LOGIN“น้องปลายเขาคงไม่อยากจะนั่งกับพี่หรอกน้องแฟน เค้าน่ะลูกคุณหนู ส่วนพี่มันแค่ลูกจ้าง” ชายหนุ่มพูดนุ่ม ๆ ตามสไตล์ แต่ก็มีติดความรู้สึกน้อยใจออกไปนิด ๆ
ทิตยารีบเขยิบตัวขึ้นมา แล้วแทรกหน้าเครียด ๆ เข้ามาตรงกลางระหว่างเบาะ
“ปลายไม่เคยคิดว่าพี่ต้นเป็นลูกจ้างเลยนะคะ”
“แล้วน้องปลายทำแบบนี้เพราะอะไร ถ้าไม่ใช่เพราะรังเกียจพี่” เขาถาม
“ก็ปลายอยากให้..เอ่อ..” เธออึกอัก
“เพราะอะไรเหรอปลาย บอกมาเถอะ” ธิมาดาอยากให้ทิตยาได้แสดงความรู้สึกของตัวเองออกมาให้อีกฝ่ายได้รับรู้ จึงถามกระตุ้น
“ปลายแค่อยากให้พี่ต้นกับพี่แฟนได้คุยกันสะดวก ๆ ไงคะ”
“เพราะอะไร”
“ทำไมถึงคิดแบบนั้นครับ”
สองคำถามดังขึ้นแทบจะพร้อมกัน
“ก็ปลายเห็นพี่ต้นกับพี่แฟนคุยกันถูกคอ ก็เลยอยากเปิดโอกาสให้คุยกันได้สะดวกเท่านั้น” เธอมองหน้าทั้งสองคนสลับไปมา “โกรธปลายหรือคะพี่แฟน พี่ต้น” เห็นทั้งสองเงียบไปไม่ยอมตอบก็รู้สึกร้อนใจ
“พี่ต้นไม่เคยโกรธน้องปลายเลยสักครั้ง” จะโกรธเธอลงได้อย่างไร ในเมื่อเขารักเธอจนจะล้นอกแล้ว
“ขอบคุณค่ะพี่ต้น ปลายรักพี่ชายคนนี้มากที่สุดในโลกเลยค่ะ” เธอส่งยิ้มให้เขา
พี่ชายที่ปลายไม่อยากให้เป็นเลยค่ะพี่ต้น ปลายอยากให้พี่ต้นเป็นมากกว่านั้น.. ได้ไหมคะ เธอร้องถามเขาอยู่ในใจ
“ถ้าดีกันแล้ว ตอนกลับก็มานั่งตรงนี้เป็นเพื่อนคุยพี่ต้นเขานะ พี่จะไปนั่งข้างหลัง จะตีตั๋วนอนยาว ๆ” ไม่ผิดแน่นอน สองคนนี้มีใจให้กัน แต่ก็อมภูมิกันอยู่นั่นแหละ แบบนี้แล้วเมื่อไหร่จะสมหวังสักที เธอคงต้องยื่นมือเข้าไปช่วยเสียแล้ว เพื่อให้คนที่เธอรักทั้งสองคนได้สมหวัง “ลงกันได้แล้วจ้ะ มัวแต่จ้องตากันอยู่นั่นแหละ ดีนะที่ไม่ใช่ปลากัด”
ทั้งสองที่กำลังส่งสายตาซึ้งเพราะความลืมตัว รีบเรียกสติแล้วเปิดประตูก้าวลงจากรถอย่างเก้อเขิน
……………….
ภายในงานที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนระดับไฮโซ ธิมาดาสะกิดแขนชายหนุ่มแล้วดึงให้เขาก้มหน้าลงมาเพราะความสูงที่ต่างกัน
“เรามาผิดงานหรือเปล่าคะพี่ต้น” เธอพูดยิ้ม ๆ ไม่ได้รู้สึกอะไรมากนัก
“คงจะใช่นะ แบบเราต้องไปเดินเยาวราช งานวัดไร่ขิงโน่นเนอะ หึ ๆ ๆ”
“สองคนนี้ซุปซิบอะไรกัน นินทาอะไรปลายหรือเปล่า” ทิตยาที่ยืนขนาบอยู่อีกข้างของชายหนุ่มเอียงคอถามอย่างน่ารัก
“พี่แค่คิดว่าเราสองคนมาผิดงาน” ธิมาดาใช้นิ้วชี้ที่ตัวเองกับชายหนุ่ม
“พี่ต้นกับพี่แฟนน่ะดูดีกว่าหนุ่มสาวไฮโซหลาย ๆ คนอีกนะคะ เชิดค่ะเชิด เราต้องมั่นใจค่ะ”
“สงสัยจะจริงนะปลาย ดูสิ เซเลบสาว ๆ มองมาที่พี่ต้นตาเป็นมันเลย”
คำพูดหยอกล้อของธิมาดา ทำให้ทิตยารีบคล้องแขนชายหนุ่มไว้ทันทีอย่างลืมตัว
“ก็ปลายหวงพี่ชายนี่คะ ไม่อยากได้พี่สะใภ้ตอนนี้ เพราะฉะนั้นพี่ต้นต้องให้ปลายควงในงานคืนนี้ เข้าใจมั้ยคะ” เธอรีบแก้ตัวเมื่อถูกเขามองจ้อง ทำปากเชิด หน้างออย่างกับจวักใส่เขาเพื่อแก้เขิน
“จ้ะ พี่ยินดีเป็นคู่ควงของน้องปลายเสมอ” เขาใช้มือข้างที่ว่างมาบีบปลายจมูกเล็ก ๆ อย่างเอ็นดู
กว่างานในคืนนี้จะจบลง สองหนุ่มสาวที่ต่างก็หลอกหัวใจตัวเองอยู่ ก็แสนจะสุขใจกับการควงกันแบบหลอก ๆ จนแทบจะลืมนึกถึงหญิงสาวที่มาด้วยอีกคน แต่เธอคนนั้นก็ไม่ได้รู้สึกน้อยใจอะไรเลย กลับรู้สึกดีใจที่เห็นทั้งสองมีความสุข เธอปล่อยให้พวกเขาควงคู่จู๋จี๋กัน ส่วนตัวเองก็นั่งเล่นโทรศัพท์ไปเงียบ ๆ
...................
ฐวรรษจอดรถที่บริเวณหน้าบ้านของธิมาดา เพื่อส่งเธอที่ตอนนี้นอนหลับอยู่ที่เบาะด้านหลัง เขามองไปที่หญิงสาวอีกคนที่นั่งอยู่ด้านข้าง ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับคนข้างหลังนัก จะผิดกันก็แค่เธอนอนเอนไปกับเบาะ ที่เขาเป็นคนปรับให้
“น้องปลายครับ” เขาแตะต้นแขนเธอเบา ๆ “ถึงบ้านพี่แฟนแล้วครับ”
ทิตยาลืมตาขึ้นทันทีเมื่อถูกปลุก แล้วมองไปที่ด้านหลัง “พี่แฟนเล่นตีตั๋วนอนเลยเหรอคะเนี่ยะ” เธอลงจากรถเพื่อเปิดประตูด้านหลัง ปลุกหญิงสาวให้ตื่น “พี่แฟนตื่นค่ะ ถึงบ้านแล้ว”
“ถึงแล้วเหรอ” ธิมาดาบิดขี้เกียจเล็กน้อยก่อนจะก้าวลงจากรถ “ขอบคุณนะคะพี่ต้นที่มาส่ง พรุ่งนี้เจอกันนะปลาย”
“หนูแฟนทำไมกลับดึกขนาดนี้ล่ะ”
ขณะที่กำลังเปิดประตูรั้วบานเล็ก ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากอีกด้าน เธอหันไปทางต้นเสียง มองหน้าคนถามอย่างไม่พอใจ
“แกมีสิทธิ์อะไรมาใช้น้ำเสียงแบบนี้กับฉัน” หญิงสาวไม่พอใจสามีใหม่ของมารดาอย่างมาก จึงถามด้วยน้ำเสียงที่แข็งและกระด้างกว่ากลับไป
“ทำไมพูดกับพ่อแบบนั้นล่ะหนูแฟน”
พ่อ พ่อมึงสิ! เธอเกือบจะพลั้งปากด่ามันออกไป แต่ก็รีบยับยั้งชั่งใจเอาไว้ หน้าตาเริ่มบิดเบี้ยวเพราะอารมณ์กรุ่นโกรธ
“พ่อฉันตายไปตั้งแต่ฉันแปดขวบ สำคัญตัวผิดไปหรือเปล่า” ตั้งแต่ที่แม่เธอป่วย เธอก็พยายามที่จะหลบหน้าผู้ชายคนนี้ตลอด เพราะไม่เคยไว้ใจมันเลยสักนิด
สุชาตินำเงินที่ได้มาจากภรรยา มาเช่าแท็กซี่สภาพดีคันหนึ่งวิ่งรับส่งผู้โดยสาร ความจริงเงินที่ได้มานั้นเพียงพอสำหรับเช่าแท็กซี่อยู่แล้ว แต่เขาก็อยากได้มากกว่านั้น เพื่อเอาไปทำทุนต่อยอดสำหรับอย่างอื่นบ้างแต่ในเมื่อมันไม่ได้ตามที่ใจต้องการ เขาก็ต้องดิ้นรนด้วยตัวเองไปก่อน เขาขับรถไปเรื่อย ๆ จนถึงจุดหมายปลายทางตามที่ผู้โดยสารบอกส่งผู้โดยสารเสร็จเขาก็ขับรถหาลูกค้าไปเรื่อย ๆ แล้วก็คิดถึงลูกสาวขึ้นมา เมื่อเห็นป้ายบอกทางชี้ไปยังเส้นทางคอนโดที่เธออาศัยอยู่ เขาตัดสินใจเลี้ยวรถไปทางนั้นและขับไปที่คอนโดของลูกสาวเขาโทรศัพท์ถึงเธอ “อยู่ที่คอนโดหรือเปล่า บังเอิญพ่อผ่านมาทางนี้เลยแวะมาหา”(พ่อรอหนูอยู่ตรงนั้นนะ เดี๋ยวหนูลงไปหา)ได้ยินเสียงตอบรับอย่างดีใจของลูกสาว มันทำให้เขารู้สึกดีเหลือเกินที่เธอไม่รังเกียจเขา ตอนนี้ลูกของเขาอยู่ดีมีความสุข มีรถ มีคอนโดเป็นของตัวเอง แต่เขาไม่มีอะไรเลยที่คู่ควรจะเป็นพ่อของเธอ ดังนั้นอย่าให้คนอื่นรู้ ลูกจะได้ไม่ต้องอายใครดีกว่า เขารออยู่ไม่นาน ก็เห็นลูกสาววิ่งมาทางที่เขายืนรออยู่พร้อมกับรอยยิ้มเต็มใบหน้า“พ่อจ๋า หนูคิดถึงพ่อจังเลย” เธอโผเข้าหาอ้อมกอดที่ถวิลหา“พ่อก็คิ
“ม่า...ยอ้าย” นางพยายามพูดกับลูกสาว ตั้งแต่ที่สามีกลับมาอยู่ด้วยนางก็มีกำลังใจมากขึ้น อยากหายเป็นปกติเร็ว ๆ“ไม่ใช่น้าเงินเหรอจ๊ะแม่” เธอพยายามฟังสิ่งที่มารดาพูดอีกครั้ง“ไม่ใช่น้าเงินหรอกจ้ะหนูแฟน น้าเป็นคนทำให้แม่หนูเอง” หญิงสาวหันหลังขวับ กลับไปมองทางต้นเสียง เห็นคนที่เดินเข้ามาในสภาพที่ไม่เรียบร้อยนัก ก็รีบลุกขึ้น“แม่จ๊ะ แฟนไปทำงานก่อนนะ” “อือ ๆ ๆ ๆ” แต่แม่ของเธอร้องเรียกเสียงดังในลำคอ เหมือนไม่อยากให้เธอไป เธอจึงมองไปที่ท่านพร้อมกับขมวดคิ้วอย่างสงสัย “อ่า..ไอ” นางพยายามพูดและเธอก็เข้าใจ“แม่เขาคงมีเรื่องจะคุยกับหนู น้าขอเวลาหยิบเสื้อผ้าแป๊บเดียว เชิญหนูอยู่กับแม่ตามสบายเถอะจ้ะ” เขารีบเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบชุดออกมาอย่างรีบร้อนแล้วเดินออกจากห้อง แอบยิ้มอย่างมั่นใจว่าแม่ของเธอต้องขอเงินเธอเพื่อนำมาให้เขาแน่ ๆ“แม่มีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ” ธิมาดาถามเมื่อเห็นสุชาติเดินออกไปแล้ว เธอเห็นมารดาค่อย ๆ ขยับมือข้างหนึ่งอย่างยากลำบาก จึงเอื้อมมือไปจับมือนั้นไว้ “แม่เก่งจัง ขยับมือได้เยอะกว่าเก่าอีก” เธอพูดเอาใจมารดา“แ..อน...แ..อ้..อ๋อ..เอิน” นงนุชมองหน้าลูกสาวด้วยสายตาอ้อนวอน แล้วพูดซ้ำประโ
“เขาอาจจะกลับตัวได้จริง ๆ ก็ได้นะหนูแฟน อย่าคิดมากเลยนะ เดี๋ยวน้าจะคอยช่วยดูอีกแรง แต่วันนี้น้าขอกลับก่อนก็แล้วกัน” “ค่ะน้า พรุ่งนี้เจอกัน” เธอกล่าวลา แล้วเดินสำรวจความเรียบร้อยของประตูทุกบานก่อนเดินขึ้นห้อง ปิดประตูลงกลอนแน่นหนาเพราะกลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย เธอหยิบชุดนอนกุญแจห้อง และอาวุธติดมือไปด้วย แล้วเดินออกไปอาบน้ำโดยไม่ลืมล็อกประตูไว้ก่อน………………..สุชาติรีบหับประตูห้องนอนให้เหลือเพียงช่องนิดเดียว เมื่อเห็นลูกสาวของภรรยากำลังเดินไปเข้าห้องน้ำ เขาไม่ได้ตั้งใจจะแอบดูเธอ แต่มันเป็นความบังเอิญที่เขาก็จะไปอาบน้ำพอดี แต่เมื่อเปิดประตูออกมาเห็นเธอ เขาจึงรีบปิดประตูทันที เขายังจำรอยแผลที่ได้รับคราวนั้นได้ดี และรู้สึกขยาดไปชั่วขณะ แต่ตอนนี้เขาเริ่มอยากลองดูอีกสักครั้ง เพราะเธอคงไม่โชคดีเป็นครั้งที่สองแน่ และเขาก็คงไม่โชคร้ายซ้ำสองเหมือนกัน ความคิดอันแสนชั่วร้ายทำให้เขาเปิดประตูออกจากห้อง เดินสำรวจทั่วห้องน้ำด้านนอกอย่างใจเย็น เพื่อมองหาร่องรอยที่สามารถแอบดูข้างในได้ และโอกาสก็เข้าข้างเขาแต่ยังไม่ทันที่จะได้ลงมือทำชั่ว แอบดูคนที่อยู่ข้างใน เขาก็ต้องรีบย่องกลับไปที่ห้องนอน เพราะเสียงภ
และตอนนี้เธอมั่นใจว่ามีเขาแล้วเต็มหัวใจ เธอคิดถึงเขาตลอดเวลาที่มีโอกาส ดีใจเมื่อเห็นเขาโทรมา และปลื้มใจ เบิกบานใจเมื่อได้ยินคำบอกรักของเขา ความรู้สึกเหล่านี้ค่อนข้างแตกต่างกับตอนที่คบกับหิรัญสำหรับเขาคนนั้นเธอไม่เคยเฝ้าคนึงหาเหมือนเขาคนนี้เลย เธอแทบไม่เคยคิดถึงเขาด้วยซ้ำ แต่ก็อดเปรียบเทียบไม่ได้ว่า ขนาดตอนที่ผิดหวังจากหิรัญ คนที่เธอไม่ได้รู้สึกรักลึกซึ้ง เธอยังรู้สึกเสียใจ รู้สึกผิดหวังพอสมควรเลยแหละ แล้วถ้าเป็นยุทิตย์ล่ะ เธอจะรู้สึกยังไง จะไม่เสียใจหนักยิ่งกว่าหลายเท่าเหรอหญิงสาวเดินไปหามารดา ที่นั่งอยู่บนรถเข็นใต้ต้นมะม่วงบริเวณหน้าบ้าน โดยมีน้าเงินที่ยอมลาออกจากงานประจำ มารับหน้าที่ดูแลมารดาให้ ซึ่งงานนี้เธอยอมจ่ายค่าแรงเพิ่มให้อีกเดือนละสามพัน พร้อมกับส่งประกันสังคมให้อีกทุกเดือน ซึ่งอันหลังนี้เธอได้รับข้อเสนอมาจากทิตยาอีกที ที่ให้เอาน้าเงินไปใส่ไว้ในรายชื่อแม่บ้านของบริษัท“สวัสดีจ้ะแม่ สวัสดีจ้ะน้าเงิน แม่กินข้าวหรือยัง”“แอ๊...ว”มารดาใช้ความพยายามอย่างมากกว่าจะพูดออกมาได้ แต่เธอก็ดีใจที่อาการของท่านดีขึ้น เธอใช้ผ้ากันเปื้อนที่รองไว้ใต้คาง เช็ดน้ำลายให้ท่านอย่างไม่รังเกียจ
คอนโดของมีนาก๊อก ๆ ๆ เสียงเคาะกระจกทำให้หญิงสาวที่กำลังคุยโทรศัพท์ และกำลังจอดรถอยู่ในซองตามหมายเลขห้องของตัวเองหันไปมอง.. เมื่อเห็นว่าเป็นใครก็ทำหน้าเอือมระอาเต็มทน แต่ก็กดกระจกรถให้เปิดเล็กน้อย แล้วบอกวางสายกับคู่สนทนา “แม่มาทำไม มีอะไรกับฉันอีก” ตะคอกถามไม่ดังนัก “เปิดประตูให้แม่หน่อย แม่ร้อน อยากตากแอร์เย็น ๆ บ้าง” คนเป็นมารดาเรียกร้องให้ลูกสาวปลดล็อกประตูรถและเธอก็ทำตาม “แม่มีอะไรก็ว่ามาเลย ไม่ต้องอ้อมค้อมนะ ฉันไม่ชอบ”“แม่จะมาขอเงินแกใช้บ้าง ตอนนี้แม่ไม่มีเงินติดตัวเลย” เมื่อลูกสาวบอกไม่ต้องอ้อมค้อม ผู้เป็นมารดาก็พูดเข้าประเด็น คำพูดที่เตรียมไว้ตะล่อมก็ไม่ปริปากออกมาแม้แต่คำเดียว“อะไรกันแม่ งานการไม่รู้จักหาทำ มาขอแต่เงินอยู่ได้ ฉันรู้นะว่าแม่เอาไปทำอะไร” เธอโวยใส่มารดา“นังมีนา! แกเป็นลูกฉันนะ ฉันขอแกก็ต้องให้ ไม่มีก็ต้องหา แกรู้มั้ยว่าตอนนี้ฉันเป็นหนี้ที่บ่อนอยู่เท่าไหร่ ถ้าไม่อยากโดนเอาไปขัดดอกฟรี ๆ โดยไม่ได้ค่าตัวแม้แต่บาทเดียวก็จ่ายมา ฉันจะได้ไปต่อทุนหาเงินใช้หนี้เสี่ยเขา”“แล้วพ่อล่ะ เขาไม่ได้หาเงินมาให้แม่ใช้บ้างหรือไง” ความสัมพันธ์ในครอบครัวของเธอ ถ้าไม่บอกคงไม่ม
เธอส่งสายตาค้อนใส่เขา แต่ไม่กล้าปริปากพูดอะไร เพราะวางตัวไม่ถูกเหมือนกัน “เมื่อไหร่จะรับรักพี่สักที พี่จะได้ขอหนูแต่งงาน หรือเราจะข้ามขั้นกันดี แต่งก่อนแล้วค่อยรับรักพี่ก็ได้นะ”“มาอารมณ์ไหนคะ เมื่อกี้ยังดุแฟนอยู่เลย”ชายหนุ่มมองเธอแล้วทำหน้าทะเล้น แววตาเป็นประกาย “อารมณ์รักไง รักหนูแฟนที่สุดในโลก” “ไปได้น้ำขุ่น ๆ คุณพ่อกับคุณแม่จะกลับมาเมื่อไหร่คะ” เธอเปลี่ยนเรื่องคุยให้ไกลตัว“แฟนรักพี่เป้ไหมครับ” เขาไม่สนใจคำถามของเธอ จึงได้สายตาอาฆาตจากเธอกลับมาแทนคำตอบ “จะกลับประมาณสิ้นเดือนนี้แหละครับ อยู่ที่ไทยไม่เกินเดือนก็จะไปอีก”“ท่านจะไปไหนอีกคะคราวนี้”“เห็นว่าจะไปแสวงบุญกับเพื่อน ๆ นะ มีอะไรจะถามอีกมั้ยครับคุณผู้หญิง” เขาส่งสายตาล้อเลียนเธอ เธอยื่นสองมือไปประกบแก้มของเขา แล้วบีบเข้าหากันจนปากจู๋ เธอหัวเราะเสียงใส เมื่อใบหน้าที่หล่อเหลาไร้ที่ติของเขาเปลี่ยนไป“ไม่มีอะไรแล้วค่ะพ่อหมู”“เดี๋ยวจะจับทำแม่หมูซะเลย” เขาพูดไม่ชัดนัก เพราะเธอยังไม่ยอมปล่อยมือเธอหัวเราะกับความขี้เล่นของเขา “ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า คนหล่อ ๆ แบบพี่เป้ก็ทำหน้าตาน่าเกลียดเป็นด้วย” ยุทิตย์มองคนรักแล้วยิ้มอย่างมีค







