ログイン...หากเปรียบเขาดั่งดวงดารา ก็คงจะเป็นอรุณตะวันยามเช้าทอแสงอ่อนอบอุ่นคลายหนาวในช่วงฤดูเหน็บหนาว ตะวันในยามกลางวันที่ประกายด้วยแสงสว่างไสวร้อนแรงสามารถแผดเผาทำลายชีวิตได้ในฤดูร้อน อาทิตย์อัสดงยามเย็นให้ความรู้สึกเงียบเหงาแต่ทว่ากลับสวยงามน่าหลงใหล ...ดวงตะวันที่ทำได้เพียงแหงนมองไกลๆ ...หากเปรียบเธอดั่งบุปผา ก็คงจะเป็นดอกทานตะวันดอกหนึ่งผู้มีความเชื่อมั่น มั่นคงต่อรักเดียว ดุจดั่งทานตะวันที่ไม่เคยหันมองผู้ใดนอกจากดวงอาทิตย์ ...ทว่าก็ทำได้เพียงมองเท่านั้น รักไม่ได้ และห้ามรัก
もっと見るเวลาผ่านไปเร็วราวกับโกหก อีกเพียงไม่เท่าไหร่ก็จะได้เห็นหน้าเด็กแฝดที่ตอนนี้ถูกเข็นเข้าไปในห้องคลอดพร้อมกับแม่ในช่วงเวลาบ่ายสามโมงเย็นโดยมีคุณปู่คุณย่าและน้าชายมายืนรอให้กำลังใจอยู่หน้าห้องแล้วเสียงฝีเท้าหนักวิ่งเข้ามาใกล้ดึงความสนใจจากคนหน้าห้องคลอดให้หันมองตาม ใบหน้าแตกตื่นไม่รู้ว่าเพราะตื่นเต้นหรือกังวลกันแน่ ทว่าตอนนี้มันซีดเผือดผมเซ็ตทรงยุ่งเล็กน้อยไม่เหลือเค้าท่านประธานบริษัทใหญ่เลยสักนิด"เป็นยังไงบ้างครับ เหมยออกมาหรือยัง" เสียงหอบเอ่ยถามผู้ให้กำเนิด หัวใจแกร่งใต้แผงอกหนายังคงกระหน่ำเต้นแรง ทั้งเป็นห่วงและกังวลจนมือไม้สั่น ไม่สามารถหยุดจินตนาการได้เลยว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นกับภรรยาสาวและลูกๆ บ้าง"ยังไม่ออกมาเลย แต่ถึงมือหมอแล้วไม่ต้องห่วงหรอก" แม้คนพูดจะบอกว่าไม่ต้องห่วง แต่มันก็อดจะห่วงไม่ได้จริงๆ ข่าวการคลอดบุตรเสียชีวิตมีให้เห็นแทบทุกวันแม้จะถึงมือหมอแล้ว แต่ก็พยายามปลอบใจตัวเองไม่ให้คิดร้าย ทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดีภามสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วเดินมาหยุดหน้าห้องคลอด จ้องมองเข้าไปในห้องผ่านกระจกบานเล็กที่ไม่สามารถมองเห็นอะไรได้ แต่ก็ยังดีกว่ามองอะไรไม่เห็นเลยเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง
"ฮึก.. ฮือ.. ฉันอยากกอดแกนะแต่กลัวติดหลาน ได้ยังไงกันฉันแต่งก่อนตั้งนานไม่เห็นติดสักทีแกยังไม่ทันเข้าหอเลยด้วยซ้ำแต่ได้ไปก่อนแล้ว หรือพี่เอริกส์ไม่มีน้ำยากันแน่เนี่ยเทียนชักจะเริ่มไม่แน่ใจแล้วนะ"ท่ามกลางบรรยากาศงานแต่งงานที่เต็มไปด้วยความยินดีของแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน ก็ยังมีเสียงร้องห่มร้องไห้เรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนสนิทเนี่ยแหละเทียนหอมปัดน้ำตาออกจากแก้มและดวงตาสวยสะอึกสะอื้นจนสามีหนุ่มต้องกุมขมับปลงตก สาวสวยอยู่ในชุดเพื่อนเจ้าสาวสีฟ้าอ่อนยืนข้างเจ้าสาวและเจ้าบ่าวที่กำลังยืนถ่ายรูปด้วยกันอยู่หน้าซุ้มที่ถูกจัดแต่งตามธีมงานสวยงามให้อารมณ์เหมือนงานแต่งในนิทานเจ้าหญิงริมหาดรีสอร์ตที่เจ้าบ่าวเป็นเจ้าของเองรีสอร์ตหรูเปิดประเดิมด้วยงานแต่งงานของเจ้าของรีสอร์ตพ่วงตำแหน่งประธานบริหารบริษัทการเงินยักษ์ แขกเหรื่อที่มาร่วมงานก็มีทั้งญาติทางฝั่งบ่าวสาวและเพื่อนสนิท รวมถึงเพื่อนร่วมสถาบันที่ค่อนข้างสนิทกัน และยังมีคู่ค้าธุรกิจของประธานใหญ่ที่มาร่วมยินดีด้วยช่วงเวลาบ่ายของวันค่อนข้างร้อนแต่ยังดีที่มีร่มเงาของไม้ใหญ่คอยให้ความร่มรื่น ลมทะเลพัดผ่านตลอดเวลาเลยช่วยคลายร้อนไปได้บ้าง"พอเถอะน่าอายค
เหมยเดินกำที่ตรวจครรภ์ในมือออกมาจากห้องน้ำ หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นด้วยท่วงจังหวะไม่คงที่ ช้อนตาขึ้นมองคนที่นั่งรออยู่บนเตียงใบหน้านิ่งขรึมทว่าแรงสั่นน้อยๆ จากปลายเท้าส่งขึ้นมากลับบอกอาการเจ้าของได้เป็นอย่างดีว่ากำลังตื่นเต้นแค่ไหนมื้ออาหารวันนี้แทบกลืนไม่ลงเพราะกำลังตกอยู่ในภวังค์ความคิดของใครของมัน สัมผัสได้ว่าภามมักจะเงยหน้าขึ้นมองแฟนสาวตลอดเวลา บ้างก็เหม่อแววตาครุ่นคิดจวบกระทั่งกลับมาถึงบ้านในเวลาหนึ่งทุ่มเหมยเข้าห้องน้ำไปเขาก็เอาแต่นั่งรออย่างใจจดใจจ่อ"เป็นยังไงบ้าง"เสียงร้อนรนดูตื่นเต้นกว่าปกติแม้ใบหน้ายังคงนิ่งสนิท ร่างสูงลุกพรวดก้าวเข้ามาหาคนตัวเล็กเก็บอาการไม่มิด"..." เหมยไม่ตอบ แต่เลือกยื่นที่ตรวจครรภ์ในมือให้กับคนรักแทน กัดริมฝีปากอิ่มล่างแน่นไม่มีความมั่นใจเลยว่าเขาจะดีใจ หรือจะกังวลเสียใจมากกว่ากันแน่มือหนาสั่นเล็กน้อย รับแท่งตรวจพร้อมกับรวบมือเล็กมาจับเอาไว้ สัมผัสได้ว่ามือเขาเย็นมากๆ จนเธอยังสะดุ้ง"สองขีด.. ท้องเหรอ" เสียงทุ้มพึมพำกับตัวเอง แววตาหลากหลายอารมณ์เปล่งประกายความดีใจจนออกนอกหน้า มุมปากคลี่กว้างเปลี่ยนเป็นยิ้มโชว์ฟันสวยเรียงตัวครบทุกซี่เป็นยิ้มที่ทำให้
เหมยยืนมองเงาสะท้อนของตัวเองผ่านกระจกใหญ่ภายในห้องนอนของตัวเองพลางขมวดคิ้วนิ่วหน้าไม่ชอบใจกับหุ่นตัวเองเท่าไหร่ ระยะนี้รู้สึกเหมือนตัวเธอจะกินเก่งมากเป็นพิเศษ ไม่ว่าอะไรก็อยากไปหมด ตั้งแต่ของคาว หวาน ไปจนถึงน้ำหลากหลายเมนู จะดูอ้วนขึ้นก็คงไม่แปลกอะไร ทว่า เธอกลับรู้สึกเหมือนมันอ้วนลงพุงมากกว่าจะไปลงส่วนอื่นเนี่ยสิ"เป็นอะไร" เสียงทุ้มเอ่ยแทรกขึ้นมาดึงดวงตากลมให้เหลือบมองเจ้าของเสียง ก่อนจะหันกลับมาทำหน้างอกับตัวเองต่อภามเดินเข้ามายืนซ้อนหลังคนตัวเล็ก โอบกอดแฟนสาวหลวมๆ กดริมฝีปากจูบหัวไหล่มนแผ่วเบาพลางสูดกลิ่นหอมตามผิวนุ่มอย่างหลงใหล ไม่ว่าจะจับจะจูบจะดมหอมตรงไหนก็รู้สึกลุ่มหลงเหมือนถูกมนตร์เสน่ห์สะกดให้โงหัวไม่ขึ้น ยิ่งร่างอรชรดูอวบอิ่มมีน้ำมีนวลมากขึ้นก็ยิ่งรู้สึกหลงใหลเป็นเท่าทวี"หนูรู้สึกเหมือนอ้วนขึ้น" เอ่ยเสียงกระเง้ากระงอดพลางยู่ริมฝีปากอย่างน่ารัก ดวงตาสวยยังคงจดจ่อกับหุ่นเพอร์เฟคที่เริ่มออกข้างบริเวณพุงน้อยแล้วถอนหายใจ"ก็ไม่อ้วนนะ กำลังดีเลยพี่ชอบ" "จิ๊! ประเด็นมันไม่ได้อยู่ตรงนั้นนะสิคะ พี่ภามไม่สังเกตบ้างเหรอ"เหมยหมุนตัวกลับมาประจันหน้ากับคนรัก หรี่ตากดดันคนตัวโตให้คำ





