LOGIN“ถ้าไม่อยากนอนในห้องขังก็รีบไปซะตอนนี้ ตำรวจกำลังมาแล้ว ถ้าไม่รีบไปจะหนีไม่ทันแล้วจะมาโทษว่าฉันไม่เตือนไม่ได้นะ” เมธาวีขู่ พยายามเก็บกลั้นความกลัวไว้
“อ่าวอีนี่แส่เรื่องของคนอื่นไม่เข้าเรื่อง” ชายคนเดิมบอกพร้อมกับเดินตรงไปยังเธออย่างเอาเรื่อง
“ก็เข้ามาสิ มาเลยแม่จะยิงให้ไส้แตกตรงนี้แหละ มีชีวิตดี ๆ ไม่ชอบอยากเป็นคนพิการก็ไม่บอก”
สีหน้าที่จริงจังดุดันของหญิงสาว บวกกับทำท่าราวกับกำลังหยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกงด้านหลัง ทำให้กลุ่มวัยรุ่นระแวงคิดว่าเธอมีปืนแน่ ๆ ชายคนเดิมถึงกับชะงักเท้าทันที ก่อนส่งสัญญาณให้เพื่อนอีกสองคนหนีก่อน
“ฝากไว้ก่อนเถอะมึงอย่าให้กูเจออีกนะ มึงเจอกูแน่”
“ไม่รับฝากโว้ย ครั้งหน้าแม่จะไม่พูดมากแบบนี้หรอก”
หลังพวกนั้นวิ่งหนีหายไป เมธาวีถึงกับเข่าอ่อนตอนนี้หัวใจเธอเต้นแรงยิ่งกว่ากลองเสียอีก มือไม้สั่นไปหมดไม่คิดว่าตนเองจะกล้าทำอะไรบ้าบิ่นเช่นนี้ หากพวกนั้นไม่เชื่อว่าเธอมีปืนเธอจะทำอย่างไร
ต้องจบชีวิตสาวแรกรุ่นวัยยี่สิบสี่ไปอย่างน่าเสียดาย ไหนจะซีรีส์ที่ยังดูไม่จบอีกท่านประธานของเมย์ หญิงสาวคิดในใจก่อนตั้งสติรีบเดินตรงไปยังรถเก๋งยุโรปคันหรูทันที
“คุณป้าเป็นอะไรมั้ยคะ พวกมันไปกันหมดแล้วค่ะ”
เธอถามคนที่มีอาการหวาดกลัวอยู่ในรถ เมื่อเห็นว่าปลอดภัยจึงยอมเปิดประตูรถลงมา เวลาเดียวกันชาวบ้านก็พากันเข้ามาช่วยเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรแล้วทุกคนต่างแยกย้าย เหลือเพียงสองสาวต่างวัย
“ขอบใจมากนะหนู ที่จอดรถลงมาช่วยป้านะ”
“ด้วยความยินดีค่ะ ว่าแต่ทำไมเด็กพวกนั้นถึงต้องมาล้อมรถคุณป้าละคะ”
“รถป้าเสียจอดรอช่าง แล้ววัยรุ่นพวกนี้ขับรถวนอยู่หลายรอบป้าเห็นท่าไม่ดีเลยขึ้นรถล็อกประตูนั่งรอช่างอยู่ในรถ แล้วอยู่ ๆ พวกนั้นก็ขับมาจอดล้อมรถป้าพร้อมกับขู่จะเอาเงินจนหนูมาถึงป้าเลยไม่เป็นอะไร”
“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วค่ะ ว่าแต่คุณป้าจะไปที่ไหนคะ”
“ป้ามาเที่ยวที่นี่และมาตามหาเพื่อนเก่าแถวนี้นะจ๊ะ แต่ไม่ได้มานานเลยหลงทาง แล้วรถก็มาเสียอีก”
“นี่ก็จะมืดแล้วจองที่พักหรือยังคะ ให้หนูไปส่งมั้ย มืดแล้วอยู่คนเดียวแถวนี้มันอันตรายค่ะ” เมธาวีบอกอย่างห่วงใย
“ดีจ๊ะขอบใจนะ แต่ป้าต้องรอช่างมาก่อน อยู่คนเดียวป้าก็กลัวว่าพวกนั้นจะวนกลับมาอีก หนูช่วยอยู่เป็นเพื่อนป้าก่อนสักเดี๋ยวได้มั้ย” เมธาวีรับคำนึกแล้วก็เห็นใจ
ก่อนโทรศัพท์ของเธอจะดังขึ้น
กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง
“จ๊ะแม่”
“เมย์ถึงไหนแล้วลูก ไหนว่ากำลังกลับแล้วทำไมถึงนานจัง เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า” เมื่อเห็นบุตรสาวไม่ถึงบ้านเสียทีคนเป็นแม่ก็ร้อนรนใจจึงโทรตาม
“เมย์ไม่ได้เป็นอะไรจ๊ะ อีกสักพักก็ถึงแล้วแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะเดี๋ยวถึงบ้านเมย์เล่าให้ฟัง”
“เอาๆ ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ขับรถระวังๆ นะลูก”
“จ้า” เมื่อวางสายหญิงสาวก็เดินไปหยิบน้ำมาให้หญิงวัยกลางคนดื่ม
“น้ำค่ะคุณป้า”
“ขอบใจมากจ๊ะ ป้าทำให้หนูเสียเวลาหรือเปล่า”
“ไม่เลยค่ะ แม่ของหนูเห็นว่านานแล้วเลยโทรมาเช็กว่าทำไมยังไม่ถึงบ้าน”
“เขาคงเป็นห่วง ยิ่งลูกสาวสวยด้วย” คนถูกชมยิ้มหวานส่งให้
“เรามีกันแค่สองคนค่ะ แม่เลยจะเป็นห่วงมาก” ระหว่างคุยกันช่างก็มาถึงพอดี เมื่อส่งมอบรถให้ช่างแล้วก็พากันเดินทางกลับ
“คุณป้าคะ เมย์ขอแวะเอาของไว้บ้านก่อนแล้วก็จะแวะบอกแม่ก่อนด้วย แม่จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง”
“ได้จ้ะ”
เมื่อมาถึงบ้านเมธาวีให้หญิงวัยกลางคน นั่งรออยู่ภายในรถ ก่อนที่ตนเองจะวิ่งลงไปขนของลงจากท้ายรถ
“แป๊บหนึ่งนะคะเดี๋ยวหนูมา” ใบหน้าสวยหันมาย้ำอีกครั้งทำเอาคนอยู่ในรถถึงกับยิ้มตาม ในความเอาใจใส่ของเด็กสาว
“แม่จ๋า เมย์กลับมาแล้วจ้า”
“แอบไปเถลไถลที่ไหนมาถึงได้กลับช้า รู้มั้ยว่าแม่เป็นห่วง”
“เถลไถลที่ไหน พอดีเกิดเรื่องขึ้นนิดหน่อย”
“เกิดเรื่อง เรื่องอะไรหรือไปมีเรื่องกับใครเขามาอีก”
“ไม่ใช่ค่ะ แม่เห็นเมย์เป็นคนยังไงเนี่ย คือว่าระหว่างทาง…” เมธาวีกำลังจะเล่าก็มีเสียงหนึ่งดังขัดขึ้นมาเสียก่อน สองสาวต่างวัยหันไปมองพร้อมกัน
“ปิ่น นี่ปิ่นใช่มั้ย”
“แก้ว.. แก้วเหรอ”
“ใช่ฉันเอง โอ๊ยปิ่นไม่คิดเลยว่าจะหาเธอเจอจริงๆ” หญิงวัยกลางคนโผเข้าสวมกอดกันอย่างแสนคิดถึง
“ไปไงมาไงถึงได้มาอยู่ที่นี่ได้ ไหนว่าย้ายไปอยู่ต่างประเทศถาวรแล้ว”
“เรื่องมันยาวนะ พอดีเมื่อกี้ได้หนูคนนี้ช่วยฉันเอาไว้” ปิ่นอนงค์มองอย่างสงสัย
“ทีแรกก็ตั้งใจมาหาปิ่นนั่นแหละ แต่รถดันเสีย แล้วก็มีกลุ่มวัยรุ่นสามคนมาล้อมรถไว้ จากนั้นหนูคนนี้ก็เข้ามาช่วยไว้”
“ตายจริงแล้วเธอเป็นอะไรหรือเปล่า”
“ไม่เป็นอะไร โชคดีจริง ๆ ที่ได้มาเจอปิ่น”
“แล้วเป็นยังไง สบายดีไหมไปอยู่ที่ไหนมาทำไมถึงไม่ติดต่อกลับมาเลย” ปิ่นอนงค์ถาม
“ก็แต่งงานแล้วสามีย้ายไปทำงานอยู่ต่างประเทศหลายปีเพิ่งจะได้กลับมาที่ไทย พอกลับมาก็มาตามหาปิ่นนี่แหละ ขอโทษนะที่ไปโดยไม่ได้ลา” คุณหญิงแก้วฤดีบอกอย่างรู้สึกผิด
เมื่อเห็นว่าทั้งสองต้องมีเรื่องคุยกันยาวเมธาวีจึงปล่อยให้ทั้งสองได้คุยกันเป็นการส่วนตัว ส่วนเธอออกไปเก็บของจนเสร็จ แล้วตามเข้าไปสมทบทีหลัง
เสียงนกร้องยามเช้าตรู่ปลุกให้คนที่นอนหลับใหลตื่นขึ้น เช้านี้เขารู้สึกสดชื่น เพราะได้นอนหลับเต็มอิ่ม บรรยากาศยามเช้าฟ้าหลังฝน เขาเปิดหน้าต่างรับลม มองไปยังทะเลกว้างด้านหน้า อากาศสดชื่น ท่ามกลางธรรมชาติ“เมย์ ครับ”“อื้อ”“เช้าแล้ว ตื่นได้แล้ว”“เมย์ขอนอนต่ออีกหน่อยค่ะ”“ไม่ได้นะ เดี๋ยวฝนตกอีก”“ถ้าไม่ตื่น รู้ใช่มั้ยว่าต้องโดนอะไร”“อื้อ...ไม่เอาแล้วค่ะ พอแล้ว ตื่นแล้ว”“ไปอาบน้ำเถอะ จะได้ไปหาอะไรกิน”“รู้แล้วค่า”“ทำไมทำหน้าแบบนั้น”“เมย์ไม่สบายใจที่ทำแบบนี้”“แบบไหน”“ที่เรานอนด้วยกัน เราอยู่ในบ้านเดียวกันนะคะ ถ้าคุณลุงคุณป้ารู้จะเป็นยังไง”“ไม่ต้องคิดมากนะ กลับไปพี่จะจัดการเรื่องนี้เอง”“หมายความว่ายังไงคะ”เมธาวีและกรวัฒน์กลับมาถึงบ้านช่วงบ่าย เพราะเมื่อคืนผ่าน
ร่างบางอ่อนระทวยรู้สึกสายตาพร่ามัว มือที่พยายามดันเขาให้ถอยห่างไร้เรี่ยวแรง ก่อนหน้านี้เขาพยายามอดกลั้นความต้องการของตนเองไม่ให้รักหลับเธอ แต่เธอกับชอบทำตัวน่ารัก ให้เขาอยากสัมผัสอยากอยู่ใกล้ ตอนนี้อารมณ์เขาเตลิดไปถึงไหนต่อไหนแล้วเมธาวีหน้าแดงก่ำเมื่อเขาลากฝ่ามือสอดใต้ชายเสื้อ สัมผัสผิวเนื้อกายสาว ก่อเกิดความรู้สึกบางอย่าง ร่างกายเริ่มร้อนรุ่ม ยิ่งเขาสัมผัสโดนจุดอ่อนไหว เธอยิ่งควบคุมร่างกายตัวเองไม่ได้ ตอนนี้เธอต้องการมากกว่าแค่การสัมผัส เมธาวีกัดริมฝีปากแน่นกดกลั้นความต้องการของตนเองเพราะรู้สึกอายหากแสดงออกไปริมฝีปากหนาผละออกมองใบหน้าสวย ที่ตอนนี้ราวกับลูกแมวตกน้ำรอให้เขาช่วยเหลือ ใบหน้าหล่อเข้มยิ้มอย่างพอใจ“ผมไม่อยากกินบะหมี่ต่อแล้ว แต่อยากกินอย่างอื่นมากกว่า”ไม่ใช่คำขอแต่เป็นคำบอก เพราะเขาไม่รอคำตอบ ปากหนาโน้มลงครอบครองริมฝีปากบางอีกครั้ง ครั้งนี้รุกเร้าร้อนแรง บราลูกไม้สีเนื้อถูกเขาปลดออกอย่างชำนาญ เผยให้เห็นเนินอกอวบอิ่มน่ามอง มือหนาครอบครอง ลูบไล้บีบเคล้นสัมผัสปลุกเร้าให้ร่างน้อยทรมาน เธอแอ่นอกรับอัตโนมัติเมื่อปลายนิ้วสัมผัสปลายยอดอก
“คุณนั่งลงก่อนเดี๋ยวผมทำเอง” เขาบอกปนออกคำสั่ง ก่อนเดินไปปิดหน้าต่างทีละบาน จากนั้นหยิบมือถือขึ้นมาดูพยากรณ์อากาศ“ดูเหมือนว่าพายุจะเข้านะ ผมขอโทษที่ไม่ได้ดูพยากรณ์อากาศก่อนออกมา แถมยังออกมาช้าจนทำให้เรามาถึงนี่เย็น”“ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกค่ะ งั้นเรากลับกันเลยดีมั้ย”“ตอนนี้ฝนตกหนักและลมกระโชกแรงมาก เรารอให้ฝนซาลงก่อนแล้วค่อยกลับดีกว่า”“แบบนั้นก็ได้ค่ะ” เมธาวีเองก็อยากอยู่บ้านนาน ๆหน่อยไม่ได้กลับนาน“งั้นคุณนอนพักเอาแรงก่อนมั้ยคะ เดี๋ยวฝนหยุดฉันจะปลุก” เธอบอกเพราะเห็นเขาทำงานตั้งแต่เช้ายังไม่ได้พัก แถมยังขับรถให้เธออีกตั้งหลายชั่วโมง“ก็ดีเหมือนกันครับ แล้วให้ผมนอนที่ไหน”“นอนที่ห้องนี้ค่ะ เป็นห้องของแม่”“ผมขอนอนที่ห้องคุณได้มั้ย”“ไม่ได้ค่ะนอนห้องนี้แหละ เดี๋ยวเมย์จะไปเก็บของที่ห้องต่ออีกหน่อย จะได้ไม่กวนคุณ” เธออธิบาย“ก็ได้ครับ”“งั้นรอแป๊บหนึ่งนะคะ เดี๋ยวเมย์ไปเอา
เมธาวีรู้สึกตัวตื่นก็รีบควานหาเสื้อผ้าสวมใส่ด้วยความรวดเร็ววิ่งกลับขึ้นห้องก่อนที่ฟ้าสว่างแล้วจะมีคนมาเห็นเข้าเสียก่อน ร่างบางนั่งลงปลายเตียงจับปากตัวเองที่ตอนนี้ยังรู้สึกถึงรสจูบเร่าร้อนของเขาอยู่เลย ยิ่งคิดถึงปลายนิ้วร้อนของเขาตอนสัมผัสตามร่างกาย ยิ่งทำให้ท้องไส้เธอปั่นป่วนเมธาวีเม้มริมฝีปากแน่น ครุ่นคิดอยู่นานจนรู้สึกใบหน้าร้อนเห่อแดงขึ้น ก่อนยิ้มกับตัวเองเมื่อแน่ใจแล้วว่าเธอเองก็รู้สึกไม่ต่างจากเขาจริง ๆ แต่ที่ทำอยู่มันถูกแล้วหรือเธอกำลังรู้สึกผิดที่ปล่อยตัวปล่อยใจให้กับเขาง่าย ๆอย่างนี้วันนี้ธนนท์มาหากรวัฒน์ที่บ้านอย่างเช่นปกติ แต่ที่ผิดปกติคือทั้งเมธาวีและเพื่อนของเขามีอาการที่ผิดแปลกไปจากทุกวัน จนเขาสงสัย“ไงอารมณ์ดีจังนะมึงวันนี้”“....” พอได้ยินเสียงไอ้เพื่อนรักเท่านั้นแหละ กรวัฒน์ถึงกับหุบยิ้ม พร้อมกับเหล่มองทันที“นะ ไม่ตอบซะด้วยแสดงว่าเกิดเรื่องดี ๆขึ้น” ธนนท์แซวต่อ“เสือก!”“อ่าว ไอ้นี่กูอุตส่าห์เป็นห่วง รีบมาดูเห็นว่าเป็นลมเป็นแล้งไป มาด่ากันซะงั้น เดี๋ยวกูเปลี่ยนจากเพื่อนมึงไปเป็นคู่แข่งเลยดีมั้ย”“หยุดคิดเลย”“แหมๆ! หวงก้างซะด้วย..เฮ้ยนั่นเจ้าตัวมาพอดีเลย” ธนนท์บอกอย
มื้อเย็นหญิงสาวไม่ได้ลงมาทานข้าว เอาแต่เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง เพราะไม่พร้อมเผชิญหน้ากับเขา และทำตัวไม่ถูกเวลาอยู่ต่อหน้าทุกคน เธอเลยเลือกที่จะไม่ลงไป จนดึกทนหิวไม่ไหวต้องลงมาหาอะไรรองท้องไม่อย่างนั้นคืนนี้ นอนไม่หลับเป็นแน่ แต่เมื่อลงมากับพบว่าไฟถูกเปิดสว่างแต่กลับไม่มีคนอยู่“เวลากินไม่ลงมากิน ต้องแอบมาดึก ๆดื่น ๆไม่กลัวผีแล้วหรือไง” กรวัฒน์ที่รออยู่แล้วทักขึ้น“ก็ไฟเปิดโล่งขนาดนี้มีอะไรให้ต้องกลัวคะ”“ทำไมมื้อเย็นไม่ลงมาทานข้าวด้วยกัน”“ฉันทำตัวไม่ถูก ไม่กล้ามองหน้าคุณลุงคุณป้า” เขาได้แต่มองแล้วถอนหายใจ ก่อนจะยื่นจานอาหารที่เตรียมไว้ให้เธอ เพราะรู้ว่ายังไงเธอต้องหิวจนทนไม่ไหว“นี่ ของคุณทานก่อนเถอะ” เมธาวีมองที่จานอาหารสลับกับมองหน้าเขา“ผมรู้ว่าคุณจะต้องแอบลงมากลางดึก”“ขอบคุณค่ะ” เมธาวีรับมาก่อนที่จะทานจนหมด โดยมีเขานั่งมองไม่วางตา จนเธอล้างจานเก็บเข้าที่เรียบร้อยเขาก็ยังไม่ยอมไปไหน“ฉันอิ่มแล้ว ขอบคุณสำหรับอาหาร ฉันขอขึ้นไปข้างบนก่อนนะ”“เมย์! ถ้าคุณเป็นแบบนี้ผมจะไปสารภาพกับคุณพ่อคุณแม่ตอนนี้เลย”“อย่านะคะ อย่าพึ่งบอกฉันยังไม่พร้อมจริง ๆ” แขนแข็งแรงถูกเธอรั้งไว้ “เมย์ คุณฟังผมนะ ผ
“อื้อ! ” ยิ่งยามเขาขยับนิ้วเข้าออกยิ่งทำเธอเสียวสะท้านยกสะโพกขึ้นลงหวังลดความทรมาน ไม่นานอันเดอร์แวร์ตัวจิ๋วถูกเขารูดลงจนถึงข้อเท้า จุดที่อ่อนไหวที่สุดของหญิงสาวถูกเขากดเน้น หยอกล้อหมุนวนจนร่างน้อยบิดเร้าเด้งหนี แต่สะโพกกับแอ่นรับ“อ้า! อือ” เสียงครางอื้ออึงดังขึ้น เมื่อเห็นเธอเริ่มทรมาน ผ้าขนหนูที่ห่อหุ้มกายไว้ถูกกระตุกเบา ๆจนหลุดออก เผยให้เห็นอาวุธร้ายที่ขยายโตเต็มที่สาวน้อยหลับตาปี๋ด้วยความเขินอาย เขาเห็นดังนั้นยิ่งชอบใจ สองขาของเธอถูกยกแยกออกจากกัน ร่างใหญ่ดันกายลุกขึ้นคร่อมระหว่างกลาง สองขาเรียวห่อตัวเข้าหากันอัตโนมัติตามสัญชาตญาณ แต่ถูกเขาจับแยกออกเช่นเดิม“เมย์ผมต้องการคุณ” เขาบอกขณะมืออีกข้างจับอาวุธร้ายถูไถกลีบกุหลาบนุ่มนิ่มไปมา ทำเธอเสียวสะท้านไปทั่วร่าง ริมฝีปากล่างถูกกัดแน่นพยายามควบคุมสติ“ปล่อยตัวตามธรรมชาติ แล้วคุณจะไม่ทรมาน” เขาบอกด้วยความที่เธออ่อนประสบการณ์ ถูกเขาล่อลวงหน่อยเวลานี้เธอก็เตลิดคล้อยตามเขาได้ง่าย น้ำใส ๆไหลออกมาเมื่อร่างกายเธอพร้อมไม่รอช้าเขากดปลายอาวุธค่อย ๆสอดเข้าไปในกายเธออย่างช้า ๆ มือบางยกดันอกเขาออกอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ“อย่าค่ะ อ่า!”“เมย์ผมหยุดไม







