“คุณเมย์คือว่าคุณคนนี้เขา...” หนูนาพยายามอธิบาย
“ไม่เป็นไรหนูนา ถ้าคุณป้าต่อว่าเมย์จะรับผิดชอบเรื่องนี้เอง”
“ไม่ใช่แบบนั้นค่ะคุณเมย์ คุณกรคะคือว่า...” ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครฟังที่หนูนาพูดเลย
“พูดบ้าอะไรของคุณเนี่ย” กรวัฒน์ถาม
“ไม่ใช่เรื่องของคุณ” เธอบอกก่อนกระซิบที่ข้างหูเขาให้เขาได้ยินคนเดียว “ไอ้ลุงโรคจิต”
“ถ้าเรียกผมว่าลุงอีกคำเดียวคุณได้เจอดีแน่”
เห็นสีหน้ายียวนท้าทายของคนตรงหน้า กรวัฒน์ถึงกับกัดกรามแน่นหากไม่จุก เขาจะลากเธอเข้าบ้านไปสั่งสอนตอนนี้แหละ
“จะทำไม อยากโดนแบบเมื่อกี้อีกใช่มั้ย” ระหว่างที่ทั้งสองคนเถียงกันเสียงดังจนคนในบ้านต้องออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะได้ยินเสียงแตรนานแล้วแต่ไม่มีใครเดินเข้าบ้านเสียที
“เกิดอะไรขึ้นหนูนา ใครมาเอะอะเสียงดังโวยวายหน้าบ้าน”
“คือว่า” หนูนากำลังจะอธิบายแต่คุณหญิงแก้วฤดีหันไปเจอบุตรชายเอามือกุมที่เป้าของตนเองด้วยท่าทางไม่สบายก็ตกใจจนไม่ทันมองเห็นหญิงสาวอีกคนที่ยืนอยู่ไม่ห่างกัน
“กรเกิดอะไรขึ้นลูกเป็นอะไร ปวดท้องเหรอ” คุณหญิงถามขึ้นด้วยความเป็นห่วงรีบเดินไปประคองร่างบุตรชายให้ลุกขึ้น
“เปล่าครับคุณแม่”
“แล้วนี่เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้นเสียงดังเข้าไปข้างในเลย” สิ้นคำโดยที่ยังไม่ได้คำตอบ สายตาก็เหลือบไปเห็นหญิงสาวอีกคนที่ยืนก้มหน้าอยู่ข้างๆ
“อ้าวหนูเมย์ มาถึงนานแล้วเหรอลูก ป้ากำลังรออยู่เลยเป็นห่วงกลัวหนูมาไม่ถูก”
“สวัสดีค่ะคุณป้า เมย์พึ่งมาถึงเองค่ะ ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงนะคะเมย์หลงทางอยู่เลยมาถึงช้า”
“ไหว้พระเถอะลูกมาถึงปลอดภัยก็ดีแล้ว เข้าไปข้างในบ้านกันก่อนทั้งสองคนเลยข้างนอกมันร้อน”
“ค่ะ” คุณหญิงบอกขณะที่พยุงประคองร่างบุตรชายที่ทำหน้างงเข้าบ้าน
“ไม่เป็นไรครับ ผมเดินเองได้”
“แน่ใจนะ”
“ครับ”
“ถ้างั้นก็ตามเข้ามาเร็วๆ แม่จะพาหนูเมย์เข้าไปก่อน”
คุณหญิงแก้วฤดีพูดพร้อมกับหันมาจับมือเมธาวีเดินเข้าไปภายในบ้านอย่างอารมณ์ดี เมื่อเข้ามาภายในบ้านเมธาวีพบความโอ่งอ่างภายใน ข้างนอกว่าสวยแล้ว ด้านในสวยกว่าหลายเท่า คิดแล้วที่แห่งนี้ไม่เหมาะกับเธอเลย
หนูนามองดูความวุ่นวายที่กำลังจะเกิดขึ้นในบ้านหลังนี้แล้วก็ส่ายหัวก่อนจะถือกระเป๋าตามเจ้านายเข้าไป
“ผู้หญิง/ผู้ชาย คนนี้เป็นใครครับ/คะ” เมื่อมาถึงและนั่งลงที่โซฟาห้องรับแขกเรียบร้อย สองหนุ่มสาวเอ่ยถามขึ้นพร้อมกันด้วยความสงสัย
“ตายจริงป้าลืมแนะนำเลย นี่พี่กรลูกชายของป้าเองจ้ะ”
“ลูกชาย” เมธาวีอุทานเสียงดัง
“ใช่จ้ะรู้จักกันไว้มีปัญหาอะไรก็ปรึกษาพี่เขาได้ ไม่ต้องเกรงใจ”
“ส่วนนี่หนูเมย์ลูกสาวเพื่อนรักของแม่ หนูเมย์จะมาอยู่ที่บ้านเราช่วงนี้ทำความรู้จักกันไว้สิลูก”
ใบหน้าคมกริบจ้องมองคนตัวเล็กรอจังหวะให้เธอหันมองเขาถึงส่งรอยยิ้มร้ายส่งให้เธออย่างตั้งใจ เมธาวีส่งรอยยิ้มแหยกลับ
โชคดีของเธอที่โทรศัพท์ของเขาดังจนต้องขอตัวออกไปคุยด้านนอก เธอใช้โอกาสนี้ถามคุณหญิงแก้วฤดีเสียเลย
“คุณป้าคะ คุณกรณ์เขาแค่มาเยี่ยมคุณป้าเฉยๆใช่มั้ยคะ”
“ตากร ก็พักที่นี่เหมือนกันจ้ะ หนูเมย์มีอะไรหรือเปล่าลูก”
-ตาย ฉันทำอะไรลงไปฉันต้องตายแน่ ๆ -เมธาวีคิด
“เมย์เกรงใจคุณป้าจังค่ะ ถ้าอย่างนั้นเมย์ออกไปเช่าห้องอยู่ข้างนอกน่าจะดีกว่าค่ะ”
“เกรงใจอะไรกันหนูจะออกไปลำบากทำไมลูก ป้าให้คนเตรียมห้องให้หนูแล้ว อยู่ที่นี่ให้สบายใจไม่ต้องคิดมาก”
“นั่นสิครับ อยู่ด้วยกันที่นี่แหละบ้านหลังใหญ่โต มีอะไรจะได้ช่วยเหลือกันได้” กรวัฒน์ที่ยืนฟังอยู่พูดแทรก
“เอ้า! กรมัวยืนทำอะไรอยู่ตรงนั้น เดี๋ยวช่วยน้องขนของขึ้นข้างบนด้วย ห้องติดกับห้องนอนของเรานั่นแหละ แม่ให้คนไปทำความสะอาดให้แล้ว”
คุณหญิงบอกแกรมออกคำสั่งก่อนหันไปคุยกับหญิงสาวด้วยน้ำเสียงเอ็นดู ทำเขาอดหมั่นไส้ไม่ได้ มารดาของเขาไปสนิทสนมกับเด็กคนนี้ตั้งแต่ตอนไหนทำไมเขาถึงไม่รู้
“เอาของขึ้นไปเก็บอาบน้ำอาบท่าให้สดชื่นก่อน แล้วค่อยลงมาคุยกันต่อนะลูก”
“ค่ะคุณป้า”
“กรช่วยน้องยกของด้วยสิลูก” เมื่อเห็นบุตรชายเดินตัวเปล่าคุณหญิงแก้วฤดีก็รีบท้วงทันที
“ครับบบ” เขารับคำอย่างไม่เต็มใจนัก
“ไม่ค่ะ อันที่จริงก็รู้ตัวคนทำแล้ว เจ้าของร้านเปิดกล้องให้ดู เมย์เจ็บใจมากเลยค่ะแต่ก็ทำอะไรไม่ได้”“ร้านอยู่ที่ไหนป้าจะพาไปแจ้งความ”“ไม่ต้องถึงกับแจ้งความหรอกค่ะ เมย์ไม่เป็นไรต่อไปเมย์จะระวังให้มากขึ้น”“ถือว่าฟาดเคราะห์ไปนะลูก ต่อไปมีเรื่องแบบนี้ให้รีบโทรหาป้าเลยนะ” คุณหญิงบอกพร้อมกับลูบศีรษะอย่างเอ็นดูก่อนเอ่ยต่อ “ขวัญเอยขวัญมานะลูก ป้าไม่น่าใจอ่อน ยอมให้หนูมาเองเลย”“ไม่ใช่ความผิดของคุณป้าหรอกค่ะ เมย์แค่โชคร้าย …คุณป้าคะ”“ว่ายังไงลูก”“เมย์อยากไปเยี่ยมแม่ค่ะ”“หนูพึ่งมาเหนื่อย ๆ ขึ้นไปพักผ่อนก่อนเถอะ เดี๋ยวช่วงเย็น ๆ ป้าจะพาไป”“ค่ะ”“ไปกินข้าวกันก่อนดีกว่า”“เมย์ยังไม่หิว ถ้าคุณป้าไม่ว่าอะไรเมย์ขอขึ้นไปจัดของก่อนนะคะ”“ได้จ้ะตามใจ ถ้าหิวก็บอกหนูนาได้เลยนะ”เมื่อเจ้าของบ้านอนุญาต เมธาวีจึงหมุนตัวเดินกลับขึ้นห้องแต่ต้องชะงัก เมื่อเจอชาย
“นี่ห้องของคุณ”“ขอบคุณค่ะ”เมธาวีพยายามใจดีสู้เสือเอาไว้ ยังไงเธอก็ต้องอยู่ที่นี่ไปก่อนการไม่สร้างศัตรูน่าจะดีที่สุด แต่ดูเหมือนจะไม่ทันเสียแล้ว เธอยื่นมือไปรับกระเป๋าจากเขาแต่เขากับไม่ยอมปล่อย จนเธอต้องออกแรงดึงจนหลุดจากมือเขา ก่อนจะรีบเดินเข้าห้องแล้วปิดประตูทันที'ซวยแล้วมั้ยยัยเมย์เอ๊ย มีเรื่องกับลูกชายเจ้าของบ้าน แล้วทีนี้จะอยู่ยังไง'เธอบ่นให้กับตัวเองก่อนจะเดินไปสำรวจด้านใน เพื่อจะจัดการเก็บข้าวของเข้าที่ แต่หญิงสาวรู้สึกแปลกๆ เธอเดินไปที่ห้องเสื้อผ้าเปิดตู้ดูก็พบเสื้อผ้าผู้ชายอยู่เต็มตู้ เมื่อคิดได้จึงรีบเดินถอยออกมา แต่ไม่ทันเสียแล้วเจ้าของห้องตัวจริงยืนกอดอกอยู่หน้าประตูแล้ว“ไอ้ลุงโรคจิตนายจะทำอะไร”“ผมบอกคุณแล้วใช่มั้ยว่าถ้าเรียกผมแบบนั้นอีก คุณโดนดีแน่” ไม่พูดเปล่าขายาว ๆ ก้าวตรงไปหาหญิงสาวทันที“ถ้าคุณทำอะไรฉัน ฉันจะร้องเรียกคุณป้า”“ก็เอาสิ ร้องตอนนี้เลยก็ได้นะ คนอื่นจะได้รู้ว่าคุณมาอ่อยผมถึงในห้องนอนของผม”“คุณนี่มัน ไอ้ทุเรศ ไอ้..”ฟอดร่างสูงโน้มลงมาหอมแก้มเธอเป็นการลงโทษ จนหญิงสาวต้องยกมือขึ้นมาปิด กรวัฒน์คลี่ยิ้มอย่างพอใจ“อี๋ ไอ้โรคจิตหนวดคุณมันน่าขยะแขยง ถอยออกไ
“คุณเมย์คือว่าคุณคนนี้เขา...” หนูนาพยายามอธิบาย“ไม่เป็นไรหนูนา ถ้าคุณป้าต่อว่าเมย์จะรับผิดชอบเรื่องนี้เอง”“ไม่ใช่แบบนั้นค่ะคุณเมย์ คุณกรคะคือว่า...” ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครฟังที่หนูนาพูดเลย“พูดบ้าอะไรของคุณเนี่ย” กรวัฒน์ถาม“ไม่ใช่เรื่องของคุณ” เธอบอกก่อนกระซิบที่ข้างหูเขาให้เขาได้ยินคนเดียว “ไอ้ลุงโรคจิต”“ถ้าเรียกผมว่าลุงอีกคำเดียวคุณได้เจอดีแน่”เห็นสีหน้ายียวนท้าทายของคนตรงหน้า กรวัฒน์ถึงกับกัดกรามแน่นหากไม่จุก เขาจะลากเธอเข้าบ้านไปสั่งสอนตอนนี้แหละ“จะทำไม อยากโดนแบบเมื่อกี้อีกใช่มั้ย” ระหว่างที่ทั้งสองคนเถียงกันเสียงดังจนคนในบ้านต้องออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะได้ยินเสียงแตรนานแล้วแต่ไม่มีใครเดินเข้าบ้านเสียที“เกิดอะไรขึ้นหนูนา ใครมาเอะอะเสียงดังโวยวายหน้าบ้าน”“คือว่า” หนูนากำลังจะอธิบายแต่คุณหญิงแก้วฤดีหันไปเจอบุตรชายเอามือกุมที่เป้าของตนเองด้วยท่าทางไม่สบายก็ตกใจจนไม่ทันมองเห็นหญิงสาวอีกคนที่ยืนอยู่ไม่ห่างกัน“กรเกิดอะไรขึ้นลูกเป็นอะไร ปวดท้องเหรอ” คุณหญิงถามขึ้นด้วยความเป็นห่วงรีบเดินไปประคองร่างบุตรชายให้ลุกขึ้น“เปล่าครับคุณแม่”“แล้วนี่เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้นเสียงดังเข้
ในที่สุดเมธาวีก็เดินทางมาถึงบ้านคุณหญิงแก้วฤดี บ้านที่เธอต้องมาอาศัยอยู่ชั่วคราว โดยมีสาวใช้มารอรับเธออยู่ก่อนแล้ว เมื่อมาถึงหนูนาสาวใช้รุ่นราวคราวเดียวกับเธอก็พาเดินเข้าไปด้านในอย่างสุภาพระหว่างที่ทั้งสองกำลังเดินเข้ามาภายในบริเวณบ้าน มีรถสปอตคันหรูขับแล่นตามเข้ามา ทันทีที่คนขับเห็นแผ่นหลังของผู้หญิงที่ลากกระเป๋ากำลังเดินเข้าบ้าน เขารู้สึกคุ้น ไม่นานก็นึกออก ทั้งรูปร่าง หน้าตา ท่าเดินรวมถึงกระเป๋าเดินทางใบนั้นใช่เลยเป็นเธอแน่ ๆ“ยัยเม่น”เสียงอุทานดังขึ้นพร้อมกับเสียงแตรที่ดังสนั่นจนทั้งสองสาวต้องหันไปมองและต้องตกใจที่ รถคันดังกล่าวตั้งใจขับเฉี่ยวปาดหน้าทั้งสองคนไป“ว้ายย ตายแล้วคุณเมย์เป็นอะไรมั้ยคะ” หนูนาร้องด้วยความตกใจเมื่อเห็นหญิงสาวที่เดินมาด้วยกัน ล้มก้นจ้ำเบ้าอยู่ที่พื้น“เมย์ไม่เป็นอะไร แล้วหนูนาละ”“หนูนาก็ไม่เป็นอะไรค่ะ” รถสปอร์ตคันหรูจอดนิ่งสนิทดูเหมือนคนขับจะไม่ยอมลงจากรถ ด้วยความโมโหเมธาวีรีบก้าวขาสั้น ๆเข้าไปหาทันที“นี่ลงมาเดี๋ยวนี้เลยนะ ขับรถประสาอะไร ไม่เห็นคนเดิน อยู่หรือไง”เมธาวีร้องโวยวายต่อว่าพร้อมกับเคาะกระจกรถรัวๆ อย่างเอาเรื่อง หนูนาที่เห็นดังนั้นจึงรีบวิ่ง
“ไอ้นนท์นี่กูถูกใส่ร้ายนะ ถือว่าเป็นผู้เสียหายเหมือนกันมึงเห็นผู้หญิงดีกว่าเพื่อนรึไง”“เออ ๆ ช่างมันก่อน”“ในฐานะที่ผมเป็นเจ้าของร้าน ผมต้องขอโทษคุณ…”“เมย์ ค่ะ”“ครับ ผมต้องขอโทษคุณเมย์ด้วยที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นในร้านของผม จะให้ผมพาไปแจ้งความมั้ย”“ไม่ต้องค่ะ ช่างมันเถอะเสียเวลาเปล่า ๆ ถือว่าทำบุญทำทานไป”เมธาวีบอกอย่างเหนื่อยใจ ก่อนจะหันไปขอโทษชายอีกคนที่เธอต่อว่าเขาไว้มาก อย่างรู้สึกผิดทั้งที่เขาไม่ได้ทำอะไรเลย แต่ก็นะด้วยท่าทางที่น่าหมั่นไส้ของเขา ก็ทำให้เธอไม่ชอบขี้หน้าเขาอยู่ดี“แล้วฉันก็ต้องขอโทษคุณด้วย ที่เข้าใจคุณผิด” กรวัฒน์กระตุกยิ้มอย่างพอใจ ยิ่งเห็นสีหน้าคนหน้าแตกเขายิ่งสะใจแต่มันยังไม่พอกับสิ่งที่เธอทำกับเขา“ด่าผมต่อหน้าคนมากมายขนาดนั้น จะพูดแค่ขอโทษเบา ๆ แค่นี้เหรอง่ายไปหน่อยมั้ยคุณ”“แล้วคุณต้องการอะไร”“ขอโทษให้มันดัง ๆเหมือนตอนด่าผมหน่อย”“ใครจะไปรู้ล่ะ ฉันหันมาก็เจอคุณยืนอยู่ตรงนั้น” ดวงตาโตกลมเหลือบมองหน้าเขาก่อนพูดต่อ “แล้วคุณก็เป็นแบบเนี้ย ใครเห็นใครก็ต้องคิดทั้งนั้นแหละ” พูดจบก็หลุบตาลงต่ำไม่กล้าสบตาเขา“ผมเป็นแบบไหน” เสียงเข้มเค้นถาม“ฉันพูดได้ใช่มั้ย”“พูดม
“จะเปล่าได้ยังไง ก็มีแค่คุณที่ยืนอยู่ข้างหลังฉัน”“เอ่อ...ผมว่าทั้งสองคนใจเย็นๆกันก่อนนะครับ เอาแบบนี้ดีกว่าเพื่อไม่เป็นการรบกวนลูกค้าท่านอื่น เชิญทั้งสองคนเข้าไปคุยในห้องทำงานผมดีกว่า”สิ้นคำของธนนท์เท่านั้นแหละ เมธาวีก็มองไปรอบๆ เห็นทุกคนจ้องมองมายังพวกเธออย่างที่เขาบอก จึงยอมเดินลากกระเป๋าไปยังห้องที่เจ้าของร้านชี้ ด้วยสีหน้าบึ้งตึงไม่พอใจ“ไม่มีอะไรครับแค่เรื่องเข้าใจผิดกัน ต้องขออภัยทุกท่านด้วยนะครับที่ทำให้เสียเวลา วันนี้ทางร้านลดราคาเครื่องดื่มให้ลูกค้า50% ทุกเมนูเป็นการขอโทษครับ”ธนนท์บอกกับลูกค้าก่อนจะเดินตามทั้งสองคนเข้าไปในห้องทันที“มันเกิดอะไรขึ้นวะ”“ก็ยัยเด็กนี่ มากล่าวหาว่ากูจับก้นแบน ๆ ของหล่อน”เด็กนี่อย่างนั้นหรือธนนท์มองสำรวจหญิงสาวอีกคน จากสายตาที่เห็น ถึงผู้หญิงคนนี้จะดูเด็ก แต่ก็ไม่ได้เด็กมากถึงขนาดนั้น แถมยังเป็นสาวสวยหน้าตาดีอีกต่างหาก ผมยาวสลวยของเธอถูกมัดเป็นหางม้า ดวงตาโตกลมสีน้ำตาลเข้ม จมูกโด่งเข้ารูปรับกับริมฝีปากอวบอิ่มจิ้มลิ้ม แถมรูปร่างบางโค้งเว้าเป็นสัดส่วนอย่างสาวสะพรั่ง ธนนท์คิด“นี่ไอ้คุณลุงโรคจิต เลิกว่าก้นฉันแบนสักที แล้วก็คุณเจ้าของร้าน”“ครับ”