แชร์

บทที่ 56

ผู้เขียน: ปลาคาร์ปตัวน้อย
เพียงแต่เธอเองก็ไม่ได้หวาดกลัวตอนที่เขาโมโหเช่นกัน

เจี่ยงซื่อฝานขยับตัวจะบังเธอไว้ตามสัญชาตญาณอีกครั
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
บทที่ถูกล็อก
ความคิดเห็น (1)
goodnovel comment avatar
รุ่งนภา ดีศรี
เสียเวลาอ่าน
ดูความคิดเห็นทั้งหมด

บทล่าสุด

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 764

    จู่ ๆ เจี่ยนจือก็นึกย้อนถึงช่วงครึ่งแรกของชีวิตตัวเองขึ้นมา รู้สึกร้อนผ่าวที่ขอบตานิดหน่อย เจี่ยนจือในห้วงเวลานี้เข้มแข็งและเด็ดเดี่ยวกว่าเธอมาก บางทีอาจเป็นเพราะได้พบคุณป้ากับพี่ชายตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงมีที่พึ่งพิง ไม่ต้องทนถูกพ่อแม่แท้ ๆ รังแกข่มเหงอยู่ตลอดเวลา ทั้งไม่ต้องคอยกังวลว่าคุณย่าจะถูกพวกเขารังแกด้วย หรือบางทีอาจมีเหตุผลอื่นก็ได้ แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด เธอก็เชื่อว่าเจี่ยนจือในห้วงเวลานี้จะมีชีวิตที่ดีกว่าช่วงครึ่งแรกของชีวิตที่เธอเคยผ่านมาส่วนสถานการณ์ตรงหน้า เห็นได้ชัดว่าแม้แต่เวินถิงเยี่ยนเองก็ยังคาดไม่ถึงว่าจะลงเอยเช่นนี้ เขาจึงได้แต่ยืนนิ่งอึ้ง ทำอะไรไม่ถูกอาซินถอยกรูดไปหลายก้าว แทบอยากตัดขาดความสัมพันธ์กับเวินถิงเยี่ยนให้รู้แล้วรู้รอด มีเพียงลั่วอวี่เฉิงที่หัวเราะออกมา ก่อนจะขยับเข้าไปหาเวินถิงเยี่ยนแทน “อาเยี่ยน นาย……”“เงียบไปซะ!” เจี่ยนจือยกมือชี้ลั่วอวี่เฉิง “ถ้าไม่อยากลงไปนอนกับพื้นเหมือนหมอนั่นก็เงียบไป!”ลั่วอวี่เฉิงได้แต่ยิ้มเจื่อน ๆ พลางหันไปมองเวินถิงเยี่ยน แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ เธอจึงถอยหลังไปหลายก้าวโดยไม่รู้ตัวเช่นกันและในจังหวะนั้น เส

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 763

    แต่สิ่งที่เจี่ยนจือไม่เข้าใจเลยก็คือ ไม่ว่าจะเป็นห้วงเวลาไหน อาเหวิน อาซิน และลั่วอวี่เฉิงต่างก็เรียนเก่งกันทั้งนั้น ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงสอบเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกับเวินถิงเยี่ยนไม่ได้แล้วทำไมในห้วงเวลานี้ คนพวกนี้ถึงได้ทำตัวเหมือนเด็กเกเรที่ไม่สนใจเรียนกันไปหมด?“อาเหวิน พวกเราออกมาสองชั่วโมงแล้วนะ กลับกันเถอะ?” จู่ ๆ อาซินก็เสนอขึ้น“กลัวอะไร?” อาเหวินว่าต่อ “นี่มันเดือนไหนแล้ว?เรื่องที่ต้องเรียนก็เรียนกันไปหมดแล้ว เรื่องที่ต้องรู้ก็รู้หมดแล้ว ส่วนเรื่องที่ไม่เข้าใจ ให้ตายก็ไม่เข้าใจหรอก สู้เอาเวลาออกมาผ่อนคลายดีกว่า”อาซินถอนหายใจ “เฮ้อ ถ้าพวกเราโดดเรียนอีก ครูจะเรียกผู้ปกครองแล้วนะ”โดดเรียนจริงด้วยสินะ……เจี่ยนจือฟังแล้วโกรธจนแทบไฟลุก“เรียกก็เรียกสิ ช่วงนี้พวกครูไม่กล้าตีหรอก มีแต่จะตามใจพวกเรา”อาซินถอนหายใจอีกครั้ง ดูท่าทางใจลอยอย่างเห็นได้ชัดดูเหมือนว่าอาซินจะเป็นคนขี้ขลาดมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วสินะ“พอได้แล้วน่า นายดูสิ ขนาดอาเยี่ยนยังไม่เห็นเดือดร้อนเลย แล้วนายจะร้อนใจไปทำไม?” อาเหวินว่าต่อ“นั่นสิ” ลั่วอวี่เฉิงก้าวขึ้นมาข้างหน้า จนมาหยุดอยู่ตรงหน้าเวินถิงเยี่ยน “อา

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 762

    หลังจากครั้งนั้น เจี่ยนจือก็ไม่ได้กลับเข้าไปในโลกแห่งความฝันอีกเลยเธอใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวที่ลอนดอน ต้อนรับหิมะแรกของปีนี้ด้วยกัน ตามมาด้วยหิมะที่ตกลงมาอีกหลายครั้ง ฉลองคริสต์มาสและปีใหม่ด้วยกันอย่างครึกครื้น รวมถึงบินกลับประเทศเพื่อฉลองเทศกาลตรุษจีนตอนที่กลับมาถึง เธอยังนัดหร่านเฉินออกมาเจอกันอยู่บ่อย ๆทั้งสองคนไปกินข้าว ชอปปิง จิบชายามบ่ายด้วยกัน พากันเดินไปตามตรอกซอกซอยเล็กใหญ่ในไห่เฉิงที่เคยเดินเล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็กจนแทบครบทุกแห่งเนื่องจากเจี่ยนหลานมีธุระด่วนทางฝั่งลอนดอน เขาจึงต้องเดินทางกลับไปก่อนที่เทศกาลตรุษจีนจะสิ้นสุดลง ส่วนคุณป้าเองก็นาน ๆ ทีจะได้กลับมาสักครั้ง แถมยังเที่ยวไม่เต็มอิ่ม จึงตกลงกันว่าจะรอให้เจี่ยนหลานกลับมาครั้งหน้า แล้วค่อยเดินทางกลับลอนดอนไปพร้อมกันและการกลับประเทศในครั้งนี้ ก็กินเวลานานจนถึงช่วงฤดูใบไม้ผลิโรงเรียนต่าง ๆ ในไห่เฉิงทยอยเปิดเทอมกันหมดแล้ว เจี่ยนจือจึงนัดหร่านเฉินกลับไปเยี่ยมคุณครูที่โรงเรียนด้วยกันได้กลับมาเยี่ยมรั้วโรงเรียนที่เคยมีความทรงจำร่วมกัน ทั้งสองคนต่างก็รู้สึกอาลัยเมื่อต้องเดินผ่านห้องเรียนที่เคยนั่งเรียนในอดีต“เจี

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 761

    ทั้งที่รู้ดีว่าตัวเองกำลังพูดอยู่คนเดียว แต่เจี่ยนจือก็ยังอดบ่นพึมพำออกมาไม่ได้แต่ถึงแม้เธอจะพูดจบไปตั้งนานแล้ว เขาก็ยังคงนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเธอไม่ขยับไปไหนสักที“ทำไมนายยังไม่ไปอีกล่ะ?” เธอเอ่ยเร่งแต่แล้วจู่ ๆ ห้องเรียนที่เคยเงียบสงัดกลับมีเสียงสูดหายใจดังขึ้นเจี่ยนจือคิดว่าตัวเองน่าจะหูฝาด เลยลองตั้งใจฟังอีกครั้ง แล้วก็พบว่าเธอไม่ได้คิดไปเอง และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือเสียงนั้นดังมาจากตัวเวินถิงเยี่ยนเธอเพ่งมองใบหน้าของเขาผ่านแสงจันทร์สลัว ๆ ที่ส่องกระทบลงมา เหมือนจะเห็นหยาดน้ำใสอยู่บนใบหน้าของเขา ……“เวินถิงเยี่ยน นายร้องไห้เหรอ?” เธอนิ่งงันด้วยความตกใจ “ทำไมนายถึงร้องไห้ล่ะ?”ไม่มีใครให้คำตอบเธอได้เธอยื่นมือสัมผัสใบหน้าของเขา แต่กลับแตะต้องอะไรไม่ได้เลย เหมือนปลายนิ้วของเธอถูกห้อมล้อมด้วยม่านหมอกที่ไม่มีอยู่จริง มีเพียงสร้อยข้อมือของเธอเท่านั้นที่ยังคงเปล่งประกายอยู่“เพราะสอบได้ไม่ดีเหรอ?ไม่เป็นไรนะ พื้นฐานนายดีจะตาย ขอแค่นายตั้งใจ ยังไงเดือนหน้าก็ต้องสอบได้คะแนนดีแน่”“อืม……หรือว่าเป็นเพราะที่นายโดนคุณครูตำหนิ?ฉันรู้ว่านายเป็นพวกทะนงในศักดิ์ศรีมาก แล้วก็ไม่เคยโดนครูตำ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 760

    อันดับต่ำกว่าห้าสิบ...เวินถิงเยี่ยนเป็นที่หนึ่งของระดับชั้นมาโดยตลอดเจี่ยนจือโกรธจนแทบระเบิด: เวินถิงเยี่ยน นี่นายกำลังทำบ้าอะไรอยู่กันแน่?เวินถิงเยี่ยนเพียงยืนตัวตรงโดยไม่ตอบคำถามของอาจารย์ และไม่ได้ยินเสียงตะโกนด้วยความโกรธของเธอเช่นกัน“เวินถิงเยี่ยน เธอกำลังเจอปัญหาอะไรอยู่หรือเปล่า? ลองเล่าให้ครูฟังสิ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน เรื่องชีวิตส่วนตัว หรือว่า...สับสนในความรัก เธอก็ปรึกษาครูได้นะ” อาจารย์พูดด้วยความอดทนอย่างมาก พยายามช่วยเขาแก้ไขปัญหาแต่ปรากฏว่าเวินถิงเยี่ยนกลับตอบเธอเพียงประโยคเดียวว่า “ขอบคุณครับอาจารย์ ผมรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่”“เธอนี่...” อาจารย์โกรธจนแทบควบคุมอารมณ์ไม่อยู่เพราะคำตอบของเขา แต่ก็พยายามอดกลั้น ไม่แสดงความโกรธออกมา และยังคงพูดกับเขาดี ๆ ว่า “เวินถิงเยี่ยน ครูรู้ว่าเธอเป็นเด็กที่มีความคิดเป็นของตัวเองและมีวินัยในตัวเองมาโดยตลอด คนเราในช่วงวัยรุ่นย่อมต้องพบเจอกับอุปสรรคบ้างเป็นธรรมดา แต่เธอต้องเข้าใจไว้อย่างหนึ่งว่า สิ่งที่จะเอาชนะอุปสรรคได้ไม่ใช่การปล่อยตัวให้ตกต่ำ แต่เป็นการทำให้ตัวเองแข็งแกร่งยิ่งกว่าตัวเองในอดีตและแข็งแกร่งยิ่งกว่าคู่แ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 759

    เจี่ยนจือขมวดคิ้ว ก่อนจะถามเสียงเบา“ของที่ใส่อยู่บนข้อมือเหรอ? ใส่อะไรอยู่ล่ะ?” คุณย่ายังคงจับข้อมือข้างที่เธอสวมสร้อยข้อมือเอาไว้พลางยิ้มขำ “หลานยังไม่ตื่นดีหรือเปล่าเนี่ย?”เจี่ยนจือยกมือของตัวเองขึ้นมา จ้องมองสร้อยข้อมือที่เปล่งประกายระยิบระยับอยู่บนข้อมือ “หนูไม่ได้ใส่อะไรอยู่เลยเหรอคะ?”“ก็ใช่น่ะสิ” คุณย่าเองก็มองเธอด้วยความสงสัยเช่นกันเจี่ยนจือลดมือลง “อ๋อ เมื่อกี้หนูเพิ่งฝันว่าตัวเองซื้อสร้อยข้อมือเส้นใหม่มาน่ะค่ะ...”ดูเหมือนว่าสร้อยข้อมือเส้นนี้ นอกจากตัวเธอเองแล้ว คนอื่น ๆ ในห้วงเวลานี้จะมองไม่เห็นกันหมดเลยงั้นเหรอ?แต่คุณย่ากลับจำคำพูดประโยคนี้ของเธอเอาไว้ หลังจากไปชมนิทรรศการเสร็จก็พาเธอไปซื้อสร้อยข้อมือต่อเธอยื่นมือข้างที่สวมสร้อยข้อมืออยู่แล้วออกไป พนักงานขายเพียงชมว่าเธอมีผิวพรรณสวย และเข้ากับสร้อยข้อมือเส้นที่กำลังลองสวมอยู่มาก จากนั้นก็สวมสร้อยข้อมือเส้นใหม่ลงบนข้อมือตรงตำแหน่งที่เธอสวมสร้อยข้อมืออีกเส้นอยู่แล้วที่แท้ทุกคนก็มองไม่เห็นสร้อยข้อมือเส้นนี้จริง ๆ...หากไม่ใช่เพราะเธอสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงความรู้สึกของสร้อยข้อมือที่สวมอยู่บนข้อมือ แม้แต่ตั

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status