Masukเฌอรีนเดินเข้ามาถึงห้องทำงานใหญ่ของบอสหนุ่ม สายตามองตามร่างสูงที่กำลังทิ้งตัวนั่งบนโซฟารับแขกพลางยกขาซ้ายไขว่ห้างแล้วเอนหลังแนบไปกับทรงโซฟา ทว่าสายตาคมกลับมองตรงมาที่เธอ
“จะยืนอีกนานไหม” เสียงเข้มดุเหมือนตอนอยู่ในคลาสวิชาดังขึ้น
“คะ” เฌอรีนเหลอหลาไม่เข้าใจที่เขาพูด
“...”
พาคินน์ไม่พูดซ้ำแต่สายตาดุที่มองมาทำให้เธอต้องขยับตัวไปนั่งโซฟาตรงข้ามกับเขา
“เห็นข่าวแล้วใช่ไหม”
“ค่ะ” เฌอรีนตอบกลับสั้นๆ
“แล้วไม่ถามหน่อยเหรอว่าเป็นฝีมือใคร” ประโยคของเขาทำให้เฌอรีนเงยหน้ามาสบตากับเขา
“เฌอไม่ได้สนใจค่ะ ไม่อยากรู้” เธอบอกตรงๆ ราวกับไม่แคร์เหมือนที่พูดมา
“งั้นเหรอ”
“แล้วบอสเรียกเฌอมาเพื่อจะคุยแค่เรื่องนี้เหรอคะ”
“จริงๆ ก็มีหลายเรื่อง แต่เธอยืนยันว่าไม่ได้สนใจ ฉันก็ไม่มีเรื่องจะคุยแล้วออกไปได้” พูดจบร่างสูงก็ลุกขึ้นแล้วพาตัวเองเดินไปยังโต๊ะทำงาน
“งั้นเฌอขอตัวนะคะ”
บ้าอะไรเนี่ย เรียกมาแค่นี้เนี่ยนะ
เฌอรีนเปิดประตูออกมาจากห้องทำงานก็เจอกับลดาที่หน้าประตูสายตาดูเลิ่กลั่กราวกับถูกจับได้ว่ายืนแอบฟังเธอกับบอส
“อะ เอ่อ...” ลดาหาเสียงตัวเองไม่เจอ
“พี่ลดาแอบฟังเฌอกับบอสคุยกันเหรอคะ” เฌอรีนกระซิบถามลดาข้างใบหูจนอีกฝ่ายสะดุ้งเผยพิรุธ
“ปะ... เปล่านะ พี่ไม่ได้แอบฟัง” ลดารีบปฏิเสธแล้วเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงาน
“แล้วเมื่อกี้พี่ลดาได้ยินอะไรบ้างคะ” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเฌอรีนปรากฏบนใบหน้า
เฌอรีนเดินมาหยุดยืนหน้าโต๊ะทำงานลดาพร้อมกับกางแขนเรียวราวกับคุกคาม
“มะ... ไม่ได้ยินอะไรค่ะ น้องเฌอ” ท่าทางของเด็กสาวทำให้ลดาหวั่นกลัวเพราะในใจลึกๆ คิดว่าถ้าเฌอรีนเป็นแฟนกับบอสจริง เธอซวยแน่ที่ไปแอบฟังเรื่องส่วนตัวของเจ้านาย
“ฮะฮ่าๆ”
เฌอรีนปล่อยเสียงหัวเราะชอบใจ หลังจากได้แกล้งพี่เลี้ยงฝึกงานได้สำเร็จ ทำให้เธอเริ่มรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย
“น้องเฌอขำอะไรคะ” ลดาเริ่มทำหน้าไม่สู้ดี
“ได้แกล้งพี่ลดาแล้วสนุกดีจัง ไม่ต้องห่วงว่าเฌอจะไปฟ้องบอสหรอกนะคะ เฌอบอกแล้วไงคะ ว่าบอสกับเฌอไม่ได้เป็นแฟนกันเหมือนในข่าว”
“พี่เชื่อแล้วก็ได้ค่ะ”
ลดาเอามือทาบอกแล้วถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก เพราะตอนแรกกลัวว่าเฌอรีนจะเอาเรื่องที่ตัวเองแอบฟังไปฟ้องบอส ซึ่งเธอรู้อยู่แก่ใจอยู่แล้วว่าบอสไม่ชอบเรื่องเสียมารยาทนี้มากแค่ไหน
แต่ทำไงได้ล่ะ คนมันอยากเผือก
เฌอรีนกลับมานั่งทำงานที่โต๊ะตัวเองหลังจากได้แกล้งพี่ลดา อารมณ์หม่นหมองก่อนหน้ารู้สึกดีขึ้นมาทันที ส่วนเรื่องข่าวเธอไม่ได้สนใจเหมือนที่พูดกับบอสนั่นแหละ
บ้าบอสิ้นดี!
กระแสข่าวเปิดตัวแฟนของเขาทำให้เพื่อนรอบตัวโทรมาถามและแชทถามเข้ามาไม่หยุด อีกทั้งสายของมารดาที่โทรข้ามประเทศเข้ามาอีกหลายสายที่ไม่ได้รับอีก ทั้งหมดนี้เริ่มกวนใจเขาจนไม่มีสมาธิในการทำงานได้อีกต่อไป
พาคินน์วางมือจากงานตรงหน้าทั้งหมดเอนแผ่นหลังไปกับทรงเก้าอี้ หลับตาแล้วนวดคลึงขมับ
ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องอยากรู้เรื่องเขาขนาดนั้น
“เฮ้อ”
พาคินน์หยิบโทรศัพท์ขึ้นจากโต๊ะทำงานแล้วกดอ่านข้อความแชทหลายข้อความที่ส่งมาไม่หยุด มีสายที่ไม่ได้รับจากมารดาที่ทั้งโทรเข้ามาในไลน์และโทรศัพท์อีกสิบกว่าสาย
ไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะฮอตขนาดนี้!
“ฮัลโหลครับม๊า” พาคินน์ต่อสายหามารดาซึ่งรับสายทันที
“ฮัลโหลอาคินน์กว่าจะโทรกลับหาม๊าได้นะ” เสียงม๊าบ่นเข้ามาในสาย
“ม๊าโทรมาหาผมหลายสายมีเรื่องอะไรรึเปล่าครับ”
“เรื่องอะไรล่ะ ก็เรื่องที่ลื้อเปิดตัวแฟนเนี่ยมันเรื่องจริงรึเปล่า เขาเป็นลูกเต้าเหล่ากอที่ไหนม๊าจะได้ไปขอให้ลื้อ”
“ไปกันใหญ่แล้วม๊ามันเป็นแค่ข่าว นักข่าวเอาไปทำข่าวมั่วๆ” หัวจะปวดกับม๊า
“อ้าว สรุปยังไงเนี่ย ตอนลื้อมีข่าวกับแม่ดาราคนนั้นไม่เห็นมีข่าวเปิดตงเปิดตัวคบ ม๊าก็คิดว่าคนนี้ของจริง”
“ม๊าอย่าคิดเองเออเองสิครับ ช่วงนี้ป๊าบอกม๊าไม่ค่อยสบายทำไมไม่พักผ่อนเยอะๆ ครับ” พาคินน์เปลี่ยนเรื่อง
“ม๊ารู้น่าไม่ต้องบอกหลายรอบ ลื้อก็รีบแต่งงานมีหลานให้ม๊าอุ้มเร็วๆ เถอะ รอนานแล้วนะ รอจนไม่รู้เลยว่าจะตายวันตายพรุ่ง”
พาคินน์ส่ายหัวกับเรื่องเดิมที่ม๊าพูดซ้ำมากที่สุดในปีนี้
“ผมอายุยี่สิบเก้าเองนะม๊าจะให้รีบแต่งงานมีลูกไปไหน”
“ยี่สิบเก้าอะไรปีนี้ลื้อจะสามสิบแล้ว ลื้อจำอาแชมป์ได้ไหม อายุเท่าลื้อแต่อาแชมป์แต่งงานจนมีลูกคนที่สองเพิ่งคลอดเดือนที่แล้วเอง”
ม๊าก็คือม๊าสินะ เขาเริ่มปวดไมเกรนขึ้นมาอีกละ
“ครับ ผมต้องทำงานต่อแล้วครับม๊า” พาคินน์ไม่อยากต่อคำกับม๊าให้ยาวจึงเอ่ยตัดบท
“ถ้าแน่ใจแล้วก็พามาให้ม๊ามารู้จักด้วยนะ” ม๊าพูดทิ้งท้าย
เขาคุยงานกับลูกค้ายังเข้าใจง่ายกว่าคุยกับม๊าอีก
ก๊อกๆ!
“ขออนุญาตค่ะ บอสคะได้เวลาประชุมแล้วค่ะ” ลดาเปิดประตูเข้ามาบอก
“โอเค เดี๋ยวตามไป” พาคินน์ตอบกลับ
พาคินน์ลุกจากโต๊ะทำงานแล้วเดินออกไปยังห้องประชุมใหญ่ ซึ่งจะมีประชุมสัปดาห์ละครั้งสำหรับอัปเดตงานในหัวข้อเรื่องต่างๆ และแน่นอนว่าเฌอรีนเองก็ได้เข้าร่วมประชุมครั้งแรก
บรรยากาศในห้องประชุมเงียบกริบเหมือนไม่มีใครอยู่ ทั้งที่นั่งอยู่เต็มที่นั่ง แล้วพาคินน์ก็เดินเข้ามาในห้องประชุมทำให้บรรยากาศยิ่งเงียบและดูตึงเครียดมากกว่าเดิม เฌอรีนนั่งถัดจากลดาขยับตัวเล็กน้อย สายตาจับจ้องมองร่างสูงที่ขยับตัวนั่งหัวโต๊ะ ใบหน้าเรียบขรึมและดูจริงจังกว่าทุกครั้งที่เธอเคยเห็น
“หวังว่างานจะคืบหน้ากว่าสัปดาห์ที่แล้วนะครับ” เสียงเข้มของประธานหนุ่มพูดผ่านไมโครโฟน
พอเริ่มการประชุมสีหน้าทุกคนในห้องประชุมดูจริงจังกันมากขึ้น เธอตั้งใจฟังรุ่นพี่ที่ยืนอัปเดตงานหน้าจอโปรเจคเตอร์ หูฟังไปด้วยมือก็จดบันทึกข้อมูลสำคัญไปด้วย
“หน้างานไซต์นี้ก็มีอัปเดตประมาณนี้ครับ”
พาคินน์พยักหน้า
“วันนี้ผมมีตารางไปดูไซต์งานนี้ไหมครับคุณลดา” พาคินน์หันมาถามเลขานุการ
“มีตอนบ่ายโมงค่ะบอส”
“บ่ายโมงเธอเตรียมตัวไปดูหน้างานกับฉันนะ รัชชนันท์” พาคินน์หันมาสบตากับเธอ
“ค่ะบอส”
“โอเค ถ้าไม่มีอะไรแล้ว แยกย้ายไปทำงานได้ครับ”
พาคินน์ลุกจากที่นั่งแล้วเดินออกไปก่อน ตามด้วยคนอื่นๆ
วันอาทิตย์เป็นวันครอบครัวที่ทุกคนจะมาร่วมวงรับประทานอาหารด้วยกัน โดยสลับสถานที่ระหว่างบ้านคฑากุลกับบ้านอมรรัตน์ และมีบางสัปดาห์ที่จะนัดเจอกันที่ร้านอาหารพาคินน์อุ้มลูกชายตัวน้อยไว้ด้วยแขนเพียงข้างเดียว มืออีกข้างถือกระเป๋าของลูกน้อยเอาไว้ เดินตามภรรยาสาวที่เริ่มมีพุงยื่นขยายเป็นทรงกลมจากการตั้งครรภ์ลูกคนที่สองเข้าบ้านคฑากุล“คุณพ่อคุณแม่ สวัสดีค่ะ” สะใภ้สาวยกมือไหว้พ่อแม่สามีที่ออกมารับถึงหน้าบ้านและยิ้มน่ารักตอบแทน“สวัสดีจ้ะ เอ๊ะ ใครเอ่ย? น้องคีนหลานย่ารึเปล่านะ มามะ... มาหาย่าดีกว่า” ผู้เป็นย่าเอ่ยหยอกเย้าทักทายหลานชายตัวน้อย“เจอคุณย่าแล้วยิ้มดีใจใหญ่เลยนะ เจ้าคีน” ว่าพลางจิ้มแก้มนุ่มแดงของลูกชายด้วยความมันเขี้ยวเด็กชายคีริน หรือน้องคีน เป็นเด็กคลอดง่ายเลี้ยงง่าย มีผิวพรรณขาวใส ตากลมโตเหมือนแม่ แต่ได้เครื่องหน้าหล่อเหลาและมีอีคิวสูงเหมือนพ่อ เรียกได้ว่าเลือกเอาแต่ลักษณะเด่นของทั้งคู่ไปอย่างลงตัว และด้วยความเป็นลูกคนแรกบวกกับอยากมีหลานเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทำให้ม๊ากับป๊ารักและเอ็นดูน้องคีนเป็นที่สุด ถึงขั้นทุ่มเงินหลายล้านเพื่อรับขวัญหลานชายคนแรกเป็นทองคำแท่งสิบบาทกับเงินสดอีกห้าล้า
สองเดือนถัดมาพิธีหมั้นสไตล์จีนถูกจัดขึ้นในโรงแรมควีนส์ โดยเชิญแขกเพียงญาติและเพื่อนของทั้งสองฝ่ายมาร่วมงาน หลังจากจบพิธีมีการทานอาหารร่วมกันซึ่งเป็นอาหารแบบโต๊ะจีนหนึ่งสัปดาห์หลังจากพิธีหมั้น พาคินน์ให้ทนายความนำเอกสารการจดทะเบียนสมรสไปให้เธอเซ็นถึงที่ เนื่องจากตารางงานเต็มทั้งคู่ แม้จะพยายามเคลียร์งานหากยังมีเวลาไม่ตรงกัน เพื่อความสะดวกจึงให้ทนายดำเนินเรื่องเอกสารแทนสามวันให้หลังเฌอรีนได้ย้ายเข้ามาอยู่กับคู่หมั้นหนุ่มที่คอนโดมิเนียมตามที่ตกลงกันไว้ว่าจะทดลองอยู่ด้วยกันก่อนแต่ง “จัดของยังไม่เสร็จเหรอครับ”พาคินน์พาตัวเองเข้ามาในห้องนอนและพบว่าห้องที่เคยกว้างกลับดูแคบลงถนัดตา มีการจัดตกแต่งห้องเปลี่ยนผ้าปูที่นอนใหม่เป็นโทนสีสดใส มีเครื่องสำอางผู้หญิงวางเรียงหน้าโต๊ะเครื่องแป้งและตู้เสื้อผ้าที่เคยโล่งบัดนี้กลับเต็มแน่น“ใกล้จะเสร็จแล้วค่ะ” เฌอรีนเงยหน้าคุยกับเขานิดเดียวแล้วยื่นแขนแขวนเสื้อบนราว“หิวน้ำไหม พี่เอาน้ำมาให้” ร่างใหญ่เดินเข้ามาใกล้ร่างเล็กที่ง่วนกับการจัดเก็บเสื้อผ้า“ขอบคุณค่ะ พี่คินน์น่ารักจัง” เธอรับแก้วมาดื่มน้ำจนหมดจึงยื่นแก้วกลับคืนและยังให้รางวัลตอบแทนด้วยการหอมแก้ม
โรงแรมควีนส์“เชิญครับ” พาคินน์เปิดประตูห้องสวีตให้แฟนสาวน้อยเดินเข้าไปก่อน“วิวสวยจัง” บอกแล้วห่อปากตกตะลึงกับวิวเมืองศิวิไลซ์ที่มีแสงวิบวับประกายจากยอดตึกสูงไล่ระดับ ช่างเป็นเมืองที่ไม่เคยหลับใหลเลยจริงๆ“พี่ว่าเฌอสวยกว่า”เสียงห้าวกระซิบบอกใกล้ใบหูและวาดแขนโอบรอบเอวเล็กคอดกระชับกายเข้าหาจนสัมผัสถึงความอบอุ่นจากร่างใหญ่ที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง“พี่คินน์ปากหวาน”เฌอรีนตอบกลับเสียงใสพลางเอียงคอไปด้านซ้ายเล็กน้อยเมื่อแฟนหนุ่มยื่นคางวางบนไหล่เล็กแล้วกระชับอ้อมกอดแน่น สายตาสองคู่ทอดยาวออกไปนอกหน้าต่างที่กรุด้วยกระจกใสที่ทำให้สามารถมองเห็นวิวเมืองยามค่ำสุดน่าทึ่งหนุ่มสาวยืนชื่นชมสิ่งที่อยู่ตรงหน้าโดยไร้บทสนทนาจนได้ยินเสียงลมหายใจกันและกันชัดเจนท่ามกลางความเงียบงันความใกล้ชิดกับกลิ่นหอมเย้ายวนจากร่างนุ่มดึงดูดให้ชายหนุ่มอดใจไม่ไหว ปากหยักหนากดฝังลงขมับบางและกลุ่มผมนุ่มหอมซ้ำหลายครั้งด้วยความรักใคร่ผสมปนโหยหาจากเบื้องลึก ฟัดแก้มนุ่มอีกหลายทีด้วยความมันเขี้ยวแล้วลามและเล็มกรอบหน้างามก่อนเลื่อนใบหน้าซุกไซ้ซอกคออ่อนเนียนที่มีกลิ่นหอมหวาน“อื้อ พี่คินน์อย่า...” อยากต่อต้านสัมผัสวาบหวาม หากร่างกา
หลังจากเรียนจบเฌอรีนไม่ได้ตัดสินใจทันทีว่าจะเรียนต่อปริญญาโทต่างประเทศหรือทำงานในบริษัท ช่วงนี้เธอจึงมีเวลาว่างถึงว่างมากจึงหันมาเล่นโซเชียลทำคอนเท้นต์ ไฮโซสาวที่มียอดผู้ติดตามเกือบหนึ่งล้านคนจึงกลายเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วผ่านคอนเท้นต์ต่างๆ มีคลิปไวรัลหลายคลิปจนมีบริษัทติดต่อเข้ามาเป็นสปอนเซอร์ให้เธอช่วยโปรโมตแบรนด์สินค้าผ่านช่องทางของเธอ และยังได้ร่วมงานอีเว้นท์กับโฆษณาอีกหลายชิ้นภายในระยะเวลาไม่ถึงสามเดือนกับการทำงานคอนเท้นต์-ครีเอเตอร์หรืออีกชื่อว่าอินฟลูเอนเซอร์ผ่านโซเชียลมีเดียทำให้เธอสามารถกอบโกยรายได้มากถึงหกหลักแถมมาด้วยผู้ติดตามช่องที่เพิ่มขึ้นบริษัทแบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังของไทยติดต่อเข้ามาเรื่องถ่ายแบบ เธอจึงตอบตกลงรับงานเนื่องจากถูกทาบทามหลายครั้ง ทั้งยังเป็นการร่วมงานครั้งแรกกับแบรนด์เสื้อผ้า และมิลลี่ได้กลายเป็นผู้จัดการส่วนตัวไปโดยปริยาย ตั้งแต่รับงานถ่ายแบบโฆษณาตัวแรก ทั้งคู่มาถึงสถานที่ถ่ายแบบ เฌอรีนถูกแยกไปแต่งหน้าทำผม ส่วนมิลลี่ขอคุยกับทีมช่างภาพเพิ่มเรื่องการถ่ายแบบ คุยเสร็จจึงเข้ามานั่งรอในห้องแต่งหน้า เฌอรีนถูกช่างแต่งหน้าทำผมรุมร่วมชั่วโมง จากนั้นเปลี่ยนชุดสำหร
เวลาหนึ่งสัปดาห์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว วันนี้เป็นวันสุดท้ายในฐานะเด็กฝึกงานของเฌอรีน และลดา เลขานุการสาวที่เป็นพี่เลี้ยงคอยสอนงานตลอดช่วงสามเดือนที่ผ่านมาได้เสนอไอเดียว่าอยากให้มีการเลี้ยงส่งเธอเป็นครั้งสุดท้ายในฐานะเด็กฝึกงาน พาคินน์รับเรื่องทันทีแล้วโทรจองร้านอาหารสำหรับเลี้ยงส่งแฟนสาวคืนนี้“เราไปกันแค่สามคนเหรอคะ” เฌอรีนถามพาคินน์“อืม เฌออยากให้ใครไปด้วยอีกเหรอ”“ถ้าเฌอจะขอชวนมิลลี่ เพื่อนเฌอมาด้วยจะได้ไหมคะ เฌอว่าแค่สามคนคงไม่สนุก”“ได้สิครับ งั้นพี่โทรเรียกเพื่อนพี่มาด้วยดีไหม”“ดีค่ะ เฌอว่าหลายคนน่าจะสนุก”“พี่ก็ว่างั้น รีบกินข้าวกันเถอะจะได้เวลาเข้างานแล้ว” ช่วงพักเที่ยงเป็นเวลาสั้นๆ ที่ได้ใช้เวลาร่วมกันผ่านไปอย่างรวดเร็วเวลาห้าโมงเย็นได้เวลาเลิกงานพอดี เฌอรีนกำลังเก็บกระเป๋าและไม่ลืมเติมลิปสติกให้ปากน่าจูบ ระหว่างนั้นลดาที่เพิ่งทำงานเสร็จก็เริ่มเก็บกระเป๋าเตรียมตัวไปเลี้ยงส่งเฌอรีนคืนนี้“เก็บของเสร็จรึยังครับสาวๆ” พาคินน์ถามขึ้น&
หลังจากลาพักรักษาตัวเป็นเวลากว่าสองสัปดาห์เต็มจนอาการดีขึ้นเฌอรีนจึงกลับมาทำงานปกติและเป็นสัปดาห์สุดท้ายของการเป็นเด็กฝึกงานกับเคที แอสเสท หลายคนพอเห็นหญิงสาวก็ยิ้มให้และยังมีท่าทางเกรงใจ คงเป็นเพราะข่าวนั้นสินะ ทุกคนถึงมีท่าทีแปลกไปกันหมด“พี่ลดา สวัสดีค่ะ” เฌอรีนเอ่ยทักทายลดาที่กำลังค้นบางอย่างในกระเป๋าตัวเอง“อ้าว น้องเฌอกลับมาทำงานแล้วเหรอคะ” ลดาเงยหน้าจากกระเป๋าเพ่งสายตามาที่ร่างบาง“ค่ะ หวังว่าช่วงที่เฌอไม่อยู่งานจะไม่เยอะมากนะคะ” พลางวางกระเป๋าบนโต๊ะและขยับเก้าอี้เพื่อนั่ง“อย่าให้พี่ได้พูดเลยค่ะน้องเฌอ แต่เดือนหน้าพี่ได้รับแจ้งมาว่าจะมีผู้ช่วยเลขาฯ เข้ามาเป็นผู้ชายหนึ่งคน ถึงตอนนั้นงานพี่ก็น่าจะเบาลงบ้าง”“วันนี้พี่ลดามีงานอะไรให้เฌอช่วยไหมคะ”“พี่มีงานให้น้องเฌอช่วยเยอะเลยจ้ะ ไม่ต้องห่วง แต่ตอนนี้พี่ขอกาแฟก่อน”“ได้ค่ะ เอาเหมือนเดิมนะคะ”“ใช่จ้ะ”ร่างบางเดินตรงไปยังครัวเล็กด้านหลังโต๊ะทำงานเพื่อชงกาแฟให้ลดาและขอ







