FAZER LOGINหลังจากเสร็จสิ้นในส่วนของงานพิธีการใดๆ ของงานศพของพ่อและแม่ของปรากฏ รวมถึงเรื่องเอกสารทางพินัยกรรม เอกสารทายาท ที่พักนี้เขาต้องพบทนายบ่อยมาก พอๆ กับที่ต้องเจอยัยเป็ด...
เขายังไม่ได้ย้ายกลับไปอยู่ที่บ้านพ่อแม่ แต่มีแววจะต้องกลับไป ต้องเลิกหลบหลังย่าเพ็ญ และมีการ์ดคือยายผิน เพราะปู่บอกว่าต้องเข้าไปบ้านได้แล้ว
งานที่โรงสีและในส่วนบริษัท เพื่อนทั้งสองตรวจสอบให้ในระดับหนึ่งแล้วไม่มีปัญหา ปรากฏเองไปเรียนรู้งานเล็กๆ น้อยๆ ไปก่อน และคุยกับปู่ว่าจะเข้าไปดูแลอาทิตย์ละครั้ง มีประชุมเขาจะเข้าทุกครั้งไม่ขาด มีไอเดียอะไรบรรเจิดก็นำเสนอได้ เขาแวบความคิดจะเล่นใหญ่ โดยการใช้ความเป็นยูทูปเบอร์ของไอ้เพื่อนซี้ให้เป็นประโยชน์ แต่ปู่เบรกไว้ก่อน ว่ายังไม่พร้อมในระดับโลกขนาดนั้น มันใหญ่ไป...เดี๋ยวค่อยมาว่ากันอีกที ว่าจะใช้ช่องทางนี้ทำอะไรได้บ้าง
เขามีไอเดียความคิดอยากทำสถานที่ท่องเที่ยว ให้ไอ้คาร์ลมาโปรโมต มาทำคอนเทนต์ มันจะต้องดีแหละ เขาอาจจะได้ลูกค้ามาแบบเพียบๆ ทำให้เป็นของขึ้นชื่อจังหวัดได้เลย
นี่คือแผนเด็ดที่ปรากฏคิดไว้และพร้อมนำเสนอปู่ชา
แต่ปู่บอกให้พับทุกอย่าง ต้องลุยเลือกตั้ง สจ. นี้ก่อน ดีที่วันสมัครยังไม่หมดเขต เอาเขาเสียบได้ทันพอดิบพอดี วันเลือกตั้งนั้นไล่ๆ กับวันทำบุญร้อยวันของพ่อแม่เขา ปู่บอกว่าคะแนนมาน่าจะลอยลำ แต่ประมาทไม่ได้ เพราะพอพ่อกับแม่เขาเสียแบบนี้ คู่แข่งเบอร์รองก็เริ่มทำคะแนน เพราะปรากฏนั้นไม่เป็นที่รู้จัก จะมีบ้างก็คือชื่อเสีย ชาวบ้านไม่ไว้ใจ ไม่น่าเลือก ฉะนั้นปรากฏต้องกู้หน้าตัวเองและสร้างชื่อให้ได้ภายในเวลาสามเดือนก่อนเลือกตั้งนี้
งานแม่งโคตรหิน
แถมโดนปู่ตบกบาลต่อหน้ายัยเป็ดที่ทำตาวาวๆ มองเขา ด้วยสีหน้าที่ หึ...ทำหน้านิ่งแต่ตาเยาะเย้ยอะ เขาดูออก
ปู่สวดเขามาว่าเขามีวีรกรรมวีรเวรอะไรบ้าง เฮ้อ...ปู่ล่ะก็ ตอนนั้นมันวัยรุ่น วัยตามหาความสำเร็จงะ เลยแบบว่าเลอะเทอะไปบ้าง ปู่พานย่าด้วยที่อุ้มชูกันจนเสียคน เขาสั่งห้ามขาดไม่ให้ย่าโอนเงินให้หลานรักไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น เงินต่อไปนี้ที่ปรากฏจะได้คือเงินเดือน จากการทำงาน...โดยปู่จะเป็นคนจ่ายให้
ตายแน่ไอ้แป๋ง...
ปู่สั่งให้เขาเข้าบ้านใหญ่ และให้ออกหาเสียงกับยัยเป็ด ให้ยัยเป็ดเป็นแบบอย่าง ปู่ว่าหรือจะส่งยัยเป็ดเข้าสมัครแทนเขาดี (เขาแอบยกมือว่าดีครับแป๋งไม่ติด) แต่ปู่ก็ตั้งมั่นแล้วว่าต้องเป็นเขา ต้องทำให้ได้ ไม่อย่างนั้นจะย้ายปรากฏไปเป็นเด็กติดรถ ให้ทำหน้าที่ขนข้าว ปู่! ไม่นะนี่หลานนะ ปู่ทำงั้นลงเหรอ
แล้วพอเขาพูดแบบนั้น
คุณชาก็แสยะยิ้มแล้วตอบว่า
หรือเอ็งจะไปแบกปูนก็ได้นะปู่ไม่ติด
ปู่ไม่ติดแต่แป๋งไม่เอาอะ...
เขาไม่ยอมแพ้หรอก เขาจะไม่ขี่ม้าสามศอกไปฟ้องไอ้ธรณ์ ไอ้ศาสตร์และไอ้หมอ ของานพวกมันทำ ลั่นปากไว้ว่าจะสู้ก็ต้องทำตามนั้น ต้องทำได้สิแป๋ง!
นี่ถ้าเขายอมแต่งกับยัยเป็ดให้มันจบๆ เรื่องราวคงไม่บานปลายมาขนาดนี้ เขาไม่แรดหนีไปนอกทำตัวประชดพ่อแม่ บางทีพวกท่านอาจจะยังอยู่ บางทีการแต่งกับยัยเป็ดอาจจะไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอย่างที่เขาจินตนาการไปเองก็ได้นี่หว่า
แต่คนมันฟอร์มไว้เยอะ จะให้มาหักมุม ยอมจำนน มันก็ยังไง
วันนี้เขาย้ายของกลับมาบ้านใหญ่ มากับปู่และย่า ปู่ผู้ยังไม่วางใจว่าหลานจะอยู่ในกรอบข้อบังคับที่ตนวางไว้ ก็เลยมาคุมก่อน ไม่ได้ห่วงหลานตัวดี ห่วงหลานบุญธรรมว่าจะโดนแกล้งน่ะสิ ไอ้แป๋งมันยิ่งตั้งป้อมน้องอยู่
"วันนี้ย่าจะพาป๋องแป๋งไปหาหลวงปู่สบ ไปขอฤกษ์ขอชัยหน่อย"
ย่าเพ็ญตื่นมาจัดสำรับอาหาร พร้อมแต่งตัวสวยเช้งตั้งแต่ตีห้า บอกกล่าวหลานรัก และหลานเลี้ยง นางมีแผนบางอย่างในใจด้วย อยากจะเอาดวงทั้งคู่ไปให้หลวงปู่ผูกให้หน่อย
"เอาฤกษ์อะไรหรือย่า"
"ฤกษ์ออกหาเสียง จะให้หลวงปู่ดูดวงให้ด้วย"
ย่าเพ็ญปรายหางตาไปทางมทินา ที่นั่งดื่มกาแฟ และไข่ลวกเป็นอาหารเช้าอยู่
"หลวงปู่ดูดวงได้ด้วยหรือย่า เห็นแต่ด่า ไปทีไรก็ด่าผม จนผมไม่อยากไปด้วยล่ะนี่"
ปรากฏทำปากเบ้ นึกถึงภิกษุวัยชรา อายุท่านเท่าไหร่แล้วนะ 80 กว่าๆ นั่นแหละ เป็นคนที่ตั้งชื่อให้เขาว่าปรากฏ จากชื่อเดิมพรพันปี เขาเกิดมาตอนแรกได้ชื่อนี้ พ่อเป็นคนตั้งให้ อยากให้เขามีพรที่ดีและอายุยืน หากแต่เด็กชายพรพันปีกลับป่วยออดแอดมาตลอด ย่าเพ็ญร้อนอกร้อนใจกลัวว่าหลานจะตายก่อนโต จากพรพันปี น่าจะเหลือพรไม่เกินปีเลย ตะเวนเอาดวงของปรากฏไปดู ไปผูกอายุผูกขวัญกับสารพัดหมอ ก็ยังไม่ดีขึ้น จนมาเจอหลวงปู่ที่มาธุดงค์โดยบังเอิญ ตอนหลานอายุสามขวบและกำลังป่วยแซ่วอยู่โรงพยาบาล
‘ร้อนใจเรื่องหลานรึโยม’
หลวงปู่สบว่าเปรย เมื่อย่าเพ็ญเอาของไปถวาย เล่นเอาย่าเพ็ญสะดุ้ง มองพระธุดงค์ด้วยสายตาทึ่งๆ‘เจ้าค่ะ หลานชายคนเดียวป่วยกระเสาะกระแสะเหลือเกินค่ะ หลวงพ่อ’
‘ไหนเอาวันเดือนปี ชื่อแซ่มาดูสิ’
‘ย่าเพ็ญเขียนใส่กระดาษส่งให้ ท่านเอาไปเขียนไปโยงอะไรสักหนึ่งในสมุดเล่มเก่า ก่อนจะยิ้มน้อยๆ แล้วเอ่ยเสียงนุ่ม’
‘ดวงมันแข็ง ดวงมันร้อน ไอ้หนูนี่ โตมาดื้อ ทำพ่อแม่ปวดหัว ต้องตบต้องตี ถึงจะดีได้ ต้องมีเมีย มีเมียแล้วดีเลย ชื่อมันไม่สมพงษ์กับดวง ชื่อใหญ่ไปพรพันปี ชื่อเกินตัว ยิ่งซ้ำดวง’
‘อา...หลวงพ่อช่วยตั้งชื่อใหม่ให้หน่อยได้ไหมคะ?’
ย่าเพ็ญนั้นดูทึ่งมากแล้วตอนนี้ พนมมือแต้ หลวงปู่ยิ้มนิดๆ แล้วเอ่ยบอกชื่อใหม่ของเด็กชายให้แก่ย่าเพ็ญ
‘ให้ชื่อปรากฏ’
‘หืม...แปลว่าอะไรคะ’
‘ปรากฏ แปลว่าเกิด ให้มันเหมือนเกิดใหม่ จะปรากฏร้าย หรือปรากฏดี ต่อไปนี้เจ้าของชีวิตให้มันเลือกเดินเอา พวกโยมสั่งสอนดี มันก็จะปรากฏไปแต่ทางดี แต่ถ้าไม่ตั้งใจสั่งสอน ปลูกฝัง มันก็จะปรากฏไปแต่ทางร้าย เลี้ยงให้ดีเด็กคนนี้ จำไว้ล่ะ’
แล้วก็เหมือนกับมนต์วิเศษ
เด็กชายพรพันปีที่นอนแซ่ว สามวันดีสี่วันหามเข้าโรงพยาบาล ใช้ประกันได้คุ้มสุด กลายเป็นเด็กชายปรากฏ ที่ลุกขึ้นวิ่งได้ปร๋อ ทั้งซน ทั้งดื้อ
ย่าเพ็ญจึงยกให้หลวงปู่สบเป็นพระเกจิประจำบ้าน แต่ท่านก็ไม่ค่อยอยู่ติดที่ให้ไปพูดคุยปรึกษา ธุดงค์ไปเรื่อย จนอายุตอนนี้แก่มากแล้วไปไหนไม่ไหว ย่าเพ็ญจึงยกที่ทางให้ท่านได้จำศีล ตอนแรกจะสร้างสถานธรรมยกให้ท่านเป็นเจ้าอาวาส แต่หลวงปู่บอกว่าไม่ชอบคนวุ่นวาย ขอดำรงตนกับความสงบ ย่าเพ็ญเลยให้มีคนดูแลท่าน คอยส่งข่าวว่าหลวงปู่อยู่ดีไหม ป่วยไข้ก็จัดให้ไปหาหมอ ดูแลดั่งญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง เพราะนางเชื่อสุดใจว่า หลวงปู่ให้ชื่อใหม่หลานมาเพื่อให้หลานชายของนางรอดพ้นจากความตาย
ทุกคนในครอบครัวนั้นเคารพนับถือท่านมาก แต่หลานตัวดีไม่ค่อยอยากมาหาหลวงปู่ มาทีไรโดนบ่นว่า ก็เป็นอีกคนที่กล้าว่าปรากฏ นอกจากปู่ชา
"ดวงแกที่รอดมาเฉิดฉายทุกวันนี้ เพราะหลวงปู่ให้ชื่อใหม่นะ" ย่าเพ็ญค้อนขวับ ปรากฏยักไหล่ พลางทำปากเบ้
"อ้อ...นี่เองตัวการทำให้ผมมีชื่อพิลึก ชื่อปรากฏ โดนถามตลอดว่าทำไมชื่อนี้"
"ป๋องแป๋ง ตบปากตัวเองสิบทีเลยนะ เพราะชื่อนี้แหละ แกเลยไม่ตาย"
"ย่าอะ เรียกป๋องแป๋งอีกแล้ว เรียกแป๋งเฉยๆ เหอะ" ทั้งชื่อจริง ชื่อเล่นของเขา มันช่าง...ไม่เหมาะกับหนุ่มสุดแบด สุดคูลอย่างเขาจริงๆ สิน่า
"ไปๆ ไปอาบน้ำเตรียมตัว แต่งตัวหล่อๆ ล่ะ หนูมุกไปด้วยกันนะลูก ไปให้หลวงพ่อรดน้ำมนต์เอาฤกษ์"
"ค่ะ คุณย่า"
มทินายิ้มหวานส่งให้กับคุณเพ็ญ แล้ววางแก้วกาแฟลง ก่อนจะขอตัวไปจัดแจงข้าวของที่จะนำไปไหว้หลวงปู่เพิ่มเติม
"ทำไมต้องพกยัยเป็ดไปด้วย"
หลานรักงอแง พร้อมกับทำหน้าเอือม ผู้เป็นย่ามองบนก่อนจะหยิกเข้าให้ เจ้าตัวถึงกับร้องจ๊าก
"ต้องพกไปด้วยจะพาไปดูฤกษ์"
"ฤกษ์อะไรล่ะย่า"
"ฤกษ์หมั้น"
ย่าเพ็ญเปรย ตามองหลานว่าจะทำหน้าอย่างไร แต่ปรากฏทำเพียงกลอกตา แล้วยักไหล่ ปากขมุบขมิบอ่านไม่ได้ความ ก็นิ่งฟังว่าหลานจะพูดอะไรต่อ
ปรากฏซดข้าวต้มจนหมดชาม ก็ก้มลงมองตนเอง ที่สวมชุดนอนตัวเก่าตัวเก่ง คือเสื้อยืดคอย้วยและกางเกงลายเสือดาวผ้านิ่ม ที่คาดผมหูแมว (น่าจะเป็นของเด็กเอนสักคนที่เขาหิ้วมา) คาดไว้กันผมตกลงมาปรกหน้าเพราะพักนี้ผมของเขาเริ่มยาว ก่อนจะลุกขึ้น แล้วจะทำกวนด้วยการไปขึ้นรถด้วยสภาพนั้น แต่ผู้เป็นย่าเปรยมาเสียก่อน
"ไปแต่งเนื้อแต่งตัวดีๆ ป๋องแป๋ง ไม่งั้นย่าจะกระซิบให้หลวงปู่เสกของใส่ท้องแก"
"ย่าอะ..."
"ไม่ต้องมาย่าอะ เอาจริงนะ" ย่าเพ็ญขู่
"หลวงปู่เป็นพระทรงศีล ทำของพวกนี้เป็นที่ไหน" หลานเถียงฉอดก่อนจะกอดอก ย่าเพ็ญนั้นรู้ประวัติของหลวงปู่ดี ทำเสียงฮึ ก่อนจะเริ่มเล่า
"เป็นสิ แกไม่รู้อะไร ตะก่อนหลวงปู่น่ะชื่อสิน เป็นโจรเก่านะ ทั้งปล้นฆ่า ทำของพวกนี้ทำเป็นหมด สายดำขนานแท้เลยละ"
"โหย...แบบ หนังขุนพันธ์น่ะเหรอย่า"
ตาเหลือกเลยพอได้ยินแบบนี้ มิน่าหลวงปู่ถึงสักยันต์ทั้งตัวขนาดนั้น เขาเคยได้ยินคนไปขอของขลัง แต่หลวงปู่ไล่เปิด บอกว่าไม่ทำแล้วขงของ
"ใช่ล่ะ"
"แล้วไหงมากลับใจเป็นพระบวชตลอดชีวิตแบบนั้นอะ เงินทองไม่จับสักบาท เข้าแต่ป่า เดินจงกรมมั่ง นั่งสมาธิมั่งทั้งวัน"
"แกไปฆ่ายกครัว แล้วเลยโดนจับ...ตอนติดคุกอยู่ได้คิด พอพ้นโทษออกมา ก็เลยมุ่งหน้ามาทางธรรมเต็มที่เพื่อไถ่บาป เปลี่ยนชื่อเป็นสบ แกว่าไอ้โจรสินมันเป็นศพไปแล้ว ตายไปแล้ว ตอนนี้แกเป็นพระสบ ที่ประสบพบเจอทางธรรมแล้วได้เกิดใหม่ เลยใช้ชื่อสบเรื่อยมา"
"มีลูกนะจะไปให้หลวงปู่ตั้งชื่อให้จริงๆ นะนี่ ตั้งแต่ล่ะชื่อดีๆ ทั้งนั้น แฝงความหมายลึกล้ำจริงๆ "
"ชื่อแกน่ะ ปรากฏท่านก็อยากให้เป็นกลาง เกิดได้ทั้งทางดีและทางชั่ว แล้วแต่ตัวแกทำ..."
ย่าค้อนขวับหนนี้ "แกจะปรากฏทางดีหรือทางเลวล่ะต่อไปนี้ หลังจากปรากฏมาแต่ทางเลวมาตลอดชีวิตสามสิบปีของแกน่ะ หึ!"
"โธ่ย่า..." ปรากฏโอด แล้วไปกอดย่าของเขา
"ปรากฏแต่ทางดีสิครับ ก็สัญญาแล้วอะ"
"งั้นก็รู้นะว่าควรทำยังไง"
ปรากฏยิ้มอ่อน สายตาสำนึก ก่อนจะขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้า
ย่าเพ็ญถอนใจเฮือกใหญ่ มองตามหลังตัวแสบไป อยากจะรู้เหมือนกันว่า มันจะเปลี่ยนได้กี่นาที
งานหมั้นของมทินาและปรากฏ เป็นงานภายในเฉพาะญาติ เพื่อนและคนสนิท แต่ก็ปาไปเกือบร้อยคน เพราะแขกคนสำคัญพิเศษถูกเชิญมาหลายคน การเป็นคนมีชื่อเสียง มันต้องลืมคำว่าเป็นส่วนตัวไปได้เลย เอฟซีของปรากฏ เสียดายที่เสียสามีแห่งชาติฝ่ายนักการเมืองไป แต่ก็ยินดีเพราะมทินานั้นสวยสมกันเหลือเกินกับชายหนุ่มงานวิวาห์นั้นจะถูกจัดขึ้นปีหน้า ไล่ๆ กับงานของสองเพื่อนสนิท ที่ตอนนี้คนแต่งก่อนคือคมธรณ์ กับน้ำขิง ส่วนอีกคู่อย่างศาสตร์และจันทร์ร้อยดาว จะจัดขึ้นหลังงานของคมธรณ์แม้จะแค่หมั้น แต่สถานะจริงๆ นั้น ปรากฏยกตัวว่าเป็นผัวน้องแล้วเรียบร้อย เป็นเจ้าของแล้วทางพฤตินัย เขาพาตัวเองมานอนสิงที่ห้องของมทินาทุกคืน ห้ามไม่ได้เสียด้วย เหลือแค่รับรองกันตามกฎหมายเป็นทะเบียนสมรส และรับรองทางสังคมเป็นงานมงคลสมรสเท่านั้นเรื่องคดีความเสี่ยโตมรเป็นคนบงการจริงๆ เรื่องพ่อแม่ของปรากฏ ทำเกินหน้าที่อยากเอาหน้ากับกำนันเพิ่มพูนเลยสั่งบงการให้มีการเกิดอุบัติเหตุขึ้น แต่จริงๆ คือฆาตกรรม และตอนนี้ระหว่างรอรับโทษในคุกก็เกิดเหตุขึ้น นั่นคือตัวการอย่างเสี่ยโตมร เสียชีวิตเนื่องจากโดนนักโทษด้วยกันฆ่าตาย กฎหมายมันช้า กฎแห่งกรรมมาก่อน ป
“พี่...อย่าทำแรงสิคะ เดี๋ยวมุกเป็นรอย”“อา...เป็นรอยก็ดี ไอ้หมอนั่นจะได้เลิกมองน้องมุก พี่หวง”“งื้อ พี่อะ อื้อ...เบาๆ อูย”“พี่รู้ว่าน้องมุกชอบแบบไหน แบบนี้ไหมคะ แบบนี้ อา ซี๊ด”เสียงเนื้อกระทบเนื้อเป็นจังหวะ ดังก้องในหูมทินา เมื่อเขาจับขาของเธอพาดที่ต้นแขนเปิดกว้างกุหลาบสาวให้อ้ากว้าง มีพื้นที่สำหรับเขาและเธอ เสียบสอดเข้ามาอย่างเร่งด่วน ปากประกบจูบกันเพื่อปิดกั้นเสียงที่อาจจะดังออกมาด้านนอก เขาพาเธอหลบเข้ามาในห้องทำงานชั่วคราว ที่เป็นบ้านน็อกดาว์น ที่ติดตั้งไว้เป็นสำนักงานรับร้องทุกข์เรื่องชาวบ้านอารมณ์หึงหวงกะทันหันเกิดขึ้น เมื่อมีหัวหน้าช่างมารับงานจากมทินา เขามองเห็นสายตาหมอนั่นที่มองน้องมุก ก็อดรนทนไม่ไหว ต้องลากน้องเข้ามาจัดสั่งสอนสักยกหนักๆ จะได้ไม่ไปมองตาและยิ้มกับเขาแบบนั้นอีกเขาหวงเขาหึงและเขาหื่นมาก“อะ อื้อ พี่ขา มุกไม่ไหวแล้ว”“คนสวยของพี่ เสร็จแล้วกลับบ้านเลยนะคะ ไม่ทำงานแล้ว พี่อยากทำมุก”ว่าเสียงงึมงำพลางกระแทกมาหนักๆ ก่อนจะแตกล้นหลั่งจนมันไหลเลอะออกมาตามซอกขาของมทินาเขารับน้องไว้ก่อนที่น้องจะล้ม ใส่กางเกงชั้นในให้ ถลกกระโปรงลงมาให้เรียบร้อย อุ้มพามทิ
“อื้อ อืม อืม”เสียงต่อต้านของเธอ กลายเป็นเสียงครางในลำคอเบาๆ เมื่อปากของเขาประกบไว้แบบนั้น มือของเขาก็ป้วนเปี้ยนไปทั่วเรือนร่างของเธอ ราวกับว่ามันมีกระแสดึงดูดต่อกัน แค่เขาแตะนิดต้องหน่อย มทินาก็เสียวสะท้านไปทั้งตัวมือของเขายังคงว่องไว มันบีบเคล้นเคล้าคลึงไปทั่วร่างงาม ปลดนั่นดึงนี่ครู่เดียว มทินาก็ถูกจับปอกเปลือกจนเหลือเพียงร่างเปลือยเปล่า เธออุทานเสียงกระเส่า เมื่อเห็นว่าเขากำลังแยกขาของเธอออก ขณะที่นั่งคุกเข่าลงกับพื้นเธอถูกจับให้นอนบนโซฟา เปล่าเปลือยต่อหน้าเขา ในแสงสลัวที่มองเห็นได้จากม่านหน้าต่างมีแสงลอดเข้ามา แสงไฟที่เปิดไว้ด้านนอก สองผ่านมาให้พอเห็นกันและกันได้“พะ พี่ป๋องแป๋ง”เธอเม้มปาก หอบหายใจ หน้าแดงตัวแดงไปหมด เขาจู่โจมไวมาก ไม่พูดไม่จา จูบเอาจูบเอา ทั้งจับทั้งดูด มือไม้หนึบหนับเป็นปลาหมึก ปลุกอารมณ์สาวให้โลดคึกไปกับเขาอย่างห้ามตัวเองไม่ได้ ประสบการณ์แรกที่เขาป้อนให้แบบมาราธอนมันทำให้เธอสุขสมและจดจำถึงความสุขนั้น ความสุขที่มีเพียงเขาจุดให้มันติดได้“ขา...” เสียงอ้อนๆ นั่นดังรับ เสียงที่ทำให้เธอสะท้าน และรู้สึกสยิวรอ...รับสัมผัสอันร้อนเร่าจากเขาเรื่องอื่นเขาเก่งไ
เรื่องจับเสี่ยโตมรและสมุนจบไป ก็มาต่อด้วยเรื่องวันเลือกตั้ง เป็นไปตามคาด ปรากฏได้รับคะแนนเสียงถล่มทลายทิ้งคู่แข่งแบบไม่เห็นฝุ่น ทำให้พวกผู้ใหญ่ดีใจกันมาก ระหว่างรอรับรองผลจาก กกต. ก็ต้องรอระยะเวลาก่อน อย่างน้อยก็หนึ่งเดือน หรืออาจจะอย่างมากก็สามเดือน มีวี่แววว่าอาจจะสามเดือนขึ้น เพราะปีนี้มีการร้องเรียน กันฉ่ำๆ หลายเขต หลายพื้นที่ เอาไว้ให้เป็นเรื่องของ กกต. ว่าที่สจ.ปรากฏ ก็เริ่มทำงานของตัวเองแล้วบ้าง บ้านใหญ่มีปู่ชามาพักอยู่ด้วย ในระยะนี้ เขาจึงทำอะไรได้ไม่ถนัด หลังจากจับน้องกินไปแล้ววันนั้น ก็ไม่มีโอกาสอีกเลย เพราะคนเต็มบ้าน ไหนจะทีมงาน ไหนจะปู่ย่าตายายของเขา เขาขู่น้องว่าจะฟ้องนะ แต่น้องก็ท้าว่าฟ้องเลย ยังไงก็ไม่ยอม และพวกผู้ใหญ่ยังไงก็ฟังเธอ ยอมเธอ ปรากฏเลยได้แต่เข่นเขี้ยวในใจเดี๋ยวเถอะน่า!เขาพอจะรับรู้ความรู้สึกแล้วว่า การไม่เป็นที่ต้องการ โดนผลักไส มันเป็นยังไง เขาทำกับน้องแบบนั้น น้องเลยทำกับเขาบ้างใช่ไหม?คมธรณ์เป็นตัวเลือกแรกที่เขาเลือกที่จะปรึกษา เพราะหมอนั่นมีประสบการณ์มาก่อน ไอ้ธรณ์ว่างไหม? (ปรากฏ)จริงๆ ก็ไม่ค่อยว่าง แต่เพื่อมึง กูว่างให้ห้านาที (คมธรณ์)กวน
“เอ่อ น้องมุกไม่สบายน่ะครับปู่ ปู่ช่วยทีเรื่องแถลงข่าว ผมก็แบบว่า แค่กๆๆ สงสัยจะช้ำใจ เอ๊ย ช้ำใน ไอ้หมอมันให้ยาไว้ กินแล้วหลับไม่รู้เรื่องเลย ยังมึนๆ ปู่ไปก่อนได้เลยครับ บอกกับสารวัตรว่าน่าจะสักสามวัน จะพร้อมไปให้ปากคำครับ ทั้งผมแล้วก็น้องมุก”“น้องเป็นอะไรมากหรือเปล่า ปู่จะได้ไปดู” คุณชาว่าเสียงห่วงใย ปรากฏรีบห้ามในทันที“ไม่เป็นอะไรมากหรอกครับ ผมให้กินยาแล้ว กินยาไปหลายน้ำ เอ๊ย กินยาน้ำไปแล้วน่ะครับปู่”คุณชานิ่วหน้า อยากจะขอวีดีโอคลอหลานก็ว่าไม่พร้อม นอนแก้ผ้าอยู่ อายปู่ อะไรของมัน เอาเถอะ...เดี๋ยวเขาไปจัดการเองก่อนก็ได้ คนร้ายก็โดนจับแล้ว เขาจะไปลุยต่อเรื่องไอ้ชาติชั่วที่กล้าวางแผนฆ่าหลานรักและหลานเลี้ยงของเขา รวมถึงมันอาจจะมีส่วนในการตายของลูกชายคนเดียวของเขาและลูกสะใภ้ของเขาอีกด้วยงานนี้ปู่ชาจะจัดให้ จะได้รู้จักดรุณทองเสียหน่อย คนอื่นจะได้เอาไว้ดูเป็นเยี่ยงเป็นอย่าง ว่าดรุณทองของข้า ใครอย่าแตะ“พี่ป๋องแป๋ง” เสียงหวานเอ่ยเข้มดังขึ้นจากคนข้างกาย เธอได้ยินที่ปรากฏว่าทุกคำ ตอนนี้มทินาหน้าแดงก่ำ ผมเผ้ายุ่งไปหมด เธอไม่ได้สวมอะไรใต้ผ้าห่มนวมที่ดึงมาคลุมร่างไว้ ปรากฏมองหน้าน้อง
ไหนหมอทิวาบอกว่าเขายังเจ็บป่วย ช้ำใน บอกให้เธอมาบอกให้เขากินยา ไหงกลายเป็นเธอกำลังจะกลายเป็นมาให้เขากิน?เธอไม่ทันได้พูดห้ามอะไร เขาก็จูบลงมาอีกแล้ว มือไม้ของเขาคล่องแคล่วและเชี่ยวชาญนัก ปากจูบมือก็ลูบไปด้วย ตอนนี้มันสอดเข้าใต้เสื้อกล้ามของเธอ แล้วลูบขึ้นสูงกุมบริเวณผิวเนื้อตรงหัวใจเธอ บีบเคล้าคลึงมันเล่นเหมือนจะลองเชิงก่อน แล้วค่อยเน้นหนักขึ้นเรื่อยๆเธอได้ยินเสียงเขาครวญเบาๆ แนบปากเธอ เขาจูบเธอเหมือนไม่ทิ้งช่วงให้เธอได้ตั้งตัว มทินาก็เคลิ้มคล้อยตามเขาไม่มีห้ามเลยสักนิดเพราะรู้ใจตัวเองแล้ว ว่ารู้สึกยังไงกันแน่กับผู้ชายคนนี้เพราะปรากฏได้พิสูจน์แล้ว ว่าสิ่งที่เขาพูดมันเชื่อได้ ว่าเขานั้นรู้สึกกับเธอจริงๆ แม้จะพิลึกไปหน่อย แต่ก็น่ะ...เขาคือปรากฏนี่ ไม่มีทางเหมือนใครหรอก“อา น้องมุก น่ารักน่ากินจัง”เขาถลกเสื้อของเธอขึ้น และดึงมันให้พ้นไปจากกายเธอภายในเวลาอันรวดเร็ว เขาซบหน้าลงมาบนเต้าสาวขาวกลมเต่งตึง แตะลิ้นไล้ปลายยอดชูชัน มทินาถึงกับครางออกมาเมื่อถูกจู่โจมแบบนั้น เธอไม่เคยรู้สึกอะไรแบบนี้มาก่อน มันเสียวจี๊ดไปจนถึงปลายเท้า ขนลุกเกรียวไปหมด เมื่อเขาดูดดื่มปลายยอดแรงๆ จากเต้านั้







