Masukมาถึงคอนโด หนูนาก็นำกระเป๋าสะพายเข้าไปเก็บในห้องนอน แล้วออกมานั่งตรงโซฟาที่มีพี่ชายต่างสายเลือดนั่งอยู่ด้วย หญิงสาวเอื้อมมือหยิบรีโมตที่วางอยู่บนโต๊ะด้านหน้ามาเปิดดูโทรทัศน์ เธอชั่งใจครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยถามอีกฝ่าย“หลายวันมานี้พี่ทิศเหนือหายไปไหนมาเหรอคะ ดูเหมือนว่าเราสองคนจะมีเรื่องให้คุยกันน้อยลง”“งานยุ่งน่ะ ไหนจะต้องดูแลพวกพีเอ็ม ผู้จัดการผับก็มาลาออกอีก พี่ก็เลยไปนอนค้างที่ผับ”คำตอบของเขาทำให้หนูนารู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก คิดว่าหลายวันมานี้อีกฝ่ายกำลังหลบหน้า หรือไม่ก็ไปอยู่กับลูกสาวของท่านพงษ์สิทธิ์แล้วเสียอีกทั้งสองพูดคุยเรื่องทั่วไปกันพักใหญ่ ก่อนจะช่วยกันทำอาหารในครัว เสร็จแล้วก็มานั่งกินสเต๊กเนื้อริบอายกันที่โต๊ะ ดูเหมือนทุกอย่างยังคงปกติ ทว่าหลังจากกินมื้อเย็นอิ่ม แล้วพากันมานั่งที่โซฟา ทิศเหนือก็ได้เอ่ยประโยคหนึ่งขึ้น ทำให้ใบหน้าของหนูนาถอดสีไปทันที“จากนี้พี่จะไม่มาที่นี่อีก”“ทำไมคะ” เธอช้อนดวงตาวูบไหวมองใบหน้านิ่งของทิศเหนือ“มายุติเรื่องของเรากันเถอะ เธอก็รู้อยู่แก่ใจว่าพี่กำลังคบกับเอวา”หนูนาส่ายหน้าด้วยความไม่ยินยอม เธอโพล่งทุกอย่างที่คิดในหัวออกมาเพื่อรั้งเขาเอาไ
“ดูสิ หนูเอวาเหมาะสมกับพี่ชายของลูกมาก”ฉัตรพลหันไปเอ่ยกับลูกสาวบุญธรรมเสียงแผ่วเบาด้วยความโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง คราแรกก็คิดว่าทิศเหนือจะเข้ากับลูกสาวของท่านพงษ์สิทธิ์ไม่ได้แล้วเสียอีก หากแต่คนเป็นพ่อไม่รู้เลยว่า ประโยคเหล่านี้ได้กลายเป็นหนามแหลมปักลงกลางใจของหนูนา ทำให้เธอรู้สึกปวดร้าวก้อนเนื้อในอกข้างซ้าย แต่กลับต้องฝืนปั้นหน้าแสดงความเป็นมิตรกับคนที่กำลังแสดงตัวเป็นแฟนสาวของพี่ชายต่างสายเลือด“หนูเอวามีธุระที่ไหนต่อไหม”“ไม่มีค่ะ” เอวาเอ่ยตอบพ่อของทิศเหนือ“ถ้างั้นอยู่กินข้าวด้วยกันก่อนนะ”“ได้ค่ะคุณลุง”เอวายกยิ้มอ่อนโยน ก่อนเอียงหน้ามองลูกสาวบุญธรรมของฉัตรพล“น้องหนูนาเรียนอยู่ปีไหนแล้วเหรอ มีแพลนจะไปเรียนต่อเมืองนอกไหม ถ้าอยากไปมาปรึกษาพี่ได้นะคะ”“ปีสี่ค่ะ ขอบคุณสำหรับความหวังดีนะคะ แต่หนูนายังไม่ได้คิดเรื่องเรียนต่อ”หนูนายังคงเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ ตลอดหนึ่งชั่วโมงกว่าเธอทำได้แค่อดทน เฝ้ามองชายที่เธอรักอยู่ใกล้ชิดกับหญิงอื่น อาหารมื้อเย็นที่แม่บ้านนำมาวางเรียงรายบนโต๊ะมีแต่ของโปรดของเธอทั้งนั้น ทว่าไม่อาจทำให้เธอเจริญอาหารได้เหมือนทุกครั้งนั่งกินได้สักพักเธอก็วางช้อนส้อมลงบนจาน
ช่วงดึกของวันศุกร์หลังจากมั่นใจว่าผู้เป็นพ่อเข้านอนแล้ว ทิศเหนือก็ย่องเข้าห้องนอนของน้องสาวต่างสายเลือดด้วยความเคยชิน เขาแทรกตัวเข้าไปอยู่ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกับหนูนา สอดแขนเข้าไปใต้ลำคอระหง กระชับอ้อมแขนให้คนตัวเล็กหันมากอดกันตลอดหลายวันมานี้ หนูนาจมอยู่กับความสับสนและหวาดกลัว ทว่าเขาไม่แม้แต่จะแวะไปให้เธอเห็นหน้าแม้แต่นาทีเดียว ข่าวลือที่หลุดออกมาก็ไม่มีคำอธิบาย นั่นแปลว่าเขาไม่อยากให้เธอเอ่ยถึง หญิงสาวจึงเริ่มบทสนทนาด้วยเรื่องอื่น“ช่วงนี้พี่ทิศเหนืองานยุ่งมากเหรอคะ ขนาดหนูนากลับมานอนที่บ้าน พี่ก็ยังไม่มากินข้าวด้วยกัน”“อืม คงเป็นแบบนี้อีกนานกว่าทุกอย่างจะลงตัว”“ต่อจากนี้พี่คงไม่มีเวลามารับมาส่งหนูนาไปเรียน และไปหาที่คอนโดเหมือนเมื่อก่อนแล้วใช่ไหมคะ”“ก็คงประมาณนั้น เธอน่าจะชินกับการอยู่คนเดียวได้แล้วนะ ยังไงสุดสัปดาห์ก็ได้กลับมาเจอพี่ที่บ้านอยู่ดี”“แล้วถ้าหนูนาบอกว่าไม่ชิน พี่ทิศเหนือจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหมคะ”“จะชินหรือไม่ เธอก็ต้องอยู่ให้ได้ แค่เรื่องงานพี่ก็เหนื่อยพอแล้ว ไม่อยากกลับมาถึงบ้านแล้วต้องมาปวดหัวกับเรื่องไม่เป็นเรื่องอีก”น้ำเสียงเย็นชาของอีกฝ่าย ทำให้หัวใจดว
หลังเลิกงานทิศเหนือได้สั่งให้ลูกน้องคนสนิทแวะไปรับเอวาที่คอนโด จากนั้นก็พาเธอไปยังห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งขณะที่เอวาเดินเลือกเสื้อผ้า เสียงทุ้มของมาเฟียหนุ่มก็ดังขึ้นด้วยโทนเสียงแผ่วเบาที่ได้ยินกันแค่สองคน“ข่าวที่หลุดออกไป ฝีมือคุณใช่ไหม”“ข่าวอะไรเหรอคะ”มือของเธอยังคงวุ่นอยู่กับการเลือกชุดบนราวแขน ขณะถามกลับก็ไม่ได้เหลียวใบหน้ามองทิศเหนือ“งานเลี้ยงต้อนรับไม่อนุญาตให้นักข่าวเข้าไปในงาน ไหนจะภาพที่ผมไปส่งคุณที่คอนโดเมื่อวานอีก ถ้าไม่ใช่ฝีมือคุณแล้วจะเป็นฝีมือใคร”“สมัยนี้พวกปาปารัสซีเยอะจะตายไปค่ะ ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นแขกในงาน หรือคนที่พักอาศัยอยู่ในคอนโดเดียวกับเอวาก็ได้ แค่รูปถ่ายไม่กี่รูป อาจจะทำให้คนพวกนั้นมีกินไปอีกหลายวัน”“คนพวกนั้นดูเหมือนขัดสนเรื่องเงินเหรอ?”คิ้วเข้มของมาเฟียหนุ่มขมวดเข้าหากันเป็นปมให้กับคนที่ยังทำทีไม่สนใจประโยคคำถามของเขา ในเมื่อเอวาทำเหมือนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เขาจึงไม่สืบสาวราวเรื่องต่อ“นั่งรอก่อนนะคะ เอวาจะเข้าไปลองชุด”หลังจากเอวาเลือกเสื้อผ้าได้สี่ห้าชุด ทิศเหนือก็เดินตามเธอเข้าไปหย่อนก้นลงนั่งบนโซฟา ส่วนเธอก็เข้าไปในห้องลองชุด ไม่นานก็ออกมาปรากฏตัวอยู
วันต่อมา“ยัยนา แกเห็นข่าวนี้รึยัง”มาเบลกำลังเลื่อนหน้าจอดูอะไรเรื่อยเปื่อยในแอปพลิเคชันสีฟ้า ทว่าข่าวบันเทิงเจ้าหนึ่งได้ลงข่าวที่เห็นแล้วยังน่าตกใจ รีบเลื่อนมือถือไปให้หนูนาดูครีมที่นั่งด้วยกันก็ชะเง้อมองหน้าจออย่างสนใจ พลางส่งเสียงอย่างไม่เชื่อกับภาพที่เห็น“นี่มัน?”หนูนาคว้าโทรศัพท์ของเพื่อนสนิทมาถือเอาไว้เอง แล้วกดเข้าไปอ่านข่าวดังกล่าว หัวข้อระบุว่า ‘ลูกสาวท่านรัฐมนตรีกระทรวงหนึ่ง ชื่อย่อ อ.ว. ควงหนุ่มหล่อขึ้นคอนโดหรู’เธอไล่สายตาวูบไหวอ่านทุกข้อความตั้งแต่บรรทัดแรกจนบรรทัดสุดท้าย พร้อมกับรูปหลักฐานว่าทั้งสองคนนั่งดินเนอร์ด้วยกันสองต่อสองในร้านอาหาร ก่อนจะเดินควงแขนกันเข้าไปในคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองหลวงของประเทศไทย และหนุ่มหล่อในข่าวก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นพี่ชายต่างสายเลือดของเธอนั่นเองก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายของหนูนาสั่นไหวรุนแรง รู้สึกจุกตรงกลางอก ดวงตาทั้งสองข้างร้อนผ่าว แต่ก็ต้องข่มน้ำสีใสไม่ให้เอ่อคลอออกมาต่อหน้าเพื่อน นึกถึงตอนโทรหาพี่ชายต่างสายเลือดช่วงเย็นของเมื่อวาน ทว่าอีกฝ่ายบอกว่าติดงาน หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้ติดต่อเธอทั้งคืน แล้วข่าวที่เห็นมันหมายความว่าอย่างไร งาน
หลายวันต่อมาเอวาพลิกหน้ากระดาษของเล่มรายการอาหาร ก่อนช้อนดวงตาคู่สวยมองใบหน้าของหนุ่มหล่อที่นั่งตรงข้าม ซึ่งทั้งสองคนกำลังนั่งอยู่ที่ร้านอาหารในโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง“พี่ทิศเหนืออยากกินอะไรคะ”“ผมกินได้ทุกอย่าง คุณอยากสั่งอะไรก็สั่งมาได้เลย”หญิงสาวถอนหายใจแผ่วเบากับความขายหน้า ถามอะไรไปก็เหมือนไม่ได้คำตอบ เธอส่งคืนเล่มรายการอาหารให้กับพนักงาน ก่อนเอ่ย“เอาเซตบีสองที่ แล้วก็เพิ่มไวน์แดงอีกหนึ่งขวด”“คุณลูกค้ารออาหารสักครู่นะคะ” พนักงานหญิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ ก่อนเดินออกไป“นึกยังไงถึงชวนเอวามาที่ร้านนี้คะ”“พ่อบอกให้ชวนคุณมากินข้าว จะได้ทำความรู้จักกันเร็วขึ้น”“ถ้าคุณลุงไม่บอกให้ทำแบบนี้ พี่ก็จะไม่ติดต่อเอวาเลยว่างั้น ในเมื่อพี่ตอบรับศึกษาดูใจกับเอวาแล้ว ยังไงเราสองคนก็ต้องเจอหน้ากันอยู่ดี”“ผมทราบ แต่ผมต้องทำงาน ไม่ได้มีเวลาว่างมาเอาใจใคร”“ไม่แปลกใจเลยว่าที่ผ่านมาทำไมพี่ถึงคบใครไม่ได้”ทิศเหนือตวัดสายตาคมนิ่งจ้องหน้าคนที่นั่งตรงข้าม พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเพื่อหยั่งเชิง“รู้ว่าผมเป็นแบบนี้ คุณยังอยากคบกับผมอยู่ไหม”“คิดว่าคำพูดของพี่แค่ไม่กี่คำจะทำให้เอวาถอดใจง่าย ๆ เหรอคะ” ใบ







