로그인“หนูเมษ์… ลุงไม่ได้มีความสุขแบบนี้มานานแล้ว ตั้งแต่หนูแต่งงานไป” ลุงชัชกระซิบเสียงแหบพร่า เมษาซบหน้าลงบนแผงอกของเขา เธอไม่สามารถพูดอะไรได้ เธอเพียงแค่รู้สึกถึงความอิ่มเอมใจที่ท่วมท้นอยู่ในอก "หนูก็กลับมาแล้วไงคะ... มาหาคนที่ทำให้หนูมีความสุข..." เมษากระซิบออดอ้้อน พวกเขาใช้เวลาพักผ่อนอยู่ด้วยกันในกระท่อมอีกสักพัก ก่อนที่จะค่อยๆ ลุกขึ้นแต่งตัว เมษามองไปยังกองฟางที่ยับยู่ยี่ด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งสุขสม ผิดบาป และโหยหา
더 보기ในคฤหาสน์หรูสไตล์โมเดิร์นที่ตั้งอยู่บนเนินเขาอันเงียบสงบในย่านชานเมืองกรุงเทพฯ ซึ่งโอบล้อมด้วยสวนป่าเมืองร้อนที่จัดแต่งอย่างประณีต เมษา ในวัยยี่สิบเจ็ดปี ผู้เป็นที่รู้จักกันในชื่อเล่นว่า เมษ์ ใช้ชีวิตคู่กับ วรินท์ สามีของเธอ หรือที่เมษาเรียกว่า พี่เอก ชีวิตของพวกเขาดูเหมือนสมบูรณ์แบบราวกับภาพวาดที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดี พี่เอกในวัยสามสิบสามปี ผู้เป็นสถาปนิกและนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานอย่างรวดเร็ว
โครงการอสังหาริมทรัพย์ของเขาถูกพูดถึงในแวดวงนักลงทุนและปรากฏตามหน้าหนังสือพิมพ์ธุรกิจชั้นนำอยู่เสมอ เขาคือชายในฝันของหญิงสาวหลายคน ทั้งรูปหล่อ รวย และอ่อนโยน ส่วนเมษานั้นคือหญิงสาวผู้สง่างาม อ่อนโยน และเป็นที่ยอมรับในวงสังคม เธอคือภาพสะท้อนของกุลสตรีไทยผู้เพียบพร้อมที่ใครๆ ต่างยกย่อง ทุกถ้อยคำที่ออกจากปากเธอคือความสุภาพรื่นหู ทุกย่างก้าวคือความระมัดระวัง ให้สมกับความเป็นสะใภ้ของตระกูลดัง และภรรยาของชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล
ชีวิตประจำวันของเมษาดำเนินไปอย่างราบรื่น เธอตื่นเช้ามาเตรียมอาหารเช้าให้พี่เอก เลือกเนคไทให้เขาอย่างตั้งใจ และส่งเขาออกไปทำงานด้วยรอยยิ้มหวาน จากนั้นเธอก็จะใช้เวลาไปกับการดูแลคฤหาสน์อันโอ่อ่าของพวกเขา เข้าสังคมกับกลุ่มเพื่อนภรรยานักธุรกิจ หรือไม่ก็ไปออกกำลังกายที่ฟิตเนสสุดหรู
ทว่า… ภายใต้ความผาสุกที่ถูกถักทออย่างประณีตนั้น เมษากลับรู้สึกถึงรอยร้าวเล็กๆ ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า มันไม่ใช่รอยร้าวที่เกิดจากความไม่รัก ไม่ใช่ว่าพี่เอกไม่รักเธอ เขารักเธอมากเสียจนเมษาเองบางครั้งก็รู้สึกว่าความรักของเขาหนักอึ้งเกินไป เขาใส่ใจทุกรายละเอียดในชีวิตเธอ ตั้งแต่เรื่องเล็กน้อยอย่างกาแฟแก้วโปรดในตอนเช้า ไปจนถึงการวางแผนอนาคตของพวกเขาอย่างรอบคอบ
พี่เอกคือสามีที่สมบูรณ์แบบในทุกแง่มุมเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะปรารถนา แต่รอยร้าวที่กัดกินใจเมษาคือความรู้สึกที่ขาดหายไปในส่วนลึกของจิตวิญญาณเธอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ ความปรารถนาทางกาย
เมษาไม่ใช่หญิงสาวผู้ไร้เดียงสาในเรื่องรักใคร่ตรงกันข้ามกับภาพลักษณ์ที่ถูกขัดเกลา เธอมีความต้องการทางเพศสูงกว่าผู้หญิงทั่วไป เธอรู้ตัวดีว่าร่างกายของเธอโหยหาการสัมผัสที่รุนแรงและเร่าร้อน ความต้องการของเธอนั้นสูงกว่าที่พี่เอกจะมอบให้ได้เสมอ ไม่ใช่ว่าพี่เอกไม่พยายาม เขามอบความอ่อนโยน ความรัก และความเอาใจใส่ให้เธออย่างเต็มเปี่ยมในการร่วมรักของพวกเขา แต่มันก็เหมือนกับการบรรเลงบทเพลงที่อ่อนหวาน นุ่มนวล… ซึ่งไม่ใช่ท่วงทำนองที่เมษาโหยหา
สำหรับเธอแล้ว มันเหมือนกับการพยายามบรรเลงเพลงรักอันเร่าร้อนด้วยเครื่องดนตรีที่ไม่สามารถสร้างท่วงทำนองนั้นได้เต็มที่ เมษาพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะเก็บงำความรู้สึกเหล่านี้ไว้ พยายามปรับตัวให้เข้ากับจังหวะของเขา พยายามบอกตัวเองว่าความรักคือการเสียสละ ความเข้าใจคือสิ่งสำคัญยิ่งกว่าความสุขสมทางกายที่ฉาบฉวย แต่ยิ่งพยายามเท่าไร เธอก็ยิ่งรู้สึกเหมือนถูกขังอยู่ในกรงทองที่มองไม่เห็น กรงที่ถักทอจากความคาดหวังของสังคม ที่ต้องการให้เธอเป็นภรรยาที่สมบูรณ์แบบ และความรักที่เปรียบเสมือนโซ่ตรวนอันอบอุ่นที่มองไม่เห็น รัดรึงใจเธอไว้แน่นหนา
ในค่ำคืนหนึ่งที่ฝนพรำ เมษานอนเคียงข้างพี่เอกที่หลับใหลอย่างสงบ แสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียงส่องกระทบใบหน้าคมสันของสามีอย่างอ่อนโยน เธอเอื้อมมือไปลูบไล้เส้นผมของเขาเบาๆ ความรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้างกัดกินหัวใจ ภาพของความปรารถนาที่ยังคงคุกรุ่นราวกับลาวาใต้ผืนดินที่รอวันปะทุ แตกต่างจากภาพลักษณ์ภายนอกที่อ่อนโยนและเรียบร้อยของเธอโดยสิ้นเชิง
เธอหันไปมองเพดานไม้สักที่แกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง แสงจันทร์เลือนรางส่องลอดผ้าม่านโปร่งเข้ามาในห้องนอนที่กว้างขวาง เมษาลุกขึ้นจากเตียงอย่างเงียบเชียบ เดินตรงไปยังหน้าต่างบานใหญ่ บานประตูไม้ฉลุลายโบราณเปิดรับลมยามค่ำคืนที่พัดพาความเย็นและกลิ่นหอมของดินชื้นๆ เข้ามาปะทะผิวกาย
เมษายืนนิ่งอยู่เนิ่นนาน มองไปยังดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยวที่ส่องแสงนวลตา ราวกับสะท้อนความรู้สึกบางส่วนของเธอเอง ความรู้สึกที่ขาดหายไปและไม่สมบูรณ์ เธอเคยได้ยินเพื่อนสนิทหลายคนบ่นถึงความเหนื่อยล้าจากชีวิตคู่ ปัญหาเรื่องลูก ปัญหาเรื่องเงินทอง ปัญหาชีวิตคู่ที่แทบจะทนไม่ไหว แต่สำหรับเธอ มันคือความเหนื่อยล้าอีกรูปแบบหนึ่ง…ความเหนื่อยล้าจากการเก็บกดสิ่งที่เธอเป็น ความเหนื่อยล้าจากการต้องสวมหน้ากากของภรรยาที่สมบูรณ์แบบตลอดเวลา
"เมษ์… ยังไม่นอนอีกเหรอคะ?" เสียงทุ้มนุ่มของพี่เอกดังขึ้นจากด้านหลัง เขาเดินเข้ามาโอบกอดเธอจากด้านหลังอย่างอ่อนโยน จูบลงบนเรือนผมหอมกรุ่นของเธอ
เมษาสะดุ้งเล็กน้อย แต่ก็รีบหันกลับไปซบอิงแผงอกอบอุ่นของสามี
"ค่ะ พี่เอก เมษ์นอนไม่ค่อยหลับน่ะค่ะ" เธอตอบเบาๆ พยายามกลบเกลื่อนความรู้สึกที่แท้จริง
"คิดมากเรื่องงานของพี่เหรอ? หรือเรื่องอะไรคะคนดี" พี่เอกกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นอีกนิด
"เปล่าค่ะพี่เอก แค่นอนไม่หลับเฉยๆ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ" เมษาตอบ ดวงตาของเธอมองใบหน้าหล่อเหลาที่ซบอยู่บนไหล่ของเธออย่างสำรวจลึกซึ้ง ความรู้สึกผิดแล่นวาบขึ้นมาในใจ
พี่เอกเป็นสามีที่ดีเลิศ ไม่มีข้อบกพร่องใดๆ เขาไม่เคยนอกใจ ไม่เคยทำให้เธอเสียใจ แต่ทำไมเธอถึงรู้สึกว่ายังขาดอะไรบางอย่าง ทำไมความปรารถนาอันรุนแรงในใจของเธอจึงยังคงโหยหาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
"พี่เอกนอนเถอะค่ะ เมษ์จะตามไป" "แน่ใจนะ?" พี่เอกผละออกเล็กน้อย ดวงตาเขาฉายแววห่วงใยอย่างแท้จริง
"แน่ใจค่ะ" เมษาพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มจางๆ ที่พยายามอย่างยิ่งยวดให้ดูเป็นปกติ พี่เอกจูบหน้าผากเธอเบาๆ ก่อนจะเดินกลับไปที่เตียง เธอรอจนได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของเขา
เมษากลับไปยืนที่หน้าต่างอีกครั้ง ปล่อยให้สายลมยามค่ำคืนที่พัดพาความเหงาเข้ามาปะทะผิวกาย ปัดเป่าความรู้สึกที่อัดอั้นในอก
ในใจของเมษายามนี้ ภาพของ ชัช ผู้เป็นลุงไม่แท้ของเธอ หวนคืนมาอีกครั้งอย่างชัดเจน ชัช ผู้ชายวัยสี่สิบห้าปี ผู้เป็นสามีของป้าสาย ป้าแท้ๆ ของเมษา
ชัชไม่ใช่ผู้ชายรูปหล่อพิมพ์นิยม แต่เขามีเสน่ห์บางอย่างที่เย้ายวน ดึงดูด และอันตราย ดวงตาของเขามีประกายบางอย่างที่ทำให้เมษาสั่นสะท้านทุกครั้งที่จ้องมอง เขาคือผู้ชายที่ "เก่งกาจเรื่องกามมากๆ" เป็นคำพูดที่เมษาใช้บรรยายเขาในใจเสมอ ความทรงจำที่ร้อนแรงเมื่อครั้งที่เธอยังเป็นเพียงนักศึกษามหาวิทยาลัยย้อนกลับมาหลอกหลอน
ชัชคือผู้ที่ปลุกเร้าความปรารถนาอันดิบเถื่อนในตัวเธอให้ตื่นขึ้น เขาไม่เคยปฏิเสธความต้องการของเธอ และปรนเปรอให้เธออย่างถึงพริกถึงขิง เขาทำให้เธอได้สัมผัสกับรสกามที่เร่าร้อน รุนแรง และลึกซึ้งอย่างที่ไม่เคยมีใครทำได้ ไม่ว่าจะเป็นในโรงนาเล็กๆ หลังบ้านไร่ บนแคร่ไม้ใต้ต้นมะม่วง หรือแม้แต่ในห้องเก็บของเก่าๆ กลิ่นเหงื่อไคลและกลิ่นไอของดินที่ผสมกับกลิ่นกายของชัชยังคงฝังแน่นอยู่ในความทรงจำของเธอ
เมษารู้สึกเหมือนถูกดึงกลับไปยังวันวานอันเร่าร้อนนั้น เธอจำได้ดีว่าตอนนั้นเธอเพิ่งจะอายุสิบเก้าปี เป็นช่วงเวลาที่เธอไปใช้ชีวิตปิดเทอมที่บ้านไร่ของป้าสายและลุงชัช เพื่อช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ การพบกับชัชในครั้งนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ต้องห้ามที่เปลี่ยนแปลงชีวิตเธอไปตลอดกาล
ชัชเป็นคนขี้เล่น ชอบหยอกล้อเธอด้วยสายตาและรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหมายแฝง เขาจะชอบเข้ามาใกล้ๆ เธอ คอยสอนงานในไร่อย่างใกล้ชิด และมักจะมีโอกาสให้ร่างกายของเขาสัมผัสกับร่างกายของเธอโดยบังเอิญอยู่เสมอ จากการสัมผัสเพียงเล็กน้อย ก็ค่อยๆ พัฒนาไปสู่การลูบไล้ที่ยาวนานขึ้น และในที่สุด… ก็คือการโอบกอดที่เร่าร้อนใต้เงามะม่วงใหญ่หลังบ้านที่กลายเป็นพยานรักของพวกเขา
“เมษ์… ลุงว่าเมษ์นี่สวยขึ้นทุกวันเลยนะ” เสียงทุ้มแหบพร่าของชัชดังขึ้นในความทรงจำ ขณะที่มือของเขาค่อยๆ ลูบไล้ต้นแขนของเมษาขึ้นไปอย่างเชื่องช้าในวันหนึ่งที่พวกเขากำลังช่วยกันเก็บมะม่วง
เมษาหน้าแดงก่ำ เธอรู้ว่าลุงชัชกำลังเล่นสนุก แต่ความรู้สึกบางอย่างในตัวเธอมันสั่นสะท้านอย่างห้ามไม่ได้
"ลุงพูดอะไรคะ!"
“ฮ่าๆ ลุงพูดจริงๆ นี่นา ก็เมษ์สวยจริงๆ นี่นา ใครๆ ก็ว่าเมษ์สวยกันทั้งนั้นแหละ” ชัชยังคงยิ้มกรุ่มกริ่ม ดวงตาของเขาฉายแววเย้ายวน เมษาพยายามหลบสายตา แต่ก็ทำได้ยากเหลือเกิน
จากวันนั้น ความใกล้ชิดของพวกเขาก็ยิ่งเพิ่มขึ้น ชัชจะหาโอกาสอยู่กับเมษาสองต่อสองเสมอ และทุกครั้งที่อยู่ด้วยกัน การสัมผัสที่เกินเลยก็ค่อยๆ เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ มันเริ่มต้นจากแค่การจับมือ การโอบเอว ไปจนถึงการจูบที่เร่าร้อนในมุมลับตาคน การจูบของชัชไม่เหมือนใคร มันดุดัน เร่าร้อน และเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ทำให้ร่างกายของเมษาชาไปทั้งตัว
วันนั้นที่โรงนาเก่าๆ ที่ไม่ค่อยมีใครเข้าไป ชัชได้นำพาเธอเข้าสู่โลกแห่งความสุขสมทางกายอย่างแท้จริง
“เมษ์… หนูรู้ไหมว่าหนูน่ารักแค่ไหน” เสียงกระซิบของชัชข้างหูขณะที่เขากอดเธอจากด้านหลัง มือของเขาลูบไล้ไปทั่วร่างกายของเธออย่างเชื่องช้า เมษาตัวสั่นไปหมด ความรู้สึกผสมปนเปกัน ทั้งความกลัว ความตื่นเต้น และความปรารถนาที่พลุ่งพล่าน
"ลุงชัช…"
“ให้ลุงดูแลหนูนะ หนูจะมีความสุขมากๆ เลย” ชัชพูดพร้อมกับพลิกร่างของเธอหันมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความปรารถนาที่เมษาไม่อาจปฏิเสธได้
นับแต่วันนั้น ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็เริ่มต้นขึ้นอย่างลับๆ ชัชปรนเปรอเมษาด้วยรสกามที่เร่าร้อนและรุนแรงทุกครั้งที่มีโอกาส เธอตกหลุมรักในรสกามของเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น เขาทำให้เธอได้สัมผัสถึงความสุขสมที่แท้จริงที่ไม่เคยได้รับจากใคร ชัชคือผู้ที่เติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปในตัวเธอ เขาทำให้เธอรู้สึกถึงความเป็นผู้หญิงอย่างเต็มเปี่ยม
ภาพเหล่านั้นยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเมษา แม้กระทั่งในปัจจุบันที่เธอแต่งงานกับพี่เอกแล้ว เธอพยายามอย่างยิ่งที่จะลืมมันไป พยายามที่จะมีความสุขกับสิ่งที่เธอมี แต่ร่างกายของเธอมันไม่ยอมจำนน เธอโหยหารสกามของชัชอยู่ตลอดเวลา มันเหมือนกับมีบางสิ่งในตัวเธอที่ยังคงร้องเรียกหาเขาอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะอยู่ในอ้อมกอดของพี่เอก ความคิดถึงชัชก็ยังคงแทรกซึมเข้ามาในห้วงความคิดของเธอเสมอ เธอจะเปรียบเทียบการสัมผัสของพี่เอกกับการสัมผัสของชัช และทุกครั้งที่เปรียบเทียบ ความรู้สึกผิดหวังก็ยิ่งเพิ่มขึ้น เธอรู้ว่ามันผิดบาป แต่ความปรารถนาอันรุนแรงนั้นกลับแข็งแกร่งเกินกว่าที่เธอจะต้านทานได้ง่ายๆ
“เมษ์… พี่รักเมษ์มากนะ” เสียงกระซิบของพี่เอกดังขึ้นในความมืด ทำให้เมษาสะดุ้งออกจากห้วงความคิด เธอหันไปมองเขา แสงจันทร์ส่องกระทบใบหน้าของเขาอย่างอ่อนโยน พี่เอกยื่นมือมาจับมือเธออย่างอ่อนโยน
“เมษ์ก็รักพี่เอกค่ะ” เธอตอบอย่างแผ่วเบา แต่ในใจกลับเจ็บปวด เธอรู้ว่าเธอกำลังโกหกความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง
“พี่เอกนอนต่อเถอะค่ะ” เอกยิ้มบางๆ แล้วหลับตาลงอย่างสงบ เมษานอนมองเพดานอีกครั้ง คราวนี้ความรู้สึกผิดบาปกัดกินหัวใจเธออย่างรุนแรง เธอเป็นภรรยาที่ดี เป็นลูกสะใภ้ที่ดี แต่ในส่วนลึกที่สุดของจิตใจ เธอกำลังโหยหาชายอื่น… ชายที่เป็นลุงของเธอเอง
เวลาผ่านไปช้าๆ แต่ความรู้สึกโหยหาของเมษาก็ไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย มันกลับทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน เมษาพยายามหากิจกรรมต่างๆ มาทำเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ แต่มันก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ ทุกครั้งที่พี่เอกกอดเธอ หรือพยายามจะใกล้ชิดกับเธอ ความรู้สึกขาดหายไปก็ยิ่งชัดเจนขึ้น
เธอรักพี่เอกจริงๆ รักในฐานะสามี รักในความดีงามที่เขามีให้เธอ แต่ความรักในแบบที่เธอต้องการในเรื่องของความสัมพันธ์ทางกายนั้น มันไม่เคยได้รับการเติมเต็มเลย
"วันนี้คุณจะไปไหนคะคุณเมษ์?" เสียงของป้าแม่บ้านดังขึ้นขณะที่เมษากำลังดื่มกาแฟในตอนเช้า
"คงจะไปฟิตเนสน่ะค่ะป้า" เมษาตอบ พยายามยิ้มให้ดูเป็นปกติ
"คุณเมษ์พักผ่อนบ้างนะคะ ดูเหมือนจะผอมลงไปนะคะช่วงนี้" ป้าแม่บ้านพูดด้วยความห่วงใย เมษาพยักหน้าเล็กน้อย เธอรู้ว่าเธอผอมลงไปจริงๆ น้ำหนักลดลงไปหลายกิโลกรัมจากการที่เธอไม่สามารถกินอาหารได้เต็มที่ ความเครียดและความโหยหาในใจทำให้เธอรู้สึกอึดอัดตลอดเวลา
ในวันหนึ่ง เมษากำลังนั่งอ่านนิตยสารเล่มโปรดอยู่ริมสระว่ายน้ำ บรรยากาศเงียบสงบ มีเพียงเสียงน้ำในสระที่ไหลริน แต่ในหัวของเธอกลับไม่สงบเลย ภาพของชัชยังคงวนเวียนอยู่ในมโนสำนึก เธอหลับตาลง พยายามจินตนาการถึงสัมผัสอันเร่าร้อนของเขา กลิ่นกายของเขา เสียงกระซิบของเขา… ทุกอย่างยังคงชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน เธอรู้สึกถึงความร้อนผ่าวทั่วร่างกาย ความต้องการทางกายที่อัดอั้นมันทำให้เธอรู้สึกทรมานอย่างยิ่ง
"เมษ์แกเป็นอะไรไป เสียงของแกไม่ค่อยสดใสเลยนะช่วงนี้" เสียงของลดา เพื่อนสนิทของเธอที่โทรเข้ามาถามไถ่ เมษาถอนหายใจ
"ก็ไม่เป็นอะไรมากหรอกลดา แค่เหนื่อยๆ น่ะ"
"แน่ใจนะ? ถ้าแกมีอะไรไม่สบายใจ เล่าให้ฉันฟังได้นะ" ลดาพูดด้วยน้ำเสียงห่วงใย เมษาเงียบไป เธอจะเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังได้ ใครจะเข้าใจว่าเธอโหยหาอะไรบางอย่างที่ผิดบาปขนาดนี้ ใครจะเข้าใจว่าภรรยาที่สมบูรณ์แบบอย่างเธอ กำลังแอบปรารถนาลุงของตัวเองอยู่ตลอดเวลา
"ขอบใจนะลดา แต่ไม่มีอะไรจริงๆ"
"อืมๆ ถ้าอย่างนั้นก็พักผ่อนเยอะๆ นะ"
เมษาวางสายจากลดา แต่ความรู้สึกอึดอัดก็ยังคงอยู่ เธอรู้ว่าเธอไม่สามารถเก็บงำความลับนี้ไว้ได้อีกนาน ความปรารถนาในใจมันกำลังจะระเบิดออกมา เธอรู้สึกเหมือนเป็นภูเขาไฟที่รอวันปะทุ และเธอก็ไม่แน่ใจว่าเธอจะสามารถต้านทานมันได้อีกนานแค่ไหน
ในคืนนั้น ขณะที่พี่เอกกำลังทำงานอยู่ เมษานั่งอยู่คนเดียวในห้องนั่งเล่นอันกว้างขวาง สายตาของเธอเหม่อลอยออกไปนอกหน้าต่าง มองไปยังดวงดาวที่พร่างพราวเต็มท้องฟ้า เธอคิดถึงบ้านไร่ คิดถึงป้าสาย คิดถึงชัช…
ความทรงจำเก่าๆ หลั่งไหลเข้ามาไม่หยุดยั้ง เธอรู้ดีว่าการห่างกันมานานหลายปีไม่ได้ทำให้ความปรารถนาของเธอลดลงเลยแม้แต่น้อย มันกลับยิ่งทำให้เธอโหยหามากขึ้นไปอีก
เมษาตัดสินใจแล้ว เธอต้องทำอะไรบางอย่างกับความรู้สึกนี้ เธอไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่กับความทรมานจากการเก็บกดความปรารถนาที่แท้จริงของตัวเองไปได้ตลอดชีวิต เธอต้องหาทางออก เธอต้องไปพบกับชัชอีกครั้ง เพื่อเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปในชีวิตเธอ และเธอรู้ว่ามันอาจจะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตของเธอ ซึ่งอาจพลิกผันทุกอย่างที่เธอเคยรู้จักไปตลอดกาล
เมษาเดินกลับเข้ามาในห้องนอนที่มืดสลัว เธอทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างเหนื่อยอ่อน พลิกตัวนอนตะแคงข้าง กอดหมอนข้างแน่น พยายามข่มตาให้หลับ แต่ภาพของชัช ใบหน้าคมเข้ม ดวงตาที่เต็มไปด้วยไฟ และรอยยิ้มยียวนนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในมโนสำนึก เสียงกระซิบของชัชที่เคยบอกว่า
"เมษ์… ลุงว่าหนูน่ารัก" ยังคงดังก้องอยู่ในหู ความปรารถนาที่ซ่อนเร้นมานานปีเริ่มเปล่งเสียงร้องเรียกหาอย่างโหยหวน ราวกับเสียงไซเรนที่ล่อลวงให้หลงใหล
เมษาตระหนักได้ว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตของเธอ ซึ่งอาจพลิกผันทุกอย่างที่เธอเคยรู้จักไปตลอดกาล กำแพงที่เธอสร้างขึ้นมาอย่างแข็งแกร่งกำลังเริ่มมีรอยร้าวใหญ่ขึ้นทุกขณะ และเธอก็ไม่แน่ใจว่าเธอจะสามารถต้านทานมันได้อีกนานแค่ไหน
เมษาหลับตาลง ความร้อนผ่าวแล่นไปทั่วร่างกาย ความต้องการที่อัดแน่นอยู่ในอก มันทรมานเหลือเกิน เธออยากให้ทุกอย่างจางหายไป แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็อยากให้มันมาเติมเต็มชีวิตเธอให้สมบูรณ์
รถเก๋งคันหรูของวรินทร์คลานเข้ามาจอดนิ่งสนิทอยู่บนลานดินใต้ต้นมะม่วงใหญ่ เสียงเครื่องยนต์ที่ดับลงทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แฝงไปด้วยไอความร้อนของบ่ายวันอาทิตย์ ชายหนุ่มยิ้มที่มุมปากอย่างโล่งใจ ความเหนื่อยล้าจากการขับรถทางไกลมลายหายไปในชั่วพริบตา เมื่อสายตาของเขาจับจ้องไปยังแคร่ไม้ไผ่ตัวเก่าที่ตั้งอยู่ใต้ร่มเงาต้นมะม่วงข้างบ้าน... แคร่ตัวนี้นี่เอง ที่เขาจินตนาการถึงรอยจารึกแห่งความสาวของเมษาที่ถูกลุงชัชตีตราไว้ตั้งแต่เธอยังเป็นเพียงเด็กสาววัยสะพรั่งวรินทร์ก้าวลงจากรถ บิดตัวไล่ความเมื่อยขบ ก่อนจะเดินอ้อมไปเปิดกระโปรงหลังเพื่อขนสัมภาระ"มีอะไรให้ป้าช่วยถือบ้างล่ะตาเอก?" เสียงแหบพร่าอย่างคนผ่านโลกมานานของป้าสายดังขึ้น เธอเดินออกมาจากครัวข้างบ้านด้วยท่าทีสงบ ผิวหนังบนใบหน้าที่เหี่ยวย่นตามวัยดูมีร่องรอยของความเหนื่อยหน่ายที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้มจางๆ"ไม่มีหรอกครับป้า ผมจัดการเอง ป้าไม่ต้องลำบากหรอกครับ" วรินทร์รีบปฏิเสธอย่างนอบน้อม ก่อนจะเดินเข้าไปสวมกอดหญิงสูงวัยด้วยความรักและนับถืออย่างญาติผู้ใหญ่ที่สนิทชิดเชื้อ "เมษ์อยู่บนเรือนเหรอครับ?" เขาถามพลางกวาดสายตามองไปบนตัวบ้านไม้ใต้ถุนสูง
ภายในกระท่อมไม้หลังเก่าที่ซ่อนตัวอยู่ท้ายสวนอันเงียบสงัด กลิ่นอายของฟางข้าวแห้งที่ถูกปูลาดไว้บนพื้นไม้กระดานส่งกลิ่นหอมกรุ่นจางๆ อบอวลไปทั่วบริเวณ แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านช่องว่างของฝาขัดแตะตกลงมาเป็นลำแสงสีทองพาดผ่านร่างอรชรที่นอนทอดกายอยู่บนเสื่อกกผืนเก่าที่คุ้นเคย กลิ่นสาบดินและกลิ่นอายของคืนวันเก่าๆ ระหว่างเธอกับชายรุ่นพ่อคนนี้ยังคงอบอวลอยู่ทุกอณูอากาศ ราวกับจะย้ำเตือนถึงจุดเริ่มต้นของ "ความร่าน" ที่สลักลึกอยู่ในทุกเส้นประสาทของเธอ"อูยยย... ลุงขา... เมษ์เสียว... ซี๊ดดด..."เสียงครางที่หลุดรอดจากริมฝีปากบางเฉียบนั้นแหบพร่าและสั่นสะท้อน มันไม่ใช่เสียงครางเพียงเพื่อเอาใจ แต่เป็นเสียงที่กลั่นออกมาจากส่วนลึกของความโหยหาที่มีต่อชายตรงหน้า ชัช ชายวัยห้าสิบเศษที่มีร่างกายกำยำแบบคนทำงานหนัก ผิวกร้านแดดและแววตาดุดันของเขาจ้องมองร่างของเมษาด้วยความหิวกระหายที่สั่งสมมานานปีชัชไม่ได้รีบร้อน เขาใช้ความเก๋าเกมที่สะสมมานานปีค่อยๆ เลื่อนใบหน้าที่สากระคายด้วยหนวดเคราจางๆ ลงสู่จุดยุทธศาสตร์ของเมษา ปลายลิ้นที่หยาบร้อนแต่นุ่มนวลอย่างประหลาดเริ่มตวัดไล้ไปตามแนวรอยแยกสีสดที่บวมเป่งและฉ่ำวาว เมษาแอ่นสะโพกผ
เสียงน้ำในสระยังคงกระเพื่อมไหวส่งเสียงกระทบขอบหินเบาๆ แต่บรรยากาศรอบข้างกลับเงียบงันจนน่าใจหาย วรินทร์ยังคงยืนนิ่งอยู่ในเงามืด ลมหายใจของเขาหอบถี่ กลิ่นคาวรักที่เปรอะเปื้อนอยู่บนฝ่ามือเตือนให้รู้ว่าสิ่งที่เขาเพิ่งเห็นไม่ใช่ความฝันทันใดนั้น ร่างเปลือยเปล่าสามร่างที่เปียกโชกก็ก้าวเดินขึ้นจากสระ เมษาเดินอยู่ตรงกลางโดยมีวิทย์และเก่งขนาบข้าง ผิวขาวผ่องของเธอบัดนี้แดงเป็นจ้ำๆ จากรอยจูบและแรงบีบเค้น ขาเรียวสวยสั่นเทาจนก้าวแทบไม่ออก ทุกย่างก้าวที่เธอเดินผ่านหน้าวรินทร์ ร่องรักที่อ้าค้างจากการโดนรุกรานอย่างหนักยังคงมีน้ำกามสีขาวขุ่นหยดติ๋งลงบนพื้นไม้ทิ้งเป็นทางยาวเมษาไม่ได้หยุดทักทายสามี เธอเพียงแต่ปรายตาที่ฉ่ำปรือและว่างเปล่ามองเขาเพียงเสี้ยววินาที มุมปากที่ยังมีคราบน้ำรักติดอยู่เผยอยิ้มจางๆ ราวกับจะเยาะเย้ยในโชคชะตาที่วรินทร์หยิบยื่นให้ ทั้งสามเดินผ่านเขาไปราวกับเขาเป็นเพียงวิญญาณที่คอยเฝ้าดู ทิ้งไว้เพียงกลิ่นคาวกามและกลิ่นคลอรีนที่บาดลึกเข้าสู่ประสาทสัมผัสวรินทร์เดินตามหลังเข้าไปในห้องน้ำหรู ไอน้ำอุ่นจากอ่างน้ำวน (Jacuzzi) พวยพุ่งจนทำให้กระจกฝ้ามัว เมษาถูกสองหนุ่มประคองลงไปนั่งกลางอ่างน้
วรินทร์ขึ้นหยัดกายลุกขึ้นจากโซฟาช้าๆ จงใจจัดปกเสื้อให้เรียบร้อย สายตาของเขาจดจ้องไปที่ เมษา ซึ่งบัดนี้กึ่งนั่งกึ่งนอนหมดแรงอยู่ท่ามกลางชายหนุ่มสองคน ทรวงอกอวบหยุ่นภายใต้ซาตินสีแชมเปญสะท้อนแสงไฟวิบวับตามจังหวะหอบหายใจที่ยังไม่คงที่"เดี๋ยวพี่จะออกไปซื้อของมาเติมสักหน่อย ตอนเย็นกะปิดไปหน่อย" วรินทร์พุดขึ้นในขณะที่เมษากำลังระทดระทวยอยู่ท่ามกลางการระดมจูบของเด้กหนุ่มทั้งสอง"รีบไปรีบมานะคะ... เมษ์ไม่รอนะ จะบอกให้.." เมษาตอบพลางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นจังหวะเดียวกับที่วิทย์เริ่มเลื่อนมือไปลูบไล้ขาอ่อนของเธออย่างย่ามใจต่อหน้าวรินทร์วรินทร์เดินออกจากวิลล่า สตาร์ทรถและขับออกไปที่มินิมาร์ทหน้าปากซอยจริงๆ เขาใช้เวลาเดินเลือกซื้อเครื่องดื่มและของขบเคี้ยวด้วยหัวใจที่ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ภาพจินตนาการถึงเมียรักที่กำลังโดนรุมทึ้งทำให้เขารู้สึกเงี่ยนจนลำเอ็นแข็งปั๋งปวดหนึบไปหมด เขาแทบจะรอให้ถึงวินาทีที่จ่ายเงินไม่ไหว ทันทีที่ถุงเสบียงวางลงเบาะข้าง วรินทร์ก็รีบบึ่งรถกลับมายังวิลล่าโดยไม่เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว"ป่านนี้จะโดนไปกี่ดอกแล้วก็ไม่รู้" เขาคิด ภาพในหัวมีแต่ความเร่าร้อนของเมียรักที่กำลังโดนส