LOGINบรรยากาศในช่วงเช้าของวันหยุดสัปดาห์ฟ้าโปร่งใสอากาศดีกว่าวันไหน พาคินน์ถูกชวนให้ออกรอบตีกอล์ฟด้วยกันกับก๊วนเพื่อนสนิท
“เฮ้ ไอ้คินน์ไม่เจอกันสักพักเลย คิดถึงมึงว่ะ” ไวท์เพื่อนสนิทเข้ามากอดพร้อมกับตบหลังเบาๆ
“คิดถึงเหมือนกันครับ เพื่อนไวท์”
“พวกมึงคิดไงออกรอบเช้าวะ” ขุนพลเอ่ยถาม
“อากาศดีเหมาะกับการตีกอล์ฟขนาดนี้มึงยังถามอีกเหรอวะ ไอ้ขุน”
“เออ กูไม่เถียง” ขุนพลหยิบไม้กอล์ฟดึงออกมาจากถุง
“แล้วไอ้เจตน์ล่ะ” พาคินน์เอ่ยถามถึงเพื่อนอีกคน
“เมื่อกี้ก่อนจะมาสนามมันบอกกูว่าไปเข้าห้องน้ำ” เป็นขุนพลที่บอกพร้อมกับซ้อมสวิงไม้กอล์ฟ
“นั่น ไอ้เจตน์มาละ” ไวท์ที่เห็นเพื่อนเดินเข้ามาใกล้เอ่ยบอก
เจตน์โบกมือทักทายเพื่อนก่อนจะเดินเข้ามาในกลุ่ม
“หวัดดีฮะทุกคน สบายดีไหม โดยเฉพาะมึงไอ้คินน์” เจตน์เดินเข้ามาใกล้พาคินน์แล้ววาดแขนกอดคอพาคินน์
“โอ๊ย! ไอ้เจตน์กูเจ็บ มึงปล่อยกูก่อน”
เจตน์กอดล๊อกคอเขาแน่นเหมือนตอนสมัยเรียนที่มันชอบแกล้งเขาบ่อยๆ
ไอ้เพื่อนเวร!
เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพื่อนกับคนอย่างมันได้ยังไง เขาน่าจะเลิกคบมันไปตั้งแต่ตอนนั้นก็ดี
“โธ่ แค่นี้ทำเป็นสำออยนะมึง”
เจตน์ยอมปล่อยแต่โดยดี แล้วจ้องมองเขาด้วยใบหน้ายียวนกวนประสาทจนต้องประเคนขาฟาดไปที่ก้นของมัน
“โอ๊ย!”
“พวกมึงสองคนนี่เจอกันทีไรยังแกล้งกันเป็นเด็กไม่เลิกเลยนะ” ไวท์กับขุนพลมองหน้าเพื่อนทั้งสองด้วยใบหน้าเหนื่อยหน่าย
“ไปกันเลยไหม เดี๋ยวจะไม่สนุก”
ขุนพลพูดขึ้นแล้วเดินขึ้นไปนั่งรถคาร์ทที่มีแคดดี้ทำหน้าที่เป็นสารถีพ่วงมาด้วย ทั้งสามคนที่เหลือขึ้นรถคาร์ทคนละคัน เพื่อจะไปสนามกอล์ฟอีกฝั่ง
ทั้งสี่หนุ่มนั่งรถมาถึงสนามเตรียมตัวหยิบไม้กอล์ฟที่ถนัดและไม้โปรดของตัวเองออกมาซ้อมสวิงก่อนจะเริ่มตีจริง
“กูเห็นข่าวมึงเปิดตัวแฟนใหม่เหรอวะ ไอ้คินน์” ไวท์ถามพาคินน์ที่ยืนสวิงแขนอยู่ข้างๆ
“แฟนใหม่อะไรล่ะ มันก็แค่ข่าว มึงสนใจข่าวบันเทิงตั้งแต่เมื่อไหร่”
เท่าที่จำได้ไอ้ไวท์มันไม่ค่อยสนใจข่าวบันเทิงเหมือนข่าวหุ้นนี่
“ตั้งแต่มีเพื่อนเป็นคนดังแบบมึงไง”
“งั้นเหรอ” พาคินน์ยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ
“กูเคยเข้าไปดูไอจีน้องเขาด้วยนะ โปรไฟล์โคตรดีเลยว่ะ ไอ้คินน์มึงมีแฟนทั้งทีไม่พามาให้เพื่อนรู้จักบ้างเหรอ” ขุนพลเดินเข้ามาร่วมวงสนทนา
“เออใช่ เดี๋ยวนี้หวงแฟนแม้กระทั่งกับเพื่อนเหรอวะ” เจตน์พูดเสริมอีกคน
พาคินน์แทบจะกุมขมับเพราะไม่รู้จะพูดเรื่องนี้กับเพื่อนยังไงดี
“ใจเย็นนะเพื่อน กูกับน้องเขาไม่ได้เป็นแฟนกันอย่างที่ออกข่าว” พาคินน์ตั้งสติเพื่อบอกเพื่อนทั้งสาม แต่เหมือนว่าเพื่อนจะไม่เชื่อ
“ไอ้คินน์มึงอย่ามา...” ไวท์ทำหน้าไม่เชื่อ
“หวงแฟนก็บอกมาเถอะ” เจตน์พูดเสริม
“ไม่เชื่อก็แล้วแต่พวกมึงแล้วกัน กูจะเล่นกอล์ฟ”
พาคินน์เดินแหกวงออกมาแล้วเตรียมเหวี่ยงไม้กอล์ฟตีลูก
วันหยุดแทนที่จะได้นอนตีขาเล่นสบายบนเตียง เฌอรีนกลับถูกลากมาตีกอล์ฟกับป๊าและพี่ภีมทั้งที่เธอไม่ได้อยากมาด้วย อีกทั้งกอล์ฟยังเป็นกีฬายอดแย่ของเธออีกต่างหาก แต่เพราะถูกเคี่ยวเข็ญให้เล่นตั้งแต่เด็กจึงพอเล่นได้บ้าง
“ป๊าก็รู้ว่าเฌอไม่ชอบเล่นกอล์ฟ จะลากเฌอมาด้วยทำไมก็ไม่รู้” เฌอรีนบ่นพึมพำขณะเดินไปหยิบลูกกอล์ฟที่อยู่ห่างไม่ไกลนัก
“ยังไม่หยุดทำหน้าบูดอีกเหรอ” พี่ภีมเอ่ยถามเฌอรีนที่ถูกปลุกให้ตื่นเช้ามาตีกอล์ฟด้วยกัน
“เฮ้อ”
เฌอรีนไม่ตอบแต่ถอนหายใจใส่
“วันหยุดทั้งทีได้มาออกกำลังกาย สูดอากาศแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ” ป๊า บอกด้วยสีหน้ามีความสุขซึ่งต่างจากเธอ
“มันก็ดีอยู่หรอกค่ะป๊า แต่ว่าตื่นเช้าไปเฌอไม่ไหว”
“หัดตื่นเช้าแบบนี้แหละดีแล้ว จะได้มีเวลาทำอย่างอื่นเพิ่มขึ้นดีกว่าตื่นสายเป็นไหนๆ” ป๊าทำเสียงเข้มใส่เธอในตอนท้ายก่อนจะสวิงไม้เพื่อตีลูกกอล์ฟ
ฟิ้ว!
ลูกกอล์ฟตีห่างออกไปไกลตกอยู่อีกฝั่งของสนาม
“สวยครับ ตีได้สวยเลยครับป๊า” พี่ภีมปรบมือให้ป๊ารัวๆ
“ขอบใจ ตีกอล์ฟเสร็จชวนม๊าไปทานข้าวกันไหม” ชายสูงวัยร่างท้วมที่มีพุงยื่นออกมาเล็กน้อยหันมาถามลูกทั้งสอง
“ไหนๆ วันนี้ก็หยุดกันหมด ผมว่าเราไปเที่ยวทะเลใกล้ๆ ด้วยดีไหมครับป๊า” ภีมเสนอเพิ่มเติม
“ดี ไปค้างด้วยยิ่งดีค่ะป๊า” เฌอรีนเห็นด้วย
“แหม พอพูดเรื่องเที่ยวยิ้มหน้าบานเลยนะ ยัยเฌอ”
“ก็เฌอไม่ได้ไปเที่ยวทะเลมาสักพักแล้วนี่น่า อีกอย่างก็ถือเป็นการชวนม๊าไปเปิดหูเปิดตาด้วย” เพราะม๊าอยู่ติดกับบ้านไม่ค่อยได้ไปไหน
“ไอเดียดี ลูกอยากพักโรงแรมไหนหาข้อมูลจองห้องกันเองเลยนะ”
เยส! วันหยุดของเธอไม่เฉาแล้ว เตรียมชุดว่ายน้ำสวยๆ แซ่บๆ ไปถ่ายรูปหลายชุดดีกว่า
เฌอรีนคิดไปแล้วยิ้มกับตัวเอง ขนาดแค่คิดยังมีความสุขขนาดนี้เลยอ่ะ
“งั้นเรากลับเลยไหมคะป๊า เฌอจะได้กลับไปเตรียมชุดไปเที่ยว”
“เอางั้นเหรอ” ภีมตั้งคำถาม
“โอเค งั้นเรากลับกันเถอะ” ป๊าพูดขึ้น
เฌอรีนรีบเดินไปเก็บไม้กอล์ฟเข้าถุงทันที แล้วยังทำตัวมีความสุขจนภีมเริ่มหมั่นไส้
“ป๊าดูน้องสิครับ ตอนเล่นกอล์ฟเหมือนจะตาย พอจะไปเที่ยวทำหน้ามีความสุขจนน่าหมั่นไส้”
“อย่าไปว่าน้องเลยน่า”
เพราะเป็นลูกคนสุดท้องเลยค่อนข้างถูกตามใจอยู่มาก
สามพ่อลูกนั่งรถคาร์ทกลับมาที่รถส่วนตัว เฌอรีนฮัมเพลงในลำคอท่าทางมีความสุขพร้อมกับเปิดท้ายกระโปรงรถแล้วยกถุงกอล์ฟตัวเองใส่
“นั่น ใช่คนที่เป็นข่าวกับมึงปะ ไอ้คินน์”
ขุนพลที่ติดตามหญิงสาวในไอจีจำได้ทันทีว่าเธอคือเฌอรีนที่กำลังตกเป็นข่าวกับเพื่อนของเขา
พาคินน์หันไปมองทางที่ขุนพลชี้ก็พบว่าเป็นยัยเด็กแสบจริงๆ ที่อยู่ในชุดตีกอล์ฟกำลังยกถุงกอล์ฟใส่หลังรถ
อะไรมันจะบังเอิญขนาดนี้
“มองอะไรกันเหรอ” ไวท์ที่อยากรู้สอดหน้าเข้ามาถาม
“นั่นคนที่เป็นข่าวกับมึงไม่ใช่เหรอ” เป็นเจตน์ที่ถามอีกคน
“ใช่”
“ฮาย ใช่น้องเฌอรีนไหมครับ”
ไวเท่าพาคินน์ ไอ้ขุนพลเดินเข้าไปทักทายหญิงสาวด้วยใบหน้าร่าเริงราวกับเฟรนลี่สุด
เฌอรีนที่ถูกเรียกเห็นผู้ชายร่างสูงในชุดตีกอล์ฟก็งงไม่น้อยว่าเขาคือใคร
“อ้อ พี่ชื่อขุนพลเพื่อนไอ้... ไม่สิ พาคินน์ครับ”
“อ๋อค่ะ”
เฌอรีนตอบกลับงงๆ และมองไปทางด้านหลังก็เจอกับสายตาคมดุของบอสที่กำลังเดินมากับกลุ่มเพื่อน
มาตีกอล์ฟเหมือนกันเหรอ?
“ใครเหรอเฌอ” ภีมยืนข้างน้องสาวแล้วถามทันที
“คุณอา สวัสดีครับ” เสียงพาคินน์ที่เอ่ยทักทายป๊าของเธอที่กำลังเดินออกมาจากหลังประตูรถ
“อ้าว คินน์มาตีกอล์ฟเหมือนกันเหรอ” ป๊าเธอเข้าไปทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้มราวกับสนิทสนมรู้จักกันมานาน
“ครับ กำลังจะกลับเหรอครับ คุณอา”
“ใช่ แล้วช่วงนี้เป็นไงบ้าง สบายดีไหม”
“สบายดีครับคุณอา แต่งานยังยุ่งเหมือนเดิม”
“ดีๆ งานยุ่งเท่ากับกิจกรรมกำลังรุ่งเรือง แล้วม๊าคินน์เป็นไงบ้าง ได้ข่าวว่าเข้าโรงพยาบาลไม่สบายเหรอ” ป๊าเธอถามด้วยความห่วงใย
“ล่าสุดที่โทรคุยกันก็ดีขึ้นมากแล้วครับ ช่วงนี้ม๊าน่าจะยังไม่ชินกับอากาศหนาวที่จีนอาจจะต้องปรับตัวอีกหลายอาทิตย์” พาคินน์พูดคุยอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ติดเกรงสักนิด
“ไอ้คินน์มันรู้จักพ่อน้องเฌอรีนด้วยว่ะ ไม่ธรรมดา” กลุ่มเพื่อนของพาคินน์แอบกระซิบกระซาบคุยกัน
“อ๋อ ว่างๆ ไปกินข้าวกับอาด้วยกันสิ แต่ตอนนี้อาคงต้องขอตัวกลับก่อนนะ เดี๋ยวมีไปเที่ยวต่อ”
“ครับ ไว้นัดทานข้าวด้วยกันนะครับ”
ป๊าเฌอรีนไม่ตอบแต่พยักหน้าตอบรับแล้วเดินไปขึ้นรถ
“เฌอไปกันเถอะ”
“ค่ะ เฌอขอตัวนะคะ” เฌอรีนยิ้มหวานส่งท้ายแล้วเดินไปขึ้นรถ
“ว้าว น้องเฌอรีนโคตรน่ารักเลยอ่ะ” ไวท์โดนความสวยน่ารักของหญิงสาวตกเข้าเต็มๆ
“กลับกันเถอะ พวกมึงจะยืนอีกนานไหม” พาคินน์พูดเสียงดังเพราะเพื่อนตัวดีทั้งสามคนเอาแต่ทำตาเคลิ้มมองตามแผ่นหลังเล็กของหญิงสาว
วันอาทิตย์เป็นวันครอบครัวที่ทุกคนจะมาร่วมวงรับประทานอาหารด้วยกัน โดยสลับสถานที่ระหว่างบ้านคฑากุลกับบ้านอมรรัตน์ และมีบางสัปดาห์ที่จะนัดเจอกันที่ร้านอาหารพาคินน์อุ้มลูกชายตัวน้อยไว้ด้วยแขนเพียงข้างเดียว มืออีกข้างถือกระเป๋าของลูกน้อยเอาไว้ เดินตามภรรยาสาวที่เริ่มมีพุงยื่นขยายเป็นทรงกลมจากการตั้งครรภ์ลูกคนที่สองเข้าบ้านคฑากุล“คุณพ่อคุณแม่ สวัสดีค่ะ” สะใภ้สาวยกมือไหว้พ่อแม่สามีที่ออกมารับถึงหน้าบ้านและยิ้มน่ารักตอบแทน“สวัสดีจ้ะ เอ๊ะ ใครเอ่ย? น้องคีนหลานย่ารึเปล่านะ มามะ... มาหาย่าดีกว่า” ผู้เป็นย่าเอ่ยหยอกเย้าทักทายหลานชายตัวน้อย“เจอคุณย่าแล้วยิ้มดีใจใหญ่เลยนะ เจ้าคีน” ว่าพลางจิ้มแก้มนุ่มแดงของลูกชายด้วยความมันเขี้ยวเด็กชายคีริน หรือน้องคีน เป็นเด็กคลอดง่ายเลี้ยงง่าย มีผิวพรรณขาวใส ตากลมโตเหมือนแม่ แต่ได้เครื่องหน้าหล่อเหลาและมีอีคิวสูงเหมือนพ่อ เรียกได้ว่าเลือกเอาแต่ลักษณะเด่นของทั้งคู่ไปอย่างลงตัว และด้วยความเป็นลูกคนแรกบวกกับอยากมีหลานเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทำให้ม๊ากับป๊ารักและเอ็นดูน้องคีนเป็นที่สุด ถึงขั้นทุ่มเงินหลายล้านเพื่อรับขวัญหลานชายคนแรกเป็นทองคำแท่งสิบบาทกับเงินสดอีกห้าล้า
สองเดือนถัดมาพิธีหมั้นสไตล์จีนถูกจัดขึ้นในโรงแรมควีนส์ โดยเชิญแขกเพียงญาติและเพื่อนของทั้งสองฝ่ายมาร่วมงาน หลังจากจบพิธีมีการทานอาหารร่วมกันซึ่งเป็นอาหารแบบโต๊ะจีนหนึ่งสัปดาห์หลังจากพิธีหมั้น พาคินน์ให้ทนายความนำเอกสารการจดทะเบียนสมรสไปให้เธอเซ็นถึงที่ เนื่องจากตารางงานเต็มทั้งคู่ แม้จะพยายามเคลียร์งานหากยังมีเวลาไม่ตรงกัน เพื่อความสะดวกจึงให้ทนายดำเนินเรื่องเอกสารแทนสามวันให้หลังเฌอรีนได้ย้ายเข้ามาอยู่กับคู่หมั้นหนุ่มที่คอนโดมิเนียมตามที่ตกลงกันไว้ว่าจะทดลองอยู่ด้วยกันก่อนแต่ง “จัดของยังไม่เสร็จเหรอครับ”พาคินน์พาตัวเองเข้ามาในห้องนอนและพบว่าห้องที่เคยกว้างกลับดูแคบลงถนัดตา มีการจัดตกแต่งห้องเปลี่ยนผ้าปูที่นอนใหม่เป็นโทนสีสดใส มีเครื่องสำอางผู้หญิงวางเรียงหน้าโต๊ะเครื่องแป้งและตู้เสื้อผ้าที่เคยโล่งบัดนี้กลับเต็มแน่น“ใกล้จะเสร็จแล้วค่ะ” เฌอรีนเงยหน้าคุยกับเขานิดเดียวแล้วยื่นแขนแขวนเสื้อบนราว“หิวน้ำไหม พี่เอาน้ำมาให้” ร่างใหญ่เดินเข้ามาใกล้ร่างเล็กที่ง่วนกับการจัดเก็บเสื้อผ้า“ขอบคุณค่ะ พี่คินน์น่ารักจัง” เธอรับแก้วมาดื่มน้ำจนหมดจึงยื่นแก้วกลับคืนและยังให้รางวัลตอบแทนด้วยการหอมแก้ม
โรงแรมควีนส์“เชิญครับ” พาคินน์เปิดประตูห้องสวีตให้แฟนสาวน้อยเดินเข้าไปก่อน“วิวสวยจัง” บอกแล้วห่อปากตกตะลึงกับวิวเมืองศิวิไลซ์ที่มีแสงวิบวับประกายจากยอดตึกสูงไล่ระดับ ช่างเป็นเมืองที่ไม่เคยหลับใหลเลยจริงๆ“พี่ว่าเฌอสวยกว่า”เสียงห้าวกระซิบบอกใกล้ใบหูและวาดแขนโอบรอบเอวเล็กคอดกระชับกายเข้าหาจนสัมผัสถึงความอบอุ่นจากร่างใหญ่ที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง“พี่คินน์ปากหวาน”เฌอรีนตอบกลับเสียงใสพลางเอียงคอไปด้านซ้ายเล็กน้อยเมื่อแฟนหนุ่มยื่นคางวางบนไหล่เล็กแล้วกระชับอ้อมกอดแน่น สายตาสองคู่ทอดยาวออกไปนอกหน้าต่างที่กรุด้วยกระจกใสที่ทำให้สามารถมองเห็นวิวเมืองยามค่ำสุดน่าทึ่งหนุ่มสาวยืนชื่นชมสิ่งที่อยู่ตรงหน้าโดยไร้บทสนทนาจนได้ยินเสียงลมหายใจกันและกันชัดเจนท่ามกลางความเงียบงันความใกล้ชิดกับกลิ่นหอมเย้ายวนจากร่างนุ่มดึงดูดให้ชายหนุ่มอดใจไม่ไหว ปากหยักหนากดฝังลงขมับบางและกลุ่มผมนุ่มหอมซ้ำหลายครั้งด้วยความรักใคร่ผสมปนโหยหาจากเบื้องลึก ฟัดแก้มนุ่มอีกหลายทีด้วยความมันเขี้ยวแล้วลามและเล็มกรอบหน้างามก่อนเลื่อนใบหน้าซุกไซ้ซอกคออ่อนเนียนที่มีกลิ่นหอมหวาน“อื้อ พี่คินน์อย่า...” อยากต่อต้านสัมผัสวาบหวาม หากร่างกา
หลังจากเรียนจบเฌอรีนไม่ได้ตัดสินใจทันทีว่าจะเรียนต่อปริญญาโทต่างประเทศหรือทำงานในบริษัท ช่วงนี้เธอจึงมีเวลาว่างถึงว่างมากจึงหันมาเล่นโซเชียลทำคอนเท้นต์ ไฮโซสาวที่มียอดผู้ติดตามเกือบหนึ่งล้านคนจึงกลายเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วผ่านคอนเท้นต์ต่างๆ มีคลิปไวรัลหลายคลิปจนมีบริษัทติดต่อเข้ามาเป็นสปอนเซอร์ให้เธอช่วยโปรโมตแบรนด์สินค้าผ่านช่องทางของเธอ และยังได้ร่วมงานอีเว้นท์กับโฆษณาอีกหลายชิ้นภายในระยะเวลาไม่ถึงสามเดือนกับการทำงานคอนเท้นต์-ครีเอเตอร์หรืออีกชื่อว่าอินฟลูเอนเซอร์ผ่านโซเชียลมีเดียทำให้เธอสามารถกอบโกยรายได้มากถึงหกหลักแถมมาด้วยผู้ติดตามช่องที่เพิ่มขึ้นบริษัทแบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังของไทยติดต่อเข้ามาเรื่องถ่ายแบบ เธอจึงตอบตกลงรับงานเนื่องจากถูกทาบทามหลายครั้ง ทั้งยังเป็นการร่วมงานครั้งแรกกับแบรนด์เสื้อผ้า และมิลลี่ได้กลายเป็นผู้จัดการส่วนตัวไปโดยปริยาย ตั้งแต่รับงานถ่ายแบบโฆษณาตัวแรก ทั้งคู่มาถึงสถานที่ถ่ายแบบ เฌอรีนถูกแยกไปแต่งหน้าทำผม ส่วนมิลลี่ขอคุยกับทีมช่างภาพเพิ่มเรื่องการถ่ายแบบ คุยเสร็จจึงเข้ามานั่งรอในห้องแต่งหน้า เฌอรีนถูกช่างแต่งหน้าทำผมรุมร่วมชั่วโมง จากนั้นเปลี่ยนชุดสำหร
เวลาหนึ่งสัปดาห์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว วันนี้เป็นวันสุดท้ายในฐานะเด็กฝึกงานของเฌอรีน และลดา เลขานุการสาวที่เป็นพี่เลี้ยงคอยสอนงานตลอดช่วงสามเดือนที่ผ่านมาได้เสนอไอเดียว่าอยากให้มีการเลี้ยงส่งเธอเป็นครั้งสุดท้ายในฐานะเด็กฝึกงาน พาคินน์รับเรื่องทันทีแล้วโทรจองร้านอาหารสำหรับเลี้ยงส่งแฟนสาวคืนนี้“เราไปกันแค่สามคนเหรอคะ” เฌอรีนถามพาคินน์“อืม เฌออยากให้ใครไปด้วยอีกเหรอ”“ถ้าเฌอจะขอชวนมิลลี่ เพื่อนเฌอมาด้วยจะได้ไหมคะ เฌอว่าแค่สามคนคงไม่สนุก”“ได้สิครับ งั้นพี่โทรเรียกเพื่อนพี่มาด้วยดีไหม”“ดีค่ะ เฌอว่าหลายคนน่าจะสนุก”“พี่ก็ว่างั้น รีบกินข้าวกันเถอะจะได้เวลาเข้างานแล้ว” ช่วงพักเที่ยงเป็นเวลาสั้นๆ ที่ได้ใช้เวลาร่วมกันผ่านไปอย่างรวดเร็วเวลาห้าโมงเย็นได้เวลาเลิกงานพอดี เฌอรีนกำลังเก็บกระเป๋าและไม่ลืมเติมลิปสติกให้ปากน่าจูบ ระหว่างนั้นลดาที่เพิ่งทำงานเสร็จก็เริ่มเก็บกระเป๋าเตรียมตัวไปเลี้ยงส่งเฌอรีนคืนนี้“เก็บของเสร็จรึยังครับสาวๆ” พาคินน์ถามขึ้น&
หลังจากลาพักรักษาตัวเป็นเวลากว่าสองสัปดาห์เต็มจนอาการดีขึ้นเฌอรีนจึงกลับมาทำงานปกติและเป็นสัปดาห์สุดท้ายของการเป็นเด็กฝึกงานกับเคที แอสเสท หลายคนพอเห็นหญิงสาวก็ยิ้มให้และยังมีท่าทางเกรงใจ คงเป็นเพราะข่าวนั้นสินะ ทุกคนถึงมีท่าทีแปลกไปกันหมด“พี่ลดา สวัสดีค่ะ” เฌอรีนเอ่ยทักทายลดาที่กำลังค้นบางอย่างในกระเป๋าตัวเอง“อ้าว น้องเฌอกลับมาทำงานแล้วเหรอคะ” ลดาเงยหน้าจากกระเป๋าเพ่งสายตามาที่ร่างบาง“ค่ะ หวังว่าช่วงที่เฌอไม่อยู่งานจะไม่เยอะมากนะคะ” พลางวางกระเป๋าบนโต๊ะและขยับเก้าอี้เพื่อนั่ง“อย่าให้พี่ได้พูดเลยค่ะน้องเฌอ แต่เดือนหน้าพี่ได้รับแจ้งมาว่าจะมีผู้ช่วยเลขาฯ เข้ามาเป็นผู้ชายหนึ่งคน ถึงตอนนั้นงานพี่ก็น่าจะเบาลงบ้าง”“วันนี้พี่ลดามีงานอะไรให้เฌอช่วยไหมคะ”“พี่มีงานให้น้องเฌอช่วยเยอะเลยจ้ะ ไม่ต้องห่วง แต่ตอนนี้พี่ขอกาแฟก่อน”“ได้ค่ะ เอาเหมือนเดิมนะคะ”“ใช่จ้ะ”ร่างบางเดินตรงไปยังครัวเล็กด้านหลังโต๊ะทำงานเพื่อชงกาแฟให้ลดาและขอ




![บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


