“นี่ห้องของคุณ”
“ขอบคุณค่ะ”
เมธาวีพยายามใจดีสู้เสือเอาไว้ ยังไงเธอก็ต้องอยู่ที่นี่ไปก่อนการไม่สร้างศัตรูน่าจะดีที่สุด แต่ดูเหมือนจะไม่ทันเสียแล้ว เธอยื่นมือไปรับกระเป๋าจากเขาแต่เขากับไม่ยอมปล่อย จนเธอต้องออกแรงดึงจนหลุดจากมือเขา ก่อนจะรีบเดินเข้าห้องแล้วปิดประตูทันที
'ซวยแล้วมั้ยยัยเมย์เอ๊ย มีเรื่องกับลูกชายเจ้าของบ้าน แล้วทีนี้จะอยู่ยังไง'
เธอบ่นให้กับตัวเองก่อนจะเดินไปสำรวจด้านใน เพื่อจะจัดการเก็บข้าวของเข้าที่ แต่หญิงสาวรู้สึกแปลกๆ เธอเดินไปที่ห้องเสื้อผ้าเปิดตู้ดูก็พบเสื้อผ้าผู้ชายอยู่เต็มตู้ เมื่อคิดได้จึงรีบเดินถอยออกมา แต่ไม่ทันเสียแล้วเจ้าของห้องตัวจริงยืนกอดอกอยู่หน้าประตูแล้ว
“ไอ้ลุงโรคจิตนายจะทำอะไร”
“ผมบอกคุณแล้วใช่มั้ยว่าถ้าเรียกผมแบบนั้นอีก คุณโดนดีแน่” ไม่พูดเปล่าขายาว ๆ ก้าวตรงไปหาหญิงสาวทันที
“ถ้าคุณทำอะไรฉัน ฉันจะร้องเรียกคุณป้า”
“ก็เอาสิ ร้องตอนนี้เลยก็ได้นะ คนอื่นจะได้รู้ว่าคุณมาอ่อยผมถึงในห้องนอนของผม”
“คุณนี่มัน ไอ้ทุเรศ ไอ้..”
ฟอด
ร่างสูงโน้มลงมาหอมแก้มเธอเป็นการลงโทษ จนหญิงสาวต้องยกมือขึ้นมาปิด กรวัฒน์คลี่ยิ้มอย่างพอใจ
“อี๋ ไอ้โรคจิตหนวดคุณมันน่าขยะแขยง ถอยออกไปเลยนะไม่งั้นฉันจะเรียกคุณป้า...”
ฟอด
เขาก้มลงหอมแก้มอีกข้างของเธอ หลังมือเรียวยกขึ้นมาปิดแก้มข้างที่เขาเพิ่งหอมไปเมื่อสักครู่ไว้ เมธาวีถลึงตาใส่อย่างไม่พอใจความร้อนวิ่งพล่านไปทั่วใบหน้าสวย แต่กับทำให้เขาพอใจ สายตากรุ้มกริ่มจ้องมองเธอนิ่ง ๆ
“เรียกสิ เรียกเลย ร้องให้ดัง ๆนะ เพราะห้องนี้เก็บเสียง”
“ไอ้..” ก่อนที่เธอจะพูดเขาก็เอ่ยเตือนเสียก่อน
“ถ้าด่าอีก ทีนี้จะเป็นปากนุ่ม ๆของคุณแล้วนะ” จบคำเขาเมธาวีรีบยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปิดปากของตัวเองไว้
“ครั้งหน้าถ้าคุณด่าผม ให้ได้ยินอีกรู้ใช่มั้ยว่าจะเจอกับอะไร” เมื่อเธอไม่ตอบเขาก็ขู่ซ้ำ
“เงียบแบบนี้แสดงว่ายังไม่รู้ งั้นเดี๋ยวผมทำให้ดูก่อน”
สิ้นคำเขาก็ใช้สองมือจับข้อมือเธอทั้งสองข้างไว้ พร้อมกระตุกร่างบางเข้ามาหา ทำเอาหญิงสาวตกใจรู้สึกกลัวว่าเขาจะทำอย่างที่พูด
“ระ..รู้ ..รู้แล้วจะไม่ทำอีกแล้ว” เธอบอกเสียงเบาตอนนี้รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง รู้สึกว่าทุกอย่างเกิดขึ้นไว ทุกอย่างเหนือการคาดหมายของเธอ
“ดี แค่นี้เราก็จะอยู่ด้วยกันได้อย่างสงบสุขแล้ว”
“อืม รู้แล้วถอยออกไปได้หรือยัง”
เขาไม่ตอบแต่กลับก้มหน้าลงไปหาเธอ ให้หนวดของเขาสัมผัสกับใบหน้าของเธออย่างตั้งใจ เมธาวีหลับตาปี๋ขนลุกกับสัมผัสของเขา -นี่มันโรคจิตชัด ๆ-เธอคิด จากนั้นมือหนาเลื่อนไปจับกระเป๋าของเธอรากออกมา
“เดินตามมา”
เขาออกคำสั่งเพราะเสียงเข้ม ตอนแรกกะจะแกล้งขู่ให้เธอกลัวเท่านั้น แต่พอได้สัมผัสโดนแก้มนุ่มๆ บวกกับกลิ่นหอมอ่อนๆจากกายสาวของเธอแล้วทำให้เขาอยากสัมผัสมันอีกครั้ง
หากเขาไม่พาเธอออกไปตอนนี้ มีหวังได้พาเธอเตลิดขึ้นเตียงแทนเป็นแน่ เมธาวีเองก็ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำกับเธอเช่นนี้ ทั้งที่มารดาของเขาก็อยู่ในบ้านด้วย เธอเดินตามเขาไปอย่างว่าง่ายจนมาถึงหน้าห้อง
“พักผ่อนให้สบาย ถึงเวลาทานมื้อเที่ยงผมจะให้คนมาตาม”
เขาบอกขณะรากเลื่อนกระเป๋าพร้อมกับโน้มตัวลงใกล้เธอมือเรียวรีบยกขึ้นมาดันไหล่เขากันไม่ให้เขาเข้ามาใกล้อีก
“ฉันรู้แล้ว ขอร้องเถอะอย่าเอาหนวดนั่นมาโดนตัวฉันอีกมันน่าขยะแขยง”
สิ้นคำเธอก็วิ่งเข้าห้องล็อกกลอนอย่างดีใบหน้าเห่อแดงร้อนผ่าว เกิดมายี่สิบกว่าปีไม่เคยถูกใครทำแบบนี้มาก่อนเลย
'ยัยเม่นน้อยนึกว่าจะแน่ ' เขาอุทานกับตัวเองก่อนยกยิ้มที่มุมปาก มือหนายกขึ้นลูบหนวดเคราของตัวเองราวกับสงสัย
“เป็นยังไงบ้างหนูเมย์ห้องพออยู่ได้มั้ยลูก”
“เกินกว่าอยู่ได้ค่ะคุณป้า”
“ดีแล้วถ้าหนูต้องการอะไรเพิ่มก็บอกหนูนาเขาได้เลยนะ อยู่ที่นี่ก็ให้คิดซะว่าอยู่บ้านตัวเอง”
“ขอบคุณมากนะคะ เป็นความโชคดีของเมย์กับแม่ที่ได้เจอคุณป้า แต่เมย์คงอยู่ไม่นานหรอกค่ะเมย์เกรงใจ”
“พูดอะไรอย่างนั้น แม่หนูมีบุญคุณกับป้ามาก เรื่องแค่นี้เล็กน้อย ว่าแต่เดินทางมาเป็นยังไงบ้าง บ้านป้าหายากมั้ย”
“หาไม่ยากค่ะแต่เมย์ไม่รู้ทาง หลงอยู่นานเลยรู้อย่างนี้เมย์เชื่อคุณป้าให้คนไปรับแต่แรกดีกว่า เมย์เจอโรคจิตจับก้นที่ร้านกาแฟด้วยนะคะ ไม่คิดเลยว่าจะเจอกับตัวเอง”
“อุ๊ย! ตายจริง! มันทำอะไรหนูหรือเปล่า”
“ไม่ค่ะ อันที่จริงก็รู้ตัวคนทำแล้ว เจ้าของร้านเปิดกล้องให้ดู เมย์เจ็บใจมากเลยค่ะแต่ก็ทำอะไรไม่ได้”“ร้านอยู่ที่ไหนป้าจะพาไปแจ้งความ”“ไม่ต้องถึงกับแจ้งความหรอกค่ะ เมย์ไม่เป็นไรต่อไปเมย์จะระวังให้มากขึ้น”“ถือว่าฟาดเคราะห์ไปนะลูก ต่อไปมีเรื่องแบบนี้ให้รีบโทรหาป้าเลยนะ” คุณหญิงบอกพร้อมกับลูบศีรษะอย่างเอ็นดูก่อนเอ่ยต่อ “ขวัญเอยขวัญมานะลูก ป้าไม่น่าใจอ่อน ยอมให้หนูมาเองเลย”“ไม่ใช่ความผิดของคุณป้าหรอกค่ะ เมย์แค่โชคร้าย …คุณป้าคะ”“ว่ายังไงลูก”“เมย์อยากไปเยี่ยมแม่ค่ะ”“หนูพึ่งมาเหนื่อย ๆ ขึ้นไปพักผ่อนก่อนเถอะ เดี๋ยวช่วงเย็น ๆ ป้าจะพาไป”“ค่ะ”“ไปกินข้าวกันก่อนดีกว่า”“เมย์ยังไม่หิว ถ้าคุณป้าไม่ว่าอะไรเมย์ขอขึ้นไปจัดของก่อนนะคะ”“ได้จ้ะตามใจ ถ้าหิวก็บอกหนูนาได้เลยนะ”เมื่อเจ้าของบ้านอนุญาต เมธาวีจึงหมุนตัวเดินกลับขึ้นห้องแต่ต้องชะงัก เมื่อเจอชาย
“นี่ห้องของคุณ”“ขอบคุณค่ะ”เมธาวีพยายามใจดีสู้เสือเอาไว้ ยังไงเธอก็ต้องอยู่ที่นี่ไปก่อนการไม่สร้างศัตรูน่าจะดีที่สุด แต่ดูเหมือนจะไม่ทันเสียแล้ว เธอยื่นมือไปรับกระเป๋าจากเขาแต่เขากับไม่ยอมปล่อย จนเธอต้องออกแรงดึงจนหลุดจากมือเขา ก่อนจะรีบเดินเข้าห้องแล้วปิดประตูทันที'ซวยแล้วมั้ยยัยเมย์เอ๊ย มีเรื่องกับลูกชายเจ้าของบ้าน แล้วทีนี้จะอยู่ยังไง'เธอบ่นให้กับตัวเองก่อนจะเดินไปสำรวจด้านใน เพื่อจะจัดการเก็บข้าวของเข้าที่ แต่หญิงสาวรู้สึกแปลกๆ เธอเดินไปที่ห้องเสื้อผ้าเปิดตู้ดูก็พบเสื้อผ้าผู้ชายอยู่เต็มตู้ เมื่อคิดได้จึงรีบเดินถอยออกมา แต่ไม่ทันเสียแล้วเจ้าของห้องตัวจริงยืนกอดอกอยู่หน้าประตูแล้ว“ไอ้ลุงโรคจิตนายจะทำอะไร”“ผมบอกคุณแล้วใช่มั้ยว่าถ้าเรียกผมแบบนั้นอีก คุณโดนดีแน่” ไม่พูดเปล่าขายาว ๆ ก้าวตรงไปหาหญิงสาวทันที“ถ้าคุณทำอะไรฉัน ฉันจะร้องเรียกคุณป้า”“ก็เอาสิ ร้องตอนนี้เลยก็ได้นะ คนอื่นจะได้รู้ว่าคุณมาอ่อยผมถึงในห้องนอนของผม”“คุณนี่มัน ไอ้ทุเรศ ไอ้..”ฟอดร่างสูงโน้มลงมาหอมแก้มเธอเป็นการลงโทษ จนหญิงสาวต้องยกมือขึ้นมาปิด กรวัฒน์คลี่ยิ้มอย่างพอใจ“อี๋ ไอ้โรคจิตหนวดคุณมันน่าขยะแขยง ถอยออกไ
“คุณเมย์คือว่าคุณคนนี้เขา...” หนูนาพยายามอธิบาย“ไม่เป็นไรหนูนา ถ้าคุณป้าต่อว่าเมย์จะรับผิดชอบเรื่องนี้เอง”“ไม่ใช่แบบนั้นค่ะคุณเมย์ คุณกรคะคือว่า...” ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครฟังที่หนูนาพูดเลย“พูดบ้าอะไรของคุณเนี่ย” กรวัฒน์ถาม“ไม่ใช่เรื่องของคุณ” เธอบอกก่อนกระซิบที่ข้างหูเขาให้เขาได้ยินคนเดียว “ไอ้ลุงโรคจิต”“ถ้าเรียกผมว่าลุงอีกคำเดียวคุณได้เจอดีแน่”เห็นสีหน้ายียวนท้าทายของคนตรงหน้า กรวัฒน์ถึงกับกัดกรามแน่นหากไม่จุก เขาจะลากเธอเข้าบ้านไปสั่งสอนตอนนี้แหละ“จะทำไม อยากโดนแบบเมื่อกี้อีกใช่มั้ย” ระหว่างที่ทั้งสองคนเถียงกันเสียงดังจนคนในบ้านต้องออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะได้ยินเสียงแตรนานแล้วแต่ไม่มีใครเดินเข้าบ้านเสียที“เกิดอะไรขึ้นหนูนา ใครมาเอะอะเสียงดังโวยวายหน้าบ้าน”“คือว่า” หนูนากำลังจะอธิบายแต่คุณหญิงแก้วฤดีหันไปเจอบุตรชายเอามือกุมที่เป้าของตนเองด้วยท่าทางไม่สบายก็ตกใจจนไม่ทันมองเห็นหญิงสาวอีกคนที่ยืนอยู่ไม่ห่างกัน“กรเกิดอะไรขึ้นลูกเป็นอะไร ปวดท้องเหรอ” คุณหญิงถามขึ้นด้วยความเป็นห่วงรีบเดินไปประคองร่างบุตรชายให้ลุกขึ้น“เปล่าครับคุณแม่”“แล้วนี่เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้นเสียงดังเข้
ในที่สุดเมธาวีก็เดินทางมาถึงบ้านคุณหญิงแก้วฤดี บ้านที่เธอต้องมาอาศัยอยู่ชั่วคราว โดยมีสาวใช้มารอรับเธออยู่ก่อนแล้ว เมื่อมาถึงหนูนาสาวใช้รุ่นราวคราวเดียวกับเธอก็พาเดินเข้าไปด้านในอย่างสุภาพระหว่างที่ทั้งสองกำลังเดินเข้ามาภายในบริเวณบ้าน มีรถสปอตคันหรูขับแล่นตามเข้ามา ทันทีที่คนขับเห็นแผ่นหลังของผู้หญิงที่ลากกระเป๋ากำลังเดินเข้าบ้าน เขารู้สึกคุ้น ไม่นานก็นึกออก ทั้งรูปร่าง หน้าตา ท่าเดินรวมถึงกระเป๋าเดินทางใบนั้นใช่เลยเป็นเธอแน่ ๆ“ยัยเม่น”เสียงอุทานดังขึ้นพร้อมกับเสียงแตรที่ดังสนั่นจนทั้งสองสาวต้องหันไปมองและต้องตกใจที่ รถคันดังกล่าวตั้งใจขับเฉี่ยวปาดหน้าทั้งสองคนไป“ว้ายย ตายแล้วคุณเมย์เป็นอะไรมั้ยคะ” หนูนาร้องด้วยความตกใจเมื่อเห็นหญิงสาวที่เดินมาด้วยกัน ล้มก้นจ้ำเบ้าอยู่ที่พื้น“เมย์ไม่เป็นอะไร แล้วหนูนาละ”“หนูนาก็ไม่เป็นอะไรค่ะ” รถสปอร์ตคันหรูจอดนิ่งสนิทดูเหมือนคนขับจะไม่ยอมลงจากรถ ด้วยความโมโหเมธาวีรีบก้าวขาสั้น ๆเข้าไปหาทันที“นี่ลงมาเดี๋ยวนี้เลยนะ ขับรถประสาอะไร ไม่เห็นคนเดิน อยู่หรือไง”เมธาวีร้องโวยวายต่อว่าพร้อมกับเคาะกระจกรถรัวๆ อย่างเอาเรื่อง หนูนาที่เห็นดังนั้นจึงรีบวิ่ง
“ไอ้นนท์นี่กูถูกใส่ร้ายนะ ถือว่าเป็นผู้เสียหายเหมือนกันมึงเห็นผู้หญิงดีกว่าเพื่อนรึไง”“เออ ๆ ช่างมันก่อน”“ในฐานะที่ผมเป็นเจ้าของร้าน ผมต้องขอโทษคุณ…”“เมย์ ค่ะ”“ครับ ผมต้องขอโทษคุณเมย์ด้วยที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นในร้านของผม จะให้ผมพาไปแจ้งความมั้ย”“ไม่ต้องค่ะ ช่างมันเถอะเสียเวลาเปล่า ๆ ถือว่าทำบุญทำทานไป”เมธาวีบอกอย่างเหนื่อยใจ ก่อนจะหันไปขอโทษชายอีกคนที่เธอต่อว่าเขาไว้มาก อย่างรู้สึกผิดทั้งที่เขาไม่ได้ทำอะไรเลย แต่ก็นะด้วยท่าทางที่น่าหมั่นไส้ของเขา ก็ทำให้เธอไม่ชอบขี้หน้าเขาอยู่ดี“แล้วฉันก็ต้องขอโทษคุณด้วย ที่เข้าใจคุณผิด” กรวัฒน์กระตุกยิ้มอย่างพอใจ ยิ่งเห็นสีหน้าคนหน้าแตกเขายิ่งสะใจแต่มันยังไม่พอกับสิ่งที่เธอทำกับเขา“ด่าผมต่อหน้าคนมากมายขนาดนั้น จะพูดแค่ขอโทษเบา ๆ แค่นี้เหรอง่ายไปหน่อยมั้ยคุณ”“แล้วคุณต้องการอะไร”“ขอโทษให้มันดัง ๆเหมือนตอนด่าผมหน่อย”“ใครจะไปรู้ล่ะ ฉันหันมาก็เจอคุณยืนอยู่ตรงนั้น” ดวงตาโตกลมเหลือบมองหน้าเขาก่อนพูดต่อ “แล้วคุณก็เป็นแบบเนี้ย ใครเห็นใครก็ต้องคิดทั้งนั้นแหละ” พูดจบก็หลุบตาลงต่ำไม่กล้าสบตาเขา“ผมเป็นแบบไหน” เสียงเข้มเค้นถาม“ฉันพูดได้ใช่มั้ย”“พูดม
“จะเปล่าได้ยังไง ก็มีแค่คุณที่ยืนอยู่ข้างหลังฉัน”“เอ่อ...ผมว่าทั้งสองคนใจเย็นๆกันก่อนนะครับ เอาแบบนี้ดีกว่าเพื่อไม่เป็นการรบกวนลูกค้าท่านอื่น เชิญทั้งสองคนเข้าไปคุยในห้องทำงานผมดีกว่า”สิ้นคำของธนนท์เท่านั้นแหละ เมธาวีก็มองไปรอบๆ เห็นทุกคนจ้องมองมายังพวกเธออย่างที่เขาบอก จึงยอมเดินลากกระเป๋าไปยังห้องที่เจ้าของร้านชี้ ด้วยสีหน้าบึ้งตึงไม่พอใจ“ไม่มีอะไรครับแค่เรื่องเข้าใจผิดกัน ต้องขออภัยทุกท่านด้วยนะครับที่ทำให้เสียเวลา วันนี้ทางร้านลดราคาเครื่องดื่มให้ลูกค้า50% ทุกเมนูเป็นการขอโทษครับ”ธนนท์บอกกับลูกค้าก่อนจะเดินตามทั้งสองคนเข้าไปในห้องทันที“มันเกิดอะไรขึ้นวะ”“ก็ยัยเด็กนี่ มากล่าวหาว่ากูจับก้นแบน ๆ ของหล่อน”เด็กนี่อย่างนั้นหรือธนนท์มองสำรวจหญิงสาวอีกคน จากสายตาที่เห็น ถึงผู้หญิงคนนี้จะดูเด็ก แต่ก็ไม่ได้เด็กมากถึงขนาดนั้น แถมยังเป็นสาวสวยหน้าตาดีอีกต่างหาก ผมยาวสลวยของเธอถูกมัดเป็นหางม้า ดวงตาโตกลมสีน้ำตาลเข้ม จมูกโด่งเข้ารูปรับกับริมฝีปากอวบอิ่มจิ้มลิ้ม แถมรูปร่างบางโค้งเว้าเป็นสัดส่วนอย่างสาวสะพรั่ง ธนนท์คิด“นี่ไอ้คุณลุงโรคจิต เลิกว่าก้นฉันแบนสักที แล้วก็คุณเจ้าของร้าน”“ครับ”