เข้าสู่ระบบผู้ปกครองแคว้นนึกครึ้มใจเมื่อได้หาทางกลั่นแกล้งหวังให้นางเครียดบ้าง เพราะตั้งแต่ตกลงมาน้ำขิงไม่มีท่าทีเป็นกังวล อาจมีตกใจบ้างแต่สุดท้ายแล้วสายตานางก็เจิดจรัสกว่าพระอาทิตย์ ยามสำรวจใบหน้ากับเรือนร่างของพระองค์
ทว่าผิดคาด นอกจากนางไม่เครียดยังปีนไปบนเตียงจนพระองค์ต้องรีบลุกถอยหลังคอยมองว่านางจะทำอย่างไรต่อไป และภาพต่อมาก็ทำเอาพระองค์ตะลึงกับความกล้าจนเกินหญิงของนาง
“ยั่วยวนไปก็เท่านั้น” ฮ่องเต้สบประมาทด้วยสีพระพักตร์เป็นต่อ เพราะคิดว่าต่อให้นางกล้าอย่างไรก็ไม่อาจทำให้พระองค์ตื่นตัวได้ หากอยู่ในชุดคลุมเช่นนี้
น้ำขิงดึงหมอนข้างมากลางเตียง หันหน้าตัวเองให้ตรงกับฝ่าบาท นั่งคร่อมบนหมอนนั้นส่งผลให้ชายชุดคลุมเลิกขึ้นเห็นขาอ่อนพร้อมกับเสียงร้องครางแผ่วเบาดังจากริมฝีปากงามนั้นก็พลันจะทำให้พระองค์ทานทนไม่ไหว
“อื้อ อ๊ะ อ๊าาาา ฝ่าบาท…” เอวเล็กเริ่มโยกใส่หมอนเสมือนว่ายามนี้กำลังควบขี่บนเรือนกายของบุรุษ ส่งเสียงร้องครวญครางหลับตาพริ้มสองมือบีบหน้าอกตัวเองจินตนาการไปว่ากำลังขย่มบนตัวผู้ชายหุ่นแซ่บ
“หยุดร้องเสียงน่ารังเกียจนั้นซะ!” เสียงดุดันตวาดลั่น
เมื่อเริ่มต้านความต้องการไม่ไหวพระองค์รีบรับสั่งให้นางหยุดการกระทำน่าละอายในตอนนี้เสีย ก่อนที่คืนนี้นางจะไม่ต้องหลับต้องนอน
“ซี๊ดดด ฝ่าบาท อร๊างงงง น้ำขิงเสียว” ชุดคลุมตัวใหญ่ถูกน้ำขิงแหวกออกเผยหน้าอกภูเขาลูกใหญ่เบียดชิดเป็นร่องกระเพื่อมตามแรงโยกของหญิงสาว
“กระแทกน้ำขิงแรง ๆ เลย อ๊าาา ฝ่าบาทขาาาา อ๊าาาา ซี๊ดดดด”
น้ำขิงงัดทุกเสียงทุกท่าทางที่คิดว่าเซ็กซี่ออกมายั่วยวน ไม่สนว่ายามนี้สีพระพักตร์จะแดงก่ำเพราะทนมองนางร่อนเอวใส่หมอนด้วยความรู้สึกริษยา เพราะความจริงพระองค์ต่างหากที่ควรอยู่ตรงนั้น
“เจ้าไปสรรหาวิธีปลุกเร้าบุรุษเช่นนี้มาจากที่ใดกัน”
ฮ่องเต้มองสตรีตรงหน้าพระเนตรเบิกกว้าง รู้สึกแล้วว่าแท่งหยกของพระองค์กำลังเริ่มเจ็บปวดทรมานเพราะความต้องการนางที่นอนร้องควรครางถึงพระองค์อยู่นี้
“อ๊าาา อยากให้น้ำขิงทำแบบนี้ให้บ้างมั้ยเพคะฝ่าบาท”
ฮ่องเต้กำหมัดแน่น
สายชุดคลุมไม่รักดีเริ่มคลายตัวออกเผยเรือนร่างบนอาภรณ์ลายลูกไม้ที่ปกปิดสิ่งใดเอาไว้ไม่มิดก็พานให้ความหื่นกระหายของฮ่องเต้พลุ่งพล่าน
“หึ หน้าด้านนัก แล้วเจ้าจะต้องเสียใจที่ทำเรื่องนี้”
เรือนกายสูงสง่าย่างตรงเข้าหาร่างงามที่กำลังโยกกายใส่หมอนข้าง โดยมือบางบีบขย้ำเต้าอวบล้นมือของตนเองไปด้วย
แคว่ก
มือน้อยดึงเสื้อฝ่าบาทให้เปิดออกอวดหน้าท้องเป็นลอนกล้าม อดให้น้ำขิงส่งปลายลิ้นเลียตั้งแต่ใต้สะดือขึ้นไปบนหน้าอกแน่นไม่ได้
“อื้ม แค่เจ็ดราตรีกับเงิน น้ำขิงไม่ขอสิ่งใดเพิ่มเพคะ”
ขอเพียงเท่านี้นางไม่ต้องการสิ่งใดเพิ่ม แค่เงินกับเซ็กส่วนหลังจากนั้นนางจะหาวิธีกลับโลกปัจจุบันเอง นางตกจากเครื่องบินมาอยู่ที่นี่ด้วยร่างกายเดิมเสื้อผ้าชุดเดิมนั่นแปลว่ายังไม่ตาย แค่หลุดมาในยุคโบราณเท่านั้น
“เช่นนั้นก็จงทำหน้าที่แก้พิษไป อย่าได้หวังสูง”
พระองค์ตรัสน้ำเสียงกระด้างทว่าริมฝีปากหยักกลับพรมจูบตามซอกคอน้ำขิงไม่ห่าง หมอนข้างใบยาวถูกฝ่าบาทโยนทิ้งไปข้างเตียงและพระองค์เข้ามาดึงนางไปนั่งคร่อมบนตักแทน
“น้ำขิงหวังต่ำกว่าสะดืออยู่แล้วเพคะ”
วาจายั่วยวนพร้อมกับชุดคลุมที่นางปลดทิ้งเหลือเพียงอาภรณ์ประหลาดยั่วตัณหาของน้ำขิงทำให้พระองค์ร้อนผ่าว
“เจ้าจะต้องจำเจ็ดวันนี้ไปจนตาย”
ฮ่องเต้แค่นเสียงตอบกลับ รั้งต้นคอนางให้เข้าใกล้เพื่อชิมความหวานจากปากกระจับช่างเถียงช่างยั่วนี้
“อ๊าาา เพคะใส่เข้ามาในตัวน้ำขิงเลย”
เสียงหวานไม่นึกสลดเพราะอย่างไรนางก็ไม่ได้คิดอยู่ที่นี่ตลอดชีวิตอยู่แล้ว ที่ทำอยู่ก็เพื่อเอาตัวรอดและหาความสุขให้ตัวเองเท่านั้น
มันต้องมีวิธีที่ดีให้ดีกว่าการเป็นเมียคนที่ใหญ่สุดในแคว้นนี้บ้าง
หากคิดว่านางแรดก็ไม่สน เพราะคนนั่งคุยกับนอนคุยมาตรฐานการต่อรองมันต่างกัน ถึงจะอยู่แบบถูกเกลียดแต่ฮ่องเต้ก็ไม่มีทางประหารนางแน่นอน อย่างน้อยก็ไม่ใช่เร็ว ๆ นี้
น้ำขิงผ่านพบผู้ชายมาหลากหลายรูปแบบพอรับมือได้อยู่แล้ว หากว่าต้องหลอกผู้ชายสักคนเธอเชื่อว่าตัวเองจะไม่พลาดอย่างแน่นอน
“ให้น้ำขิงช่วยถอดมั้ยเพคะ” นางดันร่างสูงให้ถอยห่างมองกางเกงยาวรุ่มร่ามอย่างต้องการปลดมันให้พ้นจากเรือนกายกำยำตรงหน้านี้ และผลก็เป็นไปตามคาดฮ่องเต้ทรงยอมปล่อยนางให้เป็นอิสระก้าวลงจากเตียงไปยืนให้นางปลดกางเกงจากกาย
“หน้าไม่อายราวกับทำเป็นเรื่องเคยชิน”
เสียงดูถูกหยามเกียรติดังมาเป็นระยะพอให้ระคายหู แต่น้ำขิงไม่สนใจบุรุษปากร้ายกายอยากตรงหน้านัก เพราะยิ่งยากน้ำขิงยิ่งชอบ เธอเติบโตมามีคนเอาใจตลอด เจอแบบนี้ก็ท้าทายไปอีกแบบ
“ฝ่าบาทสนพระทัยแค่ช่วงเวลานี้ก็พอเพคะ อย่าได้ทรงตรัสสิ่งใดให้มากความนัก”
พิธีแต่งตั้งฮองเฮาถูกจัดอย่างสมเกียรติ อาภรณ์ลวดลายมงคลถูกปักอย่างประณีตนั้นถูกสั่งทำด้วยช่างฝีมือดีเพื่อให้สตรีผู้ครอบครองดวงใจบุรุษสูงศักดิ์ได้สวมใส่ในงานอภิเษกสมรส นับเป็นงานมงคลใหญ่รองลงมาจากการขึ้นครองราชสมบัติของฮ่องเต้รัชกาลนี้ ประชาชนต่างพากันยินดีกับฮ่องเต้ที่ได้สตรีผู้งดงามเปี่ยมล้นด้วยความเมตตามาเคียงข้างบัลลังก์ นางต้องเข้ามาดูแลวังหลังแทนไทเฮาที่ทรงชราภาพมากแล้ว ช่วงแรกมีเรื่องติดขัดอยู่บ้างแต่นางก็ค่อย ๆ ปรับตัวเข้ากับยุคสมัยได้โดยที่ไม่ฝืนตนเองมากนัก ฮ่องเต้เองก็ไม่ได้บังคับให้นางทำในสิ่งที่ลำบากใจ นับว่าเป็นการเริ่มชีวิตใหม่ที่ดีไม่น้อย 3 ปีต่อมา “ฮือ!!!! ฮือ!!!!” องค์ชายน้อยร้องไห้สะอึกสะอื้นมองไปทางตำหนักฮองเฮาอย่างมีความหวัง “โอ๋ ๆ ลูกพ่อเจ้าอยากได้สิ่งใดกัน ไยร้องไห้เช่นนี้เล่า” ฮ่องเต้อุ้มร่างอ้วนกลมมานั่งบนตักโดยที่พระองค์นั้นนั่งอยู่บนบัลลังก์คอยปลอบพระโอรสวัยเพียงสองหนาว องค์ชายหลงเซียนมองพระพักตร์ฮ่องเต้ครู่หนึ่งก่อนจะแผดเสียงร้องไห้ดังขึ้นเสียจนพระองค์ตกพระทัย หันมองหน้าเหลากงกงอย่างขอความช
ตำหนักไทเฮาบัดนี้มีสตรีร่างน้อยส่งยิ้มหวานให้ผู้เป็นเจ้าของที่ นางไม่ได้แวะมาเข้าเฝ้าเลยตั้งแต่ฟื้นจากการหลับใหล พบพระนางบ้างบางคราก็ยามที่ไทเฮาเสด็จนำของบำรุงร่างกายไปให้ในตำหนักฮ่องเต้ที่น้อยนักจะได้พบ บางคราวฮ่องเต้อยากอยู่กับนางมากก็ให้เหลากงกงทูลต่อไทเฮาว่านางหลับเพราะเสวยโอสถจากหมอหลวงบ้างแล้วเป็นแบบนี้อยู่หลายวันจนนางรู้สึกสงสารไทเฮาที่ต้องเสด็จกลับไปอย่างผิดหวังตลอด นางทนไม่ไหวจนต้องทูลขออนุญาตแกมข่มขู่ฮ่องเต้เพื่อให้ตนเองได้มาเข้าเฝ้าไทเฮา ทว่าข้อแลกเปลี่ยนก็ดูหนักหนาพอควรเพราะฮ่องเต้ทรงรับสั่งให้นางรับตำแหน่งฮองเฮา “ไทเฮาเพคะ หม่อมฉันขออยู่ด้วยหรือไม่เพคะ” เสียงสดใสเจื้อยแจ้วดัง น้ำขิงคนเดิมกลับมาสร้างความรู้สึกคลายกังวลของไทเฮาไปได้หลายส่วน เดิมทีไทเฮารับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดเย็นชาจากนางเมื่อครั้งฟื้นใหม่ ๆ พระทัยไทเฮาเหี่ยวเฉาด้วยเกรงว่านางจะอาฆาตไม่ยอมญาติดีกับฮ่องเต้ผู้ที่มอบพระทัยทั้งหมดให้กับสตรีต่างแคว้นผู้นี้ “ข้านึกว่าเจ้าจะลืมเสียแล้วว่ามีหญิงชราคอยอยู่” แม้ดีพระทัยจนแทบกลั้นรอยความสุขบน
พระสนมเอกตื่นจากการหลับใหลแทบไม่ต้องเอ่ยปากขอสิ่งใด เพราะฮ่องเต้รับสั่งให้เหล่านางกำนัลคอยเตรียมให้นางหมดพร้อมทั้งให้นางอยู่ตำหนักของพระองค์โดยที่นางไม่อาจขัดขืนได้แม้แต่น้อย เรื่องของนางกับฮ่องเต้เมื่ออดีตนั้นก็เป็นเพียงฝันเล่าไปคงไม่มีผู้ใดเชื่อ สุดท้ายแล้วนางก็ต้องอดทนอยู่ใต้อำนาจของบุรุษใจร้ายผู้นี้ที่ลงทุนเอาใจสารพัด หวังให้ช่วยลบเลือนความผิดในอดีต “เสวยเถอะนะเพคะ หากฝ่าบาททราบว่าพระสนมเอกไม่ยอมแตะอาหารพวกนี้หม่อมฉันต้องแย่แน่” เสียงอ้อนวอนขอร้องนั้นทำให้น้ำขิงสะอึกนิ่งไป นางกำนัลนั่งหน้าเศร้าเมื่อเห็นเครื่องเสวยไม่พร่องแม้แต่น้อยหากว่าฮ่องเต้ทรงทราบพวกนางต้องถูกลงโทษแน่ นางกำนัลหลายนางก้มหน้าเศร้า เครื่องเสวยพระสนมเอกทุกอย่างฮ่องเต้ล้วนเป็นผู้ปรุงเองสตรีใดได้โอกาสลิ้มลองย่อมสุขกว่าฝัน ทว่ามันกลับไม่ใช่สำหรับสตรีงดงามตรงหน้านี้ เพราะไม่ว่านำสิ่งใดมาถวายก็ไม่แตะสักอย่าง “เหอะ นิสัยเสียทุกภพทุกชาติ” น้ำขิงยอมจำนนด้วยสงสารเหล่านางกำนัลที่ต้องถูกลงทัณฑ์เพียงเพราะนางไม่ยอมเสวยอาหารตรงหน้านี้ แต่น้ำขิงก็ไม่วายบ่นไปด้
ตำหนักไทเฮาถูกจัดทำพิธีคืนชีพพระสนมเอกโดยการขุดหาร่างบริเวณต้นเหมยก็พบกับแทนหินอ่อนประดับหยกที่ด้านในบรรจุร่างของทั้งสองคนที่เหลือเพียงกระดูก แต่ที่สังเกตแยกแยะได้เพราะอีกร่างสวมใส่เครื่องประดับหยกกับอาภรณ์สีขาวปักมุก พอมองออกได้ว่าเป็นสตรี อีกร่างสวมชุดหนังสือดำข้างกายมีกระบี่ลายมังกร ท่านราชครูเชิญท่านผู้เฒ่ามาทำพิธีสวดอยู่สามราตรีเพื่อถอนคำอธิษฐานที่พระสนมเคยกล่าวเอาไว้ก่อนปลิดชีวิตตนเองโดยมีฮ่องเต้กับพระสนมเอกนอนอยู่เคียงข้างกันไม่ห่างจากโครงกระดูกสองร่าง ท่ามกลางทหารอารักขาที่คอยเฝ้าแน่นหนาแม้แต่ไทเฮาก็ไม่อาจเข้าร่วมพิธีกรรมในครั้งนี้ หลังจากทำการล้างคำอธิษฐานถัดมาอีกสามราตรีพระสนมเอกฟางเซียนก็ตื่นจากการหลับใหลที่แสนยาวนาน นางได้รู้ได้เห็นทุกสิ่งไม่ต่างจากที่ฮ่องเต้นั้นได้เห็น ทุกความทรงจำทุกความเจ็บปวดทรมานนางจดจำมันได้ไม่ลืมเลือน “เหตุใดไม่ปล่อยข้าไป” ร่างที่หลับสนิทค่อย ๆ กะพริบตาก่อนจะเปิดเปลือกตามองบุรุษที่กำลังนั่งกุมมือนางไม่ห่างจึงดึงมือออกไม่ต้องการให้คนผู้นี้จับ ความรักของบุรุษผู้นี้ไม่มีจริง นางเชื่อเช่นนั้นและเชื่อตลอด
ฮูหยินเอกของท่านประมุขของหมู่บ้านจากไปด้วยความโศกเศร้าของชาวบ้านที่เคยได้รับความช่วยเหลือจากฟางเซียนพากันเกลียดชังหลินฮวาที่มาทีหลังกลับทำให้หมอประจำหมู่บ้านต้องปลิดชีพตนเอง ทางเดียวที่หลินฮวาจะกลับมาเป็นที่นับหน้าถือตาก็คือนางต้องได้เป็นฮูหยินเอก คราวนี้ชาวบ้านก็ไม่กล้าเอานางไปเอ่ยในทางเสียหาย ‘ท่านพี่ นางจากไปแล้วอย่าได้โศกเศร้าไปเลยเจ้าค่ะ’ ร่างบอบบางเดินเข้ามาในเรือนสามีกับอดีตฮูหยินเอกผู้ล่วงลับด้วยสีหน้าอ่อนโยนคล้ายกับสงสารสามี แต่ผู้ใดเลยจะรู้ว่านางรู้สึกน้อยใจทุกครั้งที่สามีไม่เคยรักไม่เคยแตะต้องนาง มือเล็กวางบนท่อนแขนกำยำของสามีพร้อมกับนั่งเบียดกายเข้าหาอย่างยั่วยวน หวังให้เขาหันมาสนในตัวนางบ้าง ‘ข้าต้องการอยู่คนเดียว’ จางเฟยหลงลุกพรวดไม่ยอมให้ร่างบอบบางเข้าใกล้ราวกับรังเกียจ ‘ท่านพี่ตอนนี้หมูบ้านเรามีท่านเป็นประมุข ฟางเซียนจากไปผู้ใดจะช่วยท่านดูแลหมู่บ้านต่อ ข้าคิดว่าท่านควรให้ข้าขึ้นเป็นฮูหยินเอกแทนนาง’ ความปรารถนาที่มีนั้นเอ่อล้นจนหลินฮวากล้าแสดงกิริยาน่ารังเกียจออกมาให้จางเฟยหลงเห็นได้ชัดขึ้น
ฮ่องเต้พาท่านราชครูออกมานอกห้องบรรทมขณะตรงไปยังห้องตรวจฎีกานั้นทรงไตร่ตรองซ้ำหลายคราว่าสิ่งที่ประสบพบเจอมานั้นควรเล่าออกมาหรือไม่ ท่านราชครูเฝ้ามองพระพักตร์เป็นกังวลของฮ่องเต้ด้วยความรู้สึกไม่ดีนัก ด้วยอยู่รับใช้มานานจึงรู้ว่าพระองค์นั้นไม่เคยแสดงความรู้สึกเช่นนี้กับผู้ใดมากก่อน พระสนมเอกผู้นี้ไม่ใช่เพียงสตรีที่หลงมาอย่างไร้สาเหตุเป็นแน่ “ข้าเป็นผู้ทำให้เซียนเอ๋อร์กลับมา” กลับมาเจอกับความทุกข์เช่นในอดีตที่บุรุษเช่นพระองค์แก้ไขให้นางไม่ได้เสียที “ฝ่าบาททรงหมายความว่าที่พระสนมพลัดหลงมานั้นพระองค์เป็นผู้กระทำ” “ตัวข้าในอดีต” ผู้ใดเล่าจะเชื่อว่าความฝันที่พระองค์เห็นยามหลับตาจะพาความเจ็บปวดกลับมาสู่พระทัยให้ร้าวรานยิ่งกว่าถูกศรธนูนับพันทิ่มแทง “กระหม่อมโง่เขลาไม่อาจเข้าใจได้” ท่านราชครูคิ้วขมวดฟังแล้วก็ยังคงไม่กระจ่าง “เรียกว่าฝันก็ได้แต่ข้ามั่นใจว่าคือเรื่องจริง เรื่องจริงที่ข้าคือคนที่ทำร้ายนาง” ความฝันอันยาวนานนี้เกิดขึ้นตั้งแต่นางห่างหายไปอยู่ตำหนักไทเฮาใหม่ ๆ หลับตาคราใดก็มักมีภาพนางร
เว่ยเสวี่ยคุนทำได้เพียงมองผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดินโอบกอดสตรีที่ตนเผลอปันใจไปให้ด้วยความเจ็บแปลบอยู่ลึก ๆ นึกน้อยใจในวาสนาของตนเองที่แม้มีของรักตรงหน้าก็ไม่อาจเอื้อมคว้ามาเป็นของตนเองได้ แววตาเจ็บปวดฉายเพียงนิดเดียวก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรองแม่ทัพผู้เคร่งขรึมเช่นเดิม แต่ทว่ามันกลับไม่รอ
วาจาเจ็บแสบจากคนบนตักเริ่มทำให้ฮ่องเต้ทรงกริ้วกับสิ่งที่นางกล้ากล่าวออกมา ‘ครั้งเดียวไม่นับ’ นางคิดว่าคืนนั้นทำไปกี่รอบถึงกล้าไม่นับมัน หากไม่มีสิ่งใดผิดพลาดในท้องนางอาจมีเจ้าตัวน้อยแล้วก็เป็นได้ “คิดว่าข้าอยากนับอย่างนั้นเหรอ” แววตาเย่อหยิ่งจากสตรีผู้นี้ถือเป็นเชื้อเพ
สตรีเรือนร่างงามลุกขึ้นปลดอาภรณ์ประหลาดจากกาย เผยให้เห็นผ้าชิ้นน้อยลายลูกไม้สีหวานห่อหุ้มเต้าทรวงใหญ่กับแผ่นผ้าสามเหลี่ยมปิดกายสาวไม่ให้เห็น แต่นางรู้หรือไม่ว่าการอยู่ในอาภรณ์ประหลาดล่อแหลมเช่นนี้มีเสน่ห์ชวนหลงใหลกว่าเปลือยกายเสียอีก “ฝ่าบาทอยู่เฉย ๆ เถอะเพคะ เดี๋ยวน้ำขิงทำเอง”
ลานพิธีขึ้นครองราชย์ฮ่องเต้พระองค์ใหม่อันต้องหันเหความสนใจมายังคำกล่าวอ้างของสตรีที่ร่วงหล่นจากฟ้า “นางอาจโกหกก็ได้พ่ะย่ะค่ะ” ขันทีทูลต่อฝ่าบาทอย่างจ้องจับผิด เพราะเรื่องนี้ให้เชื่อง่าย ๆ ก็ดูจะเขลาจนเกินไป “ลองให้ฝ่าบาทเจ้าทุรนทุรายเพราะคะนึงหาข้าจนตรอมพระทัยสิ้นพระชน







