LOGINรถเบนซ์สีดำวิ่งเข้ามาจอดในโรงรถ ชัยธวัชก้าวลงมาจากประตูด้านคนขับ เขายืนสำรวจไปรอบๆ เหมือนค้นหาอะไรบางอย่าง ก่อนที่จะก้าวตรงไปที่ประตูบ้าน
"กลับมาแล้วจ้า" เขาร้องบอกภรรยาสาว ที่กำลังเตรียมน้ำผลไม้ไว้ที่เค้าน์เตอร์ครัวที่อยู่ห่างออกไป ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เธอทำทุกวัน
"วันนี้กลับค่อนข้างเร็วนะคะ" เธอพูดกับเขาในขณะที่ยกถาดน้ำผลไม้มาเสิร์ฟเขาที่โต๊ะหน้าเคาน์เตอร์ ด้วยใบหน้าที่สดชื่นแจ่มใสเป็นพิเศษ
"ขอบใจจ้ะ" เขายกแก้วน้ำผลไม้ขึ้นดื่ม พร้อมมองหน้าภรรยาสาวไม่วางตา
"ทำไมเหรอคะ มีอะไรติดหน้าอ้อเหรอ" ดูเธอทำหน้าแปลกใจนิดๆ
"เปล่าหรอก วันนี้ดูอ้อสดชื่น อารมณ์ดีกว่าทุกวัน มีอะไรพิเศษรึเปล่า" จริงอย่างที่เขาว่า วันนี้ดูเธอจะอารมณ์ดี ดูผ่อนคลายมากกว่าทุกวันจริงๆ
"ไม่มีอะไรพิเศษนี่คะ คงเป็นวันหยุดมั้งคะ ได้ทำอะไรที่อยากทำหลายอย่าง และวันนี้อ้อได้ออกกำลังกายอย่างที่อยากทำมาทั้งอาทิตย์ด้วยแหละ" เธออธิบายเหตุผลยืดยาว ขณะที่หันไปเก็บกวาดข้าวของบนเคาน์เตอร์
"ดีแล้วล่ะ ได้ทำอะไรที่อยากทำ มันช่วยให้เราคลายเครียดได้" ชัยธวัชเดินเข้ามากอดภรรยาสาวจากด้านหลัง พร้อมจูบที่แก้มของเธอเบาๆ อย่างรักใคร่
"อุ๊ย อย่าค่ะ อ้อเหงื่อเต็มตัวเลย ออกกำลังกายยังไม่ได้อาบน้ำเลย" เธอเบี่ยงตัวจากวงแขนของเขา แต่เขาไม่ยอม กอดเธอแน่นขึ้นกว่าเดิม
"ไม่เห็นเป็นไรเลย อ้อตัวหอมออก" พร้อมกับจูบไซ้เบาๆที่ซอกคอของเธอ
"เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ทำไมวันนี้มาแปลก" เธอหันตัวมาหาเขา ถามด้วยน้ำเสียงเหมือนคาดคั้นแต่ใบหน้ายิ้มระรื่น
"ไม่มีอะไร แค่จะบอกว่าวันนี้ พี่บังเอิญเจอพี่เทพ แกไปติดต่องานที่กรม" เขาสังเกตเห็นภรรยาเขามีอาการตกใจนิดๆ พอเขาพูดถึง "พี่เทพ" แต่เพียงแค่แวบเดียว
"แล้วยังไงเหรอคะ" เธอพยายามพูดให้น้ำเสียงเป็นปกติที่สุด แต่ในใจพลุ่งพล่านเต็มประดา
"ก็คุยกันนานพอสมควร ตอนนี้แกเป็นถึงผู้จัดการโรงงาน แถวนวนครที่เอง"
"เหรอคะ ก็น่าจะมั่นคงดีนะคะ" อ้อ พยายามคุยในเรื่องที่เขาชวนเธอคุยให้เป็นปกติที่สุด
"เขาถามถึงอ้อด้วยนะ เขาฝากความคิดถึงอ้อด้วย" ขัยธวัช ยังพูดต่อไปเรื่อยๆ เหมือนไม่มีอะไร แต่คอยแอบสังเกตดูอาการของภรรยาเขาอยู่ตลอด ซึ่งอ้อไม่แสดงอาการอะไรที่ผิดปกติให้เขาได้สังเกตเห็นเลย จะมีบ้างก็คืออาการก้มหน้าบ่อยๆ เวลาที่เธอตอบเขา
"คือ พี่ชวนเขามาทานข้าวที่บ้านในวันพรุ่งนี้ อ้อจะว่าอะไรพี่มั้ย" ชัยธวัชถามภรรยาด้วยน้ำเสียงที่เหมือนจะไม่แน่ใจในเรื่องที่เขาตัดสินใจเท่าใดนัก
อ้อ ชงัก เงยหน้าขึ้นมองหน้าเขาตรงๆ เธอมองหน้าเขาด้วยความไม่แน่ใจในสิ่งที่ชัยธวัชเพิ่งจะบอกกับเธอ
"อะไรนะคะ พี่ชวนพี่เทพมากินข้าวบ้านเราเหรอ พี่แน่ใจแล้วเหรอ" เธอถามสามีด้วยน้ำเสียงที่ออกจะแปลกใจมากกว่าจะโกรธ
"เอ่อ พี่ขอโทษที่ไม่ได้ถามอ้อก่อน แต่เห็นว่าเรื่องมันก็นานแล้ว และเราต่างก็ไม่มีอะไรติดค้างกันแล้ว พอมาเจอกันก็อยากจะระลึกถึงความสัมพันธ์เก่าๆกันบ้าง เท่านั้นเอง" เขาอธิบายเร็วปรื๋อ พร้อมกับจับเธอมากุมไว้ ด้วยเหมือนเขากำลังทำผิดต่อเธอ
"อ้อแค่ถามว่า พี่แน่ใจแล้วเหรอแค่นั้นเอง ทำไมต้องรู้สึกผิดด้วยล่ะ ถ้าคิดว่าทำถูกดแล้ว อ้อก็ไม่ว่าอะไรหรอกค่ะ ว่าแต่จะให้อ้อ เตรียมอะไรให้บ้างคะ" ผิดคาด สิ่งที่เขาคาดการณ์ไว้คือเธอคงจะบ่นว่าเขายกใหญ่ แล้วบอกให้เขายกเลิกนัดไปเลย แต่เรื่องราวมันกลับตรงกันข้าม
"งั้นก็เอาตามนี้นะ พี่เทพแกคงจะมาถึงช่วงบ่ายแก่ๆ หน่อย"
"ไม่ต้องเตรียมอะไรมากหรอก แค่เตรียมกับแกล้มไว้ ส่วนอย่างอื่นเรามีหมดแล้ว" ชัยธวัชบอกกับภรรยาต่ออย่างโล่งใจ
"พี่เทพ" ที่ทั้งคู่พูดถึง คืออดีตที่ทั้งสองไม่มีวันลืม แต่สิ่งที่ประทับอยู่ในใจของคนทั้งสองมันคงจะเป็นความรู้สึกคนละแบบ สำหรับชัยธวัช "พี่เทพ" คือคนที่เขาจะรู้สึกเจ็บแปลบทุกครั้งที่เขานึกถึงและได้ยินชื่อนี้ ถ้าเทียบความเป็นชายระหว่างเขากับพี่เทพแล้ว ดูเหมือนว่าเขาจะด้อยกว่าในทุกด้าน ยกเว้นหน้าที่การงานนี่แหละที่เขาเหนือกว่า พี่เทพอยู่หลายขุม
สำหรับอ้อ พี่เทพ คือชายที่คนแรก คนที่ปล้นเอาความสาวไปจากเธอ ทั้งที่เธอพยายามรักษามันไว้ให้กับคนที่เธอรักสุดหัวใจนั่นคือ ชัยธวัช สามีของเธอนั่นเอง แต่ในความการสูญเสียสิ่งล้ำค่าของเธอไปแบบไม่เต็มใจในวันนั้น มันกลับทำให้เธอพบกับความสุขเสียวที่ไม่มีวันลืม มันเป็นความสุขที่สุดแสนประทับใจ แม้กระทั่งสามีที่เธอรักและเทิดทูนอย่างชัยธวัช หากเทียบกันกับพี่เทพแล้ว มันเทียบกันไม่ได้เลยแม้แต่น้อย มันต่างกันราวฟ้ากับเหว แต่เธอก็ไม่เคยแสดงความรู้สึกนี้ให้สามีเธอรับรู้เลย เพราะเธอรักสามีและเทิดทูนเขามาก แม้ว่าหัวใจเธอจะโหยหาและร่ำร้องหามันอยู่ตลอดเวลาก็ตาม
ท่ามกลางเสียงสะอื้นไห้ที่ค่อยๆ จางลงเหลือเพียงการปลอบประโลมกันของสองเพื่อนรัก บรรยากาศในบ้านที่เคยตึงเครียดถึงขีดสุดเริ่มสัมผัสได้ถึงแสงสว่างแห่งทางออก แต่แล้วเสียงที่คุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นกริ๊งก่อง!เสียงกริ่งหน้าบ้านทำเอาทุกคนชะงัก ชัยธวัชทำหน้าที่เจ้าบ้านเดินไปเช็กจอมอนิเตอร์ เมื่อเห็นว่าเป็นใครเขาก็กดรีโมตเปิดประตูรั้วทันที รถบีเอ็มดับเบิลยูคันหรูแล่นเข้ามาจอดนิ่งสนิทที่หน้ามุข ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบตำรวจเต็มยศจะก้าวลงมาด้วยท่าทางองอาจ“เข้าบ้านก่อนบี๋” ชัยธวัชเดินออกไปรับเพื่อนสนิทด้วยตัวเอง พร้อมเชิญเข้าบ้านอย่างเป็นกันเองพันตำรวจเอกบี๋ หนุ่มใหญ่มาดแมนเดินเข้ามาหยุดยืนกลางห้องรับแขก ในมือของเขาถือสมาร์ทโฟนไว้สองเครื่อง แววตาที่กร้านโลกดูเคร่งขรึมกว่าปกติ เขายกมือไหว้อนุเทพตามมารยาทรุ่นพี่รุ่นน้อง และรับไหว้จากนิศากับชลิดาอย่างสุภาพ ก่อนจะหันไปสบตากับชัยธวัชแล้วเปรยด้วยน้ำเสียงต่ำ“กูขอคุยส่วนตัวหน่อย” บี๋พยายามกวาดสายตามองหาพื้นที่ส่วนตัว เพราะเรื่องที่เขาถืออยู่ในมือนั้นมันเปราะบางเกินกว่าจะพูดสุ่มสี่สุ่มห้า“ถ้าเป็นเรื่องคลิป... พูดออกมาได้เลยบี๋ ทุกคนในนี้รู้เรื่อง
นิศาหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าเดินตามชลิดาเข้าสู่ตัวบ้านที่แสนอบอุ่น เพื่อนรักของเธอเอื้อมมือมารับกระเป๋าไปถือไว้อย่างมีน้ำใจ ก่อนจะพาเดินไปยังห้องรับรองแขกที่นิศาเพิ่งใช้เป็นที่พักเมื่อคืน บรรยากาศรอบตัวช่างดูคุ้นเคยเหมือนย้อนเวลากลับไปในสมัยที่ทั้งคู่ยังเป็นนักศึกษาสาวที่ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดเวลา“ความจริงแกย้ายมาอยู่กับฉันสักพักเลยก็ได้นะนิ” ชลิดาหันมาพูดกับเพื่อนรักขณะเดินนำหน้าเข้าห้อง“ไม่เอาหรอก ไม่อยากรบกวนเวลาจู๋จี๋กันของแกกับพี่ชัย” นิศาเย้าแหย่ตามนิสัยขี้เล่นที่เริ่มกลับมาอีกครั้งเมื่อรู้สึกปลอดภัย“ใครเขาจะไปคิดแต่เรื่องลามกเหมือนแกล่ะยัยนิ!” ชลิดาหันมาค้อนขวับแล้วตอบกลับอย่างสนิทสนม ทำให้บรรยากาศความตึงเครียดในช่วงเช้าดูจางลงไปถนัดตาหลังจากที่ทั้งคู่ช่วยกันจัดข้าวของเข้าที่ทางจนเรียบร้อย นิศาก็เดินไปหยิบกระเป๋าถือของเธอขึ้นมาเปิดออก เธอล้วงเอาแฟลชไดรว์สีดำอันนั้นออกมาแล้วชูขึ้นตรงหน้าเพื่อนรัก คิ้วงามขมวดมุ่นเข้าหากันอย่างครุ่นคิด“นี่แก... ฉันไปเจอไอ้นี่วางอยู่ที่หัวเตียงตอนที่กลับไปเอาเสื้อผ้า มันน่าจะมีอะไรที่ฉันไม่รู้ที่พี่ด้วงปิดบังอยู่แน่ๆ ฉันขอยืมโน้ตบุ๊กแกหน่อยสิ ฉันอยา
ภายในห้องนั่งเล่นบ้านชัยธวัชยามบ่ายแก่ แสงแดดที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มทอดเงายาวเข้ามาในห้อง ทว่าบรรยากาศกลับอึมครึมและหนักอึ้ง ชัยธวัชนั่งหน้าเครียดเพิ่งวางสายจากผู้กำกับบี๋ โดยมีชลิดานั่งขนาบข้างด้วยแววตาจดจ่อ ส่วนอนุเทพและนิศานั่งอยู่ที่โซฟาฝั่งตรงข้าม ทั้งหมดนิ่งเงียบรอฟังบทสรุปของเกมนรกครั้งนี้“จับได้แล้ว... ด้วงรถคว่ำอาการสาหัส เป็นตายเท่ากัน ตอนนี้อยู่ห้องไอซียู” ชัยธวัชเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเคร่งขรึม สายตาคมกริบของเขาจับจ้องไปที่ใบหน้าของนิศา เพื่อสังเกตปฏิกิริยาของเธอที่มีต่อชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามี“ก็ดีแล้วค่ะ... เขาจะได้ชดใช้กรรมที่ได้ทำไว้เสียที” นิศาตอบเสียงเบาหวิว พลางก้มหน้าลงมองพื้นด้วยความรู้สึกปั่นป่วนในอก แม้จะแค้นเคืองเพียงใด แต่ในฐานะคนเคยใช้ชีวิตร่วมกัน ข่าวการประสบอุบัติเหตุเจียนตายก็ทำให้เธอใจหายไม่น้อย ลำพังแค่เขาติดคุกชดใช้ความผิดเธอก็คิดว่าเพียงพอแล้ว“แค่เป็นตายเท่ากันเหรอ? ทำไมมันไม่ตายซะให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย!”จู่ๆ ชลิดาก็โพล่งขึ้นมาอย่างมีอารมณ์ น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความเกลียดชังที่พลุ่งพล่านจนนิศาต้องเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสนิทด้วยความงงงวย นิศาจ้
ด้วงลืมตาขึ้นมาช้าๆ ภายในห้องนอนที่ตกแต่งอย่างโอ่อ่า เขายืดกายขึ้นพลางยิ้มกริ่มให้กับตัวเองอย่างผู้ชนะ วันนี้คือวันที่เขาจะได้ก้าวไปข้างหน้าอีกขั้นตามแผนที่วางไว้ ในหัวเริ่มวาดวิมานถึงคอนโดหรูที่จองไว้ซึ่งกำลังจะไปทำสัญญาซื้อขายกันในเช้านี้ สถานที่ที่เขาตั้งใจจะให้เป็นรังรักและสมรภูมิเริงกามกับบรรดาผู้หญิงมากหน้าหลายตาตามวิสัยหนุ่มเจ้าสำราญตัวพ่อ‘อีกไม่นานหรอก... ทุกอย่างจะเป็นชื่อกูทั้งหมด’ เขาคิดถึงนัดหมายช่วงบ่ายที่จะคุยกับสถาปนิกเรื่องโรงงานใหม่ ความรู้สึกที่ต้องคอยอาศัยบารมีเมียคุ้มหัวให้คนอื่นดูถูกว่าเป็น ‘หนูตกถังข้าวสาร’ กำลังจะสิ้นสุดลงเสียที ด้วงยันกายลุกขึ้นจากเตียงเดินไปกระชากม่านบังแสงออก แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องเข้ามาปะทะใบหน้า บรรยากาศวันนี้ช่างสดใสราวกับจะร่วมยินดีในความสำเร็จของเขา“ต่อไปกูก็ไม่ต้องทนอยู่อย่างไร้ศักดิ์ศรีอีกต่อไป!” เขาพึมพำกับตัวเองด้วยความย่ามใจกิ๊งก่อง!เสียงกริ่งที่ดังขึ้นจากหน้าประตูรั้วทำให้ด้วงตื่นจากภวังค์อันหอมหวาน เขาขมวดคิ้วมุ่นพลางบ่นพึมพำอย่างหัวเสีย “ใครวะ? มาทำไมเอาป่านนี้” ด้วงเดินลงไปที่ชั้นล่างพลางกดดูหน้าจอมอนิเตอร์อินเตอร์คอม เห็น
เย็นวันนั้น... รถเบนซ์ เอส 500 สีดำคันหรู แล่นเข้ามาจอดในโรงจอดรถของคฤหาสน์หลังงามอย่างช้าๆ เสียงเครื่องยนต์ดับลงทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัดที่เข้าปกคลุมไปทั่วบริเวณ นิศายังคงนั่งนิ่งอยู่หลังพวงมาลัย มือทั้งสองข้างกำแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอเอนหลังพิงเบาะหนังนุ่มแล้วหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน วันนี้ช่างเป็นวันที่ยาวนานและสูบพลังชีวิตของเธอไปจนเกือบหมดสิ้นสำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอที่ต้องแบกรับภาระบริษัทใหญ่โต การมีใครสักคนเคียงข้างควรจะเป็นเรื่องที่ดี ทว่านับตั้งแต่ ‘ด้วง’ ก้าวเข้ามาในชีวิตในฐานะสามี เขากลับไม่เคยทำหน้าที่นั้นได้อย่างที่ควรจะเป็นเลยสักครั้ง หลายครั้งที่เขาหายหน้าไปเป็นอาทิตย์หรือนานกว่านั้น แต่นิศาก็ไม่เคยใส่ใจที่จะตามจิกหรือสงสัยว่าเขาไปอยู่กับใครที่ไหนเธอมักคิดปลอบใจตัวเองเสมอว่า ขอเพียงแค่เขาช่วยเธอบริหารจัดการเรื่องราวในบริษัทให้ราบรื่นก็พอ เพราะเดิมทีเธอไม่ได้สันทัดแนวทางการดำเนินงานที่มีความซับซ้อนนัก เมื่อครั้งที่สามีชาวต่างชาติคนก่อนยังอยู่ เขาเป็นคนดูแลทุกอย่างด้วยความเฉลียวฉลาด แต่หลังจากที่เขาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไป นิศาก็เหลือเพียงการดูแลเรื่องการเงินท
ภายในรถเบนซ์ที่เคลื่อนตัวไปอย่างนุ่มนวลท่ามกลางถนนที่เริ่มพลุกพล่าน ชัยธวัชจับมือชลิดาเมียรักของเขาไว้แน่นประหนึ่งจะยึดเหนี่ยววิญญาณของเธอเอาไว้ไม่ให้แตกสลายไปมากกว่านี้ ขณะที่มืออีกข้างกุมพวงมาลัยมั่น สายตาคมกริบของเขามองตรงไปข้างหน้าด้วยความมุ่งมั่นที่แรงกล้า ดั่งราชสีห์ที่กำลังพานางพญาที่บาดเจ็บกลับคืนสู่รัง“พี่ชัยคะ... อ้อกลัวจังเลยค่ะ”เสียงที่สั่นพร่าและหวาดหวั่นหลุดออกมาจากริมฝีปากบางที่ไร้สีเลือด ชลิดาในยามนี้ดูเปราะบางราวกับเครื่องเคลือบที่ร้าวไปทั้งตัว ดวงตาคู่สวยที่เคยทอประกายสดใสบัดนี้กลับเต็มไปด้วยร่องรอยของความหวาดระแวง เธอเผลอขยับตัวเข้าหาชัยธวัชโดยไม่รู้ตัว ราวกับว่าพื้นที่ข้างกายเขานั้นคือเขตปลอดอิทธิพลของปีศาจร้ายอย่างด้วงชัยธวัชไม่พูดยืนยันด้วยคำพูดในทันที แต่เขาเลือกที่จะบีบกระชับมือเรียวของเธอให้แน่นขึ้นจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่ส่งผ่านถึงกัน ก่อนจะดึงมือนั้นมาวางแนบไว้ที่อกซ้ายของเขา... ตรงตำแหน่งที่หัวใจของเขากำลังเต้นเป็นจังหวะหนักแน่นเพื่อเธอเพียงคนเดียว“พี่อยู่นี่แล้ว... อ้อจ๊ะ จากนี้ไปพี่จะไม่ยอมให้มันมาทำอะไรอ้อของพี่ได้อีก พี่สัญญา”ชัยธวัชละสายตาจากถนนเพี
บรรยากาศในภายในห้อง เงียบสงัดลง ชั่วขณะ ก่อนที่ คุณหมอนุจรีย์ จะเป็นผู้ทำลายความเงียบขึ้นมา"หมอพอจะเข้าใจคุณ และเห็นใจในเรื่องที่คุณเจอมา แต่ดูเหมือนว่าคุณจะประคบประหงมบาดแผลจากเหตุการณ์ครั้งนั้นไว้กับตัว และไม่ยอมรักษาให้มันหาย... หมอสงสัยว่ามีส่วนใดในใจคุณ ที่ยังไม่พร้อมให้มันหาย หรือไม่คะ" คำถา
"ซีด อูย พี่จ๋า ซีด" อ้อ ชลิดา จิกไหล่ของอนุเทพจนเป็นรอยเล็บลึก หน้าของเธอหงายเชิด ตาปรือ ปากอ้าหวออย่างเสียวซ่าน อนุเทพเองก็อยู่ในอาการไม่ต่างกัน เขารู้สึกได้ถึงทุกช่วงเวลาที่ลำควยของเขากำลังถูกกลืนกินจากรูหีที่แน่นหนึบ มันตอดรัดควยของเขาตลอดเส้นทาง ตั้งแต่ต้นจนจบ"อ้อจ๋า มันแน่นสุดๆ เลย หีอ้อตอดค
อนุเทพพลิกตัวเขาขึ้นด้านบน ริมฝีปากเขาจูบไล่ไปทั่วทั้งใบหน้าของชลิดา เขาดูดเบาๆสลับกับการจุมพิตทั่วทุกตารางนิ้ว ทั่วบริเวณส่วนบนตั้งแต่หัวไหล่ของเธอขึ้นไป ริมฝีปากของเขางับติ่งหู จูบไซ้ซอกคอ แล้วไล่ต่ำลงมาเรื่อยๆ มาหยุดอยู่ที่ปทุมถันคู่งาม ตุ่มไตของเธอตั้งชันทั่วทุกรูขุมขน หัวนมสีชมพูเรื่อๆ แข็งเป็
จริงอย่างที่อนุเทพว่า เขาพูดกับเธออย่างคนที่รู้จัก ไม่มีคำพูดใดที่ทำให้เธอรู้สึกอึดอัด ไม่มีเรื่องแบบนั้นที่จะทำให้เธอกังวลใจ อนุเทพเล่าเรื่องของตัวเองตั้งแต่เรียนจบ เรื่องราวเห่ยๆ ที่น่าขายหน้าของเขา เรื่องที่เธอไม่เคยรู้ให้เธอฟัง ทำให้ชลิดารู้สึกสนุกไปกับเขาด้วย เธอรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น จนเธอวางใ







