LOGINหลังเลิกงานทิศเหนือได้สั่งให้ลูกน้องคนสนิทแวะไปรับเอวาที่คอนโด จากนั้นก็พาเธอไปยังห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งขณะที่เอวาเดินเลือกเสื้อผ้า เสียงทุ้มของมาเฟียหนุ่มก็ดังขึ้นด้วยโทนเสียงแผ่วเบาที่ได้ยินกันแค่สองคน“ข่าวที่หลุดออกไป ฝีมือคุณใช่ไหม”“ข่าวอะไรเหรอคะ”มือของเธอยังคงวุ่นอยู่กับการเลือกชุดบนราวแขน ขณะถามกลับก็ไม่ได้เหลียวใบหน้ามองทิศเหนือ“งานเลี้ยงต้อนรับไม่อนุญาตให้นักข่าวเข้าไปในงาน ไหนจะภาพที่ผมไปส่งคุณที่คอนโดเมื่อวานอีก ถ้าไม่ใช่ฝีมือคุณแล้วจะเป็นฝีมือใคร”“สมัยนี้พวกปาปารัสซีเยอะจะตายไปค่ะ ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นแขกในงาน หรือคนที่พักอาศัยอยู่ในคอนโดเดียวกับเอวาก็ได้ แค่รูปถ่ายไม่กี่รูป อาจจะทำให้คนพวกนั้นมีกินไปอีกหลายวัน”“คนพวกนั้นดูเหมือนขัดสนเรื่องเงินเหรอ?”คิ้วเข้มของมาเฟียหนุ่มขมวดเข้าหากันเป็นปมให้กับคนที่ยังทำทีไม่สนใจประโยคคำถามของเขา ในเมื่อเอวาทำเหมือนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เขาจึงไม่สืบสาวราวเรื่องต่อ“นั่งรอก่อนนะคะ เอวาจะเข้าไปลองชุด”หลังจากเอวาเลือกเสื้อผ้าได้สี่ห้าชุด ทิศเหนือก็เดินตามเธอเข้าไปหย่อนก้นลงนั่งบนโซฟา ส่วนเธอก็เข้าไปในห้องลองชุด ไม่นานก็ออกมาปรากฏตัวอยู
วันต่อมา“ยัยนา แกเห็นข่าวนี้รึยัง”มาเบลกำลังเลื่อนหน้าจอดูอะไรเรื่อยเปื่อยในแอปพลิเคชันสีฟ้า ทว่าข่าวบันเทิงเจ้าหนึ่งได้ลงข่าวที่เห็นแล้วยังน่าตกใจ รีบเลื่อนมือถือไปให้หนูนาดูครีมที่นั่งด้วยกันก็ชะเง้อมองหน้าจออย่างสนใจ พลางส่งเสียงอย่างไม่เชื่อกับภาพที่เห็น“นี่มัน?”หนูนาคว้าโทรศัพท์ของเพื่อนสนิทมาถือเอาไว้เอง แล้วกดเข้าไปอ่านข่าวดังกล่าว หัวข้อระบุว่า ‘ลูกสาวท่านรัฐมนตรีกระทรวงหนึ่ง ชื่อย่อ อ.ว. ควงหนุ่มหล่อขึ้นคอนโดหรู’เธอไล่สายตาวูบไหวอ่านทุกข้อความตั้งแต่บรรทัดแรกจนบรรทัดสุดท้าย พร้อมกับรูปหลักฐานว่าทั้งสองคนนั่งดินเนอร์ด้วยกันสองต่อสองในร้านอาหาร ก่อนจะเดินควงแขนกันเข้าไปในคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองหลวงของประเทศไทย และหนุ่มหล่อในข่าวก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นพี่ชายต่างสายเลือดของเธอนั่นเองก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายของหนูนาสั่นไหวรุนแรง รู้สึกจุกตรงกลางอก ดวงตาทั้งสองข้างร้อนผ่าว แต่ก็ต้องข่มน้ำสีใสไม่ให้เอ่อคลอออกมาต่อหน้าเพื่อน นึกถึงตอนโทรหาพี่ชายต่างสายเลือดช่วงเย็นของเมื่อวาน ทว่าอีกฝ่ายบอกว่าติดงาน หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้ติดต่อเธอทั้งคืน แล้วข่าวที่เห็นมันหมายความว่าอย่างไร งาน
หลายวันต่อมาเอวาพลิกหน้ากระดาษของเล่มรายการอาหาร ก่อนช้อนดวงตาคู่สวยมองใบหน้าของหนุ่มหล่อที่นั่งตรงข้าม ซึ่งทั้งสองคนกำลังนั่งอยู่ที่ร้านอาหารในโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง“พี่ทิศเหนืออยากกินอะไรคะ”“ผมกินได้ทุกอย่าง คุณอยากสั่งอะไรก็สั่งมาได้เลย”หญิงสาวถอนหายใจแผ่วเบากับความขายหน้า ถามอะไรไปก็เหมือนไม่ได้คำตอบ เธอส่งคืนเล่มรายการอาหารให้กับพนักงาน ก่อนเอ่ย“เอาเซตบีสองที่ แล้วก็เพิ่มไวน์แดงอีกหนึ่งขวด”“คุณลูกค้ารออาหารสักครู่นะคะ” พนักงานหญิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ ก่อนเดินออกไป“นึกยังไงถึงชวนเอวามาที่ร้านนี้คะ”“พ่อบอกให้ชวนคุณมากินข้าว จะได้ทำความรู้จักกันเร็วขึ้น”“ถ้าคุณลุงไม่บอกให้ทำแบบนี้ พี่ก็จะไม่ติดต่อเอวาเลยว่างั้น ในเมื่อพี่ตอบรับศึกษาดูใจกับเอวาแล้ว ยังไงเราสองคนก็ต้องเจอหน้ากันอยู่ดี”“ผมทราบ แต่ผมต้องทำงาน ไม่ได้มีเวลาว่างมาเอาใจใคร”“ไม่แปลกใจเลยว่าที่ผ่านมาทำไมพี่ถึงคบใครไม่ได้”ทิศเหนือตวัดสายตาคมนิ่งจ้องหน้าคนที่นั่งตรงข้าม พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเพื่อหยั่งเชิง“รู้ว่าผมเป็นแบบนี้ คุณยังอยากคบกับผมอยู่ไหม”“คิดว่าคำพูดของพี่แค่ไม่กี่คำจะทำให้เอวาถอดใจง่าย ๆ เหรอคะ” ใบ
คำชมของเอวาไม่มีผลต่อหัวใจที่แข็งกระด้างของทิศเหนือ เขาไม่หลุดแสดงอาการใด ๆ ออกมาทั้งนั้น เธอจึงเปลี่ยนไปถามถึงเรื่องความสัมพันธ์ที่กำลังจะพัฒนาขึ้นไปอีกขั้นแทน“พี่ทิศเหนือคิดยังไงกับเรื่องที่ผู้ใหญ่อยากให้เราคบกัน”“ผู้ใหญ่! หรือว่ามันเป็นความต้องการของคุณกันแน่”มาเฟียหนุ่มยกยิ้มมุมปาก เบี่ยงสายตาคมนิ่งมองใบหน้าคนที่กำลังเต้นรำด้วยกัน พลันทำให้คนตั้งคำถามเสียความมั่นใจไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมา“พี่ยังตรงไปตรงมาเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะคะ ถึงขนาดไม่รักษาน้ำใจของเอวาเลย”“แค่ผมยอมมางานนี้ และเต้นรำกับคุณก็ถือว่ารักษาน้ำใจมากแล้ว”“สรุปว่าพี่ไม่เห็นด้วย”มาเฟียหนุ่มพลันนึกถึงคำพูดของผู้เป็นพ่อ อำนาจในมือพ่อของเอวาเอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจของครอบครัวเขา ก่อนเอ่ยตอบ“ก็ไม่เชิง”เอวายกยิ้มเหมือนหญิงสาวไร้เดียงสา ทว่าแววตากลับร้ายลึก ซ่อนแผนการต่าง ๆ ไว้ในใจ“เราสองคนต่างก็รู้จักธาตุแท้ของกันหมดแล้ว พี่ก็รู้ว่าเอวาเป็นคนชอบเอาชนะ ทางที่ดีพี่ควรทำตามที่ผู้ใหญ่ต้องการ มาคบหาดูใจกับเอวาดีกว่านะคะ คนรอบข้างจะได้ไม่เดือดร้อนไปด้วย ไม่ว่าตอนนี้พี่ทิศเหนือกำลังพัวพันอยู่กับใคร เอวาขอเตือนว่
ทิศเหนือเบี่ยงสายตาหลบการจ้องมองของหญิงสาวในชุดราตรีเกาะอก ทว่ากลับหันไปพบกับสายตาคมของบิดาที่กำลังส่งซิกให้เขาทำตามที่เธอต้องการ มาเฟียหนุ่มจึงก้าวเข้าไปยืนซ้อนทางด้านหลังของเอวา ถอดสร้อยเส้นเดิมของเธอออก หยิบสร้อยเส้นใหม่จากกล่องกำมะหยี่ไปสวมให้เธอแทน แล้วกลับมายืนข้างกายผู้เป็นพ่อดังเดิม“สวยไหมคะ” เอวาหันไปถามความเห็นของผู้เป็นพ่อ“อืม สวยมาก ลูกสาวของพ่อใส่อะไรก็ดูดีไปหมด”“คุณพ่ออะ พูดแบบนี้เอวาก็เขินแย่สิคะ”“จะเขินทำไม คนกันเองทั้งนั้น”ท่านพงษ์สิทธิ์พูดหยอกลูกสาว ก่อนหันมองฉัตรพลสลับกับลูกชายของอีกฝ่าย แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง“ขอบใจทั้งสองคนมากนะ มา ๆ ถ่ายรูปด้วยกัน” ฉัตรพลและทิศเหนือตอบรับคำเชิญด้วยการก้าวเข้าไปยืนขนาบข้างซ้ายของเอวาและข้างขวาพ่อของเธอเพื่อถ่ายรูปร่วมกัน“เดี๋ยวเชิญคุณลุงกับพี่ทิศเหนือไปนั่งที่โต๊ะก่อนนะคะ ถ้าเอวากับคุณพ่อรับแขกตรงนี้เสร็จแล้วจะเข้าไปนั่งด้วยค่ะ”หญิงสาวผายมือไปยังโต๊ะวีไอพี ซึ่งถูกจัดไว้บริเวณด้านหน้าสุดใกล้กับเวที ทิศเหนือและพ่อของเขาจึงพากันไปนั่งที่โต๊ะดังกล่าวสายตาคมของมาเฟียหนุ่มกวาดมองไปยังด้านหนึ่งของห้องจัดเลี้ยง ซึ่งเป็นโซน
“ถ้าแกไม่ติดขัดอะไรก็ลอง ๆ คบกันดูก่อน อีกอย่างงานของเรายังไงก็ต้องได้พึ่งใบบุญของท่านพงษ์สิทธิ์ หากแกกับหนูเอวาแต่งงานกันได้จริง ๆ ยังไงพวกเราก็ไม่ได้เป็นฝ่ายเสียเปรียบ”“ถ้าแต่งไม่ได้ล่ะครับ”“แต่ไม่ได้ก็จบกันด้วยดีสิ เรื่องแบบนี้ยังต้องให้ฉันสอนแกอีกเหรอ”“แล้วพ่อไม่คิดเหรอว่า ถ้าผมกับเอวาจบลงด้วยการแยกย้ายกันไปคนละทาง มันจะทำให้ความสัมพันธ์ของพ่อกับท่านพงษ์สิทธิ์แย่ลงไปด้วย”“เรื่องนั้นแกไม่ต้องเป็นห่วง ท่านพงษ์สิทธิ์มีเหตุผลมากพอที่จะแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว คงไม่กระทบกับธุรกิจของเราหรอก ในเมื่อเด็กมันเข้ากันไม่ได้ จะบังคับฝืนใจให้อยู่ด้วยกันไปทำไม ท่านพงษ์สิทธิ์รักลูกสาวคนนี้มาก คงไม่ปล่อยให้หนูเอวาทนอยู่กับคนที่ไม่ได้รักหรอก แต่ถ้าเป็นไปได้ก็อย่าให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ฉันก็ยังอยากเห็นลูกชายเป็นฝั่งเป็นฝากับเขาเสียที”“พ่อคำนวณผลได้เสียขนาดนี้แล้ว ผมยังจะมีข้ออ้างอะไรได้อีก”ทิศเหนือเอ่ยอย่างขอไปที แม้จะไม่เห็นด้วย แต่ครั้งนี้เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธ“งั้นก็เอาตามนี้นะ”“แค่ลองคบนะครับ แต่ผมไม่รับปากว่าจะรักผู้หญิงคนนั้นได้ไหม”“อืม แค่ลองคบ แต่จำเอาไว้ว่าจะทำอะไรก็ต้องคำนึงถึ







