LOGINเขมจิราสาวน้อยร่างบางนั่งกอดเข่าเหม่อลอยอยู่ริมสระบัว โดยไม่สนใจว่าใครจะเดินเข้ามา แม้ว่าภาคีจะทรุดตัวลงนั่งข้างๆ แต่เธอก็ยังไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด ชายหนุ่มจ้องมองน้องน้อย ด้วยสายตาเป็นห่วงเป็นใย สายตาที่มีไว้ให้เธอผู้เดียวตลอดมา
“เกิดอะไรขึ้น บอกพี่ชายคนนี้ให้รับรู้บ้างได้ไหม” น้ำเสียงนุ่มลึกที่ดังขึ้นจากด้านข้าง ทำให้เขมจิราสะดุ้งตื่นจากห้วงห้วงความคิดนั้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองพี่ชายต่างสายเลือดด้วยสายตาที่ม่นหมอง ไม่สดใสเหมือนเคย
“พี่คีย์” หญิงสาวขานเรียกชายหนุ่มเสียงสั่น พร้อมโผเข้ากอดไว้แน่นและปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นปริ่มว่าจะขาดใจนั้น ทำให้ภาคียิ่งเจ็บปวด เหมือนมีเข็มสักร้อยเล่มรุมทิ่มแทงที่กลางใจ
“บอกพี่สิครับคนดี ว่าทำไมเจ้าหญิงแสนสวยของพี่ ถึงได้ร้องไห้เสียอกเสียใจขนาดนี้ องครักษ์คนนี้จะจัดการให้” เขาเอ่ยถาม พลางไล่รีดกรีดน้ำตาให้หญิงสาวอย่างอ่อนโยน แต่น้องน้อยกลับเงียบ ไม่ยอมพูดจา เอาแต่สะอื้นน้ำตานอง
“ถ้าน้องหนูไม่พูด พี่ก็อดไม่ได้ที่จะต้องทุกข์ใจไปด้วย น้องหนูอย่าลืมสิ ว่ายังมีพี่ชายคนนี้อีกคน ที่เป็นห่วงน้องหนูเสมอนะครับ มีอะไรก็บอกพี่มาเถอะนะ”
เขาเลื่อนมือไปโอบไหล่บอบบางกระชับไว้แน่น เพื่อปลอบโยน
“พี่เทพเขามีผู้หญิงคนอื่นค่ะพี่คีย์” เธอบอกด้วยน้ำเสียงปนสะอึกสะอื้น ขณะนัยน์ตาคู่สวย ที่กำลังเงยขึ้นมาสบสายตานั้นแดงก่ำ เนื่องจากผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วง
“มีอะไรเข้าใจผิดหรือเปล่าน้องหนู นายเทพเขารักน้องหนูจะตายไป คงไม่กล้าทำเรื่องแบบนั้นแน่ เชื่อพี่นะ”
ภาคีรู้ดีว่าอติเทพรักเขมจิรามากแค่ไหน ขนาดว่ายอมสลัดคราบหนุ่มเพลย์บอยจอมเจ้าชู้ออกไปจากชีวิต ด้วยการตัดสัมพันธ์กับผู้หญิงทุกคนที่เคยพัวพันออกไปจนหมดสิ้น เพื่อพิสูจน์ความรักและความจริงใจที่มีต่อเขมจิรา จนเขาต้องยอมแพ้ หลีกทางให้เพื่อนรักอย่างอติเทพแต่โดยดี เพราะขืนแข่งกันไป เขาคงไม่มีวันชนะใจเธอได้ แม้จะทำดีแค่ไหน เขมจิราก็ไม่เคยมองเขามากเกินไปกว่าคำว่าพี่ชาย อย่างที่เขมจิราคอยพูดและย้ำให้ฟังเสมอ ว่าเขานั้นเป็นพี่ชายที่แสนดีสำหรับเธอ
“ไม่ค่ะ น้องหนูเห็นกับตา เขาพากันขึ้นคอนโดไป น้องหนูนั่งรอที่รถตั้งหลายชั่วโมง ก็ไม่ยอมลงมาสักที แล้วแบบนี้พี่คีย์จะให้น้องหนูเข้าใจว่ายังไงคะ” พูดถึงตรงนี้ เขมจิราก็รู้สึกน้อยอกน้อยใจในตัวคู่หมั้นหนุ่มเหลือเกิน เพราะคิดว่าเขาคงหมดรักในตัวเธอแล้ว ถึงได้พาผู้หญิงอื่น ขึ้นไปนอนที่คอนโดด้วยกันแบบนั้น
“ใจเย็นก่อนนะครับน้องหนู มันอาจจะไม่ใช่อย่างที่น้องหนูเห็น เชื่อพี่นะครับคนดี” ภาคียังเป็นพี่ชายที่แสนดีสำหรับเธอเสมอ ตั้งแต่เล็กจนโต แต่เธอก็ไม่สามารถรักเขาอย่างคนรักได้
“น้องหนูเชื่อในคำพูดของพี่คีย์เสมอค่ะ ขอบคุณพี่คีย์มากนะคะ” เมื่อสงบสติอารมณ์อันฟุ้งซ่านลงได้แล้ว หญิงสาวจึงกล่าวแล้วกราบที่อกอุ่นของภาคีเป็นการขอบคุณ ฝ่ามือใหญ่จึงยกมือขึ้น พลางลูบไล้ผมยาวสลวยของเธออย่างอ่อนโยน
“งั้นพี่คีย์ไปซื้อของเป็นเพื่อนน้องหนูหน่อยนะคะ” เขมจิราออดอ้อนอย่างน่ารัก ภาคีก็รู้สึกดีใจ ที่สามารถทำให้น้องน้อยของตน กลับมายิ้มเหมือนเดิม
“ได้สิครับ” ชายหนุ่มเอื้อมมือมาขยี้ศีรษะเล็กของหญิงสาวเบาๆ
“เดี๋ยวน้องหนูขึ้นไปแต่งตัวก่อนนะคะ พี่คีย์นั่งรอน้องหนูตรงนี้ก่อนนะ ห้ามไปไหนเด็ดขาด ไม่งั้นน้องหนูโกรธจริงๆ ด้วย”
“ครับ” เขายิ้มให้กับความน่ารักของเธอ แล้วเอื้อมมือไปบีบจมูกรั้นๆ ด้วยความมันเขี้ยว
“น้องหนูเจ็บนะพี่คีย์ ไม่เล่นด้วยแล้ว น้องไปแต่งตัวดีกว่า”
ภาคีมองตามร่างแน่งน้อยที่เดินออกไปจนสุดสายตา รอยยิ้มบนใบหล่อเข้มค่อยๆ จางหายไป แปรเปลี่ยนเป็นสีหน้าที่เคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัดเจนพร้อมคาดโทษหญิงคนนั้นอยู่ในใจ
‘ผู้หญิงคนที่นายเทพพาขึ้นคอนโดเป็นใครกัน ถ้าเกิดเป็นผู้หญิงคนใหม่ของนายเทพจริงๆ เธออย่าหวังว่าจะอยู่อย่างมีความสุขอีกเลย’
หลังจากกานต์ธิดากลับมาถึงคอนโดฯ ได้ไม่นาน พี่ชายของเธอก็โทร. มาชักชวน ให้ออกไปช่วยเลือกซื้อของขวัญให้กับลูกค้า ทำให้หญิงสาวจำใจต้องแต่งตัวออกไปข้างนอกอีกครั้ง และคิดว่าก็ดีเหมือนกัน เพราะถ้าขืนอยู่คนเดียวลำพัง ก็พาลทำให้คิดฟุ้งซ่านเปล่าๆ
หลังจากเลือกซื้อของขวัญเสร็จเรียบร้อย น้องสาวจอมจุ้นก็ออดอ้อนให้พี่ชายพาไปช้อปปิ้งต่อ ซึ่งอติเทพทนฟังน้ำเสียงออดอ้อนของน้องสาวตัวแสบไม่ไหว ก็เลยต้องตามใจเหมือนทุกครั้ง เป็นเวลาเดียวกันกับที่ภาคี พาเขมจิรามาซื้อของ เหตุการณ์ทั้งหมด จึงตกอยู่ในสายตาของภาคีไปโดยปริยาย
ชายหนุ่มมองตามด้วยความสงสัย และจำได้ทันที ว่าผู้หญิงที่มากับอติเทพนั้น คือเลขาฯ ของผู้จัดการแผนกการตลาดที่เขาเจอ ในห้องประชุมตอนเช้าที่ผ่านมา แต่ทำไมถึงมาเดินซื้อของที่ห้างกับอติเทพได้ ทั้งคู่ควงกันเดินซื้อของหน้าระรื่น เดินผ่านหน้าร้านที่เขาและเขมจิรากำลังเลือกซื้อของอยู่ แต่โชคยังดีที่เขมจิราอยู่ในห้องลองชุด ไม่เช่นนั้น คงได้น้ำตาแตกอีกรอบเป็นแน่ เพราะคู่หมั้นแอบพาสาวอื่นมาช็อปปิ้ง
ภาคีกำลังสาวเท้า เดินตามอติเทพออกไป แต่ท่วเขมจิราเรียกไว้เสียก่อน ทำให้ชายหนุ่มต้องหยุดชะงัก และหยุดความคิดนั้นไว้ เดี๋ยวค่อยถามอติเทพวันหลัง ก็คงยังไม่สาย
“นั่นพี่คีย์กำลังจะไปไหนคะ” เขมจิราเดินออกมาพร้อมกับชุดสวยที่ถูกใจ
“เอ่อ...พี่จะไปเข้าห้องน้ำน่ะน้องหนู”
เมื่อได้ยินคำตอบนั้น ทำให้เขมจิราถึงกับขมวดคิ้วมุ่นอย่างสงสัย
“เอ...ห้องน้ำที่ร้านก็มีนี่คะ” คำถามที่สวนกลับมา ทำเอาภาคีนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนลูบไล้ต้นคอไปมา ยิ้มเก้อๆ ให้กับหญิงสาว
“เอ่อ...พี่ก็ลืมไป ว่าแต่น้องหนูเลือกชุดเรียบร้อยแล้วใช่ไหม” ชายหนุ่มรีบเปลี่ยนประเด็น ไม่อยากตกเป็นจำเลย ให้เธอถามจนความแตก
“ได้ครบแล้วค่ะ เดี๋ยวน้องหนูไปจ่ายเงินก่อนนะคะ” เขมจิราจึงเดินไปยังที่เคาน์เตอร์จะชำระเงิน แต่ถูกใครบางคนตัดหน้าจ่ายให้เสียก่อน
เธอก็ได้แต่ทำหน้ามุ่ยใส่ ไม่ว่าจะกี่ครั้งที่มาช็อปปิ้งด้วยกัน พี่ชายคนนี้จะไม่ยอมให้เธอจ่ายเงินเองเด็ดขาด ครั้งนี้ก็ด้วย
“นี่ตาคีย์ แกอย่าบอกแม่นะ ว่าเป็นพวกบรรดาคู่ควงของแก แม่รับแม่พวกนั้นไม่ไหวจริงๆ ไม่เอาด้วยหรอก”“ไม่ใช่ครับคุณแม่ คนนี้คุณแม่ถูกใจแน่”กานต์ธิดารู้ดีว่าภาคีหมายถึงใคร ยิ่งฟังจึงยิ่งปวดใจ“งั้นก็รีบๆ พามาพบแม่สักทีสิ” กานต์ธิดาสะกิดแขนมารดาเธอเบาๆ“คุณแม่คะ ธิดาขอตัวเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ” กานต์ธิดารีบลุกแล้วเดินออกจากร้านทันที โดยมีสายตาคู่หนึ่งมองตามอย่างเจ้าเล่ห์“เอ่อ...คุณแม่ครับ ผมขอไปโทรศัพท์สั่งงานคุณจารุณีหน่อยนะครับ”“ตามสบายย่ะ ห้ามหนีกลับไปก่อนละกัน ไม่งั้นแม่ตามถึงบริษัทแน่” คุณภาดาพูดดักคอลูกชายตัวดีของท่านอย่างรู้นิสัย เพราะทุกครั้งที่นัดให้มาเจอลูกสาวของบรรดาเพื่อนๆ ภาคีชอบแอบหนีกลับก่อนทุกครั้ง ทำให้ท่านเกือบเสียเพื่อนไปหลายครั้งแล้วก็ว่าได้“ไม่กลับก่อนแน่นอนครับ คุณแม่ไม่ต้องห่วง ผมขอตัวสักครู่นะครับน้ายุ”“เชิญตามสบายจ้ะ” ภาคีรีบตามไปดักรอหญิงสาวที่หน้าห้องน้ำ คอยชะเง้อดูจนสาวๆ ที่เดินออกจากห้องน้ำมองตามกันเป็นแถว บา
“โธ่คุณแม่คะ ก็พี่เทพกลัวคุณแม่จะเหงา ถ้าพี่เทพแต่งงานแล้วก็ต้องย้ายไปอยู่บ้านคุณเขมจิรานี่คะ” กานต์ธิดารีบแก้ตัวให้พี่อย่างรู้เหตุผลดีกว่าใครว่าทำไม“จริงด้วยสิ แม่คงเหงาแย่ ยายหนูมาอยู่เป็นเพื่อนแม่ไม่ได้หรือลูก” คุณยุพาพุ่งเป้าและหันมาขอร้องบุตรสาวคนเล็กแทน กานต์ธิดาก็ใจอ่อนยวบขึ้นมาทันที“คุณแม่ขา ขอธิดาคุยกับคุณพ่อก่อนนะคะ”“แม่คงไม่สำคัญเท่าพ่อหนูหรอกใช่ไหม แม่ไม่ได้เลี้ยงหนูมาตั้งแต่เด็กเหมือนพ่อหนูนี่ หนูคงรักพ่อมากกว่าแม่อยู่แล้ว” คุณยุพาเบือนหน้าหนีบุตรสาวคนสวยอย่างแง่งอน จนกานต์ธิดาใจแป้ว รีบหันไปขอความช่วยเหลือจากพี่ชาย แต่เขากลับส่ายหน้าอย่างเดียว“โธ่คุณแม่ขา” กานต์ธิดารีบลุกจากเก้าอี้ทรุดตัวนั่งลงกับพื้น เข้าไปโอบรัดเอวหนาของมารดาแล้วซุกหน้าแนบอกอุ่นของท่านอย่างเอาใจ“ธิดารักคุณแม่เท่าๆ กับคุณพ่อนั่นแหละค่ะ อย่างอนธิดาเลยนะคะ ธิดากลับไปคราวนี้คุณพ่ออาจจะอนุญาตให้ธิดามาอยู่กับคุณแม่ก็ได้ค่ะ”คุณยุพาใจอ่อนตั้งแต่บุตรสาวท่านเข้ามาโอบกอดแล้ว ท่านแอบปรายสายตามอ
“เป็นอะไรยายตัวแสบ” อติเทพบีบแก้มป่องทั้งสองข้างอย่างมันเขี้ยว“พี่ชายอ่ะ น้องเจ็บนะ”กานต์ธิดาเอามือลูบแก้มตัวเอง มองหน้าพี่ชายอย่างเง้างอน“เป็นอะไรอีกล่ะ ไหนบอกพี่สิ”เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของน้องสาวอย่างค้นหา“คุณแม่คงรักคุณเขมมากเลยนะคะ” กานต์ธิดากล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วๆ จนอติเทพต้องส่ายหน้าไปมาให้กับความขี้หวงของน้องสาว“คุณแม่ไม่รักใครเท่าน้องหรอกเชื่อพี่ ที่คุณแม่เอ็นดูเขมจิราเพราะท่านอยากมีลูกสาวมาอยู่ใกล้ๆ เท่านั้นเอง”“จริงหรือคะ แบบนี้ค่อยสบายใจหน่อย” กานต์ธิดายิ้มออกมาทันที เธอรึหลงกลัวไปสารพัด“จริงสิพี่รับรอง น้องควรจะนอนได้แล้ว นี่ดึกมากแล้วนะ” อติเทพดันตัวน้องสาวลงนอน ดึงผ้าห่มผืนนุ่มขึ้นมาห่มให้ กานต์ธิดาสอดตัวเข้าใต้ผ้าห่มผืนหนาอย่างว่าง่ายไม่งอแง “ฝันดีนะจ๊ะนางฟ้าของพี่”เขาก้มจุมพิตหน้าผากเนียนของน้องสาวอย่างอ่อนโยน กานต์ธิดายิ้มตาหยีให้พี่ชายอย่างรักใคร่“ฝันดีค่ะพี่ชาย” หลังจากอติ
หัวไหล่ทั้งสองข้างของหญิงสาวสั่นไหว เขารู้ว่าเธอกำลังร้องไห้ นี่เขาทำให้เธอร้องไห้อีกแล้วใช่ไหม ภาคีขยับตัวเข้าหาหญิงสาวช้าๆ เขากำลังเข้าไปสวมกอดหญิงสาวไว้แนบอก ให้รู้ว่าเขาก็เจ็บปวดไม่ต่างกัน แต่…“ไอ้คีย์! แกถอยออกห่างจากน้องสาวฉันเดี๋ยวนี้” อติเทพแผดเสียงห้ามปรามลั่นบ้านทันทีที่เห็นภาคีกำลังเข้าไปโอบกอดน้องน้อยสุดที่รัก“พี่ชาย” กานต์ธิดาวิ่งเข้าไปสวมกอดพี่ชายเธอไว้แน่น อติเทพลูบไล้แผ่นหลังบางอย่างปลอบใจ ดวงตาคมกริบมองภาคีไม่พอใจมากที่บังอาจมาทำให้น้องสาวคนดีต้องร้องไห้เสียใจ“เมื่อไรแกจะเลิกยุ่งกับน้องสาวฉันเสียที” น้ำเสียงกระด้างของเพื่อนรักทำให้ภาคีพูดอะไรไม่ออก เขารู้ดีว่าอติเทพกำลังโกรธกับเรื่องที่เขาก่อขึ้นมากแค่ไหน“นายจะให้ฉันเลิกยุ่งกับเมียตัวเองได้ไง” ภาคีอ้างสิทธิ์อย่างหน้าด้านๆ จนทำให้อติเทพแทบควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ถ้ามารดากับนมแจ่มไม่อยู่ในบ้านละก็ เขากับภาคีคงแหลกกันไปข้างหนึ่งแน่“แกพูดบ้าอะไรออกมา แกกล้าพูดคำนี้ออกมาได้ยังไง แค่นี้แกยังทำให้น้องสาวฉันเสียใจไม่พออีกเหรอ แก
เสียงรถเข้ามาจอดในบริเวณบ้านเรียกความสนใจให้แก่เจ้าของ บ้านเป็นอย่างมาก ประมุขของบ้านจึงหันไปสั่งสาวใช้ที่ทำความสะอาดอยู่บริเวณนั้นช่วยออกไปดูว่าใครมา“สอางค์ไปดูสิว่าใครมา”“ค่ะ คุณผู้หญิง” สักพักสาวใช้ชื่อสอางค์ก็เดินนำแขกไม่ได้รับเชิญเข้ามา อติเทพหน้าตึงขึ้นมาทันทีที่ได้เห็นเขมจิราและภาคี“อ้าวตาคีย์ หนูเขม” คุณยุพายกมือรับไหว้ว่าที่ลูกสะใภ้คนโปรดกับเพื่อนสนิทของลูกชายท่านด้วยความยินดี“หนูเขมมานั่งใกล้ๆ แม่มา” คุณยุพากวักมือเรียกว่าที่ลูกสะใภ้คนโปรดของท่านให้เข้ามาหาด้วยความเอ็นดู จนกานต์ธิดาเกิดอาการหวงมารดาขึ้นมาทันที“ให้คุณเขมจิรานั่งตรงนั้นดีแล้วค่ะคุณแม่” เขมจิรากำลังเดินเข้ามาหาถึงกับหน้าเจื่อนจนภาคีรู้สึกสงสารหญิงสาวมองอติเทพอย่างขอความเห็นใจในการกระทำเลวร้ายทั้งหมดที่ผ่านมา เธอกลับพบแต่ความว่างเปล่าและสายตาที่เย็นชา น้ำตาของเธอก็เริ่มคลอเบ้าด้วยความน้อยใจ“ธิดาหนูยังไม่รู้จักพี่คีย์ใช่ไหมลูก” แผนจับคู่ให้ลูก
“หวังว่าธิดาคงเข้าใจในสิ่งที่แม่ทำไปนะลูก” คุณยุพาลูบไล้เรือนผมของหญิงสาวด้วยความเอ็นดู“ธิดาเข้าใจค่ะ ธิดาขอโทษที่เข้าใจคุณแม่ผิดมาโดยตลอด” กานต์ธิดากราบลงที่อกของมารดา รู้สึกเสียใจที่ทำให้มารดาร้องไห้“หนูไม่ผิดเลยลูก แม่เองที่ผิด ผิดที่ทิ้งหนูมา ผิดที่ไม่ยอมให้หนูพบหน้า แม่ขอโทษนะลูก ยกโทษให้แม่ที่ไม่ได้เรื่องคนนี้ได้หรือเปล่า”กานต์ธิดาส่ายหน้าไปมา “ธิดาไม่เคยโกรธคุณแม่เลยสักครั้ง เพียงแต่ธิดาน้อยใจในโชคชะตาตัวเอง ที่ไม่มีแม่เหมือนคนอื่นเขา”คุณยุพาดึงบุตรสาวเข้ามากอดในอ้อมอก “ต่อไปนี้หนูจะมีแม่ แม่คอยดูแลหนูไม่ว่าทุกข์หรือว่าสุข พ่อเขาจะว่ายังไงแม่ไม่สนใจอีกแล้ว”กานต์ธิดาโอบรัดรอบเอวหนาของมารดาไว้แน่น อ้อมกอดที่เธอโหยหามาทั้งชีวิต อ้อมกอดที่อบอุ่นกว่าใครๆ คืออ้อมกอดของแม่“ธิดาไม่คิดเลยว่าจะมีวันนี้ ธิดามีความสุขเหลือเกินค่ะ”“แม่ก็มีความสุขมากเหมือนกันจ้ะ อยู่กับตาเทพแม่มีแต่เรื่องทุกข์ใจ บ้านก็ไม่เคยอยู่” ท่านบ่นน้อยอกน้อยใจ อติเทพที่ยืนแอบฟังอ
![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






