ANMELDENRrrrrrrrrr......
เสียงสมาร์ตโฟนแผดเสียงดังลั่นในเช้าวันใหม่ ทำให้ขนมที่นอนสลบไสลอยู่งัวเงียขึ้นมาอย่างหงุดหงิดพร้อมกับพับหมอนที่หนุน มาปิดหูตัวเองไว้เพื่อปิดกั้นเสียงน่ารำคาญนั่น แต่เสียงเจ้ากรรมยังคงดังขึ้นเรื่อย ๆ จนเจ้าของโทรศัพท์ขมวดคิ้วเป็นปมอยู่ใต้หมอน ก่อนจะกระฟัดกระเฟียดอารมณ์เสีย ใช้มือควานหาสมาร์ตโฟนที่คิดว่าน่าจะอยู่ตรงข้างหัวเตียงและสไลด์หน้าจอรับสายด้วยน้ำเสียงงัวเงียปนหงุดหงิด
" ฮัลโหล~ใครอ่ะ โทรมาไม่รู้จักเวล่ำเวลา "
' ก็ว่าที่พี่ผัวแกไงยัยหนม! ตื่นได้แล้ว นอนกินบ้านกินเมืองไปไหนห้ะ!? ' เสียงแว้ดตอบกลับดังกระแทกหูจนขนมต้องชักโทรศัพท์ในมือออกห่างจากใบหู
" โอ้ยยย~แล้วโทรมาทำไมแต่เช้า ใครตายไม่ทราบ!! "
' ไม่มีใครตายหรอกย่ะ ฉันแค่โทรชวนแกมาที่คอนโดฉันซึ่งคอนโดฉันมีไอ้ฝุ่นน้องชายสุดที่รักที่แกอยากได้เป็นผัวนักหนาและวันนี้มันก็อยู่ห้องทั้งวัน แต่แกจะไม่มาก็ได้นะ เชิญนอนให้เต็มอิ่มไปเลยจ้ะ '
" เดี๋ยวววว~ ไป รอแป้บ " ขนมเด้งตัวขึ้นหลังจากที่ตอบปลายสายและกดตัดสายไปก่อนจะปลีกตัวออกจากเตียงวิ่งเข้าห้องน้ำอย่างรีบเร่ง
30 นาทีผ่านไป....
รถยนต์สีดำเงาคันหรูจอดเทียบหน้าคอนโดใจกลางกรุง ขนมหยิบเครื่องมือสื่อสารออกมาจากกระเป๋าถือใบเล็กต่อสายหาเพื่อนรักทันที
" ถึงละลงมารับหน่อย "
' โอโห้~เรื่องผู้ชายขอให้บอก ไวยิ่งกว่าความเร็วแสง '
" ฮิ ๆ เร็ว ๆ เลย " ขนมแอบขำเพื่อนที่แขวะตนเล็ก ๆ ก่อนจะขับหาที่จอดและเดินมารออีกคนที่ล็อบบี้ของคอนโด
" แต่งตัวแบบนี้ไม่ถอดเสื้อผ้ามาเลยล่ะ " ฟ้าใสไล่มองเพื่อนสาวคนสวยตั้งแต่หัวจรดเท้ากับชุดรัดรูปสายเดี่ยวสีดำสนิทที่ทั้งแหวกทั้งสั้นจนก้มทีก็คือเห็นไปถึงไหนต่อไหนละ
" มาอ่อยผู้ชายจะให้นุ่งขาวห่มขาวรึไงยะ...แล้วนี่ทำไมแกถึงคิดจะช่วยฉันจีบฝุ่น รวยมากจนอยากเสียเงินแสนเหรอ? "
ติ๊งง~
เสียงลิฟท์ดังขึ้นเมื่อทั้งสองมาถึงชั้นที่ต้องการขาเรียวยาวของคนทั้งสองก้าวออกมาจากตัวลิฟท์และเดินไปตามทางของคอนโด
" อยากให้น้องมีเมียมากกว่า ตายด้านจนฝ่อไปแล้วมั้ง "
" พูดไปเรื่อย เสียของแย่เลยแบบนั้น แต่ไม่เป็นไรหรอกเพื่อนคนสวยคนนี้จะช่วยน้องแกเองนะ " ขนมยิ้มร่าอย่างมั่นอกมั่นใจ ฟ้าใสได้แต่ยกยิ้มมุมปากพลางส่ายหัวให้กับขนมเบาๆ ก่อนจะมาหยุดยืนอยู่หน้าห้องของบุคคลที่สามที่เขาทั้งสองพูดถึงไปเมื่อสักครู่พร้อมกับกดออดหน้าห้อง
" พามาหามันเลย ไม่ต้องเข้าห้องฉัน " ฟ้าใสบอกคนด้านข้างที่ปกติขนมมาหาเธอทีไรต้องเข้าห้องของตนเองตลอดซึ่งอยู่ติดกับห้องของน้องชายเธอ ไม่เคยได้ย่างกายมายังห้องของไต้ฝุ่นแม้แต่ครั้งเดียว ไม่นานนักเจ้าของห้องก็เดินมาเปิดประตูและพบว่าเป็นพี่สาวของตนนั่นเองพลันสายตาก็เหลือบมองด้านข้างของอีกคนที่ยืนจ้องร่างกายของเขาที่สวมเพียงกางเกงนอนลายสก็อตตัวเดียวอย่างโจ่งแจ้งพร้อมกับอมยิ้มเขินอยู่คนเดียวจนเพื่อนสาวต้องใช้ศอกสะกิดให้รู้สึกตัว
" นี่พากันมาทำไมเนี่ย " ไต้ฝุ่นละสายตาจากคนตัวเล็กกลับมาถามพี่สาวที่ยืนยิ้มหน้าบานอยู่
" พี่จะมาดูหนังห้องฝุ่นเลยชวนยัยหนมมาดูด้วย ป้ะหนม " ฟ้าใสตอบคนตรงหน้าไปก่อนจะจับข้อมือเพื่อนตัวเล็กให้เดินเข้าไปในห้องของอีกคน
" เฮ้ย! พี่ อะไรเนี่ย ไม่คิดจะถามผมสักคำเลยเหรอว่าอนุญาตให้เข้ามาไหม แล้วห้องตัวเองไม่มีทีวีรึไง " ไต้ฝุ่นคว้าแขนอีกข้างของพี่สาวไว้อย่างหงุดหงิด
" ทีวีพัง...แค่มาดูหนังเองฝุ่นหวงไรนักหนา "
" แต่นี่มันห้องผมไม่ใช่ที่สาธารณะจะเดินเข้าออกโดยไม่ขออนุญาตและที่นี่ก็ไม่ใช่โรงหนังด้วย! "
" งั้นขออนุญาตละกัน ป้ะยัยหนม " ไม่รอให้อีกคนเอ่ยอนุญาตฟ้าใสก็ลากเพื่อนสาวมายังโซฟาใจกลางห้องขนาดใหญ่พร้อมผลักให้ขนมนั่งลงก่อนที่ฟ้าใสจะจัดการเปิดทีวีและเลื่อนหาหนังในเน็ตฟลิกซ์ ขนมหันมองเด็กหนุ่มที่ยืนเท้าสะเอวหงุดหงิดมองมายังพวกเธอสองคน เธอลุกขึ้นยืนพลางเดินไปหาเจ้าของห้องก่อนจะคล้องแขนเด็กหนุ่มจนหน้าอกใหญ่เสียดสีกับต้นแขนของเขา
" มาดูหนังด้วยกันนะฝุ่น " ขนมยิ้มร่าพลางจ้องใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยเหงื่อซึ่งไม่ต่างจากร่างกายกำยำที่มีเม็ดน้ำใสๆ ประปรายอยู่ทั่วทั้งตัว ถ้าให้เดาอีกคนคงตื่นเช้ามาออกกำลังกายอย่างที่ฟ้าใสเคยบอกเหงื่อถึงได้ซกขนาดนี้ แถมกลิ่นเหงื่อที่ควรจะเหม็นกลับหอมแปลกๆ ดึงดูดเธออยู่ไม่น้อยจนต้องบดเบียดหน้าอกใหญ่เข้ากับต้นแขนเขามากกว่าเดิม
" ไม่ต้องเอานมมาถูขนาดนั้น เอาออกไป " ไต้ฝุ่นผลักตัวเธอออกห่างแต่ก็ไม่เป็นผลเพราะขนมยังคงเกาะแขนเขาแน่นเป็นปลิงพลางใช้มืออีกข้างปาดเหงื่อตรงกรอบหน้าให้อีกคน
" ดูสิ เหงื่อซกเลยหรือฝุ่นจะไปอาบน้ำก่อนดี " ขนมว่าพลางใช้หลังมือคอยเช็ดต้นคอและหน้าอกกำยำของอีกคนอย่างถือวิสาสะ ไต้ฝุ่นจ้องมองดวงหน้าของสาวรุ่นพี่ที่อ่อยเขาอย่างเปิดเผยด้วยใบหน้านิ่งงันพร้อมกับจับมือซุกซนที่ปัดป่ายไปทั้งตัวเขาออก
" ไม่ต้อง ผมจัดการตัวเองได้ จะมาดูหนังไม่ใช่เหรอ นู้น~ที่ควรจะอยู่ " เขาเลิกคิ้วไปยังตำแหน่งที่พี่สาวของตนนั่งอยู่
" ไล่เก่ง " เธอตัดพ้อเด็กหนุ่มพร้อมยู่ปากงอนอีกคน
" ไล่ขนาดนี้ยังไม่ไปเลย...ปล่อย ผมจะไปอาบน้ำ "
" ให้พี่อาบให้นะ จะขัดๆ ถูๆ ชักๆ ให้อย่างดีเลย " คำพูดสองแง่สองง่ามถูกเอ่ยออกมาอย่างไม่นึกอายปากพลางใช้มือลูบไปที่ลอนกล้ามแน่นตรงหน้าท้องของเด็กหนุ่มอีกระลอก
" ฉันไม่อยู่ในห้องนี่ม้างงง " ฟ้าใสลากเสียงยาวประชดเพื่อนสาวที่เอ่ยอะไรออกมาไม่เกรงใจบุคคลที่สามอย่างเธอ ไต้ฝุ่นส่ายหัวให้ขนมพลางจับมือของเธอออกก่อนจะเดินเข้าห้องนอนตัวเองไป ปล่อยให้ขนมยืนเขว้งมองหลังเปลือยเปล่าที่เดินห่างออกไปสลับหันมามองเพื่อนสนิทอย่างนึกขัดใจ
" นี่! ไหนบอกอยากช่วยไง เห็นไหมฝุ่นเดินหนีเลย " ใบหน้าง้ำงอเดินกระทืบเท้ากลับมายังที่โซฟาข้างอีกคนเหมือนเดิมอย่างอารมณ์เสียที่โดนฟ้าใสขัด
" พามาห้องมันขนาดนี้ ไม่ช่วยยังไงห้ะ? แล้วคำพูดคำจาอะเบาๆ หน่อย แกคิดว่าผู้ชายจะชอบผู้หญิงที่ดูกร้านโลกทุกคนเลยเหรอ "
" มัวแต่อายแล้วเมื่อไหร่จะได้ "
" แล้วไม่อายนี่ได้ยัง? "
" นี่!! " ขนมหน้ายู่แว้ดกลับทันทีที่เพื่อนของเธอพูดขัด
" เอาน่า~ ค่อยเป็นค่อยไป ดูหนังไปเพลินๆ รอมันก่อน ฉันช่วยแกเต็มที่อยู่แล้ว "
" จะออกมารึเปล่าเถอะ ถ้าไม่ออกมาฉันบุกเข้าห้องจริงๆ ด้วย "
" คราวหน้าก็คงจะไม่ได้มาอีก " ใบหน้าสวยยู่ยี่เข้าไปอีกหลังจากที่ฟ้าใสเอ่ยขึ้นแต่อีกคนกลับยิ้มขำกับปฏิกิริยาของเพื่อนสาวก่อนจะหันกลับไปจ้องที่หน้าจอทีวีเหมือนเดิม ในขณะที่ขนมก็สลับมองที่บานประตูห้องนอนของเจ้าของห้องและหน้าจอที่ฉายหนังอยู่แบบนั้น
หลังออกจากโรงพยาบาลได้ไม่นาน น้ำหนึ่งก็ทำหน้าที่โทรรายงานคนที่ไหว้วานเธอทันที ปลายสายถูกรับแทบจะในวินาทีแรก ' พี่หนึ่ง ฝุ่นเป็นยังไงบ้าง เขาโอเคไหม? ' เสียงของขนมรีบร้อนจนแทบหายใจไม่ทัน น้ำหนึ่งถอนหายใจ ก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบ " อาการไม่ได้แย่ลง พักฟื้นอีกสักพักก็กลับบ้านได้ แต่รอยช้ำยังเยอะอยู่...มีแค่มือนั่นแหละที่น่าจะต้องเข้าเฝือกเป็นเดือน " ปลายสายเงียบไปชั่วครู่ รู้สึกผิดกับอาการสาหัสเพิ่มของเขาที่เธอเป็นคนทำก่อนหน้า ' หนมทำฝุ่นเองแหละ ' เธอเอ่ยเสียงอ่อน ' แล้วใครทำร้ายล่ะคะ รู้หรือยัง? ' " ...คุณธาวิน " น้ำหนึ่งตอบสั้น ๆ ' ทำไมต้องทำกันขนาดนี้ด้วย ' เธอพึมพำแผ่วเบา นึกโกรธอยู่ลึก ๆ แม้จะยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด " แต่แกไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะ เรื่องคดียัยฟ้าจัดการแล้ว มีคนเห็นเหตุการณ์เค้าเลยถ่ายหลักฐานไว้ชัดเลย " น้ำหนึ่งนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ " ส่วนเรื่องอาการเด็กนั่น ยิ่งไม่ต้องห่วง เอลินดูแลไม่ห่าง...ป้อนข้าวป้อนน้ำถึงขอบเตียงเลยล่ะ " คำบอกเล่าที่หวังให้ขนมหมดห่วงบวกกับตัดใจ ทำเอาปลายสายเงียบสนิท ไม่มีคำถามต่อ มีเพียงลมหายใจแผ่วเบาที่ดังผ่านสายโทรศัพท์ ' ...
ขนมร้อนรนกับเรื่องราวที่เพื่อนสาวบอกให้รู้ เธอจ้องมองข้อความและรูปภาพที่ฟ้าใสส่งเข้ามาในแชตส่วนตัว ภาพของไต้ฝุ่นที่หน้าบวมช้ำ นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงคนป่วย มือที่เคยบาดเจ็บก่อนหน้ายังถูกพันผ้าไว้เหมือนเดิม แต่สภาพกลับดูหนักกว่าเดิมมาก ปลายนิ้วเรียวเลื่อนขยายภาพซ้ำไปมา ราวกับหวังว่ามันจะไม่จริง ดวงตาเอ่อคลอจนภาพตรงหน้าพร่าเลือน ความเป็นห่วงตีรวนอยู่ในอก ทั้งโกรธ ทั้งกังวล แต่กลับทำอะไรไม่ได้ สุดท้ายเธอตัดสินใจกดโทรหาน้ำหนึ่ง ก่อนเล่าเรื่องทั้งหมดเท่าที่รู้ให้อีกคนฟัง เสียงของขนมสั่นเล็กน้อยเมื่อเอ่ยขอร้องให้ผู้จัดการสาวให้ช่วยเข้าไปเยี่ยมเขาแทนในวันพรุ่งนี้ ถึงน้ำหนึ่งจะไม่ค่อยชอบเด็กหนุ่มเท่าไหร่นัก แต่เมื่อได้ยินน้ำเสียงกังวลของขนม เธอก็ยอมรับปาก แม้ในใจจะยังรู้สึกขัดอยู่เล็กน้อย หลังวางสาย ห้องทั้งห้องก็เงียบลง เหลือเพียงเสียงลมหายใจของตัวเองกับความกังวลที่เอ่อล้นจนน้ำตาคลอเบ้า วันต่อมา ไต้ฝุ่นนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง แดดตอนสาย ๆ ส่องลอดผ้าม่านบางเข้ามาแตะใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยช้ำ มือข้างหนึ่งยังพันผ้าแน่น ขณะที่อีกข้างกำสมาร์ตโฟนไว้ราวกับมันเป็นสิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวความหวั
ทันทีที่ประตูปิดลง แม่ของไต้ฝุ่นก็รีบเดินเข้ามาใกล้เตียง สีหน้าที่เก็บความกังวลมาทั้งวันเริ่มคลายลง " ขวัญเอ๊ยขวัญมา...แม่เป็นห่วงแทบแย่ " เธอยกมือขึ้นลูบไหล่ลูกชายเบา ๆ อย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าแรงเพียงนิดเดียวจะทำให้เขาเจ็บซ้ำ แววตาเต็มไปด้วยความโล่งอกปนสะเทือนใจ เมื่อเห็นลูกชายลืมตามองตอบได้อีกครั้ง ไต้ฝุ่นฝืนยิ้มจาง แม้ทั้งตัวจะยังหนักอึ้ง แต่ก็รับรู้ได้ถึงความอบอุ่นที่รายล้อมอยู่รอบตัว ...ยกเว้นเพียงคำถามหนึ่ง ที่ยังค้างอยู่ในใจเขา ก่อนเอ่ยเรียกพี่สาวอีกครั้งหวังจะได้คำตอบที่ถามไปก่อนหน้า " พี่ฟ้า แล้ว... " " พ่อว่าพักให้หายก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันนะ " ชายสูงอายุที่สุดในห้องเอ่ยเสียงนุ่ม พลางวางมือลงบนขาของลูกชายเบา ๆ ก่อนหันไปบอกทุกคนในห้อง " ไหน ๆ ไต้ฝุ่นก็ฟื้นแล้ว ให้เขาได้พักผ่อนก่อนดีกว่า เดี๋ยวมีอะไรพ่อจะให้ฟ้าใสอัปเดตให้อีกที " จอห์นกับพีชพยักหน้ารับเข้าใจ แล้วเดินเข้ามาขนาบข้างเตียง สีหน้าทั้งคู่ยังเต็มไปด้วยความเป็นห่วง " หายไว ๆ นะมึง มีอะไรโทรหาพวกกูได้ตลอดเลย " พีชพูดทิ้งท้าย ไต้ฝุ่นพยักหน้ารับ ก่อนที่ทั้งสองคนจะขอตัวลาคนอื่น ๆ ในห้องแล้วก้าวเท้าเดินออกไปพ
เวลาผ่านไปจนเข้าสู่ช่วงเย็น ไต้ฝุ่นยังคงนอนหลับนิ่งอยู่บนเตียง ขณะที่คนในห้องยังไม่มีใครยอมกลับไปไหน ต่างนั่งเฝ้าดูอาการอยู่ไม่ห่าง จอห์นกับพีชนั่งอยู่ตรงเก้าอี้ชิดผนังห้องข้างกันกับอลิซ ฟ้าใสคอยลุก ๆ นั่ง ๆ อย่างเป็นกังวล ส่วนพ่อกับแม่ของเขานั่งเงียบอยู่ที่โซฟาเป็นระยะ เอลินยังคงนั่งอยู่ข้างเตียง มือวางอยู่ใกล้ ๆ แขนของไต้ฝุ่น เธอมองเขาแทบตลอดเวลาเหมือนกลัวว่าจะพลาดอะไรไป จนกระทั่ง... เปลือกตาที่เคยปิดสนิทค่อย ๆ ขยับ ก่อนจะลืมขึ้นอย่างยากลำบาก ไต้ฝุ่นเริ่มรู้สึกตัว " ฝุ่น? " เอลินเรียกเสียงแผ่ว ก่อนจะรีบลุกขึ้นโน้มตัวเข้าไปใกล้ " พี่ฟ้า! ฝุ่นลืมตาแล้วค่ะ! " ทุกคนในห้องหันมามองพร้อมกัน ก่อนจะรีบกรูเข้ามาล้อมเตียงด้วยความตื่นเต้นดีใจ " ฝุ่น ได้ยินพี่ไหม? " ฟ้าใสถาม น้ำเสียงทั้งลุ้นทั้งโล่งใจ " ลูก...เป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนหรือเปล่า? " แม่ของเขาเอ่ยตามมาติด ๆ ไต้ฝุ่นกะพริบตาช้า ๆ ภาพตรงหน้าพร่ามัว เขาพยายามปรับโฟกัส ไล่มองใบหน้าทีละคนอย่างมึนงง คนแรกที่เห็นชัดคือเอลิน ที่ยืนอยู่ข้างเตียงเขาไม่ห่าง สีหน้าเต็มไปด้วยความเป็นห่วง จากนั้นภาพของคนอื่น ๆ ก็เริ่มชัดขึ้น จอห์น พีช ฟ้
ผลั๊วะ! ก่อนที่เขาสวนหมัดเข้าใส่เต็มแรงจนศีรษะของไต้ฝุ่นสะบัดตามแรงกระแทก ร่างทั้งร่างเซถลา แต่ยังถูกลูกน้องทั้งสองจับยึดไว้ไม่ให้ล้มลง " ปากดีเหมือนเดิมเลยนะมึง!! " ธาวินยกมือขึ้นบีบคางอีกฝ่าย เอ่ยเสียงเข้มด้วยความโมโหที่อัดแน่นอยู่ในทุกถ้อยคำ ไต้ฝุ่นหายใจแรง พยายามสะบัดหน้าหนี ธาวินสะบัดมือที่บีบคางไต้ฝุ่นออกอย่างแรง แล้วถอยก้าวออกมาจากตัวเขา ก่อนสายตาจะเลื่อนลงไปที่มือซึ่งถูกพันผ้าไว้อย่างดี เขาหรี่ตาลง จ้องมันราวกับกำลังคิดอะไรสนุก ๆ อยู่ในหัว " กดตัวมันลง " ลูกน้องทั้งสองออกแรงกดร่างไต้ฝุ่นให้ทรุดลง " อึก! ปล่อย!! " ก่อนจะบังคับให้นอนคว่ำไปกับพื้นถนน ความหยาบกระด้างของพื้นซีเมนต์ทำให้เขาขยับตัวลำบากยิ่งกว่าเดิม" ดึงมือมันออกมา " หนึ่งในนั้นปลดแขนที่คล้องสายพยุงไว้ออกมา ไต้ฝุ่นพยายามดึงกลับ แต่แรงที่มีกลับไม่พอจะต้าน ธาวินก้มมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะใช้เท้าเหยียบลงไปที่มือซึ่งยังพันผ้าอยู่ซ้ำ ๆ อย่างจงใจ " อ๊าาาา " ไต้ฝุ่นกัดฟันแน่น คำรามด้วยความเจ็บปวดจนเสียงหลง เสียงหายใจสะดุดหลุดออกมา แม้จะพยายามข่มความเจ็บไว้แต่ร่างกายที่ถูกกดตรึงก็ทำให้เขาได้แค่เกร็งตัวต้านอย่างไร้ทา
ถนนตอนค่ำคืนค่อนข้างโล่ง ไต้ฝุ่นขับรถออกมาจากคอนโดของขนมได้ไม่นานก็สังเกตเห็นไฟหน้ารถคันหนึ่งตามมาติด ๆ ในกระจกมองหลัง ตอนแรกเขาไม่ได้ใส่ใจนัก คิดว่าเป็นเพียงรถที่ใช้เส้นทางเดียวกัน จนกระทั่งรถคันนั้นเร่งเครื่องขึ้นมา ก่อนจะขับเบียดเข้ามาขนาบข้างอย่างจงใจ " อะไรของมันวะ… " เขาสบถบ่น พลางเหลือบมองรถคันที่ขับเบียดอยู่ข้างตัว แต่ยังไม่ทันได้ตั้งสติ รถอีกคันก็พุ่งปาดเข้ามาด้านหน้า ก่อนจะเหยียบเบรกกะทันหัน เขารีบหักพวงมาลัยหลบ จนล้อรถเสียดสีกับพื้นถนนเสียการทรงตัวเล็กน้อย จำต้องเบี่ยงหัวรถเข้าไปในซอยแคบด้านข้างถนนหลักแทน แต่รถทั้งสองคันก็ยังตามเข้ามา คันหนึ่งปิดหัว อีกคันปิดท้าย ไต้ฝุ่นเหยียบเบรกเต็มแรง จนรถหยุดกระชากกลางซอย ประตูรถคันหน้าถูกผลักเปิดออก ก่อนที่ร่างสูงในเสื้อเชิ้ตสีเข้มจะก้าวลงมาอย่างไม่รีบร้อน ท่าทางนิ่งเฉยราวกับควบคุมสถานการณ์ไว้ทั้งหมด เดินตรงมายังรถของไต้ฝุ่นที่จอดนิ่งอยู่ " ไอ้ธาวิน! " เขากัดฟันเอ่ยชื่อคนตรงหน้า ขณะที่ธาวินแสยะยิ้มก้าวตรงเข้ามา แววตาเย็นเฉียบเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน ไต้ฝุ่นผลักประตูรถเปิดออกแรง ๆ ก่อนก้าวลงไปยืนประจันหน้าอย่างไม่คิดถอย สีหน้าฉุนเฉ







