Masukเวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมงเห็นจะได้ แต่ก็ยังไร้วี่แววของเจ้าของห้องที่เข้าไปอาบน้ำแล้วหายกริบไปเลย ขนมได้แต่นั่งกอดอกหน้าบึ้งสลับกับมองไปยังประตูห้องนอนของไต้ฝุ่น
" นี่! ฝุ่นจะไม่ออกมาจริง ๆ ใช่ไหม ฉันจะพังประตูเข้าไปแล้วนะ " ใบหน้าสวยที่บึ้งตึงหันไปหาเพื่อนสาวที่ตอนนี้เริ่มหาขนมนมเนยในตู้เย็นพร้อมกับเบียร์กระป๋องของน้องชายที่เขาตุนไว้ออกมาจิบอย่างสบายใจ
" ลองเคาะดูดิ " ฟ้าใสบอกเพื่อนสาวส่ง ๆ ไปเพราะไม่รู้จะต้องทำยังไงเช่นกัน ขนมหยัดกายลุกขึ้นทันทีพร้อมกับสาวเท้าไปยังหน้าห้องนอนของไต้ฝุ่น เอาหูแนบกับประตูเพื่อฟังเสียงด้านในแต่ก็เงียบกริบไร้เสียงใด ๆ มือสวยก็จับที่กลอนประตูในคราเดียวกันและลองหมุนดู
กึ๊ก…
ตาโตเบิกโพลงพลางยิ้มเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าบานประตูไม่ได้ถูกล็อกจากข้างใน
" ฝุ่นไม่ได้ล็อกห้องว่ะ " เธอหันไปพูดกับเพื่อนสาวที่นั่งดูหนังอยู่ ฟ้าใสยักคิ้วเป็นสัญญาณรับรู้และเหมือนจะบอกเป็นนัย ๆ ว่าตามใจอีกคนแล้วกันจะทำอะไรก็ทำ ขนมไม่รอช้าเธอหมุนกลอนประตูไม้และผลักเข้าไปด้านในก่อนจะล็อกห้องเสร็จสรรพ พลางใช้สายตาสอดส่องหาเจ้าของห้องแต่ก็ไม่เห็นคนที่เธอกำลังมองหาอยู่เลย ขนมจึงถือโอกาสเดินสำรวจไปทั่ว ๆ ห้องของเด็กหนุ่มที่เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ผ้าม่าน และผนังถูกตกแต่งไปด้วยโทนสีเทาสลับขาว ตามสไตล์ผู้ชายนิ่งขรึมแถมยังดูลึกลับอีก แต่มันกลับทำให้เธออยากจะค้นหายิ่งขึ้น
สายตาสอดส่องไปเรื่อยจนเธอเดินไปถึงประตูห้องน้ำที่ถูกปิดอยู่และเธอก็คิดว่าไต้ฝุ่นน่าจะอยู่ในนี้ ไม่รอให้ความคิดประมวลผลอะไรใด ๆ ขนมผลักประตูเข้าไปอย่างเงียบ ๆ และพบว่าเด็กหนุ่มกำลังหลับตาพริ้มนอนแช่น้ำในอ่างอย่างสบายใจ ขนมคลี่ยิ้มบางมองใบหน้าหล่อเหลาก่อนจะค่อย ๆ เดินไปนั่งลงข้าง ๆ อ่างเอามือเกาะที่ขอบอ่างเอียงคอมองอีกคนพร้อมกับกวาดสายตาสำรวจใบหน้าที่ครบเครื่อง จมูกโด่งเป็นสัน สันกรามที่คมรับกับรูปหน้าส่วนอื่น ๆ แถมผิวของเขาก็ดีมาก ๆ อย่างกับผิวเด็ก รวมไปถึงลาดไหล่ที่โผล่พ้นขึ้นมาจากฟองสบู่ที่แช่อยู่ยังเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแลดูบึกบึนตามแบบฉบับคนออกกำลังกาย ขนมยังคงนั่งยิ้มมองใบหน้าเด็กหนุ่มอยู่แบบนั้นนานจนเริ่มเอะใจว่าอีกคนพักสายตาหรือหลับกันแน่ ก่อนจะค่อย ๆ ยื่นมือไปจับที่ไหล่กว้างของไต้ฝุ่นเขย่าเบา ๆ และเรียกชื่ออีกคนไปด้วย
" ฝุ่น..." ขนมเขย่าไหล่เขาเพียงนิดเดียวเจ้าตัวก็สะดุ้งและค่อย ๆ ลืมตามองบุคคลที่ทำให้เขาตื่นด้วยสายตาฉงน
" นี่พี่เข้ามาได้ไงเนี่ย ใครอนุญาต " เขาขยับลุกนั่งเอาหลังพิงขอบอ่างพร้อมกับจดจ้องไปที่เธอสายตาเขม็ง
" ก็พี่เห็นฝุ่นอาบน้ำนาน ไม่ออกไปข้างนอกสักทีพี่ก็เลยเข้ามาตาม แล้วอีกอย่างฝุ่นก็ไม่ได้ล็อกห้องด้วย ตั้งใจอ่อยพี่อยู่ป่ะ " เธอตอบคำถามหน้าระรื่นและจิ้มนิ้วไปที่กล้ามแขนอีกคนเล่น
" นี่มันห้องผมจะล็อกไม่ล็อกมันก็เรื่องของผมและก็ไม่ได้คิดว่าจะมีคนไร้มารยาทเดินเข้าห้องคนอื่นเป็นว่าเล่นแบบนี้ "
" พี่ถูหลังให้เอาไหม พี่ถูเก่งนะ " เหมือนประโยคเมื่อสักครู่ไม่ได้เข้าหูเธอเลย ขนมยังถามกลับอย่างอารมณ์ดีไม่ได้สนใจคำพูดของฝ่าย
" ไม่ต้อง! ออกไปผมจะอาบน้ำ "
" พี่อาบให้นะ "
" เป็นเด็กอ่างรึไง ถึงต้องคอยมาปรนนิบัติผู้ชายเนี่ย "
" เป็นให้แค่ฝุ่นเท่านั้นแหละ " เธอตอบเอาใจเขาแต่อีกคนยังกลับจ้องหน้าเธอหน้านิ่ง จู่ ๆ ไต้ฝุ่นก็ผลุนผลันลุกขึ้นยืนหันหน้ามาทางด้านขนมที่ยังนั่งเกาะขอบอ่างอยู่ ส่วนกลางขนาดใหญ่ของเด็กหนุ่มเด่นหราอยู่ต่อหน้าเธอจนคนตัวเล็กแอบตกใจผละตัวออกจากขอบอ่างเล็กน้อยพลันเหลือบมองใบหน้าหล่อเหลาที่แสยะยิ้มมุมปาก
" หึ~ ตกใจอะไร เข้ามาเพื่ออยากเห็นไอ้นี่ไม่ใช่เหรอ? " เขาถามพร้อมกับปรายตาชี้ไปยังเอ็นใหญ่กลางลำตัวของตน
" .... " ขนมยังคงอึ้งกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าจนทำตัวไม่ถูกน้ำลายอึกใหญ่ถูกกลืนอย่างยากลำบากผ่านลำคอสลับกับคนตัวเล็กเงยหน้ามองอีกคน
" หลบ..ผมจะไปล้างตัว " ขนมลุกขึ้นยืนตามคำสั่งของเด็กหนุ่ม ไต้ฝุ่นเหลือบมองร่างเล็กหน้านิ่งเหมือนเดิมก่อนจะก้าวขาออกจากอ่างหมุนตัวเดินไปยังห้องกระจกที่มีฝักบัวอยู่แต่แขนข้างขวาดันถูกมือเล็กจับไว้เสียก่อนจนเขาต้องหันกลับมา
" พี่อาบให้นะ "
" ไม่ได้เป็นง่อย " เขาว่าแค่นั้นก็ก้าวขาพร้อมบิดข้อมือออกจากอีกคนแต่เท้าเรียวยังคงเดินตามแผ่นหลังกว้างและช่วงล่างทนโท่ไร้อาภรณ์มายังห้องกระจก
" นี่พี่ ตามมาทำไมเนี่ย ออกไปได้ละผมจะอาบน้ำ "
" ก็บอกว่าจะอาบให้ ป้ะ~ " ไม่ว่าเปล่าคนตัวเล็กยังดึงข้อมือเขาให้เดินตามเข้าไปยังห้องกระจกที่ก้าวเท้าเพียงข้างเดียวก็มาหยุดยืนอยู่ใต้ฝักบัวแล้ว ไม่รอช้าเธอหยิบฝักบัวขึ้นมาและเปิดน้ำทันทีจ่อฝักบัวไปยังหน้าอกกว้างของเด็กหนุ่ม
" นี่! ฟังภาษาคนรู้เรื่องป่ะเนี่ย " เขาว่าเสียงดังพลางหันฝักบัวออกจากตัว
" ฝุ่นนั่นแหละฟังรู้เรื่องไหม บอกว่าจะอาบให้ ๆ " ฝักบัวถูกหันกลับมาอีกครั้งและฉีดไปตามเนื้อตัวของเด็กหนุ่มพร้อมกับลูบไล้ฟองสบู่ที่ติดตัวเขาอยู่เพียงเล็กน้อยออกจนหมด ไต้ฝุ่นถอนหายใจอย่างเอือมระอากับความดื้อด้านของร่างเล็ก ที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มองหน้าเขาอยู่ เมื่อกี้ยังหน้าจืดอยู่เลยตอนเขาลุกขึ้นจากอ่างตัดภาพมาตอนนี้ระริกระรี้ยิ่งกว่ากระดี่ได้น้ำจนขี้เกียจจะต่อต้านปล่อยให้เธอลูบไล้ไปตามเนื้อตัวอย่างที่เธอต้องการ
สายตาคมเผลอมองใบหน้าสวยที่ลูบไล้เนื้อตัวพิถีพิถันชำระร่างกายให้เขาอยู่ ลามไปถึงรูปร่างเล็กกะทัดรัดแต่ขนาดหน้าอกหน้าใจดันสวนทางกับสรีระ จริง ๆ เขาก็เคยเห็นรูปร่างอีกคนบนหน้าปกนิตยสารเซ็กซี่อยู่บ้างแต่ก็ยังไม่เคยเห็นระยะประชิดขนาดนี้ ผิวขาวเมื่อกระทบกับไฟห้องน้ำยิ่งทำให้เธอดูออร่าขึ้นไปอีก รวม ๆ แล้วเธอดูเพอร์เฟคใช่เล่นแต่ก็เลือกที่จะทำอาชีพแบบนี้ ก็อย่างว่ากลิ่นเงินมันหอมหวานอะไรยิ่งได้มาแบบง่าย ๆ สบาย ๆ ยิ่งชอบ ความคิดทั้งหมดหยุดลงเมื่อมือเล็กของขนมกอบกุมไปที่เอ็นใหญ่ของร่างสูงพร้อมกับเธอที่คุกเข่านั่งลงจนระดับสายตาอยู่ตรงแก่นกายกลางลำตัวของไต้ฝุ่นพอดิบพอดี
" ให้พี่ช่วยนะ " เธอเงยหน้ามองเด็กหนุ่มที่ก่อนหน้านี้เขาก็ไล่มองรูปร่างของเธอเหมือนกันจนเอ็นใหญ่เริ่มแข็งชูชันขึ้นโดยที่เขาไม่รู้ตัว เธอจึงอาสาช่วยให้อีกคนได้ปลดปล่อยอย่างเต็มใจ ใบหน้านิ่งขรึมจ้องมองมาที่เธอเหมือนไม่ต้องการสิ่งที่ขนมกำลังเสนอให้แต่เอ็นใหญ่ของอีกคนดันไม่ได้แสดงออกตามที่หน้าเขาแสดงออกมาเลย มือเล็กลูบไล้เอ็นใหญ่และใช้นิ้วโป้งถูไถส่วนหัวจนมันแข็งได้ที่พร้อมกับส่งสายตาหวานเยิ้มกลับคืนไปให้ร่างสูง
" ....อยากทำมากก็ทำ "
หลังออกจากโรงพยาบาลได้ไม่นาน น้ำหนึ่งก็ทำหน้าที่โทรรายงานคนที่ไหว้วานเธอทันที ปลายสายถูกรับแทบจะในวินาทีแรก ' พี่หนึ่ง ฝุ่นเป็นยังไงบ้าง เขาโอเคไหม? ' เสียงของขนมรีบร้อนจนแทบหายใจไม่ทัน น้ำหนึ่งถอนหายใจ ก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบ " อาการไม่ได้แย่ลง พักฟื้นอีกสักพักก็กลับบ้านได้ แต่รอยช้ำยังเยอะอยู่...มีแค่มือนั่นแหละที่น่าจะต้องเข้าเฝือกเป็นเดือน " ปลายสายเงียบไปชั่วครู่ รู้สึกผิดกับอาการสาหัสเพิ่มของเขาที่เธอเป็นคนทำก่อนหน้า ' หนมทำฝุ่นเองแหละ ' เธอเอ่ยเสียงอ่อน ' แล้วใครทำร้ายล่ะคะ รู้หรือยัง? ' " ...คุณธาวิน " น้ำหนึ่งตอบสั้น ๆ ' ทำไมต้องทำกันขนาดนี้ด้วย ' เธอพึมพำแผ่วเบา นึกโกรธอยู่ลึก ๆ แม้จะยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด " แต่แกไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะ เรื่องคดียัยฟ้าจัดการแล้ว มีคนเห็นเหตุการณ์เค้าเลยถ่ายหลักฐานไว้ชัดเลย " น้ำหนึ่งนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ " ส่วนเรื่องอาการเด็กนั่น ยิ่งไม่ต้องห่วง เอลินดูแลไม่ห่าง...ป้อนข้าวป้อนน้ำถึงขอบเตียงเลยล่ะ " คำบอกเล่าที่หวังให้ขนมหมดห่วงบวกกับตัดใจ ทำเอาปลายสายเงียบสนิท ไม่มีคำถามต่อ มีเพียงลมหายใจแผ่วเบาที่ดังผ่านสายโทรศัพท์ ' ...
ขนมร้อนรนกับเรื่องราวที่เพื่อนสาวบอกให้รู้ เธอจ้องมองข้อความและรูปภาพที่ฟ้าใสส่งเข้ามาในแชตส่วนตัว ภาพของไต้ฝุ่นที่หน้าบวมช้ำ นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงคนป่วย มือที่เคยบาดเจ็บก่อนหน้ายังถูกพันผ้าไว้เหมือนเดิม แต่สภาพกลับดูหนักกว่าเดิมมาก ปลายนิ้วเรียวเลื่อนขยายภาพซ้ำไปมา ราวกับหวังว่ามันจะไม่จริง ดวงตาเอ่อคลอจนภาพตรงหน้าพร่าเลือน ความเป็นห่วงตีรวนอยู่ในอก ทั้งโกรธ ทั้งกังวล แต่กลับทำอะไรไม่ได้ สุดท้ายเธอตัดสินใจกดโทรหาน้ำหนึ่ง ก่อนเล่าเรื่องทั้งหมดเท่าที่รู้ให้อีกคนฟัง เสียงของขนมสั่นเล็กน้อยเมื่อเอ่ยขอร้องให้ผู้จัดการสาวให้ช่วยเข้าไปเยี่ยมเขาแทนในวันพรุ่งนี้ ถึงน้ำหนึ่งจะไม่ค่อยชอบเด็กหนุ่มเท่าไหร่นัก แต่เมื่อได้ยินน้ำเสียงกังวลของขนม เธอก็ยอมรับปาก แม้ในใจจะยังรู้สึกขัดอยู่เล็กน้อย หลังวางสาย ห้องทั้งห้องก็เงียบลง เหลือเพียงเสียงลมหายใจของตัวเองกับความกังวลที่เอ่อล้นจนน้ำตาคลอเบ้า วันต่อมา ไต้ฝุ่นนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง แดดตอนสาย ๆ ส่องลอดผ้าม่านบางเข้ามาแตะใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยช้ำ มือข้างหนึ่งยังพันผ้าแน่น ขณะที่อีกข้างกำสมาร์ตโฟนไว้ราวกับมันเป็นสิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวความหวั
ทันทีที่ประตูปิดลง แม่ของไต้ฝุ่นก็รีบเดินเข้ามาใกล้เตียง สีหน้าที่เก็บความกังวลมาทั้งวันเริ่มคลายลง " ขวัญเอ๊ยขวัญมา...แม่เป็นห่วงแทบแย่ " เธอยกมือขึ้นลูบไหล่ลูกชายเบา ๆ อย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าแรงเพียงนิดเดียวจะทำให้เขาเจ็บซ้ำ แววตาเต็มไปด้วยความโล่งอกปนสะเทือนใจ เมื่อเห็นลูกชายลืมตามองตอบได้อีกครั้ง ไต้ฝุ่นฝืนยิ้มจาง แม้ทั้งตัวจะยังหนักอึ้ง แต่ก็รับรู้ได้ถึงความอบอุ่นที่รายล้อมอยู่รอบตัว ...ยกเว้นเพียงคำถามหนึ่ง ที่ยังค้างอยู่ในใจเขา ก่อนเอ่ยเรียกพี่สาวอีกครั้งหวังจะได้คำตอบที่ถามไปก่อนหน้า " พี่ฟ้า แล้ว... " " พ่อว่าพักให้หายก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันนะ " ชายสูงอายุที่สุดในห้องเอ่ยเสียงนุ่ม พลางวางมือลงบนขาของลูกชายเบา ๆ ก่อนหันไปบอกทุกคนในห้อง " ไหน ๆ ไต้ฝุ่นก็ฟื้นแล้ว ให้เขาได้พักผ่อนก่อนดีกว่า เดี๋ยวมีอะไรพ่อจะให้ฟ้าใสอัปเดตให้อีกที " จอห์นกับพีชพยักหน้ารับเข้าใจ แล้วเดินเข้ามาขนาบข้างเตียง สีหน้าทั้งคู่ยังเต็มไปด้วยความเป็นห่วง " หายไว ๆ นะมึง มีอะไรโทรหาพวกกูได้ตลอดเลย " พีชพูดทิ้งท้าย ไต้ฝุ่นพยักหน้ารับ ก่อนที่ทั้งสองคนจะขอตัวลาคนอื่น ๆ ในห้องแล้วก้าวเท้าเดินออกไปพ
เวลาผ่านไปจนเข้าสู่ช่วงเย็น ไต้ฝุ่นยังคงนอนหลับนิ่งอยู่บนเตียง ขณะที่คนในห้องยังไม่มีใครยอมกลับไปไหน ต่างนั่งเฝ้าดูอาการอยู่ไม่ห่าง จอห์นกับพีชนั่งอยู่ตรงเก้าอี้ชิดผนังห้องข้างกันกับอลิซ ฟ้าใสคอยลุก ๆ นั่ง ๆ อย่างเป็นกังวล ส่วนพ่อกับแม่ของเขานั่งเงียบอยู่ที่โซฟาเป็นระยะ เอลินยังคงนั่งอยู่ข้างเตียง มือวางอยู่ใกล้ ๆ แขนของไต้ฝุ่น เธอมองเขาแทบตลอดเวลาเหมือนกลัวว่าจะพลาดอะไรไป จนกระทั่ง... เปลือกตาที่เคยปิดสนิทค่อย ๆ ขยับ ก่อนจะลืมขึ้นอย่างยากลำบาก ไต้ฝุ่นเริ่มรู้สึกตัว " ฝุ่น? " เอลินเรียกเสียงแผ่ว ก่อนจะรีบลุกขึ้นโน้มตัวเข้าไปใกล้ " พี่ฟ้า! ฝุ่นลืมตาแล้วค่ะ! " ทุกคนในห้องหันมามองพร้อมกัน ก่อนจะรีบกรูเข้ามาล้อมเตียงด้วยความตื่นเต้นดีใจ " ฝุ่น ได้ยินพี่ไหม? " ฟ้าใสถาม น้ำเสียงทั้งลุ้นทั้งโล่งใจ " ลูก...เป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนหรือเปล่า? " แม่ของเขาเอ่ยตามมาติด ๆ ไต้ฝุ่นกะพริบตาช้า ๆ ภาพตรงหน้าพร่ามัว เขาพยายามปรับโฟกัส ไล่มองใบหน้าทีละคนอย่างมึนงง คนแรกที่เห็นชัดคือเอลิน ที่ยืนอยู่ข้างเตียงเขาไม่ห่าง สีหน้าเต็มไปด้วยความเป็นห่วง จากนั้นภาพของคนอื่น ๆ ก็เริ่มชัดขึ้น จอห์น พีช ฟ้
ผลั๊วะ! ก่อนที่เขาสวนหมัดเข้าใส่เต็มแรงจนศีรษะของไต้ฝุ่นสะบัดตามแรงกระแทก ร่างทั้งร่างเซถลา แต่ยังถูกลูกน้องทั้งสองจับยึดไว้ไม่ให้ล้มลง " ปากดีเหมือนเดิมเลยนะมึง!! " ธาวินยกมือขึ้นบีบคางอีกฝ่าย เอ่ยเสียงเข้มด้วยความโมโหที่อัดแน่นอยู่ในทุกถ้อยคำ ไต้ฝุ่นหายใจแรง พยายามสะบัดหน้าหนี ธาวินสะบัดมือที่บีบคางไต้ฝุ่นออกอย่างแรง แล้วถอยก้าวออกมาจากตัวเขา ก่อนสายตาจะเลื่อนลงไปที่มือซึ่งถูกพันผ้าไว้อย่างดี เขาหรี่ตาลง จ้องมันราวกับกำลังคิดอะไรสนุก ๆ อยู่ในหัว " กดตัวมันลง " ลูกน้องทั้งสองออกแรงกดร่างไต้ฝุ่นให้ทรุดลง " อึก! ปล่อย!! " ก่อนจะบังคับให้นอนคว่ำไปกับพื้นถนน ความหยาบกระด้างของพื้นซีเมนต์ทำให้เขาขยับตัวลำบากยิ่งกว่าเดิม" ดึงมือมันออกมา " หนึ่งในนั้นปลดแขนที่คล้องสายพยุงไว้ออกมา ไต้ฝุ่นพยายามดึงกลับ แต่แรงที่มีกลับไม่พอจะต้าน ธาวินก้มมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะใช้เท้าเหยียบลงไปที่มือซึ่งยังพันผ้าอยู่ซ้ำ ๆ อย่างจงใจ " อ๊าาาา " ไต้ฝุ่นกัดฟันแน่น คำรามด้วยความเจ็บปวดจนเสียงหลง เสียงหายใจสะดุดหลุดออกมา แม้จะพยายามข่มความเจ็บไว้แต่ร่างกายที่ถูกกดตรึงก็ทำให้เขาได้แค่เกร็งตัวต้านอย่างไร้ทา
ถนนตอนค่ำคืนค่อนข้างโล่ง ไต้ฝุ่นขับรถออกมาจากคอนโดของขนมได้ไม่นานก็สังเกตเห็นไฟหน้ารถคันหนึ่งตามมาติด ๆ ในกระจกมองหลัง ตอนแรกเขาไม่ได้ใส่ใจนัก คิดว่าเป็นเพียงรถที่ใช้เส้นทางเดียวกัน จนกระทั่งรถคันนั้นเร่งเครื่องขึ้นมา ก่อนจะขับเบียดเข้ามาขนาบข้างอย่างจงใจ " อะไรของมันวะ… " เขาสบถบ่น พลางเหลือบมองรถคันที่ขับเบียดอยู่ข้างตัว แต่ยังไม่ทันได้ตั้งสติ รถอีกคันก็พุ่งปาดเข้ามาด้านหน้า ก่อนจะเหยียบเบรกกะทันหัน เขารีบหักพวงมาลัยหลบ จนล้อรถเสียดสีกับพื้นถนนเสียการทรงตัวเล็กน้อย จำต้องเบี่ยงหัวรถเข้าไปในซอยแคบด้านข้างถนนหลักแทน แต่รถทั้งสองคันก็ยังตามเข้ามา คันหนึ่งปิดหัว อีกคันปิดท้าย ไต้ฝุ่นเหยียบเบรกเต็มแรง จนรถหยุดกระชากกลางซอย ประตูรถคันหน้าถูกผลักเปิดออก ก่อนที่ร่างสูงในเสื้อเชิ้ตสีเข้มจะก้าวลงมาอย่างไม่รีบร้อน ท่าทางนิ่งเฉยราวกับควบคุมสถานการณ์ไว้ทั้งหมด เดินตรงมายังรถของไต้ฝุ่นที่จอดนิ่งอยู่ " ไอ้ธาวิน! " เขากัดฟันเอ่ยชื่อคนตรงหน้า ขณะที่ธาวินแสยะยิ้มก้าวตรงเข้ามา แววตาเย็นเฉียบเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน ไต้ฝุ่นผลักประตูรถเปิดออกแรง ๆ ก่อนก้าวลงไปยืนประจันหน้าอย่างไม่คิดถอย สีหน้าฉุนเฉ







