FAZER LOGIN...หากเปรียบเขาดั่งดวงดารา ก็คงจะเป็นอรุณตะวันยามเช้าทอแสงอ่อนอบอุ่นคลายหนาวในช่วงฤดูเหน็บหนาว ตะวันในยามกลางวันที่ประกายด้วยแสงสว่างไสวร้อนแรงสามารถแผดเผาทำลายชีวิตได้ในฤดูร้อน อาทิตย์อัสดงยามเย็นให้ความรู้สึกเงียบเหงาแต่ทว่ากลับสวยงามน่าหลงใหล ...ดวงตะวันที่ทำได้เพียงแหงนมองไกลๆ ...หากเปรียบเธอดั่งบุปผา ก็คงจะเป็นดอกทานตะวันดอกหนึ่งผู้มีความเชื่อมั่น มั่นคงต่อรักเดียว ดุจดั่งทานตะวันที่ไม่เคยหันมองผู้ใดนอกจากดวงอาทิตย์ ...ทว่าก็ทำได้เพียงมองเท่านั้น รักไม่ได้ และห้ามรัก
Ver maisชุดสีขาวประดับด้วยดีไซน์ลูกไม้ดอกกุหลาบเล็กๆ ช่วงเอวคอดขึ้นมาถึงเนินอกอวบอิ่ม แหวกกลางร่องอกเล็กน้อยโชว์ไหปลาร้าและลำคอระหง เกาะอกเว้าหลังลึกลงไปถึงช่วงบั้นท้ายอวดสัดส่วนคอดกิ่วดั่งนาฬิกาทราย กระโปรงบานทรงเจ้าหญิงประดับด้วยคริสตัลประกายแสงระยิบระยับเช่นเดียวกับเจ้าของเรือนกายน่าหลงใหล
ดวงตาทอประกายความสุข และรอยยิ้มสวยของหญิงสาวในชุดเจ้าสาวดึงดูดสายตาผู้คนให้หยุดอยู่เพียงเจ้าหล่อนคนเดียว เช่นเดียวกับเลขาสาวบริษัทเงินทุน รุ่นน้องร่วมมหาลัยควบตำแหน่งหลานรหัสรักเพื่อนสนิทก็ถูกรอยยิ้มน่าหลงใหลนั้นดึงดูดไว้เช่นกัน
"อยากลองเป็นเจ้าสาวกับเขาดูบ้างไหม พี่อาจไม่ได้รวยมากแต่หากว่าเหมยอยากใส่ชุดเจ้าสาวสวยๆ แบบนั้นพี่ยอมกัดก้อนเกลือเพื่อเหมยก็ได้"
นัยน์ตาสวยประกายสีน้ำตาลดำผละออกจากเจ้าสาวที่กำลังเป็นจุดเด่นความสนใจของผู้คนในงานมายังชายหนุ่มร่างสูงด้านข้าง เงยหน้าขึ้นกะพริบตาสบกับนัยน์ตาคมแพรวพราวอย่างไร้เดียงสา ริมฝีปากเอิบอิ่มขยับเล็กน้อยงุนงงในที
"พี่ปราบว่าอะไรนะคะเหมยไม่ทันได้ฟัง"
ชายหนุ่มเจ้าของชื่อถอนหายใจพร้อมกับไหล่กว้างที่ลู่ตก ใบหน้าแสดงออกถึงความสิ้นหวัง แก้วแชมเปญในมือหยุดนิ่งราวกับไร้กำลังแกว่งหยอกเย้าต่อ แต่ทว่ากลับเรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนในกลุ่มได้เป็นอย่างดี
เหมยผละความสนใจจากรุ่นพี่หนุ่มไปยังรุ่นพี่อีกคน ซึ่งได้ตำแหน่งปู่รหัสสมัยเรียนมหาลัยกำลังยืนหัวเราะจนไหล่สั่นน้ำตาเล็ดต้องยกมือเช็ดเป็นพัลวัน ไล่ความสนใจยังใบหน้านิ่งขรึมขยับมุมปากยกเพียงเล็กน้อยของอีกคนที่ยืนคั่นกลางระหว่างรุ่นพี่ทั้งสอง
...เม้มริมฝีปากเอิบอิ่มเข้าหากันแผ่วเบา อยู่ๆ ก็รู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมา
"ฮ่าๆ เหมยอย่าไปฟังมันมาก ไอ้ปราบมันก็หน้าหม้อไปเรื่อยนั่นแหละ"
"ใครว่า! กูจริงจังต่างหาก จีบมาตั้งแต่อ้อนแต่ออกจนตอนนี้เติบโตเป็นผู้หญิงที่ใครๆ ก็ฝันสูงอยากเด็ดดอกเหมยบนฟ้า สูงจนกูอาจจะเอื้อมไม่ถึงแล้ว แต่กูก็มีความพยายามไม่ย่อท้อจีบเช้าจีบเย็นไม่บ่นสักคำ ไม่เชื่อมึงถามไอ้ภามได้เลย"
คนไม่ย่อท้อว่าจริงจังก่อนจะโยนระเบิดไปให้เพื่อนรักอุ้มต่อ แต่ถึงอย่างนั้นเกื้อก็ยังคงส่ายหน้าพร้อมกับหัวเราะใส่หน้าอย่างไม่เกรงใจ
ใครๆ ก็รู้ว่าเพื่อนเขาคนนี้มันหญิงเยอะแค่ไหน ไอ้ที่ว่าจีบ มันก็เล่นไปทั่วนั่นแหละ ปากบอกจีบไม่เคยย่อท้อกับใจหินของเหมย แต่พอเจอสาวสวยเข้าหน่อยก็อดไม่ได้ หางโผล่ทุกที
สันดานมันเปลี่ยนกันไม่ได้ง่ายๆ ถ้าเปลี่ยนง่ายขนาดนั้นคนเลวๆ ก็คงจะกลับตัวกลับใจเป็นคนดีไปทั้งโลกแล้ว
เหมยหัวเราะน้อยๆ กับการทะเลาะเล็กๆ น้อยๆ ของกลุ่มรุ่นพี่ที่มักได้เห็นเป็นประจำหากเมื่อใดได้รวมกลุ่มกัน ยกมือป้องปากในขณะที่เสียงเพลงจังหวะหวานหูเปิดคลอในงานแต่งกำลังดำเนินไปเรื่อยๆ
อดีตดาวคณะบริหารมหาลัยเอกชนชื่อดัง แถมยังครองตำแหน่งปริญญาบัณฑิตเกียรตินิยมอันดับหนึ่งด้วยเกรดเฉลี่ย สามจุดแปดเก้าสูงสุดของชั้นปีอีกต่างหาก เรียกได้ว่า รูปก็งามจูบก็หอมหวานจนหนุ่มๆ ทั้งมหาลัยต่างหมายตาเธออย่างที่รุ่นพี่หนุ่มนามว่าปราบเอ่ยจริง
แต่ทว่า คนเรามันจะสมบูรณ์แบบไปเสียหมดได้อย่างไรกัน บนโลกนี้ใครกันที่จะสมบูรณ์แบบได้ดังใจหมายทุกอย่าง
เหมย เธอสวย เด่น สง่าและยังเป็นแบบอย่างให้รุ่นน้องสาวในคณะรุ่นต่อๆ ไปได้ปฏิบัติตามเพื่อที่จะได้เลื่อนครองตำแหน่งนั้นของเธอ เรียกได้ว่าเป็นไอดอลในด้านการเรียนและการดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่อย่างสม่ำเสมอเลยล่ะ แต่สิ่งหนึ่งที่เธอไม่เคยได้สัมผัสมันแม้ทุกอย่างที่เป็นเธอมันจะดีไปเสียหมดก็ตาม นั่นคือ การมีแฟนสักครั้งในชีวิต
ตั้งแต่จำความได้จวบจนกระทั่งอายุย่างเข้าวัยยี่สิบเจ็ดปี เธอยังไม่เคยสัมผัสกับความรู้สึกถูกรักโดยคนรักเลย หรืออย่างที่เคยได้ยินบ่อยครั้งจากเพื่อนรุ่นเดียวกันมันจะจริง
'สวยมักนก ตลกมักได้' เห็นจะเป็นอย่างนั้น เพราะเพื่อนที่เป็นคนสนุกสนานเฮฮาป่านนี้แต่งงานมีลูกสองลูกสามหลังเรียนจบกันหมดแล้ว แม้แต่เพื่อนสนิทที่สนิทมากๆ รู้ทันทุกช่วงเหตุการณ์ของชีวิต ยังมีคนรักเป็นตัวเป็นตนพามาอวดหวานโชว์เธอทุกวันเลย
ไม่ใช่ว่าไม่คนมาตามจีบหรอก แน่นอนว่าคนสวยๆ ผู้ชายก็ต้องชอบมันก็มีบ้างแต่... เป็นเธอเองที่ไม่อยากมีใคร สวยเลือกได้มันไม่เคยถูกใช้ แค่มันไม่มีพื้นที่ให้ใครอีกเพราะหัวใจดวงน้อยๆ เท่ากำปั้นมือในอกนั้นมีใครบางคนอยู่ในนั้นแล้ว คนที่มองได้แต่ไม่ควรรัก
"อื้อ~" เหมยครางเสียงเบาจากลำคอ สะบัดหน้าเรียกสติในขณะที่ร่างกายกำลังโอนเอนเล็กน้อยเดินไปยังห้องพักที่เจ้าสาวของงานจองไว้ให้โดยเฉพาะ
งานแต่งงานของลูกจันทน์ สาวรุ่นพี่ที่สนิทถูกจัดขึ้นที่โรงแรมชื่อดังประจำจังหวัดภูเก็ต ทำให้เจ้าหล่อนต้องจองห้องพักไว้สำหรับแขกเผื่อฉุกเฉิน แต่ต้องแจ้งล่วงหน้าไว้ก่อนเพื่อเช็กจำนวนแขกที่ต้องการพักด้วยอีกที ซึ่งเหมยก็เป็นหนึ่งในคนที่ให้ลูกจันทน์จองห้องพักไว้
และเพราะอย่างนั้นเธอจึงซัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่ำในงานจนเกือบทุกสีที่เห็นแล้วถูกตาต้องใจ ไว้อาลัยให้กับความโสดซิงที่ยังไม่เคยถูกสัมผัสจากมือชายใดมาก่อน อีกสามเดือนข้างหน้าก็ต้องบากหน้าสวยๆ บางๆ ไปงานแต่งเพื่อนรักอีก ชาตินี้ก็ไม่รู้จะมีกับเขาหรือเปล่างานแต่งงาน
"มึนจัง ไม่น่าดื่มเยอะเลยเหมย" พึมพำกับตัวเอง ยื่นมือค้ำผนังหยุดยืนหลับตาดึงสติ จำได้ว่าเมื่อตอนกลางวันขึ้นมากับสาวรุ่นพี่ทางมันไม่ได้ไกลขนาดนี้นี่นา เดินจากลิฟต์ไม่เท่าไหร่ก็ถึงห้องพักของเธอแล้ว แต่นี่... เดินมากี่ก้าวแล้วเนี่ย
มือเรียวยกขึ้นมาตรงหน้าชูนิ้วเรียวสวยทั้งห้าขึ้น ขยับปากอิ่มนับจำนวนก้าวที่เดินผ่านมาหลังออกจากลิฟต์ตัวใหญ่ ยู่ปากเล็กน้อยพลางยกมือขยี้ปลายจมูกจิ้มลิ้ม สองแก้มร้อนผ่าว บลัชออนสีชมพูอ่อนเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ เปลือกตาสวยแต้มอายแชโดว์สีหวานบัดนี้มันหนักอึ้งจวนจะปิดให้ได้
"...สิบสี่ ก็น่าจะถึงได้แล้วนี่นา~"
ปากอิ่มขยับพึมพำอีกครั้ง บุ้ยปากแหงนเงยขึ้นมองเลขห้องเหนือขอบประตูพลางหรี่ตาเพ่งพินิจอย่างตั้งใจ
เธอจำเลขห้องได้ จำชั้นที่พักได้ และจำได้ด้วยว่าห้องพักของตัวเองอยู่ห่างจากลิฟต์ไม่เท่าไหร่ และจากที่ประมวลผลทั้งหมดทั้งมวลมาแล้ว... นี่แหละห้องของเธอ
เหมยฉีกยิ้ม สอดมือล้วงเข้าไปในกระเป๋าคลัชใบเล็กหยิบคีย์การ์ดออกมา สแกนก้มกดรหัสยิกๆ อยู่สามครั้งก็ยังเปิดประตูห้องพักไม่ได้ สะบัดหัวเรียกสติอยู่นานห้านาที ก็ขึ้นให้กดรหัสผ่านใหม่ ถ่างตาให้กว้างเพื่อที่จะได้ไม่มองปุ่มตัวเลขผิดอีก
แกร่ก~
"โอ๊ะ!" แต่ยังไม่ทันจะได้กดรหัสจนครบจำนวน ก็ต้องผงะถอยหลังออกมาพร้อมกับค่อยๆ ยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง
คิ้วเรียวถูกขีดเขียนจนเป็นเส้นสวย สีเข้มกว่าปกติเล็กน้อยขมวดเข้าหากันทำหน้างงงวยอยู่ไม่น้อยที่มีคนเปิดประตูห้องพักเธอจากด้านใน แถมยังเป็นคนที่เห็นกลับไปแล้วเมื่อสองชั่วโมงก่อนอีก กลับไปก่อนที่เธอจะดื่มจนเมาสติไม่เต็มร้อยอย่างตอนนี้
"ท่านประธาน... มาได้ไงคะ กลับไปแล้วนี่ ...หรือจะฝัน?"
หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นแรงราวกับเกลียวคลื่นสึนามิพัดเข้าฝั่ง ไล่สายตาลดระดับลงมาตามเรือนกายแกร่งแข็งแรงที่มันเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อพลางกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่
กดมุมปากทั้งสองข้างลึกจมแก้ม เดินเข้าหาร่างสูงของท่านประธาน เจ้านายหนุ่มของเธอ หรือจะอีกสถานะหนึ่งก็คือเพื่อนสนิทของเกื้อ ปู่รหัสของเธอเมื่อหลายปีก่อน แต่ตอนนี้เขาเป็นเจ้านายเหนือหัว คนที่ให้เงินเดือนเธอตลอดสองปีมานี้
"ท่านประธาน~" ปากอิ่มเอ่ยงึมงำอมยิ้มน้อยๆ กดนิ้วชี้กับเชิ้ตสีฟ้าอ่อนต่ำลงมาจากอกเล็กน้อย อุณหภูมิร้อนจากคนตัวสูงทำให้ร่างกายเธอร้อนผะผ่าวตาม
เขาไม่พูด แถมยังยืนนิ่งให้เหมยจิ้มเล่นจนครบจำนวนกล้ามหน้าท้องที่เดามั่วๆ มันทำให้คนเมาคิดว่านี่คือความฝัน ฝันลึกๆ ในจิตใต้สำนึกของคนที่แอบชอบเขามานานตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็กสาวเอ๊าะๆ จนตอนนี้เลยวัยเบญจเพสมาแล้วความรู้สึกนั้นยังตราตรึงอยู่ในใจไม่จาง
หากเป็นเขาตัวจริงก็คงจะเฉือนเธอด้วยคำพูดนิ่งๆ สุภาพๆ แบบที่ชอบทำไปแล้ว แต่นี่ยังนิ่ง... แสดงว่าคือฝันจริงๆ สินะ
"จูบได้ไหมคะ~" ดวงหน้าสวยเงยขึ้นเล็กน้อย สบตาคมร้อนแรงด้วยแววตาหยาดเยิ้ม
อาจเพราะแอลกอฮอล์ในร่างกายที่กำลังทำงานตามหน้าที่ ขับกล่อมสมองและประสาทสัมผัสทั้งห้าให้เคลิ้มตาม จึงได้เดินหน้าเข้าหาเขย่งปลายเท้าขึ้นกอดคอแกร่งยื่นหน้าเริ่มจูบเขาก่อน
ริมฝีปากแนบชิดความร้อนผ่าว ก่อนจะบดเบียดความอิ่มนุ่มกับเรียวเนื้ออุ่น ผ่อนลมหายใจติดขัดผสานกับลมหายใจรุนแรงของเขา ค่อยๆ เม้มกลีบปากเบาๆ บดเบียดจูบเงอะงะให้ใกล้ชิดมากขึ้น
แต่ทว่า... แรงตอบสนองกลับมันช่างหนักหน่วงช่วงชิงลมหายใจของเธอไปจนหมด รุกเร้าดุดันขัดกับบุคลิกประจำตัวที่มันทั้งสุภาพ และนิ่งขรึมของเขา
"อืม~" ได้ยินเสียงคำรามต่ำในลำคอ ก่อนแรงมหาศาลจะกระชากร่างอรชรลอยขึ้นจากพื้น กระเตงอุ้มหายกลับเข้าไปในห้องโดยที่เขานั้นยังไม่แม้จะก้าวพ้นจากขอบธรณีประตูห้องออกมาเลยด้วยซ้ำ
เสียงกระแทกแผ่วเบาปิดกลับดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงกลอนล็อกและทุกอย่างก็ตกสู่ความเงียบกลางค่ำคืนอีกครั้ง
เวลาผ่านไปเร็วราวกับโกหก อีกเพียงไม่เท่าไหร่ก็จะได้เห็นหน้าเด็กแฝดที่ตอนนี้ถูกเข็นเข้าไปในห้องคลอดพร้อมกับแม่ในช่วงเวลาบ่ายสามโมงเย็นโดยมีคุณปู่คุณย่าและน้าชายมายืนรอให้กำลังใจอยู่หน้าห้องแล้วเสียงฝีเท้าหนักวิ่งเข้ามาใกล้ดึงความสนใจจากคนหน้าห้องคลอดให้หันมองตาม ใบหน้าแตกตื่นไม่รู้ว่าเพราะตื่นเต้นหรือกังวลกันแน่ ทว่าตอนนี้มันซีดเผือดผมเซ็ตทรงยุ่งเล็กน้อยไม่เหลือเค้าท่านประธานบริษัทใหญ่เลยสักนิด"เป็นยังไงบ้างครับ เหมยออกมาหรือยัง" เสียงหอบเอ่ยถามผู้ให้กำเนิด หัวใจแกร่งใต้แผงอกหนายังคงกระหน่ำเต้นแรง ทั้งเป็นห่วงและกังวลจนมือไม้สั่น ไม่สามารถหยุดจินตนาการได้เลยว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นกับภรรยาสาวและลูกๆ บ้าง"ยังไม่ออกมาเลย แต่ถึงมือหมอแล้วไม่ต้องห่วงหรอก" แม้คนพูดจะบอกว่าไม่ต้องห่วง แต่มันก็อดจะห่วงไม่ได้จริงๆ ข่าวการคลอดบุตรเสียชีวิตมีให้เห็นแทบทุกวันแม้จะถึงมือหมอแล้ว แต่ก็พยายามปลอบใจตัวเองไม่ให้คิดร้าย ทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดีภามสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วเดินมาหยุดหน้าห้องคลอด จ้องมองเข้าไปในห้องผ่านกระจกบานเล็กที่ไม่สามารถมองเห็นอะไรได้ แต่ก็ยังดีกว่ามองอะไรไม่เห็นเลยเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง
"ฮึก.. ฮือ.. ฉันอยากกอดแกนะแต่กลัวติดหลาน ได้ยังไงกันฉันแต่งก่อนตั้งนานไม่เห็นติดสักทีแกยังไม่ทันเข้าหอเลยด้วยซ้ำแต่ได้ไปก่อนแล้ว หรือพี่เอริกส์ไม่มีน้ำยากันแน่เนี่ยเทียนชักจะเริ่มไม่แน่ใจแล้วนะ"ท่ามกลางบรรยากาศงานแต่งงานที่เต็มไปด้วยความยินดีของแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน ก็ยังมีเสียงร้องห่มร้องไห้เรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนสนิทเนี่ยแหละเทียนหอมปัดน้ำตาออกจากแก้มและดวงตาสวยสะอึกสะอื้นจนสามีหนุ่มต้องกุมขมับปลงตก สาวสวยอยู่ในชุดเพื่อนเจ้าสาวสีฟ้าอ่อนยืนข้างเจ้าสาวและเจ้าบ่าวที่กำลังยืนถ่ายรูปด้วยกันอยู่หน้าซุ้มที่ถูกจัดแต่งตามธีมงานสวยงามให้อารมณ์เหมือนงานแต่งในนิทานเจ้าหญิงริมหาดรีสอร์ตที่เจ้าบ่าวเป็นเจ้าของเองรีสอร์ตหรูเปิดประเดิมด้วยงานแต่งงานของเจ้าของรีสอร์ตพ่วงตำแหน่งประธานบริหารบริษัทการเงินยักษ์ แขกเหรื่อที่มาร่วมงานก็มีทั้งญาติทางฝั่งบ่าวสาวและเพื่อนสนิท รวมถึงเพื่อนร่วมสถาบันที่ค่อนข้างสนิทกัน และยังมีคู่ค้าธุรกิจของประธานใหญ่ที่มาร่วมยินดีด้วยช่วงเวลาบ่ายของวันค่อนข้างร้อนแต่ยังดีที่มีร่มเงาของไม้ใหญ่คอยให้ความร่มรื่น ลมทะเลพัดผ่านตลอดเวลาเลยช่วยคลายร้อนไปได้บ้าง"พอเถอะน่าอายค
เหมยเดินกำที่ตรวจครรภ์ในมือออกมาจากห้องน้ำ หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นด้วยท่วงจังหวะไม่คงที่ ช้อนตาขึ้นมองคนที่นั่งรออยู่บนเตียงใบหน้านิ่งขรึมทว่าแรงสั่นน้อยๆ จากปลายเท้าส่งขึ้นมากลับบอกอาการเจ้าของได้เป็นอย่างดีว่ากำลังตื่นเต้นแค่ไหนมื้ออาหารวันนี้แทบกลืนไม่ลงเพราะกำลังตกอยู่ในภวังค์ความคิดของใครของมัน สัมผัสได้ว่าภามมักจะเงยหน้าขึ้นมองแฟนสาวตลอดเวลา บ้างก็เหม่อแววตาครุ่นคิดจวบกระทั่งกลับมาถึงบ้านในเวลาหนึ่งทุ่มเหมยเข้าห้องน้ำไปเขาก็เอาแต่นั่งรออย่างใจจดใจจ่อ"เป็นยังไงบ้าง"เสียงร้อนรนดูตื่นเต้นกว่าปกติแม้ใบหน้ายังคงนิ่งสนิท ร่างสูงลุกพรวดก้าวเข้ามาหาคนตัวเล็กเก็บอาการไม่มิด"..." เหมยไม่ตอบ แต่เลือกยื่นที่ตรวจครรภ์ในมือให้กับคนรักแทน กัดริมฝีปากอิ่มล่างแน่นไม่มีความมั่นใจเลยว่าเขาจะดีใจ หรือจะกังวลเสียใจมากกว่ากันแน่มือหนาสั่นเล็กน้อย รับแท่งตรวจพร้อมกับรวบมือเล็กมาจับเอาไว้ สัมผัสได้ว่ามือเขาเย็นมากๆ จนเธอยังสะดุ้ง"สองขีด.. ท้องเหรอ" เสียงทุ้มพึมพำกับตัวเอง แววตาหลากหลายอารมณ์เปล่งประกายความดีใจจนออกนอกหน้า มุมปากคลี่กว้างเปลี่ยนเป็นยิ้มโชว์ฟันสวยเรียงตัวครบทุกซี่เป็นยิ้มที่ทำให้
เหมยยืนมองเงาสะท้อนของตัวเองผ่านกระจกใหญ่ภายในห้องนอนของตัวเองพลางขมวดคิ้วนิ่วหน้าไม่ชอบใจกับหุ่นตัวเองเท่าไหร่ ระยะนี้รู้สึกเหมือนตัวเธอจะกินเก่งมากเป็นพิเศษ ไม่ว่าอะไรก็อยากไปหมด ตั้งแต่ของคาว หวาน ไปจนถึงน้ำหลากหลายเมนู จะดูอ้วนขึ้นก็คงไม่แปลกอะไร ทว่า เธอกลับรู้สึกเหมือนมันอ้วนลงพุงมากกว่าจะไปลงส่วนอื่นเนี่ยสิ"เป็นอะไร" เสียงทุ้มเอ่ยแทรกขึ้นมาดึงดวงตากลมให้เหลือบมองเจ้าของเสียง ก่อนจะหันกลับมาทำหน้างอกับตัวเองต่อภามเดินเข้ามายืนซ้อนหลังคนตัวเล็ก โอบกอดแฟนสาวหลวมๆ กดริมฝีปากจูบหัวไหล่มนแผ่วเบาพลางสูดกลิ่นหอมตามผิวนุ่มอย่างหลงใหล ไม่ว่าจะจับจะจูบจะดมหอมตรงไหนก็รู้สึกลุ่มหลงเหมือนถูกมนตร์เสน่ห์สะกดให้โงหัวไม่ขึ้น ยิ่งร่างอรชรดูอวบอิ่มมีน้ำมีนวลมากขึ้นก็ยิ่งรู้สึกหลงใหลเป็นเท่าทวี"หนูรู้สึกเหมือนอ้วนขึ้น" เอ่ยเสียงกระเง้ากระงอดพลางยู่ริมฝีปากอย่างน่ารัก ดวงตาสวยยังคงจดจ่อกับหุ่นเพอร์เฟคที่เริ่มออกข้างบริเวณพุงน้อยแล้วถอนหายใจ"ก็ไม่อ้วนนะ กำลังดีเลยพี่ชอบ" "จิ๊! ประเด็นมันไม่ได้อยู่ตรงนั้นนะสิคะ พี่ภามไม่สังเกตบ้างเหรอ"เหมยหมุนตัวกลับมาประจันหน้ากับคนรัก หรี่ตากดดันคนตัวโตให้คำ











![โฉมงามร้อนราคะ [BDSM] + [NC30+] + [PWP]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)