Mag-log in“ไฮโซคนนี้ที่เคยมีข่าวกับคุณนาราไม่ใช่เหรอแก”
เสียงซุบซิบพูดคุยกันดังเข้ามาให้นางเอกสาวได้ยิน
“ใช่ๆ ฉันนึกว่าเป็นแฟนกับคุณนารา แต่ไม่ใช่ซะงั้น”
“ฮะแฮ่ม!” นางเอกสาวที่เดินผ่านมาหยิบของพอดีแสร้งกระแอมไอให้รู้ว่าเธอได้ยิน
“อะ... เอ่อ คุณนารา”
“กองจะเลิกแล้วยังไม่ไปเตรียมตัวเก็บของกันเหรอจ๊ะ” นาราบอกด้วยน้ำเสียงนิ่ม
สองสาวที่ยืนคุยซุบซิบกันสักพักรีบเดินออกจากห้องแต่งตัวไปทันที
“น้องนาคะ” เสียงผู้จัดการส่วนตัวลอยตามมาในห้องก่อนเจ้าตัวจะเข้ามา
“คะ พี่เอิร์น”
“พี่เอิร์นจะบอกน้องนาว่าตอนเย็นมีอีเว้นท์ต่อนะคะ”
“ค่ะ” นาราตอบรับสั้นๆ
“แล้วก็จะมีนักข่าวมาสัมภาษณ์ตอนช่วงท้ายงานเรื่องคุณพาคินน์ น้องนารู้ใช่ไหมคะ ว่าต้องพูดยังไง”
“ค่ะ พี่เอิร์น เก็บของกันเถอะค่ะ” นาราเก็บของตัวเองใส่กระเป๋าและสัมภาระส่วนตัวที่เอามาในกอง
นารา นางเอกแนวหน้าของประเทศไทยในตอนนี้กำลังยืนให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับประเด็นเปิดตัวของพาคินน์ เพราะมีหลายคนเข้าใจเธอผิดเรื่องที่เคยควงออกงานด้วยกันจนคิดกันไปเองว่าเธอกับพาคินน์เป็นแฟนกัน
“อยากทราบว่าเรื่องที่คุณนาราเคยควงออกงานกับไฮโซคินน์ครั้งก่อน ไม่ใช่เป็นการเปิดตัวว่ากำลังดูใจกันอยู่เหรอคะ” นักข่าวยิงคำถามมาทันทีที่เธอออกมายืนหน้าไมค์หลายสิบตัว
“ไม่ใช่ค่ะ เป็นการควงออกงานด้วยกันเฉยๆ คือทางเขาจ้างนาไปเปิดตัวโครงการใหม่ของเขาที่เป็นคอนโดฯ”
“แต่เห็นว่าหลังจากควงออกงานด้วยกัน มีนัดทานข้าวกันต่อด้วยใช่ไหมคะ”
“ใช่ค่ะ แต่ว่าเป็นการไปหลายคน มีพี่เอิร์น ผู้จัดการนาไปด้วย และทางฝั่งเขาไปอีกสองสามคนเป็นการชวนไปทานข้าวด้วยกันหลังจบงานปกติเหมือนกินเลี้ยงปิดกองเลยค่ะ” นารายิ้มสู้ตอบคำถามนักข่าว
“แล้วก่อนหน้านั้นทำไมถึงไม่เคยออกมาปฏิเสธข่าวการออกเดตเลยล่ะคะ”
“ช่วงนั้นนางานยุ่งมากค่ะ เลยไม่มีโอกาสได้ออกมาปฏิเสธ แต่นาก็งงนะว่าเป็นข่าวได้ยังไง เพราะว่ามันไม่เป็นความจริงเลย”
“ตอนเห็นข่าวเปิดตัวแฟนของไฮโซคินน์น้องนารารู้สึกยังไงบ้างคะ” พี่นักข่าวอีกคนยิงคำถาม
“ก็ยินดีค่ะ ดีใจกับพี่เขาด้วย นาจะบอกว่าจากที่นาร่วมงานกับเขามาเขาเป็นคนที่น่ารัก เฟรนลี่ แทบจะไม่ถือตัวเลยค่ะ แล้วอีกอย่างนาเองก็เคยเจอน้องเขาแล้วเหมือนกัน หมายถึงแฟนพี่เขาอ่ะนะคะ”
“ตอนเจอกันไม่เกิดความเข้าใจผิดกันเหรอคะ”
“ไม่นะคะ นาว่านาวางตัวชัดอยู่แล้วว่าแค่คนร่วมงานกันเท่านั้น มีใครมีคำถามจะถามอีกไหมคะ” นาราเป็นฝ่ายถามนักข่าวกลับ
“ไม่มีแล้วค่ะ ขอบคุณที่ให้สัมภาษณ์นะคะ”
นาราฉีกยิ้มกว้างให้กล้องจับภาพอีกหลายรูปจึงเอ่ยขอตัว
หลังจบอีเว้นท์นาราเอนหลังพิงเบาะรถแล้วถอนหายใจพรืด ดวงหน้างดงามติดเครียดเล็กน้อย สิ่งที่เธอให้สัมภาษณ์นักข่าวเรื่องที่จ้างไปเปิดตัวโครงการเรื่องจริง แต่เรื่องทานข้าวเป็นเรื่องที่แต่งเพิ่มมาเองเพราะไม่อยากให้เป็นประเด็นใหญ่ขึ้นมาอีก
ใครมันจะไปยอมรับตรงๆ ว่าไปทานข้าวด้วยกันแค่สองคน
คิดกับเขามากกว่าคนร่วมงาน แต่ทำไงได้เขาไม่ได้คิดเหมือนกัน
“เฮ้อ”
“เป็นอะไรไปคะ น้องนา” ผู้จัดการที่เพิ่งเข้ามานั่งในรถเอ่ยถาม
“นาแค่เหนื่อยๆ น่ะคะ”
หลังจากนางเอกสาวชื่อดังให้สัมภาษณ์นักข่าวก็มีภาพหลุดเกี่ยวกับไฮโซคินน์และ ‘แฟนสาว’ ถูกเสนอข่าวออกมาตามสื่อด้วยอิริยาบถต่างๆ ว่าเหมือนทั้งคู่จะขึ้นรถไปด้วยกันและแสดงความคิดเห็นอื่นๆ ว่า
‘ทรงนี้น่าจะอยู่ด้วยกันแล้วนะ’
‘โอ๊ย ทำไมฉันฟินกับคู่นี้จัง’
‘ผู้ชายก็หล่อผู้หญิงก็สวย เชียร์ๆ ค่ะ’
‘เสียใจอุตส่าห์เชียร์นารากับไฮโซคนนี้มาตั้งนาน’
มิลลี่ที่ติดตามข่าวเรื่องเพื่อนตั้งแต่เป็นข่าวช่วงแรกกดดูข่าวทุกข่าวที่นำเสนอออกสื่อทุกช่องทุกรายการไปจนถึงคอมเม้นท์ต่างๆ ที่แสดงความคิดเห็นไว้หลากหลายความคิด
“ฉันชักจะเริ่มเชื่อแล้วสิ” มือเลื่อนไถหน้าจออ่านคอมเม้นท์
“โทรหายัยเฌอดีกว่า” ว่าแล้วมิลลี่ก็กดโทรหาเพื่อนทันที
“ฮัลโหล มิลลี่ว่าไง” เสียงแหบของเฌอรีนลอยมาตามสาย
“แกอยู่ไหนเนี่ย” มิลลี่ถามหยั่งเชิง
“ห้อง”
“ห้องใคร” ไม่ใช่ห้องอาจารย์คินน์ใช่ไหม
“ห้องฉันเนี่ยแหละ แกคิดว่าฉันจะอยู่ห้องใครเล่า”
“คิดว่าอยู่ห้องอาจารย์คินน์” มิลลี่ตอบกลับตามสิ่งที่คิด
“โอ๊ย ยัยมิลลี่แกเสพข่าวเยอะไปปะ” เฌอรีนมีน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กน้อย
“ก็มันน่าคิดไหมล่ะ แล้วสรุปแกกับอาจารย์คินน์นี่มันยังไงเนี่ย”
“ฉันก็เป็นเด็กฝึกงานที่บริษัทเขาไง”
“แค่นั้นจริงเหรอ แต่เมื่อกี้ฉันดูข่าวแกกับอาจารย์คินน์ขึ้นรถไปด้วยกันแล้วเหมือนจะไปไหนมาไหนด้วยกันอีกนะ”
“ฉันไปดูหน้าไซต์งานก่อสร้างกับเขาค่ะ แล้วแกรู้ไหมว่าวันนี้ฉันเจอแดดเยอะขนาดไหนแล้วร้อนขนาดไหน”
“ไม่รู้ แล้วทำไมแกเป็นแค่เด็กฝึกงานถึงมีสิทธิ์นั่งรถหรือมีโอกาสไปไหนมาไหนกับอาจารย์คินน์อ่ะ” เป็นคำถามที่เธออยากรู้มากที่สุด
“ไม่รู้สิ แต่ฉันมีเรื่องหนึ่งที่รู้คือ เขาเคยเอาฉันไปเป็นไม้กันหมากับคุณ... ชื่ออะไรนะที่สวยๆ อ่ะ”
“นารา ใช่นาราปะ”
“อ่ะใช่ คนนี้แหละ เขาเคยไปกินข้าวด้วยกัน แล้วแกคิดดูดิ ไปเดทแต่เอาฉันไปด้วยให้ฉันไปนั่งดูเขาสวีตหวานกันงี้ ไม่รู้จิตใจทำด้วยอะไร”
“แต่นาราเขาเพิ่งปฏิเสธเรื่องนี้ไปนะแก แล้วเขายังบอกอีกว่าเคยเจอแกด้วย”
“เป็นดาราก็งี้แหละแก ใครมันจะบอกความจริงล่ะ”
“ก็ถูกของแก”
“แกโทรมาเพื่อจะคุยกับฉันแค่เรื่องนี้เหรอ”
“เออดิ ฉันนั่งอ่านข่าวแกมาทั้งวันจนคิดว่าเป็นเรื่องจริงหมดแล้วเนี่ย”
“แกนี่มันเชื่ออะไรง่ายจริงๆ นะยัยมิลลี่”
“ไม่รู้แหละ ถ้าวันหนึ่งแกกับอาจารย์คินน์เป็นแฟนกันจริงๆ ขึ้นมาบอกฉันให้รู้คนแรกเลยนะ” เพราะเธออ่านข่าวเยอะจนเริ่มจิ้นตามกระแส
“ฝันไปอีกสิบชาติเถอะ”
ก๊อกๆ!
เสียงประตูเคาะหน้าห้องนอนของเฌอรีน
“แค่นี้ก่อนนะแก ค่อยคุยกันใหม่นะ”
เฌอรีนกดวางสายแล้วลุกจากเตียงเพื่อไปเปิดประตูดูว่าใครมาเคาะห้อง
“ม๊าเรียกไปทานข้าวด้วยกันข้างล่าง” เป็นพี่ภีมที่ยืนอยู่หน้าห้อง
“เฌอไม่หิวเท่าไหร่อ่ะ ขอดื่มแค่นมแก้วเดียวได้ไหม”
เฌอรีนในชุดนอนพร้อมกับปล่อยผมยาวไม่เมคอัพทำสายตากลมโตคล้ายจะอ้อนพี่ชาย
“จะดื่มแค่นมอย่างเดียวก็แล้วแต่เฌอ ม๊ารออยู่รีบๆ เลย”
“ค่า”
เฌอรีนเดินลงมาที่โต๊ะอาหารพร้อมกับภีมก็เห็นม๊านั่งอยู่ก่อนแล้ว ส่วนป๊าน่าจะยังไม่กลับเข้าบ้าน เธอขยับนั่งที่ประจำของตัวเองคือนั่งข้างม๊า
“เฌอขอนมอุ่นแก้วหนึ่งค่ะ” เธอบอกแม่บ้าน
“อ่าว แล้วทำไมไม่กินข้าวล่ะ” ม๊าถามขึ้นทันที
“เฌอไม่ค่อยหิวอ่ะม๊า ขอแค่นมอุ่นแก้วเดียวก็พอค่ะ” พูดจบก็ยิ้มกว้างตาหยีให้ม๊า
“กินข้าวกินปลาเยอะๆ เถอะ ตัวเล็กผอมแห้งแล้วเนี่ยม๊าเป็นห่วง”
“เขาเรียกหุ่นนางแบบค่ะม๊า” เฌอรีนเถียงกลับ
“จ้า”
วันอาทิตย์เป็นวันครอบครัวที่ทุกคนจะมาร่วมวงรับประทานอาหารด้วยกัน โดยสลับสถานที่ระหว่างบ้านคฑากุลกับบ้านอมรรัตน์ และมีบางสัปดาห์ที่จะนัดเจอกันที่ร้านอาหารพาคินน์อุ้มลูกชายตัวน้อยไว้ด้วยแขนเพียงข้างเดียว มืออีกข้างถือกระเป๋าของลูกน้อยเอาไว้ เดินตามภรรยาสาวที่เริ่มมีพุงยื่นขยายเป็นทรงกลมจากการตั้งครรภ์ลูกคนที่สองเข้าบ้านคฑากุล“คุณพ่อคุณแม่ สวัสดีค่ะ” สะใภ้สาวยกมือไหว้พ่อแม่สามีที่ออกมารับถึงหน้าบ้านและยิ้มน่ารักตอบแทน“สวัสดีจ้ะ เอ๊ะ ใครเอ่ย? น้องคีนหลานย่ารึเปล่านะ มามะ... มาหาย่าดีกว่า” ผู้เป็นย่าเอ่ยหยอกเย้าทักทายหลานชายตัวน้อย“เจอคุณย่าแล้วยิ้มดีใจใหญ่เลยนะ เจ้าคีน” ว่าพลางจิ้มแก้มนุ่มแดงของลูกชายด้วยความมันเขี้ยวเด็กชายคีริน หรือน้องคีน เป็นเด็กคลอดง่ายเลี้ยงง่าย มีผิวพรรณขาวใส ตากลมโตเหมือนแม่ แต่ได้เครื่องหน้าหล่อเหลาและมีอีคิวสูงเหมือนพ่อ เรียกได้ว่าเลือกเอาแต่ลักษณะเด่นของทั้งคู่ไปอย่างลงตัว และด้วยความเป็นลูกคนแรกบวกกับอยากมีหลานเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทำให้ม๊ากับป๊ารักและเอ็นดูน้องคีนเป็นที่สุด ถึงขั้นทุ่มเงินหลายล้านเพื่อรับขวัญหลานชายคนแรกเป็นทองคำแท่งสิบบาทกับเงินสดอีกห้าล้า
สองเดือนถัดมาพิธีหมั้นสไตล์จีนถูกจัดขึ้นในโรงแรมควีนส์ โดยเชิญแขกเพียงญาติและเพื่อนของทั้งสองฝ่ายมาร่วมงาน หลังจากจบพิธีมีการทานอาหารร่วมกันซึ่งเป็นอาหารแบบโต๊ะจีนหนึ่งสัปดาห์หลังจากพิธีหมั้น พาคินน์ให้ทนายความนำเอกสารการจดทะเบียนสมรสไปให้เธอเซ็นถึงที่ เนื่องจากตารางงานเต็มทั้งคู่ แม้จะพยายามเคลียร์งานหากยังมีเวลาไม่ตรงกัน เพื่อความสะดวกจึงให้ทนายดำเนินเรื่องเอกสารแทนสามวันให้หลังเฌอรีนได้ย้ายเข้ามาอยู่กับคู่หมั้นหนุ่มที่คอนโดมิเนียมตามที่ตกลงกันไว้ว่าจะทดลองอยู่ด้วยกันก่อนแต่ง “จัดของยังไม่เสร็จเหรอครับ”พาคินน์พาตัวเองเข้ามาในห้องนอนและพบว่าห้องที่เคยกว้างกลับดูแคบลงถนัดตา มีการจัดตกแต่งห้องเปลี่ยนผ้าปูที่นอนใหม่เป็นโทนสีสดใส มีเครื่องสำอางผู้หญิงวางเรียงหน้าโต๊ะเครื่องแป้งและตู้เสื้อผ้าที่เคยโล่งบัดนี้กลับเต็มแน่น“ใกล้จะเสร็จแล้วค่ะ” เฌอรีนเงยหน้าคุยกับเขานิดเดียวแล้วยื่นแขนแขวนเสื้อบนราว“หิวน้ำไหม พี่เอาน้ำมาให้” ร่างใหญ่เดินเข้ามาใกล้ร่างเล็กที่ง่วนกับการจัดเก็บเสื้อผ้า“ขอบคุณค่ะ พี่คินน์น่ารักจัง” เธอรับแก้วมาดื่มน้ำจนหมดจึงยื่นแก้วกลับคืนและยังให้รางวัลตอบแทนด้วยการหอมแก้ม
โรงแรมควีนส์“เชิญครับ” พาคินน์เปิดประตูห้องสวีตให้แฟนสาวน้อยเดินเข้าไปก่อน“วิวสวยจัง” บอกแล้วห่อปากตกตะลึงกับวิวเมืองศิวิไลซ์ที่มีแสงวิบวับประกายจากยอดตึกสูงไล่ระดับ ช่างเป็นเมืองที่ไม่เคยหลับใหลเลยจริงๆ“พี่ว่าเฌอสวยกว่า”เสียงห้าวกระซิบบอกใกล้ใบหูและวาดแขนโอบรอบเอวเล็กคอดกระชับกายเข้าหาจนสัมผัสถึงความอบอุ่นจากร่างใหญ่ที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง“พี่คินน์ปากหวาน”เฌอรีนตอบกลับเสียงใสพลางเอียงคอไปด้านซ้ายเล็กน้อยเมื่อแฟนหนุ่มยื่นคางวางบนไหล่เล็กแล้วกระชับอ้อมกอดแน่น สายตาสองคู่ทอดยาวออกไปนอกหน้าต่างที่กรุด้วยกระจกใสที่ทำให้สามารถมองเห็นวิวเมืองยามค่ำสุดน่าทึ่งหนุ่มสาวยืนชื่นชมสิ่งที่อยู่ตรงหน้าโดยไร้บทสนทนาจนได้ยินเสียงลมหายใจกันและกันชัดเจนท่ามกลางความเงียบงันความใกล้ชิดกับกลิ่นหอมเย้ายวนจากร่างนุ่มดึงดูดให้ชายหนุ่มอดใจไม่ไหว ปากหยักหนากดฝังลงขมับบางและกลุ่มผมนุ่มหอมซ้ำหลายครั้งด้วยความรักใคร่ผสมปนโหยหาจากเบื้องลึก ฟัดแก้มนุ่มอีกหลายทีด้วยความมันเขี้ยวแล้วลามและเล็มกรอบหน้างามก่อนเลื่อนใบหน้าซุกไซ้ซอกคออ่อนเนียนที่มีกลิ่นหอมหวาน“อื้อ พี่คินน์อย่า...” อยากต่อต้านสัมผัสวาบหวาม หากร่างกา
หลังจากเรียนจบเฌอรีนไม่ได้ตัดสินใจทันทีว่าจะเรียนต่อปริญญาโทต่างประเทศหรือทำงานในบริษัท ช่วงนี้เธอจึงมีเวลาว่างถึงว่างมากจึงหันมาเล่นโซเชียลทำคอนเท้นต์ ไฮโซสาวที่มียอดผู้ติดตามเกือบหนึ่งล้านคนจึงกลายเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วผ่านคอนเท้นต์ต่างๆ มีคลิปไวรัลหลายคลิปจนมีบริษัทติดต่อเข้ามาเป็นสปอนเซอร์ให้เธอช่วยโปรโมตแบรนด์สินค้าผ่านช่องทางของเธอ และยังได้ร่วมงานอีเว้นท์กับโฆษณาอีกหลายชิ้นภายในระยะเวลาไม่ถึงสามเดือนกับการทำงานคอนเท้นต์-ครีเอเตอร์หรืออีกชื่อว่าอินฟลูเอนเซอร์ผ่านโซเชียลมีเดียทำให้เธอสามารถกอบโกยรายได้มากถึงหกหลักแถมมาด้วยผู้ติดตามช่องที่เพิ่มขึ้นบริษัทแบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังของไทยติดต่อเข้ามาเรื่องถ่ายแบบ เธอจึงตอบตกลงรับงานเนื่องจากถูกทาบทามหลายครั้ง ทั้งยังเป็นการร่วมงานครั้งแรกกับแบรนด์เสื้อผ้า และมิลลี่ได้กลายเป็นผู้จัดการส่วนตัวไปโดยปริยาย ตั้งแต่รับงานถ่ายแบบโฆษณาตัวแรก ทั้งคู่มาถึงสถานที่ถ่ายแบบ เฌอรีนถูกแยกไปแต่งหน้าทำผม ส่วนมิลลี่ขอคุยกับทีมช่างภาพเพิ่มเรื่องการถ่ายแบบ คุยเสร็จจึงเข้ามานั่งรอในห้องแต่งหน้า เฌอรีนถูกช่างแต่งหน้าทำผมรุมร่วมชั่วโมง จากนั้นเปลี่ยนชุดสำหร
เวลาหนึ่งสัปดาห์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว วันนี้เป็นวันสุดท้ายในฐานะเด็กฝึกงานของเฌอรีน และลดา เลขานุการสาวที่เป็นพี่เลี้ยงคอยสอนงานตลอดช่วงสามเดือนที่ผ่านมาได้เสนอไอเดียว่าอยากให้มีการเลี้ยงส่งเธอเป็นครั้งสุดท้ายในฐานะเด็กฝึกงาน พาคินน์รับเรื่องทันทีแล้วโทรจองร้านอาหารสำหรับเลี้ยงส่งแฟนสาวคืนนี้“เราไปกันแค่สามคนเหรอคะ” เฌอรีนถามพาคินน์“อืม เฌออยากให้ใครไปด้วยอีกเหรอ”“ถ้าเฌอจะขอชวนมิลลี่ เพื่อนเฌอมาด้วยจะได้ไหมคะ เฌอว่าแค่สามคนคงไม่สนุก”“ได้สิครับ งั้นพี่โทรเรียกเพื่อนพี่มาด้วยดีไหม”“ดีค่ะ เฌอว่าหลายคนน่าจะสนุก”“พี่ก็ว่างั้น รีบกินข้าวกันเถอะจะได้เวลาเข้างานแล้ว” ช่วงพักเที่ยงเป็นเวลาสั้นๆ ที่ได้ใช้เวลาร่วมกันผ่านไปอย่างรวดเร็วเวลาห้าโมงเย็นได้เวลาเลิกงานพอดี เฌอรีนกำลังเก็บกระเป๋าและไม่ลืมเติมลิปสติกให้ปากน่าจูบ ระหว่างนั้นลดาที่เพิ่งทำงานเสร็จก็เริ่มเก็บกระเป๋าเตรียมตัวไปเลี้ยงส่งเฌอรีนคืนนี้“เก็บของเสร็จรึยังครับสาวๆ” พาคินน์ถามขึ้น&
หลังจากลาพักรักษาตัวเป็นเวลากว่าสองสัปดาห์เต็มจนอาการดีขึ้นเฌอรีนจึงกลับมาทำงานปกติและเป็นสัปดาห์สุดท้ายของการเป็นเด็กฝึกงานกับเคที แอสเสท หลายคนพอเห็นหญิงสาวก็ยิ้มให้และยังมีท่าทางเกรงใจ คงเป็นเพราะข่าวนั้นสินะ ทุกคนถึงมีท่าทีแปลกไปกันหมด“พี่ลดา สวัสดีค่ะ” เฌอรีนเอ่ยทักทายลดาที่กำลังค้นบางอย่างในกระเป๋าตัวเอง“อ้าว น้องเฌอกลับมาทำงานแล้วเหรอคะ” ลดาเงยหน้าจากกระเป๋าเพ่งสายตามาที่ร่างบาง“ค่ะ หวังว่าช่วงที่เฌอไม่อยู่งานจะไม่เยอะมากนะคะ” พลางวางกระเป๋าบนโต๊ะและขยับเก้าอี้เพื่อนั่ง“อย่าให้พี่ได้พูดเลยค่ะน้องเฌอ แต่เดือนหน้าพี่ได้รับแจ้งมาว่าจะมีผู้ช่วยเลขาฯ เข้ามาเป็นผู้ชายหนึ่งคน ถึงตอนนั้นงานพี่ก็น่าจะเบาลงบ้าง”“วันนี้พี่ลดามีงานอะไรให้เฌอช่วยไหมคะ”“พี่มีงานให้น้องเฌอช่วยเยอะเลยจ้ะ ไม่ต้องห่วง แต่ตอนนี้พี่ขอกาแฟก่อน”“ได้ค่ะ เอาเหมือนเดิมนะคะ”“ใช่จ้ะ”ร่างบางเดินตรงไปยังครัวเล็กด้านหลังโต๊ะทำงานเพื่อชงกาแฟให้ลดาและขอ







