เข้าสู่ระบบเลขาหุ่นยนต์ที่เฟยแอบตั้งฉายาให้ กลายเป็นคนเดียวกับดาวเด่นในงานปาร์ตี้หน้ากากที่เขาช่วงชิงมาได้หนึ่งคืน หลังจากนั้นเฟยก็วางแผนขั้นต่อไปเพื่อขยับสถานะกับเลขาคนสวย แต่ว่าจีบให้ตายเธอก็ยอมให้เป็นแค่คู่นอน
ดูเพิ่มเติม“เชิญครับ”
หวง เฟย เอ่ยอนุญาตออกมาเมื่อมีเสียงเคาะประตูห้อง โดยที่ไม่เงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารตรงหน้าแม้แต่น้อย เพราะเวลาทุกวินาทีของเขานั้นเท่ากับการขับเคลื่อนบริษัทให้มั่นคงขึ้น และแบกทุกชีวิตภายใต้การปกครองเอาไว้บนบ่า หรือให้พูดตรงๆก็คืองานยุ่งจนกองสุมท่วมหัวนั่นแหละ
แล้วตอนนี้ก็คงโดนคุณเลขาหุ่นยนต์เข้ามาทวงงาน หรือไม่ก็เอางานใหม่มาให้เหมือนทุกวันอย่างไม่ต้องคาดเดาสักนิด เฟยถอนหายใจรอเมื่อรู้สึกว่าตัวเองเพิ่งจะเคลียร์งานตรงหน้าลงไปได้ครึ่งเดียวเท่านั้น
“นี่เป็นเอกสารการส่งออกสินค้าตัวใหม่ รบกวนบอสช่วยอนุมัติให้ภายในอาทิตย์นี้ด้วยนะคะ”
“ส่งมาแล้วเหรอเนี่ย ไวจังเลยแฮะ” เขาพึมพำกับตัวเองพลางหยิบแฟ้มงานที่เลขาวางให้บนโต๊ะมาดู ก่อนจะเงยหน้ามองเอวาที่วันนี้เธอก็ยังคงมีสีหน้าเรียบนิ่งและแต่งตัวเรียบร้อยทุกกระเบียดนิ้วเหมือนเคย ใบหน้าที่ดูยังไงก็ต้องชมว่าสวยนั่น ช่างไร้อารมณ์ซะจนแทบไม่กล้าชวนคุยเล่น เพราะแบบนี้ต่อให้เราทำงานด้วยกันมาตั้งหลายปี แต่เฟยก็ไม่เคยรู้สึกว่าสนิทกับเลขาตัวเองขึ้นมาเลยสักนิดเดียว
“ถ้างั้นเอวาขอตัวไปทำงานต่อนะคะ”
“เดี๋ยวครับคุณเอวา” เฟยรีบเรียกอีกคนเอาไว้เมื่อเธอทำท่าจะหันหลังกลับ เอวาเลยหันกลับมาแล้วจ้องมองบอสตัวเองเพื่อรอคำสั่งเหมือนอย่างเคย
“คะบอส”
“คืนนี้คุณจะไปงานเปิดตัวสินค้ากับผมใช่มั้ยครับ”
“เพราะบอสแจ้งไว้ล่วงหน้า เอวาก็เลยเตรียมพร้อมไว้เรียบร้อยค่ะ หรือว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงเหรอคะ” เอวาตอบพร้อมทั้งถามกลับอย่างเตรียมพร้อมถ้าหากว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลง เพราะงานของเธอต้องคล่องตัว และพร้อมแก้สถานการณ์อยู่เสมอจนกลายเป็นความเคยชินไปแล้ว
“เปล่าครับ กำหนดเหมือนเดิมนั่นแหละ งั้นเดี๋ยวผมจะไปรับคุณที่บ้านนะครับ”
“รับทราบค่ะบอส”
“เฮ้อ…คนอะไรเหมือนหุ่นยนต์ชะมัด” เฟยพึมพำไล่หลังเลขาคนสวยที่เดินออกไปจากห้องแล้ว คำแทนตัวที่ดูเป็นกันเองช่างแตกต่างกับการแสดงออกของเธออย่างสิ้นเชิง ยิ่งเธอดูเหมือนคนก่อกำแพงกั้นไม่ให้ใครข้ามเส้นไปเท่าไหร่ กลับทำให้เฟยยิ่งอยากรู้ทุกเรื่องของเธอมากเท่านั้น ยิ่งทำงานด้วยกันมานานก็ยิ่งสงสัยทั้งที่ก็ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน ท่าทางเขาคงจะกลายเป็นคนขี้เสือกไปแล้วจริงๆ
—----------------------
“ไง คุณเฟยสุดหล่อก็มาด้วยเหรอครับเนี่ย”
เสียงทักจากด้านข้างทำให้เฟยหันไปมองแรงใส่โดยไม่ต้องเดาว่าเป็นใคร เพราะนี่คือเพื่อนที่สนิทแบบจำใจก็ว่าได้ นิสัยก็ดีมากอยู่หรอก แต่เรื่องกวนบาทาเนี่ยชนะเลิศเลย
“แซวหาพระแสงอะไรครับคุณธนิน”
“แหม่ นานๆเจอกันแต่ทำหน้าเหมือนเบื่อผมเลยนะครับคุณเพื่อน” ธนินเดินเข้ามากอดคอเฟยอย่างสนิทสนม เมินเฉยท่าทีต่อต้านและคำพูดไร้เยื่อใยเพราะรู้ว่าเฟยไม่ได้คิดแบบนั้นจริงๆ
“รู้ตัวก็ดีแล้ว ไปไกลๆเลยไป”
“โธ่ๆ ถึงจะไล่แบบนั้นผมก็ไม่ไปหรอกนะครับ เพราะว่าผมไม่ได้มาหาคุณเฟยซะหน่อยแต่เป็นเลขาคุณต่างหาก” ธนินกระซิบเสียงเบาพอให้ได้ยินกันสองคน ก่อนจะหันสายตาไปทางด้านหลังเพื่อนที่มีเลขาคนสวยอย่างเอวาเดินตามมาและทักทายคนอื่นๆในสายงานอยู่ เห็นแบบนั้นเฟยเลยทำเสียงเข้มดุเพื่อนออกมาทันที
“ไอ้ธนิน”
“ทำหน้าดุไปกูก็ไม่กลัว”
“ไอ้เวรนี่…”
เฟยกำหมัดแน่นเมื่อทำอะไรไม่ได้ ก่อนจะมองตามธนินที่ละออกไปหาเอวาทางด้านหลังอย่างร้อนใจ โดยที่เขาก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้ไม่ชอบใจขนาดนั้น อาจจะเพราะเพื่อนตัวเองมันเจ้าชู้ตัวพ่อเขาเลยต้องคอยกันมันออกห่างเอวามาตลอด ทั้งที่ปกติก็ทำตัวนิ่งเหมือนหุ่นยนต์แท้ๆ แต่ไม่รู้ทำไมพอแต่งตัวออกงานแบบนี้ทีไรเป็นต้องสะดุดตาจนใครๆเข้ามาทักตลอดเลย แถมยังยิ้มแบบที่ไม่เคยเห็นตอนทำงานสักครั้งเลยด้วย น่าหงุดหงิดซะจริงๆ
“สวัสดีครับคุณเอวา ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ”
“สวัสดีค่ะคุณธนิน สบายดีใช่มั้ยคะ” เอวาตอบกลับตามมารยาท เธอรู้จักธนินมานานพอๆกับที่ทำงานให้เฟย เพราะทั้งสองคนเป็นทั้งเพื่อนและหุ้นส่วนทางธุรกิจ ทำให้เธอพลอยคุ้นเคยและได้คุยกับอีกคนบ่อยๆ แล้วก็เป็นคนเดียวที่แสดงออกชัดเจนว่าสนใจเธอมากขนาดนี้
“ผมสบายดีมากเลยครับ แล้วคุณเอวาล่ะครับ”
“สบายดีค่ะ ขอบคุณนะคะ”
“ถ้าไอ้คุณเฟยมันใช้งานหนักไปล่ะก็ ย้ายมาทำกับผมแทนได้นะครับ รับรองว่าผมยินดีจ่ายให้มากกว่ามันแน่ๆ”
“สวยจัง…” เอวาพึมพำกับตัวเองเมื่อขึ้นมาถึงยอดเขาที่เป็นจุดชมวิวของที่นี่ แม้จะไม่ได้เป็นที่นิยมแต่ก็สามารถเห็นวิวทะเลได้กว้างไม่แพ้ที่อื่นเลย และพอไม่ค่อยมีคนมาก็ยิ่งทำให้รู้สึกเป็นส่วนตัวจนสบายใจมากกว่าเดิม วันนี้เฟยปลุกเธอแต่เช้ามืดตามที่สัญญากันเอาไว้ ก่อนจะขับรถพาเธอขึ้นมาบนยอดเขาที่ไม่สูงนักห่างจากบ้านพักเพียงแค่ไม่ถึงสิบนาทีเท่านั้น จนตอนนี้เริ่มเห็นแสงสีส้มจางๆจากขอบทะเลด้านหน้าแล้ว “พี่คิดแล้วว่าเอวาต้องชอบแน่ๆ” เฟยที่เดินตามมาพูดขึ้นก่อนจะโอบเอวบางไว้จนแนบชิดกัน “คิดจะไถ่โทษให้ตัวเองเหรอคะ” เอวาเงยหน้าถามด้วยรอยยิ้มหยอกเย้า เฟยเลยก้มลงมาแนบหน้าผากกับเธอแล้วถามกลับ “แล้วยกโทษให้มั้ยครับ”“เพราะว่าวิวสวยมากจะยอมยกโทษให้ก็ได้ค่ะ” เอวาบอกพลางยิ้มกว้างออกมาจนเฟยยิ้มตาม ดวงตากลมโตเป็นกระกายและรอยยิ้มสดใสยิ่งกว่าครั้งไหนของเอวา ทำให้ใจของเฟยพองโตขึ้นมาเมื่อรู้สึกว่าเขาทำให้เธอมีความสุขได้ เขารั้งเธอเข้ามากอดแน่นขึ้นก่อนจะชมคนตัวเล็กที่ทำให้หลงแล้วหลงอีกจนโงหัวไม่ขึ้น“น่ารักจัง…นี่เป็นการขึ้นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นเป็นครั้งแรก
แสงอาทิตย์ยามเย็นและเสียงคลื่นกระทบฝั่งที่ดังอยู่เป็นระยะตอนนี้ ทั้งสวยงามและชวนให้เพลินตาไม่น้อยหากได้ชื่นชมอย่างจริงๆจังๆ แต่น่าเสียดายที่เอวากลับทำแบบนั้นไม่ได้เต็มที่ เพราะในขณะที่เธอได้เห็นภาพวิวแสนสวยของทะเลยามเย็นอยู่ตรงหน้า แต่ว่าร่างกายกลับถูกเฟยเคี่ยวกรำอย่างหนักมานานจนแทบไม่มีแรงยืนด้วยซ้ำ “อ๊ะ อึก…” “อื้อ ช้าหน่อยพี่เฟย ฮึก” ปั้ก ปั้ก ปั้ก “อ๊า มันลึก อื้อ” เสียงครางหวานแหบแห้งฟังดูอ่อนแรง ดังคลอเสียงน้ำในสระที่กระฉอกลงไปที่พื้นยามที่คนตัวโตขยับเคลื่อนเข้าหาร่างบางไม่หยุด ท่อนลำร้อนที่แข็งขืนยังคงตอกตรึงลงไปในร่องรักอย่างไม่มีทีท่าว่าจะพอแม้จะปลดปล่อยออกมาแล้วหลายครั้งก็ตาม “อีกนิดนะ” “อ๊ะ จะ อ๊า จะเสร็จ อึก” “อีกรอบเดียวนะครับ” เอวากอดคอคนตัวโตไว้แน่น เขาอุ้มเธอยืนกระแทกกระทั้นอยู่ในสระว่ายน้ำที่มีน้ำถึงเอวเท่านั้น คำว่าอีกนิดหรืออีกรอบเดียวของเฟยกลายเป็นสิ่งที่เชื่อถือไม่ได้อีกแล้วสำหรับเอวา เพราะเมื่อไรที่รอบนั้นจบลงเฟยก็จะทำต่อและพูดแบบนั้นซ้ำๆจนเอวานับครั้งไม่
“พี่เฟย…” เอวาเรียกคนที่คร่อมอยู่บนตัวเสียงแผ่ว ใบหน้าเห่อร้อนเพราะความเขินที่จู่ๆเฟยก็มาบอกชอบกันตอนนี้ “ถ้าไม่พูดตอนนี้ พี่จะทำต่อแล้วนะ” เฟยขู่ออกมาพลางยิ้มเจ้าเล่ห์ ทำท่าจะก้มลงประกบปากอีกหนจนเอวาต้องรีบห้ามเอาไว้ “เดี๋ยวค่ะ!” “หึ เร็วครับ พี่รอนานกว่านี้จะทนไม่ไหวเอานะ” เฟยขำออกมาเบาๆ ก่อนจะปล่อยมือเล็กให้เป็นอิสระแล้วพลิกตัวลงนอนข้างๆเหมือนเดิม “วันนี้…ไปดูตัวมาเหรอคะ” เอวานอนตะแคงหันมาหาเฟยแล้วถามสิ่งที่อยากรู้ที่สุดตอนนี้ออกมา เฟยที่นอนหงายหันหน้ากลับมาหาแล้วส่ายหน้าปฏิเสธ “เปล่าครับ พี่ไปเจอคุณแม่แล้วก็เพื่อนๆของท่านที่เคยร่วมงานกันเมื่อก่อน ก็เลยลองเสนอแผนงานที่กำลังทำอยู่ให้พวกท่านฟังเผื่อว่าจะได้ลูกค้าใหม่ไงครับ” “แล้วได้มั้ยคะ” เมื่อได้รู้คำตอบเอวาก็สบายใจขึ้น “แล้วคุณเลขาคิดว่าไงล่ะครับ” เฟยถามกลับพลางพลิกตัวนอนตะแคงหันมาหาเอวาบ้าง ใบหน้าหล่อเหลาที่ดูมั่นอกมั่นใจนั้นทำเอาหมั่นไส้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเขาทำงานเก่งมากจริงๆ “ถ้าระดับบอสคุยเองก็ไม่น่าหลุดมือไปหรอกค่ะ”
“ค่ะ…” คำตอบที่ผิดคาดนั้นทำให้เอาเผลอลอบมองใบหน้าของเฟยที่จดจ่ออยู่กับเอกสารในมืออย่างสงสัย ปกติแล้วบอสของเธอจะยกเลิกนัดทุกครั้งถ้าแม่เจ้าตัวเป็นคนนัดเข้ามา แปลกที่ครั้งนี้ยอมไปง่ายๆจนเริ่มสงสัย ว่าครั้งนี้ท่านกรรมการพาผู้หญิงคนไหนมาดูตัวเขาถึงยอมตกลงไปด้วยได้ จู่ๆในใจก็ปวดแปลบขึ้นมาจนต้องรีบหันหลังเดินออกทันที “เดี๋ยวครับ” “คะ?...” เอวาชะงัก ก่อนจะหันกลับไปมองเฟยที่เรียกไว้อีกครั้ง “วันนี้กลับไปรอที่บ้านผมนะครับ สั่งมื้อเย็นทานที่นั่นได้เลยถ้าคุยธุระกับคุณแม่เสร็จผมจะรีบกลับไป” “ได้ค่ะ…” เอวารับคำ ก่อนจะเดินออกมาด้วยใจที่พองโตขึ้นอีกครั้ง ใบหน้าสวยแย้มยิ้มออกมาอย่างดีใจเมื่อนึกถึงค่ำคืนที่ห่างหายกันไปนานในช่วงนี้ —----------------------- “หลับแล้วเหรอครับ” เฟยพูดกับคนที่หลับพิงพนักโซฟาเบาๆ เขากะจะอุ้มคนตัวเล็กเข้าไปนอนในห้องนอนดีๆ แต่เอวากลับลืมตาตื่นขึ้นมาซะก่อน “พี่เฟย…ทำไมกลับดึกจังคะ” เอวาถามด้วยน้ำเสียงงัวเงียพลางหรี่ตามองคนที่นั่งลงข้างๆ ทั้งที่ตั้งใจจะรอเฟยกลับมาแต่ก็เผลอหลับไปเพรา











