Share

บทที่ 24

Author: TanyaT
last update publish date: 2026-09-04 17:24:55

เมฆินทร์ไม่เชื่อคำตอบนั้นแต่ไม่ได้ซักต่อ เขาเพียงเหลือบมองอาคารโรงพยาบาลผ่านกระจกอีกครั้ง ก่อนหยิบผ้ายันต์แผ่นหนึ่งออกจากย่ามมาวางไว้บนหน้าปัดรถตรงกึ่งกลางระหว่างคนทั้งคู่ ปลายนิ้วแตะลงบนอักขระสีแดงซึ่งเขียนอยู่กลางผืนผ้าแล้วหลับตาลงเพียงชั่วครู่

ริมฝีปากของชายหนุ่มขยับบริกรรมด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ถ้อยคำแต่ละพยางค์ดังแผ่วจนแทบกลืนหายไปกับเสียงฝนที่เริ่มกระหน่ำลงบนหลังคารถ

“นะล้อมรถ โมล้อมทาง พุทคุ้มหน้า ธาคุ้มหลัง ยะปิดทิศทั้งแปด คุณครูเหนือเศียร คุณพระเหนือเกล้า จงเป็นเกราะแก้วกำบังกาย สิ่งชั่วร้ายตนใดอย่าได้เห็น เงาใดคิดตามอย่าได้ทัน เสียงใดคิดเรียกอย่าได้ยิน รอยใดคิดผูกอย่าได้เชื่อม จงปิดตา ปิดทาง ปิดนาม ปิดเงา ตั้งแต่บัดนี้จนถึงเขตเรือน...ปิด!”

สิ้นคำสุดท้าย เมฆินทร์กดปลายนิ้วลงกลางผ้ายันต์ แสงสีเหลืองนวลวาบขึ้นตามแนวอักขระเพียงชั่วพริบตาก่อนจางหายเข้าไปในเนื้อผ้า อากาศภายในรถซึ่งเคยเย็นชื้นพลันอุ่นขึ้นเล็กน้อย เสียงฝนด้านนอกเบาลงอย่างประหลาดราวกับมีม่านบางซึ่งมองไม่เห็นกางกั้นรถทั้งคันออกจากความมืดภายนอก

ชายหนุ่มลืมตาขึ้น ตรวจมองกระจกทั้งสามบานจนแน่ใจว่าไม่มีเงาผิดปกติติดตามมาก่อนเข้าเกียร์และเคลื่อนรถออกจากลานโรงพยาบาล

ระหว่างทาง ท้องฟ้ายิ่งมืดลงทุกขณะ ฝนเริ่มตกหนักจนมองเห็นถนนเบื้องหน้าได้เพียงระยะสั้น ใบปัดน้ำฝนเคลื่อนไหวซ้ำไปมาแต่กลับปัดคราบน้ำออกไม่หมด เสาไฟริมทางค่อย ๆ ลดจำนวนลงเรื่อย ๆ จนเหลือเพียงแสงจากไฟหน้ารถซึ่งส่องผ่านม่านฝนไปได้ไม่ไกลนัก

ริสานั่งกอดกระเป๋าไว้บนตัก ร่างกายอ่อนล้าจนแทบไม่เหลือแรงพูดแต่สายตายังคงมองสองข้างทางอย่างระมัดระวัง ต้นไม้สูงเคลื่อนผ่านไปในความมืด เงาของกิ่งไม้บิดเบี้ยวไปตามแสงไฟ บางช่วงดูคล้ายแขนของคนจำนวนมากกำลังยื่นออกมาจากข้างถนน

ผ่านไปไม่นาน โทรศัพท์ของริสาก็สั่นขึ้นบนตัก หน้าจอแสดงสายเรียกเข้าจากหมายเลขที่ไม่ปรากฏชื่อ หญิงสาวมองมันนิ่ง หัวใจของเธอค่อย ๆ เต้นแรงขึ้น

เมฆินทร์เหลือบมอง “อย่ารับ”

“อาจเป็นที่ทำงาน”

“ไม่มีชื่อ”

“เบอร์ใหม่ก็ได้”

“ตอนนี้ไม่มีใครควรรู้ว่าคุณออกจากโรงพยาบาลแล้ว”

โทรศัพท์ยังคงสั่น เสียงเรียกเข้าดังซ้ำ ๆ ท่ามกลางเสียงฝน ริสาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนกดตัดสายทิ้ง หน้าจอดับลงเพียงวินาทีเดียวแล้วข้อความใหม่ก็ปรากฏขึ้น

กลับมาหาข้า

เลือดในกายของเธอเย็นวาบ เมฆินทร์เห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปจึงยื่นมือมาตรงหน้าของหญิงสาว “เอาโทรศัพท์มา”

ริสาส่งให้โดยไม่เถียง ชายหนุ่มเหลือบอ่านข้อความก่อนหยิบกล่องโลหะใบเล็กออกมาจากย่ามและใส่โทรศัพท์ลงไปแล้วจึงปิดฝา จากนั้นจึงพันสายสิญจน์รอบกล่องหลายชั้น

ทันใดนั้น โทรศัพท์ภายในกล่องก็เริ่มสั่นรุนแรง เสียงเรียกเข้าดังอู้อี้อยู่ด้านในทั้งที่หน้าจอถูกปิดไปแล้ว แรงสั่นเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนฝากล่องกระทบกันดังถี่

กึก...กึก...กึก...

ริสามองมันด้วยสีหน้าซีดเผือด “มันส่งข้อความมาได้ยังไง”

“ของอาคมไม่จำเป็นต้องใช้สัญญาณ”

“แล้วมันรู้เบอร์ฉันได้ยังไง”

“มันอาจไม่ได้รู้เบอร์” เมฆินทร์ตอบโดยไม่ละสายตาจากถนน

“มันแค่ใช้สิ่งที่ใกล้ตัวคุณที่สุดเป็นทางผ่าน”

เสียงสั่นในกล่องหยุดลงกะทันหัน ความเงียบเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ก่อนเสียงผู้หญิงจะดังออกมาจากภายในกล่องโลหะอย่างชัดเจน

“ริสา...”

หญิงสาวสะดุ้งสุดตัว เสียงนั้นไม่ใช่เสียงผ่านลำโพงโทรศัพท์ หากเหมือนมีผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ถูกขังอยู่ภายในกล่องและกำลังกระซิบลอดรอยต่อออกมา

“เปิดให้ข้าที...”

เมฆินทร์หยิบผ้ายันต์กดลงบนฝากล่องทันทีแล้วบริกรรมคาถาเสียงต่ำ อักขระบนผืนผ้าเรืองแสงขึ้นวาบหนึ่งก่อนเสียงภายในกล่องจะเปลี่ยนเป็นเสียงกรีดร้องแหลม และเงียบหายไปพร้อมกับแรงสั่นทั้งหมดในที่สุด

รถยังคงแล่นฝ่าฝนไปข้างหน้า แต่บรรยากาศภายในกลับหนักอึ้งกว่าเดิม ริสาหันมองชายหนุ่มข้างกาย ใบหน้าคมเข้มของเขาเคร่งเครียดและดวงตาคมคู่นั้นไม่ละจากถนนแม้แต่น้อย

“มันจะตามเราถึงบ้านไหม”

“มันตามคุณอยู่แล้ว”

“ฉันหมายถึง มันจะเข้ามาได้หรือเปล่า”

“ถ้าเจ้าที่ยังรับคุณไว้ และไม่มีใครเปิดทาง มันก็เข้ามาไม่ได้”

คำตอบนั้นทำให้ริสาเงียบลงแต่ยังไม่ทันได้ผ่อนลมหายใจ รถกระบะก็ชะลอความเร็วลงอย่างกะทันหัน กลางถนนเบื้องหน้า มีผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางสายฝน ร่างนั้นหันหลังให้ สวมชุดสีขาวเปียกแนบลำตัว เส้นผมยาวถึงพื้นและปลิวไปตามแรงลม แม้ฝนจะตกหนักแต่บริเวณรอบตัวร่างนั้นกลับไม่มีหยดน้ำแตะพื้นเลยแม้แต่น้อยราวกับว่าความมืดซึ่งแผ่จากร่างกำลังกลืนกินสายฝนทั้งหมด

เมฆินทร์เหยียบเบรกในทันทีทำให้รถหยุดห่างจากร่างนั้นไม่กี่สิบเมตร ไฟหน้ารถสาดตรงไปยังแผ่นหลังซีดขาวแต่ว่าผู้หญิงกลางถนนยังคงยืนนิ่งไม่ขยับ

ริสากำขอบเบาะแน่น “จะทำอย่างไร”

ชายหนุ่มหยิบมีดหมอออกมาวางบนตัก “ไม่ลงจากรถ ไม่เปิดกระจก และไม่ว่าได้ยินเสียงใครเรียก ห้ามตอบ”

“แล้วเราจะผ่านไปได้ยังไง” เมฆินทร์ยังไม่ทันตอบ ร่างตรงหน้าก็ค่อย ๆ หันกลับมา

ใบหน้าของร่างนั้นยังคงถูกเส้นผมปกคลุมแต่บริเวณกลางอกมีจี้เงินส่องแสงสีแดงอยู่ใต้ชุดเปียกชื้น แสงนั้นเต้นวาบเป็นจังหวะเดียวกับรอยอาคมบนหัวไหล่ของริสา ความเจ็บปวดพุ่งขึ้นในทันทีทำให้หญิงสาวงอตัวลงและยกมือกดรอยไว้แน่น

เมฆินทร์หันมามองเพียงเสี้ยววินาที “อย่ามองมัน”

แต่สายเกินไปแล้ว เสียงกระซิบดังขึ้นภายในรถอย่างชัดเจน

“ลงมาหาข้า...”

มือของริสาค่อย ๆ เลื่อนไปทางที่เปิดประตูโดยไม่รู้ตัว เมฆินทร์คว้าข้อมือเธอไว้ทันก่อนดึงเธอกลับมาอย่างแรง

“มองผม”

หญิงสาวไม่ตอบ ดวงตาเหม่อลอยจับจ้องร่างกลางถนน มืออีกข้างยังคงพยายามเอื้อมไปทางประตู ชายหนุ่มจึงยกมือจับปลายคางของเธอแล้วบังคับให้หันกลับมาเผชิญหน้า

“ริสา มองผม”

น้ำเสียงหนักแน่นดังขึ้นใกล้จนสติของหญิงสาวกระตุกกลับมาเพียงเล็กน้อย เธอกะพริบตาถี่เพื่อตั้งสติ ภาพใบหน้าคมตรงหน้าค่อย ๆ ชัดขึ้น ขณะที่เสียงเรียกจากภายนอกเบาลง

“อย่าฟังมัน” เขากล่าวช้า ๆ “จำเสียงผมไว้”

ริสาสูดลมหายใจเฮือกก่อนพยักหน้าอย่างยากลำบากในขณะที่มือที่พยายามเปิดประตูค่อย ๆ คลายลง เมฆินทร์จึงปล่อยคางเธอแต่ยังคงจับข้อมือไว้แน่น

เขาหันกลับไปมองถนน ร่างหญิงชุดขาวยังยืนอยู่ที่เดิมแต่ศีรษะเอียงไปด้านหนึ่งราวกับกำลังมองคนทั้งคู่ด้วยความไม่พอใจ

เมฆินทร์กำมีดหมอแน่นก่อนยกปลายมีดแตะผ้ายันต์บนหน้าปัดรถ ดวงตาคมไม่ละจากร่างเบื้องหน้า ขณะที่ริมฝีปากเริ่มขยับบริกรรมด้วยเสียงทุ้มต่ำ

“นะตั้งธาตุ โมตั้งจิต พุทตั้งฤทธิ์ ธาตั้งทาง ยะตั้งครู คุณพระเหนือหัว คุณครูเหนือเกล้า จงคุ้มกายผู้อยู่ในเขตยันต์ สิ่งใดขวางทางจงถอย สิ่งใดผูกจิตจงคลาย สิ่งใดเรียกนามจงเงียบ เปิดทาง!”

สิ้นคำสุดท้าย เขากดปลายมีดลงกลางผ้ายันต์ แสงสีทองพุ่งวาบจากหน้าปัดรถไปตามขอบกระจก ก่อนแผ่ล้อมรถทั้งคันเป็นวงบาง ๆ ร่างหญิงชุดขาวกลางถนนกระตุกอย่างรุนแรง เส้นผมปลิวสะบัดขึ้นราวกับถูกแรงลมที่มองไม่เห็นกระชากก่อนเสียงกรีดร้องแหลมจะดังฝ่าม่านฝน

เมฆินทร์ใช้มือข้างหนึ่งเข้าเกียร์และกำพวงมาลัยโดยอีกมือหนึ่งยังจับข้อมือริสาไว้แน่น

“หลับตา”

หญิงสาวหันมองเขาอย่างตกใจ “คุณจะทำอะไร”

“ผ่านมันไป”

“ขับชนหรือ”

“ถ้ามันมีร่างให้ชนก็คงดี”

ริสาไม่มีเวลาถามต่อเพราะชายหนุ่มเหยียบคันเร่งลงทันที รถกระบะพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว แสงจากผ้ายันต์ลุกวาบรอบตัวร ขณะที่ร่างหญิงชุดขาวยังคงยืนขวางอยู่กลางถนนโดยไม่หลบ

หญิงสาวรีบหลับตาและกำชายเสื้อของเมฆินทร์ไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว เสียงกรีดร้องดังใกล้เข้ามาทุกขณะ ก่อนรถจะแล่นผ่านความเย็นจัดระลอกหนึ่งราวกับพุ่งเข้าไปกลางหมอกน้ำแข็ง

เสียงบางอย่างกระแทกด้านข้างรถดังสนั่นทำให้กระจกสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แต่ไม่มีเสียงเบรกหรือแรงชนตามมา เมฆินทร์ยังคงเหยียบคันเร่งต่อไปจนความเย็นด้านหลังค่อย ๆ จางหาย

“ลืมตาได้แล้ว”

ริสาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นและพบว่าถนนเบื้องหน้าว่างเปล่า มีเพียงฝนที่กำลังตกลงมาอย่างหนักและแสงไฟรถส่องผ่านความมืด

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 222

    “ทำไมคุณไม่เคยบอกฉัน” “รอยนั้นหายไปภายในไม่กี่ชั่วโมง ผมเลยคิดว่าอาจเป็นเพียงรอยกดจากผ้าห่อตัว” “คุณไม่ได้คิดแบบนั้นจริง ๆ” เมฆินทร์นิ่ง ริสารู้จักเขาดีพอจะมองออกว่า ชายหนุ่มปิดบังความกังวลนี้มานานเพียงใด “แล้วมีอะไรอีกไหมคะ” “ตอนอายุสองขวบ รดาเคยเดินเข้าไปในห้องเก็บของ” “ห้องที่คุณเก็บสมุดข่อ

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 221

    รินรดาในวัยเจ็ดขวบป่วยบ่อยกว่าภูริณมาก บางครั้งเป็นเพียงไข้ต่ำในช่วงหัวค่ำ แต่พอตกดึก อุณหภูมิกลับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เด็กหญิงตัวเล็กจะนอนกระสับกระส่าย เหงื่อซึมเต็มหน้าผาก มือทั้งสองกำผ้าห่มแน่น ริมฝีปากพึมพำถ้อยคำซึ่งไม่มีใครฟังเข้าใจ หมอตรวจไม่พบความผิดปกติร้ายแรง ผลเลือดปกติ ไม่มีการติดเชื้อและ

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 220

    “โอ๊ย!” “บอกแล้วว่าอย่าวิ่งเร็ว” ภูริณหันไปจับไหล่รินรดาไว้ไม่ให้ล้มก่อนมองไปยังพาขวัญที่กำลังวิ่งมาหา เด็กหญิงวัยห้าขวบสะดุดก้อนหินจนร่างเล็กเซไปข้างหน้าแต่โชคดีที่ภูริณรีบก้าวเข้าไปรับตัวไว้ได้ทันทำให้พาขวัญตกใจจนสองแขนกอดคอพี่ชายแน่น “เกือบล้มแล้วค่ะ” “เพราะวิ่งไม่ดูทาง” เขาอุ้มเด็กหญิงขึ้นม

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 219

    “พี่ภูริณอย่าแกล้งน้องนะคะ” รินรดากางแขนปกป้องคนตัวเล็กทันที ภูริณเลิกคิ้ว “ยังไม่ได้ทำอะไรเลย” “พี่ทำหน้าน่ากลัว” “หน้าพี่เป็นแบบนี้อยู่แล้ว” “งั้นพี่ก็หน้าดุอยู่แล้วค่ะ” คำตอบตรงไปตรงมาของรินรดาทำให้ริสาหลุดหัวเราะ ส่วนเมฆินทร์ยกมือขึ้นปิดมุมปาก กลั้นรอยยิ้มเอาไว้ ภูริณมองเด็กหญิงวัยเจ็ดขวบ

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 218

    ภรันยังไม่หลับ เขาจ้องมองลูกสาวอยู่เงียบ ๆ จนพลอยเอื้อมมือมาวางทับหลังมือของเขา “พี่กลัวไหม” หญิงสาวถามเบา ๆ “กลัว” คำตอบตรงไปตรงมาทำให้พลอยชะงัก “พี่ก็กลัวเป็นด้วยเหรอ” “กลัวสิ” เขาหันมองเธอ “พี่กลัวเสียเธอกับขวัญไป” ดวงตาของเธอค่อย ๆ แดงขึ้น “พี่จะไม่เสียใครไปหรอก” “อืม” ภรันก้มลงมองพาขวัญ

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 217

    เสียงฝนตกกระทบหลังคาเรือนไม้ดังสม่ำเสมอตั้งแต่หัวค่ำ ลมเย็นพัดลอดช่องหน้าต่างเข้ามาเป็นระยะ ทำให้ม่านสีขาวบางขยับไหวราวกับมีมือที่มองไม่เห็นคอยแตะต้อง พลอยนั่งพิงหัวเตียง มือหนึ่งลูบเส้นผมดำขลับของเด็กหญิงตัวน้อยที่นอนขดอยู่ข้างกาย พาขวัญเพิ่งอายุครบห้าขวบได้ไม่กี่เดือน ใบหน้ากลมละม้ายคล้ายแม่ แต่ด

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status