Mag-log inบทที่ 1: กฎเหล็กของหัวใจในบนลานรับน้อง
ความเงียบที่เคยปกคลุมลานเอนกประสงค์พังทลายลงทันทีที่เสียงใสๆของ 'ณดา' ตะโกนเรียก 'ปะป๊า' ออกมาอย่างลืมตัว เสียงหัวเราะครืนจากเหล่านักศึกษานับร้อยชีวิตทำให้บรรยากาศที่เคยเคร่งเครียดเปลี่ยนเป็นความวุ่นวายในพริบตา 'เกมส์' ที่ยืนนิ่งอยู่บนเวทีมือหนาที่ถือไมโครโฟนสั่นน้อยๆไม่ใช่เพราะความโกรธ แต่เพราะความอับอายที่พุ่งปี๊ด เขาหลับตาลงแน่นพยายามสะกดกั้นอารมณ์ที่อยากจะเดินลงไปอุ้มยัยตัวแสบกลับบ้านเดี๋ยวนี้ "เอ่อ เอาล่ะครับทุกคน ใจเย็นๆกันก่อน" อาจารย์ฝ่ายกิจวัตรที่ยืนคุมสถานการณ์อยู่รีบก้าวออกมาหน้าไมค์เพื่อกู้สถานการณ์ด้วยที่เขามองไปยังเกมส์ที่หน้าเริ่มซีด "สงสัยจะเป็นการทักทายแบบหยอกล้อกันของพี่รหัสน้องรหัสล่ะมั้งนะ? เอาเป็นว่าเรามาเริ่มกิจกรรมรับน้องรวมอย่างเป็นทางการกันดีกว่า อย่าให้เสียเวลาเลย" คำพูดของอาจารย์ช่วยเบี่ยงเบนความสนใจไปได้บ้างกิจกรรมสันทนาการเริ่มขึ้นพร้อมกับเสียงกลองสโมสรที่รัวกระหน่ำ เกมส์เดินถอยฉากออกมาจากจุดกึ่งกลางเวที เขาพยายามทำสีหน้าให้กลับมานิ่งสนิทเป็นหินสลักเหมือนเดิม ทว่าสายตาคมกริบภายใต้คิ้วที่ขมวดมุ่นกลับไม่เคยเคลื่อนย้ายไปจากร่างเล็กในชุดนักศึกษาที่นั่งอยู่แถวหน้าคณะบริหารฯ เลยแม้แต่วินาทีเดียวเขามองเห็นณดานั่งทำหน้าจ๋อยลงเล็กน้อยหลังจากโดนเพื่อนข้างๆ สะกิดบอกอะไรบางอย่าง แววตาที่เคยสดใสเริ่มมีความกังวลฉายออกมา เกมส์กำหมัดแน่นในกระเป๋าเสื้อช็อปเขาอยากจะเดินเข้าไปบอกเธอว่าไม่เป็นไร อยากจะเข้าไปลูบหัวปลอบใจเหมือนที่ทำทุกคืน แต่กฎของการเป็นหัวหน้าเฮดว้าก และความต้องการที่อยากให้ณดาได้เรียนรู้การใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยด้วยตัวเอง ทำให้เขาต้องฝืนยืนอยู่ตรงนั้น ‘เข้มแข็งหน่อยนะณดาปะป๊าอยู่ตรงนี้ แต่เธอต้องโตด้วยตัวเองให้ได้’ เขาได้เพียงบอกตัวเองในใจพยายามคุมอารมณ์เอาไว้ให่กิจกรรมดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งถึงช่วงฐานกิจกรรมทักษะชีวิตที่แต่ละคณะจะต้องแยกย้ายไปตามจุดต่างๆ ณดาและมะปรางถูกต้อนมายังฐานที่มีรุ่นพี่ผู้หญิงกลุ่มหนึ่งยืนรออยู่หนึ่งในนั้นคือ 'เนเน่' ดาวคณะปี 3 ที่เคยมีข่าวคราวว่าเป็นคนคุยของเกมส์มาก่อน แต่สุดท้ายก็ถูกเกมส์ตัดสัมพันธ์ไปอย่างไม่ใยดีเพราะความเจ้ากี้เจ้าการของเธอ เนเน่ยืนกอดอกมองดูณดาด้วยสายตาจิกกัดตั้งแต่หัวจรดเท้า ความน่ารักแบ๊วๆของเด็กปีหนึ่งคนนี้คือสิ่งที่เธอเกลียดที่สุด โดยเฉพาะเมื่อได้ยินเสียงเรียกปะป๊าเมื่อครู่ เธอก็เดาได้ทันทีว่าเด็กคนนี้คือของหวงที่เกมส์เคยพูดถึง "นี่น่ะเหรอ เด็กที่เรียกพี่เกมส์ว่าปะป๊าหน้าตาก็ดูแบ๊วดีนะ แต่ทำไมมารยาททางสังคมถึงต่ำจัง ไม่รู้หรือไงว่าที่นี่คือมหาลัย ไม่ใช่สนามเด็กเล่นหน้าบ้าน" เนเน่เดินเข้ามาใกล้ๆณดาพลางยิ้มเจือนๆ ทำให้ณดาชะงักไปความอ่อนโยนที่เธอมีทำให้เธอไม่รู้จะโต้ตอบอย่างไร "ณดาขอโทษค่ะพอดีหนูชินปาก" "ชินปากหรือตั้งใจจะอ่อยให้คนเขาประหลาดใจกันแน่ในเมื่อชอบทำตัวเหมือนเด็กนักนัก งั้นฐานนี้ฉันจะให้เธอทำความสะอาดลานนี้คนเดียว เพื่อนคนอื่นไปพักได้" เนเน่เหยียดยิ้มใส่พลางส่งสายตาให้เพื่อนในกลุ่มของเธอ "แต่รุ่นพี่คะ ลานนี้มันกว้างมากเลยนะคะแล้วนี่มันก็ใกล้เวลาเลิกกิจกรรมแล้วด้วย" มะปรางพยายามช่วยเพื่อนแต่ก็ถูกสายตาดุๆ ของรุ่นพี่สาวสั่งให้เงียบ ณดาก้มหน้าลงมือเล็กกำชายกระโปรงแน่น เธอพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาท่ามกลางสายตาเยาะเย้ยของกลุ่มเนเน่ เธอหยิบไม้กวาดทางมะพร้าวอันใหญ่ขึ้นมาและเริ่มกวาดใบไม้แห้งบนพื้นคอนกรีตที่ร้อนระอุด้วยแสงแดดยามบ่ายทีละนิด โดยมีกลุ่มของเนเน่คอยเทเศษน้ำหวานและเปลือกลูกอมลงบนพื้นที่เธอเพิ่งกวาดเสร็จ "กวาดให้สะอาดนะจ๊ะ 'ลูกสาว' พี่เกมส์ ถ้าไม่เสร็จห้ามกลับบ้านค่ะ" ในมุมมืดของตึกข้างๆเกมส์ยืนพิงเสามองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่เงียบๆ กรามของเขาขบกันจนเป็นสันนูน ดวงตาสีเข้มสั่นไหวด้วยความโกรธจัดเมื่อเห็นยัยหนูของเขาต้องมาตากแดดกวาดพื้นท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะของกลุ่มผู้หญิงไร้สาระเหล่านั้น เขารอให้ณดาลุกขึ้นสู้แต่ดูเหมือนหัวใจที่อ่อนโยนของเธอจะทำให้เธอเลือกที่จะก้มหน้าก้มตาทำตามคำสั่งแสนทารุณนั้น จนกระทั่งเขาเห็นเนเน่จงใจเดินเข้าไปแกล้งเบียดจนณดาล้มลงไปกองกับพื้นคอนกรีตที่ร้อนจัด มือเล็กถลอกจนมีเลือดซึมออกมานั่นคือขีดจำกัดของเขา "ทำอะไรน่ะเนเน่" เสียงทุ้มตวาดก้องลั่นไปทั่วบริเวณจนกลุ่มรุ่นพี่สาวถึงกับสะดุ้งสุดตัว เกมส์ก้าวฉับๆ เข้ามาด้วยรังสีอำมหิตที่รุนแรงยิ่งกว่าตอนอยู่บนเวทีรับน้องเสียอีก เขาตรงดิ่งเข้าไปประคองณดาให้ลุกขึ้นทันที มือหนาที่เคยนิ่งสนิทกลับสั่นเบาๆ ขณะตรวจสอบบาดแผลที่ฝ่ามือของร่างเล็ก "ปะป๊า" ณดาเอ่ยเรียกเสียงแผ่ว น้ำตาที่อัดอั้นมานานหยดแหมะลงบนแขนเสื้อของเขา เกมส์ไม่ได้ตอบเธอ แต่เขากลับหันไปมองเนเน่ด้วยสายตาที่เย็นชาจนน่าขนลุก "ฉันถามว่าเธอทำอะไรของเธอ" "กะเกมส์คือเนเน่แค่จะสอนน้องเรื่องระเบียบวินัยน่ะน้องเขาซุ่มซ่ามล้มไปเอง" เนเน่พยายามปรับเสียงให้อ่อนหวานแต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นแววตาของชายตรงหน้า "สอนระเบียบ? หรือใช้สันดานต่ำๆของเธอมาแกล้งเด็กที่ไม่มีทางสู้ เนเน่.ฟังฉันนะที่ฉันเคยเลิกคุยกับเธอ เพราะฉันรู้ว่าข้างในเธอเน่าเฟะแค่ไหน แต่วันนี้เธอทำให้ฉันรู้ว่าเธอมันยิ่งกว่าเน่า เธอคือขยะที่มหาลัยไม่ควรมี" "เกมส์ทำไมพูดแรงแบบนี้ เนเน่เป็นรุ่นพี่นะ!" "รุ่นพี่ที่ไม่มีค่าให้นับถือก็เป็นได้แค่คนรู้จักที่น่ารังเกียจเท่านั้นแหละ และถ้าฉันเห็นเธอเข้าใกล้ณดาอีกแม้แต่นิดเดียว หรือได้ยินว่าเธอใช้ปากเน่าๆของเธอนินทาอะไรน้องอีก ฉันจะไม่สนว่าเธอเป็นผู้หญิง และฉันจะทำให้เธอไม่มีที่ยืนในมหาลัยนี้จริงๆจำใส่หัวเอาไว้"เกมส์ก้าวเข้าไปใกล้จนเนเน่ต้องถอยห่าง เสียงของเกมส์ไม่ได้ดังจนเป็นการตะโกนแต่มันหนักแน่นและทรงพลังจนคนรอบข้างถึงกับเสียวสันหลังวาบดนเน่หน้าซีดเผือด น้ำตาคลอด้วยความอับอายและหวาดกลัวก่อนจะรีบเดินหนีไปพร้อมกับกลุ่มเพื่อน เกมส์ถอนหายใจยาวพยายามระงับอารมณ์โกรธที่พุ่งพล่าน เขาหันกลับมาหาณดาที่ยังคงยืนตัวสั่นน้อยๆ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยดุดันเมื่อครู่กลับอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าสะอาดออกมาจากกระเป๋าเสื้อช็อป แล้วบรรจงเช็ดคราบน้ำตาและเลือดที่มือน้อยอย่างเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้ "ปะป๊าณดาขอโทษที่ทำเรื่องวุ่นวาย" "ไม่ต้องขอโทษเธอไม่ได้ทำอะไรผิดจำไว้นะณดา... ในโลกนี้มีคนใจร้ายอยู่เยอะ แต่ตราบใดที่เธอยังมีฉันอยู่ข้างๆ เธอไม่ต้องกลัวใครทั้งนั้นเข้าใจไหม" ณดาพยักหน้าหงึกหงักซุกใบหน้าเข้ากับแผงอกกว้างของปะป๊าตัวโตอีกครั้ง ท่ามกลางสายตาของนักศึกษาคนอื่นๆที่ยืนดูอยู่ห่างๆ ตอนนี้ทุกคนเริ่มเข้าใจแล้วว่า 'ลูกสาว' คนนี้มีความสำคัญต่อหัวหน้าเฮดว้ากคณะวิศวะมากเพียงใด เย็นวันนั้น บรรยากาศภายในรถยนต์คันหรูเงียบสงบกว่าปกติ มีเพียงเสียงเพลงคลอเบาๆจากวิทยุ ณดานั่งกอดตุ๊กตาหน้านิ่งแอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเกมส์ที่ยังคงดูเคร่งขรึมขณะขับรถ ความรู้สึกผิดปนความตื้นตันยังคงวนเวียนอยู่ในอกเธอรู้ดีว่าวันนี้เขาทำเกินหน้าที่พี่ชายไปมาก และนั่นอาจทำให้เขาลำบากในภายหลัง "พี่เกมส์โกรธณดาไหมคะ" เธอตัดสินใจเรียกเขาว่าพี่เพื่อหยั่งเชิงเธอรู้ว่าเกมส์อาจจะอายที่เธอเรียกแบบนั้นต่อหน้าทุกคน เกมส์เหลือบมองเพียงครู่เดียวก่อนจะถอนหายใจยาว "เรียกปะป๊าเหมือนเดิมเถอะเรียกพี่แล้วมันดูแปลกๆ" "อ้าว... ก็ตอนเช้าปะป๊าสั่งไม่ให้เรียกที่มหาลัยนิคะ" "นั่นมันก่อนที่ฉันจะเห็นเธอโดนรังแกต่อไปนี้ใครจะมองยังไงก็ช่างเขาเถอะ ความจริงมันก็คือความจริงฉันเลี้ยงเธอมา ฉันก็มีสิทธิ์จะปกป้องเธอในฐานะปะป๊า หรือในฐานะอะไรก็ตามที่ฉันเป็น" เขาเอื้อมมือมาขยี้ผมเธอเบาๆตอนรถติดไฟแดง คำว่า 'ฐานะอะไรก็ตาม' ทำให้หัวใจของณดาเต้นผิดจังหวะ เธอแสร้งทำเป็นมองออกไปนอกหน้าต่างเพื่อซ่อนรอยยิ้มและใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงจางๆ การเริ่มต้นชีวิตในมหาวิทยาลัยวันแรกอาจจะไม่สวยหรูอย่างที่คิดไว้มีทั้งความอับอายแสงแดดที่แผดเผา และผู้หญิงร้ายๆที่คอยราวี แต่ในความโชคร้ายเหล่านั้น ณดากลับรู้สึกได้ถึงความมั่นคงที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ความรู้สึกที่ว่าไม่ว่าโลกภายนอกจะวุ่นวายแค่ไหน หรือเธอจะเติบโตไปไกลเพียงใดอ้อมกอดของ 'ปะป๊าเกมส์' จะยังคงเป็นท่าเรือที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเธอเสมอ และเธอก็รู้ดีว่าสายสัมพันธ์ที่ถักทอด้วยวันเวลาและความผูกพันตั้งแต่วัยเยาว์นี้ กำลังจะเปลี่ยนผ่านไปสู่บทใหม่ที่ลึกซึ้งและซับซ้อนเกินกว่าคำว่าครอบครัวจะอธิบายได้ "ถึงบ้านแล้วลงไปอาบน้ำและทายาที่มือด้วยนะ เดี๋ยวปะป๊าจะไปทำข้าวต้มให้กิน" เสียงสั่งที่ดูเหมือนรำคาญแต่เต็มไปด้วยความห่วงใยนั้นคือความหวังดีแบบจริงใจ 📌 อย่าลืมกดติดตามช่องของไรท์ไว้น๊าค้าบบบทที่ 2 : รอยร้าวในค่ำคืนที่อ่อนล้ากลิ่นหอมกรุ่นของข้าวต้มกุ้งสับที่เคี่ยวจนได้ที่โชยออกมาจากห้องครัวกว้าง ภายในบ้านหลังใหญ่ที่เงียบสงบ เกมส์ยืนอยู่ในชุดผ้ากันเปื้อนสีเรียบที่ขัดกับลุคเฮดว้ากคณะวิศวะอย่างสิ้นเชิง มือหนาบรรจงโรยต้นหอมและพริกไทยป่นในปริมาณที่พอเหมาะ เขาจำได้แม่นยำว่าณดาไม่และไม่ชอบขิงซอย และต้องเหยาะน้ำปลาเพียงนิดเดียวเพื่อให้รสชาติกลมกล่อมตามแบบที่เจ้าตัวชอบกินมาตั้งแต่เด็ก ทุกรายละเอียดของร่างเล็กถูกบันทึกไว้ในสมองของเขาเหมือนเป็นโปรแกรมหลักของชีวิต เขาเลี้ยงเธอมาด้วยมือตัวเอง รู้ดีว่าวันไหนที่เธอเหนื่อยเธอจะดื้อรั้นกว่าปกติเป็นเท่าตัว และวันนี้ก็ดูเหมือนจะเป็นวันนั้นจริงๆ"ณดาข้าวต้มเสร็จแล้วมาทานเร็วเข้า" เกมส์เอ่ยเรียกเสียงเรียบขณะยกชามกระเบื้องเคลือบมาวางที่โต๊ะอาหารสายตาเหลือบมองไปยังคนตัวเล็กที่นั่งพิงโซฟาอยู่ในห้องนั่งเล่นขยับตัวเล็กน้อย ณดายังอยู่ในชุดนักศึกษาที่หลุดรุ่ย ใบหน้าจิ้มลิ้มดูซีดเซียวและมีร่องรอยของความเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด ดวงตากลมโตที่เคยสดใสบัดนี้ปรือปรอยเหมือนจะปิดลงทุกวินาที ความระบมที่ฝ่ามือจากการล้มเมื่อตอนกลางวันบวกกับความเครียดที่สะสมม
บทที่ 1: กฎเหล็กของหัวใจในบนลานรับน้องความเงียบที่เคยปกคลุมลานเอนกประสงค์พังทลายลงทันทีที่เสียงใสๆของ 'ณดา' ตะโกนเรียก 'ปะป๊า' ออกมาอย่างลืมตัว เสียงหัวเราะครืนจากเหล่านักศึกษานับร้อยชีวิตทำให้บรรยากาศที่เคยเคร่งเครียดเปลี่ยนเป็นความวุ่นวายในพริบตา 'เกมส์' ที่ยืนนิ่งอยู่บนเวทีมือหนาที่ถือไมโครโฟนสั่นน้อยๆไม่ใช่เพราะความโกรธ แต่เพราะความอับอายที่พุ่งปี๊ด เขาหลับตาลงแน่นพยายามสะกดกั้นอารมณ์ที่อยากจะเดินลงไปอุ้มยัยตัวแสบกลับบ้านเดี๋ยวนี้"เอ่อ เอาล่ะครับทุกคน ใจเย็นๆกันก่อน" อาจารย์ฝ่ายกิจวัตรที่ยืนคุมสถานการณ์อยู่รีบก้าวออกมาหน้าไมค์เพื่อกู้สถานการณ์ด้วยที่เขามองไปยังเกมส์ที่หน้าเริ่มซีด "สงสัยจะเป็นการทักทายแบบหยอกล้อกันของพี่รหัสน้องรหัสล่ะมั้งนะ? เอาเป็นว่าเรามาเริ่มกิจกรรมรับน้องรวมอย่างเป็นทางการกันดีกว่า อย่าให้เสียเวลาเลย" คำพูดของอาจารย์ช่วยเบี่ยงเบนความสนใจไปได้บ้างกิจกรรมสันทนาการเริ่มขึ้นพร้อมกับเสียงกลองสโมสรที่รัวกระหน่ำ เกมส์เดินถอยฉากออกมาจากจุดกึ่งกลางเวที เขาพยายามทำสีหน้าให้กลับมานิ่งสนิทเป็นหินสลักเหมือนเดิม ทว่าสายตาคมกริบภายใต้คิ้วที่ขมวดมุ่นกลับไม่เคยเคลื่อนย้ายไ
🐯 พระเอก: เกมส์นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ปี 2 (เฮดว้ากสุดโหด) บุคลิกภายนอก: ตัวสูงโปร่ง ผิวค่อนข้างขาวแต่ดูสุขภาพดี ใบหน้าคมคายติดจะนิ่งสนิท ดวงตาดุจนคนเรียกว่า "ตาเสือ" นิสัย: ปากร้ายใจอ่อน: คำพูดมักจะขวานผ่าซาก ดูเหมือนดุ แต่การกระทำคือการดูแลอย่างละเอียดอ่อน ความรับผิดชอบสูง: ถูกฝึกให้โตเกินวัยเพราะต้องเลี้ยงณดามาตั้งแต่เขาอายุแค่ 2 ขวบ (ตอนณดา 1 ขวบเขาเป็นคนเดียวในโลกที่ยอมให้ณดาเกาะแกะ และเป็นคนเดียวที่รู้ว่าณดาชอบกินอะไร หรือแพ้อะไรโดยไม่ต้องบอก จุดอ่อน: แพ้น้ำตาและลูกอ้อน "ปะป๊าขา" ของณดา ต่อให้โกรธแค่ไหน แค่เห็นณดาทำตาปริบๆ เขาก็พร้อมจะยกโทษให้ทันที🐰 นางเอก: ณดา น้องปี 1 คณะบริหารธุรกิจ (ดาวเด่นสายแบ๊ว)บุคลิกภายนอก: ตัวเล็กน่าถนุถนอม ใบหน้าจิ้มลิ้ม แก้มป่องนิดๆ ดวงตากลมโตสดใส ผิวขาวอมชมพูแบบสาวสุขภาพดี มักจะมัดผมทรงหูต่ายหรือติดกิ๊บน่ารักๆ ตลอดเวลา พูดเพราะเสียงหวานกลัวความเร็วแต่ชอบกอดเอวพี่และชอบอ้อนให้พี่นั้นพาไปเที่ยวด้วยบิ๊กไบค์คันโตนิสัย: แอ๊บแบ๊วธรรมชาติไม่ได้เสแสร้ง แต่เพราะถูกเกมส์ประคบประหงมมาอย่างดี ทำให้เธอมองโลกในแง่ดี อ่อนโยน และขี้อ้อนเป็นนิสัยใสซื่






![มาเฟียร้าย [ ขัง ] รักเมียเด็ก](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
