Compartilhar

บทที่ 8

last update Data de publicação: 2024-12-13 20:33:13

ตอนที่ 7

ปราการด่านสุดท้าย

"รีบพาผู้ติดตามทั้งหมดของพวกเราขึ้นรถม้าเร็วเข้าเถอะ" หลิวซือนัวเอ่ยสั่ง พลางมองไปยังผู้ติดตามทั้งสี่คนของนางที่ยามนี้สลบเพราะถูกวางยานอนหลับและแต่ละคนก็ยังคงไม่ได้สติ

"หากนำพวกเขาขึ้นรถม้า แล้วคุณหนูกับคุณชายอวี้จะทำเช่นไรเล่าขอรับ" เสี่ยวชิงถามขึ้นอย่างลังเล

อย่างไรก็ไม่อาจทิ้งผู้ติดตามเหล่านี้ได้จริง ๆ ทว่าความปลอดภัยที่สำคัญที่สุดที่เขาจะต้องนึกถึงก่อนเป็นอันดับแรกก็คือความปลอดภัยของคุณหนูและน้องสาวของเขา วูบหนึ่งเสี่ยวชิงเผลอคิดอย่างเห็นแก่ตัวขึ้นมา หากจำเป็นต้องเลือกเขาก็จะเลือกพาแค่คุณหนูและน้องสาวของเขาหนีไปเท่านั้น

"ถ้ามัวแต่ชักช้ากันอยู่เช่นนี้ สุดท้ายแล้วก็คงไม่มีใครรอด" เป็นอวี้หนานไห่ที่เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงนิ่งเฉย

"เสี่ยวชิงทำตามที่ข้าบอก นำพวกเขาขึ้นไปให้ครบทุกคน แล้วให้เสี่ยวหนิงทำหน้าที่ควบคุมรถม้าไปยังตัวเมืองเพื่อแจ้งทางการ หรือถ้าเจอหมู่บ้าน หน่วยมือปราบลาดตะเวนก็จงรีบเข้าไปขอความช่วยเหลือ ส่วนข้า คุณชายอวี้ กู่เหอ เสี่ยวชิง จะขี่ม้าหนีไปอีกทางหนึ่ง" หลิวซือนัวเอ่ยถึงแผนการของตน

"คุณหนูบ่าวขอไปกับท่านเถิดนะเจ้าคะ ห่างกับคุณหนูเช่นนี้บ่าวต้องเป็นห่วงท่านจนอกแตกตายแน่" เสี่ยวหนิงอ้อนวอนทั้งน้ำตา นางไม่อยากแยกกับคุณหนูของนาง อีกทั้งยังกลัวว่าทั้งคุณหนูและพี่ชายของนางจะเกิดเรื่องอีกด้วย

"เสี่ยวหนิง ทำตามที่ข้าสั่ง พวกเรายิ่งไปด้วยกันเยอะโอกาสรอดยิ่งน้อง แต่หากแยกกันไปเช่นนี้ย่อมจะต้องดีกว่าแน่" นางเอ่ยกับสาวใช้ของตนอย่างอีกครั้ง ก่อนจะพาเสี่ยวหนิงมาส่งที่รถม้าด้วยตัวนางเอง

"คุณหนู..."

"เสี่ยวหนิง จำไว้เจ้าต้องรีบไปให้ไกลที่สุด ห้ามเหลียวกลับมามองอีกเป็นอันขาด"

"คุณหนู..."

"ไป...รีบไปซะเสี่ยวหนิง" นางเอ่ยออกมาอีกครั้งพลางส่งยิ้มกว้างไปให้สาวใช้คนสนิทของตนอย่างต้องการปลอบโยน

"เสี่ยวหนิง ข้าเชื่อว่าเจ้าจะต้องตามคนมาช่วยพวกเราได้แน่" คำพูดสุดท้ายของหลิวซือนัวถูกเอ่ยฝากไปกับสายลม

นางหันไปมองรถม้าที่เพิ่งจะเคลื่อนตัวออกไป เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินไปสมทบกับพวกของนางที่ยังเหลืออยู่

กู่หรูขึ้นม้าแล้ว คุณชายของนางก็เช่นเดียวกัน แม้บุรุษร่างกายซีดเซียวบนม้ามองดูแล้วเหมือนกับว่าพร้อมที่จะตกลงมาจากบนหลังม้าได้ทุกเมื่อ และถ้าหากระหว่างทางเกิดตกลงไปจริง ๆ ก็คงจะเจ็บไม่เบาทีเดียวอาจจะถึงขั้นกระดูกหักสักสองสามท่อนได้

หลิวซือนัวยังจำได้ดีถึงคำพูดของกู่เหอว่าอาการของคุณชายอวี้ของพวกเขาไม่เหมาะที่จะเกิดการกระทบกระเทือนหนัก ความจริงแล้วไม่ควรขี่ม้าด้วยซ้ำ นางรู้ดีแต่เวลานี้ม้าคือวิธีเดียวที่จะพาพวกนางไปจากที่นี่ได้

ขี่ม้าเป็นวิธีเดียวที่พวกนางจะมีโอกาสรอดจากภัยนี้ได้ แม้โอกาสจะน้อยเต็มทีก็ตาม แต่หลิวซือนัวก็จะขอเสี่ยงดวงไปกับโอกาสน้อยนิดนี้

เจ้าของใบหน้าอวบอิ่มเดินเข้าไปหาเสี่ยวชิงที่ถือเชือกจูงม้าสองตัวเอาไว้ ซึ่งตัวหนึ่งย่อมเป็นของเขา อีกตัวหนึ่งก็คือของนาง

กู่หรู เสี่ยวชิง คุณชายอวี้ และนาง พวกเราทั้งสี่คนย่อมต้องใช้ม้าถึงสี่ตัว ส่วนม้าที่เหลือนางได้สั่งให้เสี่ยวชิงปล่อยไปแล้ว

"ข้าจะขี่ม้าตัวเดียวกันกับคุณชายอวี้ ระหว่างทางพวกเจ้าสองคนจะได้คุ้มกันพวกเราได้ง่ายขึ้น" นางเอ่ยขึ้นก่อนจะให้เสี่ยวชิงช่วยนางขึ้นมาตัวเดียวกับคุณชายอวี้ได้สำเร็จ

นางชิงเป็นคนควบคุมม้าเองและให้คุณชายอวี้นั่งซ้อนด้านหลังนางเอาไว้แทน

"เสี่ยวชิง ส่งเชือกมาให้ข้า"

"เชือกขอรับ" แม้จะไม่เข้าใจนักว่าคุณหนูสั่งให้เขานำเชือกไปให้ทำไม แต่ตนก็หยิบเชือกที่กองอยู่ที่พื้นใกล้ ๆ ส่งให้ไปตามคำสั่ง

"มัดติดกันเอาไว้จะได้ไม่พลัดตกม้าลงไป" หลิวซือนัวเอ่ยขึ้นหลังจากที่นางลงมือมัดเชือกที่ลำตัวคุณชายอวี้กับนางติดเอาไว้ด้วยกัน

"คุณหนูหลิว หรือไม่ก็ให้ข้าน้อยขี่ม้าตัวเดียวกันกับคุณชายเองจะดีกว่าหรือไม่" กู่หรูเอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นว่าคุณชายของนางถูกมัดติดเอาไว้กับตัวคุณหนูหลิว เกรงว่าคุณชายของนางจะอึดอัดและไม่พอใจ อีกทั้งนางนั้นกลัวว่าคุณชายของนางจะเป็นอันตรายด้วย มิสู้ให้ขี่มาไปกับนางแทน เช่นนี้นางจึงจะได้ระวังได้ถูก

"เป็นเช่นนี้ก็ดีแล้ว พวกข้าอยู่ตรงกลาง พวกเจ้าสองคนเป็นวรยุทธ์คอยป้องกันอยู่ซ้ายขวาจะดีกว่า หากเจ้าเป็นคนพาเขาไปเองเกรงว่าจะต่อสู้ไม่สะดวก" หลิวซือนัวเอ่ยต่อ

"แต่..." กู่หรูไม่เห็นด้วย ยังไงนางก็อยากจะคุ้มกันคุณชายของนางเองจึงตั้งใจจะเอ่ยขัดอีกครั้ง

"กู่หรู ทำตามที่คุณหนูหลิวสั่ง" เจ้าของน้ำเสียงไร้เรียวแรงเอ่ยขึ้น เขามองตรงไปที่ผู้ติดตามหญิงของตนด้วยสายตานิ่งเฉย

แม้ว่าที่ดวงตาของคุณชายของนางจะมีผ้าคาดปิดเอาไว้แต่กู่หรูก็สามารถจดจำได้ดีว่าสายตาของคุณชายที่กำลังมองมาจะต้องเป็นเช่นไร กู่หรูจึงได้ยอมทำตามที่คุณหนูหลิวสั่งแต่โดยดีไม่คิดค้านขึ้นอีก

เขานิ่งเฉยรอดูเหตุการณ์เงียบๆอยู่นานโดยไม่ได้เสนอความคิดเห็นใดๆ จนกระทั่งเวลานี้เขาเริ่มรู้สึกว่าพิษในร่างกายของตนนั้นเริ่มจะกำเริบขึ้นมาอีกแล้ว ทั้ง ๆ ที่เพิ่งกินยาที่กู่เหอให้ไปได้ไม่นาน

อวี้หนานไห่คาดว่ายาที่ต้มที่นี่จะต้องมีปัญญาแน่ ดังนั้นก่อนที่อาการจะกำเริ่มจนเขาทนไม่ไหวหากจะหนีก็ต้องรีบไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว ไม่อาจมัวแต่เสียเวลาได้อีก

ในเมื่อทุกอย่างลงตัวแล้ว พวกนางก็เตรียมตัวจะออกเดินทางกันทันที เสียงโห่ร้องที่ดังมาจากด้านหน้าทำให้พวกเขารีบกระตุกส่ายบังคับม้าให้ออกวิ่งทันที

เสี่ยวชิงคือผู้ที่ควบม้าออกมาเป็นคนสุดท้าย เพราะต้องเป็นผู้จุดไฟเผาโรงเตี้ยมแห้งนี้ซะก่อน

ทันทีที่คบเพลิงในมือชายหนุ่มถูกโยนเข้าไปยังกองฟางที่กองสุมกันอยู่ชิดกับตัวโรงเตี้ยม ไฟก็รุกไหม้กองฟางทันที

แน่นอนว่าคนที่สั่งให้เขาเผาโรงเตี้ยมแห่งนี้ไปซะหาใช่ใครอื่น แต่เป็นคุณหนูหลิวซือนัว คุณหนูของเขานั่นเอง

คุณหนูสั่งให้เขาเผาโรงเตี้ยมนี้ซะภายหน้าจะได้ไม่เกิดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้กับผู้โชคร้ายคนอื่นอีก ส่วนสองตายาคุณหนูก็สั่งให้เขากับกู่หรูพาไปมัดไว้ที่ต้นไม้ใหญ่ห่างจากโรงเตี้ยมพอสมควร ไกลพอที่ไฟจะไม่ลามไปถึงพวกเขาทั้งสองได้

อีกทั้งเผาโรงเตี้ยมก็จะทำให้เกิดควันจากการเผาไหม้จำนวนมาก แน่นอนว่ามันน่าจะมากพอให้ที่นี่กลายเป็นจุดสังเกต และเมื่อเป็นจุดสังเกตก็จะดึงดูดคนของทางการให้เข้ามาตรวจสอบดู ที่นี้คนของทางการก็อาจจะได้พบกับเสี่ยวหนิงเร็วขึ้นอีก เมื่อรับรู้สถานการณ์ของพวกนางจากเสี่ยวหนิงแล้วก็คงจะรีบรุดตามมาให้ความช่วยเหลือพวกเราแน่

จู่ ๆ ไฟก็ไหม้โรงเตี้ยม แน่นอนว่าพวกโจรที่แห่กันเข้ามาต่างก็พากันตื่นตระหนก พวกมันพากันวิ่งออกห่างจากมาจากตัวโรงเตี้ยมทันที

ลู่ข่ง บุรุษร่างยักษ์ เจ้าของแผลเป็นยาวบนใบหน้า ผู้ซึ่งเป็นหัวหน้าโจรมองตามหลังกลุ่มคนที่ขี่ม้าออกไปอย่างโกรธแค้น ที่แผนการปล้นของตนถูกทำลายจนไม่เหลือท่า

"ไป ตามพวกมันไป ตามไปฆ่าพวกมันให้หมด!!!" โจรเหี้ยมตะโกนสั่งลูกน้องตน ด้วยความโกรธเกรี้ยว

ทันทีที่เสียงตะโกนดังออกมา ลูกสมุนโจรเดนตายก็กระโจนพุ่งตัวตามไปยังทางที่หัวหน้าตนบอกทันที พวกมันนับสิบตามไปอย่างไม่คิดชีวิต ฝีเท้าแต่ละคนว่องไวกว่าคนทั่วไปนัก พวกมันแทบไม่ต่างกับนักฆ่ามืออาชีพเลยด้วยซ้ำ หรือถ้าจะพูดให้ถูกต้องก็คือพวกมันนี่แหละคือ นักฆ่า มืออาชีพที่แท้จริง

เสียงโห่ร้องรวมไปถึงเสียงฝีเท้าที่วิ่งตามมาทำให้พวกหลิวซือนัวยิ่งมุ่งไปข้างหน้า

โชคดีที่พวกโจรยังตามพวกนางมาได้ไม่ประชิดตัว อีกอย่างพวกมันต่างก็ใช้แรงเท้าวิ่ง อย่างไรก็สู้ฝีเท้าม้าไม่ได้ ตามมาสักพักก็คงหมดแรงเลิกวิ่งตามกันไปเอง

คิดไปถึงเช่นนั้นพวกนางก็เริ่มที่จะเบาใจได้บ้างแล้ว แต่แล้วความคิดที่วาดฝันเอาไว้ก็ถูกทำลายลงเมื่อจู่ ๆ พวกที่วิ่งตามในตอนแรกก็ถูกแทนที่ด้วยพวกมันที่ขี่ม้าแทน จากที่หันไปมองเห็นด้วยสายตา พวกที่ขี่ม้าตามมามีไม่ต่ำกว่าห้าคน

"พวกมันมีกำลังม้า ตามมาจะทันแล้ว" เสี่ยวชิงเอ่ยขึ้น

"ตามมาใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นนี้ อย่างไรก็ยากที่จะไม่ต้องสู้แล้ว" กู่หรูซึ่งขี่ม้าขนาบข้างอยู่ด้านหลังของผู้เป็นนายเช่นเดียวกันกับเสี่ยวชิงเอ่ยต่อ

ในเมื่อสุดท้ายแล้วการสู้และต้านกำลังของพวกโจรเอาไว้ดูจะเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้เจ้านายทั้งสองรอดไปได้ พวกเขาซึ่งเป็นผู้ติดตามอารักษ์ขาเจ้านายทั้งสองรู้ดีว่าควรทำเช่นไร

กู่หรูและเสี่ยวชิง ควบคุมม้าให้หยุดวิ่งและหันไปเผชิญหน้ากับพวกโจรทันที พวกเขาทั้งสองทำตัวเป็นปราการด่านสุดท้ายเพื่อปกป้องนายด้วยชีวิต

หลิวซือนัวหันย้อนกลับไปมอง กู่หรู และเสี่ยวชิง เมื่อเห็นว่าเสียงฝีเท้าม้าของทั้งคู่หายไป

นางกลับเห็นคนทั้งคู่บังคับม้ากลับไป รอเผชิญหน้ากับศัตรูอย่างอาจหาญ จังหวะหนึ่งที่นางเห็นเสี่ยวชิงและกู่หรูหันมายิ้มให้พวกนางก่อนจะหันหน้าไปยังทางที่พวกโจรกำลังใกล้เข้ามา

ก่อนจะหันกลับไป พวกเขายังเอ่ยประโยคหนึ่งออกมาได้อย่างพร้อมเพียงกัน ประโยคนั้นทำเอาหลิวซือนัวที่ได้ยินใจรู้สึกหายขึ้นมาในทันที

"คุณหนู ท่านรีบหนีไปเถอะ / คุณชาย ท่านรีบหนีไปเถอะ"

แม้แทบจะไม่อาจควบม้าต่อไปได้ แต่หลิวซือนัวกับต้องพยายามควบคุมม้าให้วิ่งต่อไปให้เร็วที่สุด โดยได้แต่หวังว่า ยิ่งนางสามารถหนีไปได้ไกลมากขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งจะทำให้เสี่ยวชิงและกู่หรูสามารถหาจังหวะหนีไปได้เร็วขึ้นมากเท่านั้น

นางหวังว่าพวกเขาทั้งสองคนจะรอดปลอดภัย และพวกเราจะได้กลับมาเจอกันอีก...

ผู้เป็นนายของพวกเขาไปแล้ว เสี่ยวชิงจึงหันไปชวนสตรีหาญที่ขนาบอยู่บนม้าข้าง ๆ สนทนาบ้าง

"เจ้าเคยฆ่าคนไหม" นี่คือคำถามที่เขาเอ่ยถามสตรีหาญ

"ย่อมต้องเคยฆ่า" นี่คือคำตอบที่นางให้เขา พร้อมกับการกระชับกระบี่ในมือตน

"ไม่กลัวที่จะต้องฆ่าเช่นนั้นหรือ" เขาถามนางอีกครั้ง "เหตุใดเจ้าจึงต้องฆ่า"

"เหตุผลเดียวกันกับเจ้า ก็เพราะต้องฆ่า จึงฆ่า" เอ่ยจบเจ้าของร่างบางก็ชักกระบี่คู่กายของตนออกมา ก่อนที่ผู้ติดตามผู้ซื่อสัตย์ทั้งสองจะควบม้าเข้าไปปะทะกับพวกโจรชั่วในทันที

นัยน์ตาของคนกล้าทั้งคู่ไม่แม้จะปรากฏความกลัวอยู่ในนั้นแม้สักน้อยนิด เพราะพวกเขารู้ดีว่าที่หันดาบหันกระบี่พร้อมที่จะใช้มันปลดชีพชีวิตให้สิ้นนั้นเพราะเหตุใดกันแน่

พวกเขาต่างทำเพราะปกป้องคนที่พวกเขาควรปกป้องอย่างสุดกำลัง เพราะฉะนั้นทั้งดาบและกระบี่ของทั้งคู่จึงฟาดฟันออกไปโดยปราศจากความลังเลใด ๆ

จวบจนกระทั่งคนทั้งคู่หมดแรงที่จะถือดาบและกระบี่เอาไว้ได้อีกต่อไป ทว่าพวกเขาก็เลือกที่จะใช้แรงเฮือกสุดท้ายที่มีกุมด้ามดาบและกระบี่คู่กายของตนเอาไว้แน่

หน้าที่ของผู้ติดตามและอารักษ์ขา คือต่อสู้จนสุดตัวเพื่อผู้เป็นนายและมอบให้ได้แม้กระทั่งชีวิตที่จงรักภักดี

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • ประดุจหนึ่งหอมหวานปานน้ำผึ้ง    บทที่ 82

    "หากท่านปวดหัวเช่นนั้นอยากให้ข้าสั่งคนให้ไปเชิญท่านหมอมาดูอาการท่านหน่อยดีหรือไม่" นางเอ่ยพร้อมกับเอื้อมมือไปลูบใบหน้าหล่อเหลาของผู้เป็นสามีเอาไว้ "เกรงว่าโรคนี้จะมีเพียงภรรยาตัวน้อยของข้าที่รักษาได้แล้ว" เอ่ยจบอวี้หนานไห่ก็โน้มใบหน้าตนไปหาภรรยาหมายจะจุมพิตริมฝีปากเล็กของนางให้ชื่นใจสักครั้งแต่กลับ

  • ประดุจหนึ่งหอมหวานปานน้ำผึ้ง    บทที่ 81

    ตอนพิเศษ 1 แม่สามีของข้านั้นดียิ่งนัก เป็นเวลากว่าหนึ่งเดือนแล้วที่นางแต่งเข้ามาเป็นสะใภ้ใหญ่สกุลอวี้ อวี้หนานไห่มีน้องสาวอยู่หนึ่งคนชื่ออวี้จินเชียง จากที่อวี้หนานไห่เล่าให้ฟังก็คือ อวี้จินเชียงนั้นอยู่ที่บ้านเดิมกับท่านยายของพวกเขาตั้งแต่ยังเยาว์เพราะมีร่างกายที่ไม่ค่อยแข็งแรง อีกไม่นานอวี้หนานไ

  • ประดุจหนึ่งหอมหวานปานน้ำผึ้ง    บทที่ 80

    นางไม่รู้ว่าเชือกเอี้ยมของตนถูกดึงออกตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีลิ้นสากของเขาก็เลียยอดอกงามของนางโดยตรงเสียแล้ว หนำซ้ำหน้าอกอีกข้างของนางก็ถูกเขาใช้มือฟอนเฟ้นนวดคลึงอย่างหนักหน่วง เขาไล่จุมพิตไปทั่วหน้าทั้งสองของนาง พร้อมกับขบเม้นแรง ๆ ไปทั่วเช่นเดียวกัน เขาวนเวียนขึ้นมาจูบที่ปากของนางแรง ๆ หอมที่

  • ประดุจหนึ่งหอมหวานปานน้ำผึ้ง    บทที่ 79

    ตอนที่ 45 คำนับฟ้าดิน "หนึ่ง คำนับฟ้าดิน" "สอง คำนับบิดามารดา" "สาม สามีภรรยาคำนับกันและกัน" หลังจากเสร็จพิธีแล้วเจ้าสาวก็ถูกส่งตัวเข้าหอ ด้านเจ้าบ่าวก็ถูกรั้งตัวเอาไว้ในงานเลี้ยงมงคล เพื่อให้แขกที่มาร่วมงานดื่มอวยพร เป็นธรรมเนียมปกติที่ในงานมงคลเช่นนี้เจ้าบ่าวจะต้องถูกมอมเหล้าจากแขกผู้มีเกียรต

  • ประดุจหนึ่งหอมหวานปานน้ำผึ้ง    บทที่ 78

    "เห็นแก่ความพยายามของเจ้า ข้าจะเรียกนัวเอ๋อร์ออกมาให้เจ้าได้พบ" นางเอ่ยก่อนจะหันไปพยักหน้าให้สาวใช้คนสนิทของนางไปตามบุตรสาวของนางมาที่นี่ "ฮูหยินหลิว บุตรสาวของเจ้ามีบุรุษรูปงามผู้ร่ำรวยเช่นนี้มาสู่ขอ ยังจะต้องรออะไรอีก ไม่รีบตอบตกลงไปซะเล่า" แม่สื่อคนที่หนึ่งเอ่ยขึ้น "นั่นสิ มีบุรุษเพียบพร้อมขนาด

  • ประดุจหนึ่งหอมหวานปานน้ำผึ้ง    บทที่ 77

    ตอนที่ 44 ความจริงใจของข้า "ดู ๆ ข้าก็คิดอยู่ว่าคุณหนูหลิวเหมือนใคร นางเหมือนฮูหยินหลิวนี่เอง ไม่ไหวหน้าผู้อื่นเช่นนี้ไม่มีผิด" "ข้าน่ะหรือไม่ไว้หน้า พวกเจ้าต่างหากที่ไม่ไว้หน้ากันก่อน" ฮูหยินหลิวตอกกลับทันที แม่สื่อพวกนี้นางทนพูดดีด้วยอีกไม่ได้แล้ว "ฮูหยิน ท่านใจเย็นก่อนนะเจ้าคะ" สาวใช้คนสนิทขอ

  • ประดุจหนึ่งหอมหวานปานน้ำผึ้ง    บทที่ 39

    ตอนที่ 24 อ้อมกอดที่คุ้นเคย สายลมอ่อนผลัดผ่าน กลิ่นหอมของมวลดอกไม้ฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ บรรยากาศรอบ ๆ อบอวลไปด้วยความอ่อนหวาน หลิวซือนัวในยามนี้ยืนนิ่งอยู่ในอ้อมกอดของบุรุษที่นางรู้สึกคุ้นเคย และเพียงอ้อมกอดนี้ของเขาก็ทำให้นางรู้ได้ในทันทีว่าเจ้าของอ้อมแขนแกร่งนี้คือใคร แม้รูปร่างของเขาจะเปลี่ยน

  • ประดุจหนึ่งหอมหวานปานน้ำผึ้ง    บทที่ 38

    "ทำไมจะไม่ได้ แต่ผ้าเช็ดหน้าของสตรีเช่นนี้ มีอันใดให้ลูกดูกัน" แม้อวี้ฮูหยินจะไม่เข้าใจบุตรชายของตน แต่นางก็ยอมส่งผ้าเช็ดหน้าในมือให้แต่โดยดี เมื่อผ้าเช็ดหน้ามาอยู่ที่มือของเขาแล้ว เขาจึงได้มองเห็นลายปักบนผ้าเต็ม ๆ ตา ลายปักโบตั๋นบนผ้าผืนนี้แม้จะเล็กกว่าผืนที่เขามีมาก แต่อวี้หนานไห่กลับมั่นใจไปแป

  • ประดุจหนึ่งหอมหวานปานน้ำผึ้ง    บทที่ 37

    ตอนที่ 23 มิอาจละสายตา ฟางจูและผู้เป็นสามีพากันนั่งจิบชารอแขกคนสำคัญอยู่ที่ศาลาแกะสลัก ณ ลานดอกไม้หน้าเรือนพัก ทว่าผู้ที่มาเยือนก่อนกลับมิใช่คนที่นางกำลังรออยู่แต่เป็น เวินหยวนจือ บุตรสาวของสกุลเวิน ซึ่งอยู่จวนติดกันแทน จากที่ใบหน้าของฮูหยินอวี้ คราแรกประดับรอยยิ้มสดใส ยามนี้กลับแสดงสีหน้าเรียบเฉ

  • ประดุจหนึ่งหอมหวานปานน้ำผึ้ง    บทที่ 36

    "ข้าไม่ไป ข้าจะอยู่ดูแลเจ้า" "เช่นนั้นก็เงียบข้าจะพักผ่อน!!!" กว่าครึ่งชั่วยามที่นางรั้งอยู่ที่ห้องรับรองของหมู่ตึกอวี้ฟางแห่งนี้ ในที่สุดท่านพ่อบ้านห่านก็เดินเข้ามาแจ้งข่าวของท่านป้าฟางจูให้นางได้ทราบ "เมื่อครู่ท่านหมอที่มาตรวจอาการให้ฮูหยินกลับไปแล้วขอรับ ท่านหมอบอกว่าอาการของฮูหยินมิได้มีสิ่งใ

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status