LOGINหลังจากช็อปปิ้งเสร็จและเวลายังเหลือ กานต์ธิดาจึงตามอติเทพมา ที่บริษัท เพื่อขอพบมารดา แต่ก็ต้องพบกับความผิดหวัง ท่านปฏิเสธไม่ยอมให้เข้าพบ อ้างสารพัดว่างานยุ่ง ทำให้เธอเสียใจเป็นอย่างมาก ที่ท่านทำเหมือนเธอไม่ใช่ลูก กานต์ธิดาเสียใจมากและไม่อาจกลั้นน้ำตาไว้ได้อีก เธอวิ่งกลับเข้าไปหาอติเทพที่ห้องทำงาน ด้วยใบหน้าที่นองน้ำตา ทำเอาอติเทพตกใจเป็นอย่างมาก รีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงาน ตรงเข้ามาหาผู้เป็นน้องสาว
หญิงสาวจึงโผเข้ากอดพี่ชายไว้แน่น และเป็นช่วงที่ภาคีกำลังเปิดประตูห้องเข้ามาพอดี ทำให้เขาตกตะลึง ยืนนิ่งไม่กล้าขยับ มองภาพตรงหน้าด้วยความอาฆาตแค้น อยากจะเข้าไปกระชากหญิงร้ายชายเลวคู่นั้น ให้ออกจากกันเสียเดี๋ยวนี้ แต่ต้องทนทำใจเย็นเข้าไว้ หันหลังแล้วรีบเดินจากไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนไม่ทันได้ยินคำสนทนาต่อมาของคนทั้งคู่
“เกิดอะไรขึ้นยายน้อง” ชายหนุ่มประคอง พาร่างน้อยไปนั่งที่โซฟา
“คุณแม่...ฮื้อ…” หญิงสาวปล่อยโฮออกมาด้วยความเจ็บปวดใจ ร้องไห้จนตัวโยน ทำให้อติเทพอดสงสารน้องสาวของตนไม่ไหว ต้องดึงร่างนั้นมากอดไว้อีกครั้ง
“ไม่ร้องนะคนเก่ง” ชายหนุ่มกล่าวปลอบใจ แล้วปล่อยน้องสาวร้องไห้ให้พอใจ จนสงบลงไปเอง แต่เธอก็ยังนั่งนิ่งไม่ยอมพูดอะไรอีก
“กลับคอนโดไหม เดี๋ยวพี่พาไป”
หญิงสาวพยักหน้าอย่างอ่อนล้า เพราะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก อติเทพรีบประคองน้องสาวไปที่ลิฟต์สำหรับผู้บริหารเพื่อโดยสารลงไปยังชั้นล่างของอาคาร ก่อนจะประคองออกจากลิฟต์มาอย่างทะนุถนอม
“นี่ครับรูปถ่ายทั้งหมด ที่นายสั่งให้ผมแอบติดตามถ่ายรูปคุณเทพกับคุณกานต์ธิดาตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา” มานพกล่าวพร้อมยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้แก่ผู้เป็นนาย ภาคีไม่รอช้ารีบเปิดซอง หยิบรูปที่บรรจุอยู่ในนั้นออกมาเปิดดูทีละใบ ขณะที่สีหน้าของนักธุรกิจหนุ่ม เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด รู้สึกผิดหวังในตัวอติเทพเป็นอย่างมากที่กล้าทรยศต่อความรักที่ เขมจิรามอบให้
“หญิงร้าย ชายเลว เตรียมรอรับบทเรียนที่ฉันจะมอบให้ได้เลย โดยเฉพาะเธอ…กานต์ธิดา” ภาคีคำรามเรียกชื่อหญิงสาวออกมา จนมานพรู้สึกขนลุกขนพอง เสียวสันหลังวาบๆ เลยทีเดียว
“เจ้านายครับ เอ่อ...ผมว่าทั้งสองคน อาจจะไม่ใช่อย่างที่เจ้านายเข้าใจก็ได้นะครับ” มานพอยากให้เจ้านายตน คิดให้ดีก่อนจะลงมือทำอะไร จะได้ไม่ต้องกลับมาเสียใจภายหลัง เพราะเขาเองก็ยังไม่ค่อยแน่ใจนัก ว่าสองคนที่เจ้านายหนุ่มหมายหัวไว้นั้น จะมีความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวกันจริงหรือไม่
“นพนายออกไปตามคุณจารุณีเข้ามาพบฉันด่วน อ้อ…เย็นนี้ นายต้องบินไปดูงานที่เชียงใหม่แทนฉัน”
ท่าทางแบบนี้ นายคงไม่ฟังเขาแน่ เข้าตำราที่ว่าน้ำกำลังเชี่ยว อย่าเอาเรือมาขวาง นั่นละคือนายเขาในเวลานี้เลย คงต้องรอให้เขากลับจากดูงานที่เชียงใหม่เสียก่อนเถอะ จะลองสืบดู หวังว่าจะไม่สายจนเกินไปนะ
“ครับนาย” มานพขานรับแล้วรีบออกไปทำตามคำสั่ง พอบานประตูห้องทำงานถูกปิดลง ภาคีหยิบรูปถ่ายที่อติเทพก้มลงหอมแก้มผู้หญิงคนใหม่ขึ้นมาดูอีกครั้งด้วยความไม่พอใจ และในขณะนั้นเสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ชายหนุ่มรีบเอ่ยอนุญาตทันที
“เชิญ” ภาคีเก็บรูปใส่ซองสีน้ำตาลไว้เหมือนเดิม ไม่ต้องการให้เลขาฯสาวเข้ามาเห็น เพราะเรื่องนี้ อาจจะไม่เป็นความลับอีกต่อไป
ทันทีที่ก้าวเท้าเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าโต๊ะทำงานเจ้านายหนุ่ม จารุณีรีบเอ่ยถามโดยไม่คิดอ้อมค้อมให้เสียเวลา
“ท่านประธานมีงานด่วนอะไรให้ดิฉันทำหรือคะ”
“คุณช่วยโทร.ไปตามคุณนพชัย ผู้จัดการแผนกการตลาดมาพบผมด่วน” ประธานหนุ่มสั่งงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด จนเลขาฯสาวไม่กล้าถามต่อ ว่ามีเรื่องด่วนอะไร จึงได้แต่ก้มน้อมรับคำสั่งเท่านั้น
“ได้ค่ะท่านประธาน มีแค่เรื่องเดียวใช่ไหมคะ”
“ใช่…คุณรีบออกไปทำตามที่ผมสั่งเถอะ” ภาคีตอบเพียงเท่านั้น เลขาฯสาวก็รีบหมุนเดินออกไปทำตามคำสั่ง เขาจึงกลับมาสนใจดูรูปต่อ
“เราได้เจอกันเร็วๆ นี้แน่ กานต์ธิดา เธอเตรียมตัวรับโทษทัณฑ์ จากฉันได้เลย ผู้หญิงแพศยา” ชายหนุ่มมองรูปกานต์ธิดาด้วยสายตาที่เคียดแค้นชิงชัง หัวใจของเขากำลังถูกแผดเผาจนแทบจะมอดไหม้ จากกระทำอันต่ำช้าของเธอ เธอต้องชดใช้
ระหว่างนั่งเรือมาที่เกาะในวันรุ่งขึ้น กานต์ธิดาบ่น ตลอดทางจน ถึงเกาะว่าเสียดายน่าจะพาบุตรชายเธอมาด้วย จนภาคีต้องส่ายหน้าห้ามปรามความคิดของภรรยาทันที“ตาคินเขาคงอยากให้เรามีโอกาสได้อยู่กันตามลำพังบ้าง เลยไม่ร้องตามมา แกคงอยากได้น้องสักคน” ภาคียิ้มกริ่มใส่ จนภรรยาเขินอายรีบเดินหนีเข้าบ้านไป“ธิดาจ๋า รอพี่ด้วยสิครับ” ร้องเรียกภรรยาแล้วหันไปสั่งลูกน้องอย่างลวกๆ “วิชิตเดี๋ยวแกเอากระเป๋ามาวางไว้ที่หน้าบ้านพอ แล้วก็กลับไปทำงานต่อได้เลย” แล้วภาคีก็รีบตามภรรยาสาวเข้าบ้านไป จนวิชิตอดยิ้มอย่างมีความสุขไปด้วยไม่ได้“เสือสิ้นลายจริงๆ เจ้านาย” ตลอดเวลาที่อยู่เกาะแสนรัก ภาคีสร้างความประทับให้ภรรยาสาวเป็นอย่างมาก ช่างแตกต่างจากอดีตที่ผ่านมาเหลือเกิน เธอไม่คิดว่าผู้ชายใจร้ายที่คอยสร้างแต่ความเจ็บให้เธอมาตลอด จะเป็นสามีที่ดี เป็นคุณพ่อที่น่ารักได้ขนาดนี้ เขาไม่เคยคิดออกนอกลู่นอกทางเลยกับเธอเลย “แอบหนีพี่มาอยู่นี่เอง” ภาคีเข้า
“เอาอย่างนั้นเหรอ งั้นรีบตามเข้าไปนะ น้องเขมทำของโปรดของน้องไว้ตั้งหลายอย่าง”“ได้ค่ะ เดี๋ยวน้องตามเข้าไป” อติเทพยืนลังเลอยู่พักหนึ่งก่อนตัดสินใจเดินเข้าบ้านไป“คุณธิดาเป็นยังไงบ้างคะพี่เทพ” เขมจิรารีบเดินเข้ามาถามสามีทันที“ก็น้อยใจ สองคนพ่อลูกนั่นแหละ สงสัยจะปล่อยให้เหงาอยู่บ้านคนเดียว” เสียงรถแล่นเข้ามาจอดในบริเวณบ้าน ทำให้อติเทพรู้ทันทีว่าเป็นใครก็เลยอดบ่นเพื่อนรักไม่ได้ “สงสัยมันนึกว่าบ้านเราเป็นสนามแข่งรถ”“สงสัยจะรู้ว่าคุณธิดาอยู่ที่นี่ เลยรีบตามมา” ภาคีกับสามีเธอช่วงหลังๆ นี้เป็นไม้เบื่อไม้เมากันตลอด“เดี๋ยวพี่ขอออกไปจัดการสองคนพ่อลูกนั้นสักหน่อย”“อย่าค่ะพี่เทพ” เขมจิราถึงกับร้องห้าม “ตาวัฒน์ดูพ่อเราสิ” แล้วหันไปฟ้องลูกชายให้ช่วยหยุดสามีอีกแรง แต่ลูกชายกลับไม่เข้าข้างเสียนี่“คุณพ่อทำถูกแล้วครับคุณแม่ ใครทำให้อาธิดาผมเสียใจ ก็สมควรได้รับโทษครับ”“พอกันทั้งพ่อทั้งลูก” เขมจิราส่ายหน้าใ
อนาคินเล่นปั่นจักยานอยู่ที่หน้าบ้าน พอเห็นว่ารถใครแล่นเข้ามาจอดในบริเวณบ้านก็รีบจอดรถ และวิ่งเข้าไปหาด้วยความดีใจสุดชีวิต“แม่แพทมาแล้ว” หนุ่มน้อยวิ่งเข้าไปกอดหญิงสาวด้วยความดีใจ“มาให้แม่แพทหอมแก้มหน่อยสิครับ” แพทชยาหอมแก้มซ้ายขวาของหนุ่มน้อยด้วยความคิดถึง“แม่แพทหายไปไหนตั้งหลายวันครับ คินคิดถึงแม่แพทที่สุด” ธีรวัฒน์เห็นภรรยายิ้มได้แบบนี้ก็ดีใจ เรื่องลูกถ้าไม่มีวาสนาก็คงต้องปล่อยไปเขาไม่คิดอะไรมากอยู่แล้ว“มาแล้วเหรอแพท ตาคินบ่นคิดถึงเธอทุกวันเลย แม่อย่างฉันชักน้อยใจแล้วสิ” กานต์ธิดาแอบน้อยใจบุตรชายอยู่บ่อยๆ“โธ่แม่ธิดาครับ คินก็รักแม่ธิดาที่สุดเลยนะครับ” อนาคินเข้าไปสวมกอดมารดาไว้แน่น จนคนเป็นพ่อรีบเดินดิ่งๆ มาแทรกกลาง“ตาคิน ไม่ต้องกอดแม่เรานานขนาดนั้นก็ได้” ภาคีเข้าไปสวมกอดภรรยาไว้ แล้วก้มหอมแก้มหญิงสาวหนึ่งฟอด“หวานไม่เปลี่ยนเลยนะคะคุณคีย์” แพทชยาอดแซวไม่ได้“ก็คนมันรักนี่ครับคุณแพท” ภาคีมองภรรยาด้วยสายตาที่หวา
กานต์ธิดาเผลอสัมผัสหน้าท้องตัวเองอย่างไม่ตั้งใจ ใช่ลูกน้อยของเธอกับเขาที่ร่วมกันสร้างขึ้นมา ของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิต “คุณสัญญากับฉันได้ไหม ว่าจะไม่ทำให้ฉันเสียใจอีก คุณจะไม่ทำกับฉันเหมือนวันวานอีก คุณภาคี”“พี่สัญญา ว่าจะรักและมั่นคงกับธิดาคนเดียว ถ้าหากวันไหนพี่ผิดสัญญาขอให้...อุ๊บ” หญิงสาวรีบยกมือเล็กขึ้นปิดริมฝากหนาทันที กลัวเขาจะพูดเรื่องร้ายๆ ไม่เป็นมงคลขึ้นมา“ฉันเชื่อแล้วค่ะ”“งั้น แปลว่าธิดาตกลงใช่ไหม ไชโย!” ภาคีตะโกนร้องลั่นด้วยความดีใจ เหมือนเด็กได้ของเล่นใหม่ ยกลำตัวหญิงสาวหมุนไปรอบๆ อย่างลืมตัว“พอแล้วคุณภาคี ฉันเวียนหัว” เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้ทั้งคู่หยุดชะงัก“ยายหนูคุยกับใครอยู่ลูก” กานต์ธิดาเงียบเสียงลง และสั่งห้ามไม่ให้ชายหนุ่มพูดอะไรออกมา“ธิดาเปิดทีวีค่ะคุณพ่อขา เดี๋ยวธิดาก็เข้านอนแล้วค่ะ”“อย่านอนดึกนักนะลูก เดี๋ยวจะไม่สบาย”“ค่ะคุณพ่อ” เสียงปิดประตูห้องตรงข้ามดังขึ้น ทำให้กานต์ธิดาค่อยโล่งอก ห
พอทุกคนไปถึงโรงพยาบาลประจำจังหวัด ภาคีก็ได้เข้าไปพักที่ ห้องพิเศษเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มีอติเทพคอยนั่งเฝ้าอยู่ข้างๆ เตียงไม่ยอมห่าง“ตาเทพ ตาคีย์เป็นยังไงบ้างลูก” คุณยุพารีบเดินเข้ามาถามบุตรชายทันทีด้วยความเป็นห่วง กลัวภาคีจะเป็นอะไรไปมากกว่าที่คิดกานต์ธิดารีบเดินตามมารดาเข้ามาดูชายหนุ่มใกล้ๆ เห็นสภาพเขาแล้วก็รู้สึกสงสารอย่างบอกไม่ถูก เธอก้มหน้าลงมองพื้นเมื่อน้ำตาคลอ กลัวคนอื่นจะรู้ว่าเธอร้องไห้เสียใจ“ไม่เป็นอะไรมากหรอกครับคุณแม่ ไม่ต้องเป็นห่วงไอ้คีย์มันหรอก มันหัวแข็งจะตาย พักฟื้นสักอาทิตย์ก็เข้าไปทำงานที่ไร่ได้เหมือนเดิมแล้วครับ” อติเทพปลอบใจมารดาไม่อยากให้ท่านคิดมาก“คุณพระคุณเจ้าคุ้มครอง หมดทุกข์ หมดโศกสักทีนะลูก” คุณยุพาจับมือหลานชายไร้สติให้กำลังใจ“จริงสิ แม่ลืมโทร. ไปบอกน้าดาเลย เกิดติดต่อตาคีย์ไม่ได้จะเป็นห่วงเอาได้” คุณยุพารีบออกไปโทรศัพท์ข้างนอกห้องทันที“จะเอายังไงต่อครับคุณพ่อ หมดเวลาทดสอบหรือยัง” อติเทพหันไปปรึกษาบิดาที่ยืนนิ่งมองภาคี ด้วยสายตาที่ใคร
หลังจากคุยธุระสำคัญกับภาคีเสร็จ อติเทพจึงเดินกลับเข้าไปในบ้าน เจอน้องสาวคนสวยนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ห้องรับแขกจึงรีบเข้าไปทัก“อ่านอะไรอยู่หรือยายน้อง” กานต์ธิดาปิดหนังสือที่อ่านลงทันที และวางทิ้งไว้บนโซฟา ก่อนจะลุกเดินขึ้นชั้นบนไป โดยไม่สนใจที่จะทักทายหรือว่าตอบคำถามของอติเทพสักคำเดียว“เดี๋ยวสิยายน้อง เป็นอะไรไปอีก” อติเทพวิ่งไปดักหน้าน้องสาวแสนงอนของเขาไว้ก่อนแต่น้องสาวสะบัดหน้าหนีอย่าเง้างอน แต่ก็น่าเอ็นดูสำหรับอติเทพเสมอ “มาคุยกันให้รู้เรื่องสิ”“ไม่ต้องมาคุยกับน้องเลย” กานต์ธิดานั่งหน้าเชิด หันไปมองที่อื่นแทน“งอนพี่เรื่องอะไรอีกล่ะเรา” ชายหนุ่มโยกศีรษะหญิงสาวไปมา“พี่ชายไปคุยกับเขาทำไม พี่ชายก็รู้ว่าเขาทำให้น้องเจ็บแค่ไหน” ได้ยินดังนั้นอติเทพถึงกับร้องอ๋อออกมา“นึกว่าเรื่องอะไร พี่ก็เจ็บไม่แพ้น้องเหมือนกัน แต่นายคีย์ได้พิสูจน์ว่าเขารักน้องจริง ยอมให้คุณพ่อกลั่นแกล้งสารพัดเพื่อน้องคนเดียว ทั้งที่มันไม่ยอมก็ได้ พี่ไม่อยากให้น้องต้องมานอนร้องไห้คิดถึงไอ้คีย์มันท
“ดีขึ้นแล้วใช่ไหมครับ” หญิงสาวพยักหน้าเบาๆ มองเขาด้วยสายตาเศร้าสร้อย เขาคงมาทวงถามเรื่องหย่า“ขอบคุณค่ะที่ช่วยเขมไว้”“น้อมเขมเรามีเรื่องต้องคุยกัน”“เรื่องหย่าใช่ไหมคะ เขมกลับกรุงเทพฯเมื่อไรค่อยคุยกันค่ะ เขมขอทำใจสักพักหนึ่ง พี่เทพไม
“หวังว่าธิดาคงเข้าใจในสิ่งที่แม่ทำไปนะลูก” คุณยุพาลูบไล้เรือนผมของหญิงสาวด้วยความเอ็นดู“ธิดาเข้าใจค่ะ ธิดาขอโทษที่เข้าใจคุณแม่ผิดมาโดยตลอด” กานต์ธิดากราบลงที่อกของมารดา รู้สึกเสียใจที่ทำให้มารดาร้องไห้“หนูไม่ผิดเลยลูก แม่เองที่ผิด ผิดที่ทิ้งหนูมา ผิดท
“พี่คีย์มีคุณกุลนิภาอยู่ทั้งคน แล้วมายุ่งกับธิดาทำไมกัน?” เขาแกะมือหญิงสาวออก ขยับตัวออกห่างจากเธอให้มากที่สุด“ผู้ชายเวลาเหงา แถมมีผู้หญิงสวยๆ มาอยู่ใกล้ๆ ใครไม่คว้าไว้ก็โง่แล้ว”นี่เขาเห็นเธอเป็นเครื่องแก้เหงาเท่านั้นเองเหรอ เธอโง่เองที่ไปรักผู้ชายที่ชื่อภา
กานต์ธิดางัวเงียรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาตอนพลบค่ำ มีแสงไฟสลัวสาดส่องเข้ามาในห้องนอน เธอคงเพลียมากไปหน่อยถึงได้นอนนานขนาดนี้ เพราะเขาคนเดียวทำให้เธอต้องเสียคนแบบนี้ พอคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ใบหน้าหญิงสาวก็แดงเป็นผลเชอรี่สุกทันที เธอลุกเปิดสวิตช์ไฟห้องนอน ไม่รู้ป่านี้ภาคีจะทำอะไรอยู่น้า ดวงตากลมใสไ







