สตรีเช่นข้าเลือกอำนาจก่อนความรัก

สตรีเช่นข้าเลือกอำนาจก่อนความรัก

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-17
โดย:  หวางลี่อิง/มงกุฏดาวยังไม่จบ
ภาษา: Thai
goodnovel18goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
75บท
93views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

ข้าเป็นท่านหญิงเหอซั่วกงจู่ ไม่ได้สูงส่งจริงนั่นแหละ... ก็แค่บุรุษทั้งต้าเซิ่ง ไม่อาจแต่งกับข้าได้

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทนำ

มิได้ครองวังหลัง...แต่ครองดวงหทัย

ไร้ตราหงส์ มิไร้ความอบอุ่น

ไร้บารมีค้ำจุน ทว่ามีรักหนึ่งคอยปกป้อง

สิ้นเสียงอ่านจดหมายของสาวใช้ข้างกาย ที่หยิบยกบทประพันธ์ของกวีบัณฑิตนอกรีดของใครสักคนหนึ่งมาพรรณนาความรักอันลึกซึ้งที่ฝ่าบาทมีให้กับพระสนมกุ้ยเฟย เพื่อเอาใจพระนาง ในงานเลี้ยงคล้ายวันประสูติ ผู้เป็นนายจึงได้เอ่ยขึ้นมาหนึ่งคำ

“บทกวีหลอกสตรีเช่นนี้...มีความจริงสักกี่ประโยคกัน” เสียงใสกังวานดั่งกระดิ่งลมดังขึ้นขณะสายตายังไม่ละจากตำรา

เมื่อเห็นใบหน้าเรียบเฉยไร้ซึ่งความขวยเขินดั่งสตรีแรกสาวกำลังจดจ่อกับตำราตรงหน้า ราวกับว่าพรุ่งนี้เป็นวันสอบจ้วงหยวนของนาง ซึ่งสตรีไม่ได้มีสิทธิ์เช่นนั้น แต่นางก็ยังจดจ่ออ่านอย่างเอาเป็นเอาตาย มิได้ออกไปหาความสำราญดั่งสตรีแรกสาวที่เป็นวัยซุกซนเหมือนสตรีจวนอื่น

“คุณหนู...ท่านไม่คิดจะตอบจดหมายของเซียวอ๋อง หน่อยหรือเจ้าคะ เห็นได้ชัดว่าเขามีใจให้ท่าน”

ตอบจดหมายหรือ...

หากนางเป็นดั่งสตรีโง่เขลาเมื่อชาติก่อนคงบอกให้รีบนำกระดาษอบร่ำอย่างดีที่มีกลิ่นหอมมากาง เร่งให้นางฝนหมึกสนชั้นเลิศโดยเร็ว หยิบพู่กันขนนุ่มบรรจงเขียนประโยคตอบกลับและลอบให้คนส่งออกจากจวนอย่าชักช้า ด้วยกลัวว่าอีกคนจะคอย

แต่เรื่องไร้ยางอายเช่นนั้น เอาไว้ให้สตรีที่ชอบปีนป่ายทำเถอะ...นางไม่ใช่สตรีหน้าหนา!

อีกอย่างการตอบจดหมายบุรุษที่ไม่ใช่ญาติ ใช่เรื่องที่สตรีในห้องหอพึงกระทำหรือ...

“ข้าไม่ใช่สตรีใจง่าย...ที่โดนเพียงคำหวานไม่กี่ประโยคก็ลุ่มหลง เจ้าโยนจดหมายนั้นลงกระถางไฟเป็นเชื้อเพลิงให้ความอบอุ่นยังจะให้ประโยชน์เสียกว่า”

นางกล่าวจบก่อนจะนั่งอิงหมอนบนตั่งที่ปูฝ้ายนุ่มอ่านตำราต่าง ๆ ที่ให้ท่านลุงรองหามาให้โดยไม่ใส่ใจจดหมายจากบุรุษมากแผนการผู้นั้น

นางทำเช่นนี้มาหลายปีแล้วตั้งแต่เกิดใหม่ หากแต่แรกเริ่มเดิมทีนางไม่ใช่สตรีเย็นชาเช่นนี้ ต้องขอบคุณสวรรค์ที่ให้โอกาสนาง...

เมื่อชาติก่อน!

ท้องพระโรงตำหนักไท่เหอต้นยามห้าย[1]

กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งโชยผ่านจมูกเชิดรั้นของร่างเล็กที่ต้องมาดูให้เห็นกับตา นางไม่เชื่อว่าที่ท่านพ่อพูดจะเป็นความจริง

“ฝ่าบาทไม่ใช่ทรราช...พวกเจ้าถูกหลอกใช้แล้ว”

เสียงนี้ก้องกังวานในหูตลอดทางเข้าวัง หน้าประตูวังเดิมถูกปิดตายแต่เมื่อเห็นหน้านางกลับเปิดต้อนรับ

 เสียงคมดาบกระทบกันดังกังวานก้องไปทั่ว กะโหลกศีรษะเกลื่อนกลาดหน้าพระลาน นางข่มกลั้นไม่ให้ตนเองอาเจียนออกมารีบวิ่งไปให้ถึงจุดหมาย

 เผยฉางอิงย่างก้าวเข้าไปในตำหนักด้วยหัวใจที่เต้นระทึก นางเชื่อมาตลอดว่ากำลังช่วยแผ่นดินให้รอดพ้นจากกำมือฮ่องเต้ทรราช เชื่อคำหวานของบุรุษที่บอกว่าจะสร้างแผ่นดินใหม่ร่วมกับนาง...

บุรุษที่บอกให้เหล่านักรบตระกูลเผยยอมอดทนเพื่อรอเวลาล้มบัลลังก์ ยกผู้ที่ควรนั่งบนนั้นขึ้นแทนที่

ทว่าภาพตรงหน้ากลับตบหน้าเหล่านักรบตระกูลเผยจนชาหนึบ!

บนบัลลังก์มังกร... ร่างของฮ่องเต้เซียวเฉิงเย่านอนแน่นิ่ง ไร้ซึ่งลมหายใจ

ทว่าตรงแท่นหินเบื้องล่าง ร่างสูงศักดิ์ของ ฉินอ๋อง เซียวเผยรุ่ย ที่ควรนั่งอยู่ตรงนั้นแทนที่ กำลังคุกเข่าทรุดลงกับพื้น พระหัตถ์สั่นระริกลูบรอยเลือดบนริมฝีปากที่ไหลทะลักออกมาไม่ขาดสาย ยาพิษร้ายแรงกำเริบจนพระพักตร์ซีดเผือดดั่งคนตาย!

ยังไม่ทันที่นางจะได้ตั้งสติ เสียงเคร้งตึงก็ดังขึ้นรอบทิศ!

ทหารองครักษ์เสื้อแพรที่เคยสัญญาว่าจะร่วมมือกัน กลับตระบัดสัตย์หันปลายดาบคมกริบจ่อเข้าใส่ เผยฉางเฟิง พี่ชายคนเดียวของนางในระยะกระชั้นชิด!

“นี่มันเรื่องอะไรกัน!” เผยฉางเฟิงครางหึ่มในลำคอ พยายามจะชักดาบปกป้องฉินอ๋อง แต่กลับถูกเงาร่างหนึ่งก้าวออกมาบังเบื้องหน้าไว้

บุรุษผู้เป็นดั่งดวงใจของนาง...

บุรุษที่เพิ่งส่งจดหมายบอกรัก บุรุษที่ให้นางเชื่อมั่นในความคิดรวมใต้หล้าเป็นหนึ่ง บุรุษที่บอกนางว่าทุกคนเท่าเทียมกันและทุกคนต่างมีชีวิตที่ดีไม่ควรมีใครโดนกดข่ม

เงาร่างนั้นแย้มยิ้ม แต่ดวงตากลับเย็นชาไร้ร่องรอยความรักใคร่ เขาชี้นิ้วมายังสองพี่น้องตระกูลเผย เสียงทุ้มกังวานตวาดก้องไปทั่วตำหนักไท่เหอ

“ขุนนางชั่วตระกูลเผย! สมคบคิดก่อกบฏ สังหารองค์ฮ่องเต้ ทั้งวางยาสังหารฉินอ๋องเพื่อยึดอำนาจ! ข้า... ในฐานะเชื้อพระวงศ์เพียงองค์เดียวที่เหลืออยู่ จะขอคืนความเป็นธรรมให้แก่บัลลังก์ของต้าเซิ่ง!”

ฉัวะ!

ฉับพลัน ดาบในมือของเขาเคลื่อนผ่านอย่างรวดเร็วและไร้ปรานี! และไม่รอให้ผู้ใดคัดค้าน

หัวของเผยฉางเฟิงหลุดออกจากบ่า เลือดสดๆ ฉีดกระเซ็นเปรอะเปื้อนใบหน้าและอาภรณ์ของเผยฉางอิง! ดวงตาของพี่ชายยังคงเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนก สายตาเคืองแค้นในลมหายใจเฮือกสุดท้ายจดจ้องมาที่นาง...

พี่ชายที่ดีกับนางที่สุด แต่กลับยอมเชื่อคำของนางจนต้องมาสิ้นชื่อ!

“อ๊ากกกกกกกกกก!”

เสียงกรีดร้องของเผยฉางอิงดังลั่นจนลำคอแทบแตก นางทรุดกายลงกับพื้น กระโจนเข้าหาศพไร้หัวของพี่ชายอย่างบ้าคลั่ง

โลกทั้งใบพังทลาย ความรัก และตระกูลของนาง... แท้จริงเป็นเพียงหมากตัวหนึ่ง ในศึกแย่งชิงบัลลังก์ของบุรุษผู้นี้เท่านั้น!

นางโง่เอง... เผยฉางอิงเค้นเสียงร้องไห้จนไร้เสียง เลือดรักกลายเป็นเลือดแค้นสลักลึกเข้าถึงแก่นกระดูก แต่ทว่า

“อิงเอ๋อร์... มานี่”

น้ำเสียงกระซิบแหบแห้งดังขึ้นท่ามกลางความโศกเศร้า หัตถ์เปื้อนเลือดของฉินอ๋อง เซียวเผยรุ่ย ยื่นมาคว้าข้อมือนางไว้เขารั้งร่างนางเอาไว้แนบกาย แม้ตัวเขาเองจะกระอักเลือดจนไม่เหลือเรี่ยวแรงให้หยัดยืน

แต่สายตาที่มองนางกลับไม่มีความโกรธแค้น... มีเพียงความสงสารและห่วงใยอันลึกซึ้งที่นางไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน

เขารู้มาตลอดว่านางเป็นหมาก... แต่เขาก็ยังเลือกที่จะก้าวเข้ามาในกับดักลอบสังหารนี้เพียงเพื่อช่วยนาง!

“ไม่ใช่ความผิดเจ้า...เป็นข้าที่โง่ตามเขาไม่ทันเอง”

ฉึก!

กระบี่เล่มยาวแทงเข้ามากลางหลัง ร่างองอาจทรุดกับอกของนาง ความอุ่นจากโลหิตพุ่งกระจายเปื้อนร่าง ดวงตาคู่สวยดั่งหยาดพิรุณสีชาด มองหน้าบุรุษที่ทรยศนางทั้งน้ำตา...ก่อนที่กระบี่ในมือเขาจะแทงเข้ามาปลิดชีพนาง 

ฉึก!

[1] ยามห้าย (亥:hài)  คือ 21.00 - 22.59 น.

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
75
บทนำ
มิได้ครองวังหลัง...แต่ครองดวงหทัย ไร้ตราหงส์ มิไร้ความอบอุ่น ไร้บารมีค้ำจุน ทว่ามีรักหนึ่งคอยปกป้องสิ้นเสียงอ่านจดหมายของสาวใช้ข้างกาย ที่หยิบยกบทประพันธ์ของกวีบัณฑิตนอกรีดของใครสักคนหนึ่งมาพรรณนาความรักอันลึกซึ้งที่ฝ่าบาทมีให้กับพระสนมกุ้ยเฟย เพื่อเอาใจพระนาง ในงานเลี้ยงคล้ายวันประสูติ ผู้เป็นนายจึงได้เอ่ยขึ้นมาหนึ่งคำ“บทกวีหลอกสตรีเช่นนี้...มีความจริงสักกี่ประโยคกัน” เสียงใสกังวานดั่งกระดิ่งลมดังขึ้นขณะสายตายังไม่ละจากตำราเมื่อเห็นใบหน้าเรียบเฉยไร้ซึ่งความขวยเขินดั่งสตรีแรกสาวกำลังจดจ่อกับตำราตรงหน้า ราวกับว่าพรุ่งนี้เป็นวันสอบจ้วงหยวนของนาง ซึ่งสตรีไม่ได้มีสิทธิ์เช่นนั้น แต่นางก็ยังจดจ่ออ่านอย่างเอาเป็นเอาตาย มิได้ออกไปหาความสำราญดั่งสตรีแรกสาวที่เป็นวัยซุกซนเหมือนสตรีจวนอื่น“คุณหนู...ท่านไม่คิดจะตอบจดหมายของเซียวอ๋อง หน่อยหรือเจ้าคะ เห็นได้ชัดว่าเขามีใจให้ท่าน”ตอบจดหมายหรือ...หากนางเป็นดั่งสตรีโง่เขลาเมื่อชาติก่อนคงบอกให้รีบนำกระดาษอบร่ำอย่างดีที่มีกลิ่นหอมมากาง เร่งให้นางฝนหมึกสนชั้นเลิศโดยเร็ว หยิบพู่กันขนนุ่มบรรจงเขียนประโยคตอบกลับและลอบให้คนส่งออกจากจวนอย่าชักช้า ด้วยก
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-16
อ่านเพิ่มเติม
บทที่1 ฝันร้ายที่ไม่เคยจาง1/3
เฮือก!ร่างกายของเผยฉางอิงสะดุ้ง นางหอบหายใจแรงสองมือกุมหน้าอกแน่น ดวงตาเบิกโพลงมองไปยังรอบ ๆ ด้วยความตื่นตระหนก ขณะสมองยังคงรู้สึกสับสนมึนงง ว่านี่คือเรื่องจริงหรือความฝัน...นางสูดหายใจลึกอีกครั้งอย่างต้องการตั้งสติไร้กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งจนน่าสะอิดสะเอียน ไร้เสียงคมดาบกรีดก้องยามบั่นคอ และไร้ซึ่งภาพหัวของพี่ชายที่หลุดออกจากบ่าความทรงจำในตำหนักไท่เหอฝังลึกจนยากจะสลัดนั้นเหมือนกับเพิ่งเกิดขึ้นก็ไม่ปาน นางหลับตาลงอีกครั้งพยายามข่มใจและตั้งสติแสงแดดยามอู่ส่องลอดผ่านบานหน้าต่างไม้แกะสลักลายโบตั๋นกระทบลงบนตั่งนุ่มปูด้วยฝ้ายชั้นดีภายในเรือนพักส่วนตัว ลมบ่ายหอบเอากลิ่นดอกโม่ลี่ฮวาจางๆ เข้ามาปะทะใบหน้า แต่มันกลับไม่ได้ช่วยให้หัวใจที่เต้นตึกตักสะท้อนในอกสงบลงได้เลยแม้แต่น้อยนางกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก พยายามยันกายลุกขึ้นนั่ง ทว่าขาทั้งสองข้างกลับสั่นเทาไร้เรี่ยวแรง“คุณหนู! คุณหนูรองเจ้าคะ!”ยังไม่ทันที่เผยฉางอิงจะคุมสติได้ เสียงเท้าวิ่งตึงตังก็ดังขัดจังหวะความเงียบสงบ เหลียนเอ๋อร์ สาวใช้คนสนิทพุ่งพรวดเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าตื่นตกใจจนซีดเผือด นางวิ่งกระหืดกระหอบตรงเข้ามาหาผู้เป็นนายโดย
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-17
อ่านเพิ่มเติม
บทที่1 ฝันร้ายที่ไม่เคยจาง 2/3
ท่านพ่อขัดขืนไม่ได้จำต้องรับ แต่ก็ไม่เคยเหยียบย่างกายเข้าไปในเรือนอนุ ต่อให้ท่านแม่ของนางป่วย ที่เดียวที่ท่านพ่อจะนอนค้างก็คือเรือนท่านแม่ กระทั่งงานต่าง ๆ ยังขนไปทำที่นั่น และนางมักจะเห็นภาพท่านพ่อทำงานโดยที่หันหน้าไปทางเตียงท่านแม่จนชินตา บ่อยครั้งท่านพ่อก็อุ้มนางมานอนบนตั่งไม่ให้รบกวนท่านแม่...แม้ลมหายใจสุดท้ายก่อนตาย ท่านพ่อก็ยังอยู่กับท่านแม่แม้นางยังเด็กแต่ความทรงจำในชาติก่อนทำให้นางเติบโตเพียงข้ามคืน และคืนนั้นคือนางคิดเปลี่ยนโชคชะตาของครอบครัวเผยฉางอิงจูงท่านพ่อและท่านลุงรองไปที่หนึ่ง อ้างว่าท่านแม่ซ่อนบางสิ่งไว้ให้ท่านพ่อกับท่านลุงรองมาขุดไปพร้อมกันและเป็นของสำคัญที่จะเปิดต่อหน้าคนทั้งสองเมื่อมาถึงที่เรือนที่ติดกับเรือนท่านย่า และพบว่าท่านย่าและอนุซูเป็นผู้วางแผนวางยาท่านแม่ตั้งแต่ตั้งครรภ์ของนาง จนกระทั่งเลี้ยงนางได้ห้าหนาวก็จากไป พวกเขาคายความจริงโดยไม่ต้องสืบสาว นางจึงไม่ต้องเอ่ยอันใดมากท่านพ่อเดินเข้าไปพร้อมพยานเป็นท่านลุงรองที่ตั้งใจเอาเรื่องถึงกรมอาญา เพราะตรงหน้าเป็นสินเดิมมารดาที่อนุซูขนเข้าเรือนของท่านย่า“ท่านแม่...หากท่านอยากได้ทรัพย์สินเงินทองเหตุใดมิบอกข้า..
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-17
อ่านเพิ่มเติม
บทที่1 ฝันร้ายที่ไม่เคยจาง 3/3
และเพียงแค่ย้ำให้แน่ใจว่านางเกิดใหม่ไม่ใช่ฝัน...เพียงแต่เรื่องราวไม่ควรเป็นดั่งชาติก่อน อย่างน้อยก็เรื่องที่ท่านพ่อพานางและพี่ชายออกจากตระกูลก็เรื่องหนึ่งที่ยืนยันว่าจะไม่ซ้ำรอยเดิมในห้องโถงเรือนรับรองอันวิจิตรงดงามของเรือนหลิงซวง ตกแต่งด้วยของดีมีราคาและมีหน้ามีตาไม่น้อย ถึงจะเป็นสินเดิมของตระกูลเฉิน แต่ก็ทำให้ซูหว่านหรง อยากได้ จนไม่อาจเก็บสายตายิ่งเห็นแจกันลายครามใบใหญ่ที่ตั้งตระหง่าน นางก็ยากจะข่มใจที่จะไม่มอง แม้แต่ต้นไม้ประดับยังทำจากทองคำ หากไม่นับว่าเรือนนี้เป็นของบุตรีท่านแม่ทัพ นางคงคิดว่าเป็นเรือนของเชื้อพระวงศ์สักคนในต้าเซิ่งเจ็บใจก็แต่เมื่อสี่ปีก่อน เหตุการณ์กลับไม่เป็นดังที่คาดหวัง ไม่รู้ว่ามีสิ่งใดผิดพลาดกันแน่ แต่ถึงกระนั้นก็ทำให้นางได้คุมจวนบรรพบุรุษตระกูลเผย!ต่อให้เสียหนึ่งอย่างนางก็ได้หนึ่งอย่างมาครอบครองโดยเร็วชนิดไม่ต้องออกแรงมาก“ท่านแม่...เหตุใดฉางอิงยังไม่ออกมาอีกหรือเจ้าคะ” เฉิงโหรวที่เห็นสายตาของมารดามองสมบัติผู้อื่นอย่างน่ารังเกียจก็นึกไม่ชอบใจนักจึงเอ่ยเรื่องนี้ขึ้นเพื่อดึงความสนใจไปที่อื่นแทน เพราะนางอับอายพ่อบ้านที่ยืนเฝ้าพวกนางอย่างดูแคลนเหมือนพวกค
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-17
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2 ข่าวลือ 1/3
คนเรามักละโมบในสิ่งที่ไม่ใช่ของตนเอง ซูหว่านหรงเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น...ที่แม้แต่นางวางแผนมากมาย แต่สุดท้ายก็ได้เพียงอำนาจที่ขาดกำลังเงิน จวนเผยแม้จะดูเหมือนจวนใหญ่มาเป็นร้อยปี แต่ฮูหยินผู้เฒ่าบริหารไม่ดีสี่ปีหลังจากแม่ทัพออกจากจวนยิ่งมีแต่ย่ำแย่ ยิ่งสถานะการเงินในจวนแล้วด้วย “คุณหนูรอง...เหตุใดท่านจึงไม่เคารพผู้ใหญ่ อกตัญญูเช่นนี้ชื่อเสียงของท่านจะวางไว้ที่ใด” เผยฉางอิงไม่คิดรีบตอบโต้กับคำกล่าวของคนที่อุปโลกน์เป็นอนุชั้นต่ำที่ริอาจมาสั่งสอนบุตรภรรยาเอกเช่นนาง ที่แม้แต่ทำตัวให้มีมารยาทยังทำไม่ได้ นางเพียงแต่ยกยิ้มบางเบาส่งให้ “ชื่อเสียงเผยฉางอิงไม่ลำบากให้ท่านย่าและแม่นางซูต้องลำบากแบกให้ ฉางอิงเพียงเชื่อฟังคำสั่งสอนของท่านพ่อเพียงเท่านั้น อีกอย่างอนุที่แม้แต่ท่านพ่อยังไม่ยอมรับ เพียงแค่ท่านย่าต้องการแต่งตั้ง ท่านควรเจียมตัวให้มาก” “นี่ท่าน...นี่จะมากไปแล้วนะ พวกเราหวังดีแท้ ๆ” ซูหว่านหรงไม่คิดว่าเด็กเพียงอายุเก้าหนาวฝีปากเหตุใดถึงได้กล้าเช่นนี้ได้อย่างไร หากไม่ใช่ว่าตระกูลเฉินสั่งสอน “เชิญท่านกลับไปเถิด คิดจะมารับตัวข้าเป็นตัวประกันหรือ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-17
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2 ข่าวลือ 2/3
“โอหังนัก!” ชุยซูเจินแค่นเสียงในลำคอ นัยน์ตาฉายความเคียดแค้น “คิดว่าย้ายไปอยู่เรือนหลิงซวงแล้วข้าจะทำอะไรนางไม่ได้รึ? จิ้งเยวียนก็อยู่ชายแดน พี่ชายนางก็ออกรบ เมืองหลวงแห่งนี้... ตระกูลพ่อค้าอย่างตระกูลเฉินมีอำนาจอะไรมางัดง้างกับข้า!”นางหยิบพัดกลมปักลายกิ่งหลิวขึ้นมากระพือเบาๆ ใบหน้าที่เหี่ยวย่นยิ้มเย็นเยียบ“ไม่ใช่ว่าตระกูลเฉินยังมีผู้ตรวจการอยู่คนหนึ่งหรือเจ้าคะท่านแม่ หากมีอันใดขึ้นมา...”“เหอะ...ข้ามีศักดิ์เป็นถึงท่านป้าฝั่งมารดาของหลิวกุ้ยเฟย พระสนมเอกที่ฝ่าบาททรงโปรดปรานที่สุดในวังหลัง! ผู้ตรวจการตำแหน่งเล็ก ๆ หรือจะมีน้ำหนักในพระทัยฝ่าบาท อีกไม่กี่วันก็จะถึงงานชมดอกเหมย ที่หลิวกุ้ยเฟยจัดขึ้นในวัง... ข้าจะดูสิว่า หากข้าไปร้องไห้บอกเล่าความอกตัญญูของเด็กนั่นต่อหน้าฮูหยินตระกูลใหญ่ทั้งเมืองหลวง นังเด็กฉางอิงกับตระกูลเฉินหน้าเลือดนั่น จะยังมีหน้าเชิดขึ้นเดินในฉางอานได้อีกหรือไม่!”ซูหว่านหรงก้มหน้าลงซ่อนรอยยิ้มสมใจไว้...ใช่แล้วกิริยาต่ำช้าเช่นนี้ ต้องป่าวประกาศให้คนทั้งเมืองหลวงช่วยกันเหยียบนังเด็กนั่นให้จมดิน!สายลมยามบ่ายพัดเอาความเงียบสงบอบอวลไปทั่วเรือนหลิงซวง ต่างจากเรื่องซุบ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-17
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2 ข่าวลือ 3/3
เขาเป็นพ่อค้าย่อมไม่เห็นด้วยที่หลานสาวค้าขายมาห้าปี กำไรไม่ต้องนับ ใช้ทั้งชาติก็ยังสบาย แต่จะส่งให้กองทัพหมดเลยมันจะเหนื่อยเปล่าหรือไม่“ปีนี้หิมะที่ซางโจวจะตกหนักและยาวนานกว่าทุกปีเจ้าค่ะ” ฉางอิงเน้นย้ำทุกคำชัดถ้อยชัดคำ นัยน์ตาคมกริบมองลุงรองอย่างจริงจัง ทำให้เผยจงกุ้ยเปลี่ยนกลับมาจริงจังบ้าง“ยามเมื่อภัยแล้งกระจายไปทั่วแคว้น ข้าวปลาอาหารจะขาดแคลน เสบียงทหารจะกลายเป็นหมากที่ถูกตัด และยามเมื่อหิมะแรกตกในฤดูหนาว... ทหารตระกูลเผยห้าแสนนายจะรบทัพจับศึกได้อย่างไรหากไม่มีเสื้อกันหนาวและเสบียง”ความเงียบปกคลุมห้องหนังสือไปชั่วขณะ เฉินจงกุ้ย จ้องมองหลานสาววัยเก้าหนาวเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกทึ่งกึ่งหวาดหวั่น...การอ่านกลยุทธ การคำนวณเสบียง และสายตาที่มองการณ์ไกลเกินกว่าขุนนางในราชสำนักเช่นนี้ มันใช่ความคิดของเด็กผู้หญิงที่ยังไม่ปักปิ่นจริงหรือ!“อิงเอ๋อร์...” เฉินจงกุ้ยเค้นเสียงถามอย่างอดไม่ได้ “บอกลุงมาตามตรง... เจ้าอายุเพียงเก้าหนาว เหตุใดถึงได้วางแผนการลึกซึ้งถึงเพียงนี้”เผยฉางอิงหลุบสายตาลงต่ำ เพียงเล็กลายเพื่อซ่อนความแค้นในดวงตา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นแย้มยิ้มบางเบา ยืมชื่อของมารดาผู้ล่วงลับ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-17
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3 ข่าวไม่ค่อยดี 1/3
ท้องพระโรงตำหนักไท่เหอยามเช้าตรู่อบอวลไปด้วยบรรยากาศตึงเครียด แสงอาทิตย์ยามเช้าลอดผ่านประตูตำหนักที่สูงเจ็ดจั้งสี่ฉือสะท้อนลงบนพื้นหินอ่อนขัดเงา ราวกับจะขับเน้นความเหินห่างของขุนนางสองฝ่ายที่ยืนเผชิญหน้ากันอยู่คนละฝั่งโอรสสวรรค์ ฮ่องเต้เซียวเฉิงเย่า ประทับนิ่งบนบัลลังก์มังกร พระพักตร์คมเข้มภายใต้ฉลองพระองค์สีทองเรีบบเฉยไร้ระลอกคลื่นแห่งความรู้สึก ทว่าสายตาที่ทอดมองลงมากลับกดดันจนบรรยากาศในท้องพระโรงเงียบสงัดดั่งสุสาน“มีเรื่องก็รีบทูล...ไม่มีเรื่องก็เลิกประชุม” ขันทีคนสนิทตะโกนเสียงแหลมมองไปยังเหล่าขุนนางที่ประชุมพร้อมเพรียงกันในวันนี้จนกระทั่ง ขุนนางฝ่ายบุ๋น ก้าวเท้าออกมาข้างหน้า ทำลายความเงียบลงด้วยฎีกาในมือ“ฝ่าบาท! กรมคลังขอถวายฎีกาด่วนพ่ะ‍ย่ะค่ะ!” เจ้ากรมคลังก้าวออกมาคุกเข่า นำเสนอด้วยน้ำเสียงหนักแน่น และกล่าวอย่างออกรสออกชาติ“บัดนี้ภัยแล้งแผ่ขยายไปทั่วหัวเมือง ราษฎรทุกข์ยากแสนสาหัส คลังหลวงต้องเจียดงบประมาณเยียวยาประชาราษฎร์จนแทบไร้เงินสำรอง ทว่าศึกชายแดนซางโจว กลับยืดเยื้อไร้ที่สิ้นสุด! สี่ปีแล้วแม่ทัพเผยจิ้งเยวียนตรึงกำลังทหารห้าแสนนายไว้โดยไร้ข่าวดี จงใจทำศึกยืดเยื้อเพื่อ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-17
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3 ข่าวไม่ค่อยดี 2/3
เซียวเฉิงเย่ายกมุมปากขึ้นก่อนกล่าว “เจ้ากรมคลังว่าอย่างไร ฉินอ๋องยื่นโอกาสให้ท่านแสดงฝีมือแล้ว ท่านยินดีรับหรือไม่ โอกาสเช่นนี้ไม่คว้าไว้ครั้งหน้าไม่มีแล้ว”ถ้อยคำโอรสสวรรค์ถือเป็นสิทธิ์ขาด นั่นทำให้เจ้ากรมคลังถึงกับเหงื่อตกรีบคุกเข่า“ฝ่าบาท...กระหม่อม...กระหม่อมไร้สามารถ” สุดท้ายเจ้ากรมคลังก็ต้องกลืนน้ำลายทั้งทำให้ตัวเองอับอายในท้องพระโรง คนที่เบิกบานใจที่สุดกลับเป็นผู้ตรวจการเฉิน ทั้งยังจงใจสบถออกมา“เหอะ...ดีแต่ปาก!”ผู้ตรวจการยื่นฎีกาฟ้องผู้ใดก็ได้ไร้ความผิด ขอแค่เรื่องนั้นไม่ใช่เรื่องแต่งขึ้นมา แม้แต่ฝ่าบาทก็ไม่อาจลงโทษได้ ดังนั้นคนที่เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ไม่กล้าหาเรื่องผู้ตรวจการเฉิน เพราะนอกจากจะเป็นกลางแล้ว ต่อให้สนิทสนมกันก็ไม่เคยไว้หน้าผู้ตรวจการเฉินเป็นคนเช่นไรใครบ้างไม่รู้ หากเขาเพ่งเล็งหาเรื่องผู้ใด คล้ายกับต้องสะเดาะเคราะถึงเจ็ดวันเจ็ดคืนก็ไม่แน่ว่าจะพ้นเคราะห์แล้วไม่มีใครรู้ว่าเหตุใดเจ้ากรมเฉินถึงออกหน้าแทนแม่ทัพเผย...การประชุมจึงจบเพียงเท่านั้น เรื่องตัดเงินบำรุงกองทัพให้เอาไว้ก่อน เสบียงที่ต้องส่งก็ต้องส่งห้ามตัดเด็ดขาดเมื่อจบประชุมแล้วขันทีประจำพระวรกายรีบยืนดักฉิ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-17
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3 ข่าวไม่ค่อยดี 3/3
“ฮ่า ๆ วันนี้ประชุมเช้าน่ารื่นรมย์นัก” เผยฉางอิงได้แต่ส่ายหน้า ท่านลุงใหญ่ปกติประชุมเช้าเมื่อไหร่หงุดหงิดจนใครก็เข้าหน้าไม่ติด วันนี้เบิกบานใจคงจะมีเรื่องดี ๆ กระมัง “ท่านลุงใหญ่อารมณ์ดีเช่นนี้ไม่คิดจะเล่าให้หลานเปิดหูเปิดตาหรือเจ้าคะ” เฉินยู่เฟิงค้อนให้หลานสาวหนึ่งที พร้อมกับร้องเหอะไปหนึ่งคำก่อนจิบชา “ไม่ใช่ว่าเจ้าก็รู้ตั้งแต่ข้ายังไม่ถึงเรือนเจ้าหรอกหรือ” เผยฉางอิงไม่ได้ตอบเพียงแต่ยิ้มบาง ๆ ให้ นางไม่เคยโกรธเคืองกับถ้อยคำประชดประชัน เพราะหากไม่มีลุงใหญ่ค้ำกำแพงเรือนให้นาง ไม่แน่ว่าท่านพ่อกับพี่ใหญ่ออกรบ สองสตรีที่อาศัยตระกูลเผยนั่นจะมาจัดการขนสินเดิมของนางไปจนหมดแล้ว “เอาเถอะ...ข้าจะเล่าให้ฟัง เจ้าพวกปากดีพวกนั้นเสนอให้ตัดเงินบำรุงกองทัพกับเสบียง แต่ข้าก็เลยเสนอให้พวกเขาใช้โอกาสนี้สร้างผลงานรบ” “ท่านเสนอให้พวกเขารบหรือเจ้าคะ” “ไม่ใช่ข้าคนเดียว...เป็นฉินอ๋องที่เสนอให้พวกเจ้ากรมเสวยสุขในกองเงินกองทองพวกนั้น ข้าเพียงแค่ด่าไปหนึ่งยกแล้วโยนเผือกร้อนให้ฉินอ๋อง จากนั้นฉินอ๋องก็บอกให้พวกเขาเก่งมากก็เชิญทูลลาฝ่าบาทอาสาออกรบแทนบิดาเจ้าน่ะสิ..
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-17
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status