/ โรแมนติก / ผัวป้า / เสียงเรียกจากบ้านไร่

공유

เสียงเรียกจากบ้านไร่

last update 게시일: 2026-04-17 19:09:57

รุ่งเช้าของอีกวัน แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานใหญ่ของคฤหาสน์หรู เมษาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่นอย่างประหลาด ไม่ใช่เพราะเธอหลับเต็มอิ่ม แต่เป็นความรู้สึกตื่นเต้นที่ปะปนกับความหวาดหวั่นที่ก่อตัวขึ้นในใจ

เมื่อคืนที่ผ่านมา หลังจากวรินท์หลับไปแล้ว เมษาใช้เวลาหลายชั่วโมงครุ่นคิดถึงเรื่องราวที่วนเวียนอยู่ในหัว เธอตัดสินใจแล้วว่าจะทำตามเสียงเรียกของหัวใจและร่างกายที่โหยหามานานแสนนาน เธอจะกลับไปบ้านไร่… กลับไปหา ลุงชัช… กลับไปเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปในชีวิตเธอ ไม่ว่ามันจะผิดบาปมากแค่ไหนก็ตาม

เมษาลุกขึ้นจากเตียงอย่างเงียบเชียบ เธอเดินไปที่ห้องแต่งตัวขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้าและเครื่องประดับหรูหรา เธอเลือกชุดเดรสผ้าฝ้ายเนื้อเบา สีขาวนวล ที่ให้ความรู้สึกอ่อนโยนและบริสุทธิ์ แต่ภายใต้ความเรียบง่ายนั้น ซ่อนความต้องการอันเร่าร้อนไว้ เธอตั้งใจว่าจะไปวิ่งออกกำลังกายในสวนหลังบ้าน และระหว่างทางก็จะแวะไปคุยกับป้าแม่บ้านเรื่องการเตรียมอาหารสำหรับวันนี้ ก่อนที่เธอจะเริ่มแผนการที่วางไว้

ขณะที่เธอกำลังลงบันไดไม้สักขัดเงา เมษาก็เห็นวรินท์นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารแล้ว เขากำลังอ่านหนังสือพิมพ์ธุรกิจฉบับล่าสุด และมีกาแฟหอมกรุ่นวางอยู่ตรงหน้า

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ พี่เอก” เมษาเอ่ยทักด้วยรอยยิ้มหวานที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้

วรินท์เงยหน้าขึ้นจากหนังสือพิมพ์ ใบหน้าหล่อเหลาของเขามีรอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้น

“อรุณสวัสดิ์จ้ะ เมษ์ เช้านี้ดูสดใสเป็นพิเศษเลยนะ” เขาสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในตัวเธอ แววตาของเขาที่มองมายังเมษามีความชื่นชมอย่างเปิดเผย

เมษาเดินไปนั่งลงตรงข้ามเขา ป้าแม่บ้านยกอาหารเช้ามาเสิร์ฟ ทั้งไข่คนกับเบคอน ไส้กรอกโฮมเมด และขนมปังปิ้งหอมกรุ่น

“เมษ์นอนหลับสบายค่ะ ก็เลยดูสดใสเป็นพิเศษมั้งคะ” เธอตอบพลางตักไข่คนใส่จานให้วรินท์

“ดีแล้ว ช่วงนี้ดูเมษ์เครียดๆ พี่ก็ห่วง” วรินท์พูดพลางมองหน้าเมษาอย่างสังเกต

“ค่ะ ช่วงนี้เมษ์เลยอยากจะพักผ่อนให้เต็มที่น่ะค่ะ” เมษาตอบพลางใช้ช้อนเขี่ยอาหารในจานไปมา เธอกำลังหาจังหวะที่จะพูดเรื่องที่เธอต้องการจะบอกเขา

“เมษ์อยากไปเที่ยวที่ไหนไหม เดี๋ยวพี่จัดให้” วรินท์เสนอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เมษาเงยหน้าขึ้นสบตาวรินท์ ดวงตาของเธอฉายแววครุ่นคิด เธอตัดสินใจแล้วว่านี่คือโอกาสที่เธอต้องสร้างขึ้น

“เอ่อ… เมษ์อยากกลับไปพักผ่อนที่บ้านไร่น่ะค่ะ ไปสูดอากาศบริสุทธิ์บ้าง ไม่ได้กลับไปนานมากแล้ว ก็อยากไปเยี่ยมป้าสายกับลุงชัชด้วยค่ะ” เธอหยุดเล็กน้อยแล้วเสริม

“เมษ์ว่าจะไปสักอาทิตย์หนึ่งค่ะ พี่เอกคิดว่ายังไงคะ?” วรินท์พยักหน้าช้าๆ เขาวางช้อนลง

“อืม… ก็ดีเหมือนกันนะ เมษ์ก็ไม่ได้กลับบ้านไร่ไปนานจริงๆ” น้ำเสียงของเขาไม่ได้แสดงความไม่พอใจ หรือความกังขาใดๆ

เขาดูจะเข้าใจและเห็นด้วยกับเหตุผลของเธอ

“ถ้าเมษ์อยากไปพักผ่อนจริงๆ พี่ก็สบายใจ” เขายื่นมือมาจับมือเมษาบนโต๊ะอย่างอ่อนโยน

“ถ้าเมษ์อยากไป พี่ก็จะให้คนขับรถไปส่ง หรือจะให้พี่ไปส่งเองก็ได้” วรินทร์เสนอ

“ไม่เป็นไรค่ะพี่เอก เดี๋ยวเมษ์ขับรถไปเองก็ได้ค่ะ จะได้สะดวกกว่าด้วย” เมษาปฏิเสธ เธอต้องการอิสระในการเดินทางครั้งนี้

เธอไม่อยากให้วรินท์หรือคนขับรถของเขามาจำกัดเวลาหรือการกระทำของเธอ

“แน่ใจนะ? ทางไกลนะ” วรินท์ยังคงห่วงใย

“แน่ใจค่ะพี่เอก เมษ์ขับรถได้สบายมากค่ะ” เมษาตอบอย่างกระตือรือร้น เธอยิ้มหวานให้เขา

“ถ้าอย่างนั้น… เมษ์จะไปพรุ่งนี้นะคะ”

“เร็วขนาดนั้นเลยเหรอ?” วรินท์เลิกคิ้วเล็กน้อย

“ค่ะ อยากไปพักผ่อนเร็วๆ น่ะค่ะ” เมษาตอบพลางตักอาหารเข้าปาก

“พี่เอกไม่สะดวกจะไปด้วยใช่ไหมคะ?” เธอแกล้งถามเพื่อยืนยันว่าเขาจะไม่ตามไปในครั้งนี้

“พี่คงไม่สะดวก อาทิตย์นี้พี่มีประชุมสำคัญที่บริษัททุกวันเลย คงจะไปด้วยไม่ได้จริงๆ” วรินท์ตอบด้วยสีหน้าเสียดาย

“แต่ถ้ามีอะไรให้ช่วย ก็โทรหาพี่ได้ตลอดเวลานะ”

“ขอบคุณค่ะพี่เอก” เมษายิ้มกว้างในที่สุด ความโล่งใจแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ เธอได้ไฟเขียวแล้ว การเดินทางสู่ความปรารถนาที่ถูกเก็บกดกำลังจะเริ่มต้นขึ้น

ตลอดทั้งวันนั้น เมษารู้สึกกระวนกระวายและตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก เธอใช้เวลาช่วงบ่ายไปกับการเตรียมตัวจัดกระเป๋าเสื้อผ้า เธอเลือกชุดที่ไม่ใช่ชุดหรูหราฟู่ฟ่าเหมือนเวลาที่อยู่ในกรุงเทพฯ แต่เป็นชุดที่ใส่สบายๆ ดูเรียบง่าย เหมาะกับบรรยากาศบ้านไร่ แต่ในขณะเดียวกัน ก็แฝงไปด้วยความรู้สึกเย้ายวนบางอย่างที่เธอเองก็อธิบายไม่ถูก

เธอรู้สึกเหมือนเด็กสาวที่กำลังจะได้กลับไปผจญภัยอีกครั้ง หลังจากที่ถูกขังอยู่ในกรงทองมานานแสนนาน

เสียงโทรศัพท์ของเธอดังขึ้น ปลายสายคือ ลดา เพื่อนสนิทของเธอ

“ฮัลโหลค่ะลดา” เมษารับสายด้วยน้ำเสียงสดใส

“เมษ์… เธอจะไปจริงๆ เหรอฉันเป็นห่วงแกนะ” เสียงของลดาเพื่อนสนิทของเธอมีน้ำเสียงอ่อนแรงเล็กน้อย

“ใช่ลดา ชั้นกำลังจะไปแล้วล่ะ พรุ่งนี้เช้าออกเดินทางเลย” เมษาตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตั้งใจ

“แกดูแลตัวเองนะ อย่าเพิ่งหักโหมงานมากนัก”

“จ้ะๆ ฉันไหวอยู่แล้ว แต่ก็อยากให้แกมา” ลดาพูด

“เดินทางปลอดภัยนะแก แล้วเจอกัน” หลังจากวางสายจากลดา เมษาเดินไปที่กระจกบานใหญ่ มองสำรวจตัวเองในชุดที่เลือกไว้

เธอไม่เคยรู้สึกตื่นเต้นและร้อนรุ่มในใจมากขนาดนี้มาก่อนในชีวิต ความปรารถนาอันรุนแรงที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ภาพลักษณ์ภายนอกที่เรียบร้อยอ่อนหวานกำลังพุ่งพล่านออกมา เธอรู้สึกเหมือนมีไฟสุมอยู่ในอก รอวันที่จะได้ปะทุออกมาอย่างเต็มที่

เช้าวันรุ่งขึ้น เมษาขับรถออกจากคฤหาสน์ของเธอแต่เช้าตรู่ แสงอาทิตย์ยามเช้าทอแสงสีทองอาบไล้ไปทั่วท้องถนนที่ว่างเปล่า การจราจรยังไม่หนาแน่นในยามนี้ เมษารู้สึกถึงอิสระที่เธอไม่เคยสัมผัสได้มานานแสนนาน เสียงเพลงที่เปิดคลอเบาๆ ในรถไม่สามารถกลบเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของเธอได้เลย เธอขับรถไปตามเส้นทางที่คุ้นเคย เส้นทางที่นำพาเธอย้อนกลับไปสู่วันวานอันเร่าร้อน วันที่เธอได้ค้นพบความสุขสมที่แท้จริง

ยิ่งขับรถออกห่างจากกรุงเทพฯ มากเท่าไร บรรยากาศรอบข้างก็ยิ่งเปลี่ยนไป จากตึกสูงระฟ้าและถนนคอนกรีต ก็ค่อยๆ กลายเป็นทุ่งนาสีเขียวขจี ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น และบ้านเรือนที่ห่างกันออกไปเรื่อยๆ เมษารู้สึกถึงความสงบที่เริ่มเข้ามาแทนที่ความวุ่นวายในจิตใจ แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกตื่นเต้นระคนหวาดหวั่นที่จะได้พบกับลุงชัชอีกครั้งก็ยิ่งเพิ่มขึ้น เธอพยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเอง แต่ทำได้ยากเหลือเกิน

เมื่อขับรถมาถึงทางแยกที่คุ้นเคย ซึ่งเป็นทางที่จะเลี้ยวเข้าสู่ถนนลูกรังเล็กๆ ที่ทอดตัวยาวเข้าไปยังบ้านไร่ของป้าสายและลุงชัช หัวใจของเมษาเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมาจากอก กลิ่นอายของธรรมชาติ ทั้งกลิ่นดิน กลิ่นต้นไม้ และกลิ่นไอของไร่นา พัดปะทะเข้ามาทางหน้าต่างรถ มันเป็นกลิ่นที่คุ้นเคย กลิ่นที่เชื่อมโยงเธอกับความทรงจำอันเร่าร้อนในอดีต

รถยนต์ของเมษาค่อยๆ เคลื่อนตัวไปตามถนนลูกรัง ฝุ่นดินสีแดงลอยคลุ้งขึ้นด้านหลัง ทิวทัศน์สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่และพุ่มไม้รกครึ้ม เมษามองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงตาของเธอฉายแววครุ่นคิด เธอจำได้ดีว่าจุดไหนคือที่ที่ ลุงชัช เคยแอบเข้ามาใกล้เธอ จุดไหนคือที่ที่พวกเขาเคยจูบกันอย่างเร่าร้อน ภาพเหล่านั้นวนเวียนอยู่ในหัวของเธอราวกับภาพยนตร์ที่ฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ในที่สุด รถของเมษาก็มาจอดสนิทอยู่หน้าบ้านไร่หลังใหญ่ที่คุ้นเคย บ้านไม้เก่าๆ ที่ยังคงความอบอุ่นและเป็นกันเอง เมษาลงจากรถ สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าไปเต็มปอด ความรู้สึกคิดถึงและผูกพันกับสถานที่แห่งนี้เข้าครอบงำ เธอเห็นป้าสายกำลังนั่งอยู่ที่ชานบ้าน มีผ้าห่มคลุมเข่า ผิวพรรณของท่านดูซีดเซียวลงไปมาก ทำให้เมษารู้สึกเป็นห่วงอย่างจับใจ

“ป้าสาย!” เมษาเอ่ยเรียกพร้อมกับรีบเดินเข้าไปหา ป้าสายเงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาอ่อนล้า แต่เมื่อเห็นเมษา ใบหน้าของท่านก็มีรอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้น

“หนูเมษ์… หนูมาแล้วเหรอลูก” เมษาก้มลงกอดป้าสายอย่างอ่อนโยน

“ค่ะป้าสาย เมษ์มาแล้วค่ะ ป้าสายเป็นยังไงบ้างคะ?” ป้าสายลูบหลังเมษาเบาๆ พลางมองสำรวจใบหน้าของหลานสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเข้าใจลึกซึ้ง แกเห็นความเร่าร้อนบางอย่างในแววตาของเมษา ซึ่งแกเองก็รับรู้ได้ดีว่ามันคืออะไร

“ก็ดีขึ้นแล้วล่ะลูก ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก” ป้าสายตอบพลาง

“เหนื่อยไหมลูก เดินทางมาไกล”

“ไม่เหนื่อยเลยค่ะป้าสาย” เมษาตอบพลางช่วยประคองป้าสายให้ลุกขึ้น

“ไปพักในบ้านดีกว่านะคะ อากาศข้างนอกมันเย็น” เมษาพูดกับป้าสายผู้เป็นดั่งแม่แท้ๆของเธออย่างเป็นห่วงด้วยความจริงใจ

เมษาพาป้าสายเข้าไปในบ้าน กวาดสายตามองไปรอบๆ บ้านไร่ที่คุ้นเคย ทุกซอกทุกมุมของบ้านแห่งนี้ล้วนมีความทรงจำของเธอกับลุงชัชซ่อนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะไม้เก่าๆ ที่พวกเขาเคยนั่งกินข้าวด้วยกัน หรือแม้แต่รูปภาพที่ติดอยู่บนฝาผนัง ก็ล้วนแต่มีเรื่องราวที่ถูกเก็บซ่อนไว้

“ลุงชัช ไปไหนคะป้าสาย?” เมษาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้เป็นปกติที่สุด แต่ในใจกลับเต้นระรัว

ป้าสายเห็นแววตาที่ร้อนรุ่มของเมษาเมื่อเอ่ยถึงชัช แกยิ้มบางๆ อย่างรู้ทัน เพราะเรื่องราวของคู่นี้ แกเห็นจนชินตา บางครั้งก็เป็นกลางวันแสกๆ นั่นแหละ

“ตาชัช ไปดูแลสวนน่ะลูก เห็นว่ามะม่วงออกเยอะเลย” ป้าสายตอบอย่างใจเย็น เมษาพยักหน้าเล็กน้อย

“งั้นเดี๋ยวเมษ์ไปช่วยลุงชัช นะคะ” เธอแทบจะอดใจไม่ไหวแล้ว ป้าสายยิ้มบางๆ

“จ้ะๆ ดีเลยลูก ตาชัช จะได้ไม่เหนื่อยมาก” แกรู้ดีว่า “การช่วย” ของเมษาในที่นี้ ไม่ใช่แค่การช่วยเก็บมะม่วงอย่างเดียว

เมษาวางกระเป๋าเดินทางไว้ในห้องนอนที่เคยเป็นของเธอเมื่อสมัยก่อนอย่างลวกๆ แล้วเดินตรงไปยังสวนมะม่วงที่อยู่ด้านหลังบ้าน หัวใจของเธอเต้นรัวแรงขึ้นทุกย่างก้าว ยิ่งเดินเข้าไปใกล้สวนมะม่วงมากเท่าไร ความรู้สึกตื่นเต้นและร้อนรุ่มก็ยิ่งเพิ่มขึ้น

เธอได้ยินเสียงคนกำลังทำงานอยู่ข้างใน กลิ่นของดินและต้นหญ้าผสมกับกลิ่นกายชายที่คุ้นเคย ลอยมาปะทะจมูก ทำให้ร่างกายของเธอสั่นสะท้านไปทั้งตัว

เมื่อก้าวเข้าสู่เขตสวนมะม่วง ภาพแรกที่เมษาเห็นก็คือ ลุงชัช เขากำลังยืนอยู่ใต้ต้นมะม่วงใหญ่ รูปร่างสูงโปร่งของเขาโดดเด่นท่ามกลางต้นไม้ เขากำลังถอดเสื้อ เผยให้เห็นแผงอกกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อจากการทำงานหนัก ผิวคล้ำแดดของเขาบ่งบอกถึงการใช้ชีวิตกลางแจ้ง แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมาต้องร่างของเขา ทำให้เห็นหยาดเหงื่อที่ไหลซึมไปทั่วแผ่นหลังของเขา แผ่นหลังที่เมษาเคยสัมผัสและจดจำได้ดี

“ลุงชัช!” เมษาเอ่ยเรียกด้วยเสียงที่แผ่วเบา แต่ก็มากพอที่จะทำให้เขาหันมามอง ลุงชัชหันมา ใบหน้าคมเข้มของเขามีรอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้น ดวงตาคมกริบของเขาสบเข้ากับดวงตาของเมษา

ประกายในดวงตาคู่นั้นยังคงเร่าร้อนและเย้ายวนเหมือนเดิม ราวกับเปลวไฟที่โชติช่วงไร้การควบคุม มันจุดประกายเพลิงปรารถนาที่หลับใหลในตัวเมษาให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้งอย่างรุนแรง 

“หนูเมษ์! โธ่เอ๊ย! ลุงนึกว่าใคร! มาแล้วเหรอเนี่ย!” เขารีบก้าวเท้าเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว

ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นดีใจอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาของเขาวาววับด้วยประกายความปรารถนาที่ถูกเก็บกดมานาน ลุงชัชเดินเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว เขายื่นมือมาจับมือเมษาอย่างอ่อนโยน แต่การสัมผัสของเขานั้นไม่เหมือนการสัมผัสของญาติผู้ใหญ่ มันเต็มไปด้วยความหมายแฝงบางอย่างที่ทำให้เมษาใจสั่นไปทั้งตัว มือของเขากำแน่นที่มือของเธอราวกับต้องการจะสื่อสารบางอย่าง 

“ค่ะลุงชัช เมษ์มาแล้วค่ะ” เมษาตอบ น้ำเสียงของเธอแหบพร่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ลุงชัชจ้องมองเมษาอย่างสำรวจ ดวงตาของเขากวาดมองตั้งแต่ใบหน้าของเธอ ไล่ลงไปถึงเรือนร่างที่ยังคงผอมเพรียวเหมือนเดิม 

“หนูเมษ์ สวยขึ้นเยอะเลยนะ สวยกว่าเดิมเยอะเลย” เมษาหน้าแดงก่ำ เธอรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วร่างกาย ใบหน้าของเธอเห่อร้อนราวกับถูกไฟแผดเผา 

“ลุงชัช พูดอะไรคะ”

“ลุงพูดจริงๆ นี่นา ก็หนูเมษ์สวยจริงๆ นี่นา ใครๆ ก็ว่าหนูเมษ์สวยกันทั้งนั้นแหละ” ลุงชัชยังคงยิ้มกรุ่มกริ่ม ดวงตาของเขาฉายแววเย้ายวนกว่าเดิม เมษาพยายามหลบสายตา แต่ก็ทำได้ยากเหลือเกิน เพราะดวงตาคู่นั้นเหมือนมีอำนาจสะกดเธอไว้ 

“ลุงชัช กำลังทำอะไรอยู่คะ” เมษาพยายามเปลี่ยนเรื่อง เธอรู้สึกเหมือนหัวใจจะระเบิดออกมาจากอกอยู่แล้ว

ลุงชัชไม่ตอบ เขาคว้าแขนเมษาแล้วดึงเธอเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว เมษารู้สึกถึงกลิ่นกายของเขาที่หอมกรุ่นปะปนกับกลิ่นเหงื่อไคลของลูกผู้ชาย ลมหายใจของเขาพ่นรดต้นคอของเธอ ทำให้ขนอ่อนลุกซู่ไปทั้งตัว ลุงชัชก้มลงกระซิบเสียงแหบพร่าข้างหูของเธอ 

“ลุงไม่ได้ทำอะไรหรอก… แต่ตอนนี้… ลุงอยากทำอะไรมากกว่า” เขากดจูบลงบนซอกคอของเมษาอย่างร้อนผ่าว

เมษารู้สึกถึงความอ่อนระทวยไปทั้งร่างกาย เธอโหยหาการสัมผัสนี้มานานแสนนาน มือของลุงชัชเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังของเมษาอย่างเชื่องช้า แต่เต็มไปด้วยความปรารถนา ก่อนที่จะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ 

“ลุงชัช…” เมษาครางออกมาเบาๆ ลุงชัชไม่สนใจ เขาดึงเมษาเข้าไปในอ้อมแขนที่แน่นหนามากขึ้น แล้วฉุดเธอไปตามทางเดินแคบๆ ที่ลัดเลาะเข้าไปในส่วนที่ลึกที่สุดของสวนมะม่วง

เมษาจำทางนี้ได้ดี มันคือที่ที่พวกเขาเคยแอบมาพบกันเสมอ ที่ที่เพลิงปรารถนาของพวกเขาเคยลุกโชนขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า

ไม่นานนัก พวกเขาก็มาถึงใต้ต้นมะม่วงใหญ่ที่สุดในสวน ต้นมะม่วงที่แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมพื้นที่ใต้ต้นให้มิดชิด ราวกับเป็นที่ซ่อนเร้นจากสายตาผู้คน แสงแดดสาดส่องลงมาไม่ถึงพื้นดิน ทำให้บรรยากาศใต้ต้นไม้แห่งนี้มืดสลัวและเร้นลับ

ลุงชัชดันเมษาให้ชิดกับลำต้นมะม่วงใหญ่ที่หยาบกร้าน เขาก้มลงจูบเธออย่างดุดัน รุนแรง และโหยหา จูบของเขาไม่ใช่การจูบที่อ่อนโยนเหมือนวรินท์ แต่เป็นการจูบที่เต็มไปด้วยความต้องการอันดิบเถื่อน มันปลุกเร้าทุกอณูในร่างกายของเมษาให้ตื่นขึ้น ความร้อนผ่าวแล่นไปทั่วร่างกายของเธอ

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • ผัวป้า   ตอนพิเศษตอนที่ 2. แอบดูเมียโดนเย็Dที่ลำธาร! [NC-20+]

    รถเก๋งคันหรูของวรินทร์คลานเข้ามาจอดนิ่งสนิทอยู่บนลานดินใต้ต้นมะม่วงใหญ่ เสียงเครื่องยนต์ที่ดับลงทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แฝงไปด้วยไอความร้อนของบ่ายวันอาทิตย์ ชายหนุ่มยิ้มที่มุมปากอย่างโล่งใจ ความเหนื่อยล้าจากการขับรถทางไกลมลายหายไปในชั่วพริบตา เมื่อสายตาของเขาจับจ้องไปยังแคร่ไม้ไผ่ตัวเก่าที่ตั้งอยู่ใต้ร่มเงาต้นมะม่วงข้างบ้าน... แคร่ตัวนี้นี่เอง ที่เขาจินตนาการถึงรอยจารึกแห่งความสาวของเมษาที่ถูกลุงชัชตีตราไว้ตั้งแต่เธอยังเป็นเพียงเด็กสาววัยสะพรั่งวรินทร์ก้าวลงจากรถ บิดตัวไล่ความเมื่อยขบ ก่อนจะเดินอ้อมไปเปิดกระโปรงหลังเพื่อขนสัมภาระ"มีอะไรให้ป้าช่วยถือบ้างล่ะตาเอก?" เสียงแหบพร่าอย่างคนผ่านโลกมานานของป้าสายดังขึ้น เธอเดินออกมาจากครัวข้างบ้านด้วยท่าทีสงบ ผิวหนังบนใบหน้าที่เหี่ยวย่นตามวัยดูมีร่องรอยของความเหนื่อยหน่ายที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้มจางๆ"ไม่มีหรอกครับป้า ผมจัดการเอง ป้าไม่ต้องลำบากหรอกครับ" วรินทร์รีบปฏิเสธอย่างนอบน้อม ก่อนจะเดินเข้าไปสวมกอดหญิงสูงวัยด้วยความรักและนับถืออย่างญาติผู้ใหญ่ที่สนิทชิดเชื้อ "เมษ์อยู่บนเรือนเหรอครับ?" เขาถามพลางกวาดสายตามองไปบนตัวบ้านไม้ใต้ถุนสูง

  • ผัวป้า   กระท่อมรัก...แห่งความหลัง (ตอนพิเศษ 1)

    ภายในกระท่อมไม้หลังเก่าที่ซ่อนตัวอยู่ท้ายสวนอันเงียบสงัด กลิ่นอายของฟางข้าวแห้งที่ถูกปูลาดไว้บนพื้นไม้กระดานส่งกลิ่นหอมกรุ่นจางๆ อบอวลไปทั่วบริเวณ แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านช่องว่างของฝาขัดแตะตกลงมาเป็นลำแสงสีทองพาดผ่านร่างอรชรที่นอนทอดกายอยู่บนเสื่อกกผืนเก่าที่คุ้นเคย กลิ่นสาบดินและกลิ่นอายของคืนวันเก่าๆ ระหว่างเธอกับชายรุ่นพ่อคนนี้ยังคงอบอวลอยู่ทุกอณูอากาศ ราวกับจะย้ำเตือนถึงจุดเริ่มต้นของ "ความร่าน" ที่สลักลึกอยู่ในทุกเส้นประสาทของเธอ"อูยยย... ลุงขา... เมษ์เสียว... ซี๊ดดด..."เสียงครางที่หลุดรอดจากริมฝีปากบางเฉียบนั้นแหบพร่าและสั่นสะท้อน มันไม่ใช่เสียงครางเพียงเพื่อเอาใจ แต่เป็นเสียงที่กลั่นออกมาจากส่วนลึกของความโหยหาที่มีต่อชายตรงหน้า ชัช ชายวัยห้าสิบเศษที่มีร่างกายกำยำแบบคนทำงานหนัก ผิวกร้านแดดและแววตาดุดันของเขาจ้องมองร่างของเมษาด้วยความหิวกระหายที่สั่งสมมานานปีชัชไม่ได้รีบร้อน เขาใช้ความเก๋าเกมที่สะสมมานานปีค่อยๆ เลื่อนใบหน้าที่สากระคายด้วยหนวดเคราจางๆ ลงสู่จุดยุทธศาสตร์ของเมษา ปลายลิ้นที่หยาบร้อนแต่นุ่มนวลอย่างประหลาดเริ่มตวัดไล้ไปตามแนวรอยแยกสีสดที่บวมเป่งและฉ่ำวาว เมษาแอ่นสะโพกผ

  • ผัวป้า   ปัจฉิมบทแห่งความร่าน

    เสียงน้ำในสระยังคงกระเพื่อมไหวส่งเสียงกระทบขอบหินเบาๆ แต่บรรยากาศรอบข้างกลับเงียบงันจนน่าใจหาย วรินทร์ยังคงยืนนิ่งอยู่ในเงามืด ลมหายใจของเขาหอบถี่ กลิ่นคาวรักที่เปรอะเปื้อนอยู่บนฝ่ามือเตือนให้รู้ว่าสิ่งที่เขาเพิ่งเห็นไม่ใช่ความฝันทันใดนั้น ร่างเปลือยเปล่าสามร่างที่เปียกโชกก็ก้าวเดินขึ้นจากสระ เมษาเดินอยู่ตรงกลางโดยมีวิทย์และเก่งขนาบข้าง ผิวขาวผ่องของเธอบัดนี้แดงเป็นจ้ำๆ จากรอยจูบและแรงบีบเค้น ขาเรียวสวยสั่นเทาจนก้าวแทบไม่ออก ทุกย่างก้าวที่เธอเดินผ่านหน้าวรินทร์ ร่องรักที่อ้าค้างจากการโดนรุกรานอย่างหนักยังคงมีน้ำกามสีขาวขุ่นหยดติ๋งลงบนพื้นไม้ทิ้งเป็นทางยาวเมษาไม่ได้หยุดทักทายสามี เธอเพียงแต่ปรายตาที่ฉ่ำปรือและว่างเปล่ามองเขาเพียงเสี้ยววินาที มุมปากที่ยังมีคราบน้ำรักติดอยู่เผยอยิ้มจางๆ ราวกับจะเยาะเย้ยในโชคชะตาที่วรินทร์หยิบยื่นให้ ทั้งสามเดินผ่านเขาไปราวกับเขาเป็นเพียงวิญญาณที่คอยเฝ้าดู ทิ้งไว้เพียงกลิ่นคาวกามและกลิ่นคลอรีนที่บาดลึกเข้าสู่ประสาทสัมผัสวรินทร์เดินตามหลังเข้าไปในห้องน้ำหรู ไอน้ำอุ่นจากอ่างน้ำวน (Jacuzzi) พวยพุ่งจนทำให้กระจกฝ้ามัว เมษาถูกสองหนุ่มประคองลงไปนั่งกลางอ่างน้

  • ผัวป้า   ขย่มน้ำกระจายริมสระน้ำ

    วรินทร์ขึ้นหยัดกายลุกขึ้นจากโซฟาช้าๆ จงใจจัดปกเสื้อให้เรียบร้อย สายตาของเขาจดจ้องไปที่ เมษา ซึ่งบัดนี้กึ่งนั่งกึ่งนอนหมดแรงอยู่ท่ามกลางชายหนุ่มสองคน ทรวงอกอวบหยุ่นภายใต้ซาตินสีแชมเปญสะท้อนแสงไฟวิบวับตามจังหวะหอบหายใจที่ยังไม่คงที่"เดี๋ยวพี่จะออกไปซื้อของมาเติมสักหน่อย ตอนเย็นกะปิดไปหน่อย" วรินทร์พุดขึ้นในขณะที่เมษากำลังระทดระทวยอยู่ท่ามกลางการระดมจูบของเด้กหนุ่มทั้งสอง"รีบไปรีบมานะคะ... เมษ์ไม่รอนะ จะบอกให้.." เมษาตอบพลางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นจังหวะเดียวกับที่วิทย์เริ่มเลื่อนมือไปลูบไล้ขาอ่อนของเธออย่างย่ามใจต่อหน้าวรินทร์วรินทร์เดินออกจากวิลล่า สตาร์ทรถและขับออกไปที่มินิมาร์ทหน้าปากซอยจริงๆ เขาใช้เวลาเดินเลือกซื้อเครื่องดื่มและของขบเคี้ยวด้วยหัวใจที่ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ภาพจินตนาการถึงเมียรักที่กำลังโดนรุมทึ้งทำให้เขารู้สึกเงี่ยนจนลำเอ็นแข็งปั๋งปวดหนึบไปหมด เขาแทบจะรอให้ถึงวินาทีที่จ่ายเงินไม่ไหว ทันทีที่ถุงเสบียงวางลงเบาะข้าง วรินทร์ก็รีบบึ่งรถกลับมายังวิลล่าโดยไม่เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว"ป่านนี้จะโดนไปกี่ดอกแล้วก็ไม่รู้" เขาคิด ภาพในหัวมีแต่ความเร่าร้อนของเมียรักที่กำลังโดนส

  • ผัวป้า   วิมานส่วนตัว

    ภายในพูลวิลล่าหรูริมชายหาด กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำมันอโรม่าผสมกับกลิ่นไอทะเลที่พัดแว่วเข้ามาสร้างบรรยากาศที่ชวนให้ผ่อนคลายแต่ก็หนักอึ้งไปด้วยมวลสารบางอย่าง วรินทร์ นั่งอยู่ที่อาร์มแชร์ตัวใหญ่ มือหนึ่งถือแก้ววิสกี้ชั้นเลิศ สายตาของเขาจับจ้องไปที่ เมษา ภรรยาสาวที่กำลังจัดเตรียมเครื่องดื่มอยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์วันนี้เมษาจงใจแต่งตัวเพื่อ "ต้อนรับแขก" โดยเฉพาะ เธอสวมชุดเดรสสายเดี่ยวผ้าไหมซาตินสีแชมเปญ เนื้อผ้าที่ลื่นและบางเบาแนบไปกับทุกสัดส่วนโค้งเว้า ยามเธอขยับตัว แสงไฟจะตกกระทบลงบนแผ่นหลังที่เปลือยเปล่าและร่องอกที่ลึกสุดใจ เพราะเธอไม่ได้สวมใส่อะไรไว้ข้างใต้เลยเสียงออดหน้าประตูดังขึ้น วรินทร์ลุกไปเปิดรับ เก่ง และ วิทย์ สองรุ่นน้องหนุ่มที่ก้าวเข้ามาด้วยความประหม่าปนตื่นเต้น ทั้งคู่สวมเสื้อเชิ้ตลายทางที่ปลดกระดุมเม็ดบนออก เผยให้เห็นแผงอกสีแทนและบุคลิกของชายหนุ่มวัยฉกรรจ์"สวัสดีครับพี่เอก... สวัสดีครับพี่เมษา" ทั้งคู่ยกมือไหว้ตามมารยาท แต่สายตานั้นกลับปิดความกระหายไม่มิดก่อนหน้านี้ประมาณหนึ่งสัปดาห์ วรินทร์ได้ติดต่อเด็หหนุ่มสองคนนี้ไว้ เขาเมษาได้คิดเลือกอย่างรอบคอบ สื่อโซเชียลที่ทั้งสองช่วยกั

  • ผัวป้า   ชีวิตที่เปลี่ยนไป

    ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องนอนอีกครั้งหลังจากเสียงคำรามสุดท้ายของชัชสิ้นสุดลง มีเพียงเสียงหอบหายใจอย่างหนักหน่วงของคนสองคนที่สอดประสานกันในความสลัววรินทร์ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเดิม ร่างกายของเขาสั่นระริกจากความสุขสมที่เพิ่งปะทุออกมา น้ำรักที่เปรอะเปื้อนเต็มมือและขากางเกงเริ่มเย็นชืด แต่มันกลับตอกย้ำภาพเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านไปให้เด่นชัดขึ้นในหัวเขามองดูเมษา ภรรยาผู้แสนเรียบร้อยของเขา ที่บัดนี้ซบหน้าอยู่กับอกแกร่งของชัช ร่างกายเปลือยเปล่าของเธออาบไปด้วยเหงื่อจนผิวกายมันวาวราวกับเคลือบด้วยน้ำมัน กลิ่นคาวกามรุนแรงอบอวลอยู่ในอากาศ มันเป็นกลิ่นของเมษาผสมกับกลิ่นดิบเถื่อนของชัช ซึ่งมันกำลัง ปั่นประสาทของวรินทร์ให้คลั่งเมษาค่อยๆ ผละออกจากอ้อมกอดของชัช เธอคลานลงจากเตียงด้วยท่วงท่าที่อ่อนแรงแต่ทว่ากลับดูเย้ายวนอย่างประหลาด ร่องรักของเธอมีน้ำกามสีขาวขุ่นที่ชัชเพิ่งฉีดอัดเข้าไป มันล้นทะลักออกมาหยดย้อยตามง่ามขาขาวเนียนเธอคลานตรงมาหาเขา หยุดลงตรงหน้าสามีที่นั่งจ้องเธอไม่วางตา เมษาคุกเข่าลงระหว่างขาของวรินทร์ ดวงตาปรือปรอยแฝงไปด้วยความร่านที่ยังไม่มอดดับ เธอยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้จนจมูกแทบ

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status