LOGIN“มีของใช้จำเป็นที่อยากแวะซื้อไหมครับ”เขื่อนหันมองหญิงสาวที่นั่งเบาะข้างคนขับของรถหรูที่กำลังเคลื่อนตัวออกจากโรงแรม และคำถามของเขาก็ทำให้หนูนารู้สึกเกรงใจอีกครั้ง“เอากระเป๋าไปไว้ที่คอนโดก่อนก็ได้ค่ะ เดี๋ยวหนูนาค่อยออกมาอีกที เกรงใจพี่เขื่อน”“วันนี้พี่ว่างครับ เอาเป็นว่าเราแวะไปซื้อของก่อน แล้วค่อยกลับคอนโด”“ก็ได้ค่ะ”หนูนาเผยรอยยิ้มบางเบาให้หนุ่มรุ่นพี่ คนเขาอุตส่าห์มีน้ำใจ และดูท่าจะเปลี่ยนใจของอีกฝ่ายไม่ได้ เธอจำต้องตอบตกลงเท่านั้นหลายนาทีต่อมา ทั้งสองก้าวลงจากรถหรู เดินเคียงคู่กันผ่านประตูกระจกบานเลื่อนเปิดปิดอัตโนมัติเข้าไปในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ก่อนที่หนุ่มหล่อจะเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นอีกนิดเพื่อให้ถึงจุดจอดรถเข็นก่อนเธอ แล้วเข็นรถเข็นเข้าไปหาหนูนา“ไปซื้อของกันเถอะครับ เรื่องเข็นรถให้เป็นหน้าที่ของผู้ชาย”“เอ่อ เอางั้นก็ได้ค่ะ”มือเล็กจับสินค้าสำหรับใช้สอยในชีวิตประจำวางลงในรถเข็น รวมถึงพวกของกินสำเร็จรูป ก่อนจะพากันไปยังโซนขายรองเท้าสำหรับใส่ในบ้าน เธอยืนนิ่งไปครู่หนึ่งเมื่อมีภาพในอดีตผุดเข้ามาในหัว ก่อนตัดสินใจหยิบออกมาหนึ่งคู่ แล้วเดินไปยังโซนขายชุดผ้าปูที่นอนใบหน้าสวยไล่ส
ช่วงเที่ยงของอีกวัน“เมื่อคืนดื่มกับเพื่อนจนลืมพี่เลยนะครับ”เสียงทุ้มละมุนของหนุ่มหล่อที่กำลังขับรถอยู่เอ่ยถามกับหญิงสาวที่นั่งเบาะข้างกัน หนูนาเผยรอยยิ้มบางเบา ทั้งรู้สึกเมาค้างเล็กน้อย เอ่ยตอบเขาด้วยสีหน้ารู้สึกผิด“ขอโทษนะคะพี่เขื่อน ไม่ได้เจอเพื่อน ๆ นาน เลยดื่มกันจนแทบกลับห้องไม่ไหว พอหัวถึงหมอนก็หลับเป็นตายเลยค่ะ”เมื่อคืนอีกฝ่ายส่งข้อความมาหา บอกว่าจะมารับเธอไปกินข้าว และแวะไปดูคอนโดด้วยเลย ทว่าหนูนาเพิ่งมาเห็นข้อความตอนสิบโมงของวันนี้และคนที่เอ่ยกับเธอก็คือ เขื่อน หนุ่มรุ่นพี่ที่เรียนปริญญาโทด้วยกันที่อังกฤษหนูนาเจอกับเขาในวันที่สายฝนโปรยลงมาในฤดูหนาว เป็นช่วงที่เปิดภาคเรียนได้ไม่ถึงครึ่งเดือน จู่ ๆ อีกฝ่ายก็กางร่มวิ่งเข้ามาหาเธอ และอาสาไปส่งเธอที่หอพัก หลังจากนั้นทั้งสองคนก็เริ่มคุยกันมากขึ้น เริ่มปรึกษาเรื่องเรียน และเรื่องทำงานหลังจากเรียนจบ และที่สนิทกันก็อาจเป็นเพราะเขาเป็นคนไทยคนเดียวที่เรียนปีการศึกษาเดียวกัน หลักสูตรเดียวกันเขื่อนเป็นลูกชายของผู้ถือหุ้นรายใหญ่และประธานกรรมการบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ธารินทร์ จำกัด พอเรียนจบเขาก็กลับมารับตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดก
เวลาผ่านไปหนึ่งปีกว่าชายร่างสูงกำยำสวมใส่เสื้อเคโกกิและกางเกงฮากามะ สองมือกระชับดาบไม้ไผ่เอาไว้มั่น ใบหน้าหล่อปราศจากหน้ากากป้องกัน เผยให้เห็นดวงตาคมกริบจดจ่ออยู่กับการเคลื่อนไหวและทิศทางของดาบไม้ไผ่ที่ฟาดฟันออกไปเป็นจังหวะหนักแน่นขณะนั้นเอง หูของทิศเหนือก็ได้ยินเสียงประตูบานเลื่อนถูกเปิดออก ชายชราในร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาในโรงฝึกด้วยท่วงท่าสง่าผ่าเผย ใบหน้าที่มีริ้วรอยตามกาลเวลายังคงแฝงความดุดันของอดีตหัวหน้าแก๊งยากูซ่า แม้จะวางมือไปแล้ว ทว่าปัจจุบันกลับยังมีอิทธิพลอย่างกว้างขวางในประเทศญี่ปุ่นชายชราสวมชุดฝึกเคนโด หรือการฝึกฟันดาบไม้ไผ่เช่นเดียวกับหลานชาย โดยไม่สวมหน้ากากป้องกัน ผู้เป็นตาไม่ได้เอ่ยทักทาย เพียงก้าวอย่างเงียบเชียบเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า ริมฝีปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ขณะยกดาบไม้ไผ่ขึ้นตั้งตรงทิศเหนือกระตุกยิ้มรับ ยกดาบไม้ไผ่ขึ้นรับการโจมตี ก่อนที่ตาของเขาจะพุ่งเข้าหา ทำให้ดาบไม้ไผ่สองเล่มปะทะกันเสียงดังอย่างต่อเนื่อง แม้ทิศเหนือจะได้เปรียบเรื่องความแข็งแกร่งและรวดเร็ว แต่ชายชรากลับเหนือกว่าด้วยประสบการณ์เพียงไม่นานตาของทิศเหนือที่มีชื่อว่า เก็นยะ ก็สกัดการโจมตีของเขาเอาไว
“พ่อครับ ผมอยากไปอยู่กับคุณตาสักระยะ”ทิศเหนือเอ่ยความต้องการกับผู้เป็นพ่อหลังจากเลิกงานแล้วกลับมาถึงคฤหาสน์ พร้อมกับใช้สายตาวิงวอนเพื่อให้ท่านอนุญาต น้องสาวต่างสายเลือดไปเรียนต่อเมืองนอกหลายเดือนแล้ว แต่เขายังคงจมอยู่กับความรู้สึกผิด ไม่อาจลบเรื่องนี้ออกไปจากใจได้“ถ้าแกไป แล้วใครจะดูแลพีเอ็ม”“ผมจะให้ไอ้สิงห์อยู่ที่นี่ มีมันคอยดูแล พ่อวางใจได้”“ช่วงนี้ข่าวของแกกับหนูเอวาก็หลุดออกมาบ่อย ๆ ท่านพงษ์สิทธิ์ก็มักจะถามทีเล่นทีจริงว่าเมื่อไหร่จะมีข่าวดี”ทิศเหนือถอนหายใจ มันจะมีข่าวดีได้อย่างไร ในเมื่อหัวใจของเขามันยังไม่ได้เปิดรับเอวาเข้ามาเลยด้วยซ้ำนับตั้งแต่หมั้นกัน ความสัมพันธ์ของเขากับเอวาก็ไม่คืบหน้าไปมากกว่าเดิม แต่เธอกลับไม่ใส่ใจต่อความเย็นชาของเขา และมักใช้ประโยชน์จากสื่อหลายต่อหลายครั้ง เพื่อทำให้ข่าวถูกเผยแพร่สู่สายตาของคนทั้งประเทศว่า เขานั้นดูแลเธอดีแค่ไหน“ผมยังไม่อยากแต่ง เลื่อนเวลาออกไปสักสองสามปีไม่ได้เหรอครับ”“ฉันรอได้ แล้วหนูเอวาล่ะ”“ผมจะคุยกับเอวาเอง แต่งงานกันตอนนี้ก็เป็นการฝืนใจกัน เธอคงไม่มีความสุขหรอกครับ”“แล้วแกจะไปนานเท่าไหร่”“ยังไม่มีกำหนด เอาไว้ถ้าสภาพจิตใจ
หนูนายังคงไปทำงานพาร์ตไทม์ที่ร้าน Eve’s Coffee House อย่างตรงเวลา เธอเปิดประตูก้าวเข้าไปในร้านด้วยรอยยิ้มบางเบา เอ่ยทักทายพนักงานที่มีอายุมากกว่าเธอสองปีขึ้นไปหลังจากถอดเสื้อโค้ตเก็บไว้ในล็อกเกอร์ของพนักงาน หญิงสาวก็หยิบผ้ากันเปื้อนสีดำ มีโลโก้ของร้านติดอยู่บริเวณหน้าอกมาคล้องคอ แล้วผูกสายบริเวณเอวไว้ทางด้านหลัง ก่อนจะเดินไปประจำตำแหน่งตรงหลังเคาน์เตอร์หน้าที่ของหนูนาคือรับออเดอร์จากลูกค้า แล้วบันทึกรายการลงในเครื่องคิดเงิน และรับชำระเงิน เมื่อไม่มีลูกค้ารออยู่หน้าเคาน์เตอร์ เธอก็หันไปช่วยเตรียมเครื่องดื่ม หยิบขนมใส่จาน และนำอาหารไปเสิร์ฟให้ตามโต๊ะแม้จะเป็นช่วงเย็น แต่ทว่าลูกค้ายังคงแวะเวียนเข้ามาในร้านอย่างต่อเนื่อง บางคนนั่งจิบกาแฟสลับกับอ่านหนังสือ บางโต๊ะพูดคุยกันระหว่างกินอาหารเย็น ขณะที่ลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่งจะสั่งเครื่องดื่ม เบเกอรี หรืออาหารเพื่อนำกลับบ้านกระทั่งถึงเวลาสองทุ่มครึ่ง ลูกค้าคนสุดท้ายก็เดินออกจากร้าน พนักงานทุกคนก็ช่วยกันทำความสะอาดบริเวณที่ตนเองรับผิดชอบ เสร็จแล้วหนูนาก็ถอดผ้ากันเปื้อนออก ก่อนหยิบเสื้อโค้ตมาสวมใส่เพื่อเตรียมตัวกลับหอพัก“แบ่งกันไปกินเหมือนเดิมนะ
ทิศเหนือปรือดวงตาอย่างงัวเงีย ก่อนจะดันตัวลุกนั่งบนเตียงอย่างเชื่องช้า เหลียวมองไปรอบห้องด้วยสภาพที่ยังไม่ได้สติเต็มร้อย แต่ก็จำได้ว่าเขาอยู่ในห้องนอนของผับเขานั่งทำใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนลุกไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำ แล้วเปิดประตูออกไปข้างนอก พลันเห็นลูกน้องคนสนิทนั่งอยู่บนโซฟาตรงกลางห้องทำงาน แล้วสิงห์ก็เอ่ยถาม“ตื่นแล้วเหรอครับ”มาเฟียหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา หยิบขวดน้ำแร่ธรรมชาติขนาดห้าร้อยมิลลิลิตรที่วางอยู่บนโต๊ะด้านหน้ามาเปิดฝายกขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด เนื่องจากร่างกายมีอาการคอแห้ง พะอืดพะอม และปวดศีรษะตุบ ๆ ก่อนเอ่ยถามลูกน้องคนสนิท“กี่โมงแล้ววะ”“ใกล้จะเที่ยงแล้วครับ”“ทำไมมึงไม่ปลุกกู”มือหนาล้วงกระเป๋ากางเกงของตัวเอง ใบหน้าหล่อเลิ่กลั่กหันซ้ายมองขวาคล้ายกับหาอะไรบางอย่าง สิงห์รู้ทันความคิดของผู้เป็นนาย คิดว่ากำลังหาโทรศัพท์อยู่แน่ ๆ จึงเอ่ยพลางลุกออกจากโซฟา“ผมเข้าไปดูในห้องให้ครับ”สิงห์เข้าไปในห้องนอนก็พบโทรศัพท์เครื่องหรูวางอยู่ข้างหมอน เลยนำออกมายื่นให้กับมาเฟียหนุ่ม“ผมปลุกแล้ว แต่คุณทิศเหนือไม่ตื่น ก็เลยโทรสั่งงานหัวหน้าเก่งเรียบร้อยแล้วครับ อีกอย่างวันนี้ก็ไม่มีประชุมสำคั







