Beranda / มาเฟีย / ปะป๊าหนูคือวิศวะตัวท็อป / 🔥💢 บทที่ 2 : รอยร้าวในค่ำคืนที่อ่อนล้า

Share

🔥💢 บทที่ 2 : รอยร้าวในค่ำคืนที่อ่อนล้า

last update Tanggal publikasi: 2026-05-04 19:00:17

บทที่ 2 : รอยร้าวในค่ำคืนที่อ่อนล้า

กลิ่นหอมกรุ่นของข้าวต้มกุ้งสับที่เคี่ยวจนได้ที่โชยออกมาจากห้องครัวกว้าง ภายในบ้านหลังใหญ่ที่เงียบสงบ เกมส์ยืนอยู่ในชุดผ้ากันเปื้อนสีเรียบที่ขัดกับลุคเฮดว้ากคณะวิศวะอย่างสิ้นเชิง มือหนาบรรจงโรยต้นหอมและพริกไทยป่นในปริมาณที่พอเหมาะ เขาจำได้แม่นยำว่าณดาไม่และไม่ชอบขิงซอย และต้องเหยาะน้ำปลาเพียงนิดเดียวเพื่อให้รสชาติกลมกล่อมตามแบบที่เจ้าตัวชอบกินมาตั้งแต่เด็ก ทุกรายละเอียดของร่างเล็กถูกบันทึกไว้ในสมองของเขาเหมือนเป็นโปรแกรมหลักของชีวิต เขาเลี้ยงเธอมาด้วยมือตัวเอง รู้ดีว่าวันไหนที่เธอเหนื่อยเธอจะดื้อรั้นกว่าปกติเป็นเท่าตัว และวันนี้ก็ดูเหมือนจะเป็นวันนั้นจริงๆ

"ณดาข้าวต้มเสร็จแล้วมาทานเร็วเข้า" เกมส์เอ่ยเรียกเสียงเรียบขณะยกชามกระเบื้องเคลือบมาวางที่โต๊ะอาหารสายตาเหลือบมองไปยังคนตัวเล็กที่นั่งพิงโซฟาอยู่ในห้องนั่งเล่นขยับตัวเล็กน้อย ณดายังอยู่ในชุดนักศึกษาที่หลุดรุ่ย ใบหน้าจิ้มลิ้มดูซีดเซียวและมีร่องรอยของความเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด ดวงตากลมโตที่เคยสดใสบัดนี้ปรือปรอยเหมือนจะปิดลงทุกวินาที ความระบมที่ฝ่ามือจากการล้มเมื่อตอนกลางวันบวกกับความเครียดที่สะสมมาทั้งวันทำให้เธอรู้สึกคลื่นไส้จนไม่อยากให้อะไรตกถึงท้อง

"ณดาไม่หิวค่ะปะป๊า ณดาอยากนอน" เธอตอบด้วยเสียงแหบพร่าใบหน้าที่ดูหน่อยนะและยังคงเจ็บจึงโต้ตอบกลับด้วยเสียงแผ่วเบา 

"ไม่ได้ อย่างน้อยก็ต้องกินสักสี่ห้าคำจะได้กินยาแก้ดื้อ เอ้ย ยาแก้อักเสบที่มือด้วย" เกมส์เดินเข้ามาใกล้แล้วดึงแขนเล็กให้ลุกขึ้นอย่างเบามือ

 "มานั่งที่โต๊ะดีๆ อย่าให้ต้องดุ" เขาเอ่ยเรียกเป็นประโยคที่ 3 พร้อมกับสายตาที่จ้องมองจนกระทั่งณดาจำใจเดินมานั่งที่โต๊ะอาหารด้วยท่าทางซังกะตาย เกมส์เลื่อนชามข้าวต้มมาตรงหน้าพลางตักขึ้นมาเป่าจนหายร้อนแล้วยื่นช้อนไปจ่อที่ริมฝีปากบางสายตายังคงจ้องใบหน้าเล็กเพื่อรอให้เธออ้าปาก

"ทานหน่อยปะป๊าอุตส่าห์ทำของโปรดให้เลยนะ"

"ไม่เอาค่ะณดาเหม็นกลิ่นข้าวต้ม ณดาจะนอน" เธอหันหน้าหนีความอ่อนเพลียทำให้ความอดทนของเธอต่ำกว่าปกติ

"ณดา อย่าดื้อรู้ไหมว่าวันนี้เธอทำเรื่องวุ่นวายขนาดไหน ถ้าไม่กินข้าวแล้วเป็นลมไปอีกคนที่จะลำบากคือฉันนะ" เสียงเข้มในเชิงตะคอกมองหน้าน้องสาวด้วยคำพูดที่ดูเหมือนการตำหนิมากกว่าการเป็นห่วง ในความรู้สึกของณดาทำให้ความน้อยใจที่สะสมมาตั้งแต่โดนรุ่นพี่แกล้งพุ่งขึ้นมาจุกที่อก เธอรู้สึกว่าวันนี้โลกทั้งใบใจร้ายกับเธอเหลือเกิน แม้แต่ปะป๊าที่เธอรักที่สุดก็ยังเอาแต่บังคับทั้งยังไม่เคยตะคอกในตอนนี้กลายเป็นน้ำเสียงตะคอกจนทำให้หัวใจดวงเล็กเริ่มเปลี่ยนไป

"ก็ถ้าลำบากมากนัก ปะป๊าก็ไม่ต้องมายุ่งกับณดาสิบอกแล้วไงว่าไม่กิน"

เคร้ง!

ในจังหวะที่เกมส์พยายามจะยัดเยียดช้อนข้าวต้มเข้าหาอีกครั้ง ณดาที่กำลังอารมณ์ชั่ววูบก็เผลอปัดมือหนาออกอย่างแรง ส่งผลให้ช้อนโลหะหลุดจากมือเกมส์กระแทกขอบจานจนน้ำแกงกระเด็นเปื้อนเสื้อช็อปของเขาและหล่นลงไปนอนนิ่งอยู่ที่พื้น บรรยากาศในห้องอาหารเงียบสงัดลงทันที มีเพียงเสียงเข็มนาฬิกาที่เดินวนไปมา เกมส์นิ่งค้างอยู่ในท่าเดิม ดวงตาคมกริบจ้องมองช้อนที่พื้นด้วยแววตาที่สั่นไหวด้วยความโกรธและความผิดหวัง เขาอุตส่าห์ทิ้งงานสโมสรทิ้งเพื่อน เพื่อรีบกลับมาดูแลเธอ ทำอาหารที่เธอชอบที่สุด แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือการปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย

"ปะป๊าณดา" ร่างเล็กเริ่มได้สติเธอใจหายวาบเมื่อเห็นสีหน้าของชาย เกมส์ไม่พูดอะไรสักคำเขาไม่แม้แต่จะดุด่าหรือประชดประชันเหมือนทุกที ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนช้าๆ ใบหน้าคมคายเย็นชาจนน่ากลัว เขาหันหลังเดินออกจากห้องอาหารตรงไปยังบันไดบ้านโดยไม่หันกลับมามองคนตัวเล็กที่นั่งหน้าซีดอยู่อีกเลย

ปัง!

เสียงประตูห้องนอนของเกมส์ปิดลงตามด้วยเสียงล็อคกลอนที่ดังชัดเจนในความเงียบ ณดาสะดุ้งสุดตัว น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลพรากออกมาทันที เธอรู้ดีว่าเวลาพี่เกมส์โกรธจนเงียบแบบนี้มันน่ากลัวกว่าตอนเขาตะคอกหลายเท่า

"ปะป๊า ณดาขอโทษณดาไม่ได้ตั้งใจเปิดประตูให้ณดาหน่อยนะคะ ณดาผิดไปแล้ว ณดาจะไปกินข้าวเดี๋ยวนี้เลย ปะป๊าอย่าโกรธณดานะ" ร่างเล็กวิ่งตามขึ้นไปที่หน้าห้องของเขา มือเล็กทุบประตูเบาๆพลางสะอื้นฮัก

เสียงร้องไห้เว้าวอนดังอยู่นานนับสิบนาที ณดาพร่ำบอกขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่หน้าบานประตูไม้หนา แต่คนข้างในกลับนิ่งเงียบไม่มีเสียงตอบรับใดๆ ความรู้สึกผิดเกาะกินหัวใจจนเธอรู้สึกเจ็บไปหมด เธอทรุดตัวลงนั่งพิงประตูห้องของเขา กอดเข่าตัวเองร้องไห้จนไหล่สั่นโยน

...เวลาผ่านไปเนิ่นนานจนเสียงสะอื้นค่อยๆ เงียบหายไป เหลือเพียงเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอ ภายในห้องนอนที่มืดสลัว เกมส์นั่งอยู่บนปลายเตียงความโกรธในตอนแรกเริ่มมอดดับลงแทนที่ด้วยความรู้สึกผิดที่รบกวนจิตใจ เขาเองก็รู้ว่าวันนี้ณดาเจอศึกหนักมาทั้งวัน เขาควรจะใจเย็นกว่านี้ เมื่อเห็นว่าเสียงเรียกหน้าประตูเงียบหายไปนานเกินผิดสังเกต ความกังวลก็เริ่มเข้ามาแทนที่

‘หรือว่าจะแอบไปนอนร้องไห้ที่ห้องตัวเองแล้ว?’ 

เกมส์ตัดสินใจลุกขึ้นไปบิดกลอนประตูช้าๆ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้หัวใจของเขาอ่อนวูบลงทันที ร่างเล็กของณดานั่งขดตัวอยู่บนพื้นเย็นเฉียบ ศีรษะพิงอยู่กับขอบประตู คราบน้ำตายังคงทิ้งร่องรอยอยู่บนแก้มใส เธอหลับลึกไปทั้งที่ชุดนักศึกษายังไม่ได้เปลี่ยน ความเหนื่อยล้าทั้งทางกายและใจทำให้เธอเข้าสู่ห้วงนิทราไปอย่างรวดเร็วโดยไม่สนว่าพื้นจะแข็งเพียงใด

"โธ่ยัยหนูเอ๊ย" เกมส์พึมพำเสียงแผ่ว ความโกรธเคืองก่อนหน้านี้สลายหายไปสิ้นเหลือเพียงความสงสารจับใจ เขาค่อยๆย่อตัวลงซ้อนวงแขนเข้าใต้ร่างบางอย่างถนุถนอม ณดาขยับตัวเล็กน้อยคล้ายจะรู้สึกตัวแต่ด้วยความอ่อนเพลียที่สะสมมาทั้งวันทำให้เธอยิ่งซุกตัวเข้าหาอ้อมกอดอุ่นๆ ที่คุ้นเคยโดยสัญชาตญาณ

"ปะป๊าอย่าทิ้งณดา" เสียงละเมอแผ่วเบาพร้อมกับมือน้อยที่คว้าชายเสื้อของเขาไว้แน่นทำให้เกมส์ต้องลอบถอนหายใจยาว.เขาอุ้มเธอเข้ามาในห้องนอนของตัวเอง วางร่างเล็กลงบนเตียงกว้างอย่างเบามือที่สุด เกมส์บรรจงถอดถุงเท้าและจัดท่าทางให้นอนสบาย ก่อนจะหาน้ำอุ่นมาเช็ดใบหน้าและมือที่บาดเจ็บให้อย่างละเอียดอ่อน สายตาที่เขามองเธอในยามที่เธอหลับใหลนั้น เต็มไปด้วยความรักและความผูกพันที่ยากจะอธิบายเป็นคำพูด เขานั่งลงข้างเตียง มองดูใบหน้าจิ้มลิ้มที่ยามหลับดูไร้เดียงสาเหมือนเด็กทารกที่เขาเคยอุ้มชูมาเมื่อหลายสิบปีก่อน ความรู้สึกที่เขามีต่อณดามันซับซ้อนเกินกว่าคำว่าพี่ชายหรือผู้ปกครองไปมาก เขาหวงแหนเธอเหมือนสมบัติล้ำค่าที่สุดในชีวิต แต่ในขณะเดียวกันเขาก็รู้ดีว่าความผูกพันนี้มันกำลังรัดตรึงหัวใจของเขาให้ถลำลึกเข้าไปในความรู้สึกที่ไม่อาจย้อนกลับได้ คืนนี้เขาตัดสินใจไม่ย้ายเธอไปนอนห้องของตัวเอง เกมส์ล้มตัวลงนอนเคียงข้างร่างเล็ก กางแขนออกให้เธอใช้หนุนแทนหมอนเหมือนที่เคยทำบ่อยๆ ตอนเธอยังเป็นเด็กเล็กๆ ณดารีบซุกตัวเข้าหาไออุ่นจากแผงอกกว้างทันที ความเงียบของยามค่ำคืนปกคลุมห้องนอนให้กลับมาอบอุ่นอีกครั้ง การทะเลาะกันครั้งนี้ทำให้เกมส์ตระหนักได้ว่า ไม่ว่าเขาจะโกรธเธอเพียงใด หรือเธอจะดื้อรั้นแค่ไหน สุดท้ายแล้วเขาก็ไม่สามารถทิ้งเธอไปได้จริงๆ ชีวิตของเขาถูกสร้างมาเพื่อดูแลผู้หญิงคนนี้ และเขาก็พร้อมที่จะรับผิดชอบความรู้สึกที่มันล้นอกนี้ไปจนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสมที่จะบอกออกไป

"หลับฝันดีนะ เจ้าหนูของปะป๊าพรุ่งนี้ตื่นมาเราค่อยมาเริ่มกันใหม่นะ" เขากระซิบที่ข้างหูของคนในอ้อมกอด ก่อนจะหลับตาลงพร้อมกับโอบกอดความอบอุ่นนี้ไว้แน่น ราวกับกลัวว่าความฝันนี้จะเลือนหายไปเมื่อแสงสว่างของวันใหม่มาเยือน 

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ปะป๊าหนูคือวิศวะตัวท็อป    🔥💢 บทที่ 2 : รอยร้าวในค่ำคืนที่อ่อนล้า

    บทที่ 2 : รอยร้าวในค่ำคืนที่อ่อนล้ากลิ่นหอมกรุ่นของข้าวต้มกุ้งสับที่เคี่ยวจนได้ที่โชยออกมาจากห้องครัวกว้าง ภายในบ้านหลังใหญ่ที่เงียบสงบ เกมส์ยืนอยู่ในชุดผ้ากันเปื้อนสีเรียบที่ขัดกับลุคเฮดว้ากคณะวิศวะอย่างสิ้นเชิง มือหนาบรรจงโรยต้นหอมและพริกไทยป่นในปริมาณที่พอเหมาะ เขาจำได้แม่นยำว่าณดาไม่และไม่ชอบขิงซอย และต้องเหยาะน้ำปลาเพียงนิดเดียวเพื่อให้รสชาติกลมกล่อมตามแบบที่เจ้าตัวชอบกินมาตั้งแต่เด็ก ทุกรายละเอียดของร่างเล็กถูกบันทึกไว้ในสมองของเขาเหมือนเป็นโปรแกรมหลักของชีวิต เขาเลี้ยงเธอมาด้วยมือตัวเอง รู้ดีว่าวันไหนที่เธอเหนื่อยเธอจะดื้อรั้นกว่าปกติเป็นเท่าตัว และวันนี้ก็ดูเหมือนจะเป็นวันนั้นจริงๆ"ณดาข้าวต้มเสร็จแล้วมาทานเร็วเข้า" เกมส์เอ่ยเรียกเสียงเรียบขณะยกชามกระเบื้องเคลือบมาวางที่โต๊ะอาหารสายตาเหลือบมองไปยังคนตัวเล็กที่นั่งพิงโซฟาอยู่ในห้องนั่งเล่นขยับตัวเล็กน้อย ณดายังอยู่ในชุดนักศึกษาที่หลุดรุ่ย ใบหน้าจิ้มลิ้มดูซีดเซียวและมีร่องรอยของความเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด ดวงตากลมโตที่เคยสดใสบัดนี้ปรือปรอยเหมือนจะปิดลงทุกวินาที ความระบมที่ฝ่ามือจากการล้มเมื่อตอนกลางวันบวกกับความเครียดที่สะสมม

  • ปะป๊าหนูคือวิศวะตัวท็อป    🔥💢 บทที่ 1: กฎเหล็กของหัวใจในบนลานรับน้อง

    บทที่ 1: กฎเหล็กของหัวใจในบนลานรับน้องความเงียบที่เคยปกคลุมลานเอนกประสงค์พังทลายลงทันทีที่เสียงใสๆของ 'ณดา' ตะโกนเรียก 'ปะป๊า' ออกมาอย่างลืมตัว เสียงหัวเราะครืนจากเหล่านักศึกษานับร้อยชีวิตทำให้บรรยากาศที่เคยเคร่งเครียดเปลี่ยนเป็นความวุ่นวายในพริบตา 'เกมส์' ที่ยืนนิ่งอยู่บนเวทีมือหนาที่ถือไมโครโฟนสั่นน้อยๆไม่ใช่เพราะความโกรธ แต่เพราะความอับอายที่พุ่งปี๊ด เขาหลับตาลงแน่นพยายามสะกดกั้นอารมณ์ที่อยากจะเดินลงไปอุ้มยัยตัวแสบกลับบ้านเดี๋ยวนี้"เอ่อ เอาล่ะครับทุกคน ใจเย็นๆกันก่อน" อาจารย์ฝ่ายกิจวัตรที่ยืนคุมสถานการณ์อยู่รีบก้าวออกมาหน้าไมค์เพื่อกู้สถานการณ์ด้วยที่เขามองไปยังเกมส์ที่หน้าเริ่มซีด "สงสัยจะเป็นการทักทายแบบหยอกล้อกันของพี่รหัสน้องรหัสล่ะมั้งนะ? เอาเป็นว่าเรามาเริ่มกิจกรรมรับน้องรวมอย่างเป็นทางการกันดีกว่า อย่าให้เสียเวลาเลย" คำพูดของอาจารย์ช่วยเบี่ยงเบนความสนใจไปได้บ้างกิจกรรมสันทนาการเริ่มขึ้นพร้อมกับเสียงกลองสโมสรที่รัวกระหน่ำ เกมส์เดินถอยฉากออกมาจากจุดกึ่งกลางเวที เขาพยายามทำสีหน้าให้กลับมานิ่งสนิทเป็นหินสลักเหมือนเดิม ทว่าสายตาคมกริบภายใต้คิ้วที่ขมวดมุ่นกลับไม่เคยเคลื่อนย้ายไ

  • ปะป๊าหนูคือวิศวะตัวท็อป    📌❤️ แนะนำตัวละคร

    🐯 พระเอก: เกมส์นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ปี 2 (เฮดว้ากสุดโหด) บุคลิกภายนอก: ตัวสูงโปร่ง ผิวค่อนข้างขาวแต่ดูสุขภาพดี ใบหน้าคมคายติดจะนิ่งสนิท ดวงตาดุจนคนเรียกว่า "ตาเสือ" นิสัย: ปากร้ายใจอ่อน: คำพูดมักจะขวานผ่าซาก ดูเหมือนดุ แต่การกระทำคือการดูแลอย่างละเอียดอ่อน ความรับผิดชอบสูง: ถูกฝึกให้โตเกินวัยเพราะต้องเลี้ยงณดามาตั้งแต่เขาอายุแค่ 2 ขวบ (ตอนณดา 1 ขวบเขาเป็นคนเดียวในโลกที่ยอมให้ณดาเกาะแกะ และเป็นคนเดียวที่รู้ว่าณดาชอบกินอะไร หรือแพ้อะไรโดยไม่ต้องบอก จุดอ่อน: แพ้น้ำตาและลูกอ้อน "ปะป๊าขา" ของณดา ต่อให้โกรธแค่ไหน แค่เห็นณดาทำตาปริบๆ เขาก็พร้อมจะยกโทษให้ทันที🐰 นางเอก: ณดา น้องปี 1 คณะบริหารธุรกิจ (ดาวเด่นสายแบ๊ว)บุคลิกภายนอก: ตัวเล็กน่าถนุถนอม ใบหน้าจิ้มลิ้ม แก้มป่องนิดๆ ดวงตากลมโตสดใส ผิวขาวอมชมพูแบบสาวสุขภาพดี มักจะมัดผมทรงหูต่ายหรือติดกิ๊บน่ารักๆ ตลอดเวลา พูดเพราะเสียงหวานกลัวความเร็วแต่ชอบกอดเอวพี่และชอบอ้อนให้พี่นั้นพาไปเที่ยวด้วยบิ๊กไบค์คันโตนิสัย: แอ๊บแบ๊วธรรมชาติไม่ได้เสแสร้ง แต่เพราะถูกเกมส์ประคบประหงมมาอย่างดี ทำให้เธอมองโลกในแง่ดี อ่อนโยน และขี้อ้อนเป็นนิสัยใสซื่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status