Masuk"ระหว่างเรา... มันคือหนี้บุญคุณ หรือความรักที่ถอนตัวไม่ขึ้นกันแน่?" เมื่อ 'วรัลฌา' สาวน้อยวัยใสต้องกลายมาเป็น 'ผู้มีพระคุณ' ของรองประธานหนุ่มสุดฮอตอย่าง 'ชวินทร์' ความใกล้ชิดในที่ทำงานส่อแววเกินเลย จากเจ้านายผู้เคร่งขรึม กลายเป็นชายหนุ่มขี้อ้อนที่จ้องจะ 'กิน' เธอทุกวินาทีที่เผลอ! "ผมไม่เคยทำเพื่อตอบแทนบุญคุณ... แต่ผมทำเพราะคุณคือคนเดียวที่ผมอยาก 'ฝากชีวิต' ไว้ด้วย" ท่ามกลางคำดูถูกว่าเธอไม่คู่ควร และแผนการร้ายที่จ้องจะทำลายความเชื่อใจ เขาจะพิสูจน์ให้เธอเห็นว่า... สำหรับ 'เมีย' คนนี้ ต่อให้ต้องแลกด้วยตำแหน่งหรือเงินพันล้าน เขาก็ไม่เสียดาย!
Lihat lebih banyakคืนวันเสาร์ที่แสนจะวุ่นวายวรัลฌาหรือกวางหญิงสาววัย 22 ปีนักศึกษาคณะบริหารปี 4 กำลังสาละวนอยู่กับการเก็บจานบนโต๊ะในร้านอาหารนานาชาติที่ตั้งอยู่บนโรงแรมหรูหลังจากลูกค้ากลุ่มสุดท้ายเพิ่งเดินออกไป
“เหนื่อยหน่อยนะกวาง” สายสุดาผู้จัดการร้านเดินมาตบบ่าเบาๆ พร้อมช่วยหยิบจานชามตรงหน้า
“ไม่เป็นไรค่ะพี่นุ่น อีกนิดเดียวก็เสร็จแล้วพี่นุ่นไปนั่งพักเถอะกวางทำต่อเองค่ะ วันนี้พี่ก็เหนื่อยมากเหมือนกัน” วรัลฌายิ้มแม้หยาดเหงื่อจะซึมตามไรผม แต่ดวงตากลมโตยังคงเป็นประกายสดใส
“วันนี้พนักงานลาพร้อมกันสองคน กวางเลยต้องรับภาระหนักกว่าเพื่อน แต่ไม่ต้องห่วงนะ วันนี้แขกกระเป๋าหนักทั้งนั้น โดยเฉพาะโต๊ะชาวอเมริกัน เขาฝากทิปไว้ให้กวางโดยเฉพาะเลยนะ”
“แล้วคนอื่นจะไม่ว่าเหรอคะ”
“ใครจะกล้า วันนี้ทุกคนเห็นกันหมดว่ากวางวิ่งรอกดูแลโต๊ะนั้นจนแทบไม่ได้พัก เอาไปเถอะจ้ะ ถือเป็นรางวัลคนเก่ง แขกบอกว่าประทับใจที่กวางบริการดี แถมยังชมไม่ขาดปากว่าพนักงานคนนี้สวยและมารยาทงามมาก”
“ขอบคุณค่ะพี่กวาง”
“คืนวันเสาร์ลูกค้าเราเยอะอยู่แล้วแต่วันนี้พนักงานประจำลาถึงสองคน กวางเลยเหนื่อยกว่าเดิมแต่คนที่ไม่มาก็คงอิจฉาแหละเพราะวันนี้มีแต่ลูกค้าทิปหนัก ๆ ทั้งนั้นเลย เดี๋ยวพี่จะแบ่งให้นะ แต่ของกวางน่าจะได้มากกว่าคนอื่น”
“ขอบคุณนะคะพี่นุ่น แบบนี้กวางทำงานสุดทุ่มตัวเลยค่ะ” หญิงสาวยิ้มหวานแม้จะเหนื่อยมากแต่รายรับที่ได้มันก็คุ้มกับค่าเหนื่อย
วรัลฌาเป็นเด็กต่างจังหวัด เธอเข้ามาเรียนกรุงเทพและทำงานพิเศษไปด้วย
แม้ว่าทางบ้านจะส่งเงินมาให้แต่หญิงสาวก็อยากจะแบ่งเบาภาระของทางบ้าน บิดาของเธอเป็นครูที่กำลังจะเกษียณในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ส่วนมารดาเปิดร้านขายของชำเล็ก ๆ ในตำบลแห่งหนึ่งทางภาคเหนือ
“เลิกงานแล้วให้พี่ไปส่งไหมวันนี้มันดึกกว่าทุกวัน”
“ขอบคุณค่ะพี่นุ่น แต่กวางกลับเองดีกว่าดึกแล้วพี่เองก็จะได้กลับไปพักด้วยค่ะ”
หลังจากเลิกงานและแบ่งเงินค่าทิปแล้ววรัลฌาก็กึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้าไปยังซอยเล็ก ๆ ที่อยู่ระหว่างทางเพื่อไปให้ถึงป้ายรถเมล์ให้เร็วที่สุด
หญิงสาวทำงานพิเศษเป็นพนักงานเสริมที่ห้องอาหารของโรงแรมที่นี่มาเกือบสองปีแล้ว ในทุกคืนหลังเลิกงานเธอก็จะเดินไปขึ้นรถเมล์ที่อยู่ไกลออกไปอีกประมาณสองช่วงดึกเพื่อกลับหอพักที่อยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัย เธอรู้สึกว่าคืนนี้บรรยากาศมันดูเงียบกว่าทุกคืน วรัลฌาคิดว่าคงเป็นเพราะเธอกลับช้ากว่าปกติ หญิงสาวจึงเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น
ปั้ง!....
เสียงที่ดังขึ้นทำให้หญิงสาวชะงักฝีเท้า หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบหลุดออกมานอกอก เธอรีบกระโจนเข้าหาที่กำบังหลังถังขยะใบใหญ่ทันทีตามสัญชาตญาณ แอบมองผ่านความมืดออกไป ภาพที่เห็นทำให้ตัวเธอเย็นเฉียบยืนนิ่งเพราะกลัวว่าพวกนั้นจะเห็น
ชายหนุ่มในชุดสูทเนื้อดีดูภูมิฐานกำลังถูกชายฉกรรจ์สามคนคลุมศีรษะด้วยหมวกไอ้โม่งสีดำยืนล้อมอยู่ เธอไม่รู้ว่าเขาเป็นใครแต่เมื่อเห็นแบบนี้ก็ไม่อาจปล่อยผ่านไปได้
“ถ้าไม่อยากตายก็ฉีกสัญญาวันนี้ แล้วกูจะไว้ชีวิตมึง” หนึ่งในชายฉกรรจ์ตวาดเสียงดังลั่น
“ฝันไปเถอะ” เสียงตอบแข็งกร้าวแม้จะกำลังจะหมดแรง
“กูให้โอกาสมึงแล้วนะ” ชายตัวสูงยกปืนขึ้นเล็งที่ศีรษะของชายคนนั้น
สัญชาตญาณความกลัวก็พ่ายแพ้ต่อความมีมนุษยธรรม เธอจะปล่อยให้มีการฆ่ากันตายต่อหน้าไม่ได้
วรัลฌาตัดสินใจโทรแจ้งความระหว่างรอตำรวจรับสายเธอก็คว้าขวดแก้วเปล่าใกล้มือขว้างออกไปสุดแรงหวังดึงความสนใจ
เพล้ง!....
“ช่วยด้วย ช่วยด้วยค่ะ มีคนถูกทำร้าย! ในซอยข้างโรงแรมxxxค่ะ” หญิงสาวตะโกนสุดเสียงเมื่อปลายสายกดรับ
“เฮ้ย! ....คนเห็นว่ะ ฆ่ามันปิดปากด้วย” คนร้ายหันขวับมาทางเธอ
หญิงสาวเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว เธอจะวิ่งหนีแต่ก็ช้ากว่ากระสุนกระสุนนัดแรกพุ่งเข้าใส่หน้าท้องอย่างจังจนร่างบางทรุดฮวบลงกับพื้น
ปั้ง!....
“อึก....!”
ในวินาทีนี้หญิงสาวไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด มือยังคงกำโทรศัพท์แล้วกัดฟันมองไปยังชายคนนั้น
มันเดินมาใกล้แล้วถอดหมวกไอ้โม่งที่คลุมอยู่จนหญิงสาวเห็นใบหน้าที่มีเห็นแผลเป็นบริเวณหัวคิ้วอย่างชัดเจน
“แส่นักนะมึง กูจะให้มึงเห็นหน้ากูชัด ๆ ว่าใครเป็นคนส่งมึงไปลงนรก” มือหยาบกร้านบีบปลายคางของหญิงสาว เมื่อเห็นท่าทางหวาดกลัวของวรัลฌามันก็แสยะยิ้มเหี้ยม ก่อนจะจ่อยิงซ้ำเป็นนัดที่สอง
ปั้ง!....
“กรี๊ดดดด!.....”
เสียงปืนลั่นพร้อมกับเสียงกรีดร้องของหญิงสาวก่อนที่ชายพวกนั้นจะรีบหนีไปเพราะเสียงไซเรนจากรถตำรวจที่ดังเข้ามาใกล้
เสียงกรีดร้องขาดห้วงลงพร้อมกับร่างของวรัลฌาที่แน่นิ่งไป เลือดสีแดงค่อย ๆ ไหลซึมลงบนพื้นคอนกรีตที่เย็นเฉียบ พวกมันรีบเผ่นหนีไปทันทีเมื่อเสียงไซเรนรถตำรวจดังใกล้เข้ามา
ชายหนุ่มที่นอนหายใจอ่อนอยู่อีกฝั่งพยายามตะเกียกตะกายเข้ามาใกล้คนที่ช่วยชีวิตเขาไว้
ดวงตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความสะเทือนใจ เขาไม่คิดเลยว่าจะมีใครยอมเอาชีวิตมาแลกเพื่อคนแปลกหน้าอย่างเขา
“คุณ....คุณ....” เขาพยายามเรียกและเขย่าตัวแต่หญิงสาวกลับไม่ไหวติง
แล้วเสียงฝีเท้าหนัก ๆ หลายคู่ดังใกล้เข้ามา เขารู้สึกโล่งใจเมื่อเห็นว่าเป็นคนของตนเองที่ตามมาช่วยได้ทันเวลา
“คุณชวินทร์ครับ”
“ช่วยเธอให้ได้ก่อน” ชวินทร์เค้นเสียงสั่งลูกน้องเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่สติของเขาจะดับวูบลงตามไป
เช้าวันใหม่วรัลฌาไปทำงานด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป เธอไม่ได้มีความกังวลอีกต่อไป แม้ตอนที่เดินเข้าแผนกจะเห็นปวริศายืนมองอยู่ด้วยสายตาจิกกัดเหมือนเดิมก็ตาม“ดูอารมณ์ดีจังนะกวาง แน่ใจแล้วใช่ไหมว่าจะทำงานที่นี่ต่อ” ปวริศาเดินเข้ามาทักพร้อมรอยยิ้มเยาะวรัลฌาหยุดฝีเท้าแล้วหันไปยิ้มตอบอย่างสุภาพ“ค่ะพี่ริศา กวางตัดสินใจแล้วว่าจะทำงานที่นี่ บ่ายนี้ก็จะเซนต์สัญญาแล้วค่ะ เพราะกวางรู้แล้วว่าความจริงมันเป็นยังไงส่วนความหวังดีของพี่ริศา กวางรับรู้ด้วยใจจริงค่ะ” เธอยิ้มอ่อนแต่แววตาแฝงไปด้วยความสะใจใบหน้าที่เคยยิ้มเยาะของปวริศาชาวาบและซีดลงทันทีเมื่อแผนทำให้ทั้งสองผิดใจกันไม่ได้ผล ยังไม่ทันที่ปวริศาจะได้พูดอะไรเสียงเย็นเฉียบของชวินทร์ก็ดังขึ้นมาเสียก่อน“ริศา เข้าไปพบผมที่ห้องทำงานเดี๋ยวนี้”ชวินทร์เดินผ่านไปโดยไม่แม้แต่จะมองหน้าปวริศา เขาปรายตามองวรัลฌาด้วยความอ่อนโยนเพียงชั่วครู่ก่อนจะเดินเข้าห้องทำงานไป ปวริศาจำต้องเดินตามเข้าไปด้วยหัวใจที่เริ่มสั่นระรัวภายในห้องทำงานที่เงียบสงัด ชวินทร์นั่งลงที่เก้าอี้ประจำตำแหน่งสายตาที่มองดูรุ่นน้องเยือกเย็น“ท่านรองเรียกริศามาแต่เช้า มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล
ชวินทร์เปิดประตูรถให้เธอตามปกติ ก่อนจะเดินอ้อมกลับเข้าไปนั่งยังตำแหน่งคนขับ“กวาง” เขาเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ“มีอะไรคะ” วรัลฌาเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาที่สั่นไหวของเธอกำลังพยายามปิดบังความรู้สึกเอาไว้ เธออยากถามว่าสิ่งที่ปวริศาพูดเป็นความจริงไหม แต่ก็ไม่กล้า“อย่าสนใจคำพูดของคนอื่น เรื่องความรักกับหนี้บุญคุณไม่เกี่ยวกัน”วรัลฌาหันไปมองหน้าเขาทันที คำพูดของชวินทร์ทำให้น้ำตาที่เธอกลั้นไว้พังทลายลงมาทันที ชวินทร์ดึงเธอเข้ามากอดด้วยความรักความอบอุ่นที่เขามีให้เธอเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น“คุณชวินทร์ได้ยินเหรอคะ”“ใช่ครับ ผมได้ยินทั้งหมด กวางอย่าคิดมากนะ ไม่มีใครรู้เรื่องนี้ดีกว่าเราสองคนหรอกนะ”“กวางแค่กลัวค่ะ กลัวว่าคุณจะทำเพราะหน้าที่”“ถ้ามันเป็นแค่บุญคุณผมคงไม่พากวางไปที่บ้าน ผมคงไม่ไปคุยกับแม่ของกวางหรอกนะ ผมมีแฟนมาหลายคนแต่ไม่เคยให้พ่อกับแม่ไปเจอครอบครัวของฝ่ายหญิงเลยนะ” เขาพูดอย่างจริงจังแล้วเช็ดน้ำตาเธอออกเบา ๆ“แล้วพี่ริศารู้เรื่องเราได้ยังไงคะ”“ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน”“ไม่ใช่ว่าคุณเล่าให้พี่เขาฟังนะคะ เมื่อกี้เขาเรียกคุณว่าพี่ชวินทร์ด้วยนะคะ คุณสนิทกันมากกว่าที่เล่าให้กว
บรรยากาศหลังเลิกงานในออฟฟิศค่อนข้างเงียบ วรัลฌานั่งทำงานอยู่เดียวด้วยความใจเย็น แม้ว่าจะเลยเวลาเลิกงานมาพักใหญ่แล้ว แต่เธอก็ยังเลือกที่จะนั่งรอชวินทร์ที่กำลังประชุมอยู่สำหรับหญิงสาวแล้วการได้นั่งรอคนรักและกลับออกไปจากบริษัทพร้อมกันไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อ ความสัมพันธ์ที่มั่นคงและเปิดเผยทำให้เวลาในแต่ละวันเต็มไปด้วยความสุขโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะสั่นทำให้วรัลฌาละสายตาจากหน้าจอ เธอยิ้มออกมาทันทีเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ“ประชุมเสร็จแล้วเหรอคะ” เธอถามด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานเพราะรู้ว่างานของเขามันเครียดมาก“เสร็จแล้วครับกวาง แต่ผมขอเวลาจัดการอีเมลด่วนอีกสักสิบนาทีนะเสร็จแล้วจะเดินไปหานะ” ปลายสายตอบกลับมาด้วยเสียงที่ฟังดูเหนื่อยแต่ยังคงมีความอบอุ่นเสมอ“ได้ค่ะ กวางรอได้คุณชวินทร์ไม่ต้องรีบนะคะ”วรัลฌายังไม่ทันได้กดวางสาย เสียงรองเท้าส้นสูงที่กระทบพื้นกระเบื้องดังอย่างเป็นจังหวะสม่ำเสมอก็ใกล้เข้ามาเสียก่อน เธอเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะพบกับปวริศาเดินมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“กวางยังไม่กลับเหรอ”“ยังค่ะ”“งั้นเข้าไปคุยกับพี่ในห้องหน่อยสิ มีเรื่องงานจะแจ้งน่ะ”“ได้ค่ะพี่ริศา” เธอยังไม่ได้กดตัดสาย
“หายเหนื่อยหรือยังคะ” วรัลฌาถามเสียงแผ่ว พลางซบหน้ากับอกอุ่น“หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลยครับ แต่เหมือนจะเริ่มหิวใหม่อีกรอบแล้วสิ” เขาแกล้งแหย่จนหญิงสาวต้องตีแขนเขาเบาๆ“ไม่ได้นะคะ กวางไม่อยากไปทำงานสาย”“เมียจ๋า ผัวขอได้ไหม” เขาอ้อนอีกครั้ง“คุณชวินทร์....เรียกแบบนี้กว่ากลัวคนอื่นได้ยิน”“ไม่ชอบเหรอหรือไม่อยากเป็นเมียผม”คำถามนั้นทำให้วรัลฌาหัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ ดวงตาที่เคยมองเขาอย่างระวังกลับเริ่มสั่นไหว“อย่าพูดแบบนี้สิคะ….” เสียงเธอแผ่วลงโดยไม่รู้ตัว“แต่ผมว่าสถานะที่เราเป็นอยู่นี้มันชัดเจนมากนะ”“กวางรู้ค่ะ”“แล้วทำไมต้องหน้าแดงด้วยล่ะหืม….”มือของเขาเลื่อนมาจับปลายคางเธออย่างอ่อนโยน ความใกล้ชิดที่มากเกินไปทำให้ทุกประสาทสัมผัสตื่นตัวอีกครั้ง“อย่าหลบสายตาผมสิ”เธอเผลอกลืนน้ำลาย เมื่อสบตาเขาอีกครั้ง ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยบางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกร้อนวูบไปทั้งตัว“ก็คุณเอาแต่จ้อง รีบนอนกันดีกว่านะคะ”“เคยมีครั้งไหนที่ผมพอแค่ครั้งเดียวหรือเปล่า”“คุณกินดุตลอด” หญิงสาวค้อนเบา ๆ“ก็กวางน่ากิน ว่าแต่กวางอยากกินไอติมผมบ้างไหมล่ะ จะได้รู้ว่าผมเองก็อร่อยไม่แพ้กวางเลยนะ”วรัลฌามอ





