LOGINจากความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน สู่ฐานะ 'ไม้กันหมา' ที่กลายเป็นข่าวเปิดตัวแฟนสาวของ 'ไฮโซคินน์' จนนำไปสู่กระแสดราม่าร้อนแรงระหว่าง ไฮโซหนุ่มเนื้อหอม ดาราสาวชื่อดัง และคุณหนูไฮโซในคราบเด็กฝึกงาน
View Moreณ มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง
“เฌอรีน!”
“ฮาย! มิลลี่ คิดถึงแกจังเลย ไม่เจอกันน๊านนานแน่ะ”
เฌอรีนรีบวิ่งมากอดเพื่อนสาวที่สนิทกันตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัย เธอคิดถึงเพื่อนที่สุดเลย เพราะยัยมิลลี่กลับบ้านที่เชียงใหม่หลังจากปิดเทอมไป ทำให้ทั้งสองไม่ได้เจอกันเลย ถึงแม้อาจจะมีคุยติดต่อกันแต่ก็ไม่เท่าเจอหน้ากันแบบนี้
“โห่ว ยัยเฌอแกเวอร์มาก! ฉันกับแกไม่เจอกันแค่เดือนกว่าเองนะ” ถึงจะบ่นแต่ก็กอดเพื่อนแน่น
“ก็ฉันคิดถึงแกนี่น่า ตั้งแต่ปิดเทอมฉันก็ไม่ได้ไปเจอเพื่อนที่ไหนเลย” เพราะปกติเธอมีเพื่อนสนิทแค่ ‘มิลลี่’ คนเดียว
และด้วยนิสัยโลกส่วนตัวสูงด้วยละมั้งทำให้เธอไม่ชอบมีเพื่อนเยอะ และออกแนวลูกคุณหนูจึงไม่ค่อยมีใครกล้าอยากสนิทด้วย
“จ้า ยัยเฌอ ยัยลูกคุณ!”
“ฉันรักแกที่สุดเลยมิลลี่” เฌอรีนหยิกแก้มป่องเพื่อนสาวอย่างมันเขี้ยว
“โอ๊ย ฉันเจ็บนะ รู้ว่าแก้มเยอะน่าหยิกหรอกน่า” มิลลี่ทำตาขวางใส่เพื่อน
“ปีสุดท้ายแล้ว แกมีที่ฝึกงานรึยังอ่ะ” เฌอรีนถาม
“ฉันมีเล็งๆ ไว้สองสามที่แล้วอ่ะ แต่ยังไม่ได้ติดต่อไปสักที่เลย แล้วแกล่ะ มีเล็งไว้ที่ไหนบ้างรึยัง”
“ยังเลย ฉันกำลังคิดอยู่ว่าจะไปฝึกที่ไหนดี คิดแล้วก็เครียด”
“ระดับลูกคุณอย่างแกจะเครียดทำไม แกก็ให้พ่อแกหาให้สิ ฉันว่าหาไม่ยากหรอก หรือไม่แกก็ฝึกงานที่บริษัทพ่อแกสิ” มิลลี่แนะนำ
“ก็จริงของแก แต่ฉันอยากหาที่ฝึกงานเองมากกว่า ไม่อยากรบกวนป๊าน่ะสิ”
ก็จริงอยู่ที่ระดับคุณหนูอย่างเธอจะหาที่ฝึกไม่ยาก ให้ป๊าม๊าใช้เส้นไปฝึกงานในบริษัทดีๆ สักที่แค่วันเดียวก็ได้แล้ว แต่ติดที่เธออยากหาเองน่ะสิ แต่พอคิดไปคิดมาก็ให้ป๊าม๊าหาให้แหละ เธอขี้เกียจหา
“แต่จะว่าไปฉันก็ขี้เกียจคิดละ เดี๋ยววันนี้ให้ป๊าช่วยหาที่ฝึกงานให้ดีกว่า”
“ใช่แบบนั้นแหละแก เป็นฉันนี่ไม่คิดหรอก”
“อืม ฉันว่าเราเข้าเรียนกันก่อนไหมแก มันเลทมา 10 นาทีแล้วนะ”
“เออจริงด้วย! รีบเลยแก วิชานี้อาจารย์ดุซะด้วย”
ว่าแล้วสองสาวรีบวิ่งขึ้นตึก เพราะอาจารย์สอนวิชานี้คือดุสุด ไม่รู้อาจารย์แกกินอะไรเป็นอาหาร
พาคินน์ในลุคดูดีทุกกระเบียดนิ้ว ตั้งแต่หัวจรดเท้าเรียกว่าเข้าขั้นเนี้ยบพร้อมกับใบหน้าตี๋ หล่อเกลี้ยงเกลากำลังเดินเข้ามาในห้องทำงานของตัวเอง
“สวัสดีค่ะบอส” ลดา เลขานุการหน้าห้องเอ่ยทักทายเฉกเช่นทุกวัน
“วันนี้มีนัดสำคัญอะไรไหมครับ คุณลดา”
“มีค่ะ วันนี้บอสมีนัดสอนพิเศษที่มหาวิทยาลัยตอนบ่ายสองค่ะ”
ใช่แล้วล่ะ ทุกวันศุกร์เขามีสอนพิเศษที่มหาวิทยาลัยสัปดาห์ละสองชั่วโมง
“ครับ วันนี้มีอะไรด่วนเพิ่มเติมแจ้งเรื่องเข้ามาโดยตรงที่ผมได้เลยนะครับ”
“ได้ค่ะบอส”
ร่างสูงเดินเข้าห้องทำงาน นั่งเคลียร์เอกสารกองโตที่ตั้งวางบนโต๊ะทำงานจนถึงเวลาใกล้สอนพิเศษงานก็เสร็จพอดี
“ไปแล้วเหรอคะบอส”
ลดาถามเมื่อเห็นบอสหนุ่มเดินออกจากห้องทำงาน
“ครับ ถ้ามีเรื่องด่วนหรือสำคัญลงตารางไว้พรุ่งนี้เลยนะครับ”
“ได้ค่ะบอส”
@มหาวิทยาลัย
“เฌอ ตื่นได้แล้วถึงเวลาเข้าคลาสแล้ว”
มิลลี่แตะแก้มนิ่มพลางตบเบาๆ เพื่อปลุกเพื่อน แต่ปลุกเป็นนาทีเพื่อนตัวดีก็ยังไม่ยอมตื่น
“อื้มม… ถึงเวลาเรียนอีกแล้วเหรอ” เฌอรีนคนขี้เซารู้สึกตัวตื่น พลางเช็ดมุมปากเพราะเธอชอบนอนน้ำไหลยืดเวลาพักงีบในช่วงบ่ายที่ห้องสมุด
“ใช่ วันนี้ฉันจะได้เจออาจารย์คินน์สุดหล่อแล้วแก~” พลางทำท่าเขินแก้มแดง เพราะอาจารย์คลาสพิเศษคนนี้ เธอจะได้เจอแค่ตอนวันศุกร์เท่านั้น แถมดีกรีความหล่อนั้นหล่อเหลากระแทกตาสุดๆ โอ๊ย แค่อาจารย์สบตาตอนสอนก็เขินแก้มแตกไม่ไหว
“แค่เรียนวิชาเศรษฐศาสตร์ แกจะเขินทำไม” เธอพูดขึ้นหลังจากบิดขี้เกียจ
“ก็ต้องเขินสิ แกก็รู้ว่าฉันชอบอาจารย์คินน์สุดๆ คนอะไรหล่อแบบไม่เผื่อแผ่ หล่อแบบวัวตายควายล้ม หล่อแบบ…”
“โอ๊ย ฉันรู้แล้วว่าเค้าหล่อ แต่ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ไหมแก” เธอบอกอย่างหมั่นไส้
หล่อก็หล่ออยู่หรอก แต่ชอบทำตาดุใส่เธอตอนสอน เพราะว่าเธอน่ะ ชอบแอบหลับในคลาส จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเธอถึงไม่ค่อยชอบอาจารย์คนนี้
“ต้องมากกว่านั้นสิแก โอ๊ย ฉันไปเรียนละแก ฉันอยากเจอหน้าอาจารย์คินน์แล้ว ไม่เจอกันตั้งเดือนกว่าฉันคิดถึงอาจารย์คินน์~” ว่าแล้วยัยมิลลี่เพื่อนตัวดี รีบเก็บของสะบัดตูดหนีเข้าคลาส
“นักศึกษาทำความเคาร”
หัวหน้าเซคกล่าวขึ้นเมื่ออาจารย์คินน์สุดหล่อหน้าตี๋ยืนอยู่หน้าชั้นเรียนเป็นที่เรียบร้อย
“สวัสดีค่ะ/ครับ”
นักศึกษาทั้งหมดกล่าวพร้อมกัน
“สวัสดีครับ นักศึกษาทุกคน หวังว่าสบายดีกันทุกคนนะ”
ชายหนุ่มกวาดสายตามองนักศึกษาทุกคนในคลาสด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“สบายดีค่ะ”
มิลลี่ตอบเสียงดังเป็นคนแรกพร้อมกับส่งรอยยิ้มหวานให้อาจารย์
“ครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลา เรามาเริ่มเรียนกันเลยนะครับ”
พาคินน์เริ่มสอนทันที นักศึกษาทุกคนตั้งใจเรียนและพยักหน้าเวลาเขาถามกลับว่าเข้าใจไหม? แต่มันจะมีอยู่คนหนึ่งที่ชอบหลับในคลาสเขาประจำ ซึ่งก็คือยัยดาวคณะไม่รู้ว่าเขาสอนน่าเบื่อหรือยังไงกัน เธอถึงได้หลับในคลาสเขาทุกครั้ง ทั้งที่เพื่อนในคลาสทุกคนกลับตั้งใจเรียนกันทุกคนเวลาเขาสอนเพราะวิชาที่เขากำลังสอนนั้น เป็นวิชาที่เรียนแล้วสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตและการทำงานได้เลย
“เฌอ เฌอ เฌอรีน” มิลลี่ขยับศอกปลุกเพื่อนเมื่ออาจารย์คินน์เรียกชื่อเธอแล้วไม่ยอมตื่น
“รัชชนันท์!” พาคินน์เรียกชื่อเธอเป็นครั้งที่สาม แต่ดูเหมือนสาวเจ้าจะไม่มีทีท่าขยับแม้แต่น้อย
“เฌอแกตื่นได้แล้ว” มิลลี่เขย่าตัวเพื่อนแรงๆ ให้เธอตื่น เพราะสายตาเพชฌฆาตจากอาจารย์คินน์เริ่มปรากฏฉายชัดแล้ว
“อื้ม หมดคลาสแล้วเหรอ” เธอลืมตาตื่นพลางมองไปยังมิลลี่เพื่อนเธอ
“ยัง แต่อาจารย์เรียกแกตั้งหลายรอบแล้ว”
“รัชชนันท์ ทำไมเธอถึงชอบมาหลับในคลาส” พาคินน์ยิงคำถามทันที
“ก็คนมันง่วงก็หลับน่ะสิคะ อาจารย์ก็ถามได้” เธอว่า
“หึ! ฉันบอกเธอตั้งหลายคลาสแล้วนะ ว่าถ้าอยากหลับในคลาสก็ไม่ต้องเข้าเรียน เพื่อนคนอื่นตั้งใจเรียนแต่เธอมาหลับ!”
“ถ้าไม่เข้า อาจารย์ก็หักคะแนนอีกน่ะสิคะ” เธอเถียง
ก็จริงอยู่ที่เธอชอบมาหลับในคลาส แต่ทุกครั้งเวลาที่มีสอบหรือมีแบบทดสอบเธอทำคะแนนได้ดีกว่าเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นด้วยซ้ำ เพราะเธอเอาเวลาไปตั้งใจเรียนในวิชาอื่นแล้วมาหลับในคลาสอาจารย์คินน์ เพราะขี้เกียจฟังเขาพูดเวลาสอนบรรยายยาวเหยียด
“ถึงเธอจะเรียนดีสุดในชั้นก็ไม่สมควรหลับในคลาสไม่ว่าอาจารย์ผู้สอนเป็นใคร ครั้งนี้ถือว่าเป็นการตักเตือน ถ้ามีครั้งต่อไปอาจารย์ขอเชิญออกจากห้องทันทีเพราะถือว่าได้ตักเตือนไปแล้ว” อาจารย์หนุ่มเตือนเสียงเข้ม
“ค่ะ” เธอตอบรับเสียงเบา
“มาต่อกันเลยนะครับ…”
แล้วอาจารย์คินน์ก็สอนบรรยายยาวเหยียดต่อ ส่วนเธอจะหลับในอีกรอบ เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงชอบหลับในคลาส ว่าแล้วก็ยกมือปิดปากหาวหวอดหลายครั้ง
จบคลาส…
“หาวว...” เฌอรีนปิดปากหาวส่งท้ายหลังจากเรียนเสร็จสักที
“ไปหาไรกินกันไหมแก ฉันหิว” มิลลี่ชวนขณะเดินออกจากห้องเรียน
“ฉันไม่ค่อยหิวอ่ะ”
“แต่แกไปเป็นเพื่อนฉันหน่อยดิ ฉันหิวอ่ะ”
“อืมได้ แกไปกินร้านไหนอ่ะ”
“ร้านเดิมหลังมอไง ปะ รีบไปกันเถอะฉันหิวไม่ไหวแล้ว”
หญิงสาวกับเพื่อนเดินเข้าร้านอาหารประจำซึ่งเป็นร้านอาหารตามสั่งธรรมดาที่ชอบมาทานข้าวกันหลังเลิกเรียนคลาสสุดท้าย ถึงเธอจะเป็นแนวลูกคุณหนูก็จริง แต่เธอไม่ค่อยติดหรูออกจะแนวติดดินซะมากกว่า อาจจะด้วยเพราะเธอมีเพื่อนอย่างมิลลี่ด้วยมั้ง ที่ชอบพาเธอตระเวนหาของกินแถวมหาวิทยาลัย
“กินไรดีอ่ะแก” มิลลี่ถามขณะพลิกหน้าแผ่นเมนู
“แกอยากกินไรก็สั่งเหอะ”
“ป้า หนูเอากะเพราหมูที่หนึ่งค่ะ” เฌอรีนสั่งก่อนทั้งที่ก่อนหน้านี้บอกว่าไม่หิว
“อ้าว ไหนแกบอกว่าไม่หิวไง”
“แต่ตอนนี้ฉันหิวแล้ว”
“แล้ววันนี้แกไม่ต้องกลับไปกินข้าวกับป๊าม๊าแกที่บ้านเหรอ” เพราะปกติเธอเห็นเพื่อนสาวต้องกลับไปทานมื้อเย็นที่บ้านเกือบตลอด
“ไม่อ่ะ วันนี้ฉันบอกป๊าม๊าแล้วว่าฉันจะกินข้าวเย็นกับแก”
“อ๋อ วันนี้วันศุกร์เราไปเที่ยวด้วยกันไหมแก” มิลลี่ชวน
“ไปดิ ฉันก็ว่าจะชวนแกอยู่เหมือนกัน ตั้งแต่ปิดเทอมฉันไม่ได้ไปเที่ยวปาร์ตี้เลย”
“อ้าว แล้วแกไม่ไปอ่ะ”
“ไปคนเดียวสนุกที่ไหนเล่า” เธอบ่นอุบ
“แล้วไม่ชวนพี่ภีมไปเที่ยวอ่ะ”
“เคยชวนแล้วไปแล้ว แต่ไปกับพี่ภีมไม่สนุกเท่าไปกับเพื่อนไหม? แล้วอีกอย่างนะ คนอื่นคิดว่าฉันมากับแฟนไม่มีใครกล้าเข้าหาฉันสักคน” เธอบ่นอุบอีกรอบ เพราะมีพี่ชายในวัยที่ห่างกันเพียงห้าปี ทำให้เวลาคนอื่นมองเข้ามาคิดว่าเธอกับพี่ชายเป็นแฟนกันตลอด แถมพี่ชายเธอเวลาชวนไปดื่มชอบส่งสายตาหวงน้องสาวแบบนั้น ผู้ชายที่ไหนจะกล้าเข้าใกล้เธอเล่า
“ก็จริง ยิ่งพี่ภีมชอบทำตัวหวงแกด้วย แล้ววันนี้เราไปร้านไหนดีอ่ะแก”
“ไปนี่ไหม ร้าน…เพิ่งเปิดใหม่ไม่นานแถวเอกมัย ฉันเห็นพวกดาราเซเลปไปบ่อย แถมร้านนี้ผู้งานดีทั้งนั้น”
“จริงเหรอ แล้วแกเคยไปมายัง” มิลลี่สายตาเปล่งประกายเวลาพูดถึงผู้ชายหล่องานดี
“ยัง ว่าจะชวนแกไปวันนี้แหละ แล้วนี่แกไม่สั่งข้าวเหรอ”
“ฉันไม่รู้จะกินไรอ่ะ เอาเหมือนแกก็ได้”
“ป้าคะ เอากะเพราหมูอีกที่ค่ะ” มิลลี่ตะโกนบอกแม่ค้า เพราะในร้านมีแค่เธอสองคนเท่านั้น
“ได้จ้า”
“อันนี้กะเพราหมูคุณหนูคนสวยมาแล้วค่ะ ส่วนของหนูรอแป๊บหนึ่งนะคะ” ป้าแม่ค้าว่าพลางวางจานข้าวให้เฌอรีน
“รีบๆ หน่อยนะคะป้า พอดีหนูหิวมากเลย”
“ป้าจะรีบทำให้เลยจ้า”
หลังจากทานข้าวเสร็จสองสาวแยกย้ายกลับ แล้วนัดเจอกันอีกทีที่ร้านตอนสองทุ่มครึ่ง
วันอาทิตย์เป็นวันครอบครัวที่ทุกคนจะมาร่วมวงรับประทานอาหารด้วยกัน โดยสลับสถานที่ระหว่างบ้านคฑากุลกับบ้านอมรรัตน์ และมีบางสัปดาห์ที่จะนัดเจอกันที่ร้านอาหารพาคินน์อุ้มลูกชายตัวน้อยไว้ด้วยแขนเพียงข้างเดียว มืออีกข้างถือกระเป๋าของลูกน้อยเอาไว้ เดินตามภรรยาสาวที่เริ่มมีพุงยื่นขยายเป็นทรงกลมจากการตั้งครรภ์ลูกคนที่สองเข้าบ้านคฑากุล“คุณพ่อคุณแม่ สวัสดีค่ะ” สะใภ้สาวยกมือไหว้พ่อแม่สามีที่ออกมารับถึงหน้าบ้านและยิ้มน่ารักตอบแทน“สวัสดีจ้ะ เอ๊ะ ใครเอ่ย? น้องคีนหลานย่ารึเปล่านะ มามะ... มาหาย่าดีกว่า” ผู้เป็นย่าเอ่ยหยอกเย้าทักทายหลานชายตัวน้อย“เจอคุณย่าแล้วยิ้มดีใจใหญ่เลยนะ เจ้าคีน” ว่าพลางจิ้มแก้มนุ่มแดงของลูกชายด้วยความมันเขี้ยวเด็กชายคีริน หรือน้องคีน เป็นเด็กคลอดง่ายเลี้ยงง่าย มีผิวพรรณขาวใส ตากลมโตเหมือนแม่ แต่ได้เครื่องหน้าหล่อเหลาและมีอีคิวสูงเหมือนพ่อ เรียกได้ว่าเลือกเอาแต่ลักษณะเด่นของทั้งคู่ไปอย่างลงตัว และด้วยความเป็นลูกคนแรกบวกกับอยากมีหลานเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทำให้ม๊ากับป๊ารักและเอ็นดูน้องคีนเป็นที่สุด ถึงขั้นทุ่มเงินหลายล้านเพื่อรับขวัญหลานชายคนแรกเป็นทองคำแท่งสิบบาทกับเงินสดอีกห้าล้า
สองเดือนถัดมาพิธีหมั้นสไตล์จีนถูกจัดขึ้นในโรงแรมควีนส์ โดยเชิญแขกเพียงญาติและเพื่อนของทั้งสองฝ่ายมาร่วมงาน หลังจากจบพิธีมีการทานอาหารร่วมกันซึ่งเป็นอาหารแบบโต๊ะจีนหนึ่งสัปดาห์หลังจากพิธีหมั้น พาคินน์ให้ทนายความนำเอกสารการจดทะเบียนสมรสไปให้เธอเซ็นถึงที่ เนื่องจากตารางงานเต็มทั้งคู่ แม้จะพยายามเคลียร์งานหากยังมีเวลาไม่ตรงกัน เพื่อความสะดวกจึงให้ทนายดำเนินเรื่องเอกสารแทนสามวันให้หลังเฌอรีนได้ย้ายเข้ามาอยู่กับคู่หมั้นหนุ่มที่คอนโดมิเนียมตามที่ตกลงกันไว้ว่าจะทดลองอยู่ด้วยกันก่อนแต่ง “จัดของยังไม่เสร็จเหรอครับ”พาคินน์พาตัวเองเข้ามาในห้องนอนและพบว่าห้องที่เคยกว้างกลับดูแคบลงถนัดตา มีการจัดตกแต่งห้องเปลี่ยนผ้าปูที่นอนใหม่เป็นโทนสีสดใส มีเครื่องสำอางผู้หญิงวางเรียงหน้าโต๊ะเครื่องแป้งและตู้เสื้อผ้าที่เคยโล่งบัดนี้กลับเต็มแน่น“ใกล้จะเสร็จแล้วค่ะ” เฌอรีนเงยหน้าคุยกับเขานิดเดียวแล้วยื่นแขนแขวนเสื้อบนราว“หิวน้ำไหม พี่เอาน้ำมาให้” ร่างใหญ่เดินเข้ามาใกล้ร่างเล็กที่ง่วนกับการจัดเก็บเสื้อผ้า“ขอบคุณค่ะ พี่คินน์น่ารักจัง” เธอรับแก้วมาดื่มน้ำจนหมดจึงยื่นแก้วกลับคืนและยังให้รางวัลตอบแทนด้วยการหอมแก้ม
โรงแรมควีนส์“เชิญครับ” พาคินน์เปิดประตูห้องสวีตให้แฟนสาวน้อยเดินเข้าไปก่อน“วิวสวยจัง” บอกแล้วห่อปากตกตะลึงกับวิวเมืองศิวิไลซ์ที่มีแสงวิบวับประกายจากยอดตึกสูงไล่ระดับ ช่างเป็นเมืองที่ไม่เคยหลับใหลเลยจริงๆ“พี่ว่าเฌอสวยกว่า”เสียงห้าวกระซิบบอกใกล้ใบหูและวาดแขนโอบรอบเอวเล็กคอดกระชับกายเข้าหาจนสัมผัสถึงความอบอุ่นจากร่างใหญ่ที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง“พี่คินน์ปากหวาน”เฌอรีนตอบกลับเสียงใสพลางเอียงคอไปด้านซ้ายเล็กน้อยเมื่อแฟนหนุ่มยื่นคางวางบนไหล่เล็กแล้วกระชับอ้อมกอดแน่น สายตาสองคู่ทอดยาวออกไปนอกหน้าต่างที่กรุด้วยกระจกใสที่ทำให้สามารถมองเห็นวิวเมืองยามค่ำสุดน่าทึ่งหนุ่มสาวยืนชื่นชมสิ่งที่อยู่ตรงหน้าโดยไร้บทสนทนาจนได้ยินเสียงลมหายใจกันและกันชัดเจนท่ามกลางความเงียบงันความใกล้ชิดกับกลิ่นหอมเย้ายวนจากร่างนุ่มดึงดูดให้ชายหนุ่มอดใจไม่ไหว ปากหยักหนากดฝังลงขมับบางและกลุ่มผมนุ่มหอมซ้ำหลายครั้งด้วยความรักใคร่ผสมปนโหยหาจากเบื้องลึก ฟัดแก้มนุ่มอีกหลายทีด้วยความมันเขี้ยวแล้วลามและเล็มกรอบหน้างามก่อนเลื่อนใบหน้าซุกไซ้ซอกคออ่อนเนียนที่มีกลิ่นหอมหวาน“อื้อ พี่คินน์อย่า...” อยากต่อต้านสัมผัสวาบหวาม หากร่างกา
หลังจากเรียนจบเฌอรีนไม่ได้ตัดสินใจทันทีว่าจะเรียนต่อปริญญาโทต่างประเทศหรือทำงานในบริษัท ช่วงนี้เธอจึงมีเวลาว่างถึงว่างมากจึงหันมาเล่นโซเชียลทำคอนเท้นต์ ไฮโซสาวที่มียอดผู้ติดตามเกือบหนึ่งล้านคนจึงกลายเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วผ่านคอนเท้นต์ต่างๆ มีคลิปไวรัลหลายคลิปจนมีบริษัทติดต่อเข้ามาเป็นสปอนเซอร์ให้เธอช่วยโปรโมตแบรนด์สินค้าผ่านช่องทางของเธอ และยังได้ร่วมงานอีเว้นท์กับโฆษณาอีกหลายชิ้นภายในระยะเวลาไม่ถึงสามเดือนกับการทำงานคอนเท้นต์-ครีเอเตอร์หรืออีกชื่อว่าอินฟลูเอนเซอร์ผ่านโซเชียลมีเดียทำให้เธอสามารถกอบโกยรายได้มากถึงหกหลักแถมมาด้วยผู้ติดตามช่องที่เพิ่มขึ้นบริษัทแบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังของไทยติดต่อเข้ามาเรื่องถ่ายแบบ เธอจึงตอบตกลงรับงานเนื่องจากถูกทาบทามหลายครั้ง ทั้งยังเป็นการร่วมงานครั้งแรกกับแบรนด์เสื้อผ้า และมิลลี่ได้กลายเป็นผู้จัดการส่วนตัวไปโดยปริยาย ตั้งแต่รับงานถ่ายแบบโฆษณาตัวแรก ทั้งคู่มาถึงสถานที่ถ่ายแบบ เฌอรีนถูกแยกไปแต่งหน้าทำผม ส่วนมิลลี่ขอคุยกับทีมช่างภาพเพิ่มเรื่องการถ่ายแบบ คุยเสร็จจึงเข้ามานั่งรอในห้องแต่งหน้า เฌอรีนถูกช่างแต่งหน้าทำผมรุมร่วมชั่วโมง จากนั้นเปลี่ยนชุดสำหร





