Share

บทที่ 23

Author: TanyaT
last update publish date: 2026-09-04 17:24:46

ริสาเหลือบมองมือของตนที่ยังจับแขนเขาอยู่ก่อนรีบผ่อนแรงลงเล็กน้อย

“ฉันไม่ได้คิดจะเกาะคุณตลอดทาง”

“ก็ดี เพราะผมไม่ได้ว่างพยุงคุณตลอดชีวิต”

“พูดดีไม่เป็นจริง ๆ”

“ยังมีแรงเถียงก็ดีกว่าไม่มีแรงหายใจ”

คำตอบนั้นทำให้เธอเงียบไป ถึงจะไม่พอใจแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อน เธอเกือบไม่มีลมหายใจจริง ๆ

เมื่อมาถึงหน้าเคาน์เตอร์พยาบาล ไฟหลักของโรงพยาบาลก็กลับมาติดขึ้นพร้อมกัน แสงสีขาวสว่างจ้าทำให้ผู้คนรอบบริเวณส่งเสียงด้วยความโล่งใจ พยาบาลและเจ้าหน้าที่เริ่มเดินกลับมาทำงานตามปกติ ราวกับช่วงเวลามืดมิดเมื่อครู่เป็นเพียงไฟฟ้าขัดข้องธรรมดา

พลอยกลับมาพร้อมแพทย์เวรและเอกสารหลายแผ่น สีหน้าของแพทย์แสดงความไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจนเมื่อรู้ว่าริสาต้องการกลับ

“ผมยังไม่แนะนำให้ออกจากโรงพยาบาลนะครับ อาการหัวใจเต้นผิดจังหวะเมื่อครู่รุนแรงมาก ถึงตอนนี้ค่าต่าง ๆ จะคงที่ แต่เรายังไม่ทราบสาเหตุ”

ริสานั่งลงบนรถเข็นซึ่งพยาบาลนำมาให้ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงแต่หนักแน่น

“ฉันเข้าใจค่ะ แต่ฉันต้องการออกไปรักษาต่อที่อื่น”

“ที่อื่นคือโรงพยาบาลในจังหวัดหรือเปล่าครับ ผมจะได้ทำใบส่งตัวให้”

หญิงสาวชะงักไปเล็กน้อยก่อนเหลือบมองเมฆินทร์ซึ่งยืนอยู่ด้านข้าง

“เป็นสถานที่ที่ปลอดภัยกว่านี้ค่ะ”

แพทย์เวรขมวดคิ้ว “ผมไม่แน่ใจว่าคุณหมายถึงอะไร แต่ในฐานะแพทย์ ผมจำเป็นต้องแจ้งว่าการออกไปตอนนี้มีความเสี่ยง หากเกิดอาการซ้ำระหว่างทางอาจไม่มีอุปกรณ์ช่วยเหลือทัน”

เมฆินทร์ยืนฟังอยู่เงียบ ๆ โดยไม่ขัดจังหวะ เขาไม่ได้พยายามโน้มน้าวหรือพูดถึงเรื่องอาคมเพราะรู้ดีว่าคำอธิบายเหล่านั้นไม่มีน้ำหนักในสถานที่แห่งนี้ การตัดสินใจจึงต้องเป็นของริสาเพียงคนเดียว

หญิงสาวมองเอกสารในมืออยู่ครู่หนึ่ง ภาพเงาดำปลายเตียง รอยเท้าเปียกบนพื้นและเส้นผมที่เลื้อยออกมาจากใต้ฟูกผุดขึ้นในความทรงจำ แม้โรงพยาบาลจะเต็มไปด้วยแพทย์และเครื่องมือแต่ไม่มีสิ่งใดหยุดมันได้ ตรงกันข้าม ทุกครั้งที่อยู่ห่างจากเขตเรือนของเมฆินทร์ อาการของเธอกลับทรุดหนักลงเรื่อย ๆ

“ฉันยืนยันจะกลับค่ะ”

แพทย์ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนอธิบายความเสี่ยงและให้เธอลงนามในเอกสาร พลอยที่กำลังช่วยริสาเก็บของแสดงสีหน้าหน้ากังวลออกมาอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่มนัสซึ่งเพิ่งกลับมาจากติดต่อรถ ยืนมองเหตุการณ์อย่างงุนงง ริสาไม่ได้อธิบายรายละเอียดเพียงบอกว่าต้องกลับไปยังบ้านของคนที่ช่วยเธอเมื่อคืนเพื่อพักฟื้นชั่วคราว

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย เมฆินทร์เป็นคนเข็นรถออกจากอาคาร โรงพยาบาลในช่วงเย็นยังคงวุ่นวาย ผู้คนเดินเข้าออกไม่ขาดสาย เสียงรถพยาบาล เสียงประกาศ และเสียงสนทนาดังปะปนกัน แต่ท้องฟ้าด้านนอกกลับเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่น เมฆฝนก้อนหนาเคลื่อนตัวเข้ามาปกคลุมแสงอาทิตย์จนบรรยากาศมืดลงเร็วกว่าปกติ

ลมเย็นพัดผ่านลานจอดรถ กลิ่นฝนลอยปะปนมากับกลิ่นดิน ริสายกแขนกอดตัวเองอย่างไม่รู้ตัว ขณะเมฆินทร์หยุดรถเข็นข้างรถกระบะ

“เหลือเวลาไม่มากแล้ว” เขาเงยหน้ามองท้องฟ้า

“พระอาทิตย์ยังไม่ตกเลย” ริสากล่าว

“แต่เมฆบังแสงหมดแล้ว อาคมบางอย่างไม่สนว่าดวงอาทิตย์อยู่ตรงไหน มันสนเพียงว่ามีแสงคุ้มครองเหลืออยู่มากแค่ไหน”

เมฆินทร์เปิดประตูรถก่อนก้มลงหมายจะช่วยเธอลุก ริสารีบจับขอบประตูและพยายามพยุงตัวเองแต่เมื่อขาข้างที่มีรอยดำรับน้ำหนัก ความเจ็บปวดก็แล่นขึ้นมาจนร่างเซเข้าหาเขา

ชายหนุ่มรีบรับร่างบางเอาไว้ โดยที่ฝ่ามือใหญ่ประคองเอวเธออย่างมั่นคง ทำให้ใบหน้าของคนทั้งสองอยู่ใกล้กันเพียงช่วงลมหายใจ ริสาหยุดชะงักไปเล็กน้อยก่อนรีบเบือนหน้าหนี

“ฉันแค่ขาไม่มีแรง”

“ผมยังไม่ได้ว่าอะไร”

เมฆินทร์ช้อนร่างเธอขึ้นโดยไม่รอให้เถียงแล้ววางลงบนเบาะผู้โดยสารอย่างระมัดระวัง พลอยยื่นกระเป๋าให้พร้อมมองชายหนุ่มด้วยความไม่ไว้ใจอยู่บ้าง

“ฉันไปด้วยได้ไหมคะ”

เมฆินทร์ส่ายหน้า “ไม่ได้”

“ทำไมคะ”

“สิ่งนั้นตามริสาอยู่ คนยิ่งมาก ยิ่งเสี่ยง”

“แล้วฉันจะรู้ได้อย่างไรว่าพี่ริสาปลอดภัย”

ริสาเอื้อมมือไปจับแขนเพื่อนร่วมงาน “พี่จะติดต่อมาเอง ถ้ามีอะไรผิดปกติจะรีบบอก”

พลอยยังมีสีหน้ากังวลแต่สุดท้ายก็พยักหน้าอย่างจำใจ “อย่าปิดโทรศัพท์นะพี่”

“อือ”

เมฆินทร์ปิดประตูรถแล้วเดินอ้อมไปฝั่งคนขับ และในขณะนั้นเอง ลมแรงพัดผ่านลานจอดรถจนใบไม้แห้งปลิวว่อน ประตูอาคารโรงพยาบาลเปิดปิดเองหลายครั้ง เสียงกระจกสั่นกระทบกรอบดังกรุ๊งกริ๊ง

ริสาหันกลับไปมองตามแรงลงนั้นแต่ภาพที่เธอเห็น ทำให้เธอแทบกลั้นลมหายใจ

บนชั้นสามของอาคาร มีหญิงชุดขาวยืนอยู่หลังบานกระจก ระยะไกลทำให้มองใบหน้าไม่ชัดแต่เส้นผมยาวของร่างนั้นแนบอยู่กับกระจก ฝ่ามือซีดขาวกดทาบอยู่ตรงหน้าอกราวกับกำลังประคองจี้บางอย่างซึ่งห้อยอยู่ตรงกลางร่าง

หญิงสาวตัวแข็งทื่อ “เมฆินทร์”

ชายหนุ่มที่กำลังสตาร์ตรถค่อยๆหันหน้ามามองตามเสียง “อะไร”

“ชั้นสาม”

เขาเงยหน้ามองตามแต่บริเวณหน้าต่างบานนั้นกลับว่างเปล่า มีเพียงม่านสีขาวปลิวไหวอยู่ด้านใน

“เห็นอะไร”

ริสาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนส่ายหน้า “ไม่รู้ บางทีฉันอาจตาฝาด”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 222

    “ทำไมคุณไม่เคยบอกฉัน” “รอยนั้นหายไปภายในไม่กี่ชั่วโมง ผมเลยคิดว่าอาจเป็นเพียงรอยกดจากผ้าห่อตัว” “คุณไม่ได้คิดแบบนั้นจริง ๆ” เมฆินทร์นิ่ง ริสารู้จักเขาดีพอจะมองออกว่า ชายหนุ่มปิดบังความกังวลนี้มานานเพียงใด “แล้วมีอะไรอีกไหมคะ” “ตอนอายุสองขวบ รดาเคยเดินเข้าไปในห้องเก็บของ” “ห้องที่คุณเก็บสมุดข่อ

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 221

    รินรดาในวัยเจ็ดขวบป่วยบ่อยกว่าภูริณมาก บางครั้งเป็นเพียงไข้ต่ำในช่วงหัวค่ำ แต่พอตกดึก อุณหภูมิกลับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เด็กหญิงตัวเล็กจะนอนกระสับกระส่าย เหงื่อซึมเต็มหน้าผาก มือทั้งสองกำผ้าห่มแน่น ริมฝีปากพึมพำถ้อยคำซึ่งไม่มีใครฟังเข้าใจ หมอตรวจไม่พบความผิดปกติร้ายแรง ผลเลือดปกติ ไม่มีการติดเชื้อและ

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 220

    “โอ๊ย!” “บอกแล้วว่าอย่าวิ่งเร็ว” ภูริณหันไปจับไหล่รินรดาไว้ไม่ให้ล้มก่อนมองไปยังพาขวัญที่กำลังวิ่งมาหา เด็กหญิงวัยห้าขวบสะดุดก้อนหินจนร่างเล็กเซไปข้างหน้าแต่โชคดีที่ภูริณรีบก้าวเข้าไปรับตัวไว้ได้ทันทำให้พาขวัญตกใจจนสองแขนกอดคอพี่ชายแน่น “เกือบล้มแล้วค่ะ” “เพราะวิ่งไม่ดูทาง” เขาอุ้มเด็กหญิงขึ้นม

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 219

    “พี่ภูริณอย่าแกล้งน้องนะคะ” รินรดากางแขนปกป้องคนตัวเล็กทันที ภูริณเลิกคิ้ว “ยังไม่ได้ทำอะไรเลย” “พี่ทำหน้าน่ากลัว” “หน้าพี่เป็นแบบนี้อยู่แล้ว” “งั้นพี่ก็หน้าดุอยู่แล้วค่ะ” คำตอบตรงไปตรงมาของรินรดาทำให้ริสาหลุดหัวเราะ ส่วนเมฆินทร์ยกมือขึ้นปิดมุมปาก กลั้นรอยยิ้มเอาไว้ ภูริณมองเด็กหญิงวัยเจ็ดขวบ

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 218

    ภรันยังไม่หลับ เขาจ้องมองลูกสาวอยู่เงียบ ๆ จนพลอยเอื้อมมือมาวางทับหลังมือของเขา “พี่กลัวไหม” หญิงสาวถามเบา ๆ “กลัว” คำตอบตรงไปตรงมาทำให้พลอยชะงัก “พี่ก็กลัวเป็นด้วยเหรอ” “กลัวสิ” เขาหันมองเธอ “พี่กลัวเสียเธอกับขวัญไป” ดวงตาของเธอค่อย ๆ แดงขึ้น “พี่จะไม่เสียใครไปหรอก” “อืม” ภรันก้มลงมองพาขวัญ

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 217

    เสียงฝนตกกระทบหลังคาเรือนไม้ดังสม่ำเสมอตั้งแต่หัวค่ำ ลมเย็นพัดลอดช่องหน้าต่างเข้ามาเป็นระยะ ทำให้ม่านสีขาวบางขยับไหวราวกับมีมือที่มองไม่เห็นคอยแตะต้อง พลอยนั่งพิงหัวเตียง มือหนึ่งลูบเส้นผมดำขลับของเด็กหญิงตัวน้อยที่นอนขดอยู่ข้างกาย พาขวัญเพิ่งอายุครบห้าขวบได้ไม่กี่เดือน ใบหน้ากลมละม้ายคล้ายแม่ แต่ด

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status