เข้าสู่ระบบคอนโดหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อสัปดาห์ก่อนคือที่อยู่ของปาหนันและบุตรสาว ห้องพักสุดหรูบนชั้น 50 ที่กว้างกว่า 130 ตรม. พร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนาช่วยทำให้ชายหนุ่มรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก แม้จะไม่ค่อยชอบเจ้าของคอนโด..
แต่ก็ต้องยอมรับในผลงานครั้งนี้
สิงหาวางร่างเล็กปุ๊กลุกลงบนโซฟาตัวใหญ่กลางห้อง และดูเหมือนแม่หนูน้อยสีชมพูจะรู้งาน เพราะทันทีที่เท้าแตะลงบนเบาะ เด็กหญิงดาหลาก็เล็กกระโดดลงจากโซฟาแล้ววิ่งหายลับไปในห้องทันที
“ยังไม่เหนื่อยอีกเหรอลูก”
สิงหาตะโกนไล่หลังลูกสาวหมาดๆ อย่างเอื้อเอ็นดูในความแสนซนของแม่หนูน้อย ได้ยินเพียงเสียงเล็กๆ หัวเราะชอบใจดังแว่วมาจากห้องที่หนูน้อยวิ่งเข้าไป พลางนึกชมปาหนันที่สามารถรับมือกับความซุกซนและพลังงานเหลือล้นได้เพียงลำพัง
“แกคงอยากเอาอะไรสักอย่างมาอวดคุณนั่นละค่ะ” ปาหนันบอก ขณะเริ่มเตรียมมื้อค่ำที่ดึกกว่าปกติมาก เพราะการจราจรแสนติดขัดในเมืองกรุงทำให้การเดินทางจากห้างสรรพสินค้ามาถึงที่พักใช้เวลานานหลายชั่วโมง
“คุณไม่พักก่อนเหรอ เราเพิ่งมาถึงเองนะ” สิงหาที่ยังคงนั่งอยู่บนโซฟาตัวโตเอ่ยถาม
“ดาหลาเลยเวลากินข้าวมามากแล้วค่ะ ฉันไม่อยากให้แกนอนตอนท้องอิ่มเกินไป” คนถูกถามตอบทั้ง ๆ ที่มือและสายตายังคงสาละวนอยู่กับการเตรียมเครื่องปรุงบนโต๊ะในครัว
สิงหาพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เพียงแค่มองดูคู่สนทนาที่กำลังยุ่งวุ่นวายอยู่กับสารพัดเมนูตรงหน้าเท่านั้น
“คุณอยากกินอะไรเป็นพิเศษไหมคะ” เธอถามขณะเงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนา แล้วก็ต้องชะงักไป เมื่อคนที่ควรจะนั่งอยู่บนโซฟาไกลๆ ย้ายตัวเองมานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะในห้องครัวตอนไหนไม่ทราบ
“ไม่ครับ แค่วันนี้ก็รู้สึกพิเศษมากแล้ว” ดวงตาคมที่มองสบตาแม่ครัวคนงามมีประกายบางอย่างฉายชัดอยู่ ถึงแม้จะไม่เข้าใจนัก แต่ปาหนันรู้สึกได้ว่าหัวใจเธอกำลังเต้นผิดจังหวะอีกครั้ง
“งั้.น..ฉัน...ฉันว่าฉันทำไข่เจียวหมูสับกับแกงจืด แล้วก็..” แม่ครัวต้องควานหาเสียงของตัวเองอยู่หลายวินาที แถมเสียงที่เปล่งออกมาดูตะกุกตะกักจนน่าขัน รู้สึกเหมือนระบบสั่งการในด้านการพูดของเธอจะขัดข้องขึ้นมาเสียอย่างนั้น? ขัดข้องอย่างเห็นได้ชัด...โดยเฉพาะ เมื่อผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเอาแต่มองหน้าเธออยู่แบบนี้ไงล่ะ!
“แล้วก็..?” ดูเหมือนสิงหาจะรู้ตัว เขาร้องถามเสียงสูงเล็กน้อยถึงเมนูถัดไปที่แม่ครัวอาจลืมไปแล้ว
“เอ่อ.อ..กุ้ง...กุ้งทอดบรอกโคลี” ปาหนันรู้สึกอยากจะกัดลิ้นตัวเอง ใบหน้าหวานแดงก่ำขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะชอบใจในลำคอของคนตรงหน้า
“คุณหมายถึง ‘กุ้งผัดบรอกโคลี’ ใช่ไหม?” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย ราวกับจะบ่งบอกถึงความรู้สึกเอ็นดูที่เพิ่มสูงขึ้นของตัวเอง ก่อนจะเอื้อมมือหนาปัดปอยผมยาวที่ตกลงมาปิดใบหน้าหวานของคนที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาไปทัดใบหูเล็ก การกระทำนั้นทำให้ปาหนันนิ่งค้างไปนานหลายวินาที
“..ขอบคุณค่ะ” เธอตอบอ้อมแอ้ม
“ด้วยความเต็มใจครับ” สิงหาบอกอย่างอารมณ์ดี
“คุณพ่อขา คุณพ่อ!” เสียงใสเจื้อยแจ้วร้องนำมาไกลตั้งแต่ยังไม่เห็นตัว สามารถช่วยเรียกความสนใจจากคนทั้งคู่ได้อย่างดีทีเดียว
“อย่าวิ่งสิลูก...ดาหลา แม่บอกกี่ทีแล้วค่ะ” คนเป็นแม่เอ่ยเสียงดุ แม่หนูน้อยสีชมพูที่วิ่งเร็วจี๋ลดความเร็วลงในบัดดลเมื่อถูกปราม
“คุณแม่อย่าโกรธนะคะ น้องดาแค่จะเอาของมาอวดคุณพ่อ” เด็กน้อยบอกเสียงอ่อย จนคนที่เพิ่งเอ่ยดุลูกน้อยไปต้องถอนใจ
“ที่คุณแม่ดุ เพราะกลัวหนูหกล้มไงลูก...ไม่เอานะคนดีไม่เศร้านะลูก ไปหาคุณแม่กันดีกว่า” สิงหาช่วยอธิบายด้วยน้ำเสียงที่ชวนให้รู้สึกคล้อยตาม ขณะเดินไปช้อนร่างเล็กกับสมุดภาพสีชมพูหวานแหววเหมือนชุดที่แม่หนูน้อยสวมใส่ขึ้นแนบอก
“คุณแม่ไม่ได้โกรธค่ะ” คนเป็นแม่เอ่ยปลอบ แต่ไม่ได้รับร่างเล็กที่ถูกอุ้มมาหาเพราะมือยังเปื้อนจากทำครัว
“จริงเหรอคะ!?” ดวงตาใสซื่อมีประกายดีใจฉายชัด
“จริงสิค่ะ แม่ตัวยุ่ง! คุณแม่รักหนูที่สุดในโลกเลยนะคะ” คนเป็นแม่บอกกลั้วหัวเราะ พลางใช้ปลายนิ้วมือที่เปียกน้ำแตะจมูกเล็ก ทำให้เด็กน้อยหัวเราะออกมาอย่างชอบอกชอบใจ
“แล้วคุณแม่รักคุณพ่อที่สุดในโลกด้วยไหมคะ?” เด็กน้อยร้องถามตามประสาซื่อ แต่ดูเหมือนคำถามของเด็กหญิงดาหลาจะส่งผลต่อคนถูกถามได้อย่างไม่น่าเชื่อ...ทั้งคนถูกถามและคนรอฟังคำตอบ
ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วบริเวณทันที มีเพียงเสียงการ์ตูนจากทีวีจอใหญ่เท่านั้นที่ยังคงทำหน้าที่ของมันต่อไปโดยไม่ใส่ใจบรรยากาศรอบตัว
“...”
“น้องดา เมื่อกี้หนูจะเอาจะไรมาอวดคุณพ่อเหรอลูก?” สิงหาเอ่ยขึ้น เพราะเริ่มรู้สึกถึงบรรยากาศรอบตัวที่ชวนให้รู้สึกอึดอัด เขาไม่ได้เลี่ยงคำถามเพราะต้องการพาตัวเองออกจากความรู้สึกนี้ แต่ที่เอ่ยออกมาเพราะไม่ต้องการให้ใครอีกคนรู้สึกอึดอัด…และเขาก็ไม่อาจตอบตัวเองได้ ว่าเพราะอะไรถึงไม่ต้องการให้เธอรู้สึกเช่นนั้น?
สุดท้ายก็ได้แต่บอกกับตัวเองว่าเป็นเพราะเธอคือ ‘ผู้มีพระคุณ’ ที่เขาต้องทดแทน
ความรู้สึกของเธอจึงสำคัญต่อเขามาก...มันก็เท่านั้นเอง
“นี่ค่ะคุณพ่อ!” เด็กน้อยละความสนใจจากคำถามที่เอ่ยเมื่อครู่ในทันทีตามประสาเด็ก
“...มันคืออะไรเอ่ย” สิงหาถามอย่างเอื้อเอ็นดู เมื่อรับสมุดวาดเขียนสีชมพูมาจากเด็กน้อย
“คุณครูให้น้องดาวาดรูปครอบครัวค่ะ หนูได้ 5 ดาวด้วยค่ะ!” เด็กน้อยอธิบายด้วยท่าทางภูมิใจ สิงหามองดูภาพวาดที่ต้องใช้จินตนาการไม่น้อยด้วยความรู้สึกที่ตัวเองก็ไม่เข้าใจเท่าไรนัก ใต้ภาพวาดถูกขีดเขียนด้วยลายมือที่ยังไม่สวยนักตามประสาเด็กหัดเขียน ‘พ่อสิงหา...แม่ปาหนัน...น้องดาหลา’
“สวยมากเลยลูก เก่งจริงๆ ลูกสาวใครเนี่ยทั้งเก่งทั้งน่ารัก” คุณพ่อหมาดๆ บอกพลางดึงร่างเล็กของเด็กน้อยเข้าสู่อ้อมกอด แล้วว่าต่อ “คุณพ่อดีใจที่ได้เจอหนูนะลูก”
“หนูก็ดีใจที่ได้เจอคุณพ่อค่ะ”
เด็กชายณเรศไม่ได้ตอบคำถามแต่ก็มองสบตาของคนตรงหน้าโดยไม่หลบ แม้ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความอิดโรยจะเรียบเฉยจนยากจะอ่าน แต่ดวงตาคู่หม่นที่มองตอบมากลับอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความเข้าใจ อีกทั้งยังคงหลงเหลือร่องรอยของความแตกร้าวและเต็มไปด้วยความทุกข์โศก...ความสูญเสียและการพลัดพราก“ทำไมถึงทำเหมือนว่าตัวเองเข้าใจความรู้สึกของฉัน? เธอเข้าใจมันจริงๆ หรือเปล่า?”“...ผมแค่คิดว่ามันคงคล้ายกัน” ในที่สุดเด็กน้อยที่นั่งเฝ้าไข้อยู่ข้างเตียงก็เริ่มตอบคำถาม“จะช่วยเล่าเรื่องของเธอให้ฉันฟังได้ไหม”เด็กน้อยพยักหน้ารับ“ตอนที่แม่ของผมตาย ผมเสียใจมากๆ เสียใจที่แม่ไม่ยอมพาผมไปอยู่ด้วยกัน”มือเล็กที่ถือผ้าขยับหยุกหยิกคล้ายทำตัวไม่ค่อยถูก“แต่ก็คิดได้ว่าผมยังมีน้องสาวอยู่ แม่คงอยากให้ผมอยู่เป็นเพื่อนน้องครับ”เด็กชายณเรศพูดมาถึงตรงนี้ก็เริ่มน้ำตาคลอหน่วย มือเล็กปาดน้ำตาลวกๆ จนใบหน้าเล็กเกิดรอยแดงเป็นริ้วขึ้นให้เห็น ก่อนจะสูดน้ำมูกแล้วตั้งตัวตรงขึ้นอีกครั้งเพื่อเล่าต่อด้วยน้ำเสียงที่พยายามสดใสขึ้นอีกนิด“ผมเลยสัญญากับแม่ที่อยู่บนสวรรค์ แล้วก็สัญญากับน้องว่าจะดูแลน้องให้ดี..” รอยยิ้มจืดเจื่อนลงเล็กน้อย แต่ก็ยังเต็มไปด
ยามดึกสงัดช่างเต็มไปด้วยความรู้สึกหนาวเหน็บจนเย็นจัดไปถึงขั้วหัวใจ ปราลีขดร่างที่สั่นไหวไปกับผ้าห่มคล้ายต้องการไออุ่น แต่ในเวลาเดียวกันภายในร่างกายกลับรู้สึกร้อนราวกับถูกไฟเผา ลำคอแหบแห้งและเจ็บระบมทุกครั้งที่ฝืนกลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะไอโขลกๆ ออกมาเพราะเสมหะเหนียวหนืดในลำคอเธอกำลังจะตายแล้วสินะ?ตายไปเสียเลยก็ดีเหมือนกัน เธอไม่อยากอยู่บนโลกนี้ต่อไปอีกแล้ว...ให้มันจบเสียตรงนี้เถอะ“...คุณแม่ คุณแม่ลุกขึ้นมากินยาก่อนนะครับ” น้ำเสียงแหบเล็ก และบางเบาราวกับกลัวจะรบกวนคนที่กำลังหลับใหล แต่ในเวลาเดียวกันก็พยายามจะปลุกให้อีกฝ่ายลืมตาตื่น “กินก่อน ค่อยนอนต่อนะครับ”“..อ.ออกไป..”ปราลีแค่นเสียงทั้งที่ยังกึ่งหลับกึ่งตื่น“กินยาเถอะนะครับ” เด็กชายณเรศยังคงยืนยันคำเดิม แต่น้ำเสียงกลับสั่นเครือจนเกือบจะกลายเป็นการอ้อนวอน “แค่กินยาเท่านั้น”“ฉันไม่กิน!” คนที่อยากจากโลกนี้ไปมากกว่าอยากจะอยู่ตวาดเสียงแหบแห้ง ก่อนจะไอโขลกๆ จนหน้าดำหน้าแดงเพราะใช้เสียงมากเกินไป แต่ก็ยังไม่ลดความเกรี้ยวกราดลง “ฉัน.อยาก.ตาย!”“...” เด็กน้อยนิ่งไป แต่ก็ยังคงมองมาที่คนป่วยไม่วางสายตาแม้จะเห็นไม่ชัดเพราะพิษไข้ทำให้สายตาพร่า
ย้อนกลับไปเมื่อสามเดือนก่อนตอนที่รู้ว่าสามีของเธอแอบรับเอาเด็กจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามาอุปการะโดยไม่บอกกล่าว ก็เพียงแค่นึกขุ่นใจเล็กน้อยเท่านั้น เพราะณเรศเป็นเด็กที่ค่อนข้างเรียบร้อยและพึ่งพาได้ แตกต่างจากบุตรชายเพียงคนเดียวที่อยู่ในวัยไล่เลี่ยกัน...สิงหานั้นซุกซนราวกับลิงค่าง ซ้ำยังชอบเล่นแรงๆ ตามประสาเด็กผู้ชาย จนทำให้คนเป็นแม่อดหวั่นใจไม่ได้เพราะตนเองกำลังตั้งท้องอ่อนๆการมีณเรศเข้ามาช่วยเบี่ยงความสนใจและคอยเป็นเพื่อนเล่นของสิงหาจึงทำให้ปราลีเบาแรงและเบาใจลงมาก แม้ว่าจะไม่ได้รู้สึกสนิทใจ แต่ก็วางใจในตัวเด็กชายไม่น้อย...จวบจนเมื่อหนึ่งเดือนก่อน เธอเดินสะดุดของเล่นที่บุตรชายวางทิ้งไว้จนเกือบล้ม แต่เคราะห์ยังดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเพราะณเรศเอาตัวเองเข้ามารองรับไว้ได้ทันแต่เมื่อไปตรวจที่โรงพยาบาลกลับพบว่าเด็กหยุดหายใจไปแล้ว! ภาวะครรภ์เป็นพิษพรากเอาลูกน้อยที่ยังไม่มีโอกาสได้พบหน้าไปจากเธอและครอบครัวการสูญเสียที่ได้รับมาในเวลาที่เราไม่ทันได้ตั้งรับนั้นรุนแรงเกินไปรุนแรงจนรู้สึกเหมือนทุกอย่างมันพังทลายลง ปราลีขอห่างจากสามีและบุตรชายสักพัก เธอไม่อาจกอบเก็บความปวดร้าวไว้กับตัวแล้
ใบหน้างดงามเปื้อนน้ำตากำลังเหม่อมองไกลอย่างไร้จุดหมาย หญิงสาวอยู่ในชุดคลุมท้องที่ดูจะใหญ่เกินขนาดตัวของหล่อนไปหลายไซซ์ทีเดียว ร่างบางนั่งอยู่บนพื้นเย็นเฉียบแทนที่จะเป็นโซฟากว้างหนานุ่มข้างกาย มือซีดขาวราวไร้สีเลือดยังคงลูบหน้าท้องแบนราบของตัวเองซ้ำไปซ้ำมาเหมือนที่ทำมาตลอดหลายสัปดาห์ สักพักน้ำตาเม็ดกลมก็เริ่มร่วงเผาะจากดวงตาคู่งามที่เคยเปี่ยมสุขอีกระลอกลูกไม่อยู่กับเธอแล้ว..แค่ลูกคนเดียวก็ดูแลไม่ได้ เธอเป็นแม่แบบไหนกัน?คำถามซ้ำๆ ดังก้องในความคิดและบาดลึกเข้าไปถึงจิตวิญญาณ ทำให้หญิงสาวที่เพิ่ง ‘แท้ง’ ลูกไปรู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองกำลังจะแตกสลาย น้ำตายังคงอาบแก้มนวลไร้สีเลือดจนเปียกปอน‘แอ๊ดดดด...’เสียงประตูไม้บานใหญ่ที่ถูกเปิดออกอย่างช้าๆ ด้วยความระมัดระวัง แต่เพราะมันเป็นไม้สักทั้งบานทำให้น้ำหนักของมันมีมากจนทำให้เกิดเสียงทุกครั้งที่มีคนใช้งานปราลีผินหน้ามองดูผู้มาเยือนเพียงเล็กน้อย ก่อนดวงตาอับแสงจะเปลี่ยนเป็นความโกรธเกรี้ยวและชิงชัง มือบางคว้ากล่องไม้ที่ใช้บรรจุกระดาษทิชชูขว้างใส่ผู้มาเยือนในทันที จนเกิดเสียงดัง ‘โครม!’ ก่อนจะตามด้วยข้าวของมากมายที่เรียกได้ว่าเป็น ‘อะไรก็ได้’ ที่เ
ดวงตาหวานกะพริบขึ้นลงช้าๆ เพื่อขับไล่ความง่วงที่มี มือบางยังควานหาอ้อมกอดอบอุ่นที่ชวนให้รู้สึกผ่อนคลายยามหลับ แต่ก็พบเพียงความว่างเปล่า? ปาหนันลุกขึ้นจากที่นอนหนานุ่มอย่างเกียจคร้าน เพราะถึงแม้ว่าเธอจะไม่เหนื่อยจนแทบหมดสภาพเช่นที่สิงหาเป็น แต่ก็อ่อนล้าไม่น้อย การนอนหลับไปอย่างยาวนานหลายชั่วโมงทำให้ร่างกายที่อ่อนล้าได้พักผ่อนและฟื้นฟูพลังกายที่สูญเสียไปจากการโหมงานหนักติดต่อกันร่วมสามเดือนได้อย่างดีเยี่ยม“ขี้เซาจริงนะครับ คุณภรรยา”เสียงทุ้มเจือรอยเย้าแหย่กระซิบแนบริมหูสวยของคนที่นั่งบิดขี้เกียจอยู่บนเตียงนุ่ม“ก็มันเหนื่อยสะสมนี่ค่ะ คุณสามี” ปาหนันตอบอย่างหยอกล้อ ก่อนจะคล้องแขนรอบคอของคนที่รวบเอวบางของเธอไว้ทันที เหมือนลูกแมวน้อยที่พร้อมจะคลอเคลียเจ้าของอยู่ตลอดเวลาเมื่อยามเข้ามาใกล้“...” เมื่อแน่ใจว่าคนที่กลายร่างเป็นลูกแมวน้อยชอบคลอเคลีย ไม่ได้ตื่นตระหนกยามตนเองเข้าใกล้ ซ้ำยังออดอ้อนจนยากจะอดใจไหว จนต้องเอ่ยถามออกไปทั้งที่ความคิดล่วงเลยไปไกลเกินกู่“ถ้าเกิดว่า...ต้องเหนื่อยกว่านี้จะไหวเหรอ?”คนฟังหัวเราะเสียงใสกับคำถามที่ชวนใจเตลิด ก่อนจะครุ่นคิดเพียงครู่แล้วตอบกลับตามใจคิด“ก็ต้อ
จังหวัดเชียงใหม่ อากาศยามเช้าของเมืองเหนือทำให้หญิงสาวที่เพิ่งมาถึงยิ้มสดใส ต่างจากคนข้างกายที่ใบหน้าบูดบึ้งราวกับโกรธใครมาร่วมร้อยปี วันนี้เป็นเช้าวันแรกหลังจากพิธีแต่งงานอันแสนเหน็ดเหนื่อยที่เพิ่งผ่านพ้นไป ด้วยเพราะหน้าที่การงานของคนทั้งคู่ ทำให้ในช่วงเตรียมงานแต่งตลอดระยะเวลาสามเดือนที่ผ่านมาวุ่นวายจนแทบจะเรียกได้ว่า ‘ยุ่งจนหัวหมุน’ เมื่อรวมกับพิธีการต่างๆ ที่แสนยาวนานตั้งแต่เช้าจรดเย็น พอเข้าห้องหอคนทั้งคู่ก็แทบจะสลบในทันที ซ้ำยังต้องตื่นมาขึ้นเครื่องตั้งแต่เช้ามืดตามตารางที่วางไว้แต่แรก ทำให้ความเหน็ดเหนื่อยที่สะสมแสดงออกมาทางสีหน้าอย่างชัดเจนเจ้าบ่าวหมาดๆ ยังนึกขอบคุณกิตติภพและดารินทร์ที่รับคำขอร้องในการฝากเลี้ยงเด็กหญิงดาหลาร่วมสองสัปดาห์ของการมาฮันนีมูนครั้งนี้ แต่จริงๆ ต้องบอกว่ากิตติภพยินดีเสียยิ่งกว่ายินดีเพราะตั้งแต่เกิดเรื่องมากมายจนได้รับรู้ว่าหนูน้อยเป็นบุตรสาวของตนเอง เขาก็แทบจะมาเฝ้าแม่หนูน้อยเช้าเย็นจนกลายเป็นกิจวัตรประจำวันไปแล้ว พอเอ่ยปากฝากหนูน้อยไว้ คนรับฝากก็ยิ้มกว้างราวกับเด็กที่ได้ของขวัญชิ้นใหญ่ที่รอคอยมานานอย่างไรอย่างนั้น “คุณสิงห์ทำไมทำหน้าอ







