คืนนี้ไร้ไออุ่น

คืนนี้ไร้ไออุ่น

Par:  อันเสี่ยวตี๋Mis à jour à l'instant
Langue: Thai
goodnovel4goodnovel
Notes insuffisantes
30Chapitres
3Vues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

【แอบรักกันทั้งคู่/ตามง้อภรรยาสุดชีวิต/ต่างฝ่ายต่างบริสุทธิ์/รักเดียวใจเดียว 】 【ดีไซเนอร์ชุดกี่เพ้าสาวผู้เย็นชา VS นักธุรกิจรุ่นใหม่ในวงการเทคโนโลยีจอมกวน】 ตั้งแต่อายุสิบหกปี เจียงสือมอบความหวั่นไหวทั้งหมดในวัยเยาว์ให้เฉิงจี้หลี่ แต่หลังแต่งงานเธอถึงได้รู้ว่า เขาใจร้ายกับเธอได้มากเพียงใด คนในแวดวงต่างพูดกันว่า คุณชายเฉิงไม่เคยใส่ใจคุณนายที่บ้านเลยแม้แต่น้อย ทุกคนต่างรอให้เธอกับเฉิงจี้หลี่หย่ากัน เธอจึงตัดสินใจทำตามความต้องการของทุกคน และเป็นฝ่ายเอ่ยขอหย่าเอง ชายหนุ่มแค่นหัวเราะอย่างดูแคลน “วางใจเถอะ ฉันไม่รั้งเธอไว้หรอก” เจียงสือยิ้มรับอย่างสงบ เมื่อครบกำหนดตามข้อตกลง เธอเก็บกระเป๋าแล้วเดินจากไปอย่างเด็ดขาด นับแต่นั้น ตระกูลเฉิงผู้มั่งคั่งก็ไม่มีสะใภ้ผู้ไม่เคยแก่งแย่งชิงดีกับใครอีกต่อไป ทว่าในวงการชุดกี่เพ้าของเมืองหลวงและเมืองหู่ กลับมีดีไซเนอร์โอต์กูตูร์คนหนึ่งที่เป็นที่ต้องการตัวอย่างมากเพิ่มขึ้นมา เมื่อความจริงทั้งหมดค่อยๆเปิดเผยออกมา เฉิงจี้หลี่ก็เสียใจจนแทบขาดใจ ถึงขั้นยอมคุกเข่าต่อหน้าหลุมศพของคุณตาเจียงสือเพื่อขอให้เธอยกโทษให้ เจียงสือเพียงพูดทิ้งทายด้วยน้ำเสียงเย็นชา "สมน้ำหน้า คุณตาของฉันรับการคุกเข่านี้" ทุกคนต่างคิดว่าหลังหย่าแล้ว เฉิงจี้หลี่จะต้องแต่งงานกับคนอื่นอย่างแน่นอน แต่ไม่มีใครคาดคิดว่า คุณชายเฉิงผู้หยิ่งผยองและไม่ยอมใคร เมื่อเห็นเจียงสือเดินทางไปฝรั่งเศสกับผู้ชายคนอื่น กลับถึงขั้นดึงชายเสื้อของเธอไว้ด้วยความระมัดระวัง ต่อหน้าผู้คนมากมายในสนามบิน ดวงตาของเขาแดงก่ำเว้าวอนอย่างน่าสงสาร “เจียงสือ เห็นแก่ที่ฉันรักเธอมาตั้งหลายปี อย่าทิ้งฉันไปได้ไหม?” ที่แท้ คนที่ตกหลุมรักจนถอนตัวไม่ขึ้นมาตั้งแต่ต้นจนจบก็คือเขา เกร็ดเล็กน้อย 1.เป็นเรื่องราวการตามง้อภรรยาในแบบที่ไม่เหมือนทั่วไป 2.ความสัมพันธ์ที่ทั้งเจ็บปวดและยื้อรั้งกัน มีทั้งหวานและดราม่า

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1

“เจ็บอีกแล้วเหรอ?” ชายหนุ่มยันตัวท่อนบนขึ้นและเลิกคิ้วถาม

ด้านนอกหน้าต่างฝนตกกระหน่ำ ภายในห้องนอนมีเพียงโคมไฟสีเหลืองนวลที่เปิดอยู่หนึ่งดวง

เจียงสือหันหน้าหนี มองข้อมือของตัวเองที่ถูกกำจนแดงแล้วกะพริบตาอย่างด้านชา “อืม”

เรื่องแบบนี้ทำมาเป็นเวลาสองปีแล้ว

ปกติเฉิงจี้หลี่พักอยู่ในห้องทำงาน มีเพียงช่วงตกไข่ของเธอในแต่ละเดือนเท่านั้นที่เขาจะมาหา

แล้วก็เป็นเหมือนคืนนี้

ไม่มีการเล้าโลม และไม่มีความใกล้ชิดหลังจากนั้น

เธอก็ไม่ใช่กำแพงเหล็กเสียหน่อย จะไม่เจ็บได้อย่างไร

เมื่อก่อนเธอคิดว่าเป็นเพราะตัวเองไม่มีเสน่ห์ของผู้หญิงมากพอ ถึงขั้นตั้งใจขอคลิปจากเพื่อนสนิทมาดูเพื่อเรียนรู้

แต่ไม่ว่าเธอจะพยายามมากแค่ไหน เฉิงจี้หลี่ก็ยังเหมือนหุ่นยนต์ที่ไร้ความรู้สึก ทำเรื่องที่ควรเต็มไปด้วยความรู้สึกด้วยท่าทีส่งเดช

นานวันเข้า เธอถึงขั้นขี้เกียจแม้แต่จะแสร้งทำ

ไม่มีความหมายหรอก เรื่องแบบนี้ฝืนกันไม่ได้

เฉิงจี้หลี่ยังไม่ทันอิ่มเอม แต่ก็ผละออกจากตัวเธอ

เขาแค่นหัวเราะเบาๆ “สำออยจริงๆ ไม่ใช่ว่าเธอเป็นคนคำนวณวันแล้วให้ฉันมาหรอกเหรอ?”

“……” เจียงสือดึงชุดนอนลง ลุกขึ้นไปเปิดไฟเพดาน “แม่คุณเร่งอีกแล้ว ฉันว่าเราสองคนคงมีลูกไม่ได้หรอก ไม่สู้…”

“ฉันจะบอกแม่เอง” ชายหนุ่มตัดบทเธอ “ฉันจะบอกว่าเป็นปัญหาของฉันเอง เธอไม่ต้องกังวลเรื่องนี้”

เมื่อเห็นร่างสูงสง่าก้าวเข้าไปในห้องน้ำโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมา เจียงสือก็ยกยิ้มสมเพชตัวเอง

เขาคงคิดว่าเธอกำลังจะพูดว่า “ไปโรงพยาบาลตรวจดูหน่อยไหม” สินะ?

ไม่ใช่หรอก

สิ่งที่เธออยากพูดคือ “หย่ากันเถอะ”

แต่เฉิงจี้หลี่กลับไม่มีแม้แต่ความอดทนจะฟังประโยคนี้จนจบ

ประตูห้องน้ำปิดลงและเปิดออกอีกครั้ง ก็กินเวลาไปกว่าหนึ่งชั่วโมงแล้ว

เจียงสือไม่เข้าใจว่าเขาจะอาบน้ำนานอะไรขนาดนั้น เธอนั่งรออยู่ข้างเตียงจนง่วงหาวแล้วหาวอีก

เฉิงจี้หลี่เดินออกมาและขมวดคิ้วคิ้ว “นี่จะเล่นเกมแข่งความอดทนกับฉันหรือไง?”

เขาพันเพียงผ้าขนหนูไว้รอบเอว

กล้ามอกแน่นกระชับ หน้าท้องเพรียวแข็งแรงมีเส้นเลือดปูดนูนหายวับเข้าไปในขอบผ้าเช็ดตัว

ทั้งดุดันและชวนหวั่นไหว

มีเพียงตอนนี้เท่านั้นที่เจียงสือมีโอกาสได้มองเรือนร่างของเขาอย่างชัดเจน

เพราะทุกครั้งที่ทำเรื่องอย่างว่ากัน เฉิงจี้หลี่จะเปิดเพียงโคมไฟดวงเล็กที่สลัวมาก ราวกับกำลังทำเรื่องลับๆจนครั้งหนึ่งเธอเคยคิดว่าคงเป็นเพราะรูปร่างของตัวเองแย่เกินไป เขาถึงได้เห็นแล้วหมดอารมณ์

เมื่อเห็นชายหนุ่มผิวขาวเย็นชาคนนั้นเดินเข้าไปในห้องแต่งตัว เจียงสือก็เดินตามเข้าไป

“ฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณ”

ห้องแต่งตัวไม่ได้เป็นระเบียบนัก ข้าวของของเจียงสือถูกวางเกลื่อนกลาดไปทั่ว เพราะเธอไม่เคยเก่งเรื่องจัดของพวกนี้อยู่แล้ว

เฉิงจี้หลี่พับชุดชั้นในลูกไม้สองตัวที่วางระเกะระกะให้เรียบร้อย ก่อนเปิดลิ้นชักแยกเก็บตามสี จากนั้นหยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวลายเรียบจากด้านในออกมา แล้วค่อยๆสวมลงบนตัว

เขาพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ “ไว้ฉันกลับมาแล้วค่อยคุยกัน”

แววตาของเจียงสือหม่นลง “ดึกขนาดนี้ยังจะออกไปอีก ไปหาเฉิงเซียวเซียวเหรอ?”

“คืนนี้เซียวเซียวจัดปาร์ตี้วันเกิด ฉันต้องไป” เฉิงจี้หลี่เหลือบมองเธอแวบหนึ่ง “ในฐานะพี่สะใภ้ เธอไม่ได้เตรียมของขวัญไว้เหรอ?”

เจียงสือได้รับคำเชิญจากเฉิงเซียวเซียวจริงๆ แต่เธอรู้ดีว่าไม่มีใครต้อนรับเธอจากใจจริงอยู่แล้ว อีกอย่างตอนนี้เธอจะนับเป็นพี่สะใภ้อะไรกันล่ะ

“เตรียมไว้แล้ว แถมยังเป็นรุ่นอัจฉริยะด้วยนะ” เธอกอดอก เชิดคางขึ้น “ดูแลตัวเองเป็น แต่งตัวเองได้ ขับรถไปเองก็ได้ ถ้าจำเป็นจะร้องเพลงเต้นรำให้ด้วยก็ยังได้”

“……” เฉิงจี้หลี่ถอนหายใจอย่างหงุดหงิด “พอเถอะ เป่าเทียนเสร็จแล้วฉันจะกลับมา”

เขาแต่งตัวอย่างรวดเร็ว สวมสูทสีดำทั้งชุดแต่ไม่ได้ผูกเนกไท ผมถูกหวีปัดเป๋เสยไปด้านหลังด้วยเจลแต่งผม ดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาในทันตา

เขาแต่งตัวดูเป็นผู้เป็นคนก็เพื่อไปฉลองวันเกิดให้ผู้หญิงคนอื่น

ประตูปิดลงดังปัง

ไม่นานนัก รถคูลลิแนนสีดำคันหนึ่งก็ขับออกจากโรงรถด้านล่าง แล้วค่อยๆหายลับไปในค่ำคืนที่ฝนตก

เจียงสือยืนนิ่งอยู่ข้างหน้าต่าง หัวใจราวกับดิ่งวูบลงตามความเคยชิน

ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไร เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ

เธอเช็ดตาอย่างลวกๆ แล้วหยิบโทรศัพท์บนโต๊ะข้างเตียงขึ้นมาเปิดแชต

ซูเย่ส่งข้อความเสียงมา เสียงรอบข้างดังวุ่นวายราวกับตลาดสด “นี่ ฉันถามจริงๆ เธอทำอะไรอยู่? สามีเธอซื้อกระเป๋าราคาห้าล้านกว่าให้เฉิงเซียวเซียวเป็นของขวัญวันเกิด เธอรู้ไหม?”

เจียงสือตอบกลับไปว่า “อ้อ ตอนนี้รู้แล้ว”

ซูเย่โทรเข้ามาทันที “อ้ออะไรของเธอ! เธอไม่ได้เห็นท่าทางอวดดีของเฉิงเซียวเซียวหรือไง! นางถือกระเป๋าใบใหม่เดินอวดไปทั่วงาน ราวกับกลัวว่าจะไม่มีใครเห็นอย่างนั้นแหละ!”

“ยังมีคนกลุ่มหนึ่งคอยส่งเสียงยุยงอีก ถ้าไม่รู้เรื่องคงคิดว่าสองคนนั้นเป็นแฟนกันแล้ว!”

เธอสูดหายใจและสบถออกมาประโยคหนึ่ง “เฉิงจี้หลี่อยากตายหรือไง? อารมณ์เสียจริงๆ! เหล้าในแก้วฉันรินเต็มแล้ว แค่สาดทีเดียวก็โดนแน่ รอแค่เธอพูดคำเดียวเท่านั้น!”

เจียงสือเงยหน้าขึ้นมองฝนด้านนอกที่ตกหนักขึ้นเรื่อยๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง “ไม่ต้องหรอก อย่าเสียเหล้าเลย”

ยังไงก็ไม่ใช่ครั้งแรกอยู่แล้ว

ตอนเฉิงเซียวเซียวเรียนจบมหาวิทยาลัย เขาก็ซื้อรถให้หนึ่งคัน ส่วนวันเกิดปีที่แล้ว เขาก็มอบนาฬิกาข้อมือประดับเพชรให้หนึ่งเรือน

แม้แต่ตอนเฉิงเซียวเซียวอกหัก เขายังต้องสั่งเค้กหงส์ดำส่งไปให้เพื่อแสดงความปลอบโยน

แล้วกระเป๋าราคาห้าล้านกว่าจะนับประสาอะไร

แต่สำหรับภรรยาอย่างเธอ ผู้ชายคนนั้นคงจำวันเกิดของเธอไม่ได้ด้วยซ้ำ

ปลายสายซูเย่แทบคลั่ง “ที่รัก เธอเป็นอะไรไป? ขนาดนี้เธอยังทนได้อีกเหรอ? เธอจะทนไปถึงเมื่อไหร่?”

เจียงสือตอบ “ทนจนกว่าสองคนนั้นจะครองรักกันไปจนแก่เฒ่า มีลูกมีหลานเต็มบ้านนั่นแหละ”

“……” ซูเย่ถึงกับพูดไม่ออก “ความใจกว้างของเธอก็ไม่จำเป็นต้องกว้างขนาดนี้ก็ได้”

เจียงสือเดินเอื่อยๆไปที่ประตู แล้วเปิดออก “เย่จื่อ ฉันเหนื่อยแล้ว อยากนอน”

ซูเย่ถอนหายใจ "เอาเถอะ ไม่เห็นก็จะได้ไม่รำคาญใจ เธอพักผ่อนให้สบายเถอะ ไอ้เฉิงเดี๋ยวก็โดนสวรรค์ลงโทษเอง!"

เจียงสือวางสาย ตัวล่องลอยลงไปยังเคาน์เตอร์บาร์ชั้นล่างราวกับไร้วิญญาณ แล้วรินไวน์แดงให้ตัวเองเพียงครึ่งแก้วเล็กๆ

สายตากวาดมองไปรอบๆคฤหาสน์หลังใหญ่ ความว่างเปล่าในอกทำให้เธอรู้สึกใจหวิว

เมื่อก่อนตอนที่พ่อกับแม่ยังอยู่ เธอไม่เคยเข้าใจเลยว่าความเหงาและความสิ้นหวังคืออะไร ต่อให้เจอเรื่องที่เสียใจแค่ไหน ขอเพียงกอดครอบครัวร้องไห้สักครั้ง ทุกอย่างก็ผ่านไปได้

ต่อมาพ่อกับแม่จากไป ก็ยังมีคุณตา คุณตาจะเตรียมขนมหวานที่เธอชอบที่สุดรออยู่ที่บ้านเสมอ

แต่ตอนนี้ เธอไม่เหลืออะไรอีกแล้ว

แม้แต่เฉิงจี้หลี่ก็ใกล้จะเสียไปแล้ว

ไม่สิ เฉิงจี้หลี่ไม่เคยเป็นของเธอเลยต่างหาก

บ้านที่ว่างเปล่า ความเหงาค่อยๆซึมออกมาจากทุกซอกทุกมุมราวกับสายน้ำที่ค่อยๆท่วมผ่านปากและจมูก ก่อนกลืนกินเธอทีละน้อย

เจียงสือจำไม่ได้ว่าตัวเองกลับเข้าห้องนอนตั้งแต่เมื่อไร รู้เพียงว่าคืนนั้นเธอฝันมากมาย

และทุกความฝันล้วนเกี่ยวกับเฉิงจี้หลี่

ภาพที่ชัดเจนที่สุดคือฤดูหนาวตอนเธออายุสิบหก

เรือยอชต์พลิกคว่ำกลางทะเลพรากพ่อแม่ของเธอไป ส่วนเธอโชคดีรอดชีวิตมาได้ แต่ต้องสูญเสียนิ้วก้อยไปหนึ่งข้อ

หลังจากตามคุณตามายังเมืองหลวง เธอมักซ่อนมือนั้นเอาไว้ ไม่อยากให้ใครเห็น

จู่ๆ วันหนึ่งเฉิงจี้หลี่ก็โยนถุงมือแคชเมียร์คู่หนึ่งให้เธอเป็นสีชมพูอ่อน บริเวณข้อมือประดับด้วยขนกระต่ายสีขาวรอบๆ

เขายิ้มอย่างกวนๆแล้วพูดว่า “ตลอดฤดูหนาวหนึ่งฤดู น่าจะมากพอให้เธอยอมรับความแตกต่างเล็กๆของตัวเองได้แล้วใช่ไหม?”

เจียงสือสวมถุงมือ แล้วพบว่านิ้วก้อยข้างซ้ายกลับมีสำลีก้อนเล็กๆยัดเอาไว้อยู่……

เธอนอนหลับอย่างสะลึมสะลือ ในความพร่ามัวได้ยินเสียงใครบางคนเปิดประตูเข้ามา และมีเสียงขยับข้าวของอยู่พักหนึ่ง

เฉิงจี้หลี่กลับมาแล้วเหรอ?

คงกลับมาเอาชุดนอนสินะ

เขาไม่เคยนอนค้างที่นี่

บนหมอนมีรอยเปียกชื้นอยู่หย่อมหนึ่ง เธอขยับตัวเปลี่ยนท่า ตั้งใจจะลุกขึ้นมาพูดทุกอย่างให้ชัดเจน แต่ศีรษะกลับหนักอึ้งจนแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมายังรู้สึกขี้เกียจเลย

กระทั่งข้างกายมีการยุบตัวลง

ผ้าห่มอีกฝั่งถูกเปิดออก

กลิ่นอายอุ่นร้อนที่คุ้นเคยก็ลอยเข้ามา

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres
Pas de commentaire
30
บทที่ 1
“เจ็บอีกแล้วเหรอ?” ชายหนุ่มยันตัวท่อนบนขึ้นและเลิกคิ้วถามด้านนอกหน้าต่างฝนตกกระหน่ำ ภายในห้องนอนมีเพียงโคมไฟสีเหลืองนวลที่เปิดอยู่หนึ่งดวงเจียงสือหันหน้าหนี มองข้อมือของตัวเองที่ถูกกำจนแดงแล้วกะพริบตาอย่างด้านชา “อืม”เรื่องแบบนี้ทำมาเป็นเวลาสองปีแล้วปกติเฉิงจี้หลี่พักอยู่ในห้องทำงาน มีเพียงช่วงตกไข่ของเธอในแต่ละเดือนเท่านั้นที่เขาจะมาหาแล้วก็เป็นเหมือนคืนนี้ไม่มีการเล้าโลม และไม่มีความใกล้ชิดหลังจากนั้นเธอก็ไม่ใช่กำแพงเหล็กเสียหน่อย จะไม่เจ็บได้อย่างไรเมื่อก่อนเธอคิดว่าเป็นเพราะตัวเองไม่มีเสน่ห์ของผู้หญิงมากพอ ถึงขั้นตั้งใจขอคลิปจากเพื่อนสนิทมาดูเพื่อเรียนรู้แต่ไม่ว่าเธอจะพยายามมากแค่ไหน เฉิงจี้หลี่ก็ยังเหมือนหุ่นยนต์ที่ไร้ความรู้สึก ทำเรื่องที่ควรเต็มไปด้วยความรู้สึกด้วยท่าทีส่งเดชนานวันเข้า เธอถึงขั้นขี้เกียจแม้แต่จะแสร้งทำไม่มีความหมายหรอก เรื่องแบบนี้ฝืนกันไม่ได้เฉิงจี้หลี่ยังไม่ทันอิ่มเอม แต่ก็ผละออกจากตัวเธอเขาแค่นหัวเราะเบาๆ “สำออยจริงๆ ไม่ใช่ว่าเธอเป็นคนคำนวณวันแล้วให้ฉันมาหรอกเหรอ?”“……” เจียงสือดึงชุดนอนลง ลุกขึ้นไปเปิดไฟเพดาน “แม่คุณเร่งอีกแล้ว ฉัน
Read More
บทที่ 2
กลิ่นกายของเขาสะอาดสดชื่น เป็นกลิ่นที่เจียงสือเคยหลงใหลอย่างมากเธอเผลอผ่อนลมหายใจให้แผ่วเบาลงโดยไม่รู้ตัว นิ้วมือกำผ้าห่มแน่นหลังพ้นช่วงฮันนีมูน เฉิงจี้หลี่ไม่เคยมีครั้งไหนที่ต้องการเธอถึงสองรอบในคืนเดียว และไม่เคยค้างคืนหลังจากนั้นด้วยวันนี้เขาเป็นอะไรไป?“คุณจะทำอะไร?” เจียงสือหมดเรี่ยวแรง พยายามขยับตัวไปทางขอบเตียงอย่างยากลำบาก "ห้องหนังสือโดนฟ้าผ่าหรือไง?" เฉิงจี้หลี่เหยียดแขนยาวออกไป ดึงเธอกลับเข้ามาในอ้อมแขนทันทีเสียงทุ้มแหบเล็กน้อยพูดขึ้นว่า "รอบเมื่อกี้ฉันยังไม่เสร็จ" แพขนตาของเจียงสือค่อยๆหลุบลง แสงริบหรี่ในดวงตาที่แทบสังเกตไม่เห็นดับวูบลงทันทีที่แท้...ก็แค่ต้องการมีลูกเท่านั้น เมื่อครู่นี้ในใจเธอยังเผลอมีความคาดหวังวาบขึ้นมาเสี้ยวหนึ่งด้วยซ้ำน่าขำสิ้นดีไม่โกรธ ไม่ผิดหวัง มีเพียงความเย็นเยียบที่ค่อยๆแผ่ซ่านออกมาจากกลางอกเฉิงจี้หลี่พลิกตัวขึ้นมาแล้วศีรษะของเจียงสือยิ่งมึนหนักขึ้น เธอยกมือทั้งสองข้างดันหน้าอกเขาไว้ แล้วเค้นคำพูดออกมาจากลำคออย่างยากลำบาก “ทำไม่ไหวหรอก”ครอบครัวที่ไม่มีความรัก เด็กก็ไม่อยากมาเกิดหรอกราวกับได้กลิ่นแอลกอฮอล์จากลมหายใจของเ
Read More
บทที่ 3
ทั้งที่เป็นช่วงกลางฤดูร้อน เจียงสือกลับรู้สึกว่าฝ่ามือเย็นเฉียบ จึงยกชาร้อนบนโต๊ะขึ้นมากุมไว้ในมือเธอพูดเสียงเรียบ “ฉันตกลงหย่า ฉันจะคุยกับเฉิงจี้หลี่ให้เร็วที่สุด”หว่างคิ้วของอวี๋เสียนจือคลายลงเล็กน้อย “อยากได้อะไรก็พูดมาตรงๆไม่ต้องมัวแต่เหนียมอาย เดี๋ยวพอลับหลังไปแล้วก็เอาเรื่องตระกูลเฉิงของเราไปพูดหาว่ารังแกเธออีก”อวี๋เสียนจือไม่เคยถูกใจเจียงสือมาตลอดเธอมีเฉิงจี้หลี่เป็นลูกชายแท้ๆแค่คนเดียว ย่อมอยากจะพิถีพิถันคัดสรรตำแหน่งลูกสะใภ้เป็นธรรมดา ที่ดีที่สุดคือปากหวานรู้ความ เข้าสังคมเก่งทำอาหารเป็น สามารถดูแลลูกชายของเธอได้ และยังรู้จักเอาอกเอาใจแม่สามีอย่างเธออีกด้วย แต่เจียงสือไม่ตรงกับสักข้อหากไม่ใช่เพราะผู้ใหญ่พยายามจับคู่กันอย่างเต็มที่ เธอไม่มีทางยอมรับการแต่งงานครั้งนี้แน่นอนเห็นเจียงสือยังคงเงียบไม่พูดอะไร อวี๋เสียนจือก็ถอนหายใจอีกครั้ง “เธอนี่จริงๆเลย อายุยังน้อยแท้ๆทำไมถึงไม่มีลูกสักคน? ถ้ามีปัญหาก็ไปหาหมอดูเสียสิ ไม่อย่างนั้นถ้าวันหน้าต้องแต่งงานใหม่จะลำบากเอา แม่สามีคนอื่นไม่ได้พูดคุยด้วยง่ายๆเหมือนฉันหรอกนะ”เมื่อนึกถึงผลตรวจของตัวเองที่ปกติดีทุกอย่าง เจียงส
Read More
บทที่ 4
เจียงสือราวกับถูกตรึงอยู่กับที่ เธอเผลอยกมือขึ้นลูบนิ้วก้อยที่ขาดหายไปของตัวเองความเจ็บปวดในใจค่อยๆถาโถมขึ้นมาทีละระลอกเธอจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าตัวเองกำลังกลายเป็นคนแข็งกร้าวและปากร้ายขึ้นเรื่อยๆ แต่เธอควบคุมมันไม่ได้ด้านหนึ่งก็รังเกียจตัวเอง แต่อีกด้านกลับหนักยิ่งกว่าเดิมยิ่งนานวันก็ยิ่งไม่เหมือนตัวเองลำคอแห้งผาก เจียงสือจึงหันหน้าไปมองนอกหน้าต่างไฟริมถนนหลอมละลายกลายเป็นกลุ่มดวงไฟกลมๆในดวงตาที่เอ่อล้นด้วยหยาดน้ำตา “เฉิงจี้หลี่ เรามาคุยกันหน่อย”ชายหนุ่มเพิ่งสตาร์ตรถพอดี เขามองตรงไปข้างหน้าโดยไม่เหลือบมองเธอ "อย่าพึ่งพูด กำลังขับรถอยู่" เจียงสือ “……”ช่วงนี้เฉิงจี้หลี่ยิ่งนานวันก็ยิ่งหงุดหงิดง่าย เขาพูดอะไรก็ได้ แต่กลับไม่ยอมฟังเธอพูดสักประโยค เธออดทนมาตลอดทาง จนกระทั่งรถจอดลงในโรงรถของบ้าน เฉิงจี้หลี่ดับเครื่องยนต์แล้วก้าวลงจากรถ เธอกำลังจะเอ่ยปาก ก็เห็นเขายื่นมือไปหยิบกุญแจรถดอกหนึ่งลงมาจากผนัง แล้วก้าวยาวๆตรงไปยังรถเบนท์ลี่ย์ เบนเทย์ก้าสีส้มที่จอดอยู่ข้างๆ ก่อนจะดึงประตูออกเตรียมขึ้นไป “คุณจะไปไหน?” เจียงสือรีบถามเฉิงจี้หลี่หันหน้าเล็กน้อยและยกปากยิ้มอย่างก
Read More
บทที่ 5
ปลายสายผู้ช่วยจั๋วเยว่อ้ำอึ้งเล็กน้อย “คุณนายครับ ตอนนี้ประธานเฉิงกำลังประชุมอยู่ ปลีกตัวออกมาไม่ได้ครับ”“ปลีกตัวออกมาไม่ได้” เจียงสือทวนเสียงเบา “กำลังยุ่งกับการประชุม หรือกำลังยุ่งกับการหลบหน้าฉันกันแน่?”จั๋วเยว่รีบพูด “คุณนายอย่าคิดแบบนั้นเลยครับ ประธานเฉิงยุ่งจริงๆขนาดกินข้าวยังต้องรีบเร่งจัดการให้เสร็จๆไปในห้องประชุม ไม่ได้มีเจตนาจะหลบหน้าคุณนายเลยครับ" “แล้วเขามีเวลาไปพบเฉิงเซียวเซียวไหม?”“เอ่อ……”เจียงสือกำโทรศัพท์ไว้แน่น ก่อนก้มหน้าผากพิงพวงมาลัย ความเหนื่อยล้าถาโถมจนกลบความรู้สึกทุกอย่างในใจไปหมดแล้วเธอไม่อยากผ่าตัดตามลำพัง แต่ก็ยิ่งไม่อยากยื้อรั้งกันอย่างไร้ความหมายเฉิงจี้หลี่จะยุ่งจริงหรือแกล้งยุ่ง สำหรับเธอแล้วผลลัพธ์ก็ไม่ต่างกันเธอไม่ถามต่อ เพียงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยไร้อารมณ์ "ถ้างั้นฝากคุณช่วยบอกเขาด้วย ยุ่งแค่ไหนก็เคี้ยวข้าวช้าๆหน่อย อย่าเพิ่งติดคอตายไปเสียก่อน" จั๋วเยว่ “……”“อีกอย่าง” เจียงสือชะงักไปครู่หนึ่ง “บอกให้เขาหาเวลากลับบ้าน ฉันมีเรื่องอยากคุยกับเขา”“ได้ครับคุณนาย ผมจะบอกประธานเฉิงให้แน่นอนครับ”หลังวางสาย จั๋วเยว่ก็ถอนหายใจยาวออกมา
Read More
บทที่ 6
ภายในห้องรับรองอบอวลไปด้วยกลิ่นควันบุหรี่และแอลกอฮอล์จางๆเฉิงจี้หลี่เอนตัวอยู่บนโซฟาหนัง คอเสื้อเชิ้ตสีดำปลดกระดุมเปิดออก มือเรียวยาววางพาดบนขาที่ไขว้กันอย่างสบายๆคิ้วและดวงตาหลุบลงเล็กน้อย เผยให้เห็นความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งคืนริมฝีปากคาบบุหรี่ที่ยังไม่ได้จุดอยู่หนึ่งมวน“พี่ ทำเป็นขรึมอะไรเนี่ย?” ฉินหล่างขยับเข้ามาและเอื้อมมือไปหยิบไฟแช็กบนโต๊ะ “มา เดี๋ยวผมจุดให้”เฉิงจี้หลี่หันหน้าหลบ “ไม่ต้อง เลิกแล้ว”“อยู่ดีๆจะเลิกบุหรี่ทำไม?”ฉินหล่างกะพริบตา แล้วขยับเข้าไปใกล้อีกหน่อย “จริงสิ ผมเห็นเซียวเซียวถือกระเป๋าที่พี่ให้เธออยู่ทุกวันเลยนะ แต่ผมจำได้ว่ากระเป๋าใบนั้นแบรนด์ส่งมาแถมคู่กับกระเป๋าวินเทจให้พี่นี่นา แล้วทำไมพี่ถึงเอาของแถมให้เธอล่ะ?”“แล้วกระเป๋าวินเทจล่ะ? นั่นเป็นของหายากที่ทางแบรนด์ตั้งใจเก็บไว้ให้พี่ตามรสนิยมของบรรดาคุณนายในแวดวงเลยนะ พี่คิดจะให้ใคร?”เฉิงจี้หลี่ไม่พูดอะไร ปลายนิ้วเคาะลงบนหัวเข่าเบาๆสองครั้ง แต่แววตากลับหม่นลงกว่าเดิม แฝงความหงุดหงิดที่แทบสังเกตไม่เห็นฉินหล่างอึ้งไป “พี่คงไม่ได้ยังไม่ได้ให้ใครหรอกนะ? อุตส่าห์ให้คนตามหามาอย่างยากลำบาก สุดท้
Read More
บทที่ 7
เห็นบรรยากาศกำลังจะตึงขึ้นมาอีกครั้ง ฉินหล่างจึงยกแก้วเหล้าขึ้นมาช่วยไกล่เกลี่ย “โอ๊ย คนกันเองทั้งนั้น เรื่องแค่นี้เอง! ในเมื่อพี่สะใภ้กับเซียวเซียวก็อยู่ด้วย งั้นก็เที่ยวเล่นด้วยกันสิ นานๆทีจะอยู่กันพร้อมหน้าแบบนี้ คึกคักหน่อยก็ดี!”คุณชายหลายคนรอบข้างก็พากันส่งเสียงสนับสนุน “ใช่ๆ! เปิดแชมเปญกันเถอะ! ถือเป็นการอวยพรให้โครงการใหม่ของจี้หลี่ประสบความสำเร็จ!”มีคนคว้าขวดแชมเปญบนโต๊ะขึ้นมา แล้วเปิดจุกออกอย่างรวดเร็วเสียงดังปัง จุกไม้ก๊อกกระเด็นพุ่งออกไปอย่างแรงพุ่งตรงมายังทางที่เจียงสือยืนอยู่เฉิงจี้หลี่ตอบสนองอย่างรวดเร็ว เขาหันตัวเข้ามายืนบังตรงหน้าเจียงสือในจังหวะที่ยกมือขึ้น จุกขวดที่พุ่งมาก็ถูกข้อศอกของเขากระแทกจนกระเด็นเปลี่ยนทิศไปทางอื่นพอดีทันใดนั้นก็มีเสียงกรีดร้องดังขึ้นเฉิงเซียวเซียวเอามือปิดตา “ตาของฉัน…”สายตาของทุกคนในห้องรับรองต่างหันมามองฉินหล่างก้าวเข้าไปแล้วแบกเฉิงเซียวเซียวขึ้นหลังเฉิงเซียวเซียวหลับตา น้ำเสียงสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้ “พี่...ใช่พี่หรือเปล่า?”ฉินหล่างรีบเดินออกไป "พี่หล่างก็เป็นพี่เหมือนกัน! อย่ากลัวไปเลยนะ เดี๋ยวพี่พาเธอไปโรงพยาบาลเอง
Read More
บทที่ 8
ประตูห้องนอนแง้มอยู่ เจียงสือค่อยๆผลักเปิด เห็นชายหนุ่มกำลังยืนโทรศัพท์อยู่ข้างหน้าต่างกระจกบานใหญ่เขาสวมสูทสีดำทั้งชุด บุคลิกโดดเด่นสะดุดตาแสงยามโพล้เพล้งทาบลงบนใบหน้าด้านข้างที่ได้รูป ยิ่งขับให้เขาดูสุขุมจนยากจะอ่านความรู้สึก และยังคงเหลือเค้าความเป็นชายหนุ่มในวันวานอยู่เล็กน้อยเธอมองเขานิ่งๆอย่างเหม่อลอยจนกระทั่งอีกฝ่ายวางสายแล้วหันมามอง “คุณนายเฉิงกลับมาเร็วดีนี่ ไม่เป็นเจ้าผึ้งน้อยผู้รักงานแล้วเหรอ?”“พอกันนั่นแหละ” เจียงสือดึงสติกลับมา ขี้เกียจพูดมาก “ในเมื่อคุณกลับมาแล้ว งั้นรีบคุยเรื่องสำคัญกันเถอะ”แววตาของเฉิงจี้หลี่ไหวเล็กน้อย แล้วพูดตัดบทด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ไม่มีเวลา คืนนี้เป็นงานวันเกิดครบรอบแปดสิบปีของคุณย่าตระกูลเสิ่น เธอต้องไปกับฉัน”ตอนที่เจียงสือเพิ่งมาถึงเมืองหลวง เธอได้รับความเอ็นดูและความช่วยเหลือจากคุณย่าเสิ่นอยู่ไม่น้อย จึงค่อนข้างสนิทสนมกับตระกูลเสิ่นงานวันเกิดของผู้ใหญ่ ตามเหตุและผลแล้วก็ควรร่วมงานเธอหันหลังเดินเข้าไปในห้องแต่งตัว นิ้วมือไล่ผ่านชุดกระโปรงเรียงราย สุดท้ายก็เลือกกระโปรงยาวผ้าไหมสีขาวครีมมีลายในตัวออกมาตัวหนึ่ง ดีไซน์เรียบง่าย บ
Read More
บทที่ 9
เหล่าคุณนายที่อยู่ข้างๆพากันยิ้มและพูดสมทบ “คุณหญิงคะ คุณนายจากตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงหลายคนชอบมาสั่งตัดชุดกี่เพ้ากับคุณหนูเจียงกันทั้งนั้น ทุกคนต่างบอกว่าฝีมือของคุณหนูเจียงยอดเยี่ยม ทุกเข็มทุกเส้นล้วนสะท้อนถึงพื้นฐานฝีมือที่สั่งสมมา ไม่ด้อยไปกว่าคุณท่านเฉินในสมัยก่อนเลยค่ะ!”“ดีๆๆ! ศิษย์ย่อมเหนือกว่าอาจารย์จริงๆ!”คุณย่าเสิ่นลูบชุดกี่เพ้าบนตัวเบาๆ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความอาลัยถึงวันวาน “เมื่อก่อนคุณท่านเฉินเป็นปรมาจารย์ด้านชุดกี่เพ้าระดับแนวหน้าของเมืองหลวง ชุดโปรดหลายตัวในตู้เสื้อผ้าของย่าก็ล้วนเป็นฝีมือของเขา ทั้งฝีมือและนิสัยใจคอของเขานั้นไม่มีอะไรให้ติเลย เผลอแป๊บเดียวผ่านมาหลายปี ทุกอย่างเปลี่ยนไป คนก็ไม่เหมือนเดิมแล้วจริงๆ!”เธอมองเจียงสือด้วยแววตาเอ็นดู “เมื่อก่อนเพื่อให้คุณตาของหนูทำชุดกี่เพ้าให้ย่าเพิ่มอีกสักสองสามชุด ย่าถึงได้เรียกหนูมาที่บ้านให้มาเล่นด้วยอยู่บ่อยๆ ตอนนี้หนูโตแล้ว แถมยังสืบทอดฝีมือของคุณท่านเฉินมาได้ ย่าดีใจจริงๆ”หัวใจของเจียงสือเต็มไปด้วยความซาบซึ้งคุณย่าเสิ่นเป็นคนที่หวังดีกับเธอจากใจจริง ทั้งยังคิดถึงและเคารพคุณตาของเธอ เธอรู้สึกโชคดีจริงๆ ที่ไม่ได้ขั
Read More
บทที่ 10
เฉิงจี้หลี่เดินย่างก้าวเข้ามาอย่างเชื่องช้า มาหยุดอยู่ข้างกายเจียงสือ แล้วยื่นแขนยาวเข้ามาโอบเอวของเธอไว้ "คุณนายเฉิง เธอเอียงเข้าข้างคนอื่นอย่างเปิดเผยขนาดนี้ คืนนี้กลับไปเตรียมจะง้อฉันอย่างไรดีล่ะ?" เจียงสือ “……”สุดท้ายเขาก็ได้ยินจนได้คุณย่าเสิ่นเบะปาก “เจ้าหนุ่มตัวแสบ ห้ามรังแกแม่หนูเจียงของพวกเรานะ”“คุณย่าเสิ่น” เฉิงจี้หลี่เลิกคิ้ว “คุณย่าจะลำเอียงเพียงเพราะคนที่เธอเข้าข้างคือหลานชายของคุณย่า จนแยกผิดถูกไม่ออกไม่ได้นะครับ”คุณย่าเสิ่นหัวเราะเสียงดังสองครั้ง “เจ้าตัวแสบเอ๊ย ตั้งแต่เด็กจนโตไม่เคยเปลี่ยนเลยจริงๆ!”“ถึงจะเป็นตัวแสบไปหน่อย แต่ก็รักภรรยานะ!” คุณป้าคนที่พูดเมื่อครู่พูดขึ้น “กระเป๋าของเจียงสือใบนี้ไม่ธรรมดาเลย จี้หลี่เป็นคนให้ใช่ไหม?”คุณนายที่อยู่ข้างๆพากันพูดสมทบ “ต้องใช่อยู่แล้ว จี้หลี่ขึ้นชื่อเรื่องมือหนักอยู่แล้ว แหวนแต่งงานที่คุณหนูเจียงสวมอยู่วงนี้ ตอนนั้นก็ทำเอาคุณนายหลายคนอิจฉากันใหญ่”ทุกคนต่างพากันมองไปยังมือของเจียงสือมันคือแหวนไพลินวงหนึ่ง สีสันสดใสบริสุทธิ์ ตัวเรือนทำจากแพลทินัมขัดด้าน สลักลวดลายเถาวัลย์อย่างประณีตปกติเธอรู้สึกว่าการใส่แหวนท
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status