เข้าสู่ระบบคำโปรยนิยาย เมื่อคนที่มาเปิดซิงสาวร่านคือพ่อเพื่อนสนิท... ฉันจะทำยังไงในเมื่อมันติดใจจนโงหัวไม่ขึ้น ใครจะคิดว่าผู้ชายคนแรกที่พรากความบริสุทธิ์และสอนให้ฉันรู้จักความเสียวซ่านจนแทบคลั่ง จะไม่ใช่หนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกัน แต่กลับเป็น "อาอิฐ" คุณพ่อหม้ายสุดฮอตของเพื่อนสนิทตัวเอง! ยิ่งต้องปิดบังและหลบๆ ซ่อนๆ มากเท่าไหร่ เพลิงสวาทและรสชาติของความผิดบาปก็ยิ่งแผดเผาจนสติกระเจิดกระเจิง...
ดูเพิ่มเติม"นี่แก... เรียนจบไปแล้วอยากเป็นอะไร?"
เพื่อนสาวคนสนิทคนสวยแหงนหน้าขึ้นมาด้วยแววตาวาววับ ก่อนจะตอบเสียงใส "แน่นอนว่าต้องหางานที่ได้เงินดีสิ ไม่อยากเกาะพ่อแดก พอโตเป็นสาวแล้วตาแก่นั่นขี้บ่นชะมัด!" ฉันฟังแล้วก็หัวเราะลั่น ก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ แล้วตอบความต้องการลึกๆ ในใจของตัวเองออกไปบ้าง "ฉันไม่อยากทำงานนอกบ้าน อยากอยู่บ้านเลี้ยงลูกมีสามีมีลูกเยอะๆ ประชากรมันน้อยต้องหาพ่อพันธุ์ดีๆ ปั๊มลูกช่วยโลก สามีต้องขยัน... ขยันทำการบ้านและทำลูกเก่งๆ แบบไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ฮ่าๆๆๆๆ!" แกจะกู้โลกเร๊อะ เอาพ่อฉันไหม พ่อฉันขยันมากถ้าไม่ป้องกันป่านนี้ฉันคงมีน้องครึ่งประเทศไปละ พ่อแกอะนะ เออไม่เคยเจอกันใช่ไหมคลาดกันตลอดนี่ ตาแก่นั่นชอบนอนกลางวันออกหากินตอนกลางคืนทำตัวอย่างกับมนุษย์ค้างคาว นี่แกนินทาพ่อบังเกิดเกล้าตัวเองเดี๋ยวนรกก็กินกบาล ไม่เห็นจะกลัวเลย ใครจะไปคิดล่ะว่า คำพูดเล่นๆ ในวันนั้น มันจะทำให้ความฝันของฉัน..เป็นความจริง . . เฮ้ออออ เสียงถอนหายใจยาวด้วยความหงุดหงิดหลุดออกมาจากริมฝีปากสีสดของฉัน สาวมหาลัยปีสี่ใครๆ ก็แต่งตัวเปรี้ยวจี๊ดเข็ดฟันกันทั้งนั้น ฉันกับเพื่อนสนิทเองก็ไม่น้อยหน้าใคร เสื้อตัวเล็กรัดอกทรงโตจนกระดุมแทบปริแตกกับกระโปรงสั้นเสมอหูผ่าหน้าลึกจนถึงขอบกางเกงชั้นในสีขาวบริสุทธิ์ ผมยาวตรงสลวยสีเข้มตัดกับสีผิวขาวจัดแต่งแต้มเครื่องสำอางจัดเต็มแต่ก็ไม่หนาเตอะจนน่าเกลียด ฉันชื่อสมร..ใช่ฉันชื่อสมร ชื่อเล่นชื่อหมอน..เห่อะๆๆ ฉันอายุแค่ยี่สิบสองแต่มีความชอบแปลกๆ จนเพื่อนไม่ค่อยอยากเล่นด้วย ก็เรื่องความย้อนแย้งห่ามสุดขั้วที่พูดถึงเรื่องใต้สะดืออย่างเปิดเผย กับยัยน้ำเพื่อนสนิทที่มีนิสัยร่านไม่ต่างกันคงไม่มีใครคบก็เลยมาคบกันเองชีวิตพวกเราน่ะเหรอ.. แม่งโคตรบ้า ช่วงชีวิตมหาวิทยาลัยบรรยากาศในกลุ่มเพื่อนสาววัยรุ่นกำลังคุยกันเรื่องโปรเจกต์จบอย่างเคร่งเครียด แต่สำหรับฉัน "สมร" หรือที่ใครๆ ชอบเรียกว่า "หมอน" คนนี้ บอกเลยว่าเรื่องเรียนน่ะมันเรื่องรอง เรื่องใต้สะดือต่างหากคือความศิวิไลในชีวิต ใช่ค่ะ ฉันอายุแค่ยี่สิบสอง แต่มีความชอบและรสนิยมแปลกแยกจนเพื่อนคนอื่นพากันถอยห่าง เพราะฉันดันเป็นพวกห่ามสุดขั้ว กล้าพูดเรื่องเซ็กส์และเรื่องใต้สะดือได้อย่างเปิดเผย หน้าด้าน...เพื่อนคนอื่นชอบด่าฉันแบบนั้น จนกระทั่งได้มาซี้ปึ้กกับ "ยัยน้ำ" เพื่อนสนิทที่มีความร่านและความห่ามไม่แพ้กัน สองคนนี้เลยกลายเป็นคู่หูตัวแม่ที่คบกันเอง เพราะไม่มีใครกล้าคบ ชีวิตพวกเราสองคนน่ะเหรอ... บอกเลยว่าห่ามและปากจัดยิ่งกว่าพวกผู้ชายเสียอีก! ในวันนั้น ระหว่างที่พวกเรากำลังนั่งเซ็งกับกองเอกสารโปรเจกต์จบ ยัยน้ำก็บ่นขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด "โปรเจกต์จบนี่ใครเป็นคนคิดวะ ว่ามันต้องทำให้ยากเย็นแสนเข็ญขนาดนี้เนี่ย!" ฉันหัวเราะหึๆ ในลำคอ ก่อนจะปรายตามองกลุ่มเพื่อนร่วมคณะที่นั่งทำหน้าเคร่งเครียดอยู่โต๊ะถัดไป แล้วกระซิบกระซาบกับยัยน้ำด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "นั่นดิ... เราไปจับไอ้คนออกไอเดียโปรเจกต์นี้มาปล้ำกันดีมะวะ? จะขย่มให้น้ำมันหมดตัว ชักตาตั้งคาอกกันไปข้างเลยคิกๆๆ" พวกเราสองคนหัวคิกคักกันอย่างสนุกสนานโดยไม่แคร์สายตาใคร แต่เสียงกระซิบกระซาบและท่าทางทะลึ่งตึงตังนั้น ดันไปเข้าหูกลุ่มสาวเรียบร้อยหน้าตาแบ๊วที่นั่งอยู่ไม่ไกลเข้า ยัยพวกนั้นหันมามองด้วยสายตาเหยียดหยาม ก่อนจะแอบกระซิกนินทากันเบาๆ แต่ตั้งใจให้พวกเราได้ยิน “ยัยพวกบ้านั่น... พูดเรื่องทะลึ่งหน้าตาเฉยได้ไงน่าเกลียดชะมัด” “ก็ดูแต่งหน้าแต่งตัวยั่วผู้ชายสิ คงเก็บเรียบไปหมดทั้งคณะแล้วมั้งนั่น” “แถมข้างล่างคงจะบานนนจนกว้างโคร่งแน่ๆ เลยแก คิกๆๆ” คำนินทาลอยเข้าหูแบบนั้น มีเหรอที่คนอย่าง "หมอน" และยัยน้ำจะยอมอยู่เฉย! ฉันสะบัดบ๊อบหันขวับไปมองจิกทันทีด้วยความหมั่นไส้ "แหม่... พวกอีแอบ! ทำตัวใสซื่อหน่อมแน้ม ทำเป็นไม่รู้เรื่อง แต่ลับหลังฟาดเรียบไม่เลือกหน้า ชอบลักกินขโมยกินแล้วคิดว่าคนอื่นเขาจะร่านเหมือนตัวเองสินะยะ!" ฉันสวนกลับเสียงดังฟังชัด เด็กกลุ่มนั้นลุกหือราวกับโดนสาดน้ำร้อนยืนแล้วตอบกลับมาเสียงแข็ง "นี่แกว่าใครยะ!" "นั่นสิว่าใครกล้าว่าคนอื่น ทั้งที่สภาพพวกเธอนี่มันอย่างกับ..." "กระหรี่เหรอ?" ฉันพูดแทรกขึ้นมาหน้าตาเฉย ยกยิ้มมุมปากแล้วเชิดหน้าใส่พวกมันอย่างไม่สะท้าน "คนที่จะเป็นกระหรี่ได้เนี่ย ต้องสวย หุ่นดี เซ็กซี่จนผู้ชายน้ำลายยืดเว้ย! ไม่ผิดหรอกที่พวกขี้เหร่ๆ หน้าตาจืดชืดอย่างพวกเธอ จะมองฉันกับยัยน้ำด้วยสายตาอิจฉาตาร้อนแบบนั้นน่ะ!" "ใช่!" ยัยน้ำเสริมต่อทันควันอย่างรู้ใจ "เพราะพวกฉันมันสวยแซ่บ น่าเย่! ไม่เหมือน... ใครบางคนที่เอาดะเอาไม่เลือกเก็บของข้างทางมากินต้องคอยอัญเชิญผู้ชายเข้าหาแก้ผ้าแบแล้วแบอีกผู้ชายก็แค่เงี่ยนไม่ใช่เอาเพราะสวยเลิศเลออะไร!" "นี่ยัยหมอน!!" เสียงกรี๊ดด้วยความโกรธจัดดังลั่นห้อง ฉันหัวเราะร่าอย่างสะใจ ยกมือขึ้นกอดอกมองหน้าพวกมันด้วยแววตาท้าทาย "ทำไมยะ? เรียกชื่อฉันทำไม หรือว่าอยากหาเรื่องคนสวยหื้ม~" "อี... อีทุเรศ!" "จ้า! แม่นางฟ้าผู้แสนดี คิกๆๆๆ" ฉันหัวเราะเยาะใส่พวกมันเป็นครั้งสุดท้าย ปล่อยให้ความโมโหของยัยพวกนั้นสะใจโคตรๆ "ปากแกเนี่ยนะจริงๆ เลย... ถ้าวันไหนมันบังเอิญมีผู้ชายดักตีหัวแล้วลากไปรุมเข้าจริงๆ เดี๋ยวก็เป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตหรอกแก" น้ำเตือนด้วยความระอา ฉันแค่นหัวเราะในลำคอ เชิดหน้าขึ้นท้าทายแบบไม่มียางอาย "ฮอะ! ใครจะไปกลัววะ? แน่จริงก็เข้ามาเลยสิ! ฉันออกจะชอบเรื่องเด้าๆ อยู่แล้ว ยิ่งอยากโดนกระแทกแรงๆ ซาดิสๆ อ๊าา... อ๊าา... ซี๊ด แค่คิดก็เงี่ยนจนเปียกแล้วเนี่ย!" "อี๋! ไอ้บ้าเอ๊ย... แกนี่มันเหลือขอจริงๆ ยัยหมอน!" ยัยน้ำส่ายหัวพรืดด้วยความทึ่งปนขำ แต่หลังจากเถียงกันจนคอแห้งแยกย้ายกันกลับ ความสดใสซ่าบซ่าเมื่อครู่ก็ถูกความเครียดกัดกินจนเหือดแห้ง สมองของฉันในตอนนี้มันตื้อตันไปหมด กองเอกสารและโปรเจกต์จบที่ใกล้เข้ามาทุกทีบีบคั้นจนประสาทแทบระเบิด มันชวนให้รู้สึกคล้ายคนใกล้จะคลุ้มคลั่งเต็มที หงุดหงิด ฟุ้งซ่าน และต้องการหาทางระบายความเครียดด่วนๆบรรยากาศยามดึกสงัดปกคลุมไปทั่วบ้านหลังใหญ่ ความเงียบงันยิ่งขับเน้นให้เสียงเข็มนาฬิกาดังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ฉันนอนพลิกตัวไปมาบนเตียงนุ่มในห้องนอนแขก พยายามข่มตาหลับเท่าไหร่ก็ทำไม่สำเร็จ... ตกดึก… นอน... ไม่... หลับ!! ฉันลืมตาโพรงขึ้นท่ามกลางความมืด พลคิดในใจด้วยความหงุดหงิดระคนสับสน แปลกที่เหรอ? บ้าน่า... ครั้งก่อนตอนที่มานอนค้างที่นี่ก็ยังนอนได้ปกติดีทุกครั้ง ทำไมพอมีพ่อเพื่อนอยู่ร่วมชายคาด้วยมันถึงได้ฟุ้งซ่านจนข่มตาไม่ลงแบบนี้ ปกติก็บ้าแล้วล่ะ! นั่นมันพ่อของเพื่อนสนิท... แถมยังเป็นผู้ชายคนแรกที่เปิดซิงฉัน เป็นคนที่ทำให้โลกทั้งใบและชีวิตเซ็กส์กับชีวิตจริงกลับตาลปัตรราวกับหน้ามือเป็นหลังมือ แต่ถึงอย่างนั้น หัวใจเจ้ากรรมก็เอาแต่คิดถึงภาพรอยยิ้มกวนประสาทและสัมผัสร้อนระอุของคนแก่ขี้บ่นคนนั้นไม่ยอมหยุด คร่อกก... ฟี้... เสียงกรนเบาๆ ของยัยน้ำที่นอนอยู่เตียงข้างๆ ดังลอดออกมาเป็นระยะ ทำเอาฉันได้แต่กัดปากหมั่นไส้ โหย... ยัยน้ำ กินอิ่มแล้วก็นอนหลับเอาเป็นเอาตาย น่าอิจฉาชะมัด จ้อกก... เสียงท้องร้องโครมครามดังประท้วงขึ้นท่ามกลางความเงียบ หิว... บ้าชะมัด! เมื่อเย็นมัวแต่เกร็งจนกินข้าว
ฝก็นั่นแหละฉันอาจจะเข้ากับพ่อเพื่อนสนิทได้ก็แค่เรื่องอย่างว่า ชีวิตจริงของคนเป็นพ่อลูกติดที่อายุเยอะกว่าหนึ่งรอบคงมองว่าเด็กผู้หญิงนั้นช่าง…ไร้สาระสิ้นดีเสียงน้ำมันในกระทะร้อนจัดส่งเสียงเดือดพล่านกระทบประสาท พร้อมกับควันจางๆ ที่ลอยกรุ่นขึ้นมาตลบอบอวลไปทั่วห้องครัว ฉันยืนหน้าเคร่งเครียดอยู่หน้าเตา กำหลิวในมือแน่นเพื่อตั้งสมาธิกับการผัดอาหารมื้อแรกในบ้านหลังนี้ โดยไม่ทันได้สังเกตเลยว่ามีเงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนเดินเงียบเชียบเข้ามาประชิดตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ จนกระทั่งแผ่นหลังเกือบชนเข้ากับแผงอกกว้างที่โน้มลงมาใกล้เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงเย้าแหย่ ปลายนิ้วหนาแกล้งแตะลงที่ข้อศอกฉันเบาๆ เพื่อลองเชิง "ท่าทางทะมัดทะแมงดีนี่"ด้วยความตกใจที่จู่ๆ ก็มีคนเข้ามาประชิดหลังในระยะประชิดแบบไม่มีเสียงฝีเท้า ฉันสะดุ้งสุดตัวจนเผลอเหวี่ยงตะหลิวในมือไปกระทบกับขอบกระทะเหล็กดังสนั่นลั่นครัว"เคร๊ง!!"ฉันรีบผละตัวถอยกรูดด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดะนวนด้วยความระแวง รีบหันไปเอ็ดใส่คนตัวโตเสียงกระซิบกระซาบพร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบด้านอย่างหวาดเสียว "คุณ..ตกใจหมด เข้ามาใกล้เกินไปแ
วัยสาวที่กำลังอยากรู้อยากลองและมีความต้องการล้นปรี่ ทำให้ไฟพิศวาสที่ซ่อนอยู่ภายในพุ่งพล่านจนความอยากทะยานขึ้นถึงขีดสุด ยิ่งคิดถึงสัมผัสร้อนระอุในคืนนั้นและเงาร่างของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า ประสาทสัมผัสทุกส่วนก็ยิ่งตื่นตัวและโหยหาอย่างหนักหน่วงช่วงนี้เวลาที่ฉันแวะมาที่บ้านของน้ำ บรรยากาศมันช่างเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเร้าใจจนหัวใจแทบวาย ทุกย่างก้าวที่เดินเข้าบ้านหลังนี้เต็มไปด้วยความลับและสายตาคมกริบที่แอบลอบมองกันอย่างมีความหมายทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้องรับแขก ฉันก็ต้องชะงักกึกเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของเขานั่งไขว่ห้างอ่านหนังสืออยู่บนโซฟารับแขก ดวงตาคมกริบช้อนขึ้นมองนิ่งๆ จนฉันต้องรีบหลบสายตาด้วยความร้อนตัวในจังหวะเดียวกันนั้น ยัยน้ำก็เดินถือจานผลไม้เข้ามาพอดี มันหันไปมองหน้าพ่อตัวเองด้วยความแปลกใจระคนสงสัย"อ้าว พ่อทำไมช่วงนี้อยู่บ้านตลอดเลย" น้ำเอ่ยถามเสียงใสร่างสูงละสายตาจากหนังสือ ปรายตามองลูกสาวด้วยแววตาเฉยชาแกมเอ็นดู "นี่บ้านฉันนะ อยู่ไม่ได้เรอะ"น้ำทำหน้ายู่ใส่ทันที เดินเข้าไปทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ ก่อนจะเอ่ยแซวด้วยความสนิทสนม "แต่สาวๆ เขาจะอยู่กันตามประสาวัยสะรุ่น บุรุษเพศสูงวัยมันไม่เข้
หลังจากผ่านพ้นความวุ่นวายและเรื่องราวบ้าๆ บอๆ ที่มหาลัย ยัยน้ำก็คะยั้นคะยอให้ฉันมานอนค้างที่บ้านของมันด้วยความเป็นห่วงกลัวฉันจะคิดมากหรือเกิดเรื่องร้ายขึ้นอีก ปฏิเสธยังไงก็ไม่ยอม สุดท้ายฉันเลยต้องยอมหิ้วกระเป๋าตามมันมานอนที่บ้านหลังโตบรรยากาศร่มรื่นของครอบครัวมัน ความเงียบสงัดปกคลุมไปทั่วบ้านหลังใหญ่ในยามดึกสงัด ฉันที่นอนพลิกไปพลิกมาบนเตียงด้วยความกระสับกระส่ายเกิดอาการคอแห้งผากจนทนไม่ไหว ตัดสินใจลุกขึ้นเดินงัวเงียคลำทางลงมาจากห้องนอนแขกชั้นบนเพื่อหาอะไรดื่มแก้กระหายในครัวชั้นล่าง แสงไฟสลัวสีส้มจากตู้เย็นส่องสว่างขึ้นเมื่อฉันเปิดประตูออก เล็งหยิบขวดน้ำเย็นจัดขึ้นมาเปิดดื่มอึกใหญ่จนชื่นใจ หายร้อนผ่าวไปทั่วลำคอ แต่ในจังหวะที่ฉันดื่มน้ำเสร็จแล้วหมุนตัวกลับหลังเพื่อจะเดินขึ้นห้องนั้นเอง... เงาทะมึนของใครบางคนยืนซ้อนทบบดบังความมืดอยู่ด้านหลังในระยะประชิด! ด้วยความตกใจกลัวจนหัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม สัญชาตญาณการเอาตัวรอดพุ่งพล่านขึ้นมาทันทีโดยไม่ต้องคิด ฉันเงื้อมมือเตรียมจะคว้าขวดน้ำหรือข้าวของใกล้มือปาใส่หน้าอีกฝ่ายให้เต็มแรง พร้อมกับหวีดร้องลั่นด้วยความตื่นตระหนก "เฮื้อกก!! คุณเป็นใ





