Se connecterเขาให้เธอมาเป็นคนรับใช้ส่วนตัวเพื่อแลกกับเงินในการรักษาพ่อของเธอ โดยการเป็นคนรับใช้ที่แลกกับเงินจำนวนมากนั้น คือการดูแลเรื่องบ้านและ 'เรื่องบนเตียง' ด้วย "ถ้าอยากได้เงิน ก็อ้าขาให้ฉันเอา...จนกว่าฉันจะเบื่อ" เพลิง นักศึกษาวิศวะปี 3 (อายุ 22 ปี) เขาที่พังทลายลงเพราะความรักของเธอในวันนั้น วันนี้ได้กลับมาตอบแทนการหักหลังของเธออีกครั้ง โดยการยื่นข้อเสนอให้เธอกลับมาอยู่กับเขาอีกครั้งในฐานะของ 'คนรับใช้' ที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้านายอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง "ทำไมถึงร้องไห้แบบนั้นล่ะ? การนอนอ้าขาแล้วได้เงินจากผู้ชายแบบนี้น่าจะเป็นสิ่งที่เธอถนัดมากที่สุดนะ" ญาดา นักศึกษาบัญชีปี 4 (อายุ 22 ปี) เธอเก็บซ่อนความเจ็บปวดไว้กับตัวเองมาตลอดระยะเวลา 2 ปี ครั้งหนึ่งชีวิตของเธอเคยสมบูรณ์แบบ แต่ปัจจุบันเธอกลับกลายมาเป็นเสาหลักของบ้านที่ต้องหาเงินรักษาพ่อที่ล้มป่วยกะทันหัน และกลายเป็น 'แฟนเก่า' ของเขา จนกระทั่งวันหนึ่งที่ทั้งคู่ได้พบกันอีกครั้งและเขาได้ยื่นข้อเสนอให้กับเธอ ที่ไม่ว่าเจ้านายจะต้องการอะไร...เธอก็ต้องตอบสนองความต้องการของเขาอยู่เสมอ
Voir plusบทนำ คำขอโทษของคนเลว
‘ทุกอย่างมันเริ่มผิดพลาดตั้งแต่ตรงไหนกันนะ...’ ชายหนุ่มเกิดคำถามขึ้นมากับตัวเองระหว่างที่กำลังนึกย้อนไปถึงเรื่องราวในอดีตที่เกิดขึ้นทั้งหมด ตั้งแต่ปีแรก ปีที่สอง และปีที่สาม...แต่ไม่ว่าเขาจะพยายามหาคำตอบยังไง เรื่องราวทุกอย่างในตอนนี้ก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไปอยู่ดี “ฉันขอโทษดา ฉันขอโทษเธอจริง ๆ” “ฉันผิดเองทั้งหมด...ผิดเองทั้งหมดเลย” เพลิงร้องไห้ออกมาอย่างง่ายดายโดยที่ยังคงกุมมือหญิงสาวที่นอนแน่นิ่งตรงหน้าเอาไว้แน่น น้ำตาลูกผู้ชายของเขาที่ไม่เคยเสียให้ใครในตอนนี้กลับไหลออกมาง่าย ๆ เพราะผู้หญิงตรงหน้าที่เขารักมากที่สุดอีกครั้งไม่ต่างจากเมื่อหนึ่งปีก่อน เพียงแต่ความรู้สึกในตอนนี้มันกลับต่างกันอย่างสิ้นเชิง เขากำลัง ‘รู้สึกผิด’ ที่ทำให้เธอต้องเป็นแบบนี้ และได้แต่หวังให้เธอตื่นขึ้นมาเพื่อลงโทษคนเลว ๆ อย่างเขา ...แม้ว่าจะไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาเท่าใดก็ตาม บทที่ 1 เปลี่ยนเป็นคนใหม่ บ้านเทพพิพัฒน์ (หลายเดือนก่อน) “วันนี้เราต้องตั้งโต๊ะเตรียมไว้กี่ที่เหรอพี่” แม่บ้านคนหนึ่งเอ่ยถามคนอายุมากกว่าระหว่างกำลังเตรียมมื้อเย็นในวันศุกร์ ซึ่งปกติเป็นวันที่ทุกคนจะมาใช้เวลาในช่วงวันหยุดร่วมกัน รวมถึงเป็นวันที่ลูก ๆ ของเจ้านายใหญ่จะกลับมาหาพ่อแม่ด้วยเช่นกัน “ก็เท่าเดิมเหมือนสัปดาห์ก่อนนั่นแหละ” “แบบไม่มีคุณเพลิงน่ะเหรอ?” “ก็คงจะอย่างนั้นแหละ เพราะนี่ก็ไม่ใช่สัปดาห์แรกที่คุณเพลิงไม่กลับมาบ้านสักหน่อย แถมกลับมาทีไรก็อยู่ในสภาพที่ไม่ปกติทุกที” “เฮ้อ...ฉันสงสารคุณเพลิงจริง ๆ นะ ยังเป็นวัยรุ่นอยู่เลยแท้ ๆ แถมชีวิตกำลังไปได้สวยอีกต่างหาก ไม่น่าโดนผู้หญิงแบบนั้นหลอกจนเสียอนาคตแบบนี้เลย” “นี่! พูดเบา ๆ หน่อยสิ ถึงคุณท่านจะใจดีกับพวกเราแต่ก็ไม่ใช่ว่าพ่อแม่ทุกคนจะรู้สึกดีที่ได้ยินคำพูดแบบนี้หรอกนะ” เธอเตือนแม่บ้านอีกคนเสียงเบาด้วยกลัวว่าจะมีใครมาได้ยิน “ไม่เห็นหรือไงว่าไม่ใช่แค่คุณท่าน แต่ทั้งคุณติณกับคุณเพลล์เองก็เป็นห่วงคุณเพลิงมากไม่ต่างกัน” “ต้นเหตุก็มาจากผู้หญิงคนนั้นแหละพี่ ทั้ง ๆ ที่คุณเพลิงมีโอกาสได้ไปเรียนต่างประเทศ ได้มีอนาคตที่ดีกว่านี้ได้แล้ว แต่คุณเพลิงก็ยังเลือกผู้หญิงคนนั้นที่ไม่มีอะไรเลย แล้วดูสิ่งที่หล่อนทำกับคุณเพลิงสิ” “จนตอนนี้คุณเพลิงก็ยังเลือกผู้หญิงคนนั้นมากกว่าอนาคตของตัวเองอยู่เลย” แม่บ้านสาวพูดขึ้นมาอย่างอดไม่ได้หลังได้เห็นสภาพที่ทรมาน ‘ปางตาย’ ของเพลิงด้วยสายตาของตนเอง ซึ่งต่อให้รู้เรื่องราวแค่ผิวเผินแต่ภาพที่เพลิงเอาแต่กินเหล้าและเก็บตัวเงียบอยู่ทุกวันนี้ก็พอจะเป็นคำตอบให้ได้ว่าความรักครั้งนี้ได้ทำร้ายเขามากขนาดไหน “ไม่รู้ว่าป่านนี้ผู้หญิงคนนั้นไปใช้ชีวิตสุขสบายอยู่ที่ไหนเนอะ ขนาดคุณเพลิงเป็นแบบนี้ยังไม่คิดจะสนใจเลย” “นี่ หยุดก่อน” แม่บ้านที่อายุมากกว่าปรามรุ่นน้องเสียงเบาหลังเห็นชายหนุ่มที่พวกเธอกำลังพูดถึงได้เดินผ่านไป ซึ่งการปรากฏตัวของเขาในรอบหลายสัปดาห์ต่างทำให้ทั้งคู่รู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก อีกด้าน เพลิงเดินเข้าไปในบ้านด้วยสติที่ยังคงไม่ค่อยเต็มร้อยเท่าไหร่นัก แต่ว่าตอนนี้ความตั้งใจในการใช้ชีวิตของเขาที่มากขึ้นกว่าเดิมก็ทำให้ชายหนุ่มสามารถพาตัวเองมาถึงที่บ้านได้ เขาได้ยินเสียงของแม่บ้านคุยกันท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบภายในบ้าน แต่เพลิงกลับไม่สามารถจับใจความหรือจดจำคำพูดเหล่านั้นได้เลย แม้ว่ามันจะเป็นสิ่งที่คนปกติทั่วไปจะสามารถเข้าใจมันได้อย่างง่ายดายก็ตาม ชายหนุ่มยกมือขึ้นมานวดคลึงขมับเพื่อเรียกสติให้กับตนเองเล็กน้อยระหว่างที่กำลังเดินขึ้นบันได จากนั้นเขาจึงหยุดอยู่พักใหญ่เพื่อใช้เวลาคิดว่าห้องใดเป็นห้องของคนที่เขาอยากมาหา แกร๊ก... เสียงเปิดประตูที่ดังขึ้นของห้องทำงานทำให้นักธุรกิจใหญ่หันมามองที่ต้นทางของเสียงด้วยความสงสัย ทว่าภูวนาถกลับต้องประหลาดใจมากกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าลูกชายคนเล็กที่หายไปนาน เป็นฝ่ายกลับมาหาเขาอีกครั้ง “ผมมาหาพ่อครับ” “นั่งก่อนสิ” ภูวนาถบอกอย่างใจเย็นโดยที่เขาพยายามรักษาความสงบของตัวเองให้ได้มากที่สุดในฐานะหัวหน้าครอบครัว ทว่าดวงตาคมก็ยังคงไล่สังเกตใบหน้าของลูกชายคนเล็กอยู่ตลอดด้วยความเป็นห่วง ใบหน้าของเพลิงนั้นยังคงหม่นหมองไม่ต่างจากครั้งอื่น ๆ ที่เขาได้เจอ เพียงแต่ว่าตอนนี้หนวดเคราที่เคยปล่อยไว้กลับถูกโกนออกจนดูสะอาดตามากขึ้น อีกทั้งเพลิงยังสวมใส่เสื้อผ้าด้วยชุดที่ดูดีกว่าเมื่อก่อนเป็นอย่างมาก แสดงว่ามันคงมีบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงขึ้นกับลูกชายของเขา...ซึ่งเขาหวังว่ามันจะเป็นสัญญาณที่ดีขึ้นจากเดิมเช่นกัน “เป็นยังไงบ้าง พ่อดีใจนะที่เพลิงกลับมาที่บ้านของเราอีกครั้ง” อีกทั้งวันนี้เขายังดูไม่เมาเหมือนวันอื่น ๆ อีกต่างหาก “ขับรถมาเองเหรอ? วันหลังโทรเรียกคนขับรถของเราให้ไปรับก็ได้นะ” “ผมอยากกลับมาเรียนต่อครับ” ชายหนุ่มที่นั่งเงียบอยู่นานบอกความประสงค์ที่ทำให้เขาตัดสินใจมาในวันนี้ จนกระทั่งภูวนาถเงียบไปอย่างไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ได้ยิน “อีกไม่กี่เดือนก็จะเปิดเทอมใหม่พอดี ผมเลยคิดว่าจะเริ่มเรียนใหม่ในเทอมหน้าเลยครับ” “ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ” ภูวนาถคลี่ยิ้มออกมาด้วยความดีใจเมื่อเพลิงเป็นฝ่ายเลือกเส้นทางนี้ด้วยตัวเองอีกครั้ง ซึ่งมันเป็นสัญญาณที่ดีมากสำหรับคนเป็นพ่ออย่างเขาที่ลูกชายอยากจะ ‘กลับมาใช้ชีวิต’ อีกครั้ง “อยากไปประเทศไหนล่ะ? หรือว่าจะไปเรียนที่เดียวกับที่ติณจบมาดีไหม? เพราะบ้านที่เราซื้อไว้ก็อยู่ใกล้กับมหา’ลัยพอดี” “ผมจะเรียนต่อที่เมืองไทยครับ ที่เดิม...และคณะเดิม” “นี่ลูกไม่ได้คิดจะประชดชีวิตตัวเองอีกครั้งใช่มั้ย?” “เปล่าครับ แต่ผมแค่อยากกลับไปเรียนที่เดิมก็แค่นั้น” “แน่ใจใช่มั้ย? เพราะพ่อไม่เคยขัดขวางอยู่แล้วว่าลูกจะต้องเรียนจบอะไร แต่พ่อแค่อยากให้ลูกได้เรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบและมีความสุขนะ” เพราะเขารู้ดีว่าสาเหตุที่เพลิงเลือกเรียนวิศวะแทนที่จะไปเรียนเกี่ยวกับการบริหารแบบพี่ ๆ ของเขาเลือกเรียนคืออะไร และภูวนาถเองก็ไม่อยากจะให้เพลิงต้องกลับไปในสถานที่เดิม ๆ และเป็นเหมือนเดิมอีก “ผมตัดสินใจแล้วครับ แล้วก็จะไม่เปลี่ยนใจด้วย” แกร๊ก... “เพลิง!” เสียงเรียกที่คุ้นเคยพร้อมกับประตูที่ถูกเปิดเข้ามาช่วยดึงความสนใจจากทั้งสองคนที่กำลังพูดคุยกัน ก่อนที่อาภัสราจะเดินเข้ามาหยุดอยู่ด้านข้างของลูกชายคนเล็กหลังรู้ว่าเพลิงเป็นฝ่ายยอมกลับมาที่บ้านด้วยตนเอง สายตาที่เธอมองไปยังชายหนุ่มตรงหน้ายังคงสั่นไหวและเต็มไปด้วยความเป็นห่วง “ลูกมาขอกลับไปเรียนอีกครั้งน่ะ” “จริงเหรอคะ? เป็นเรื่องจริงเหรอเพลิง” “จริงครับ” “ไม่ต้องฝืนตัวเองนะลูก แม่ดีใจมาก ๆ ที่เพลิงกลับมาหาพวกเรานะ” “ผมขอโทษนะครับที่ทำให้ทุกคนต้องเป็นห่วง” เพลิงยกแขนขึ้นมากอดตอบคนเป็นแม่ที่กำลังสวมกอดเขาไว้อยู่ ทำให้อาภัสราสะอื้นไห้ออกมาหนักมากกว่าเดิมกับการกลับมาของลูกชายคนเล็กที่เธอเป็นห่วงเขามากที่สุด “ไม่เป็นไรเพลิง ขอแค่เพลิงกลับมาใช้ชีวิตได้เหมือนเดิมโดยที่ไม่เจ็บปวดอีก ต่อให้ลูกอยากทำอะไรแม่ก็สนับสนุนทั้งนั้นนะ” “ครับ จากนี้ไปผมจะกลับมาเป็นคนเดิม...ที่ไม่เจ็บปวดกับอะไรแบบนั้นอีก” แววตาของเขานั้นเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนเมื่อเอ่ยเกี่ยวกับเรื่องราวในอดีตที่เคยเกิดขึ้น และไม่มีใครที่จะสามารถคาดเดาความคิดของเขาได้เลย ห้องของเพลิง หลังจากที่พูดคุยทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพลิงก็กลับมาที่ห้องนอนของเขาอีกครั้งด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้าจากการที่ยังไม่ค่อยชินเท่าไหร่นักที่จะต้องกลับมาใช้ชีวิตแบบคนอื่น ๆ อีกครั้ง แต่เพราะว่าได้ตัดสินใจไปแล้วหลังจากที่ใช้เวลาอยู่กับตัวเองนานหลายเดือน จึงทำให้เพลิงไม่คิดจะเปลี่ยนใจอีก ก๊อกๆๆ “เข้ามาครับ” “ขออนุญาตนะคะคุณเพลิง” “ครับ ช่วยเก็บของในห้องออกไปให้ผมทีนะครับ” “ทั้งหมดเลยเหรอคะ?” แม่บ้านที่ได้รับคำสั่งมาเอ่ยถามด้วยความรู้เกร็งไม่น้อย ถึงเพลิงจะตัดสินใจกลับมาอยู่ที่บ้านแล้วแต่เขาก็ยังดูเย็นชาอยู่ดี “ใช่ครับ ทั้งหมดที่อยู่ในห้อง เพราะผมไม่อยากเห็นของอะไรที่รกสายตาแม้แต่ชิ้นเดียว” แม่บ้านสาวเผลอกลั้นหายใจหลังจากที่ชายหนุ่มพูดจบ เพราะของที่อยู่ภายในห้องส่วนใหญ่ล้วนเป็นของที่ ‘แฟนเก่า’ ของเพลิงเคยซื้อให้ทั้งนั้น คนที่มีทรัพย์สมบัติมหาศาลแบบนั้นกลับไม่เคยใช้แบรนด์เนมแม้แต่ชิ้นเดียว แล้วเลือกที่จะใช้ของที่แฟนสาวซื้อมาให้แทนโดยไม่สนใจราคาของแต่ละชิ้นเลย จนภายในห้องของเพลิงล้วนมีแต่ของที่คนรักซื้อให้เขาแทบจะทั้งหมด ซึ่งแม้จะผ่านมานานนับปีแต่ชายหนุ่มก็ยังคงเก็บรักษาของทุกชิ้นไว้เป็นอย่างดี แต่เธอจะทำอย่างไรได้ เพราะในเมื่อเพลิงยอมตัดใจออกจากสิ่งที่เขารักมากที่สุด ก็แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงเป็นคนใหม่ที่ดีขึ้นของเขาแล้ว“ว่าแต่ตอนนี้ประจำเดือนของเธอหมดแล้วใช่มั้ย?”“ใช่...เพลิงถามทำไมเหรอ?”“งั้นเรามาคุยกันได้หรือยัง?”ญาดาขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างไม่เข้าใจคำถามของแฟนหนุ่ม ขณะที่เพลิงเปลี่ยนมาขยับตัวเข้าไปใกล้เธอมากกว่าเดิม แล้วจึงซบหน้าลงบนต้นขาของแฟนสาว“เรื่องเมื่อสัปดาห์ก่อนที่เธองอนฉัน ที่ฉันยังไม่ได้พูดคุยกับเธอจริงจังก็เพราะคิดว่าเธอน่าจะอารมณ์แปรปรวนเพราะวันนั้นของเดือนอยู่” เพลิงเป็นฝ่ายอธิบายออกมาก่อน ทำให้ญาดาสามารถเข้าใจทั้งหมดได้ในทันทีเรื่องที่เธองอนเพลิงในวันนั้นที่ไปโรงพยาบาลด้วยกัน เพลิงไม่ได้พูดถึงมันอีกแม้ว่าจะกลับมาที่คอนโดฯ แล้วก็ตาม ซึ่งแม้ว่าลึก ๆ แล้วญาดาจะรู้ดีว่าเขาพยายามที่จะง้อเธออยู่ตลอด แต่ว่าอีกฝ่ายกลับไม่ได้พูดถึงเรื่องนั้นกับเธอออกมาอีกเลยมีแค่วันนี้เท่านั้นที่เขายอมพูดมันออกมา“วันนั้นดาใส่อารมณ์กับเพลิงไปหน่อย ดาขอโทษนะ”“ฉันไม่ได้พูดมันขึ้นมาเพื่ออยากให้เธอขอโทษแบบนี้หรอกนะ” เพลิงรีบแก้ไขความเข้าใจผิดของอีกฝ่าย“ฉันก็แค่...คิดว่าเราควรคุยกันมากกว่าน่ะ”“...”“จริง ๆ เธอหรือฉันอาจจะไม่ได้ติดใจเรื่องพวกนั้นแล้ว แต่ว่าในอนาคตเราก็ไม่รู้ว่าปัญหาเล็ก ๆ แบบนี้จะกลายเป็นปัญ
สัปดาห์ต่อมา (มหาวิทยาลัย)“ขอโทษนะครับ”เสียงเรียกของชายหนุ่มทำให้ญาดาที่กำลังเดินลงมาจากอาคารเรียนต้องหันหน้ากลับไปมอง เธอเลิกคิ้วเล็กน้อยเป็นเชิงคำถามในตอนที่เห็นชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งกำลังเดินมาที่เธอ“มีอะไรรึเปล่าคะ?”“เอ่อ...พอดีเราเห็นรูปของเธอในเพจมหา’ ลัยน่ะแล้ววันนี้ก็บังเอิญได้เจอตัวจริงพอดี ก็เลย...อยากจะขอไอจีหน่อยได้หรือเปล่า?”ญาดามองมือถือที่ถูกยื่นมาตรงหน้าด้วยสายตาที่เรียบเฉยเช่นเดิม เธอเงยหน้าขึ้นมาสบตากับชายหนุ่มตรงหน้าอีกครั้งจากนั้นจึงบอกกับเขาไปด้วยความสุภาพ“ขอโทษด้วยนะคะ แต่ว่าฉันมีแฟนแล้ว คิดว่าถ้าให้ไปมันคงจะดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่น่ะค่ะ”“งั้นเราขอแค่ติดตามเธอไม่ได้เหรอ?”“ไอจีของฉันเป็นไพรเวทที่รับแค่คนที่สนิทกันน่ะค่ะ” ญาดาตอบกลับไปเพียงสั้น ๆ เท่านั้นแล้วหมุนตัวกลับมาเพื่อจะเดินออกไปจากตรงนั้น ทว่าเธอกลับพบว่าด้านหลังของเธอเป็นเพลิงที่กำลังยืนรออยู่ไม่ไกลซึ่งสายตาของเขากำลังมองมาที่เธอและผู้ชายคนนั้นอย่างเปิดเผยญาดาคลี่ยิ้มบาง ๆ ให้กับแฟนหนุ่มแล้วรีบเดินเข้าไปหาเขา ซึ่งเพลิงก็ยื่นมือมาตรงหน้าเพื่อจะให้เธอได้จับเหมือนทุกวัน ญาดายกมือขึ้นมาจับประสานกับเพลิ
เช้าวันต่อมา (คอนโนมิเนียมของเพลิง)“อื้อ~ ปวดท้อง” ญาดาที่เพิ่งรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ส่งเสียงอู้อี้แล้วบ่นออกมา ทำให้เพลิงที่กำลังโอบกอดเธอเอาไว้รีบเอ่ยถามแฟนสาวด้วยความเป็นห่วง“ปวดมากมั้ย...เจ็บที่ฉันทำเมื่อคืนเหรอ?”“ไม่ใช่ มัน...ปวดเหมือนดาจะมีประจำเดือนเลย” ญาดากุมหน้าท้องของตัวเองเอาไว้แล้วบอกกับแฟนหนุ่มตามตรง ทำให้เพลิงทำการเปิดผ้าห่มออกแล้วปัดชุดคลุมของหญิงสาวออกเล็กน้อยเพื่อจะดูตรงร่องสาวของเธอ ซึ่งนอกจากความบวมแดงที่ทั้งคู่ได้ร่วมรักกันเมื่อคืนแล้ว เขายังเห็นน้ำสีใสที่เลอะอยู่ตรงหว่างขาของญาดาด้วย“น่าจะใช่แบบนั้นจริง ๆ นั่นแหละ” เพลิงสอดนิ้วเข้าไปเช็ดคราบน้ำสีใสเหล่านั้นแล้วยกมันขึ้นมาดู ทำให้เขาเห็นเลือดสีแดงสดซึ่งปนมากับน้ำของญาดาเล็กน้อยชายหนุ่มรีบขยับตัวขึ้นไปหาคนที่นอนปวดท้องอยู่อีกครั้ง แล้วเอ่ยถามเธอด้วยความเป็นห่วง“ปวดมากมั้ย? เดี๋ยวฉันประคบอุ่นให้นะ”“ดาอยากอาบน้ำก่อน...”“อาบไหวใช่มั้ย? หรือว่าอยากให้ฉันเช็ดตัวให้เหมือนเมื่อคืน”“ดาอยากอาบน้ำ จะได้มาใส่เสื้อผ้ากับผ้าอนามัยเลยด้วย”“งั้นเดี๋ยวฉันอาบให้นะ” เพลิงทำตามความต้องการของแฟนสาวอย่างว่าง่ายแล้วช
“เพลิงอ้อนดาเหมือนเมื่อก่อนเลย”“ฉันชอบทำแบบนี้กับเธออยู่แล้ว และถ้าไม่ใช่เธอฉันก็จะไม่ทำกับใครเหมือนกัน”“ชอบทำกับดาหรือว่าชอบหน้าอกของดากันแน่ เห็นกี่ครั้งก็เอาแต่ซุกหน้าอกของดาแบบนี้ตลอดเลย” ญาดาเอ่ยหลอกล้อแฟนหนุ่มเกี่ยวกับสิ่งที่เขาทำ ทำให้เพลิงยิ่งซุกไซ้ใบหน้าของเขากับหน้าอกนุ่มของแฟนสาวมากกว่าเดิมราวกับเป็นการประท้วงอีกคน จนญาดาหลุดเสียงหัวเราะออกมากับท่าทางที่ราวกับเด็กน้อยติดเต้าของเขา“ถ้าอีกรอบพอมั้ยคะ?”“ดาเหนื่อยแล้วเหรอครับ...”“ถามแบบนี้จะเอากี่รอบเหรอคะ?”“กี่รอบก็ได้...เอาเท่าที่ดาไหว”“แต่ว่าตอนนี้ดีขึ้นแล้วใช่มั้ย?” เพลิงผละใบหน้าออกมาแล้วเอ่ยถามญาดาอีกครั้ง ซึ่งความเป็นห่วงของเขานั้นราวกับเป็นยาวิเศษที่ช่วยรักษาบาดแผลในอดีตของญาดาให้ดีขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย ญาดายกมือขึ้นมาลูบที่ใบหน้าของเพลิงแล้วสบตากับเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก จากนั้นจึงตอบกลับไปอย่างอ่อนโยน“ดีขึ้นแล้วค่ะ เพราะเพลิงอ่อนโยนกับดามากไง”“สรุปแล้วเพลิงอยากจะทำอีกกี่รอบคะ?”“จริง ๆ อยากจะทำทั้งคืนเพราะฉันคิดถึงเธอมาก แต่ว่าฉันก็ไม่อยากจะฝืนใจเธอเหมือนกัน...”“ถ้าทั้งคืนดาต้องสลบไปก่อนแน่ ๆ เลย แค
หลายวันต่อมา (คอนโดมิเนียมของเพลิง)“ดาเตรียมน้ำไว้ให้แล้วนะ”ทันทีที่เพลิงเดินเข้ามาในคอนโดฯ ของเขา ชายหนุ่มก็ต้องได้ยินเสียงของญาดาเป็นสิ่งแรกอย่างเช่นทุกวันนับตั้งแต่วันนั้นที่ได้ทำข้อตกลงกัน ญาดาก็ได้แสดงออกชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับความรู้สึกของตัวเอง รวมถึงเข้ามามีบทบาทในการดูแลเขามากขึ้นเช่นกัน
“ใจเย็น ๆ ก่อนนะดา เดี๋ยวฉันจะหาทางช่วยเธอเอง” กฤตินเองก็รู้สึกเครียดไม่ต่างจากญาดาเหมือนกัน เพราะค่าใช้จ่ายที่พ่อของญาดาต้องใช้นั้นมันมีมูลค่าประมาณเจ็ดหลักเลยก็ว่าได้เขาพยายามติดต่อหาที่บ้านของตัวเองรวมถึงรวบรวมเงินในบัญชีทั้งหมดที่มีอยู่แต่มันก็อาจจะเพียงพอแค่ในช่วงแรกที่เป็นค่ารักษาไม่กี่รายกา
“ใจเย็น ๆ ก่อนนะดา ตอนนี้หมอกำลังผ่าตัดให้อยู่ ฉันเชื่อว่าพ่อของเธอจะต้องไม่เป็นอะไร”“นี่เป็นโรงพยาบาลที่เก่งเรื่องสมองมากที่สุดแล้ว ยังไงพ่อของเธอจะต้องปลอดภัยแน่นอน” กฤตินที่นั่งอยู่ด้านข้างปลอบใจญาดาในระหว่างที่เธอกำลังรอพ่อของเธอซึ่งกำลังเข้ารับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วนจากโรคของเส้นเลือดในสมองเพ
หลายวันต่อมา (บ้านของกฤติน)“แต่งตัวแบบนี้จะออกไปไหนเหรอกิต?” เนตรนภาที่เดินถือจานขนมเข้ามาเอ่ยถามเมื่อเห็นลูกชายเพียงคนเดียวของเธอกำลังแต่งตัวเหมือนจะออกไปข้างนอก ทว่าสายตาของเธอก็ต้องเหลือบไปเห็นรูปถ่ายจำนวนมากที่ติดอยู่ตรงผนังห้องบนหัวเตียงของลูกชายหญิงวัยกลางคนส่ายหน้าเบา ๆ อย่างรู้ดีว่าเจ้าขอ





