Share

ตอนที่ 7 กดดัน

last update Tanggal publikasi: 2026-07-26 11:57:00

กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้นานาพันธุ์ช่วยให้สมองที่เหนื่อยล้าจากการทำงานมาตลอดหลายวันไม่ได้พักผ่อนคลายขึ้นมาก เหมยหันมองรอบร้านดอกไม้ของเพื่อนสนิท ก่อนจะหยุดสายตากลับมายังถ้วยชากุหลาบร้อนๆ ที่กำลังส่งกลิ่นหอมเย้ายวนตรงหน้า

เทียนหอมรูปทรงประหลาดตาถูกจุดไว้กลางโต๊ะทรงกลมกระจกข้างกันกับกาน้ำชาแก้วใสสลักลายรูปดอกบัวบาน เปลวไฟเล็กๆ ไหวตามลมเล็กน้อยยามพัดผ่าน แว่วตามสายมีเสียงเพลงคลอแผ่วเบาสบายหูเปิดให้มวลบุปผาคลายอารมณ์

เคยได้ยินเพื่อนรักพูดว่าเสียงเพลงจะทำให้ดอกไม้อารมณ์ดีขึ้น ทำให้ดูสดใสและยังคงสวยงามตลอดเวลา ไม่รู้มีมวลความจริงมากน้อยแค่ไหน สมองเธอก็ไม่ใช่พวกชำนาญการด้านนี้ด้วยสิ

“สรุปก็คือ... แกจะไม่ยอมออกจากงานแล้วมาดูแลร้านให้ฉันงั้นสิ? ทำไมทำกันได้เนี่ย ฉันเป็นเพื่อนรักแกเลยนะ นี่เห็นผู้ชายดีกว่าเพื่อนเหรอ”

“...” ริมฝีปากอิ่มแตะขอบถ้วยชา พลางช้อนตาขึ้นมองเจ้าของเสียงงอแงไม่จริงจังตรงข้ามที่เพิ่งกลับมาทิ้งตัวนั่งหลังจากส่งลูกค้าออกจากร้านไปแล้ว

“ใช่สิ ฉันมันก็เป็นแค่เพื่อนรักนี่ จะไปสู้ผู้ชายที่แอบรักมายาวนานคนนั้นได้ยังไง คนที่ลำบากด้วยกันมาสิบสี่ปีแต่กลับสู้คนที่รู้จักกันทีหลังไม่ได้ ความสัมพันธ์เหนียวแน่นแค่ไหนแต่สุดท้ายมันก็แพ้ให้ผู้ชายอยู่ดี”

“งอแงอะไรไร้สาระ แกก็ให้ผู้ชายสำคัญกว่าไม่ใช่หรือไง ไหนใครเคยบอกว่าจะไม่ยอมแต่งงานออกเรือนเด็ดขาดหากว่าเพื่อนรักอย่างฉันยังขึ้นคานอยู่อย่างนี้ นี่ฉันยังไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนเลยนะแกก็จะชิ่งหนีไปแต่งงานก่อนแล้ว ใครกันล่ะ หื้อ?”

“แหมเรื่องนั้นก็...”

เทียนหอมหัวเราะน้อยๆ ยกมือเกาะท้ายทอยแก้เก้อหลุบตาหลบ ถึงจะเคยลั่นวาจาไปแบบไม่คิดในตอนนั้น เพราะคิดว่าจะอยู่เป็นโสดกับเพื่อนไปนานๆ แต่ใครให้ว่าที่พ่อของลูกมันหล่อบาดใจกระตุ้นต่อมกิเลสตัณหาความอยากมีผัวของเธอมากขนาดนั้นเอง อารมณ์มันพาไปก็เลยหลงๆ ลืมๆ ไปบ้าง

เอื้อมมือหยิบถ้วยชาขึ้นจิบดับกระหายเลี่ยงหลบสายตาเพื่อนรักที่จิกจ้องมา กระแอมไอในลำคอ รู้สึกว่ารสชาติชาวันนี้มันฝืดคอจนกลืนไม่ค่อยลง

“อือ ยอมให้ก็ได้ ไม่เห็นต้องเอาเรื่องนั้นมาพูดเลย แกไม่รู้หรอกว่ากิเลสตัณหาของมนุษย์ตอนจะสปาร์คกันมันห้ามยากมากแค่ไหน แค่เดินผ่านขนแขนชนกันไม่ถึงเซน คนมันจะติดก็ติดได้ง่ายๆ แล้ว ไม่เหมือนแกที่เอาแต่สนใจผู้ชายแค่คนเดียว ...ว่าแต่ พี่ภามเขาจำไม่ได้จริงเหรอว่าคนในคืนวันแต่งงานพี่ลูกจันทน์อะคือแก”

เกิดเป็นคำถามที่ข้องใจที่สุด ถึงวันนั้นเธอจะไม่ได้อยู่ที่งานด้วยเพราะติดธุระสำคัญอยู่ต่างประเทศ แต่เพื่อนรักก็เล่ารายละเอียดทุกอย่างให้ฟัง ระบายความอัดอั้นในใจออกมา

แรกๆ ก็เห็นนั่งหน้าเคร่งเครียดกังวลรู้สึกผิดไปต่างๆ นานาจนไม่เป็นอันมีสมาธิทำงานทำการ แต่หลังๆ มานี้เริ่มเห็นนางกลับมาเป็นปกติแล้ว บ้างานได้เหมือนเดิม เห็นเหม่อบ้างนานๆ ครั้ง

“จำไม่ได้ดีแล้ว แบบนี้ดีทั้งสำหรับฉันและพี่ภามด้วย อีกอย่าง... เขามีแฟนอยู่แล้วนะ ฉันไม่อยากให้มันเป็นปัญหา”

เหมยเอ่ยเสียงเบาแล้วหันหน้ามองออกไปนอกร้าน หลายวันมานี้เธอเอาแต่คิดเรื่องงานไม่ได้มีเวลาว่างมาคิดเรื่องนั้นอีก จะว่าสบายใจที่ภามเองก็ดูเหมือนจะลืมๆ ผู้หญิงในคืนนั้นไปแล้วด้วยก็คงได้ เพราะเขาก็ไม่เห็นจะถามถึงความคืบหน้าที่ให้หาผู้หญิงคนนั้นเลย ซึ่งแบบนี้มันก็ดีแหละ ...แต่บางครั้งก็รู้สึกจุกในอกแปลบๆ

“เฮ้อ... ช่างเรื่องพี่ภามไปเถอะ ในเมื่อคิดแล้วว่าจะปล่อยไปแบบนี้ จะไม่ไปนึกถึงมันอีกก็ลืมๆ มันไปเถอะ มันพลาดไปแล้วแค่อย่าให้พลาดอีกก็พอ ฉันเป็นห่วงแกนะเหมย ไม่ว่ายังไงก็จะอยู่ข้างแกนั่นแหละ”

“ขอบใจนะที่ยังอยู่ข้างฉัน ทั้งที่ฉัน...”

“โอ๊ย หยุดเพ้อเจ้อค่ะสาว ฉันเพื่อนแกนะไม่ให้อยู่ข้างแกแล้วจะให้ไปอยู่ข้างใคร นานๆ ทีจะได้เจอกันจะมาพูดเรื่องเครียดๆ ทำไมเนี่ย ดื่มชาก็ไม่ได้ช่วยให้หายเครียดเลย วันนี้ไปกินเหล้ากันดีไหมอีกสองวันโน่นกว่าพี่เอริกส์จะกลับ ถึงตอนนั้นอิสระถูกลิดรอนไม่ได้ออกไปแรดที่ไหนจนงานแต่งแน่ คืนนี้ไปสะบัดกันเดี๋ยวหาผู้ดามใจให้เอง เอาให้ลืมไอ้รักข้างเดียวแกไปเลยเป็นไง”

เอาเถอะ เอาที่สบายใจเลย ยังไงเสียปฏิเสธไปก็เหมือนพูดให้นกให้กาฟังอยู่ดี สุดท้ายก็ต้องถูกลากไปด้วยนางไม่ได้สนเลยว่าเธอจะพูดอะไร

หลังจากนั่งเสิร์ชหาทำเลแหล่งให้ความบันเทิงยามค่ำคืนที่ยังไม่เคยเข้าไปลองอยู่เกือบสองชั่วโมงกว่าจะพอใจแล้ว เทียนหอมก็ลากเหมยออกมาเดินห้างซื้อเสื้อผ้าใหม่สำหรับออกท่องราตรีในรอบเกือบปีด้วยกัน

ค่อนข้างตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย จำไม่ได้แล้วด้วยซ้ำว่าความรู้สึกที่ได้สัมผัสกับแสงสีในผับบาร์มันเป็นยังไง แม้จะไม่ใช่นักเที่ยวผู้ชำนาญการแต่ก็ใช่ว่าจะไม่เคยย่างกรายเข้ามาในสถานที่อโคจรแบบนี้เลย แค่ไม่บ่อยมากเท่านั้น ยิ่งหลังเรียบจบทำงานก็แทบไม่ได้ว่างไปเที่ยวไหน ลำพังทำงานก็เหนื่อยมากพอแล้วกลับถึงห้องก็อยากจะนอนพักชาร์จพลังให้ร่างกายเลย จึงไม่ได้ว่างมาคิดเรื่องเที่ยวพวกนี้นัก

ชุดที่เหมยเลือกหยิบจากถุงช็อปมาใส่คือเกาะอกสายเดี่ยวผูกหลังสีขาวอวดช่วงลำคอระหงและกระดูกไหปลาร้าดึงดูดสายตาผู้คน โชว์หน้าท้องเนียนรับกับกางเกงยีนเอวสูงสีเข้ม

เกี่ยวสายโซ่สีทองของกระเป๋าสะพายใบเล็กขึ้นคล้องบ่า ผมยาวสลวยถูกดัดเป็นลอนใหญ่ปล่อยสยายทิ้งตัวไปกับแผ่นหลัง แต่งหน้าด้วยโทนเข้มกว่าปกติเล็กน้อย เพื่อให้สีสันไม่ถูกความมืดสลัวในผับกลบไปจนหมด ทุกอย่างมีตัวตั้งตัวตีสนับสนุนให้อย่างดีคือเทียนหอมเอง

“เพอร์เฟค! แซ่บจนต้องหรี่ตามองเลยขอบอก” ดีดนิ้วหนึ่งเปาะ กวาดตามองเพื่อนรักตั้งแต่หัวจรดเท้าเอ่ยชมความสวยเยินยอไปเสียยกใหญ่ ภูมิอกภูมิใจที่เปลี่ยนสาวออฟฟิศลุคเรียบร้อยเดิมๆ จนชินตาให้เป็นสาวแซ่บได้

เหมยเป็นคนสวยอยู่แล้ว ไม่ต้องแต่งเติมเยอะ ใส่เสื้อผ้าชิ้นเล็กโชว์นิดโชว์หน่อย ปรับการแต่งหน้าให้ต่างจากลุคสุภาพอย่างทุกวัน ก็สวยเช้งดึงดูดสายตาและความสนใจผู้คนได้แล้ว

“นั่นมันแสบไม่ใช่แซ่บ แล้วแกก็อย่าเว่อร์ให้มาก อายคนอื่นเขา เอาแต่มองฉันอยู่นั่นแหละ”

“ก็นานๆ ได้เห็นแกใส่เสื้อผ้าสวยๆ ทีไง ปกติก็เห็นแต่ลุคสุภาพเรียบร้อยๆ ถึงจะเป็นแบรนด์เสื้อผ้ามีระดับแต่มันเห็นจนชินชาหมดแล้ว เปลี่ยนแบบนี้แล้วสวยดีไงเลยอยากมองนานๆ”

“ขนลุก เลิกมองเถอะน่า”

“ให้ออกมาดูแลร้านให้ฉันก็ไม่เอา ไม่งั้นนะคงได้ใส่เสื้อผ้าสวยๆ ทุกวัน ไม่ต้องเรียบร้อยปิดบนปิดล่าง กระโปรงสั้นเหนือเข่าได้แต่ห้ามสูงเกินห้านิ้วเด็ดขาด อยากใส่อะไรก็ใส่ จะไม่ใส่เลยก็ได้ถ้าหน้าด้านพอ แต่แกก็ดื้อไม่เอา ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าเหตุผลคืออะไรนอกจากผู้ชาย”

เหมยกลอกตามองบนทำหน้าเอือมระอาไม่จริงจัง ตวัดแขนขึ้นกอดอกเดินเข้ามาในผับพร้อมกับเทียนหอมข้างๆ หลังจากตรวจบัตรด้านหน้าตามกฎของสถานที่แล้ว

คลับหรูแห่งนี้ค่อนข้างกว้างขวาง สามารถรองรับลูกค้าได้เกือบห้าร้อยคน ยังไม่รวมระเบียงชั้นสองสองจุดสำหรับลูกค้าวีไอพี และห้องวีวีไอพีที่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากกว่าอีกด้วย

เห็นในข้อมูลบอกว่าเจ้าของคลับเป็นคนต่างชาติ มีหน้ามีตาในแวดวงธุรกิจกลางคืนมากพอสมควร แต่เรื่องนั้นมันไม่ได้สำคัญหรอก เราเป็นผู้ใช้บริการไม่จำเป็นต้องไปรู้เบื้องลึกเบื้องหลังขนาดนั้น แว่วๆ จากเพื่อนที่รู้จักนักเที่ยวตัวโยงว่าเป็นมาเฟียด้วย เพราะฉะนั้นรู้เท่าที่เขาอยากให้รู้ก็พออย่าสะเออะเสือกรู้ไปทั่วเลย

สองสาวเลือกที่จะนั่งโต๊ะใกล้ทางออกที่สุด พร้อมกับสั่งเครื่องดื่มและอาหารกับแกล้มเล็กน้อย จากนั้นก็สนุกกับบรรยากาศจนกระทั่งถูกแรงสะกิดจากทางด้านหลังเรียก ก่อนเสียงคุ้นเคยจะโน้มเข้ามาตะโกนแข่งเสียงกึกก้องดึงให้หันกลับไปมอง

“คืนนี้ฝนจะตกหรือพระอาทิตย์จะขึ้นตอนเที่ยงคืนกันแน่เนี่ย หรือว่าพี่ตาฝาดเลยเห็นเหมยมาเที่ยวคลับเที่ยวบาร์กับเขาด้วยอะ ไปไงมาไงกัน”

“พี่เกื้อ พี่ปราบ? ...สวัสดีค่ะ” เหมยทำหน้างง หันมองหน้าสบตากับเทียนหอมที่กำลังยกแก้วเหล้าค้างไว้ในมือ ก่อนจะหันกลับมายกมือไหว้รุ่นพี่หนุ่มทั้งสอง พร้อมกันนั้นคนข้างๆ ก็ลนลานวางแก้วลงยกมือไหว้ทักทายเช่นกัน

“อ่า.. ไหว้บ่อยๆ แล้วพี่ชักจะเริ่มไม่มั่นใจว่าตัวเองเริ่มแก่แล้วหรือเพราะอะไรกันแน่ บอกแล้วว่าทักทายก็พอไม่ต้องไหว้ เด็กพวกนี้สอนไม่เคยจำเลยจริงๆ” ปราบจิ๊ปากว่าให้เสียงทุ้ม วางมือบนศีรษะเล็กของเหมยโยกเบาๆ แต่ไม่ทันพ้นนาทีก็ถูกเกื้อที่อยู่ใกล้กว่าปัดออกอย่างรวดเร็วพร้อมกับ...

“ไอ้ปราบ! มือมึง แม่งเผลอนิดเผลอหน่อยเดี๋ยวจับตลอดน้องกู” ตวาดเสียงดังข้างหูทำแก้วหูเกือบดับ

เหมยอมยิ้มเล็กน้อยขบขันรุ่นพี่หนุ่มทั้งสอง ในขณะที่เทียนหอมย่นจมูกถูกใจกับสิ่งที่เกื้อทำกับเพื่อนรัก เธอค่อนข้างอคติกับผู้ชายเจ้าชู้ ไม่เคยมีประสบการณ์พบเจอกับตัวโดยตรง แต่แค่อคติไม่ชอบ และปราบก็เป็นผู้ชายประเภทนั้น แต่ก็ไม่ถึงขั้นเกลียดหรอกก็ยังมีความเคารพกันอยู่

“พี่เกื้อกับพี่ปราบมาเที่ยวเหมือนกันเหรอคะ มีโต๊ะหรือยังคะนั่งด้วยกันไหมหลายๆ คนจะได้สนุก”

เสียงหวานเอ่ย ชะเง้อมองไปด้านหลังรุ่นพี่ทั้งสองเผื่อจะมากับเพื่อน แต่ก็ไม่เห็นใครจึงเลื่อนสายตากลับมาสบกับคู่สนทนา โดยที่เกื้อยังคงยืนอยู่ที่เดิม ส่วนปราบนั้นลากเก้าอี้มานั่งพร้อมกับหลิ่วตามองสาวสวยโต๊ะข้างๆ ขยิบตายิ้มบริหารเสน่ห์

“ก็นัดกันมาแหละวันหยุดทั้งที อ้อ ไอ้ภามก็มา มันมาถึงก่อนพวกพี่แล้วคงจะอยู่ข้างบน ไปนั่งด้วยกันไหมล่ะ ไม่อึดอัดใช่ไหมที่ต้องเมาต่อหน้าเจ้านาย”

“ตอนนี้ไม่ใช่เวลางานค่ะเหมยไม่อึดอัดหรอก แต่เหมยมากับเทียนหอมอีกอย่างก็เกรงใจด้วยไม่ไปดีกว่าค่ะ” ปากก็บอกไม่อึดอัด แค่ได้ยินชื่อใจก็สั่นไปทั้งดวงแล้ว ถ้าต้องไปนั่งดื่มด้วยกันแล้วเผลอเก็บความลับตอนเมาไม่อยู่ต่อหน้าเขาไปล่ะยุ่งเลย ใครจะกล้าเสี่ยงกัน

“พวกลูกจันทน์กับต้นหอมก็มาไม่ได้มีแค่พวกพี่ ไปนั่งด้วยกันสินั่งหลายๆ คนจะได้สนุกไงดีกว่านั่งกันอยู่สองคน เป็นคนบอกเองไม่ใช่ไง”

เกื้อนำคำพูดที่เหมยเคยเอ่ยมาใช้ หันมองเทียนหอมที่นั่งถัดไปชวนด้วยสายตา ก่อนจะหันกลับมาสบกับน้องสายรหัสที่ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทำหน้าลำบากใจ แต่โอกาสดีๆ แบบนี้ไม่ได้มีบ่อย ไม่ค่อยเห็นเหมยออกเที่ยวที่แบบนี้นานแล้วก็อยากจะเลี้ยงน้องบ้างอะไรบ้าง

“คุณพายุอนุญาตให้พี่ลูกจันทน์ออกมาเหรอคะ ได้ยินว่าทั้งหวงทั้งห่วงมากนี่นา”

“ก็มาด้วยกันนั่นแหละ ลูกจันทน์เอาแต่ใจจะตาย ผัวมันก็เอาใจเมียเก่งอยากได้อะไรประเคนให้ทุกอย่าง แล้วคิดว่าไงล่ะ”

“นั่นสิคะ” ยิ้มน้อยๆ เอื้อมมือคว้าแก้วเครื่องดื่มสีสวยของตัวเองขึ้นมาจิบดื่ม ปรายตาสบกับเทียนหอมขอความคิดเห็นว่าจะเอายังไง

“ขึ้นไปนั่งด้วยข้างบนไหมล่ะ เดี๋ยวพี่เคลียร์ทางนี้ให้ เทียนหอมก็ขึ้นไปนั่งด้วยกันข้างบนสิ นั่งหลายๆ คนจะได้สนุกไง ดีกว่านั่งกันสองคนอีก”

“ยังไงก็ได้ค่ะได้หมดเลย เทียนแล้วแต่เหมยเลยค่ะ”

ความกดดันและสายตาทุกคู่ย้ายมาอยู่ที่เหมยคนเดียว แล้วแบบนี้ยังมีทางให้เลือกอยู่เหรอ ตอนแรกว่าจะให้เพื่อนรักเป็นข้ออ้างปฏิเสธรุ่นพี่หนุ่มไป แต่เจ้าตัวดันเห็นดีเห็นงามตามใจเธอไปด้วยนี่สิ

จากแววตาคาดหวังประกายความตื่นเต้นเล็กๆ แม้จะแอบเขม็งปราบอยู่หน่อยช่วงหางตา แต่ก็พอมองออกว่านางคงอยากขึ้นไปข้างบน มีสิ่งไม่ชอบใจอยู่ก็จริงแต่ก็น่าจะมีอะไรตื่นเต้นให้นางอยากขึ้นไปลองเหยียบดูสักครั้งด้วยนั่นแหละ

“ก็ได้ค่ะ ถ้าไม่เป็นการรบกวนมากเกินไป เหมยก็อยากเจอพี่ลูกจันทน์กับพี่ต้นหอมอยู่พอดีเลย”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ประธานภาม... ห้ามรัก   ตอนพิเศษ

    เวลาผ่านไปเร็วราวกับโกหก อีกเพียงไม่เท่าไหร่ก็จะได้เห็นหน้าเด็กแฝดที่ตอนนี้ถูกเข็นเข้าไปในห้องคลอดพร้อมกับแม่ในช่วงเวลาบ่ายสามโมงเย็นโดยมีคุณปู่คุณย่าและน้าชายมายืนรอให้กำลังใจอยู่หน้าห้องแล้วเสียงฝีเท้าหนักวิ่งเข้ามาใกล้ดึงความสนใจจากคนหน้าห้องคลอดให้หันมองตาม ใบหน้าแตกตื่นไม่รู้ว่าเพราะตื่นเต้นหรือกังวลกันแน่ ทว่าตอนนี้มันซีดเผือดผมเซ็ตทรงยุ่งเล็กน้อยไม่เหลือเค้าท่านประธานบริษัทใหญ่เลยสักนิด"เป็นยังไงบ้างครับ เหมยออกมาหรือยัง" เสียงหอบเอ่ยถามผู้ให้กำเนิด หัวใจแกร่งใต้แผงอกหนายังคงกระหน่ำเต้นแรง ทั้งเป็นห่วงและกังวลจนมือไม้สั่น ไม่สามารถหยุดจินตนาการได้เลยว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นกับภรรยาสาวและลูกๆ บ้าง"ยังไม่ออกมาเลย แต่ถึงมือหมอแล้วไม่ต้องห่วงหรอก" แม้คนพูดจะบอกว่าไม่ต้องห่วง แต่มันก็อดจะห่วงไม่ได้จริงๆ ข่าวการคลอดบุตรเสียชีวิตมีให้เห็นแทบทุกวันแม้จะถึงมือหมอแล้ว แต่ก็พยายามปลอบใจตัวเองไม่ให้คิดร้าย ทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดีภามสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วเดินมาหยุดหน้าห้องคลอด จ้องมองเข้าไปในห้องผ่านกระจกบานเล็กที่ไม่สามารถมองเห็นอะไรได้ แต่ก็ยังดีกว่ามองอะไรไม่เห็นเลยเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง

  • ประธานภาม... ห้ามรัก   ตอนที่ 47 กันและกันตลอดไป(จบ)

    "ฮึก.. ฮือ.. ฉันอยากกอดแกนะแต่กลัวติดหลาน ได้ยังไงกันฉันแต่งก่อนตั้งนานไม่เห็นติดสักทีแกยังไม่ทันเข้าหอเลยด้วยซ้ำแต่ได้ไปก่อนแล้ว หรือพี่เอริกส์ไม่มีน้ำยากันแน่เนี่ยเทียนชักจะเริ่มไม่แน่ใจแล้วนะ"ท่ามกลางบรรยากาศงานแต่งงานที่เต็มไปด้วยความยินดีของแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน ก็ยังมีเสียงร้องห่มร้องไห้เรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนสนิทเนี่ยแหละเทียนหอมปัดน้ำตาออกจากแก้มและดวงตาสวยสะอึกสะอื้นจนสามีหนุ่มต้องกุมขมับปลงตก สาวสวยอยู่ในชุดเพื่อนเจ้าสาวสีฟ้าอ่อนยืนข้างเจ้าสาวและเจ้าบ่าวที่กำลังยืนถ่ายรูปด้วยกันอยู่หน้าซุ้มที่ถูกจัดแต่งตามธีมงานสวยงามให้อารมณ์เหมือนงานแต่งในนิทานเจ้าหญิงริมหาดรีสอร์ตที่เจ้าบ่าวเป็นเจ้าของเองรีสอร์ตหรูเปิดประเดิมด้วยงานแต่งงานของเจ้าของรีสอร์ตพ่วงตำแหน่งประธานบริหารบริษัทการเงินยักษ์ แขกเหรื่อที่มาร่วมงานก็มีทั้งญาติทางฝั่งบ่าวสาวและเพื่อนสนิท รวมถึงเพื่อนร่วมสถาบันที่ค่อนข้างสนิทกัน และยังมีคู่ค้าธุรกิจของประธานใหญ่ที่มาร่วมยินดีด้วยช่วงเวลาบ่ายของวันค่อนข้างร้อนแต่ยังดีที่มีร่มเงาของไม้ใหญ่คอยให้ความร่มรื่น ลมทะเลพัดผ่านตลอดเวลาเลยช่วยคลายร้อนไปได้บ้าง"พอเถอะน่าอายค

  • ประธานภาม... ห้ามรัก   ตอนที่ 46 ไม่ได้ร้องมันไหลเอง

    เหมยเดินกำที่ตรวจครรภ์ในมือออกมาจากห้องน้ำ หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นด้วยท่วงจังหวะไม่คงที่ ช้อนตาขึ้นมองคนที่นั่งรออยู่บนเตียงใบหน้านิ่งขรึมทว่าแรงสั่นน้อยๆ จากปลายเท้าส่งขึ้นมากลับบอกอาการเจ้าของได้เป็นอย่างดีว่ากำลังตื่นเต้นแค่ไหนมื้ออาหารวันนี้แทบกลืนไม่ลงเพราะกำลังตกอยู่ในภวังค์ความคิดของใครของมัน สัมผัสได้ว่าภามมักจะเงยหน้าขึ้นมองแฟนสาวตลอดเวลา บ้างก็เหม่อแววตาครุ่นคิดจวบกระทั่งกลับมาถึงบ้านในเวลาหนึ่งทุ่มเหมยเข้าห้องน้ำไปเขาก็เอาแต่นั่งรออย่างใจจดใจจ่อ"เป็นยังไงบ้าง"เสียงร้อนรนดูตื่นเต้นกว่าปกติแม้ใบหน้ายังคงนิ่งสนิท ร่างสูงลุกพรวดก้าวเข้ามาหาคนตัวเล็กเก็บอาการไม่มิด"..." เหมยไม่ตอบ แต่เลือกยื่นที่ตรวจครรภ์ในมือให้กับคนรักแทน กัดริมฝีปากอิ่มล่างแน่นไม่มีความมั่นใจเลยว่าเขาจะดีใจ หรือจะกังวลเสียใจมากกว่ากันแน่มือหนาสั่นเล็กน้อย รับแท่งตรวจพร้อมกับรวบมือเล็กมาจับเอาไว้ สัมผัสได้ว่ามือเขาเย็นมากๆ จนเธอยังสะดุ้ง"สองขีด.. ท้องเหรอ" เสียงทุ้มพึมพำกับตัวเอง แววตาหลากหลายอารมณ์เปล่งประกายความดีใจจนออกนอกหน้า มุมปากคลี่กว้างเปลี่ยนเป็นยิ้มโชว์ฟันสวยเรียงตัวครบทุกซี่เป็นยิ้มที่ทำให้

  • ประธานภาม... ห้ามรัก   ตอนที่ 45 สองเดือน

    เหมยยืนมองเงาสะท้อนของตัวเองผ่านกระจกใหญ่ภายในห้องนอนของตัวเองพลางขมวดคิ้วนิ่วหน้าไม่ชอบใจกับหุ่นตัวเองเท่าไหร่ ระยะนี้รู้สึกเหมือนตัวเธอจะกินเก่งมากเป็นพิเศษ ไม่ว่าอะไรก็อยากไปหมด ตั้งแต่ของคาว หวาน ไปจนถึงน้ำหลากหลายเมนู จะดูอ้วนขึ้นก็คงไม่แปลกอะไร ทว่า เธอกลับรู้สึกเหมือนมันอ้วนลงพุงมากกว่าจะไปลงส่วนอื่นเนี่ยสิ"เป็นอะไร" เสียงทุ้มเอ่ยแทรกขึ้นมาดึงดวงตากลมให้เหลือบมองเจ้าของเสียง ก่อนจะหันกลับมาทำหน้างอกับตัวเองต่อภามเดินเข้ามายืนซ้อนหลังคนตัวเล็ก โอบกอดแฟนสาวหลวมๆ กดริมฝีปากจูบหัวไหล่มนแผ่วเบาพลางสูดกลิ่นหอมตามผิวนุ่มอย่างหลงใหล ไม่ว่าจะจับจะจูบจะดมหอมตรงไหนก็รู้สึกลุ่มหลงเหมือนถูกมนตร์เสน่ห์สะกดให้โงหัวไม่ขึ้น ยิ่งร่างอรชรดูอวบอิ่มมีน้ำมีนวลมากขึ้นก็ยิ่งรู้สึกหลงใหลเป็นเท่าทวี"หนูรู้สึกเหมือนอ้วนขึ้น" เอ่ยเสียงกระเง้ากระงอดพลางยู่ริมฝีปากอย่างน่ารัก ดวงตาสวยยังคงจดจ่อกับหุ่นเพอร์เฟคที่เริ่มออกข้างบริเวณพุงน้อยแล้วถอนหายใจ"ก็ไม่อ้วนนะ กำลังดีเลยพี่ชอบ" "จิ๊! ประเด็นมันไม่ได้อยู่ตรงนั้นนะสิคะ พี่ภามไม่สังเกตบ้างเหรอ"เหมยหมุนตัวกลับมาประจันหน้ากับคนรัก หรี่ตากดดันคนตัวโตให้คำ

  • ประธานภาม... ห้ามรัก   ตอนที่ 44 อยากให้หึง

    "เรื่องนั้น... เป็นยังไงบ้างคะ"ภามลืมตาขึ้นมองใบหน้าที่กดลงมา มือเรียววางบนอกกว้างท่าทางประหม่าขณะเอ่ยถึงเรื่องที่อยากรู้จากแฟนหนุ่ม ริมฝีปากอิ่มถูกฟันคมกดทับจนเป็นรอยหยักตามรอยฟันเสียงสายลมพัดใบไม้แผ่วเบา กลิ่นหอมของดอกไม้ใบหญ้ามันทำให้รู้สึกอยากหยุดเวลาอยู่แบบนี้ไปตลอดชีวิต เสื่อปิกนิกผืนเล็กไม่พอขายาวของประธานหนุ่มวางพาดได้ทั้งหมด ทำให้เขาต้องขดตัวงอนอนหนุนตักแฟนสาวใต้ร่มเงาของไม้ใหญ่ข้างแปลงดอกไม้ของเจ้าหล่อน"ให้ทนายจัดการอยู่ พี่ไม่ปล่อยให้คนที่ทำร้ายหนูได้ใช้ชีวิตสงบสุขหรอก" มือหนักวางบนหลังมือเล็กกุมกระชับเบาๆ เอ่ยเสียงอ่อนโยนทว่าแววตายามเอ่ยถึงบุคคลนั้นกลับแข็งกระด้างเต็มไปด้วยความเคียดแค้น"...แล้วเรื่องผู้หญิงคนนั้นล่ะคะ พี่ภามยังตามหาเธออยู่หรือเปล่า""...""ถ้าไม่เจอก็ปล่อยไปเถอะ แค่เธอไม่กลับมาทำร้ายเราอีกก็พอ หนูยอมปล่อยเธอไปค่ะ" ไม่ใช่แม่พระมาโปรดที่สามารถให้อภัยสัตว์โลกทุกตัวได้แม้ว่ามันจะทำร้ายเราเจ็บปางตายก็ตาม เพียงแต่เธอแค่เห็นใจสงสารพ่อแม่เจ้าหล่อนที่บากหน้ามาขอร้องขอโทษแทนลูกสาวตั้งแต่ยังไม่ออกจากโรงพยาบาลจนตอนนี้ก็ยังคงชดเชยในสิ่งที่คนเป็นลูกได้กระทำไปให้เธอ

  • ประธานภาม... ห้ามรัก   ตอนที่ 43 อาหารเป็นพิษ

    นับว่าเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตช่วงหนึ่งเลยก็ว่าได้สำหรับเหมย เธอมีอาการช็อกจากการแพ้สารบางอย่างในตัวยาปลุกเซ็กซ์ที่ทางผู้ก่อเหตุใช้ อาจเกิดการสูญเสียมากกว่านี้หากว่าวันนั้นมาถึงโรงพยาบาลช้ากว่านี้ แต่ทว่า สถานการณ์เลวร้ายก็ยังมีแสงสว่างเล็กๆ ของความห่วงใยมากมายที่คอยจุดประกายความอบอุ่นให้คลายหนาวและหวาดกลัว ภามแทบไม่ให้เธอละสายตาเลยหลังจากวันที่ตื่นขึ้นมาเห็นว่าชายหนุ่มนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงผู้ป่วย เพื่อนสนิทที่บินข้ามน้ำข้ามทะเลไปอยู่กับสามีหลังแต่งงานบิดลัดฟ้ากลับมาหาอย่างเร่งรีบ ร้องห่มร้องไห้เคียดแค้นแทนด้วยความน่าเอ็นดู อารมณ์ส่งถึงคนเป็นสามีที่ต้องกุมขมับปวดหัวไปตั้งหลายวันทางด้านน้องชาย และคนอื่นๆ ก็ส่งความห่วงใยให้แทบตลอดจนไม่มีเวลาให้ได้หยุดพักคิดมาก แม้ว่าตัวจะไม่ว่างมาหาแต่สายโทรศัพท์แทบวางหูไม่ได้ทางด้านคนเป็นพ่อผู้ให้กำเนิดเดินมาทางเยี่ยมหลังจากทราบเรื่อง ท่านลาออกจากงานที่ทำอยู่เพื่อกลับมาอยู่บ้านกับลูกสาวระหว่างพักฟื้นสภาพจิตใจ แม้ว่าภามจะบอกว่าจะดูแลเธอเอง แต่เพราะเรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะตัวเขาเลยทำให้ท่านพลอยโกรธไปด้วยจนตอนนี้ยังไม่ยอมพูดคุยกับแฟนหนุ่มของล

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status