หน้าหลัก / โรแมนติก / บุพเพสนธยา / ห้วงคำนึงที่เฝ้าคะนึงหา 2

แชร์

ห้วงคำนึงที่เฝ้าคะนึงหา 2

ผู้เขียน: เนื้อทราย
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-14 22:29:32

โรงแรมแห่งหนึ่ง

“เข้ามาสิคุณ” เธอบอกขณะเปิดประตูห้องพักโรงแรมที่อยู่ไม่ห่างจากเขตก่อสร้างเมื่อครู่มากนัก

“...” แม้จะไม่ตอบอะไรแต่คนถูกผู้หญิงชวนเข้าห้อง ก็ยอมเดินตามเข้าไปโดยง่าย

“ทำไมทำหน้าแบบนั้น ฉันไม่ปล้ำคุณหรอกน่า!” เธอบอกขณะเดินสำรวจรอบห้อง ราวกับสิ่งเหล่านั้นน่าสนใจกว่าเพื่อนร่วมห้องที่เพิ่งรู้จักกันเป็นไหน ๆ

“...ทำไมคุณถึงช่วยผม?” เสียงทุ้มถามหลังจากนั่งเงียบอยู่นาน

ดวงตาสีน้ำตาลเข้มยังจับจ้องคนตรงหน้าคล้ายพิจารณา ร่างสูงโปร่งเพรียวลมที่เพิ่งช่วยชีวิตเขาไว้...เธอดูมีน้ำมีนวลไปสักหน่อย ทำให้ยามมองผ่านดูตัวโตกว่าผู้หญิงทั่วไปเล็กน้อย แต่กระนั้นเธอก็ยังตัวเล็กมากอยู่ดีเมื่อเทียบกับเขา...ใบหน้าหวานที่ต้องยอมรับว่าสะสวยไม่น้อยแม้ปราศจากเครื่องสำอาง แต่สิ่งที่ตรึงหัวใจของชายหนุ่มไว้กลับเป็นดวงตาคู่หวานกลมโตที่เต็มไปด้วยประกาย ช่างรับกับรอยยิ้มสดใสที่มีแจกจ่ายให้คนแปลกหน้าทุกคนที่เธอได้พูดคุยแบบไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

“นั่นสิ ฉันก็สงสัยเหมือนกัน” เจ้าของเสียงใสตอบคล้ายครุ่นคิด ยังคงเดินสำรวจทั่วห้องไม่เลิกรา ก่อนจะหายเข้าไปในห้องน้ำของโรงแรมแล้วกลับออกมา สุดท้ายก็เดินไปหยุดอยู่หน้าตู้เย็นขนาดเล็กในห้องพักพลางเปิดดูสิ่งของที่บรรจุไว้ในนั้น “...ว่าแต่ มันจำเป็นต้องมีเหตุผลด้วยเหรอ?”

“คนเราต้องมีเหตุผลที่ทำ” เสียงทุ้มเอ่ยค้านคำพูดที่ฟังดูเหมือนไร้ความสนใจจะตอบคำถามของคนตรงหน้า

“ไม่หรอกคุณ บ้างครั้งเราก็ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลกับทุกเรื่องที่ลงมือทำ” เสียงใสตอบกลับ หยิบขวดน้ำแช่เย็นในตู้ออกมาแล้วโยนให้คนที่ดูเหมือนจะมีเหตุผลให้กับทุกเรื่องทันที ก่อนจะเปิดอีกขวดดื่มด้วยท่าทางสบายๆ แล้วว่าต่อ “แต่ถ้าคุณอยากได้เหตุผล...เอาเป็นว่า ฉันทำเพื่อความสบายใจก็แล้วกัน”

เธอว่าเรียบ ๆ แล้วเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าที่สำรวจไปตั้งแต่เดินเข้ามา หยิบผ้าขนหนูสีขาวสะอาดยื่นให้คนที่มีสภาพมอมแมมราวกับคลุกฝุ่น

“ถ้าเราช่วยได้แต่ไม่ช่วย สักวันนึงเราอาจจะรู้สึกว่า ‘น่าเสียดายจริงๆ ในวันนั้นฉันน่าจะช่วยเขาไว้นะ...ทั้งที่จะช่วยก็ช่วยได้แท้ๆ เชียว’ อะไรประมาทนั้นไงคุณ” เธออธิบายเสียงใสแล้วคลี่ยิ้มให้คนตรงหน้าเหมือนจะรู้สึกภูมิใจนิดๆ ที่ได้ช่วยชีวิตของอีกฝ่ายไว้ “พอคิดแบบนั้นก็เลยรู้สึกว่าถ้าไม่ช่วยแล้ว...มันน่าจะเสียความรู้สึกน่ะ”

“ผมอาจจะเป็นคนไม่ดีก็ได้ และเราก็ไม่เคยรู้จักกัน...” คนที่รับผ้าขนหนูมาถือไว้เอ่ยถาม เหมือนไม่อยากจะเชื่อในคำตอบที่ได้รับมา “คุณไม่กลัวว่าตัวเองจะช่วยคนผิดบ้างหรือไง?”

“คุณชื่ออะไร?” คำถามที่โพล่งออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทำให้อีกฝ่ายชะงักไป แต่ก็ตอบคำถามนั้นโดยดี

“ผมชื่อสิงหา”

“ฉันชื่อ...ป่าน” เธอว่าด้วยรอยยิ้ม “แค่นี้ก็ถือว่าเรารู้จักกันแล้วนะ”

“ผมไม่ได้หมายถึงแบบนั้น” สิงหาบอกอย่างอ่อนใจ  

“ฉันไม่รู้หรอกนะ ว่าคุณเป็นคนดีหรือเปล่า?” เธอบอก ก่อนจะมองจ้องใบหน้ามอมแมมเปื้อนสีฝุ่นอยู่นานแล้วคลี่ยิ้มออกมา

“...แต่ถ้าฉันช่วยคุณแล้วมันทำให้จากนี้ไปคุณกลายเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม แค่นั้นก็โอเคแล้วนะ”

สิงหารู้สึกเหมือนว่าหัวใจของเขากำลังเต้นผิดจังหวะจากที่ควรจะเป็น คำตอบโลกสวยที่ดูเหมือนไม่น่าจะเป็นไปได้ในโลกความเป็นจริง มันช่างฟังดูเรียบง่ายและอยู่เหนือความคาดหมาย…จนน่าแปลกใจ? และความปรารถนาดีที่แทรกซ้อนสะท้อนออกมาจากดวงตาคู่สวยของคนตรงหน้า มันทำให้เขารับรู้ได้โดยไม่ต้องพยายามว่าทุกสิ่งที่เธอเอ่ยออกมาล้วนแล้วแต่เป็นความจริง

“แล้วทำไมถึงไม่ถามเรื่องผู้ชายสองคนนั้น ว่าทำไมถึงทำร้ายผม?”

“แล้วทำไมฉันต้องถาม? คุณนี่แปลกนะ เป็นเจ้าหนูจำไมหรือไง? ถึงได้ถามแต่ว่าทำไมๆ ” เสียงหวานบอกกลั้วหัวเราะไปกับคำถามของคนที่ตัวเองเพิ่งช่วยมา

เจ้าหนูจำไมยังคงขมวดคิ้วมองคนตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ

“เอาเป็นว่า ฉันแค่ช่วยคุณ...แต่ไม่ได้อยากยุ่งเรื่องส่วนตัวของคุณ คุณเข้าใจความหมายนะ โอเค้” เธอว่าพร้อมทำท่าทางประกอบ

“...บางครั้งคนเราก็อยากมีพื้นที่ส่วนตัว หรือเรื่องที่ไม่ต้องการถูกถามด้วยกันทั้งนั้น” เจ้าของเสียงใสอธิบายต่อด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหยิบกระเป๋าสะพายขนาดเล็กขึ้นคล้องบ่าของตนเอง

“เพราะงั้น ฉันก็ไม่จำเป็นต้องถามค่ะ”

“คุณจะไปไหน?”

สิงหาเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นคู่สนทนาเตรียมจะออกไปข้างนอก

“ไปตลาดใกล้ๆ นี่ละ คุณไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวฉันมา” คนที่จะออกไปตลาดเปิดประตูห้องพัก ก่อนจะหันมาคุยกับเขาอีกครั้งคล้ายนึกบางอย่างได้ “คุณอยากได้อะไรไหม? เดี๋ยวฉันซื้อมาให้”

สิงหาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยกับคำถามของคนตรงหน้า ก่อนจะส่ายหน้าแทนคำตอบ

“ไม่ละครับ ดึกแล้วผมไม่ค่อยหิว” เขาว่ายิ้มๆ แต่ไม่รู้ทำไมถึงฟังดูแล้วเหมือนกำลังหยอกล้ออีกฝ่ายมากกว่าตอบคำถาม ส่งผลให้คนถามต้องย่นจมูกอย่างนึกหมั่นไส้

“ฉันก็ไม่ได้จะลงไปซื้อของกินหรือเปล่า!” เธอแยกเขี้ยวใส่เล็กน้อย ก่อนจะปิดประตูด้วยเสียงที่ไม่เบานัก

คนถูกปิดประตูใส่กลับหัวเราะในลำคออย่างชอบอกชอบใจ สิงหายังคงจับจ้องบานประตูที่ใครอีกคนเพิ่งผ่านออกไปด้วยความรู้สึกหลากหลายจนเกินจะหาถ้อยคำใดมาอธิบาย 

“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ...คุณป่าน”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • บุพเพสนธยา   ตอนพิเศษ (เบื้องหลังความทรงจำ) 192

    เด็กชายณเรศไม่ได้ตอบคำถามแต่ก็มองสบตาของคนตรงหน้าโดยไม่หลบ แม้ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความอิดโรยจะเรียบเฉยจนยากจะอ่าน แต่ดวงตาคู่หม่นที่มองตอบมากลับอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความเข้าใจ อีกทั้งยังคงหลงเหลือร่องรอยของความแตกร้าวและเต็มไปด้วยความทุกข์โศก...ความสูญเสียและการพลัดพราก“ทำไมถึงทำเหมือนว่าตัวเองเข้าใจความรู้สึกของฉัน? เธอเข้าใจมันจริงๆ หรือเปล่า?”“...ผมแค่คิดว่ามันคงคล้ายกัน” ในที่สุดเด็กน้อยที่นั่งเฝ้าไข้อยู่ข้างเตียงก็เริ่มตอบคำถาม“จะช่วยเล่าเรื่องของเธอให้ฉันฟังได้ไหม”เด็กน้อยพยักหน้ารับ“ตอนที่แม่ของผมตาย ผมเสียใจมากๆ เสียใจที่แม่ไม่ยอมพาผมไปอยู่ด้วยกัน”มือเล็กที่ถือผ้าขยับหยุกหยิกคล้ายทำตัวไม่ค่อยถูก“แต่ก็คิดได้ว่าผมยังมีน้องสาวอยู่ แม่คงอยากให้ผมอยู่เป็นเพื่อนน้องครับ”เด็กชายณเรศพูดมาถึงตรงนี้ก็เริ่มน้ำตาคลอหน่วย มือเล็กปาดน้ำตาลวกๆ จนใบหน้าเล็กเกิดรอยแดงเป็นริ้วขึ้นให้เห็น ก่อนจะสูดน้ำมูกแล้วตั้งตัวตรงขึ้นอีกครั้งเพื่อเล่าต่อด้วยน้ำเสียงที่พยายามสดใสขึ้นอีกนิด“ผมเลยสัญญากับแม่ที่อยู่บนสวรรค์ แล้วก็สัญญากับน้องว่าจะดูแลน้องให้ดี..” รอยยิ้มจืดเจื่อนลงเล็กน้อย แต่ก็ยังเต็มไปด

  • บุพเพสนธยา   ตอนพิเศษ (เบื้องหลังความทรงจำ) 191

    ยามดึกสงัดช่างเต็มไปด้วยความรู้สึกหนาวเหน็บจนเย็นจัดไปถึงขั้วหัวใจ ปราลีขดร่างที่สั่นไหวไปกับผ้าห่มคล้ายต้องการไออุ่น แต่ในเวลาเดียวกันภายในร่างกายกลับรู้สึกร้อนราวกับถูกไฟเผา ลำคอแหบแห้งและเจ็บระบมทุกครั้งที่ฝืนกลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะไอโขลกๆ ออกมาเพราะเสมหะเหนียวหนืดในลำคอเธอกำลังจะตายแล้วสินะ?ตายไปเสียเลยก็ดีเหมือนกัน เธอไม่อยากอยู่บนโลกนี้ต่อไปอีกแล้ว...ให้มันจบเสียตรงนี้เถอะ“...คุณแม่ คุณแม่ลุกขึ้นมากินยาก่อนนะครับ” น้ำเสียงแหบเล็ก และบางเบาราวกับกลัวจะรบกวนคนที่กำลังหลับใหล แต่ในเวลาเดียวกันก็พยายามจะปลุกให้อีกฝ่ายลืมตาตื่น “กินก่อน ค่อยนอนต่อนะครับ”“..อ.ออกไป..”ปราลีแค่นเสียงทั้งที่ยังกึ่งหลับกึ่งตื่น“กินยาเถอะนะครับ” เด็กชายณเรศยังคงยืนยันคำเดิม แต่น้ำเสียงกลับสั่นเครือจนเกือบจะกลายเป็นการอ้อนวอน “แค่กินยาเท่านั้น”“ฉันไม่กิน!” คนที่อยากจากโลกนี้ไปมากกว่าอยากจะอยู่ตวาดเสียงแหบแห้ง ก่อนจะไอโขลกๆ จนหน้าดำหน้าแดงเพราะใช้เสียงมากเกินไป แต่ก็ยังไม่ลดความเกรี้ยวกราดลง “ฉัน.อยาก.ตาย!”“...” เด็กน้อยนิ่งไป แต่ก็ยังคงมองมาที่คนป่วยไม่วางสายตาแม้จะเห็นไม่ชัดเพราะพิษไข้ทำให้สายตาพร่า

  • บุพเพสนธยา   ตอนพิเศษ (เบื้องหลังความทรงจำ) 190

    ย้อนกลับไปเมื่อสามเดือนก่อนตอนที่รู้ว่าสามีของเธอแอบรับเอาเด็กจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามาอุปการะโดยไม่บอกกล่าว ก็เพียงแค่นึกขุ่นใจเล็กน้อยเท่านั้น เพราะณเรศเป็นเด็กที่ค่อนข้างเรียบร้อยและพึ่งพาได้ แตกต่างจากบุตรชายเพียงคนเดียวที่อยู่ในวัยไล่เลี่ยกัน...สิงหานั้นซุกซนราวกับลิงค่าง ซ้ำยังชอบเล่นแรงๆ ตามประสาเด็กผู้ชาย จนทำให้คนเป็นแม่อดหวั่นใจไม่ได้เพราะตนเองกำลังตั้งท้องอ่อนๆการมีณเรศเข้ามาช่วยเบี่ยงความสนใจและคอยเป็นเพื่อนเล่นของสิงหาจึงทำให้ปราลีเบาแรงและเบาใจลงมาก แม้ว่าจะไม่ได้รู้สึกสนิทใจ แต่ก็วางใจในตัวเด็กชายไม่น้อย...จวบจนเมื่อหนึ่งเดือนก่อน เธอเดินสะดุดของเล่นที่บุตรชายวางทิ้งไว้จนเกือบล้ม แต่เคราะห์ยังดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเพราะณเรศเอาตัวเองเข้ามารองรับไว้ได้ทันแต่เมื่อไปตรวจที่โรงพยาบาลกลับพบว่าเด็กหยุดหายใจไปแล้ว! ภาวะครรภ์เป็นพิษพรากเอาลูกน้อยที่ยังไม่มีโอกาสได้พบหน้าไปจากเธอและครอบครัวการสูญเสียที่ได้รับมาในเวลาที่เราไม่ทันได้ตั้งรับนั้นรุนแรงเกินไปรุนแรงจนรู้สึกเหมือนทุกอย่างมันพังทลายลง ปราลีขอห่างจากสามีและบุตรชายสักพัก เธอไม่อาจกอบเก็บความปวดร้าวไว้กับตัวแล้

  • บุพเพสนธยา   ตอนพิเศษ (เบื้องหลังความทรงจำ) 189

    ใบหน้างดงามเปื้อนน้ำตากำลังเหม่อมองไกลอย่างไร้จุดหมาย หญิงสาวอยู่ในชุดคลุมท้องที่ดูจะใหญ่เกินขนาดตัวของหล่อนไปหลายไซซ์ทีเดียว ร่างบางนั่งอยู่บนพื้นเย็นเฉียบแทนที่จะเป็นโซฟากว้างหนานุ่มข้างกาย มือซีดขาวราวไร้สีเลือดยังคงลูบหน้าท้องแบนราบของตัวเองซ้ำไปซ้ำมาเหมือนที่ทำมาตลอดหลายสัปดาห์ สักพักน้ำตาเม็ดกลมก็เริ่มร่วงเผาะจากดวงตาคู่งามที่เคยเปี่ยมสุขอีกระลอกลูกไม่อยู่กับเธอแล้ว..แค่ลูกคนเดียวก็ดูแลไม่ได้ เธอเป็นแม่แบบไหนกัน?คำถามซ้ำๆ ดังก้องในความคิดและบาดลึกเข้าไปถึงจิตวิญญาณ ทำให้หญิงสาวที่เพิ่ง ‘แท้ง’ ลูกไปรู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองกำลังจะแตกสลาย น้ำตายังคงอาบแก้มนวลไร้สีเลือดจนเปียกปอน‘แอ๊ดดดด...’เสียงประตูไม้บานใหญ่ที่ถูกเปิดออกอย่างช้าๆ ด้วยความระมัดระวัง แต่เพราะมันเป็นไม้สักทั้งบานทำให้น้ำหนักของมันมีมากจนทำให้เกิดเสียงทุกครั้งที่มีคนใช้งานปราลีผินหน้ามองดูผู้มาเยือนเพียงเล็กน้อย ก่อนดวงตาอับแสงจะเปลี่ยนเป็นความโกรธเกรี้ยวและชิงชัง มือบางคว้ากล่องไม้ที่ใช้บรรจุกระดาษทิชชูขว้างใส่ผู้มาเยือนในทันที จนเกิดเสียงดัง ‘โครม!’ ก่อนจะตามด้วยข้าวของมากมายที่เรียกได้ว่าเป็น ‘อะไรก็ได้’ ที่เ

  • บุพเพสนธยา   บทส่งท้าย 188

    ดวงตาหวานกะพริบขึ้นลงช้าๆ เพื่อขับไล่ความง่วงที่มี มือบางยังควานหาอ้อมกอดอบอุ่นที่ชวนให้รู้สึกผ่อนคลายยามหลับ แต่ก็พบเพียงความว่างเปล่า? ปาหนันลุกขึ้นจากที่นอนหนานุ่มอย่างเกียจคร้าน เพราะถึงแม้ว่าเธอจะไม่เหนื่อยจนแทบหมดสภาพเช่นที่สิงหาเป็น แต่ก็อ่อนล้าไม่น้อย การนอนหลับไปอย่างยาวนานหลายชั่วโมงทำให้ร่างกายที่อ่อนล้าได้พักผ่อนและฟื้นฟูพลังกายที่สูญเสียไปจากการโหมงานหนักติดต่อกันร่วมสามเดือนได้อย่างดีเยี่ยม“ขี้เซาจริงนะครับ คุณภรรยา”เสียงทุ้มเจือรอยเย้าแหย่กระซิบแนบริมหูสวยของคนที่นั่งบิดขี้เกียจอยู่บนเตียงนุ่ม“ก็มันเหนื่อยสะสมนี่ค่ะ คุณสามี” ปาหนันตอบอย่างหยอกล้อ ก่อนจะคล้องแขนรอบคอของคนที่รวบเอวบางของเธอไว้ทันที เหมือนลูกแมวน้อยที่พร้อมจะคลอเคลียเจ้าของอยู่ตลอดเวลาเมื่อยามเข้ามาใกล้“...” เมื่อแน่ใจว่าคนที่กลายร่างเป็นลูกแมวน้อยชอบคลอเคลีย ไม่ได้ตื่นตระหนกยามตนเองเข้าใกล้ ซ้ำยังออดอ้อนจนยากจะอดใจไหว จนต้องเอ่ยถามออกไปทั้งที่ความคิดล่วงเลยไปไกลเกินกู่“ถ้าเกิดว่า...ต้องเหนื่อยกว่านี้จะไหวเหรอ?”คนฟังหัวเราะเสียงใสกับคำถามที่ชวนใจเตลิด ก่อนจะครุ่นคิดเพียงครู่แล้วตอบกลับตามใจคิด“ก็ต้อ

  • บุพเพสนธยา   บทส่งท้าย 187

    จังหวัดเชียงใหม่ อากาศยามเช้าของเมืองเหนือทำให้หญิงสาวที่เพิ่งมาถึงยิ้มสดใส ต่างจากคนข้างกายที่ใบหน้าบูดบึ้งราวกับโกรธใครมาร่วมร้อยปี วันนี้เป็นเช้าวันแรกหลังจากพิธีแต่งงานอันแสนเหน็ดเหนื่อยที่เพิ่งผ่านพ้นไป ด้วยเพราะหน้าที่การงานของคนทั้งคู่ ทำให้ในช่วงเตรียมงานแต่งตลอดระยะเวลาสามเดือนที่ผ่านมาวุ่นวายจนแทบจะเรียกได้ว่า ‘ยุ่งจนหัวหมุน’ เมื่อรวมกับพิธีการต่างๆ ที่แสนยาวนานตั้งแต่เช้าจรดเย็น พอเข้าห้องหอคนทั้งคู่ก็แทบจะสลบในทันที ซ้ำยังต้องตื่นมาขึ้นเครื่องตั้งแต่เช้ามืดตามตารางที่วางไว้แต่แรก ทำให้ความเหน็ดเหนื่อยที่สะสมแสดงออกมาทางสีหน้าอย่างชัดเจนเจ้าบ่าวหมาดๆ ยังนึกขอบคุณกิตติภพและดารินทร์ที่รับคำขอร้องในการฝากเลี้ยงเด็กหญิงดาหลาร่วมสองสัปดาห์ของการมาฮันนีมูนครั้งนี้ แต่จริงๆ ต้องบอกว่ากิตติภพยินดีเสียยิ่งกว่ายินดีเพราะตั้งแต่เกิดเรื่องมากมายจนได้รับรู้ว่าหนูน้อยเป็นบุตรสาวของตนเอง เขาก็แทบจะมาเฝ้าแม่หนูน้อยเช้าเย็นจนกลายเป็นกิจวัตรประจำวันไปแล้ว พอเอ่ยปากฝากหนูน้อยไว้ คนรับฝากก็ยิ้มกว้างราวกับเด็กที่ได้ของขวัญชิ้นใหญ่ที่รอคอยมานานอย่างไรอย่างนั้น “คุณสิงห์ทำไมทำหน้าอ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status