางเชิดหน้าขึ้น สายตาตวัดมองเขาอย่างไม่ยอมลดละ“วางใจหรือ…หากท่านจัดการกับไป๋เหยียนหลันได้เมื่อไหร่ และทำสัญญากับข้าได้เมื่อใด ข้าถึงจะวางใจได้!”ทำสัญญา…?หมายความว่าอย่างไรกันหลี่เจิ้งเฉินขมวดคิ้วมุ่นทันที คำถามผุดขึ้นในหัว เขาเลิกคิ้วถามกลับไปด้วยน้ำเสียงเข้ม “สัญญาอะไรหรือ”ไป๋ซูเหยาสะบัดหน้าหันหนีทันที แววตาเรียบเฉยหากลึกลงด้วยความตัดพ้อนางเอ่ยเสียงเรียบนิ่งราวกับไม่คิดจะยกเรื่องนี้ขึ้นถกเถียง “ก่อนอื่น…ท่านควรไปจัดการไป๋เหยียนหลันของท่านให้เรียบร้อยเสียก่อนจะดีกว่าก่อนที่ข้าจะเก็บของเสร็จสิ้น…ถึงตอนนั้น ข้าถึงจะยอมพูดถึงสัญญาที่ท่านอยากได้ยิน!”ยามเฉิน (07.00 – 09
โจวตงหยางหน้ามองอยู่ข้างนอกประตูมุมปากหนาโค้งยกยิ้มเยาะอย่างดูแคลน เขาหัวเราะเย็นชาพลางเดินเข้าไปอย่างเชื่องช้า“หลี่อ๋องจะหย่าภรรยาแล้วรึ…” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยถามทว่าเพียงชั่วอึดใจ โจวตงหยางกลับชะงัก หัวคิ้วเข้มขมวดมุ่นราวกับเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าถ้อยคำเมื่อครู่ผิดแปลกไป เขาเลิกคิ้วถามย้อนเสียงเรียบ พล
ผู้ใดจะรับรู้ความเจ็บปวดได้ลึกซึ้ง หากมิใช่ผู้ที่กำลังเผชิญ หน้ากับรัก…แม้มีวาสนาได้พบพานทว่ากลับไร้วาสนาได้อยู่เคียงข้างไป๋เหยียนหลันหัวเราะเย็นชาในลำคอ ราวกับเป็นเรื่องตลกขบขัน นางโน้มตัวลงช้าๆ ก้มใบหน้าเพ่งมองลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของหลี่เจิ้งเฉิน ปลายนิ้วเรียวเชยคางเขาขึ้นอย่างแผ่วเบาน้ำเสียง
หลายวันผ่านไปไป๋เหยียนหลันโกรธจนแทบกระอักเลือดออกมา!ทั้งที่นางหายไปทั้งคน ทั้งที่เวลาล่วงเลยไปเกือบเดือนทว่ากลับไร้ซึ่งวี่แววหรือแม้แต่ข่าวลือว่าเขาออกตามหานาง มิหนำซ้ำ… กลับเป็นนางเองที่ยอมกลืนน้ำลาย ไปปรากฏต่อหน้าเขาอีกครั้งทว่ากลับถูกมองอย่างไร้ค่า ชวนเวทนายิ่งนัก!เพราะเหตุใดกันเล่า!?หลี่เจิ
หลี่เจิ้งเฉินยังคงจับมือของไป๋ซูเหยาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย พาเดินไปตามระเบียงเรือนที่ทอดยาวออกไปยามนี้บรรยากาศเงียบสงบ มีเพียงสายลมแผ่วเบาพัดโชยมากระทบผิวกายให้รู้สึกเย็นสบาย กลิ่นหอมของดอกไม้ที่ปลูกไว้หลังจวนลอยอบอวลตามมาราวกับกำลังปลอบประโลมใจทว่าในใจของเขากลับไม่ได้สงบเช่นนั้นเลย...หลี่เจิ้งเฉินไ