Masuk“ริสา วรเมธา” นักข่าวภาคสนามผู้ไม่เคยเชื่อเรื่องภูตผีหรือไสยศาสตร์ ได้รับมอบหมายให้ลงพื้นที่สืบข่าวคดีการเสียชีวิตอย่างปริศนาที่จังหวัดพิษณุโลก ผู้ตายทุกคนมีรอยอักขระประหลาดปรากฏอยู่บนหน้าอกและพบขี้เงินอยู่รอบๆบริเวณที่เกิดเหตุ ยิ่งริสาขุดคุ้ยหาความจริง เหตุการณ์ประหลาดก็เริ่มเกิดขึ้นกับตัวเธอเอง เงาดำปริศนาที่เรียกเธอว่าอัญญษ รอยช้ำคล้ายเส้นอักขระค่อย ๆ ลามไปทั่วแผ่นหลังราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกำลังลงยันต์บางอย่างลงบนผิวหนังของเธอ เบาะแสทั้งหมดนำริสาไปพบกับ “เมฆินทร์ อัครเวทิน” หมอสักยันต์ผู้เคร่งขรึมและพูดน้อย ซึ่งสืบทอดวิชาอาคมโบราณมาจากบรรพบุรุษ เขาใช้ชีวิตอย่างสันโดษ ยึดถือข้อห้ามของตระกูลอย่างเคร่งครัดและไม่เคยยอมลงเข็มสักยันต์ให้ผู้หญิง เมฆินทร์เตือนริสาให้หยุดสืบข่าวทันทีแต่ด้วยนิสัยไม่ยอมถอยของนักข่าว เธอกลับยิ่งตามหาความจริงจนกระทั่งวิญญาณร้ายบุกเข้าทำร้ายเธอต่อหน้าเขา เมฆินทร์จึงไม่มีทางเลือก นอกจากฝ่าฝืนคำสัตย์ของตระกูลและลงอักขระกดรอยบนแผ่นหลังของเธอ แต่ในระหว่างพิธี อักขระกลับเคลื่อนไหวและเปลี่ยนรูปไปเอง กลายเป็น “ยันต์วิวาห์มรณะ” อาคมต้องห้ามที่สูญหายไปนานซึ่งใช้ผูกดวงของชายหญิง ห้ามทั้งสองอยู่ห่างกัน หากคนใดคนหนึ่งเจ็บ อีกคนก็จะได้รับผลกระทบ
Lihat lebih banyak“ทำไมคุณไม่เคยบอกฉัน” “รอยนั้นหายไปภายในไม่กี่ชั่วโมง ผมเลยคิดว่าอาจเป็นเพียงรอยกดจากผ้าห่อตัว” “คุณไม่ได้คิดแบบนั้นจริง ๆ” เมฆินทร์นิ่ง ริสารู้จักเขาดีพอจะมองออกว่า ชายหนุ่มปิดบังความกังวลนี้มานานเพียงใด “แล้วมีอะไรอีกไหมคะ” “ตอนอายุสองขวบ รดาเคยเดินเข้าไปในห้องเก็บของ” “ห้องที่คุณเก็บสมุดข่อ
รินรดาในวัยเจ็ดขวบป่วยบ่อยกว่าภูริณมาก บางครั้งเป็นเพียงไข้ต่ำในช่วงหัวค่ำ แต่พอตกดึก อุณหภูมิกลับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เด็กหญิงตัวเล็กจะนอนกระสับกระส่าย เหงื่อซึมเต็มหน้าผาก มือทั้งสองกำผ้าห่มแน่น ริมฝีปากพึมพำถ้อยคำซึ่งไม่มีใครฟังเข้าใจ หมอตรวจไม่พบความผิดปกติร้ายแรง ผลเลือดปกติ ไม่มีการติดเชื้อและ
“โอ๊ย!” “บอกแล้วว่าอย่าวิ่งเร็ว” ภูริณหันไปจับไหล่รินรดาไว้ไม่ให้ล้มก่อนมองไปยังพาขวัญที่กำลังวิ่งมาหา เด็กหญิงวัยห้าขวบสะดุดก้อนหินจนร่างเล็กเซไปข้างหน้าแต่โชคดีที่ภูริณรีบก้าวเข้าไปรับตัวไว้ได้ทันทำให้พาขวัญตกใจจนสองแขนกอดคอพี่ชายแน่น “เกือบล้มแล้วค่ะ” “เพราะวิ่งไม่ดูทาง” เขาอุ้มเด็กหญิงขึ้นม
“พี่ภูริณอย่าแกล้งน้องนะคะ” รินรดากางแขนปกป้องคนตัวเล็กทันที ภูริณเลิกคิ้ว “ยังไม่ได้ทำอะไรเลย” “พี่ทำหน้าน่ากลัว” “หน้าพี่เป็นแบบนี้อยู่แล้ว” “งั้นพี่ก็หน้าดุอยู่แล้วค่ะ” คำตอบตรงไปตรงมาของรินรดาทำให้ริสาหลุดหัวเราะ ส่วนเมฆินทร์ยกมือขึ้นปิดมุมปาก กลั้นรอยยิ้มเอาไว้ ภูริณมองเด็กหญิงวัยเจ็ดขวบ