Se connecterเวินถิงเยี่ยนยังรู้สึกตัวอยู่สีหน้าของเขาซีดเทาผิดปกติ บวกกับตลอดสองปีมานี้เขาผอมลงไปมากจริง ๆ ผ้าห่มที่คลุมอยู่บนตัวราบเรียบจนแทบไม่มีส่วนไหนนูนขึ้นมา ทั้งร่างดูซูบโทรมและโรยรามีเพียงดวงตาคู่นั้นที่พลันเปล่งประกายขึ้นมาทันทีที่เห็นเธอกับคุณย่า“คะ...คุณย่า...” เขาเรียกเสียงสั่น ดวงตาวาววับพอเข้าไปใกล้ ถึงได้เห็นว่าแสงในดวงตาคู่นั้นคือน้ำตาคุณย่าเดินเข้าไปใกล้ มองเขาแล้วถามเสียงเบา “เจ็บไหม?”ขอบตาของเวินถิงเยี่ยนแดงขึ้นทันที “มะ...ไม่เจ็บครับ”คุณย่าไม่เอ่ยถึงเรื่องอื่น เธอเพียงยิ้มแล้ววางอาหารที่นำมาจากบ้านไว้บนโต๊ะข้างเตียง “ปีใหม่แล้ว ย่าทำอาหารแบบไห่เฉิงมานิดหน่อย ปีใหม่ของคนจีนก็ต้องกินอาหารจีนสิ”“ขอบคุณครับ...คุณย่า...” เวินถิงเยี่ยนเอ่ยอย่างยากลำบากด้วยเสียงแหบพร่า“เด็กโง่ ไม่สบายก็ไม่ต้องพูด ย่ารู้อยู่แล้ว” คุณย่าเอ่ยด้วยเสียงอ่อนโยน ก่อนจะหยิบอั่งเปาออกมาอีกซอง แล้ววางไว้บนโต๊ะ “วันนี้วันส่งท้ายปีเก่า เด็ก ๆ ทุกคนต้องได้อั่งเปา ขอให้พวกเธออายุยืนยาว ปลอดภัยแข็งแรงตลอดไป”คำว่า “อายุยืนยาว ปลอดภัยแข็งแรง” ทำให้เวินถิงเยี่ยนกลั้นไม่อยู่ เขาหลับตาลง หางตามีน้ำตาว
วันรุ่งขึ้น เจี่ยงอวี๋ฝานก็ส่งข้อความหาเจี่ยนจือว่า: พี่ วันนี้ตอนบ่ายพี่ชายหนูจะขึ้นเครื่องกลับประเทศแล้ว หนูก็เตรียมจะกลับบ้านไปฉลองปีใหม่กับเขาด้วย สุขสันต์วันปีใหม่นะพี่ ไว้เจอกันปีหน้าค่ะ!เจี่ยนจือตอบกลับ: สุขสันต์วันปีใหม่นะเจี่ยนหลานไม่ได้กลับบ้านเลยหลายวันติดต่อกัน เขาเพียงโทรกลับมาบอกคนในบ้านว่าไม่ต้องเป็นห่วง เขากำลังยุ่งอยู่ข้างนอกเจี่ยนจือคิดว่าพี่ชายของเธอน่าจะกำลังจัดการเรื่องลั่วอวี่เฉิงอยู่แล้วก็เป็นอย่างที่คิด คืนหนึ่งเจี่ยนหลานกลับมา สภาพดูยุ่งเหยิงอย่างที่แทบไม่เคยเห็น หนวดเคราก็ขึ้น แม้แต่แว่นตาที่ปกติใส่ไว้สร้างภาพลักษณ์ก็หายไป ดูแตกต่างจากเจี่ยนหลานที่เนี้ยบพิถีพิถันในทุก ๆ วันราวกับคนละคน“ไม่เป็นไรแล้ว จัดการเรียบร้อยหมดแล้ว” หลังจากเจี่ยนหลานอาบน้ำและโกนหนวดเสร็จ ก็จงใจแต่งตัวให้ดูสะอาดสดชื่นแล้วมาหาเธอ พร้อมเล่าเรื่องราวตลอดหลายวันที่ผ่านมาให้เธอฟังอย่างชัดเจนลั่วอวี่เฉิงถูกจับตั้งแต่วันที่เจี่ยงซื่อฝานมาหาเจี่ยนจือแล้ว ส่วนคนที่มีความเกี่ยวข้องกับลั่วอวี่เฉิง ก็คือคนที่อยู่เบื้องหลังเธอเจี่ยนหลานไม่ยอมบอกชื่อของคนเบื้องหลังคนนั้น เพียงเอ่ยว่า “
ไม่อยากให้หลังจากความสัมพันธ์นี้จบลงแล้วยังหลงเหลือความขุ่นเคืองเอาไว้ และไม่อยากให้ทิ้งปัญหาแฝงเอาไว้ภายหลังความเย็นชา ความเด็ดขาด และการใช้คำพูดรุนแรง ล้วนเป็นวิธีแก้ปัญหาได้ทั้งนั้น แต่คุณย่าก็ยังคงหวังว่า ท้ายที่สุดแล้วจะสามารถใช้ความอ่อนโยนค่อย ๆ คลี่คลายทุกอย่างได้“รุ่นพี่เจี่ยน!” เจี่ยงซื่อฝานยังตะโกนเรียกจากด้านนอกอีกครั้งแต่รถเริ่มขับเข้าไปด้านในแล้วเจี่ยงซื่อฝานจึงคว้าบอดี้การ์ดที่ยังไม่ได้ขึ้นรถเอาไว้ “ฉันรู้ว่าลั่วอวี่เฉิงอยู่ที่ไหน ที่มาครั้งนี้ก็เพื่อจะบอกเรื่องนี้! ฉันเกือบลืมเรื่องสำคัญที่สุดไปแล้วไง!”บอดี้การ์ดพยักหน้า “ขอบคุณครับ ถ้าคุณยอมบอกได้ก็จะดีที่สุด”“ฉันจะบอก!” เจี่ยงซื่อฝานพิมพ์ที่อยู่ลงในโทรศัพท์ แล้วให้บอดี้การ์ดถ่ายเก็บไว้ “เอาล่ะ พวกนายรีบส่งคนไปเถอะ”“ขอบคุณครับ” บอดี้การ์ดเดินเข้าไปด้านในพร้อมกับรายงานเรื่องนี้ให้เจี่ยนหลานทราบเจี่ยงซื่อฝานมองรถที่ค่อย ๆ แล่นห่างออกไป รู้สึกราวกับในใจถูกควักหายไปก้อนใหญ่พวกเขาไม่เคยบอกลากันอย่างเป็นทางการแบบนี้มาก่อนถึงขั้นที่ว่าเขาเองก็เคยหลีกเลี่ยงการบอกลาแบบนี้อยู่บ้างราวกับว่าตราบใดที่ยังไม่ได้พ
“แค่นายมองฉันแบบนั้น ฉันก็จะปลอบนาย ทำให้นายกลับมาร่าเริงมีความสุขเหมือนเดิม แต่ในเวลาแบบนั้น ฉันกลับไม่ได้มีความสุขเลย ฉันรู้สึกเหนื่อยมาก” เจี่ยนจือเอ่ย “นายดูสิ จริง ๆ แล้วฉันมีข้อเสียเยอะมาก ความอ่อนโยนกับความใจกว้างที่นายพูดถึง มันเป็นเพียงภาพที่เห็นจากภายนอกเท่านั้น ความจริงข้างในใจฉันก็มีความรำคาญ มีความไม่อดทนเหมือนกัน ฉันเองก็อยากเป็นเหมือนนาย อยากเบิกตาชื้น ๆ มองคู่รักของฉัน แล้วให้เขาเอาใจฉันบ้าง ปลอบฉันบ้าง”“พี่ทำได้นะ พี่ทำแบบนั้นได้ ถ้าพี่ทำ ผมจะปลอบพี่เอง” เจี่ยงซื่อฝานรีบเอ่ยเจี่ยนจือส่ายหน้า “นี่แหละคือปัญหา ฉันทำไม่ได้ เวลาอยู่ต่อหน้านาย ฉันเหมือนถูกกำหนดบทบาทไว้แล้วว่าต้องเป็นพี่สาวที่คอยเข้าอกเข้าใจ นายรู้สึกน้อยใจ ฉันก็ปลอบ นายงอน ฉันก็ยอม ฉันเคยลองคิดว่าจะเผยด้านนี้ของตัวเองให้นายเห็น เหมือนที่นายแสดงด้านนั้นกับฉัน แต่ฉันกลับทำไม่ได้ รู้สึกเขิน รู้สึกเหมือนกำลังแสดงละคร”เธอมองเจี่ยงซื่อฝานตรง ๆ “เจี่ยงซื่อฝาน เวลาอยู่ต่อหน้านาย ฉันดูเป็นคนมีเหตุผลตลอด แต่จริง ๆ แล้วฉันเป็นคนที่ใช้อารมณ์มาก ๆ คนหนึ่ง นายรู้ไหม?”เจี่ยงซื่อฝานเงียบไป“เพราะฉะนั้น เจี่ยงซื่อฝ
เจี่ยงซื่อฝานยิ่งพูดก็ยิ่งตื่นเต้นขึ้นมา “รุ่นพี่เจี่ยน พี่รู้ไหม? ผมหวังให้คนที่กำลังนอนอยู่ในโรงพยาบาลตอนนี้เป็นผมมากเลยนะ แบบนั้นพี่จะสงสารผมไหม? จะรู้สึกขอบคุณผมไหม? แล้วจะยอมรับผมกลับเข้าไปในชีวิตอีกครั้งหรือเปล่า?”ประกายร้อนแรงอันคุ้นเคยปะทุขึ้นในดวงตาของเจี่ยงซื่อฝานในใจเจี่ยนจือพลันเกิดความตึงเครียดและอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกขึ้นมาตามสัญชาตญาณ เธอเลื่อนกระจกขึ้นอีกนิดอย่างเหนื่อยล้า จะได้ไม่ต้องมองเห็นดวงตาของเจี่ยงซื่อฝาน“เจี่ยงซื่อฝาน มันไม่ใช่แบบนั้น ในเมื่อพวกเราเลิกกันแล้ว ฉันก็ขอให้นายเริ่มต้นชีวิตใหม่ เดินหน้าต่อไป อย่าหันกลับมามองอีกเลย” เจี่ยนจือไม่อยากยั่วโมโหเขา และก็อวยพรเขาจากใจจริง“ไม่!” เจี่ยงซื่อฝานกลับร้องออกมาอย่างร้อนรนพร้อมเสียงสะอื้น “ไม่ใช่แบบนี้สิ! พี่ให้อภัยเวินถิงเยี่ยนแล้วใช่ไหม? พี่ไปเยี่ยมเขา เป็นห่วงเขาแล้วใช่ไหม? เมื่อก่อนพี่เกลียดเขาขนาดนั้น ตอนนี้พี่ยังไปโรงพยาบาลเพราะสงสารเขาได้ ทำไมคนที่ช่วยพี่ถึงไม่ใช่ผม? ทำไม...”คำว่า ทำไม ดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า พร้อมกับเสียงฝ่ามือของเขาที่ทุบกระจกรถ ขมับของเจี่ยนจือเริ่มปวดตุบ ๆ แบบที่คุ้นเคยขึ้นม
“คุณหนู ผมจะลงไปดูนะครับ” คนที่นั่งอยู่ตรงเบาะข้างคนขับคือบอดี้การ์ดคนใหม่ที่เจี่ยนหลานส่งมาเจี่ยนจือพยักหน้า “ไปเถอะ ถามให้ชัดว่าเขามีธุระอะไรกันแน่”หลังจากบอดี้การ์ดลงจากรถ เจี่ยนจือก็เลื่อนกระจกลงเป็นช่องเล็ก ๆ ทำให้พอได้ยินเสียงพวกเขาคุยกัน“เจี่ยนจืออยู่ในรถใช่ไหม? ให้เธอลงมาคุยกับผม” น้ำเสียงของเจี่ยงซื่อฝานทั้งร้อนรนและแข็งกร้าว“มีอะไรก็บอกผมได้ครับ” ท่าทีของบอดี้การ์ดเองก็ไม่ยอมถอย“นาย? นายรับเรื่องแทนเจี่ยนจือได้หรือไง?” น้ำเสียงของเจี่ยงซื่อฝานยังคงเจือความดูแคลนแต่บอดี้การ์ดกลับตอบสั้นกระชับ ไม่ยอมอ่อนข้อแม้แต่น้อย “ได้ครับ”“นาย...” ความกร่างของบอดี้การ์ดคนนี้ทำให้เจี่ยงซื่อฝานรู้สึกโมโห จึงเดินมาทุบกระจกรถฝั่งเจี่ยนจือต่อ “รุ่นพี่เจี่ยน ผมรู้ว่าพี่อยู่ในรถ ผมมีเรื่องสำคัญจะคุยกับพี่”“คุณครับ คุณหนูสั่งไว้ว่าสามารถคุยกับผมได้ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม” บอดี้การ์ดขยับมายืนขวางระหว่างเจี่ยงซื่อฝานกับกระจกรถ“ไม่ว่าเรื่องอะไร?” เจี่ยงซื่อฝานโมโหหนักกว่าเดิม “แล้วเรื่องส่วนตัวระหว่างฉันกับคุณหนูของนายล่ะ? ก็ต้องคุยกับนายด้วยหรือไง? นายเป็นตัวแทนคุณหนูหรือไง?”เจี่ยนจ




![เด็กแสบของคนเถื่อน (NC20+) [ซีรีส์ คนเถื่อน 3/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


