ログインรุ่งเช้าของอีกวัน แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานใหญ่ของคฤหาสน์หรู เมษาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่นอย่างประหลาด ไม่ใช่เพราะเธอหลับเต็มอิ่ม แต่เป็นความรู้สึกตื่นเต้นที่ปะปนกับความหวาดหวั่นที่ก่อตัวขึ้นในใจ
เมื่อคืนที่ผ่านมา หลังจากวรินท์หลับไปแล้ว เมษาใช้เวลาหลายชั่วโมงครุ่นคิดถึงเรื่องราวที่วนเวียนอยู่ในหัว เธอตัดสินใจแล้วว่าจะทำตามเสียงเรียกของหัวใจและร่างกายที่โหยหามานานแสนนาน เธอจะกลับไปบ้านไร่… กลับไปหา ลุงชัช… กลับไปเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปในชีวิตเธอ ไม่ว่ามันจะผิดบาปมากแค่ไหนก็ตาม
เมษาลุกขึ้นจากเตียงอย่างเงียบเชียบ เธอเดินไปที่ห้องแต่งตัวขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้าและเครื่องประดับหรูหรา เธอเลือกชุดเดรสผ้าฝ้ายเนื้อเบา สีขาวนวล ที่ให้ความรู้สึกอ่อนโยนและบริสุทธิ์ แต่ภายใต้ความเรียบง่ายนั้น ซ่อนความต้องการอันเร่าร้อนไว้ เธอตั้งใจว่าจะไปวิ่งออกกำลังกายในสวนหลังบ้าน และระหว่างทางก็จะแวะไปคุยกับป้าแม่บ้านเรื่องการเตรียมอาหารสำหรับวันนี้ ก่อนที่เธอจะเริ่มแผนการที่วางไว้
ขณะที่เธอกำลังลงบันไดไม้สักขัดเงา เมษาก็เห็นวรินท์นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารแล้ว เขากำลังอ่านหนังสือพิมพ์ธุรกิจฉบับล่าสุด และมีกาแฟหอมกรุ่นวางอยู่ตรงหน้า
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ พี่เอก” เมษาเอ่ยทักด้วยรอยยิ้มหวานที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้
วรินท์เงยหน้าขึ้นจากหนังสือพิมพ์ ใบหน้าหล่อเหลาของเขามีรอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้น
“อรุณสวัสดิ์จ้ะ เมษ์ เช้านี้ดูสดใสเป็นพิเศษเลยนะ” เขาสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในตัวเธอ แววตาของเขาที่มองมายังเมษามีความชื่นชมอย่างเปิดเผย
เมษาเดินไปนั่งลงตรงข้ามเขา ป้าแม่บ้านยกอาหารเช้ามาเสิร์ฟ ทั้งไข่คนกับเบคอน ไส้กรอกโฮมเมด และขนมปังปิ้งหอมกรุ่น
“เมษ์นอนหลับสบายค่ะ ก็เลยดูสดใสเป็นพิเศษมั้งคะ” เธอตอบพลางตักไข่คนใส่จานให้วรินท์
“ดีแล้ว ช่วงนี้ดูเมษ์เครียดๆ พี่ก็ห่วง” วรินท์พูดพลางมองหน้าเมษาอย่างสังเกต
“ค่ะ ช่วงนี้เมษ์เลยอยากจะพักผ่อนให้เต็มที่น่ะค่ะ” เมษาตอบพลางใช้ช้อนเขี่ยอาหารในจานไปมา เธอกำลังหาจังหวะที่จะพูดเรื่องที่เธอต้องการจะบอกเขา
“เมษ์อยากไปเที่ยวที่ไหนไหม เดี๋ยวพี่จัดให้” วรินท์เสนอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เมษาเงยหน้าขึ้นสบตาวรินท์ ดวงตาของเธอฉายแววครุ่นคิด เธอตัดสินใจแล้วว่านี่คือโอกาสที่เธอต้องสร้างขึ้น
“เอ่อ… เมษ์อยากกลับไปพักผ่อนที่บ้านไร่น่ะค่ะ ไปสูดอากาศบริสุทธิ์บ้าง ไม่ได้กลับไปนานมากแล้ว ก็อยากไปเยี่ยมป้าสายกับลุงชัชด้วยค่ะ” เธอหยุดเล็กน้อยแล้วเสริม
“เมษ์ว่าจะไปสักอาทิตย์หนึ่งค่ะ พี่เอกคิดว่ายังไงคะ?” วรินท์พยักหน้าช้าๆ เขาวางช้อนลง
“อืม… ก็ดีเหมือนกันนะ เมษ์ก็ไม่ได้กลับบ้านไร่ไปนานจริงๆ” น้ำเสียงของเขาไม่ได้แสดงความไม่พอใจ หรือความกังขาใดๆ
เขาดูจะเข้าใจและเห็นด้วยกับเหตุผลของเธอ
“ถ้าเมษ์อยากไปพักผ่อนจริงๆ พี่ก็สบายใจ” เขายื่นมือมาจับมือเมษาบนโต๊ะอย่างอ่อนโยน
“ถ้าเมษ์อยากไป พี่ก็จะให้คนขับรถไปส่ง หรือจะให้พี่ไปส่งเองก็ได้” วรินทร์เสนอ
“ไม่เป็นไรค่ะพี่เอก เดี๋ยวเมษ์ขับรถไปเองก็ได้ค่ะ จะได้สะดวกกว่าด้วย” เมษาปฏิเสธ เธอต้องการอิสระในการเดินทางครั้งนี้
เธอไม่อยากให้วรินท์หรือคนขับรถของเขามาจำกัดเวลาหรือการกระทำของเธอ
“แน่ใจนะ? ทางไกลนะ” วรินท์ยังคงห่วงใย
“แน่ใจค่ะพี่เอก เมษ์ขับรถได้สบายมากค่ะ” เมษาตอบอย่างกระตือรือร้น เธอยิ้มหวานให้เขา
“ถ้าอย่างนั้น… เมษ์จะไปพรุ่งนี้นะคะ”
“เร็วขนาดนั้นเลยเหรอ?” วรินท์เลิกคิ้วเล็กน้อย
“ค่ะ อยากไปพักผ่อนเร็วๆ น่ะค่ะ” เมษาตอบพลางตักอาหารเข้าปาก
“พี่เอกไม่สะดวกจะไปด้วยใช่ไหมคะ?” เธอแกล้งถามเพื่อยืนยันว่าเขาจะไม่ตามไปในครั้งนี้
“พี่คงไม่สะดวก อาทิตย์นี้พี่มีประชุมสำคัญที่บริษัททุกวันเลย คงจะไปด้วยไม่ได้จริงๆ” วรินท์ตอบด้วยสีหน้าเสียดาย
“แต่ถ้ามีอะไรให้ช่วย ก็โทรหาพี่ได้ตลอดเวลานะ”
“ขอบคุณค่ะพี่เอก” เมษายิ้มกว้างในที่สุด ความโล่งใจแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ เธอได้ไฟเขียวแล้ว การเดินทางสู่ความปรารถนาที่ถูกเก็บกดกำลังจะเริ่มต้นขึ้น
ตลอดทั้งวันนั้น เมษารู้สึกกระวนกระวายและตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก เธอใช้เวลาช่วงบ่ายไปกับการเตรียมตัวจัดกระเป๋าเสื้อผ้า เธอเลือกชุดที่ไม่ใช่ชุดหรูหราฟู่ฟ่าเหมือนเวลาที่อยู่ในกรุงเทพฯ แต่เป็นชุดที่ใส่สบายๆ ดูเรียบง่าย เหมาะกับบรรยากาศบ้านไร่ แต่ในขณะเดียวกัน ก็แฝงไปด้วยความรู้สึกเย้ายวนบางอย่างที่เธอเองก็อธิบายไม่ถูก
เธอรู้สึกเหมือนเด็กสาวที่กำลังจะได้กลับไปผจญภัยอีกครั้ง หลังจากที่ถูกขังอยู่ในกรงทองมานานแสนนาน
เสียงโทรศัพท์ของเธอดังขึ้น ปลายสายคือ ลดา เพื่อนสนิทของเธอ
“ฮัลโหลค่ะลดา” เมษารับสายด้วยน้ำเสียงสดใส
“เมษ์… เธอจะไปจริงๆ เหรอฉันเป็นห่วงแกนะ” เสียงของลดาเพื่อนสนิทของเธอมีน้ำเสียงอ่อนแรงเล็กน้อย
“ใช่ลดา ชั้นกำลังจะไปแล้วล่ะ พรุ่งนี้เช้าออกเดินทางเลย” เมษาตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตั้งใจ
“แกดูแลตัวเองนะ อย่าเพิ่งหักโหมงานมากนัก”
“จ้ะๆ ฉันไหวอยู่แล้ว แต่ก็อยากให้แกมา” ลดาพูด
“เดินทางปลอดภัยนะแก แล้วเจอกัน” หลังจากวางสายจากลดา เมษาเดินไปที่กระจกบานใหญ่ มองสำรวจตัวเองในชุดที่เลือกไว้
เธอไม่เคยรู้สึกตื่นเต้นและร้อนรุ่มในใจมากขนาดนี้มาก่อนในชีวิต ความปรารถนาอันรุนแรงที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ภาพลักษณ์ภายนอกที่เรียบร้อยอ่อนหวานกำลังพุ่งพล่านออกมา เธอรู้สึกเหมือนมีไฟสุมอยู่ในอก รอวันที่จะได้ปะทุออกมาอย่างเต็มที่
เช้าวันรุ่งขึ้น เมษาขับรถออกจากคฤหาสน์ของเธอแต่เช้าตรู่ แสงอาทิตย์ยามเช้าทอแสงสีทองอาบไล้ไปทั่วท้องถนนที่ว่างเปล่า การจราจรยังไม่หนาแน่นในยามนี้ เมษารู้สึกถึงอิสระที่เธอไม่เคยสัมผัสได้มานานแสนนาน เสียงเพลงที่เปิดคลอเบาๆ ในรถไม่สามารถกลบเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของเธอได้เลย เธอขับรถไปตามเส้นทางที่คุ้นเคย เส้นทางที่นำพาเธอย้อนกลับไปสู่วันวานอันเร่าร้อน วันที่เธอได้ค้นพบความสุขสมที่แท้จริง
ยิ่งขับรถออกห่างจากกรุงเทพฯ มากเท่าไร บรรยากาศรอบข้างก็ยิ่งเปลี่ยนไป จากตึกสูงระฟ้าและถนนคอนกรีต ก็ค่อยๆ กลายเป็นทุ่งนาสีเขียวขจี ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น และบ้านเรือนที่ห่างกันออกไปเรื่อยๆ เมษารู้สึกถึงความสงบที่เริ่มเข้ามาแทนที่ความวุ่นวายในจิตใจ แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกตื่นเต้นระคนหวาดหวั่นที่จะได้พบกับลุงชัชอีกครั้งก็ยิ่งเพิ่มขึ้น เธอพยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเอง แต่ทำได้ยากเหลือเกิน
เมื่อขับรถมาถึงทางแยกที่คุ้นเคย ซึ่งเป็นทางที่จะเลี้ยวเข้าสู่ถนนลูกรังเล็กๆ ที่ทอดตัวยาวเข้าไปยังบ้านไร่ของป้าสายและลุงชัช หัวใจของเมษาเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมาจากอก กลิ่นอายของธรรมชาติ ทั้งกลิ่นดิน กลิ่นต้นไม้ และกลิ่นไอของไร่นา พัดปะทะเข้ามาทางหน้าต่างรถ มันเป็นกลิ่นที่คุ้นเคย กลิ่นที่เชื่อมโยงเธอกับความทรงจำอันเร่าร้อนในอดีต
รถยนต์ของเมษาค่อยๆ เคลื่อนตัวไปตามถนนลูกรัง ฝุ่นดินสีแดงลอยคลุ้งขึ้นด้านหลัง ทิวทัศน์สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่และพุ่มไม้รกครึ้ม เมษามองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงตาของเธอฉายแววครุ่นคิด เธอจำได้ดีว่าจุดไหนคือที่ที่ ลุงชัช เคยแอบเข้ามาใกล้เธอ จุดไหนคือที่ที่พวกเขาเคยจูบกันอย่างเร่าร้อน ภาพเหล่านั้นวนเวียนอยู่ในหัวของเธอราวกับภาพยนตร์ที่ฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ในที่สุด รถของเมษาก็มาจอดสนิทอยู่หน้าบ้านไร่หลังใหญ่ที่คุ้นเคย บ้านไม้เก่าๆ ที่ยังคงความอบอุ่นและเป็นกันเอง เมษาลงจากรถ สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าไปเต็มปอด ความรู้สึกคิดถึงและผูกพันกับสถานที่แห่งนี้เข้าครอบงำ เธอเห็นป้าสายกำลังนั่งอยู่ที่ชานบ้าน มีผ้าห่มคลุมเข่า ผิวพรรณของท่านดูซีดเซียวลงไปมาก ทำให้เมษารู้สึกเป็นห่วงอย่างจับใจ
“ป้าสาย!” เมษาเอ่ยเรียกพร้อมกับรีบเดินเข้าไปหา ป้าสายเงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาอ่อนล้า แต่เมื่อเห็นเมษา ใบหน้าของท่านก็มีรอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้น
“หนูเมษ์… หนูมาแล้วเหรอลูก” เมษาก้มลงกอดป้าสายอย่างอ่อนโยน
“ค่ะป้าสาย เมษ์มาแล้วค่ะ ป้าสายเป็นยังไงบ้างคะ?” ป้าสายลูบหลังเมษาเบาๆ พลางมองสำรวจใบหน้าของหลานสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเข้าใจลึกซึ้ง แกเห็นความเร่าร้อนบางอย่างในแววตาของเมษา ซึ่งแกเองก็รับรู้ได้ดีว่ามันคืออะไร
“ก็ดีขึ้นแล้วล่ะลูก ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก” ป้าสายตอบพลาง
“เหนื่อยไหมลูก เดินทางมาไกล”
“ไม่เหนื่อยเลยค่ะป้าสาย” เมษาตอบพลางช่วยประคองป้าสายให้ลุกขึ้น
“ไปพักในบ้านดีกว่านะคะ อากาศข้างนอกมันเย็น” เมษาพูดกับป้าสายผู้เป็นดั่งแม่แท้ๆของเธออย่างเป็นห่วงด้วยความจริงใจ
เมษาพาป้าสายเข้าไปในบ้าน กวาดสายตามองไปรอบๆ บ้านไร่ที่คุ้นเคย ทุกซอกทุกมุมของบ้านแห่งนี้ล้วนมีความทรงจำของเธอกับลุงชัชซ่อนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะไม้เก่าๆ ที่พวกเขาเคยนั่งกินข้าวด้วยกัน หรือแม้แต่รูปภาพที่ติดอยู่บนฝาผนัง ก็ล้วนแต่มีเรื่องราวที่ถูกเก็บซ่อนไว้
“ลุงชัช ไปไหนคะป้าสาย?” เมษาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้เป็นปกติที่สุด แต่ในใจกลับเต้นระรัว
ป้าสายเห็นแววตาที่ร้อนรุ่มของเมษาเมื่อเอ่ยถึงชัช แกยิ้มบางๆ อย่างรู้ทัน เพราะเรื่องราวของคู่นี้ แกเห็นจนชินตา บางครั้งก็เป็นกลางวันแสกๆ นั่นแหละ
“ตาชัช ไปดูแลสวนน่ะลูก เห็นว่ามะม่วงออกเยอะเลย” ป้าสายตอบอย่างใจเย็น เมษาพยักหน้าเล็กน้อย
“งั้นเดี๋ยวเมษ์ไปช่วยลุงชัช นะคะ” เธอแทบจะอดใจไม่ไหวแล้ว ป้าสายยิ้มบางๆ
“จ้ะๆ ดีเลยลูก ตาชัช จะได้ไม่เหนื่อยมาก” แกรู้ดีว่า “การช่วย” ของเมษาในที่นี้ ไม่ใช่แค่การช่วยเก็บมะม่วงอย่างเดียว
เมษาวางกระเป๋าเดินทางไว้ในห้องนอนที่เคยเป็นของเธอเมื่อสมัยก่อนอย่างลวกๆ แล้วเดินตรงไปยังสวนมะม่วงที่อยู่ด้านหลังบ้าน หัวใจของเธอเต้นรัวแรงขึ้นทุกย่างก้าว ยิ่งเดินเข้าไปใกล้สวนมะม่วงมากเท่าไร ความรู้สึกตื่นเต้นและร้อนรุ่มก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
เธอได้ยินเสียงคนกำลังทำงานอยู่ข้างใน กลิ่นของดินและต้นหญ้าผสมกับกลิ่นกายชายที่คุ้นเคย ลอยมาปะทะจมูก ทำให้ร่างกายของเธอสั่นสะท้านไปทั้งตัว
เมื่อก้าวเข้าสู่เขตสวนมะม่วง ภาพแรกที่เมษาเห็นก็คือ ลุงชัช เขากำลังยืนอยู่ใต้ต้นมะม่วงใหญ่ รูปร่างสูงโปร่งของเขาโดดเด่นท่ามกลางต้นไม้ เขากำลังถอดเสื้อ เผยให้เห็นแผงอกกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อจากการทำงานหนัก ผิวคล้ำแดดของเขาบ่งบอกถึงการใช้ชีวิตกลางแจ้ง แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมาต้องร่างของเขา ทำให้เห็นหยาดเหงื่อที่ไหลซึมไปทั่วแผ่นหลังของเขา แผ่นหลังที่เมษาเคยสัมผัสและจดจำได้ดี
“ลุงชัช!” เมษาเอ่ยเรียกด้วยเสียงที่แผ่วเบา แต่ก็มากพอที่จะทำให้เขาหันมามอง ลุงชัชหันมา ใบหน้าคมเข้มของเขามีรอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้น ดวงตาคมกริบของเขาสบเข้ากับดวงตาของเมษา
ประกายในดวงตาคู่นั้นยังคงเร่าร้อนและเย้ายวนเหมือนเดิม ราวกับเปลวไฟที่โชติช่วงไร้การควบคุม มันจุดประกายเพลิงปรารถนาที่หลับใหลในตัวเมษาให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้งอย่างรุนแรง
“หนูเมษ์! โธ่เอ๊ย! ลุงนึกว่าใคร! มาแล้วเหรอเนี่ย!” เขารีบก้าวเท้าเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว
ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นดีใจอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาของเขาวาววับด้วยประกายความปรารถนาที่ถูกเก็บกดมานาน ลุงชัชเดินเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว เขายื่นมือมาจับมือเมษาอย่างอ่อนโยน แต่การสัมผัสของเขานั้นไม่เหมือนการสัมผัสของญาติผู้ใหญ่ มันเต็มไปด้วยความหมายแฝงบางอย่างที่ทำให้เมษาใจสั่นไปทั้งตัว มือของเขากำแน่นที่มือของเธอราวกับต้องการจะสื่อสารบางอย่าง
“ค่ะลุงชัช เมษ์มาแล้วค่ะ” เมษาตอบ น้ำเสียงของเธอแหบพร่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ลุงชัชจ้องมองเมษาอย่างสำรวจ ดวงตาของเขากวาดมองตั้งแต่ใบหน้าของเธอ ไล่ลงไปถึงเรือนร่างที่ยังคงผอมเพรียวเหมือนเดิม
“หนูเมษ์ สวยขึ้นเยอะเลยนะ สวยกว่าเดิมเยอะเลย” เมษาหน้าแดงก่ำ เธอรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วร่างกาย ใบหน้าของเธอเห่อร้อนราวกับถูกไฟแผดเผา
“ลุงชัช พูดอะไรคะ”
“ลุงพูดจริงๆ นี่นา ก็หนูเมษ์สวยจริงๆ นี่นา ใครๆ ก็ว่าหนูเมษ์สวยกันทั้งนั้นแหละ” ลุงชัชยังคงยิ้มกรุ่มกริ่ม ดวงตาของเขาฉายแววเย้ายวนกว่าเดิม เมษาพยายามหลบสายตา แต่ก็ทำได้ยากเหลือเกิน เพราะดวงตาคู่นั้นเหมือนมีอำนาจสะกดเธอไว้
“ลุงชัช กำลังทำอะไรอยู่คะ” เมษาพยายามเปลี่ยนเรื่อง เธอรู้สึกเหมือนหัวใจจะระเบิดออกมาจากอกอยู่แล้ว
ลุงชัชไม่ตอบ เขาคว้าแขนเมษาแล้วดึงเธอเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว เมษารู้สึกถึงกลิ่นกายของเขาที่หอมกรุ่นปะปนกับกลิ่นเหงื่อไคลของลูกผู้ชาย ลมหายใจของเขาพ่นรดต้นคอของเธอ ทำให้ขนอ่อนลุกซู่ไปทั้งตัว ลุงชัชก้มลงกระซิบเสียงแหบพร่าข้างหูของเธอ
“ลุงไม่ได้ทำอะไรหรอก… แต่ตอนนี้… ลุงอยากทำอะไรมากกว่า” เขากดจูบลงบนซอกคอของเมษาอย่างร้อนผ่าว
เมษารู้สึกถึงความอ่อนระทวยไปทั้งร่างกาย เธอโหยหาการสัมผัสนี้มานานแสนนาน มือของลุงชัชเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังของเมษาอย่างเชื่องช้า แต่เต็มไปด้วยความปรารถนา ก่อนที่จะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
“ลุงชัช…” เมษาครางออกมาเบาๆ ลุงชัชไม่สนใจ เขาดึงเมษาเข้าไปในอ้อมแขนที่แน่นหนามากขึ้น แล้วฉุดเธอไปตามทางเดินแคบๆ ที่ลัดเลาะเข้าไปในส่วนที่ลึกที่สุดของสวนมะม่วง
เมษาจำทางนี้ได้ดี มันคือที่ที่พวกเขาเคยแอบมาพบกันเสมอ ที่ที่เพลิงปรารถนาของพวกเขาเคยลุกโชนขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า
ไม่นานนัก พวกเขาก็มาถึงใต้ต้นมะม่วงใหญ่ที่สุดในสวน ต้นมะม่วงที่แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมพื้นที่ใต้ต้นให้มิดชิด ราวกับเป็นที่ซ่อนเร้นจากสายตาผู้คน แสงแดดสาดส่องลงมาไม่ถึงพื้นดิน ทำให้บรรยากาศใต้ต้นไม้แห่งนี้มืดสลัวและเร้นลับ
ลุงชัชดันเมษาให้ชิดกับลำต้นมะม่วงใหญ่ที่หยาบกร้าน เขาก้มลงจูบเธออย่างดุดัน รุนแรง และโหยหา จูบของเขาไม่ใช่การจูบที่อ่อนโยนเหมือนวรินท์ แต่เป็นการจูบที่เต็มไปด้วยความต้องการอันดิบเถื่อน มันปลุกเร้าทุกอณูในร่างกายของเมษาให้ตื่นขึ้น ความร้อนผ่าวแล่นไปทั่วร่างกายของเธอ
"โอ๊ยยยย... เสียวหีจังผัวขา... ควยผัวถูกใจเมียที่สุด... เย็ดเมียนาน ๆ นะคะ... เมียอยากให้ผัวเย็ดนาน ๆ... ซี้ดดดดด..."เสียงเมษาร้องครางกระเส่าหลุดรอดจากริมฝีปากอวบอิ่ม สะโพกกลมมนของเธอขยับขึ้นลงโหมกระหน่ำซอยรัวเป็นระวิง ท่ามกลางความมืดสลัวของห้องนอน"อาาาาส์... ซี้ดดด... อีร่าน... อีดอก... เย็ดหีมึงข้าง ๆ ผัวแบบนี้... มันได้อารมณ์สุด ๆ ว่ะ..."ชัชสบถคำหยาบคายต่ำทุ้มในลำคอด้วยความเร่าร้อนสะใจ มือหยาบกร้านเอื้อมบีบขยำบั้นท้ายนิ่มเต็มแรงในระยะประชิดที่ทอดสายตามองผ่านความมลัว วรินทร์ลอบมองภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าอย่างใจจดใจจ่อ แสงไฟสลัวจากหัวเตียงสาดส่องกระทบให้เห็นกลีบแคมสีสดของเมียรักที่กำลังปลิ้นยุบยู่ ขยับขยายอ้ากว้างตามจังหวะการวิ่งมุดเข้าออกของลำแท่งเนื้อยาวใหญ่ขรุขระ ร่องรักชุ่มฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำเมือกจนผิวเนื้อสะท้อนแสงวาววับ คราบน้ำรักสีขาวข้นเปรอะเปื้อนอาบทับลงไปตั้งแต่โคนควยยาวใหญ่ลามเลื่อยลงไปจนถึงพวงไข่สั่นระริก ทุกภาพความเคลื่อนไหวชัดเจนจนทำให้สติของสามีหนุ่มเตลิดเปิดเปิงแม้ทั้งสองคนจะพยายามสะกดกลั้นและผ่อนเสียงครางให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ด้วยเกรงว่าเจ้าขอ
"มองอะไรอ่ะ..."เมษาที่เอนหลังพิงซบลงกับหมอนใบเขื่องซึ่งพาดอยู่ตรงหัวเตียงนอน ชำเลืองสายตาหวานเยิ้มมองดูสามีหนุ่มที่นอนตะแคงข้างจ้องมองเธออยู่ไม่วางตา ใบหน้าสวยระเรื่อขึ้นด้วยความขัดเขินเจือความเก้อเขินเล็กน้อยจากเหตุการณ์เร่าร้อนเมื่อตอนกลางวันของเธอในวันนี้"ก็มองดูคนน่ารักไง..."วรินทร์เอ่ยหยอดคำหวานด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ก่อนจะเอื้อมมืออุ่นจัดมาลูบไล้เบา ๆ ที่ต้นขาเรียวงามของเมียรักอย่างรักใคร่ทะนุถนอม"วันนี้เป็นไงบ้าง..."คำถามที่ถูกเอ่ยขึ้นลอย ๆ ฟังดูเวิ้งว้างเกินกว่าจะเจาะจง แต่ความหมายที่ซ่อนอยู่ภายในกลับทำให้ใบหน้าสวยหวานของภรรยาแดงก่ำขึ้นทันทีด้วยความอายปนระคนความกระสันซ่านที่ยังค้างคาใจ"พี่ก็เห็นหมดแล้วนี่... ยังจะมาแกล้งถามอีก ไม่เอา... ไม่ตอบแล้ว จะมาถามทำไมเล่า..."เมษาแสร้งเอ็ดเบา ๆ เธอพลิกตัวหันหลังหนีด้วยท่าทางค้อนขวิดแบบน่ารัก พยายามซ่อนดวงตาที่พราวระยับและวาวโรจน์ไปด้วยประกายความหวานฉ่ำแห่งเศษอายของความรู้สึกที่ยังติดค้างมา"แอบดูแบบนี้มากี่ครั้งแล้วเนี่ย..."เสียงหวานเอื้อนเอ่ยเจือแววค้อนกระเง้ากระงอด เธอนอนขยับตัวดุ๊กดิ๊กไปมาบนที่นอนอย่างจงใจ เพื่อให้สามีรู้ว่าเธอก
ภาพของเมียรักที่กำลังโน้มตัวลงดูดกลืนแก่นกายท่อนโตอย่างร่านร้อนสะท้อนเข้าสู่สายตาสีเหล็กของวรินทร์ ส่งผลให้มือไม้ของเขาสั่นเทาจากสารอะดรีนาลีนที่หลั่งพล่านซ่านไปทั่วทุกอณูเนื้อเมษานั่งยอง ๆ อยู่ตรงหน้าชัช ผัวของป้าแท้ ๆ ของเธอ ริมฝีปากอวบอิ่มอ้าอมและดูดเลียลำแท่งเนื้อยาวใหญ่ขรุขระเป็นตะปุ่มตะปั่มอย่างไม่รู้เบื่อและไม่รู้จักอิ่มพอ จนแก่นกายยักษ์ที่เพิ่งจะพ่นพิษน้ำรักใส่ร่องหลืบของเธอกลับมาพองขยายตั้งชันแข็งแกร่งขึ้นมาอีกครั้งอย่างเต็มที่ เธอเงยหน้าขึ้นแย้มยิ้ม ช้อนสายตาพราวระยับมองสบเข้ากับดวงตาที่วาวโรจน์ด้วยความกำหนัดของชายสูงวัยอย่างยั่วยวน"มันแข็งสู้ลิ้นเมียอีกแล้วค่ะ... ผัวขา..."เธอเอ่ยออดอ้อนด้วยเสียงกระเส่า ก่อนจะหยัดตัวลุกขึ้นยืนแล้วใช้มือเรียวเล็กดันแผงอกของชัชให้ถอยร่นลงไปนั่งพิงบนเก้าอี้ไม้ตัวใหญ่ เมษาก้าวเรียวขางามขึ้นคร่อมทับลงบนตักแกร่งอย่างไม่นึกกริ่งเกรงสิ่งใดส่วนหัวเห็ดบานใหญ่ถูกกดพรวดเข้าสู่ร่องหลืบกลีบเนื้อสีหวานที่เยิ้มฉ่ำ เลื่อนไหลลึกเข้าไปภายในอย่างง่ายดายไร้แรงเสียดทาน เนื่องจากความเปียกชุ่มจากน้ำรักและหยาดเหงื่อที่ทั้งคู่ร่วมสร้างศึกสวาทกันมาตลอดทั้งวันโดยแ
"เป็นไง... ผัวแก่ ๆ คนนี้เด็ดเท่าผัวหนุ่มของหนูมั้ย... หนูเมย์"ชัชส่งเสียงถามด้วยน้ำเสียงแปร่งพร่าและหอบกระชั้น ขณะที่สองแขนยังคงอุ้มกระเตงเรียวขาขาวยาวของหลานสาวเอาไว้มั่น สองขาเรียวยาวของเมษากอดรัดรอบเอวหนาของชัชไว้แน่นในท่าลิงอุ้มแตง สองสะโพกของเธอขยับโยกขึ้นลงตามจังหวะเดินที่ก้าวเข้ามาอย่างช้า ๆของชายผู้เป็นลุง มุ่งตรงสู่เรือนครัว ท่ามกลางเสียงเนื้อกระทบกันหนักหน่วงที่ดังสะท้อนก้องทางเดิน"อืออ... อาาา... ดีค่ะ..."เมษาร้องครางกระเส่า ใบหน้าเหยเกของเธอซบลงกับลาดไหล่กว้างด้วยความซาบซ่าน"อูยยยย... ซี้ดดดด... ควยผัวแก่คนนี้เด็ดที่สุด... อาาาา... ซี้ดดดด... ลึกดีจังเลยผัวขา..."เมื่อได้ยินคำเยินยอที่ถูกใจ ชายวัยดึกก็ยิ่งฮึกเหิม เมษาจงใจขย่มสะโพกสวนเข้าหาแท่งสวรรค์ของชัชให้จมลึกล้ำ ตอกย้ำความสะใจและเติมเต็มความร่านร้อนที่สุมอยู่ในอกจนแทบคลั่ง เธอรักแก่นกายของชายแก่คนนี้เหลือเกิน มันทั้งใหญ่ ทั้งอึด และมอบความเสียวซ่านที่ผัวหนุ่มอย่างวรินทร์หรือผัวคนไหนก็ไม่เคยทำให้เธอรู้สึกถึงขีดสุดแบบนี้ได้เลยไม่นานนัก ชัชก็พามาถึงเป้าหมาย ชายวัยดึกวางร่างระหงให้นั่งลงบนโต๊ะรับประทานอาหารตัวยาว ตั
วรินทร์ก้าวเข้ามาหยุดนิ่งแนบชิดกับผนังด้านข้างของกระท่อม ร่างสูงใหญ่พยายามควบคุมลมหายใจให้เบาที่สุดเพื่อไม่ให้ทำลายบรรยากาศดิบเถื่อนที่กำลังโหมกระหน่ำอยู่เบื้องหลังผนังนั่น เมื่อดวงตาสีเหล็กปรับความคุ้นชินกับแสงสลัวภายในกระท่อม ความตื่นเต้นเร้าใจก็พุ่งทะยานสูงขึ้นจนสองมือสั่นเทาไปหมดเมื่อมองลอดผ่านช่องขนาดเท่ากำปั้นของหญ้าคาที่ผุพังตามกาลเวลา ภาพตรงหน้าก็ปรากฏชัดเจนเต็มสองตา เมษา ร่างบางภรรยาผู้เป็นที่รักของเขากำลังนั่งอยู่บนกองกระสอบปุ๋ยที่เรียงซ้อนกันสูงราวหนึ่งเมตร สองขาเรียวขาวผ่องแยกออกกว้างและถูกยกขึ้นพาดไว้บนแขนแกร่งของลุงชัชอย่างเต็มใจ ร่างท่อนบนของเธอยังคงสวมเสื้อยืดตัวเดิมจากเมื่อช่วงเช้า แต่ทว่าท่อนล่างกลับเปลือยเปล่าไร้สิ่งปกปิดเผยให้เห็นสัดส่วนเร้าอารมณ์ลุงชัชยืนปักหลักอยู่ระหว่างขาทั้งสองข้างของเธอ ร่างกายกำยำเปลือยเปล่าชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อพราว สะโพกแกร่งขยับโถมเข้าออกกระหน่ำแก่นกายยักษ์ยาวเหยียดปูดโปนเข้าใส่ร่องรักของเมษาอย่างดุดันและหื่นกระหายตั๊บ! ตั๊บ! ตั๊บ! ตั๊บ! ตั๊บ! ตั๊บ!เสียงเนื้อกระทบกันดังสนั่นก้องกระท่อม ผสมผสานกับเสียงร้องครวญครางอย่างบ้าคลั่งของหญิงสาว
บรรยากาศยามเช้าบนชานเรือนครัวไม้ชั้นเดียวหลังเล็กสไตล์บ้านสวน ซึ่งแยกตัวออกมาจากตัวบ้านหลักและมีหลังคาต่อเชื่อมถึงกันอย่างร่มรื่น อบอวลไปด้วยไอแดดอ่อนๆ ที่สาดส่องผ่านกิ่งไม้ใบหญ้าและกลิ่นหอมกรุ่นของข้าวต้มร้อนๆ ส่งกลิ่นชวนกิน เมษานั่งเคี้ยวอาหารช้าๆ พลางกวาดสายตามองหน้าสามี ก่อนจะเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "พี่เอกคะ... วันนี้ป้ามีนัดหมอตอนสิบโมง พี่เอกพอจะว่างเป็นธุระพาป้าแกไปหน่อยได้มั้ยคะ?"เมษาเอ่ยขึ้นระหว่างมื้อเช้าของวันถัดมา ดวงตาคู่สวยชำเลืองมองชัชที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยแววตาแววโรจน์สดใส"ปกติแล้วลุงจะเป็นคนขับรถพาแกไป... แต่วันนี้เมย์เกรงว่าลุงแกร่างกายไม่น่าจะพร้อมเท่าไหร่ เดี๋ยวหลับในเอา"เมษามองตาวรินทร์ที่นั่งอยู่ข้างกายด้วยแววตาที่สื่อความนัยกันอย่างรู้กันระหว่างสามคน ในขณะที่ป้าสายกำลังขยับตัวลุกขึ้นจากโต๊ะแล้วแยกตัวออกไปล้างมือที่ก๊อกน้ำที่เคาน์เตอร์ที่ห่างออกไป หลังจากจัดการมื้อเช้าในส่วนของแกเสร็จเรียบร้อยเมื่อได้ยินดังนั้น วรินทร์จึงหันไปมองดูชัช ซึ่งกำลังนั่งเคี้ยวข้าวคำโตอยู่ตรงหน้า ด้วยแววตาที่พอจะเข้าใจความหมายที่เมียรักของเขากำลังสื่อ ชัชเงย
ห้องนอนเล็ก ๆ ในบ้านไร่ถูกกลืนกินด้วยความมืดสนิท แสงสลัวสีเทาหม่น จากนอกหน้าต่างแทรกผ่านม่านผ้าดิบบางเบาเข้ามาเพียงริบหรี่ สร้างเงาที่ยาวและบิดเบี้ยว วรินท์ไม่ได้อยู่บนเตียง แต่เลือกนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ข้างเตียง ในมุมที่เงาทอดทับเขาไว้เกือบมิด มือของเขากำแน่น บนพนักแขนจนข้อนิ้วขาวโพลน ดวงตาของเขาวาวว
“เมษ์…อื้อฮือ…มัน…มันสุดยอดมากเลย เมษ์ พี่ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน” เขาหายใจหอบถี่ พลางลูบผมของเธออย่างอ่อนโยน ประกายแห่งความพึงพอใจที่ล้นปรี่วรินท์ ดึง เมษา เข้ามากอดแน่น เขากระซิบที่ข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสุขและสมหวัง“พี่พูดจริง เมษ์…พี่พร้อมที่จะสนับสนุนความรู้สึกของ เมษ์…พี่เคย
คำพูดของ วรินท์ สะท้อนก้องในโสตประสาทของ เมษา ราวกับเสียงสายฟ้าฟาดผ่ากลางใจ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตระหนก แต่ลึกๆ ลงไปในห้วงอารมณ์ที่ซับซ้อน ความรู้สึกตื่นเต้นประหลาดกลับคืบคลานเข้ามาแทนที่ เธอไม่เคยคาดคิดว่าเขาจะกล้าเอ่ยคำพูดเช่นนี้ออกมาความเงียบหนักอึ้งเข้าปกคลุมบรรยากาศอีกครั้ง หนักหน่วงกว
เมื่อตกค่ำ ชัชก็ขับรถกลับมาที่บ้านไร่ เขามองเห็นรถของวรินท์จอดอยู่หน้าบ้าน ทำให้เขารู้ว่าวรินท์ยังไม่ได้กลับไป ชัชเดินลงจากรถด้วยสีหน้าเรียบเฉย เขามองไปที่บ้านพักที่เมษาและวรินท์พักอยู่ แววตาของเขาฉายแววความไม่พอใจเล็กน้อย"เมื่อไหร่มันจะกลับวะ!!!" ชัชสบถกับตัวเองเบาๆ พลางเดินส่วยหัว ก้มหน้าเข้าครั







