LOGINวันนี้ปุณณภพเดินทางมาถึงที่ทำงานแต่เช้า แต่ก็ยังสายกว่าผู้เป็นบิดาอยู่เล็กน้อย เขาเร่งฝีเท้าไปยังห้องประชุม แต่กลับพบว่าประตูห้องยังคงปิดสนิท บรรยากาศเงียบสงัดผิดปกติ ปุณณภพมองซ้ายมองขวา ก่อนจะเห็นลลิตา เลขาฯ สาวสวยเดินออกมาจากห้องทำงานของบิดา เขากำลังจะเดินเข้าไปเพื่อสอบถามเธอ แต่ว่าเลขาฯ สาวก็เอ่ยขึ้นเสียก่อน
“คุณภพ!! ท่านประธานกำลังรออยู่ในห้องค่ะ” เสียงหวานของลลิตาดังขึ้น ทำให้ปุณณภพหันไปมองเธอด้วยความสงสัย
“คุณพ่อรอผมอยู่เหรอ” ปุณณภพถามด้วยความไม่แน่ใจ
“ใช่ค่ะ ท่านประธานรอคุณภพอยู่ที่ห้องทำงานค่ะ” ลลิตาตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
ปุณณภพพยักหน้ารับทราบ ก่อนจะรีบเดินตรงไปยังห้องทำงานของบิดา ด้วยความรู้สึกตื่นเต้นและกังวลปนเปกัน เมื่อมาถึงหน้าห้องทำงาน ปุณณภพเคาะประตูเบาๆ แม้จะสนิทกับผู้เป็นบิดาแค่ไหน แต่เขาก็ยึดถือระเบียบและมารยาทในที่ทำงานมาโดยตลอด ปุณณภพยืนรอเสียงตอบรับจากภายใน ก่อนจะเปิดประตูเข้าไป
ภายในห้องทำงานของท่านประธานใหญ่ถูกตกแต่งอย่างหรูหรากว้างขวาง แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ เผยให้เห็นทิวทัศน์ของเมืองเบื้องล่าง พื้นห้องปูด้วยหินอ่อนสะท้อนแสงไฟระยิบระยับจากโคมไฟระย้าคริสตัลที่ห้อยระย้าอยู่กลางห้อง
โต๊ะทำงานหินอ่อนขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง บนโต๊ะมีเอกสารวางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ตรงหน้ามีแก้วกาแฟทรงสวยวางอยู่ บนผนังห้องมีภาพวาดสีน้ำมันขนาดใหญ่ มีเก้าอี้หนังสีน้ำตาลเข้มสองตัววางอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงาน บรรยากาศในห้องทำงานเงียบสงบและเป็นส่วนตัว บนเก้าอี้หนังสีน้ำตาลตัวหนึ่งมีชายวัยกลางคนนั่งอยู่ เขาสวมสูทสีดำกำลังนั่งคุยกับผู้เป็นบิดาของเขาอย่างออกรส ก่อนจะหันหลังมามองปุณณภพที่กำลังก้าวเข้ามา
“สวัสดีครับคุณลุง!!!” ปุณณภพทักทายชายสูงวัยคนนั้นด้วยความเคารพ
“สวัสดี โอ้!!..นี่เพิ่งกลับมาจากเมืองนอกใช่มั้ย” คุณชลธีร์ตอบรับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“นั่งสิเจ้าภพ” คุณรังสิมันต์รีบบอกบุตรชายที่ยืนเก้ๆ กังๆ อยู่
ปุณณภพเดินไปนั่งลงข้าง ๆ คุณชลธีร์ ตรงหน้าบิดาของเขา คุณธีร์มองชายหนุ่มด้วยสายตาที่เป็นมิตร
“เผลอแป๊บๆ ลูกชายโตเร็วเหมือนกันนะครับคุณเอก” คุณธีร์เอ่ยขึ้นและหันหน้าไปทางผู้เป็นบิดาของเขา “ลุงดีใจนะที่คุณภพตัดสินใจมาทำงานกับบริษัทคุณพ่อ ไม่หลงระเริงอยู่เมืองนอกเหมือนลูกผู้บริหารคนอื่น ๆ เค้า”
ปุณณภพรู้สึกอบอุ่นใจกับคำพูดของชลธีร์
“ผมได้วางตัวเจ้าภพไว้ตั้งแต่ให้ไปเรียนที่นู่นแล้วครับคุณธีร์” รังสิมันต์กล่าว
“ยังไงก็อย่าทำให้คุณพ่อผิดหวังนะครับ คุณภพ” คุณชลธีร์หันมาบอกกับปุณณภพ
“ผมจะไม่ทำให้คุณพ่อผิดหวังแน่นอนครับ คุณลุง” ปุณณภพตอบ
ชลธีร์ยิ้มให้ก่อนจะพูดต่อไป “ลุงเห็นความตั้งใจของคุณภพแบบนี้ก็อุ่นใจ”
“มีอะไรก็ตักเตือนเจ้าภพมันได้เลยนะครับคุณธีร์ ไม่ต้องเกรงใจผม” คุณรังสิมันต์รีบบอก
“เด็กสมัยนี้ไม่ต้องห่วงเค้าหรอกครับ ยิ่งคุณภพที่จบมาหมาดๆ มีความสามารถและความตั้งใจดีอย่างนี้ ผมเชื่อว่าคุณภพจะเป็นกำลังสำคัญให้กับบริษัทของเราได้ครับคุณเอก” ชลธีร์กล่าว
ปุณณภพรู้สึกซาบซึ้งใจกับคำพูดของชลธีร์ เขาตั้งใจว่าจะทำงานให้เต็มที่ เพื่อไม่ให้บิดาผิดหวัง
“ขอบคุณครับคุณลุง” ปุณณภพกล่าวด้วยความซาบซึ้ง
“เอ่อ..งั้นลุงไปก่อนนะ แล้วเจอกันที่ห้องประชุมล่ะ” ชลธีร์ลุกขึ้นแล้วตบไหล่ปุณณภพเบาๆ
ปุณณภพรู้สึกตื่นเต้นกับอนาคตที่รออยู่ เขาตั้งใจว่าจะทำงานอย่างหนัก เพื่อบรรลุเป้าหมายของบริษัท และทำให้บิดาภูมิใจ
“วันนี้พ่อจะเปิดตัวแก ในตำแหน่งซีอีโอคนใหม่ของบริษัท แกพร้อมมั้ย” รังสิมันต์รีรบบอกบุตรชายก่อนจะยิ้มขึ้นทึ่มุมปาก
“พร้อมครับคุณพ่อ แต่ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะทำได้ดีแค่ไหน” ปุณณภพตอบ เขารู้สึกประหม่าเล็กน้อย แต่ก็มีความมุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ตัวเอง
“ดีมาก” เขามองบุตรชายด้วยความชื่นชม
“เอ่อ..คุณพ่อครับแล้วเรื่องโครงการที่คุณพ่อจะให้ คนมาช่วยผม คุณพ่อมีใครหรือยังครับ” ปุณณภพถามด้วยความสงสัย
“มีสิ ก็ลูกของคุณลุงชลธีร์คนเมื่อกี้ยังไงล่ะ” คุณรังสิมันต์ตอบและพลางยิ้มกว้างให้บุตรชายราวกับกำลังประกาศข่าวดี
สิ้นเสียงคุณรังสิมันต์ก็เดินนำหน้าบุตรชายออกจากห้องทำงาน ก่อนเปิดเข้าไปคุณรังสิมันต์ก็หันมาโอบไหล่ลูกชายเพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“ไม่ต้องห่วงหรอก พ่อเชื่อมั่นในตัวแก” คุณรังสิมันต์ตบไหล่บุตรชายเบาๆ ก่อนจะพาปุณณภพเดินเข้าไปในห้องประชุม เขาพบว่าทุกคนกำลังนั่งรอเขาอยู่ บรรยากาศในห้องประชุมเงียบสงัด ราวกับห้องสมุด
“วันนี้จะเป็นวันแรกที่แกได้แสดงศักยภาพให้ทุกคนเห็น” เขาแอบกระซิบลูกชายที่นั่งลงข้าง ๆ
ปุณณภพพยักหน้าอย่างมั่นใจ ก่อนจะนั่งลงตามบิดา ภายในห้องประชุมเต็มไปด้วยผู้บริหารและพนักงานระดับสูงของบริษัท ทุกสายตาจับจ้องมาที่เขา ทำให้ปุณณภพรู้สึกประหม่าเล็กน้อย
คุณรังสิมันต์ประธานใหญ่นั่งหัวโต๊ะ เมื่อทุกคนเข้ามาพร้อมแล้วเขาจึงกล่าวเปิดการประชุม
“วันนี้ผมมีเรื่องสำคัญที่จะแจ้งให้ทุกท่านทราบ ผมขอแนะนำซีอีโอคนใหม่ของบริษัทของเรา คุณปุณณภพ อดิศวร” ปุณณภพรีบลุกขึ้นและโค้งศีรษะเล็กน้อยให้ผู้บริหารทุกคนได้เห็น
ทันใดนั้นหญิงสาวคนหนึ่งในห้องประชุมเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความตกใจ “นาย!!!...”
ปุณณภพเหลือบไปเห็นร่างบางของใครบางคน ที่นั่งอยู่ติดกับคุณชลธีร์ เธอจ้องมองเขาด้วยสายตาแปลก ๆ ราวกับกำลังพยายามถอดรหัสลับ หรือไม่ก็กำลังสงสัยว่าเขาเป็นมนุษย์ต่างดาวที่ปลอมตัวมา
เสียงปรบมือดังกระหึ่มในห้องประชุม ราวกับเสียงพายุฝน ปุณณภพกล่าวขอบคุณบอร์ดบริหารทุกคนที่ให้การต้อนรับเขาเป็นอย่างดี ก่อนจะเอ่ยให้คำมั่นสัญญาว่า ตัวเขาจะทำงานอย่างเต็มที่เพื่อพัฒนาบริษัทให้เติบโตยิ่ง ๆ ขึ้นไป ราวกับกล่าวสุนทรพจน์
ปุณณภพสังเกตเห็นประกายความสงสัยในดวงตาคู่สวยของเธอ เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกจับได้ว่าแอบกินขนมในห้องเรียน แต่แทนที่จะรู้สึกผิด แต่เขากลับรู้สึกสนุกขึ้นมาเสียอย่างนั้น
มธุสรกวาดสายตามองปุณณภพที่กำลังยืนแนะนำตัวในห้องประชุมด้วยท่าทางสง่าผ่าเผย ชายหนุ่มในชุดสูทสีเทาเข้มตัดเย็บอย่างดี ผมเผ้าที่ถูกตัดสั้นอย่างเรียบร้อย ใบหน้าเกลี้ยงเกลาที่ไร้หนวดเครา ทำให้เขาดูสะอาดสะอ้านและดูดีกว่าเมื่อวานอย่างเห็นได้ชัด มธุสรยอมรับว่าเธอแอบชื่นชมในใจ ชายหนุ่มคนนี้ช่างแตกต่างจากชายหนุ่มมาดกวนที่เธอเจอเมื่อวานราวฟ้ากับดิน และแน่นอนยังไงเขาก็ต้องเป็นคน ๆ เดียวกันอยู่วันยังค่ำ
ปุณณภพตัดสินใจส่งยิ้มเจ้าเล่ห์กลับไปให้เธอ ราวกับกำลังบอกว่า ผมเนี่ยแหละคนที่มีเรื่องกับคุณเมื่อวานนี้!
มธุสรเบิกตากว้างเล็กน้อย ราวกับกำลังตกใจที่เห็นกระรอกพูดได้ เธอกระแอมเล็กน้อย ก่อนจะเบนสายตาไปทางอื่น ราวกับกำลังพยายามทำเป็นไม่สนใจเขา
ปุณณภพหัวเราะในใจ เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเล่นเกมแมวจับหนู และเขาก็เป็นแมวที่มั่นใจว่าจะจับหนูได้แน่นอน
ปุณณภพรู้ว่ามธุสรไม่ชอบและเธอก็กำลังพยายามที่จะไม่สนใจเขา
แต่เขากำลังทำให้เธอรู้สึกปั่นป่วน และในที่ประชุมบิดาของเขาก็ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า เขากับมธุสรจะต้องร่วมงานกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ปุณณภพรู้สึกสนุกกับเกมนี้ เขาชอบที่จะเห็นมธุสรทำตัวไม่ถูก เขาชอบที่จะเห็นเธอพยายามที่จะควบคุมตัวเอง แต่ก็ทำไม่ได้
สิ่งที่ทำให้มธุสรตกใจยิ่งกว่าคือการที่เธอรู้ว่าปุณณภพเป็นลูกชายของคุณรังสิมันต์ ประธานบริษัทที่เธอทำงานอยู่ เธอไม่เคยคิดเลยว่าชายหนุ่มที่เธอขับรถชนเมื่อวานจะกลายเป็นลูกชายของเจ้านายเธอไปได้
‘นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน เป็นไม่ได้’ มธุสรคิดในใจ เธอรู้สึกสับสนและงุนงง เธอไม่เข้าใจว่าทำไมโชคชะตาถึงเล่นตลกกับเธอแบบนี้
มธุสรจ้องมองปุณณภพด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เธอรู้สึกประหลาดใจกับความสามารถในการพูดของเขา เขาพูดจาฉะฉานและมีเสน่ห์ดึงดูดใจผู้ฟัง มธุสรยอมรับว่าเธอเริ่มรู้สึกสนใจชายหนุ่มคนนี้มาก ซึ่งเมื่อวานเธอก็ดูถูกเขาไว้เยอะ
เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหวอีกครั้ง เมื่อปุณณภพกล่าวจบและเอ่ยขอบคุณผู้บริหารทุกคนที่ให้โอกาสเขา ก่อนจะนั่งลงด้วยท่าทางสง่างาม แววตาคมกริบฉายแววความมุ่งมั่น
ตอนที่ 39 ตอนจบณ ห้องทำงานส่วนตัวของปุณณภพ บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด ชายหนุ่มนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ดวงตาคมกริบจ้องมองภาพถ่ายในมือถือตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย เขาทั้งโกรธทั้งเสียใจและสับสนก่อนจะโทรหานักสืบเอกชนคนที่ส่งรูปถ่ายพวกนั้นมาให้เขา“นี่คือภาพถ่ายที่ภรรยาคุณไปพบนายมิกซ์แล้วพากันเข้าโรงแรมม่านรูดครับ” นักสืบเอกชนกล่าวเสียงเรียบ“คุณเห็นภรรยาผมตอนไหน” ปุณณภพถามเสียงสั่นเครือ“เมื่อช่วงเย็นนี้เองครับ”“ผมได้สืบประวัติของนายมิกซ์เพิ่มเติมแล้วครับ” นักสืบกล่าวต่อ“ตอนนี้นายมิกซ์ติดหนี้การพนันและก็กำลังจะหนีออกนอกประเทศ เขาเดินทางไปที่สนามบินพร้อมกับชายสองคน ซึ่งผมเดาว่าน่าจะเป็นเจ้าหนี้ของเขาครับ” นักสืบอธิบายให้ปุณณภพฟัง“ผมแทบไม่เชื่อเลยว่าภรรยาจะทรยศผมแบบนี้” ปุณณภพกล่าวด้วยน้ำเสียงแห่งความสิ้นหวังเขาแทบไม่อยากจะเชื่อ แต่ภาพถ่ายและวิดีโอที่ส่งมาก็เป็นหลักฐานที่ชัดเจน เขาเห็นรถของเธอเลี้ยวเข้าไปจอดในม่านรูดจริง ๆปุณณภพเงียบ เขาไม่รู้จะพูดอะไร เขารู้สึกเหมือนถูกหักหลังและรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังจะแตกสลายไปตรงหน้าทันใดนั้นเองเขาก็คว้ากุญแจรถและตรงไปที่บ้านคุณชลธีร์
ตอนที่ 38 ก่อนลาเล่นใหญ่ขอใส่ทิ้งทวนม่านรูดแห่งหนึ่ง ก่อนถึงสนามบินเย็นนั้นนายมิกซ์ใช้อุบายหลอกล่อให้มธุสรออกมาหาได้สำเร็จแล้ว เขาก็ออกอุบายโดยการทำหน้าที่เป็นคนขับรถให้เธอ ระหว่างทางนายมิกซ์ก็อ้างว่าเขาจะแวะไปหาเพื่อนสนิทก่อนไปสนามบิน ซึ่งมธุสรก็ไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไหร่ แต่เธอไม่ใช่คนขับจึงทำอะไรไม่ได้มากนัก หญิงสาวนั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนเบาะรถข้างคนขับ เธอจ้องมองถนนเบื้องหน้าด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ความรู้สึกหวาดระแวงและไม่ไว้วางใจกำลังก่อตัวขึ้น เมื่อรถยนต์คันหรูเลี้ยวเข้าไปในม่านรูดแห่งหนึ่ง หญิงสาวก็ตกใจทันที“พี่มิกซ์!!!...พาน้ำหวานมาที่นี่ทำไมคะ” มธุสรเอ่ยถามเสียงสั่น และรู้สึกไม่ปลอดภัย“ไหนบอกว่า..จะให้น้ำหวานไปส่งพี่ที่สนามบินไง”“ใจเย็นๆ สิที่รัก” นายมิกซ์ตอบกลับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์“พี่แค่อยากแวะมาบอกเพื่อนเฉย ๆ ”“เพื่อน!!!..ที่ม่านรูดเนี่ยนะ!!!” มธุสรเลิกคิ้วด้วยความสงสัยเมื่อนายมิกซ์จอดรถสนิท“ก็ใช่น่ะสิ!!! เพื่อนพี่มันมาหาแฟนมันที่นี่” นายมิกซ์ตอบเสียงเรียบ ก่อนจะดับเครื่องยนต์ แล้วหันมามองมธุสรด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนา“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า.. แค่แป๊บเดียวเอง” เมื่อ
ตอนที่ 37 ความลับไม่มีในโลกหนึ่งเดือนผ่านไปความเจ็บปวดและความอัปยศที่มธุสรจะไม่มีวันลืมเลือน เธอจำต้องยอมจำนนต่อความปรารถนาของอดีตคนรัก ยอมให้เขาทำในสิ่งที่เขาต้องการเมื่อทุกอย่างจบลง มธุสรนอนนิ่งอยู่บนเตียง ร่างกายและจิตใจของเธอแทบจะแตกสลายเสียให้ได้ เธอรู้สึกเหมือนถูกทำลายจนแทบไม่เหลือชิ้นดี มธุสรมองดูนายมิกซ์ลุกขึ้นแต่งตัว เขามองเรือนร่างอันเปลือยเปล่าของเธอด้วยความพึงพอใจ“เห็นไหม น้ำหวานจ๋า” เขาพูดเสียงเย็นชา“น้ำหวานกลับมาเป็นของพี่เหมือนเดิม มันก็ไม่เห็นมีอะไรเสียหายเลยนี่น่า ไอ้ภพมันไม่รู้หรอก” มธุสรไม่ตอบ เธอจ้องมองเพดานห้องด้วยดวงตาที่ว่างเปล่า เธอรู้สึกเหมือนชีวิตของเธอได้จบสิ้นลงแล้วนายมิกซ์แต่งตัวเสร็จก็เดินออกจากห้องไป ทิ้งมธุสรไว้ในห้องนอนที่มืดมิดและเงียบสงัดภายในอพาร์ตเมนต์ของเขา เธอพลิกตัวนอนตะแคง น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างเงียบงัน ความรู้สึกเจ็บปวดและอัปยศถาโถมเข้ามาในจิตใจ เธอรู้สึกเหมือนถูกทำลายจนไม่เหลือชิ้นดีหญิงสาวค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งบนเตียง ก่อนจะมองไปรอบๆ ห้องด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ห้องนอนที่เคยเป็นสถานที่แห่งความสุขและความทรงจำดีๆ บัดนี้กลายเป็นสถานที่แห่งความเจ็บ
ตอนที่ 36 บำเรอรักชายชู้ NCมธุสรหลับตาพริ้ม ร่างกายบิดเร่าด้วยความเสียวซ่าน เสียงครางหวานเล็ดลอดไรฟัน นายมิกซ์ไม่สนใจเสียงอ้อนวอนของเธอ เขาก้มลงดูดดึงทรวงอกอวบอิ่มที่เด้งขึ้นลงตามจังหวะหายใจอย่างหิวกระหาย ความขาวเนียนและขนาดที่ใหญ่โตเกินวัยทำให้เขาแทบคลั่ง อดีตแฟนหนุ่มดูดดื่มราวกับจะกลืนกินมันเข้าไปทั้งเต้า“เบา ๆ สิ...พี่ดูดจนมันเป็นรอยหมดแล้ว” มธุสรต่อว่าเสียงแผ่วเบา ดวงตาคู่สวยฉายแววขุ่นเคืองระคนเจ็บปวดนายมิกซ์หัวเราะในลำคอ ลมหายใจถี่กระชั้น ฝ่ามือหนาบีบขยี้ทรวงอกอวบอิ่มอย่างแรงจนมันบิดเบี้ยว“เดี๋ยวก็หายน่า ดูดนิดดูดหน่อยเอง...จะเป็นไรไป ทำไมเสียวเหรอ..เสียวก็ครางดัง ๆ สิจ๊ะ พี่ชอบ” เขาพูดเสียงพร่า ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ นายมิกซ์ไม่สนใจคำทัดทานใด ๆ เขาซุกไซร้ซอกคอขาวผ่อง ดูดดึงฝากรอยแดงไว้ทีละรอยจนแดงเถือก“พี่มิกซ์...อย่า...อื้อ...พอแล้ว” มธุสรพยายามผลักไสร่างของเขาออกไป เสียงของเธอสั่นเครือ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความเจ็บปวดและความขยะแขยง“ทุกครั้งพี่ก็ทำแบบนี้ ผัวเธอไม่เห็นว่าจะจับได้เลย อย่ามาเรื่องมากหน่อยเลยน่า” นายมิกซ์กระซิบเสียงพร่า ดวงตาเปล่งประกายวาววับด้วยความปรารถนาอย่างกระห
ตอนที่ 35 แอบสามีมาเสียว NCสัมผัสแนบชิดทำให้มธุสรขนลุกวูบวาบไปทั้งร่าง เธอกัดฟันแน่น พยายามนิ่ง ก่อนนอนมองเพดานเพื่อหวังเบี่ยงเบนความรู้สึกที่กำลังก่อตัวขึ้น เขารีบยกขาของเธอขึ้นตั้งฉาก ก่อนจะจับมันแยกออกจากกัน แล้วก้มหน้าลงไปสำรวจใกล้ ๆ“หอม!!...หอมจังเลยที่รัก เดี๋ยววันนี้พี่โกนขนออกให้นะ” นายมิกซ์กระซิบเสียงแหบพร่า ลิ้นร้อนของเขาไล้เลียไปตามผิวเนื้อเนียนละเอียดบริเวณหน้าท้องแบนราบ“อย่าพูดมากได้ไหม อยากจะทำก็ทำให้เสร็จ วันนี้น้ำหวานไม่ได้มีเวลาอยู่กับพี่ทั้งวันนะ” มธุสรพูดเสียงแข็งกร้าว เพราะไม่อยากเสียเวลาไปกับเขาอีกต่อไป“นี่น้ำหวานกะจะให้พี่ทำสามนาทีแล้วแตกเลยรึไง!!” สิ้นเสียงประชด นายมิกซ์ก็เลียริมฝีปาก ก่อนจะกระชากจีสตริงลายลูกไม้สีสวยของมธุสรเลื่อนลงไปไว้ที่ปลายขา แล้วก้มหน้าละเลงเลียใส่ร่องสวาทของเธออย่างทันทีด้วยความกระหายหื่น เขาซุกไซ้ใบหน้าลงลึกแล้วยัดลิ้นลงไปในร่องสวาทอย่างรุนแรงมธุสรหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมา เพื่อเลื่อนดูโซเชียลต่างๆ ด้วยท่าทีที่ไม่สนใจเขาเลยแม้แต่น้อย แต่เมื่อเรียวลิ้นสอดเข้าไปรัวๆ ในโพรงถ้ำ เธอก็ไม่อาจต้านทานความเสียวซ่านนั้นได้ จนสะดุ้งเฮือ
ตอนที่ 34 จำนนรักรอยแค้น NCมธุสรสูดหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจาย“พี่มิกซ์!! ถ้าพี่ต้องการทำไมพี่ไม่เรียกเด็กไชด์ไลน์แทน” เธอถามเสียงแผ่วเบา ก่อนจะยอมจำนนต่อสถานการณ์ที่เลวร้าย“ถอดเสื้อผ้าออกซะ..น้ำหวานไม่มีสิทธิ์มาต่อรองอะไรกับพี่ทั้งนั้น” มธุสรจำใจต้องค่อย ๆ ปลดเปลื้องกระดุมเสื้อชุดทำงานของเธอออกอย่างเชื่องช้า มือเรียวบางสั่นเทา ดวงตาคู่สวยฉายแววขุ่นเคืองและสิ้นหวัง เธอรู้ดีว่าสิ่งที่กำลังทำนั้นผิดต่อสามี แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ เธอไร้ซึ่งทางเลือกอื่นใด จนต้องยอมจำนนต่อความต้องการของนายมิกซ์ อดีตคนรักที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเจ้าของหัวใจเธอความรู้สึกขยะแขยงตัวเองถาโถมเข้ามา เมื่อนึกถึงสัมผัสของเขาในอดีต นายมิกซ์ไม่เคยปรารถนาร่างกายของเธออย่างแท้จริง แต่ในวันนี้ เขากลับแสดงออกถึงความต้องการในตัวเธออย่างโจ่งแจ้ง มันเป็นความต้องการที่แฝงไปด้วยความแค้น และความปรารถนาที่จะทำลายเธอมธุสรยืนเปลือยเปล่าท่อนบนอยู่ตรงหน้าเขา โดยไม่ยอมถอดกระโปรงและบราเซียร์ออกจากร่างกายของตนเอง ก่อนจะยืนสั่นเทาด้วยความอับอายและหวาดกลัว สายตาคมโลมเลียราวกับว่ากำลังถอดเสื้อผ้าของเธอออกทีละชิ้นนายมิกซ์







