LOGINหลายวันที่ผ่านมามันก็ไม่ได้กลับมาที่บ้านเลย หรือมันอาจจะกลับแต่เธอไม่รู้ เพราะพอแม่ไปนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล เธอก็ให้คนรู้จักมาช่วยใส่กลอนประตูหน้าต่างเพิ่มความแข็งแรง เธอล็อกประตูบ้านยันประตูรั้วเพื่อไม่ให้มันเข้าออกบ้านได้อย่างเสรี แต่วันนี้มันก็โผล่มาจนได้
ทิตยาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด และพอจะรู้เรื่องราวของรุ่นพี่กับพ่อเลี้ยงดีพอสมควร จึงรีบเดินไปหาหญิงสาว
“พี่แฟน วันนี้ไปนอนบ้านปลายนะ ปลายมีเรื่องอยากจะปรึกษา”
“ไม่ได้นะหนูแฟน เป็นสาวเป็นนางจะไปนอนที่อื่นได้ยังไงกัน นอกบ้านอันตรายจะตาย” พ่อเลี้ยงที่หวังจะเคลมลูกเลี้ยงรีบออกตัว เขารอโอกาสมาหลายวันแล้ว ตั้งใจจะรวบรัดเธอเป็นเมียของเขาให้ได้ให้เร็วที่สุด ในช่วงที่อีแก่แม่ของเธอไม่อยู่
“บ้านของฉันจะปลอดภัยก็ต่อเมื่อไม่มีแกอยู่ด้วยเท่านั้นแหละ” แล้วจูงมือทิตยาเดินเข้าบ้านไปด้วยกัน “ไปเก็บของเป็นเพื่อนพี่หน่อย”
“คุณน้าจะไปไหนครับ อยู่คุยกับผมก่อน” ฐวรรษดึงแขนของสุชาติที่ทำท่าจะเดินตามสาว ๆ เข้าไปในบ้าน
“ฉันจะเข้าบ้านฉัน แกอย่ามายุ่ง” สุชาติสะบัดแขนอย่างไม่พอใจ แล้วเดินตามหลังหญิงสาวทั้งสองเข้าไป
ฐวรรษเห็นดังนั้นจึงรีบเดินตามเข้าไปอีกคน เพราะเขาก็ไม่ไว้ใจผู้ชายคนนี้เหมือนกัน..
ธิมาดาหยิบกุญแจออกจากกระเป๋าแล้วไขที่ประตูห้อง จูงมือทิตยาเดินเข้าไปข้างในแล้วกดล็อค ลงกลอนสองชั้นอย่างเคยชิน
“นั่งรอพี่ก่อนนะปลาย พี่หยิบของก่อน” เธอชี้ให้อีกฝ่ายนั่งลงบนเตียง
“พี่แฟนไปอยู่บ้านปลายเลยดีกว่ามั้ย กว่าแม่จะหายดี”
“ไม่ดีกว่าปลาย ปกติมันก็ไม่ค่อยกลับมาบ้านหรอก ตั้งแต่แม่ไม่อยู่พี่ก็เพิ่งเห็นหัวมันนี่แหละ” ตอบขณะที่มือก็เก็บเสื้อผ้ากับของใช้ส่วนตัวใส่กระเป๋า “เรียบร้อยแล้ว ไปกันเถอะ”
...................
สุชาติกำลังนั่งอยู่ที่โซฟารับแขก พร้อมกับชายหนุ่มหน้าตาดีที่เขาไม่ชอบหน้านัก เพราะมองเขาเหมือนจะจับผิดอยูตลอดเวลา
“แกเป็นอะไรกับหนูแฟน”
“แล้วคุณน้าคิดว่าเป็นอะไรล่ะ” น้ำเสียงที่ฝ่ายนั้นถามกระด้างยิ่งนัก เขาจึงรวนกลับบ้าง
“เอ๊ะ! ฉันถามแกดี ๆ นะไอ้หนุ่ม!”
“ก็คนที่ดึก ๆ ดื่น ๆ เขาขับรถมาส่งกันเนี่ยะ จะเรียกว่าอะไรล่ะน้า”
“เด็กดีอย่างหนูแฟน คงไม่คบกับคนอย่างนายหรอก!” เพราะความหึงหวงในตัวลูกเลี้ยง ทำให้สุชาติเริ่มคุมอารมณ์ไม่อยู่ จึงพาลใส่อย่างไม่พอใจ
“แล้วคนอย่างพี่ต้นเขาเป็นยังไงเหรอน้าชาติ”
สองสาวที่เดินลงมาจากชั้นบนได้ยินคำพูดของสุชาติเข้าพอดี แต่กลับเป็นธิมาดาที่ไม่พอใจพ่อเลี้ยงอย่างมาก จับมือของทิตยาแล้วบีบแน่นเมื่อเธอกระแซะเข้าหาอย่างกริ่งเกรง
“ผู้ชายคนนี้เขาเป็นอะไรกับฉันมันก็ไม่เกี่ยวกับน้า อย่ามาก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของฉันอีก จำไว้” เธอเดินลงบันไดแล้วก้าวมายืนข้างชายหนุ่ม ปล่อยมือของทิตยา “ออกไปจากบ้านฉันได้แล้ว ฉันจะปิดบ้าน ไปกันเถอะค่ะพี่ต้น น้องปลาย” แล้วเดินนำหน้าออกไปที่รถ
หลังจากที่ทุกคนเดินออกจากบ้านไปแล้ว สุชาติก็เตะไปที่โซฟารับแขกอย่างต้องการระบายอารมณ์
“มึงหนีกูไม่พ้นหรอกอีแฟน ถ้ากูไม่ได้มึงเป็นเมียก็อย่ามาเรียกกูว่าสุชาติเลย” แล้วผลุนผลันออกจากบ้านไป เป้าหมายก็คือบ่อนการพนันที่คุ้นเคย
……………..
คฤหาสน์ธนภัทร์กิตติวุฒิ
ฐวรรษเลี้ยวรถเข้าไปภายพื้นที่ของคฤหาสน์ และเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งยืนกอดอกรออยู่ก่อนแล้ว
“น้องปลาย คุณเป้มาตั้งแต่เมื่อไหร่” ธิมาดาชะโงกหน้ามาจากด้านหลังแล้วถามเสียงเบา เมื่อเห็นเจ้าของบริษัทสุดหล่อที่ยืนพิงเสามุขรอท่า
เห็นแบบนี้ก็เหมือนเขายืนแอ็คท่าถ่ายแบบอยู่เหมือนกันนะ
“สงสัยเพิ่งมาถึงค่ะพี่แฟน เพราะตอนที่ปลายออกไปพี่เป้ยังไม่มาเลย” สองสาวนั่งคุยกันอยู่ในรถ แต่อีกหนึ่งหนุ่มนั้นเปิดประตูลงไปแล้ว เพราะรู้ว่าเพื่อนสนิทคงจะออกมายืนรอน้องสาวแน่ ๆ
“มาถึงเมื่อไหร่วะเป้”
“มาถึงเมื่อชั่วโมงก่อนนี้เอง” เขาตอบเพื่อน คลายมือที่กอดอกลงไปล้วงกระเป๋าแทน “ไปไหนกันมา” เขารู้สึกโล่งอก เมื่อเห็นน้องสาวกลับมาพร้อมกับเพื่อนสนิท ไม่ใช่ชายหนุ่มแปลกหน้าคนไหน
“น้องปลายเขาชวนไปงานเปิดตัวคอลเล็กชั่นใหม่ของลาซิก้าน่ะ ทำไม เป็นห่วงเหรอ”
“รู้ว่าไปกับนายฉันก็สบายใจ นึกว่าไปกับใครที่ไหน.. แล้วนี่แม่คุณจะนั่งอยู่บนรถอีกนานไหม พี่ชายกลับมาทั้งทีไม่เห็นจะดีใจเลย” ตอนท้ายตำหนิน้องสาวให้เพื่อนฟังอย่างเอ็นดู
“สงสัยจะคุยเพลิน” ฐวรรษตอบยิ้ม ๆ เพ่งมองเข้าไปในรถแต่ก็ไม่เห็นอะไรเพราะความมืด
“คุยกับใครอยู่ในรถ” ยุทิตย์ขมวดคิ้วสงสัย เพ่งมองเข้าไปในรถแต่ก็ไม่เห็นอะไร แล้วความสงสัยของเขาก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม เมื่อเห็นคนที่เปิดประตูลงมา
“พี่เป้ขา” ทิตยาวิ่งเข้าไปกอดรอบเอวสอบไว้อย่างรักใคร่ เธอเงยหน้าขึ้นสบตาพี่ชาย “คิดถึงพี่เป้จังเลยค่ะ แล้วพี่เป้คิดถึงปลายบ้างหรือเปล่า”
ยุทิตย์กอดตอบน้องสาว หอมแก้มซ้ายขวาของเธอโดยไม่ได้สังเกตใครอีกคนที่ลงมาจากรถทีหลัง
“สวัสดีค่ะคุณเป้”
เสียงทักที่ดังขึ้นทำให้เขาละสายตาจากน้องสาวและมองไปที่เธอพร้อมยกมือรับไหว้
สุชาตินำเงินที่ได้มาจากภรรยา มาเช่าแท็กซี่สภาพดีคันหนึ่งวิ่งรับส่งผู้โดยสาร ความจริงเงินที่ได้มานั้นเพียงพอสำหรับเช่าแท็กซี่อยู่แล้ว แต่เขาก็อยากได้มากกว่านั้น เพื่อเอาไปทำทุนต่อยอดสำหรับอย่างอื่นบ้างแต่ในเมื่อมันไม่ได้ตามที่ใจต้องการ เขาก็ต้องดิ้นรนด้วยตัวเองไปก่อน เขาขับรถไปเรื่อย ๆ จนถึงจุดหมายปลายทางตามที่ผู้โดยสารบอกส่งผู้โดยสารเสร็จเขาก็ขับรถหาลูกค้าไปเรื่อย ๆ แล้วก็คิดถึงลูกสาวขึ้นมา เมื่อเห็นป้ายบอกทางชี้ไปยังเส้นทางคอนโดที่เธออาศัยอยู่ เขาตัดสินใจเลี้ยวรถไปทางนั้นและขับไปที่คอนโดของลูกสาวเขาโทรศัพท์ถึงเธอ “อยู่ที่คอนโดหรือเปล่า บังเอิญพ่อผ่านมาทางนี้เลยแวะมาหา”(พ่อรอหนูอยู่ตรงนั้นนะ เดี๋ยวหนูลงไปหา)ได้ยินเสียงตอบรับอย่างดีใจของลูกสาว มันทำให้เขารู้สึกดีเหลือเกินที่เธอไม่รังเกียจเขา ตอนนี้ลูกของเขาอยู่ดีมีความสุข มีรถ มีคอนโดเป็นของตัวเอง แต่เขาไม่มีอะไรเลยที่คู่ควรจะเป็นพ่อของเธอ ดังนั้นอย่าให้คนอื่นรู้ ลูกจะได้ไม่ต้องอายใครดีกว่า เขารออยู่ไม่นาน ก็เห็นลูกสาววิ่งมาทางที่เขายืนรออยู่พร้อมกับรอยยิ้มเต็มใบหน้า“พ่อจ๋า หนูคิดถึงพ่อจังเลย” เธอโผเข้าหาอ้อมกอดที่ถวิลหา“พ่อก็คิ
“ม่า...ยอ้าย” นางพยายามพูดกับลูกสาว ตั้งแต่ที่สามีกลับมาอยู่ด้วยนางก็มีกำลังใจมากขึ้น อยากหายเป็นปกติเร็ว ๆ“ไม่ใช่น้าเงินเหรอจ๊ะแม่” เธอพยายามฟังสิ่งที่มารดาพูดอีกครั้ง“ไม่ใช่น้าเงินหรอกจ้ะหนูแฟน น้าเป็นคนทำให้แม่หนูเอง” หญิงสาวหันหลังขวับ กลับไปมองทางต้นเสียง เห็นคนที่เดินเข้ามาในสภาพที่ไม่เรียบร้อยนัก ก็รีบลุกขึ้น“แม่จ๊ะ แฟนไปทำงานก่อนนะ” “อือ ๆ ๆ ๆ” แต่แม่ของเธอร้องเรียกเสียงดังในลำคอ เหมือนไม่อยากให้เธอไป เธอจึงมองไปที่ท่านพร้อมกับขมวดคิ้วอย่างสงสัย “อ่า..ไอ” นางพยายามพูดและเธอก็เข้าใจ“แม่เขาคงมีเรื่องจะคุยกับหนู น้าขอเวลาหยิบเสื้อผ้าแป๊บเดียว เชิญหนูอยู่กับแม่ตามสบายเถอะจ้ะ” เขารีบเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบชุดออกมาอย่างรีบร้อนแล้วเดินออกจากห้อง แอบยิ้มอย่างมั่นใจว่าแม่ของเธอต้องขอเงินเธอเพื่อนำมาให้เขาแน่ ๆ“แม่มีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ” ธิมาดาถามเมื่อเห็นสุชาติเดินออกไปแล้ว เธอเห็นมารดาค่อย ๆ ขยับมือข้างหนึ่งอย่างยากลำบาก จึงเอื้อมมือไปจับมือนั้นไว้ “แม่เก่งจัง ขยับมือได้เยอะกว่าเก่าอีก” เธอพูดเอาใจมารดา“แ..อน...แ..อ้..อ๋อ..เอิน” นงนุชมองหน้าลูกสาวด้วยสายตาอ้อนวอน แล้วพูดซ้ำประโ
“เขาอาจจะกลับตัวได้จริง ๆ ก็ได้นะหนูแฟน อย่าคิดมากเลยนะ เดี๋ยวน้าจะคอยช่วยดูอีกแรง แต่วันนี้น้าขอกลับก่อนก็แล้วกัน” “ค่ะน้า พรุ่งนี้เจอกัน” เธอกล่าวลา แล้วเดินสำรวจความเรียบร้อยของประตูทุกบานก่อนเดินขึ้นห้อง ปิดประตูลงกลอนแน่นหนาเพราะกลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย เธอหยิบชุดนอนกุญแจห้อง และอาวุธติดมือไปด้วย แล้วเดินออกไปอาบน้ำโดยไม่ลืมล็อกประตูไว้ก่อน………………..สุชาติรีบหับประตูห้องนอนให้เหลือเพียงช่องนิดเดียว เมื่อเห็นลูกสาวของภรรยากำลังเดินไปเข้าห้องน้ำ เขาไม่ได้ตั้งใจจะแอบดูเธอ แต่มันเป็นความบังเอิญที่เขาก็จะไปอาบน้ำพอดี แต่เมื่อเปิดประตูออกมาเห็นเธอ เขาจึงรีบปิดประตูทันที เขายังจำรอยแผลที่ได้รับคราวนั้นได้ดี และรู้สึกขยาดไปชั่วขณะ แต่ตอนนี้เขาเริ่มอยากลองดูอีกสักครั้ง เพราะเธอคงไม่โชคดีเป็นครั้งที่สองแน่ และเขาก็คงไม่โชคร้ายซ้ำสองเหมือนกัน ความคิดอันแสนชั่วร้ายทำให้เขาเปิดประตูออกจากห้อง เดินสำรวจทั่วห้องน้ำด้านนอกอย่างใจเย็น เพื่อมองหาร่องรอยที่สามารถแอบดูข้างในได้ และโอกาสก็เข้าข้างเขาแต่ยังไม่ทันที่จะได้ลงมือทำชั่ว แอบดูคนที่อยู่ข้างใน เขาก็ต้องรีบย่องกลับไปที่ห้องนอน เพราะเสียงภ
และตอนนี้เธอมั่นใจว่ามีเขาแล้วเต็มหัวใจ เธอคิดถึงเขาตลอดเวลาที่มีโอกาส ดีใจเมื่อเห็นเขาโทรมา และปลื้มใจ เบิกบานใจเมื่อได้ยินคำบอกรักของเขา ความรู้สึกเหล่านี้ค่อนข้างแตกต่างกับตอนที่คบกับหิรัญสำหรับเขาคนนั้นเธอไม่เคยเฝ้าคนึงหาเหมือนเขาคนนี้เลย เธอแทบไม่เคยคิดถึงเขาด้วยซ้ำ แต่ก็อดเปรียบเทียบไม่ได้ว่า ขนาดตอนที่ผิดหวังจากหิรัญ คนที่เธอไม่ได้รู้สึกรักลึกซึ้ง เธอยังรู้สึกเสียใจ รู้สึกผิดหวังพอสมควรเลยแหละ แล้วถ้าเป็นยุทิตย์ล่ะ เธอจะรู้สึกยังไง จะไม่เสียใจหนักยิ่งกว่าหลายเท่าเหรอหญิงสาวเดินไปหามารดา ที่นั่งอยู่บนรถเข็นใต้ต้นมะม่วงบริเวณหน้าบ้าน โดยมีน้าเงินที่ยอมลาออกจากงานประจำ มารับหน้าที่ดูแลมารดาให้ ซึ่งงานนี้เธอยอมจ่ายค่าแรงเพิ่มให้อีกเดือนละสามพัน พร้อมกับส่งประกันสังคมให้อีกทุกเดือน ซึ่งอันหลังนี้เธอได้รับข้อเสนอมาจากทิตยาอีกที ที่ให้เอาน้าเงินไปใส่ไว้ในรายชื่อแม่บ้านของบริษัท“สวัสดีจ้ะแม่ สวัสดีจ้ะน้าเงิน แม่กินข้าวหรือยัง”“แอ๊...ว”มารดาใช้ความพยายามอย่างมากกว่าจะพูดออกมาได้ แต่เธอก็ดีใจที่อาการของท่านดีขึ้น เธอใช้ผ้ากันเปื้อนที่รองไว้ใต้คาง เช็ดน้ำลายให้ท่านอย่างไม่รังเกียจ
คอนโดของมีนาก๊อก ๆ ๆ เสียงเคาะกระจกทำให้หญิงสาวที่กำลังคุยโทรศัพท์ และกำลังจอดรถอยู่ในซองตามหมายเลขห้องของตัวเองหันไปมอง.. เมื่อเห็นว่าเป็นใครก็ทำหน้าเอือมระอาเต็มทน แต่ก็กดกระจกรถให้เปิดเล็กน้อย แล้วบอกวางสายกับคู่สนทนา “แม่มาทำไม มีอะไรกับฉันอีก” ตะคอกถามไม่ดังนัก “เปิดประตูให้แม่หน่อย แม่ร้อน อยากตากแอร์เย็น ๆ บ้าง” คนเป็นมารดาเรียกร้องให้ลูกสาวปลดล็อกประตูรถและเธอก็ทำตาม “แม่มีอะไรก็ว่ามาเลย ไม่ต้องอ้อมค้อมนะ ฉันไม่ชอบ”“แม่จะมาขอเงินแกใช้บ้าง ตอนนี้แม่ไม่มีเงินติดตัวเลย” เมื่อลูกสาวบอกไม่ต้องอ้อมค้อม ผู้เป็นมารดาก็พูดเข้าประเด็น คำพูดที่เตรียมไว้ตะล่อมก็ไม่ปริปากออกมาแม้แต่คำเดียว“อะไรกันแม่ งานการไม่รู้จักหาทำ มาขอแต่เงินอยู่ได้ ฉันรู้นะว่าแม่เอาไปทำอะไร” เธอโวยใส่มารดา“นังมีนา! แกเป็นลูกฉันนะ ฉันขอแกก็ต้องให้ ไม่มีก็ต้องหา แกรู้มั้ยว่าตอนนี้ฉันเป็นหนี้ที่บ่อนอยู่เท่าไหร่ ถ้าไม่อยากโดนเอาไปขัดดอกฟรี ๆ โดยไม่ได้ค่าตัวแม้แต่บาทเดียวก็จ่ายมา ฉันจะได้ไปต่อทุนหาเงินใช้หนี้เสี่ยเขา”“แล้วพ่อล่ะ เขาไม่ได้หาเงินมาให้แม่ใช้บ้างหรือไง” ความสัมพันธ์ในครอบครัวของเธอ ถ้าไม่บอกคงไม่ม
เธอส่งสายตาค้อนใส่เขา แต่ไม่กล้าปริปากพูดอะไร เพราะวางตัวไม่ถูกเหมือนกัน “เมื่อไหร่จะรับรักพี่สักที พี่จะได้ขอหนูแต่งงาน หรือเราจะข้ามขั้นกันดี แต่งก่อนแล้วค่อยรับรักพี่ก็ได้นะ”“มาอารมณ์ไหนคะ เมื่อกี้ยังดุแฟนอยู่เลย”ชายหนุ่มมองเธอแล้วทำหน้าทะเล้น แววตาเป็นประกาย “อารมณ์รักไง รักหนูแฟนที่สุดในโลก” “ไปได้น้ำขุ่น ๆ คุณพ่อกับคุณแม่จะกลับมาเมื่อไหร่คะ” เธอเปลี่ยนเรื่องคุยให้ไกลตัว“แฟนรักพี่เป้ไหมครับ” เขาไม่สนใจคำถามของเธอ จึงได้สายตาอาฆาตจากเธอกลับมาแทนคำตอบ “จะกลับประมาณสิ้นเดือนนี้แหละครับ อยู่ที่ไทยไม่เกินเดือนก็จะไปอีก”“ท่านจะไปไหนอีกคะคราวนี้”“เห็นว่าจะไปแสวงบุญกับเพื่อน ๆ นะ มีอะไรจะถามอีกมั้ยครับคุณผู้หญิง” เขาส่งสายตาล้อเลียนเธอ เธอยื่นสองมือไปประกบแก้มของเขา แล้วบีบเข้าหากันจนปากจู๋ เธอหัวเราะเสียงใส เมื่อใบหน้าที่หล่อเหลาไร้ที่ติของเขาเปลี่ยนไป“ไม่มีอะไรแล้วค่ะพ่อหมู”“เดี๋ยวจะจับทำแม่หมูซะเลย” เขาพูดไม่ชัดนัก เพราะเธอยังไม่ยอมปล่อยมือเธอหัวเราะกับความขี้เล่นของเขา “ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า คนหล่อ ๆ แบบพี่เป้ก็ทำหน้าตาน่าเกลียดเป็นด้วย” ยุทิตย์มองคนรักแล้วยิ้มอย่างมีค







