Home / โรแมนติก / ผัวป้า / เสียงเรียกจากบ้านไร่

Share

เสียงเรียกจากบ้านไร่

last update publish date: 2026-04-17 19:09:57

รุ่งเช้าของอีกวัน แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานใหญ่ของคฤหาสน์หรู เมษาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่นอย่างประหลาด ไม่ใช่เพราะเธอหลับเต็มอิ่ม แต่เป็นความรู้สึกตื่นเต้นที่ปะปนกับความหวาดหวั่นที่ก่อตัวขึ้นในใจ

เมื่อคืนที่ผ่านมา หลังจากวรินท์หลับไปแล้ว เมษาใช้เวลาหลายชั่วโมงครุ่นคิดถึงเรื่องราวที่วนเวียนอยู่ในหัว เธอตัดสินใจแล้วว่าจะทำตามเสียงเรียกของหัวใจและร่างกายที่โหยหามานานแสนนาน เธอจะกลับไปบ้านไร่… กลับไปหา ลุงชัช… กลับไปเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปในชีวิตเธอ ไม่ว่ามันจะผิดบาปมากแค่ไหนก็ตาม

เมษาลุกขึ้นจากเตียงอย่างเงียบเชียบ เธอเดินไปที่ห้องแต่งตัวขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้าและเครื่องประดับหรูหรา เธอเลือกชุดเดรสผ้าฝ้ายเนื้อเบา สีขาวนวล ที่ให้ความรู้สึกอ่อนโยนและบริสุทธิ์ แต่ภายใต้ความเรียบง่ายนั้น ซ่อนความต้องการอันเร่าร้อนไว้ เธอตั้งใจว่าจะไปวิ่งออกกำลังกายในสวนหลังบ้าน และระหว่างทางก็จะแวะไปคุยกับป้าแม่บ้านเรื่องการเตรียมอาหารสำหรับวันนี้ ก่อนที่เธอจะเริ่มแผนการที่วางไว้

ขณะที่เธอกำลังลงบันไดไม้สักขัดเงา เมษาก็เห็นวรินท์นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารแล้ว เขากำลังอ่านหนังสือพิมพ์ธุรกิจฉบับล่าสุด และมีกาแฟหอมกรุ่นวางอยู่ตรงหน้า

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ พี่เอก” เมษาเอ่ยทักด้วยรอยยิ้มหวานที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้

วรินท์เงยหน้าขึ้นจากหนังสือพิมพ์ ใบหน้าหล่อเหลาของเขามีรอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้น

“อรุณสวัสดิ์จ้ะ เมษ์ เช้านี้ดูสดใสเป็นพิเศษเลยนะ” เขาสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในตัวเธอ แววตาของเขาที่มองมายังเมษามีความชื่นชมอย่างเปิดเผย

เมษาเดินไปนั่งลงตรงข้ามเขา ป้าแม่บ้านยกอาหารเช้ามาเสิร์ฟ ทั้งไข่คนกับเบคอน ไส้กรอกโฮมเมด และขนมปังปิ้งหอมกรุ่น

“เมษ์นอนหลับสบายค่ะ ก็เลยดูสดใสเป็นพิเศษมั้งคะ” เธอตอบพลางตักไข่คนใส่จานให้วรินท์

“ดีแล้ว ช่วงนี้ดูเมษ์เครียดๆ พี่ก็ห่วง” วรินท์พูดพลางมองหน้าเมษาอย่างสังเกต

“ค่ะ ช่วงนี้เมษ์เลยอยากจะพักผ่อนให้เต็มที่น่ะค่ะ” เมษาตอบพลางใช้ช้อนเขี่ยอาหารในจานไปมา เธอกำลังหาจังหวะที่จะพูดเรื่องที่เธอต้องการจะบอกเขา

“เมษ์อยากไปเที่ยวที่ไหนไหม เดี๋ยวพี่จัดให้” วรินท์เสนอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เมษาเงยหน้าขึ้นสบตาวรินท์ ดวงตาของเธอฉายแววครุ่นคิด เธอตัดสินใจแล้วว่านี่คือโอกาสที่เธอต้องสร้างขึ้น

“เอ่อ… เมษ์อยากกลับไปพักผ่อนที่บ้านไร่น่ะค่ะ ไปสูดอากาศบริสุทธิ์บ้าง ไม่ได้กลับไปนานมากแล้ว ก็อยากไปเยี่ยมป้าสายกับลุงชัชด้วยค่ะ” เธอหยุดเล็กน้อยแล้วเสริม

“เมษ์ว่าจะไปสักอาทิตย์หนึ่งค่ะ พี่เอกคิดว่ายังไงคะ?” วรินท์พยักหน้าช้าๆ เขาวางช้อนลง

“อืม… ก็ดีเหมือนกันนะ เมษ์ก็ไม่ได้กลับบ้านไร่ไปนานจริงๆ” น้ำเสียงของเขาไม่ได้แสดงความไม่พอใจ หรือความกังขาใดๆ

เขาดูจะเข้าใจและเห็นด้วยกับเหตุผลของเธอ

“ถ้าเมษ์อยากไปพักผ่อนจริงๆ พี่ก็สบายใจ” เขายื่นมือมาจับมือเมษาบนโต๊ะอย่างอ่อนโยน

“ถ้าเมษ์อยากไป พี่ก็จะให้คนขับรถไปส่ง หรือจะให้พี่ไปส่งเองก็ได้” วรินทร์เสนอ

“ไม่เป็นไรค่ะพี่เอก เดี๋ยวเมษ์ขับรถไปเองก็ได้ค่ะ จะได้สะดวกกว่าด้วย” เมษาปฏิเสธ เธอต้องการอิสระในการเดินทางครั้งนี้

เธอไม่อยากให้วรินท์หรือคนขับรถของเขามาจำกัดเวลาหรือการกระทำของเธอ

“แน่ใจนะ? ทางไกลนะ” วรินท์ยังคงห่วงใย

“แน่ใจค่ะพี่เอก เมษ์ขับรถได้สบายมากค่ะ” เมษาตอบอย่างกระตือรือร้น เธอยิ้มหวานให้เขา

“ถ้าอย่างนั้น… เมษ์จะไปพรุ่งนี้นะคะ”

“เร็วขนาดนั้นเลยเหรอ?” วรินท์เลิกคิ้วเล็กน้อย

“ค่ะ อยากไปพักผ่อนเร็วๆ น่ะค่ะ” เมษาตอบพลางตักอาหารเข้าปาก

“พี่เอกไม่สะดวกจะไปด้วยใช่ไหมคะ?” เธอแกล้งถามเพื่อยืนยันว่าเขาจะไม่ตามไปในครั้งนี้

“พี่คงไม่สะดวก อาทิตย์นี้พี่มีประชุมสำคัญที่บริษัททุกวันเลย คงจะไปด้วยไม่ได้จริงๆ” วรินท์ตอบด้วยสีหน้าเสียดาย

“แต่ถ้ามีอะไรให้ช่วย ก็โทรหาพี่ได้ตลอดเวลานะ”

“ขอบคุณค่ะพี่เอก” เมษายิ้มกว้างในที่สุด ความโล่งใจแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ เธอได้ไฟเขียวแล้ว การเดินทางสู่ความปรารถนาที่ถูกเก็บกดกำลังจะเริ่มต้นขึ้น

ตลอดทั้งวันนั้น เมษารู้สึกกระวนกระวายและตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก เธอใช้เวลาช่วงบ่ายไปกับการเตรียมตัวจัดกระเป๋าเสื้อผ้า เธอเลือกชุดที่ไม่ใช่ชุดหรูหราฟู่ฟ่าเหมือนเวลาที่อยู่ในกรุงเทพฯ แต่เป็นชุดที่ใส่สบายๆ ดูเรียบง่าย เหมาะกับบรรยากาศบ้านไร่ แต่ในขณะเดียวกัน ก็แฝงไปด้วยความรู้สึกเย้ายวนบางอย่างที่เธอเองก็อธิบายไม่ถูก

เธอรู้สึกเหมือนเด็กสาวที่กำลังจะได้กลับไปผจญภัยอีกครั้ง หลังจากที่ถูกขังอยู่ในกรงทองมานานแสนนาน

เสียงโทรศัพท์ของเธอดังขึ้น ปลายสายคือ ลดา เพื่อนสนิทของเธอ

“ฮัลโหลค่ะลดา” เมษารับสายด้วยน้ำเสียงสดใส

“เมษ์… เธอจะไปจริงๆ เหรอฉันเป็นห่วงแกนะ” เสียงของลดาเพื่อนสนิทของเธอมีน้ำเสียงอ่อนแรงเล็กน้อย

“ใช่ลดา ชั้นกำลังจะไปแล้วล่ะ พรุ่งนี้เช้าออกเดินทางเลย” เมษาตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตั้งใจ

“แกดูแลตัวเองนะ อย่าเพิ่งหักโหมงานมากนัก”

“จ้ะๆ ฉันไหวอยู่แล้ว แต่ก็อยากให้แกมา” ลดาพูด

“เดินทางปลอดภัยนะแก แล้วเจอกัน” หลังจากวางสายจากลดา เมษาเดินไปที่กระจกบานใหญ่ มองสำรวจตัวเองในชุดที่เลือกไว้

เธอไม่เคยรู้สึกตื่นเต้นและร้อนรุ่มในใจมากขนาดนี้มาก่อนในชีวิต ความปรารถนาอันรุนแรงที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ภาพลักษณ์ภายนอกที่เรียบร้อยอ่อนหวานกำลังพุ่งพล่านออกมา เธอรู้สึกเหมือนมีไฟสุมอยู่ในอก รอวันที่จะได้ปะทุออกมาอย่างเต็มที่

เช้าวันรุ่งขึ้น เมษาขับรถออกจากคฤหาสน์ของเธอแต่เช้าตรู่ แสงอาทิตย์ยามเช้าทอแสงสีทองอาบไล้ไปทั่วท้องถนนที่ว่างเปล่า การจราจรยังไม่หนาแน่นในยามนี้ เมษารู้สึกถึงอิสระที่เธอไม่เคยสัมผัสได้มานานแสนนาน เสียงเพลงที่เปิดคลอเบาๆ ในรถไม่สามารถกลบเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของเธอได้เลย เธอขับรถไปตามเส้นทางที่คุ้นเคย เส้นทางที่นำพาเธอย้อนกลับไปสู่วันวานอันเร่าร้อน วันที่เธอได้ค้นพบความสุขสมที่แท้จริง

ยิ่งขับรถออกห่างจากกรุงเทพฯ มากเท่าไร บรรยากาศรอบข้างก็ยิ่งเปลี่ยนไป จากตึกสูงระฟ้าและถนนคอนกรีต ก็ค่อยๆ กลายเป็นทุ่งนาสีเขียวขจี ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น และบ้านเรือนที่ห่างกันออกไปเรื่อยๆ เมษารู้สึกถึงความสงบที่เริ่มเข้ามาแทนที่ความวุ่นวายในจิตใจ แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกตื่นเต้นระคนหวาดหวั่นที่จะได้พบกับลุงชัชอีกครั้งก็ยิ่งเพิ่มขึ้น เธอพยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเอง แต่ทำได้ยากเหลือเกิน

เมื่อขับรถมาถึงทางแยกที่คุ้นเคย ซึ่งเป็นทางที่จะเลี้ยวเข้าสู่ถนนลูกรังเล็กๆ ที่ทอดตัวยาวเข้าไปยังบ้านไร่ของป้าสายและลุงชัช หัวใจของเมษาเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมาจากอก กลิ่นอายของธรรมชาติ ทั้งกลิ่นดิน กลิ่นต้นไม้ และกลิ่นไอของไร่นา พัดปะทะเข้ามาทางหน้าต่างรถ มันเป็นกลิ่นที่คุ้นเคย กลิ่นที่เชื่อมโยงเธอกับความทรงจำอันเร่าร้อนในอดีต

รถยนต์ของเมษาค่อยๆ เคลื่อนตัวไปตามถนนลูกรัง ฝุ่นดินสีแดงลอยคลุ้งขึ้นด้านหลัง ทิวทัศน์สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่และพุ่มไม้รกครึ้ม เมษามองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงตาของเธอฉายแววครุ่นคิด เธอจำได้ดีว่าจุดไหนคือที่ที่ ลุงชัช เคยแอบเข้ามาใกล้เธอ จุดไหนคือที่ที่พวกเขาเคยจูบกันอย่างเร่าร้อน ภาพเหล่านั้นวนเวียนอยู่ในหัวของเธอราวกับภาพยนตร์ที่ฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ในที่สุด รถของเมษาก็มาจอดสนิทอยู่หน้าบ้านไร่หลังใหญ่ที่คุ้นเคย บ้านไม้เก่าๆ ที่ยังคงความอบอุ่นและเป็นกันเอง เมษาลงจากรถ สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าไปเต็มปอด ความรู้สึกคิดถึงและผูกพันกับสถานที่แห่งนี้เข้าครอบงำ เธอเห็นป้าสายกำลังนั่งอยู่ที่ชานบ้าน มีผ้าห่มคลุมเข่า ผิวพรรณของท่านดูซีดเซียวลงไปมาก ทำให้เมษารู้สึกเป็นห่วงอย่างจับใจ

“ป้าสาย!” เมษาเอ่ยเรียกพร้อมกับรีบเดินเข้าไปหา ป้าสายเงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาอ่อนล้า แต่เมื่อเห็นเมษา ใบหน้าของท่านก็มีรอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้น

“หนูเมษ์… หนูมาแล้วเหรอลูก” เมษาก้มลงกอดป้าสายอย่างอ่อนโยน

“ค่ะป้าสาย เมษ์มาแล้วค่ะ ป้าสายเป็นยังไงบ้างคะ?” ป้าสายลูบหลังเมษาเบาๆ พลางมองสำรวจใบหน้าของหลานสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเข้าใจลึกซึ้ง แกเห็นความเร่าร้อนบางอย่างในแววตาของเมษา ซึ่งแกเองก็รับรู้ได้ดีว่ามันคืออะไร

“ก็ดีขึ้นแล้วล่ะลูก ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก” ป้าสายตอบพลาง

“เหนื่อยไหมลูก เดินทางมาไกล”

“ไม่เหนื่อยเลยค่ะป้าสาย” เมษาตอบพลางช่วยประคองป้าสายให้ลุกขึ้น

“ไปพักในบ้านดีกว่านะคะ อากาศข้างนอกมันเย็น” เมษาพูดกับป้าสายผู้เป็นดั่งแม่แท้ๆของเธออย่างเป็นห่วงด้วยความจริงใจ

เมษาพาป้าสายเข้าไปในบ้าน กวาดสายตามองไปรอบๆ บ้านไร่ที่คุ้นเคย ทุกซอกทุกมุมของบ้านแห่งนี้ล้วนมีความทรงจำของเธอกับลุงชัชซ่อนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะไม้เก่าๆ ที่พวกเขาเคยนั่งกินข้าวด้วยกัน หรือแม้แต่รูปภาพที่ติดอยู่บนฝาผนัง ก็ล้วนแต่มีเรื่องราวที่ถูกเก็บซ่อนไว้

“ลุงชัช ไปไหนคะป้าสาย?” เมษาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้เป็นปกติที่สุด แต่ในใจกลับเต้นระรัว

ป้าสายเห็นแววตาที่ร้อนรุ่มของเมษาเมื่อเอ่ยถึงชัช แกยิ้มบางๆ อย่างรู้ทัน เพราะเรื่องราวของคู่นี้ แกเห็นจนชินตา บางครั้งก็เป็นกลางวันแสกๆ นั่นแหละ

“ตาชัช ไปดูแลสวนน่ะลูก เห็นว่ามะม่วงออกเยอะเลย” ป้าสายตอบอย่างใจเย็น เมษาพยักหน้าเล็กน้อย

“งั้นเดี๋ยวเมษ์ไปช่วยลุงชัช นะคะ” เธอแทบจะอดใจไม่ไหวแล้ว ป้าสายยิ้มบางๆ

“จ้ะๆ ดีเลยลูก ตาชัช จะได้ไม่เหนื่อยมาก” แกรู้ดีว่า “การช่วย” ของเมษาในที่นี้ ไม่ใช่แค่การช่วยเก็บมะม่วงอย่างเดียว

เมษาวางกระเป๋าเดินทางไว้ในห้องนอนที่เคยเป็นของเธอเมื่อสมัยก่อนอย่างลวกๆ แล้วเดินตรงไปยังสวนมะม่วงที่อยู่ด้านหลังบ้าน หัวใจของเธอเต้นรัวแรงขึ้นทุกย่างก้าว ยิ่งเดินเข้าไปใกล้สวนมะม่วงมากเท่าไร ความรู้สึกตื่นเต้นและร้อนรุ่มก็ยิ่งเพิ่มขึ้น

เธอได้ยินเสียงคนกำลังทำงานอยู่ข้างใน กลิ่นของดินและต้นหญ้าผสมกับกลิ่นกายชายที่คุ้นเคย ลอยมาปะทะจมูก ทำให้ร่างกายของเธอสั่นสะท้านไปทั้งตัว

เมื่อก้าวเข้าสู่เขตสวนมะม่วง ภาพแรกที่เมษาเห็นก็คือ ลุงชัช เขากำลังยืนอยู่ใต้ต้นมะม่วงใหญ่ รูปร่างสูงโปร่งของเขาโดดเด่นท่ามกลางต้นไม้ เขากำลังถอดเสื้อ เผยให้เห็นแผงอกกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อจากการทำงานหนัก ผิวคล้ำแดดของเขาบ่งบอกถึงการใช้ชีวิตกลางแจ้ง แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมาต้องร่างของเขา ทำให้เห็นหยาดเหงื่อที่ไหลซึมไปทั่วแผ่นหลังของเขา แผ่นหลังที่เมษาเคยสัมผัสและจดจำได้ดี

“ลุงชัช!” เมษาเอ่ยเรียกด้วยเสียงที่แผ่วเบา แต่ก็มากพอที่จะทำให้เขาหันมามอง ลุงชัชหันมา ใบหน้าคมเข้มของเขามีรอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้น ดวงตาคมกริบของเขาสบเข้ากับดวงตาของเมษา

ประกายในดวงตาคู่นั้นยังคงเร่าร้อนและเย้ายวนเหมือนเดิม ราวกับเปลวไฟที่โชติช่วงไร้การควบคุม มันจุดประกายเพลิงปรารถนาที่หลับใหลในตัวเมษาให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้งอย่างรุนแรง 

“หนูเมษ์! โธ่เอ๊ย! ลุงนึกว่าใคร! มาแล้วเหรอเนี่ย!” เขารีบก้าวเท้าเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว

ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นดีใจอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาของเขาวาววับด้วยประกายความปรารถนาที่ถูกเก็บกดมานาน ลุงชัชเดินเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว เขายื่นมือมาจับมือเมษาอย่างอ่อนโยน แต่การสัมผัสของเขานั้นไม่เหมือนการสัมผัสของญาติผู้ใหญ่ มันเต็มไปด้วยความหมายแฝงบางอย่างที่ทำให้เมษาใจสั่นไปทั้งตัว มือของเขากำแน่นที่มือของเธอราวกับต้องการจะสื่อสารบางอย่าง 

“ค่ะลุงชัช เมษ์มาแล้วค่ะ” เมษาตอบ น้ำเสียงของเธอแหบพร่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ลุงชัชจ้องมองเมษาอย่างสำรวจ ดวงตาของเขากวาดมองตั้งแต่ใบหน้าของเธอ ไล่ลงไปถึงเรือนร่างที่ยังคงผอมเพรียวเหมือนเดิม 

“หนูเมษ์ สวยขึ้นเยอะเลยนะ สวยกว่าเดิมเยอะเลย” เมษาหน้าแดงก่ำ เธอรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วร่างกาย ใบหน้าของเธอเห่อร้อนราวกับถูกไฟแผดเผา 

“ลุงชัช พูดอะไรคะ”

“ลุงพูดจริงๆ นี่นา ก็หนูเมษ์สวยจริงๆ นี่นา ใครๆ ก็ว่าหนูเมษ์สวยกันทั้งนั้นแหละ” ลุงชัชยังคงยิ้มกรุ่มกริ่ม ดวงตาของเขาฉายแววเย้ายวนกว่าเดิม เมษาพยายามหลบสายตา แต่ก็ทำได้ยากเหลือเกิน เพราะดวงตาคู่นั้นเหมือนมีอำนาจสะกดเธอไว้ 

“ลุงชัช กำลังทำอะไรอยู่คะ” เมษาพยายามเปลี่ยนเรื่อง เธอรู้สึกเหมือนหัวใจจะระเบิดออกมาจากอกอยู่แล้ว

ลุงชัชไม่ตอบ เขาคว้าแขนเมษาแล้วดึงเธอเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว เมษารู้สึกถึงกลิ่นกายของเขาที่หอมกรุ่นปะปนกับกลิ่นเหงื่อไคลของลูกผู้ชาย ลมหายใจของเขาพ่นรดต้นคอของเธอ ทำให้ขนอ่อนลุกซู่ไปทั้งตัว ลุงชัชก้มลงกระซิบเสียงแหบพร่าข้างหูของเธอ 

“ลุงไม่ได้ทำอะไรหรอก… แต่ตอนนี้… ลุงอยากทำอะไรมากกว่า” เขากดจูบลงบนซอกคอของเมษาอย่างร้อนผ่าว

เมษารู้สึกถึงความอ่อนระทวยไปทั้งร่างกาย เธอโหยหาการสัมผัสนี้มานานแสนนาน มือของลุงชัชเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังของเมษาอย่างเชื่องช้า แต่เต็มไปด้วยความปรารถนา ก่อนที่จะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ 

“ลุงชัช…” เมษาครางออกมาเบาๆ ลุงชัชไม่สนใจ เขาดึงเมษาเข้าไปในอ้อมแขนที่แน่นหนามากขึ้น แล้วฉุดเธอไปตามทางเดินแคบๆ ที่ลัดเลาะเข้าไปในส่วนที่ลึกที่สุดของสวนมะม่วง

เมษาจำทางนี้ได้ดี มันคือที่ที่พวกเขาเคยแอบมาพบกันเสมอ ที่ที่เพลิงปรารถนาของพวกเขาเคยลุกโชนขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า

ไม่นานนัก พวกเขาก็มาถึงใต้ต้นมะม่วงใหญ่ที่สุดในสวน ต้นมะม่วงที่แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมพื้นที่ใต้ต้นให้มิดชิด ราวกับเป็นที่ซ่อนเร้นจากสายตาผู้คน แสงแดดสาดส่องลงมาไม่ถึงพื้นดิน ทำให้บรรยากาศใต้ต้นไม้แห่งนี้มืดสลัวและเร้นลับ

ลุงชัชดันเมษาให้ชิดกับลำต้นมะม่วงใหญ่ที่หยาบกร้าน เขาก้มลงจูบเธออย่างดุดัน รุนแรง และโหยหา จูบของเขาไม่ใช่การจูบที่อ่อนโยนเหมือนวรินท์ แต่เป็นการจูบที่เต็มไปด้วยความต้องการอันดิบเถื่อน มันปลุกเร้าทุกอณูในร่างกายของเมษาให้ตื่นขึ้น ความร้อนผ่าวแล่นไปทั่วร่างกายของเธอ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ผัวป้า   เอาให่เมียผม... ร่านจะร้องไม่ออกไปเลยพี่! (ตอนพิเษษ 16) [NC-20+]

    ภายในห้องสวีตหรูหรากว้างขวางบนชั้น 21 ของโรงแรมชื่อดังย่านสุขุมวิท 22 บรรยากาศยามค่ำคืนถูกโอบล้อมด้วยความเงียบสงบและเป็นส่วนตัว เบื้องหลังผนังกระจกใสบานใหญ่จากพื้นจรดเพดานเผยให้เห็นทัศนียภาพอันตระการตาของมหานครยามค่ำคืน แสงไฟระยิบระยับจากหมู่ตึกระฟ้าสูงตระหง่านทอดประกายระยับแข่งกับดวงดาวบนฟากฟ้า ขณะที่สายธารแห่งแสงไฟจากยานพาหนะบนท้องถนนเบื้องล่างไหลรินทอดยาวเป็นเส้นสายสีส้มแดงระเรื่อ งดงามราวกับภาพวาดที่มีชีวิตใหญ่ทิ้งตัวลงนั่งไขว่ห้างเอนหลังพิงพนักโซฟาตัวใหญ่หนานุ่ม หันหลังให้กับวิวสวยริมกระจกหน้าต่างบานใหญ่ ใบหน้าคมคายประดับรอยยิ้มบาง ๆ อย่างคนคุมเกม ก่อนจะเอ่ยปากถามขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ"เอกมีข้อห้ามอะไรเป็นพิเศษไหม... เช่น เอ่อ… ห้ามประตูหลัง หรืออะไรที่น้องเมย์ไม่ชอบเป็นพิเศษหรือเปล่า..."วรินทร์ที่นั่งอยู่ใกล้กันชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาด้วยแววตาที่เริ่มฉายแววตื่นเต้นเร้าใจ"มีอยู่เรื่องเดียวครับพี่... อย่าบังคับฝืนใจจนเกินไป และอย่าทำให้น้องเมย์เจ็บตัวก็พอครับ... นอกนั้นพี่จัดเต็มที่ได้เลย..." วรินทร์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่เจือความตื่นเต้นระคนกระสันซ่านอย่างปิดไม่ม

  • ผัวป้า   คืนนี้ผมฝากเมียผมด้วยนะครับพี่! (ตอนพิเศษ 15)

    เสียงนกกาเหว่าตัวใหญ่ส่งเสียงร้องกังวานก้องกังสดาลรับอรุณรุ่งของวันหยุด ท่ามกลางบรรยากาศยามเช้าอันแสนสงบเงียบที่หาได้ยากยิ่งใจกลางกรุงเทพมหานคร สายลมธรรมชาติพัดโชยกลิ่นไอความชื้นของดินและกลิ่นหอมระรวยของมวลดอกไม้ นานาพันธุ์ที่แข่งกันผลิบานในสวนหลังบ้าน ลอดผ่านกรอบหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดกว้างรับอากาศบริสุทธิ์เข้ามาจนเต็มห้องเมษายืนพิงขอบหน้าต่างห้องนอน ทอดสายตามองออกไปเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกผ่อนคลาย ภาพที่ปรากฏคือความร่มรื่นเขียวขจีของสวนกว้างขนาดใหญ่หลังบ้าน ซึ่งเต็มไปด้วยแมกไม้และต้นไม้ใหญ่ขึ้นรกครึ้มหนาแน่นตามธรรมชาติ ราวกับยกผืนป่าขนาดย่อมมาไว้กลางเมืองกรุง กิ่งก้านสาขาแผ่ขยายให้ร่มเงาร่มรื่น ฝูงนกน้อยตัวเล็ก ๆ ต่างพากันบินโฉบเฉี่ยวและกระโดดโลดเต้นหยอกล้อกันจากกิ่งนั้นไปยังกิ่งนี้อย่างอารมณ์ดีมือเรียวเล็กถือแก้วกาแฟเซรามิกอุ่น ๆ ไว้ ไอความร้อนสีขาวเป็นละอองบางพวยพุ่งลอยกรุ่นขึ้นปะทะอากาศยามเช้า ริมฝีปากอวบอิ่มยกยิ้มขึ้นน้อย ๆ อย่างมีความสุข ท่ามกลางความรื่นรมย์และความสงบเงียบสงัด ที่ถูกโอบล้อมด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ซึ่งหลงเหลืออยู่เป็นพื้นที่สีเขียวอันล้ำค่า ท่ามกลางป่าคอนกรี

  • ผัวป้า   สามนิ้วใต้โต๊ะกับความลับที่รู้กันสามคน! (ตอนพิเศษ 14)

    แสงแดดยามสายสาดส่องลอดผ่านรอยพับของผ้าม่านเนื้อบางเข้ามาภายในห้องนอน เคลื่อนตัวทาบทับลงบนผิวเนื้อและร่างที่นอนหลับสนิทของวรินทร์ ลมหายใจสม่ำเสมอยามหลับใหลค่อย ๆ สูดลึกยาวขึ้น ก่อนที่เปลือกตาหนาจะค่อย ๆ เผยอขึ้นกะพริบถี่ ๆ เพื่อปรับรับแสงสว่างจ้าที่สาดเข้ามาเขากระพริบตาถี่ ๆ หยัดกายขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับหยีตา,มองออกไปทางหน้าต่างบานใหญ่ สายลมยามสายพัดเอื่อยนำพาความเย็นสบายเข้ามาสัมผัสผิวแก้ม ก่อนที่เขาจะพลิกตัวหันกลับมาหมายจะโอบกอดร่างบางที่เคยนอนแนบชิดกันอยู่ตลอดทั้งคืนทว่า พื้นที่บนเตียงนอนข้างกายกลับว่างเปล่า...วรินทร์ขมวดคิ้วมุ่นเล็กๆ เขากวาดสายตามองสำรวจรอบห้องนอน ก่อนจะมองผ่าบบานประตูห้องน้ำที่เปิดแง้มเอาไว้เข้าไปข้างใน แต่ภายในห้องน้ำกลับว่างเปล่าไร้เงาของภรรยาเช่นกัน"ทำไมตื่นเช้าจังนะ..." วรินทร์พึมพำกับตัวเองเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล รอยยิ้มบาง ๆ ระบายขึ้นบนมุมปากอย่างผ่อนคลายจากความอิ่มเอมใจในค่ำคืนที่ผ่านมา ความรู้สึกสบายเนื้อสบายตัวและความอบอุ่นยังคงหลงเหลืออยู่ในความรู้สึกเขาเลิกผ้าห่มผืนหนาออก ค่อย ๆ สไลด์ตัวขยับมานั่งห้อยขาลงที่ขอบเตียงนอน กวาดสายตามองบรรยากาศยามสายที่

  • ผัวป้า   เงาสวาทริมระเบียง... ปลดปล่อยไฟปรารถนาของผัวรัก (ตอนพิเศษ 13) [NC-20+]

    เวลาเกือบตีสอง ภายในห้องนอนที่ควรจะสงบเงียบกลับอบอวลไปด้วยความร้อนรุ่มที่ยังคงคั่งค้างอยู่ในอกของวรินทร์ ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ที่ระเบียงห้องยังคงวนเวียนฉายซ้ำอยู่ในหัว สมองของเขาสั่งการให้จินตนาการถึงเรือนร่างเปลือยเปล่าของเมียรักที่ถูกชายอื่นกระหน่ำกระแทกกระทั้นจนน้ำรักพุ่งทะลัก ความเป็นชายภายใต้กางเกงนอนพองขยายและปวดหนึบบวมเป่งราวกับระเบิดเวลา แม้ว่าเขาจะเพิ่งใช้มือรูดรั้งปลดปล่อยลาวาความเร่าร้อนออกมาพร้อมกับคนทั้งคู่ไปแล้ว แต่มันก็ยังไม่เพียงพอที่จะดับไฟตัณหาที่สุมอกอยู่ดีวรินทร์สไลด์ตัวขึ้นไปนอนราบลงบนเตียง ดึงผ้าห่มผืนหนามาคลุมกาย ดวงตาวาวโรจน์แข็งค้างจ้องมองเพดานในความมืดอย่างคนนอนไม่หลับ ในขณะที่หูคอยเงี่ยฟังเสียงความเคลื่อนไหวจากภายนอก เฝ้ารอคอยว่าเมื่อไหร่เมียรักจะกลับเข้ามาในห้องนอนเสียทีแกร็ก!เสียงลูกบิดโลหะดังขึ้นแผ่วเบาที่หน้าประตู ก่อนที่บานประตูไม้จะค่อย ๆ แง้มเปิดออกอย่างไร้เสียง ร่างเปลือยเปล่าเนียนนุ่มของเมษาเร้นกายเข้ามาในห้องอย่างเงียบเชียบ เธอเหลียวกลับไปจัดการงับบานประตูห้องปิดลงอย่างระมัดระวังที่สุด โดยที่เรือนร่างระหงไม่มีเสื้อผ้าอาภรณ์ติดกายเลยแม้แต่ชิ้นเด

  • ผัวป้า   สังเวียนราคะริมระเบียง... เย็Dกระแทกสะท้านใจผัว! (ตอนพิเศษ 12) [NC-20+]

    ชัชเร่งจังหวะสะโพกแกร่งโหมกระหน่ำซอยกระแทกกระทั้นเข้าใส่ร่างระหงอย่างดุดันและบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิมตั่บ! ตั่บ! ตั่บ! พรับ! พรับ!เสียงเนื้อกระทบกันดังสนั่นก้องกังวานไปทั่วระเบียงบ้านในยามวิกาล ประสานกับเสียงครางกระเส่าเร่าร้อนระรัวไม่เป็นศัพท์ของเมษา ทุกจังหวะการโถมกระหน่ำซอยยิบราวกับพายุไฟที่กำลังแผดเผาเสียงครางหวานกระเส่าและถ้อยคำร่านสวาทที่หลุดลอดออกมาจากริมฝีปากของเมียรัก ทำเอาวรินทร์ที่ยืนแอบซุ่มมองอยู่ถึงกับยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่ได้ สองขาของเชาสั่นระริกด้วยความอัดอั้นที่ถั่งโถมอยู่ภายใน แก่นกายภายใต้กางเกงนอนปวดหนึบจนแทบจะระเบิด มือหนาต้องเอื้อมลงมากำรูดแก่นกายของตัวเองขึ้นลงตามจังหวะสวาทเบื้องหน้าอย่างลืมตัว เพื่อระบายความเสียวซ่านที่แผดเผาอยู่ในอกจนแทบทนไม่ไหว"อูยยย... ซี้ดดด... ผัวขา... เย็ดแรงอีกค่ะ... เมียชอบควยใหญ่ ๆ ของผัว... กระแทกเข้ามาให้มิดควยผัวเลยค่ะ... ซี้ดดด...!"เมษาร้องครวญครางยั่วเย้าด้วยแววตาฉ่ำเยิ้ม สองมือจิกเกร็งราวระเบียงไม้แน่นเพื่อรับแรงกระแทกที่โถมซัดเข้ามาอย่างไม่ยั้งมือ"อีร่านเอ๊ย... หีมึงนี่มันตอดรัดควยกูดีชิบหาย... ร่านนักนะมึง...!"ชัชคำรามลั่นด้วยค

  • ผัวป้า   ระเบียงสวาท เย็Dสะท้าน ท้าแสงจันทร์เย้ยสายตาผัว! (ตอนพิเศษ 11) [NC-20+]

    เสียงกระซิบกระซาบแผ่วเบาของทั้งสองยังคงลอยมาปะทะโสตประสาทของวรินทร์เป็นระลอก ฟังได้ศัพท์บ้างไม่ได้ศัพท์บ้าง เนื่องจากน้ำเสียงที่พยายามกดให้ต่ำลงอย่างสุดกำลัง เพื่อไม่ให้ดังพอที่จะปลุกให้เขาตื่นขึ้นมารับรู้เรื่องราวอันน่าอัปยศอดสูที่กำลังดำเนินอยู่เบื้องหน้าเมื่อระแวงว่าสามีหนุ่มอาจจะรู้ตัว เมษาหันกลับมามองสำรวจท่าทีของเขาที่ยังนอนนิ่งสนิทอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบกระซาบกับชายสูงวัยด้วยแววตาที่พราวระยับไปด้วยประกายความกระสันซ่าน ทั้งคู่หยัดกายลุกขึ้นยืน นิ่งมองร่างที่ทำทีเป็นนอนหลับใหลไม่รู้เรื่องรู้ราวของเขานิ่งอยู่ชั่วครู่เพื่อความแน่ใจ ก่อนที่ภาพบาดตาจะปรากฏขึ้น—เมษาโน้มลำตัวลงประกบเรียวปากอวบอิ่มเข้ากับริมฝีปากของชายวัยดึกอย่างดูดดื่มและยาวนาน ราวกับคนหลงใหลในรสสวาทและติดตรึงในกามารมณ์ของอีกฝ่ายอย่างถอนตัวไม่ขึ้น"ไปค่ะ..." เสียงกระซิบแผ่วพร่าลอดมาจากริมฝีปากของเมีย ก่อนที่เธอจะเอื้อมมือไปจับจูงมือหนาของชายชู้ให้ค่อย ๆ ก้าวเดินออกจากห้องนอนไปอย่างเงียบเชียบ เมษาหันกลับมาจัดการงับบานประตูห้องปิดลงอย่างแผ่วเบาที่สุด โดยที่ร่างเปลือยเปล่าทั้งสองร่างไม่ได้มีเสื้อผ้าอา

  • ผัวป้า   ขย่มน้ำกระจายริมสระน้ำ

    วรินทร์ขึ้นหยัดกายลุกขึ้นจากโซฟาช้าๆ จงใจจัดปกเสื้อให้เรียบร้อย สายตาของเขาจดจ้องไปที่ เมษา ซึ่งบัดนี้กึ่งนั่งกึ่งนอนหมดแรงอยู่ท่ามกลางชายหนุ่มสองคน ทรวงอกอวบหยุ่นภายใต้ซาตินสีแชมเปญสะท้อนแสงไฟวิบวับตามจังหวะหอบหายใจที่ยังไม่คงที่"เดี๋ยวพี่จะออกไปซื้อของมาเติมสักหน่อย ตอนเย็นกะปิดไปหน่อย" วรินทร์พ

  • ผัวป้า   คืนอำลา

    ห้องนอนเล็ก ๆ ในบ้านไร่ถูกกลืนกินด้วยความมืดสนิท แสงสลัวสีเทาหม่น จากนอกหน้าต่างแทรกผ่านม่านผ้าดิบบางเบาเข้ามาเพียงริบหรี่ สร้างเงาที่ยาวและบิดเบี้ยว วรินท์ไม่ได้อยู่บนเตียง แต่เลือกนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ข้างเตียง ในมุมที่เงาทอดทับเขาไว้เกือบมิด มือของเขากำแน่น บนพนักแขนจนข้อนิ้วขาวโพลน ดวงตาของเขาวาวว

  • ผัวป้า   พี่จะรอที่ห้องข้างๆนะ...

    “เมษ์…อื้อฮือ…มัน…มันสุดยอดมากเลย เมษ์ พี่ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน” เขาหายใจหอบถี่ พลางลูบผมของเธออย่างอ่อนโยน ประกายแห่งความพึงพอใจที่ล้นปรี่วรินท์ ดึง เมษา เข้ามากอดแน่น เขากระซิบที่ข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสุขและสมหวัง“พี่พูดจริง เมษ์…พี่พร้อมที่จะสนับสนุนความรู้สึกของ เมษ์…พี่เคย

  • ผัวป้า   ร่านสั่งลา

    เมื่อตกค่ำ ชัชก็ขับรถกลับมาที่บ้านไร่ เขามองเห็นรถของวรินท์จอดอยู่หน้าบ้าน ทำให้เขารู้ว่าวรินท์ยังไม่ได้กลับไป ชัชเดินลงจากรถด้วยสีหน้าเรียบเฉย เขามองไปที่บ้านพักที่เมษาและวรินท์พักอยู่ แววตาของเขาฉายแววความไม่พอใจเล็กน้อย"เมื่อไหร่มันจะกลับวะ!!!" ชัชสบถกับตัวเองเบาๆ พลางเดินส่วยหัว ก้มหน้าเข้าครั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status