تسجيل الدخولเมื่อภาพเหตุการณ์ในตอนนั้นหวนกลับมาฉายวนซ้ำ ๆ อย่างชัดเจนทุกท่วงท่าอยู่ในห้วงความคิดของแทนรักอย่างรวดเร็วและไม่อาจห้ามได้ ก็ทำให้ความร้อนผะผ่าวแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กายของเธอ ตั้งแต่เส้นผมที่ปกคลุมอยู่บนศีรษะจรดปลายเท้าของเธอ เพียงแค่ปลายนิ้วของคนตรงหน้าสัมผัสแตะต้องตรงนั้นทีตรงนี้ที มันก็ยากเหลือเกินที่จะทำให้ความทรงจำที่แทนรักตั้งใจจะลืมเลือนไปให้สิ้นวนกลับมาตอกย้ำหนักกว่าเก่า
คืนนั้นมันเป็นคืนที่เธอเมามายมากแต่ยังมีสติดีอยู่ในตอนแรก และการร่วมเตียงกับชายแปลกหน้าคนนั้นเพียงแค่ชั่วข้ามคืนมันก็เป็นความสมัครใจของเธอเอง ถึงแม้เธอจะถูกความต้องการอันเร่าร้อนเข้าครอบงำก็ตาม คืนนั้นที่เธอตกเป็นของชายหนุ่มนิรนามที่เพิ่งพบกันไม่กี่นาที เธอก็คิดว่ามันเป็นเพียงแค่ความสนุกชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น
แต่เมื่อได้สติในเช้าวันต่อมานั้น แทนรักก็รีบลุกขึ้นแต่งตัว เก็บข้าวของของตัวเองแล้วควักเงินแบงค์สีเทาหลายใบออกจากกระเป๋าโดยไม่ทันได้นับด้วยซ้ำ เพราะเธอไม่รู้ว่าชายหนุ่มที่เธอใช้เวลาร่วมเตียงด้วยทั้งคืนนั้นเป็นใครมาจากไหน และเพื่อตัดไฟตั้งแต่ต้นลม แทนรักก็รีบเดินหนีออกมาจากห้องพักของโรงแรมโดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง หรือคิดที่จะถามไถ่ชื่อของเขาคนนั้นด้วยซ้ำ
ทว่าสัมผัสอันลึกซึ้งและวาบหวามของชายคนนั้นที่เธอคิดว่าจะเป็นเพียงคนที่ผ่านมาและผ่านไป กลับคล้ายคลึงกับสัมผัสของคนที่อยู่ตรงหน้าเธอเสียเหลือเกิน แต่การคิดเรื่องนั้นต่อหน้าหมอที่ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วย มันก็ทำให้เธออับอายเสียจนทำตัวไม่ถูก
“...คุณแทนรักครับ...คุณแทนรัก!” เสียงนุ่มทุ้มของหมอโชนเอ่ยทักท้วงอยู่หลายครั้ง พร้อมกับใช้ปลายนิ้วสะกิดแขนของแทนรักเบา ๆ เมื่อเห็นว่าคนไข้ของเขาเหม่อลอยไปไกล
แทนรักที่ขมวดคิ้วหลับตาปี๋ก็ลืมตาขึ้นมาแล้วสบตากับหมอโชน แต่เขากลับเป็นเพียงชายหนุ่มในชุดกาวน์สีขาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอเท่านั้น แววตาคมภายใต้กรอบแว่นดูเหมือนจะสับสนไม่น้อยกับท่าทีแปลก ๆ ของแทนรัก ซึ่งมันยิ่งทำให้เธอรู้สึกประหม่าจนเผลอกัดริมฝีปากตัวเอง ที่ดันเผลอทำตัวเก้ ๆ กัง ๆในสถานการณ์ที่น่ากระอักกระอ่วนเช่นนี้
“อ่ะ เอ่อ... ขอโทษค่ะคุณหมอ” แทนรักกล่าว
“ไม่เป็นไรหรอกครับ” หมอโชนยังคงพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน “ทำใจให้สบายนะครับ ผมจะทำการตรวจให้เร็วที่สุด คุณแทนรักเองก็จะได้ไม่เกร็งมากไปกว่านี้ด้วย”
“... โอเคค่ะ” แทนรักพยักหน้าตอบรับ
จากนั้นหมอโชนก็เริ่มลงมือตรวจภายในเธออย่างเป็นมืออาชีพ เขาใช้เครื่องมือที่สะอาดและปลอดเชื้ออย่าง สเปคคูลัม (Speculum) ที่มีลักษณะคล้ายปากเป็ด โดยมีขนาดที่เหมาะพอจะสอดใส่เข้าไปในช่องคลอด เพื่อถ่างเปิดให้เห็นปากมดลูกได้อย่างชัดเจน จากนั้นเขาก็ใช้ไซโทบรัช (Cytobrush) ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำหรับเก็บตัวอย่างเซลล์เยื่อบุช่องคลอดไปตรวจ
หมอโชนทำการตรวจอย่างแผ่วเบาและรวดเร็วกว่าที่แทนรักคิดไว้มาก แต่แทนรักกลับยิ่งเกร็งตัวขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อความทรงจำในอดีตกับสัมผัสของคนตรงหน้ามันประจวบเหมาะกันอย่างพอดิบพอดี ราวกับว่าหมอโชนเป็นชายหนุ่มคนนั้นเลยด้วยซ้ำ แต่เธอรู้ดีว่านั่นเป็นเพียงแค่จินตนาการของเธอเท่านั้น
“คุณแทนรักครับ ถ้าคุณยังเกร็งตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ อยู่อย่างนี้ ผมจะตรวจได้ไม่ละเอียดนะครับ” หมอโชนเอ่ยขึ้นอีกครั้ง และใช้มืออีกข้างมาจับที่ต้นขาของเธอ
คำพูดของหมอโชนทำให้แทนรักถึงกับผงะ เธอยกมือขึ้นมาปิดหน้าของเธอด้วยความขัดเขิน แล้วปล่อยให้หมอโชนตรวจร่างกายของเธอต่อไปอย่างเงียบ ๆ
ไม่นานหลังจากที่ทำการตรวจเสร็จแล้ว หมอโชนก็ไปนั่งลงที่เก้าอี้ตรงหน้าโต๊ะทำงานของเขา แล้วปลดหน้ากากอนามัยออก เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่แทนรักจดจำได้เป็นอย่างดี รอยยิ้มข้างมุมปากที่เขาจงใจส่งมาให้เธอในครั้งนี้ มันยิ่งทำให้เธอรู้สึกขายหน้ามากขึ้นไปอีก
“ทีนี้...จำผมได้แล้วใช่ไหมครับ... คุณแทนรัก” หมอโชนเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ “ว่าคืนนั้นมันเร่าร้อนแค่ไหน”
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา ช่วงสายของวันนี้คือวันรวมญาติครั้งใหญ่ที่ทุกคนต่างเฝ้ารอคอย เมื่อนาฬิกาบอกเวลาแปดโมงครึ่ง เสียงเครื่องยนต์ที่คุ้นเคยหลายคันก็ดังระงมขึ้นที่ถนนหน้าบ้าน รถคันหรูของธามกับบัวมาจอดเป็นคันแรก ธามสวมชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนดูอบอุ่น เขาลงมาจากรถพร้อมช่วยบัวประคองตะกร้าใส่ขนมเค้กและผลไม้ที่เตรียมมาด้วยไม่นานนัก รถของแทนคุณและมิวก็ตามมาติด ๆ พร้อมกับกองทัพเด็กแสบประจำตระกูล เสือ สิงห์ และแมงปอ ที่พากันส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวทันทีที่เห็นบ้านหลังใหญ่นี้“ป้ารัก! ลุงโชน! แมงปอมาแล้วค่ะ” แมงปอกระโดดลงจากรถด้วยท่าทางกระฉับกระเฉง ผมเปียสองข้างแกว่งไกวตามจังหวะ ก่อนจะมองหาน้อง ๆ สองแฝดตัวแสบด้วยความตื่นเต้น“ใจเย็น ๆ สิคะแมงปอ ให้คุณปู่คุณย่าเข้าไปก่อนนะ” มิวพูดพลางหัวเราะเบา ๆทางฝั่งของหมอโชนและแทนรักก็มายืนรอต้อนรับที่ประตูรั้วด้วยรอยยิ้มกว้าง แทนรักสวมชุดเดรสผ้าฝ้ายสีชมพูอ่อนสดใส ส่วนหมอโชนนั้นสวมเสื้อยืดพร้อมด้วยกางเกงขาสั้นสบาย ๆ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความวุ่นวายที่กำลังจะเกิดขึ้นทันทีที่เจอหน้ากัน แทนรักก็เข้าไปสวมกอดพ่อและแม่ของเธอด้วยความคิดถึง “เอาอะไรมาฝากหลาน ๆ เยอะแยะเลยค
ไม่กี่วันต่อมา เช้าวันหนึ่งที่บ้านของหมอโชน บรรยากาศรอบ ๆ บ้านในวันนี้ดูจะเงียบสงบผิดปกติ เพราะองศาและลิปดาในวัยสองขวบกว่ากำลังอยู่ในช่วงที่พ่อและแม่ของทั้งคู่เริ่มจะวุ่นวายกับการเตรียมเอกสารและติดต่อเรื่องการเข้าเรียนชั้นอนุบาลในโรงเรียนเดียวกับเสือ สิงห์ และแมงปอ ซึ่งทั้งคู่จะเริ่มเข้าเรียนเมื่ออายุครบสามขวบ ทำให้วันนี้แทนรักกับหมอโชนใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่โต๊ะทำงานในห้องส่วนตัว“ยิปดาว่าเยาจะเย่นไยกังดี” องศาถามน้องสาวฝาแฝด ขณะนั่งพิงพนักโซฟาตัวใหญ่แล้วทิ้งตัวอย่างเซื่องซึมลิปดาถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะตอบ “ก็เย่นไปหมดแย้วนี่นา” พูดพลางก้มลงมองกองของเล่นที่พี่เลี้ยงเพิ่งจะเก็บไปวางไว้ที่มุมห้อง “บล็อกก็ต่อแย้ว ตุ๊กตาก็แต่งตัวแย้ว วิ่งเย่นในบ้านก็วิ่งจนเหนื่อยแย้ว”“ใช่ คุงพ่อกับคุงแม่ก็เอาแต่คุยกับโทฉับ” องศาบ่นอุบอิบ พลางเหลือบมองประตูห้องทำงานของพ่อกับแม่ที่ถูกแง้มไว้ส่วนน้ำที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ก็กำลังพยายามจะคิดเกมใหม่ ๆ มาเล่นกับเด็ก ๆ แต่เธอก็รู้สึกว่าวันนี้ตัวเองหมดมุกจะเล่นด้วยจริง ๆ แล้ว เพราะตั้งแต่เช้าจนถึงเกือบเที่ยง เธอก็พาเด็ก ๆ เล่นมาแล้วเกือบทุกอย่าง“อืมม...พี่ก็คิด
เช้าวันต่อมา ณ ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ในวันทำงานก็ยังคงคลาคล่ำไปด้วยผู้คนเหมือนเคย วันนี้เป็นวันซ้อมใหญ่ของแฟชั่นโชว์สำหรับคอลเลกชันใหม่ของแทนรักที่กำลังจะเปิดตัวในสัปดาห์หน้า แทนรักมาถึงบริษัทพร้อมกับองศาและลิปดาที่วันนี้ไม่มีใครยอมอยู่บ้านกันเลยสักคน ทำให้หมอโชนต้องรีบมาส่งแล้วก็แยกย้ายไปทำงานที่โรงพยาบาลตามปกติบรรยากาศในห้องโถงกว้างของสตูดิโอประจำบริษัทเต็มไปด้วยความวุ่นวายมากเป็นพิเศษ มีเสียงเพลงจังหวะหนัก ๆ ที่ใช้เปิดบนรันเวย์ที่ดังกระหึ่ม สลับกับเสียงส้นสูงของเหล่านางแบบที่กำลังเดินซ้อมท่าทางด้วยความตั้งใจ พร้อมด้วยแสงไฟสปอตไลต์หลากสีที่สาดส่องไปทั่วบริเวณ ทำให้พื้นที่ทั้งหมดดูมีชีวิตชีวาจนเด็ก ๆ ถึงกับตาโตกันไม่หยุด“คุณรักคะ ชุดฟินาเล่มีปัญหาเรื่องตะขอทั้งเซ็ตเลยค่ะ” บีม ผู้เป็นเลขาคนสนิทรีบวิ่งเข้ามาหาแทนรักด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ทีมช่างบอกว่าต้องใช้เวลาเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดเลยค่ะ”“อะไรกัน แต่นี่มันจะเปิดตัวในอีกไม่กี่วันข้างหน้าอยู่แล้วนะ” แทนรักอุทานเสียงหลง ทั้งที่ยังคงประคองลูก ๆ ทั้งสองคนไว้ในอ้อมแขนอย่างแนบแน่นส่วนองศาและลิปดาก็ยังคงจ้องมองไปยังรันเวย์อย่างไม่วางตาด้วยความ
หลายวันต่อมาเช้าวันเสาร์ ณ โซนพักผ่อนภายในสนามแข่งรถของแทนคุณ ร้านมินิมาร์ทที่มีสีสันสดใสอย่าง ‘สเปซมาร์ท’ ตั้งตระหง่านอยู่ใกล้ ๆ และภายในร้านก็เต็มไปด้วยสินค้ามากมายเรียงรายบนชั้นวางอย่างเป็นระเบียบ ทั้งขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่ม และอุปกรณ์หลายอย่างที่จำเป็นต้องใช้วางอย่างเป็นสัดส่วน ร้านนี้ไม่ใช่แค่ร้านค้าธรรมดา แต่เป็นอาณาจักรเล็ก ๆ ของ เสือกับสิงห์ ที่ริเริ่มขึ้นมาตั้งแต่อายุเพียงสามขวบ“สิงห์ ๆ เสือว่าขนมตรงนี้มันไม่เป็นระเบียบเลยนะ” เสือพูดขึ้นขณะใช้สองมือจัดเรียงซองขนม ในตอนนี้ที่โตขึ้นกว่าน้อง ๆ ทุกคนก็ยังคงมีนิสัยรักความสมบูรณ์แบบไม่เปลี่ยนไป “ดูสิ มันเอียงไปนิดนึง"“ปล่อยมันไปเถอะน่าเสือ วันนี้เรามีภารกิจใหญ่นะ ภารกิจฝึกงานพนักงานใหม่ไง” สิงห์ตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจนัก พลางใช้ผ้าขนหนูเช็ดทำความสะอาดเคาน์เตอร์ สิงห์ในตอนนี้ก็ดูโตมากราวกับพร้อมจะเป็นหนุ่มขโมยหัวใจสาว ๆ แล้วพูดจบเสียงหัวเราะคิกคักก็ดังขึ้นจากด้านหลังเคาน์เตอร์ เมื่อแมงปอกำลังหยิบกล่องลังที่วางอยู่บนชั้นแล้วปีนขึ้นไปยืนบนเก้าอี้เพื่อเตรียมจัดมันบนชั้นวาง ผูกผ้ากันเปื้อนสีฟ้าตัวเล็ก ๆ และสวมหมวกแก๊ปของพนักงานสเปซมาร์
“หืม ใครมาตอนนี้เหรอครับเบบี๋”“น่าจะเป็นน้ำนะคะ เดี๋ยวรักไปดูเองค่ะ”พูดจบแทนรักก็เดินไปเปิดประตูด้วยตัวเอง แล้วก็เป็นอย่างที่เธอคิด เมื่อพบว่าน้ำกำลังมายืนอยู่หน้าบ้านพร้อมกระเป๋าเดินทางเล็ก ๆ สองใบ“มาแล้วเหรอน้ำ” แทนรักทักทายอย่างเป็นกันเอง เพราะหลังจากที่จ้างน้ำมาหลายปี ทุกคนในครอบครัวก็สนิทใจและเป็นกันเองกับน้ำมากขึ้น“สวัสดีค่ะคุณรัก” น้ำตอบด้วยรอยยิ้ม “น้ำเพิ่งกลับมาถึงเมื่อกี้เลยค่ะ”“ปี้น้ำมาแย้วหยอ”เมื่อชะโงกมองออกมา สองแสบก็พบว่าคนที่ยืนคุยอยู่กับแม่ของตนคือพี่เลี้ยงที่กลับบ้านไปหลายวัน องศากับลิปดาวิ่งพุ่งตรงเข้าไปโผกอดไว้แน่น“พี่ไม่อยู่หลายวันเลย เป็นยังไงกันบ้างคะ คิดถึงจังเลยค่ะ” น้ำกล่าว“เป็งเด็กดีฉุด ๆ เยยฮับ”“เป็งเด็กดีไม่ดื้อไม่ซนเยย”“เก่งจังเลยค่ะ งั้นเราเข้าไปข้างในกันก่อนดีกว่านะคะ พี่มีของฝากมาให้ด้วยนะ”“ของฝากหยอ”“ของฝากคือไยหยอ”“ถ้าอยากรู้ก็เดี๋ยวไปดูด้วยกันข้างในนะคะ”องศากับลิปดาพยักหน้าหงึกหงัก จากนั้นก็เดินนำหน้าเข้าไปในบ้านด้วยกัน แล้วน้ำก็กล่าวทักทายหมอโชนกับแม่บ้านและคนสวนกันพอเป็นพิธี ก่อนที่องศากับลิปดาจะขอให้น้ำเล่าเรื่องที่เธอกลับบ้านที่ต่า
แสงสีส้มอ่อน ๆ จากดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลาลับขอบฟ้าสาดส่องเข้ามาในบ้าน แทนรักกำลังจัดของเล็ก ๆ น้อย ๆ ในห้องนั่งเล่น โดยมีองศากับลิปดาเดินตามไปมาเหมือนลูกเป็ดตัวน้อยที่ตามแม่ต้อย ๆ ตลอดเวลา ทันใดนั้น ก็ได้กลิ่นหอมของอะไรบางอย่างลอยออกมาจากห้องครัว“หืมม~ หอมจังเลยค่ะ เบ๊บทำอะไรเหรอคะ” แทนรักถามเสียงใส พลางจูงมือลูก ๆ เดินเข้าไปในห้องครัว“ผมกำลังจำลองการเป็นซุปเปอร์เชฟอยู่ครับเบบี๋” หมอโชนตอบด้วยรอยยิ้มกว้าง ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยเหงื่อเล็กน้อยที่ผุดขึ้นตามไรผมและบนจมูกแทนรักจึงเดินนำลูก ๆ เข้าไปใกล้ ๆ แล้วชะโงกหน้าไปดูในกระทะที่หมอโชนกำลังปรุงอาหารอยู่ ภายในนั้นเป็นข้าวผัดไข่ของโปรดลูก ๆ ที่ส่งกลิ่นหอมฉุย“น่ากิงจังเยยฮับ” องศากล่าว“หอมฉุด ๆ อยากกิงแย้วค่ะ” ลิปดาก็ทำจมูกฟุดฟิดด้วยเช่นกัน“ครับ ๆ~ เดี๋ยวเชฟพันแสงจะรีบทำให้เสร็จเลยครับผม จะได้รีบกินให้อิ่มท้องกันเลย”“เย่!!!!”ระหว่างรอหมอโชนทำอาหาร แทนรักก็ยกชามและแก้วออกมาจากกล่องลังที่ยังคงกองอยู่มุมห้องครัว ก่อนจะล้างทำความสะอาดแล้วช่วยนำไปจัดวางบนโต๊ะอาหารให้เรียบร้อย ส่วนองศากับลิปดาก็ช่วยหยิบช้อนส้อมออกมาจากกล่องแล้วส่งให้แม่ แต







