LOGINเช้าวันถัดมาเฌอรีนตื่นมาด้วยความไม่สดใสเท่าไหร่นัก เนื่องจากงานเลี้ยงเมื่อคืนดื่มหนักไปหน่อย อีกทั้งยังต้องตื่นไปทำงานแต่เช้าจึงลากสังขารตัวเองเข้าไปห้องน้ำเพื่อจัดการธุระและอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนจะเดินลงมาชั้นล่างก็เห็นม๊าเดินไปมาเหมือนกำลังหาของบางอย่างอยู่
“ม๊าหนูไปทำงานแล้วนะคะ” เฌอรีนตะโกนบอกม๊า
“อ้าว ไปแล้วเหรอ” ม๊าตะโกนถามกลับซึ่งเฌอรีนหายออกจากบ้านไปแล้ว
“เจอกันตอนเย็นนะคะม๊า” เป็นเสียงเฌอรีนที่ตะโกนตอบกลับ
“ลูกคนนี้มันยังไง” บ่นกับตัวเองพลางเดินหาของไปด้วย
วันนี้เฌอรีนเลือกขับรถเบนซ์เปิดประทุนที่ป๊าซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดเมื่อปีที่แล้วซึ่งคันนี้เป็นคันที่ใช้งานน้อยมาก ไม่รู้อารมณ์ไหนจึงหยิบกุญแจรถนี้ออกมา
ปิ๊บ ปิ๊บ!
เฌอรีนโยนกระเป๋าตัวเองเข้าไปด้านในก่อนจะสอดตัวเข้าไปนั่งด้านหลังพวงมาลัยขับรถ ส่องตัวเองในกระจกก็พบว่าวันนี้ใต้ตาดำคล้ำเป็นพิเศษ แล้วผิวหน้ายังดูไม่สดใสเปล่งปลั่งอีก
“เฮ้อ”
เธอถอนหายใจทิ้ง แล้วสตาร์ทรถออกขืนยังหงุดหงิดกับหน้าตัวเองแบบนี้มีหวังไปทำงานสายแน่
เวลาเจ็ดโมงครึ่งเฌอรีนขับรถมาถึงออฟฟิศ เธอดูนาฬิกาจากในโทรศัพท์และยังเหลือเวลาพอที่จะไปหากาแฟดื่มที่คาเฟ่ใกล้ๆ ทว่าเมื่อมาถึงร้านปรากฏว่าร้านปิดจึงหน้าบูดไม่จอยเดิน กลับมาที่ตึกออฟฟิศ
ว่าจะเติมคาเฟอีนสักหน่อย ไม่เป็นไร ออฟฟิศก็มีกาแฟให้ดื่มถึงจะไม่ใช่กาแฟสดเหมือนที่คาเฟ่ชงให้ก็เถอะ
เฌอรีนแตะบัตรผ่านเพื่อจะเข้าไปในโถงลิฟต์ระหว่างนั้นเริ่มมีพนักงานของบริษัททยอยมาทำงานกันแล้ว และยืนออรอลิฟต์ที่โถงลิฟต์ พอทุกคนเห็นเธอก็ทำท่าซุบซิบเหมือนกำลังนินทา แต่เธอไม่สนใจและลิฟต์ก็ลงมาถึงชั้นล่างพอดี
ร่างบางราวกับหุ่นนางแบบเดินเข้าไปในลิฟต์ก่อน และกดลิฟต์รอเพื่อให้คนอื่นได้เข้าลิฟต์ แต่ทุกคนกลับมองหน้าเธอนิ่งพร้อมทำไม้ทำมือให้เธอขึ้นไปก่อน
“ไม่ไปด้วยกันเหรอคะ” เธอถามพี่พนักงาน
“อะ...เอ่อ น้องไปก่อนเลยค่ะ”
จบประโยคของพี่พนักงานเฌอรีนจึงกดลิฟต์ขึ้นมาชั้นบน ระหว่างอยู่ในลิฟต์มีข้อความแชทจากมิลลี่เด้งขึ้นมาเธอจึงกดเข้าไปอ่าน
Millie : ต๊ายแล้ว! เรื่องจริงเหรอแก
ประโยคที่พิมพ์มาของมิลลี่ทำเธอคิ้วขมวดด้วยความงงงวยว่าหมายถึงอะไร
Cherlyn : เรื่องจริงอะไร?
ครืดด!
มิลลี่ส่งลิงก์ข่าวข่าวหนึ่งมาให้เธออ่านและเธอไม่รอช้ากดเข้าไปอ่านทันทีเพราะอยากรู้ว่าที่มิลลี่พูดหมายถึงอะไรกัน กดเข้ามาปุ๊บก็เจอกับข้อความพาดหัวข่าวตัวใหญ่ๆ พร้อมกับรูปเธอที่โชว์หราบนหน้าข่าว
ไฮโซคินน์ ควงแขนเปิดตัวแฟนสาว สวย โปรไฟล์ดี ลูกคุณหนู
ต้องเรียกว่าไฮโซคินน์นั้นเป็นที่รู้จักและเป็นที่หมายปองของบรรดาสาวๆ ไม่ว่าจะสาวเล็กสาวใหญ่ จนถึงดาราดังอันดับ ท็อปๆ ของประเทศก็ไม่เว้น หลังจากไฮโซคินน์ได้เปิดตัวแฟนสาวในงานเลี้ยงเปิดตัวสินค้าเมื่อคืนนี้ เรียกได้ว่าหักอกสาวๆ ร้องไห้กันถ้วนหน้า และแฟนสาวโปรไฟล์ดีก็ไม่ใช่ใครที่ไหนไกล คือไฮโซเฌอรีน สาวสวยที่ได้ครองใจไฮโซคินน์
พร้อมกับแนบรูปเธอและบอส ไม่พอยังชี้เป้าอินสตาแกรมให้คนเข้าไปติดตามกันอีก
“นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย จะล่าแบ้”
ติ๊ง!
ประตูลิฟต์เปิดออกทันทีที่มาถึงชั้นทำงาน เฌอรีนอ่านข่าววนไปมาหลายรอบแล้วก็งงว่าเป็นข่าวได้ไง ไม่เข้าใจ ไม่พอยังพาดหัวข่าวใหญ่โตว่าเป็นแฟนไฮโซคินน์
จะบ้า!
“ใครเป็นคนให้ข่าวบ้าๆ แบบนี้เนี่ย” เธอบ่นเป็นหมีกินผึ้งมาที่โต๊ะทำงาน
กาแฟก็ไม่ได้กิน แล้วยังจะมาประโคมข่าวบ้าบอให้เธอรับรู้อีก
ครืดด!
เสียงโทรศัพท์สั่นครืดในมือพลิกมาดูก็ปรากฏชื่อเป็นมิลลี่ เพื่อนสนิทคนดีคนเดียวของเธอโทรเข้ามา
“ฮัลโหล”
“ฮัลโหลแก ได้อ่านข่าวที่ฉันส่งให้ยัง” น้ำเสียงอยากรู้ของเพื่อนดังมาจากปลายสาย
“อือ อ่านแล้ว” เธอตอบกลับน้ำเสียงไม่ค่อยรับแขกเท่าไหร่
“แล้วเรื่องจริงเหรอที่แกกับอาจารย์คินน์เป็นแฟนกันอ่ะ”
“เรื่องจริงที่ไหนล่ะ นักข่าวเอาไปทำข่าวมั่วๆ น่ะสิ”
“ฉันเชื่อแกได้ปะ” มิลลี่ถามเหมือนไม่เชื่อ
“จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่แก แต่เรื่องที่ไปงานเลี้ยงน่ะเรื่องจริง”
“อ๋อ แล้วแกไปงานเลี้ยงกับอาจารย์คินน์เพราะไปเปิดตัวปะ”
“เปิดตัวบ้าอะไรล่ะ ฉันแค่ไปเพราะมันเป็นงานต่างหาก ถ้าไม่ใช่งานฉันก็ไม่ไปหรอก” เธอบอกติดน้ำเสียงหงุดหงิด
“เหอะ เชื่อก็ได้ แล้วทีนี้แกจะเอาไงต่อเหมือนจะเป็นข่าวดังอยู่นะ” มิลลี่ถามเพราะเป็นห่วง
“ไม่รู้อ่ะ ตอนนี้สมองฉันตื้อไปหมดเลยแก ไว้ค่อยคุยกันแล้วกันนะ”
“โอเค แล้วค่อยคุยกันนะ” มิลลี่กดวางสาย
เฌอรีนฟุบตัวนอนลงไปกับโต๊ะทำงานสมองตื้อตันไปหมดราวกับถูกปิดสวิตช์ เรื่องข่าวเธอไม่ได้ให้ความสนใจเท่าไหร่นัก บวกกับคิดว่าเป็นเรื่องไร้สาระที่ไม่มีความจริงปนอยู่เลยสักนิด
เป็นไงล่ะ แฟนปลอมๆ เป็นข่าวเลย
“อ้าว น้องเฌอเป็นอะไรรึเปล่าจ๊ะ” ลดาที่เพิ่งมาถึงเห็นเธอนอนฟุบกับโต๊ะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
“เฌอไม่ได้เป็นไรค่ะ พี่ลดา”
“ไม่เป็นไรก็ดีละ แล้วเมื่อคืนไปงานเลี้ยงมาเป็นไงบ้าง สนุกไหมจ๊ะ” ลดาถามขณะเอากระเป๋าวางบนโต๊ะแล้วเดินอ้อมไปด้านหลังโต๊ะแล้วเลื่อนเก้าอี้พนักเพื่อจะนั่ง
“สนุกอยู่นะคะ เครื่องดื่มดีอาหารอร่อย” ส่วนผู้คนนั้นเธอไม่รู้เพราะไม่ได้สนใจ
“เหรอจ๊ะ พี่ได้อ่านข่าวน้องเฌอแล้วนะ เรื่องมันเป็นไงมาไงไหนเล่าให้พี่ฟังบ้างสิ” ลดาทำหน้าอยากรู้อีกคน
“ก็ไม่มีอะไรค่ะ พี่ลดาก็รู้นี่คะ ว่าบอสแค่เอาเฌอไปเป็นไม้กันหมาที่งานเลี้ยงเมื่อคืน”
“นั่นสินะ” ลดาทำหน้าครุ่นคิด
“สายแล้วทำไมยังนั่งคุยสนุกกันอยู่อีก” เป็นพาคินน์ ประธานบริษัทที่เดินเข้ามาพร้อมกับเสียงเข้มดุ แต่งตัวด้วยสูทสีเบจ เซตผมเป็นทรงปล่อยหน้าม้าสั้นตกลงมาปรกหน้าผากด้านขวา ใบหน้าหล่อคมคายติดเรียบตึงแล้วยังทำสายตาดุมองมาที่เธออีก
“บะ… บอส สวัสดีค่ะ” ลดายกมือไหว้ทักทายประธานหนุ่ม
“สวัสดีค่ะบอส” คนที่กำลังตกเป็นข่าวกับเขายกมือไหว้ ใบหน้าดูห่อเหี่ยวไม่สดใสเหมือนทุกวัน
“เดี๋ยวเธอตามฉันเข้ามาที่ห้องหน่อย” พาคินน์บอกก่อนจะเดินหน้าตรงเข้าไปยังห้องทำงานของตัวเอง
“เรียกอีกละ” เฌอรีนลุกจากโต๊ะเดินตามบอสเข้าห้องทำงานโดยมีสายตาอยากรู้อยากเห็นของลดามองตามหลัง
“สองคนนี้ต้องมีอะไรในกอไผ่แน่ๆ” ลดาพูดกับตัวเอง
ใครจะไปคิดล่ะ ถ้าเกิดเฌอรีนกับบอสเป็นแฟนกันเหมือนที่เขียนในข่าวจริงก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องปกปิดหรือปฏิเสธนี่ อีกทั้งโปรไฟล์ของเฌอรีนที่ถูกเสนอในข่าวเรียกได้ว่าดีทั้งหน้าตาและชาติตระกูล ไม่แปลกใจเลยที่เห็นเธอขับรถแต่ยี่ห้อแพงมาทำงานทุกวัน
วันอาทิตย์เป็นวันครอบครัวที่ทุกคนจะมาร่วมวงรับประทานอาหารด้วยกัน โดยสลับสถานที่ระหว่างบ้านคฑากุลกับบ้านอมรรัตน์ และมีบางสัปดาห์ที่จะนัดเจอกันที่ร้านอาหารพาคินน์อุ้มลูกชายตัวน้อยไว้ด้วยแขนเพียงข้างเดียว มืออีกข้างถือกระเป๋าของลูกน้อยเอาไว้ เดินตามภรรยาสาวที่เริ่มมีพุงยื่นขยายเป็นทรงกลมจากการตั้งครรภ์ลูกคนที่สองเข้าบ้านคฑากุล“คุณพ่อคุณแม่ สวัสดีค่ะ” สะใภ้สาวยกมือไหว้พ่อแม่สามีที่ออกมารับถึงหน้าบ้านและยิ้มน่ารักตอบแทน“สวัสดีจ้ะ เอ๊ะ ใครเอ่ย? น้องคีนหลานย่ารึเปล่านะ มามะ... มาหาย่าดีกว่า” ผู้เป็นย่าเอ่ยหยอกเย้าทักทายหลานชายตัวน้อย“เจอคุณย่าแล้วยิ้มดีใจใหญ่เลยนะ เจ้าคีน” ว่าพลางจิ้มแก้มนุ่มแดงของลูกชายด้วยความมันเขี้ยวเด็กชายคีริน หรือน้องคีน เป็นเด็กคลอดง่ายเลี้ยงง่าย มีผิวพรรณขาวใส ตากลมโตเหมือนแม่ แต่ได้เครื่องหน้าหล่อเหลาและมีอีคิวสูงเหมือนพ่อ เรียกได้ว่าเลือกเอาแต่ลักษณะเด่นของทั้งคู่ไปอย่างลงตัว และด้วยความเป็นลูกคนแรกบวกกับอยากมีหลานเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทำให้ม๊ากับป๊ารักและเอ็นดูน้องคีนเป็นที่สุด ถึงขั้นทุ่มเงินหลายล้านเพื่อรับขวัญหลานชายคนแรกเป็นทองคำแท่งสิบบาทกับเงินสดอีกห้าล้า
สองเดือนถัดมาพิธีหมั้นสไตล์จีนถูกจัดขึ้นในโรงแรมควีนส์ โดยเชิญแขกเพียงญาติและเพื่อนของทั้งสองฝ่ายมาร่วมงาน หลังจากจบพิธีมีการทานอาหารร่วมกันซึ่งเป็นอาหารแบบโต๊ะจีนหนึ่งสัปดาห์หลังจากพิธีหมั้น พาคินน์ให้ทนายความนำเอกสารการจดทะเบียนสมรสไปให้เธอเซ็นถึงที่ เนื่องจากตารางงานเต็มทั้งคู่ แม้จะพยายามเคลียร์งานหากยังมีเวลาไม่ตรงกัน เพื่อความสะดวกจึงให้ทนายดำเนินเรื่องเอกสารแทนสามวันให้หลังเฌอรีนได้ย้ายเข้ามาอยู่กับคู่หมั้นหนุ่มที่คอนโดมิเนียมตามที่ตกลงกันไว้ว่าจะทดลองอยู่ด้วยกันก่อนแต่ง “จัดของยังไม่เสร็จเหรอครับ”พาคินน์พาตัวเองเข้ามาในห้องนอนและพบว่าห้องที่เคยกว้างกลับดูแคบลงถนัดตา มีการจัดตกแต่งห้องเปลี่ยนผ้าปูที่นอนใหม่เป็นโทนสีสดใส มีเครื่องสำอางผู้หญิงวางเรียงหน้าโต๊ะเครื่องแป้งและตู้เสื้อผ้าที่เคยโล่งบัดนี้กลับเต็มแน่น“ใกล้จะเสร็จแล้วค่ะ” เฌอรีนเงยหน้าคุยกับเขานิดเดียวแล้วยื่นแขนแขวนเสื้อบนราว“หิวน้ำไหม พี่เอาน้ำมาให้” ร่างใหญ่เดินเข้ามาใกล้ร่างเล็กที่ง่วนกับการจัดเก็บเสื้อผ้า“ขอบคุณค่ะ พี่คินน์น่ารักจัง” เธอรับแก้วมาดื่มน้ำจนหมดจึงยื่นแก้วกลับคืนและยังให้รางวัลตอบแทนด้วยการหอมแก้ม
โรงแรมควีนส์“เชิญครับ” พาคินน์เปิดประตูห้องสวีตให้แฟนสาวน้อยเดินเข้าไปก่อน“วิวสวยจัง” บอกแล้วห่อปากตกตะลึงกับวิวเมืองศิวิไลซ์ที่มีแสงวิบวับประกายจากยอดตึกสูงไล่ระดับ ช่างเป็นเมืองที่ไม่เคยหลับใหลเลยจริงๆ“พี่ว่าเฌอสวยกว่า”เสียงห้าวกระซิบบอกใกล้ใบหูและวาดแขนโอบรอบเอวเล็กคอดกระชับกายเข้าหาจนสัมผัสถึงความอบอุ่นจากร่างใหญ่ที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง“พี่คินน์ปากหวาน”เฌอรีนตอบกลับเสียงใสพลางเอียงคอไปด้านซ้ายเล็กน้อยเมื่อแฟนหนุ่มยื่นคางวางบนไหล่เล็กแล้วกระชับอ้อมกอดแน่น สายตาสองคู่ทอดยาวออกไปนอกหน้าต่างที่กรุด้วยกระจกใสที่ทำให้สามารถมองเห็นวิวเมืองยามค่ำสุดน่าทึ่งหนุ่มสาวยืนชื่นชมสิ่งที่อยู่ตรงหน้าโดยไร้บทสนทนาจนได้ยินเสียงลมหายใจกันและกันชัดเจนท่ามกลางความเงียบงันความใกล้ชิดกับกลิ่นหอมเย้ายวนจากร่างนุ่มดึงดูดให้ชายหนุ่มอดใจไม่ไหว ปากหยักหนากดฝังลงขมับบางและกลุ่มผมนุ่มหอมซ้ำหลายครั้งด้วยความรักใคร่ผสมปนโหยหาจากเบื้องลึก ฟัดแก้มนุ่มอีกหลายทีด้วยความมันเขี้ยวแล้วลามและเล็มกรอบหน้างามก่อนเลื่อนใบหน้าซุกไซ้ซอกคออ่อนเนียนที่มีกลิ่นหอมหวาน“อื้อ พี่คินน์อย่า...” อยากต่อต้านสัมผัสวาบหวาม หากร่างกา
หลังจากเรียนจบเฌอรีนไม่ได้ตัดสินใจทันทีว่าจะเรียนต่อปริญญาโทต่างประเทศหรือทำงานในบริษัท ช่วงนี้เธอจึงมีเวลาว่างถึงว่างมากจึงหันมาเล่นโซเชียลทำคอนเท้นต์ ไฮโซสาวที่มียอดผู้ติดตามเกือบหนึ่งล้านคนจึงกลายเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วผ่านคอนเท้นต์ต่างๆ มีคลิปไวรัลหลายคลิปจนมีบริษัทติดต่อเข้ามาเป็นสปอนเซอร์ให้เธอช่วยโปรโมตแบรนด์สินค้าผ่านช่องทางของเธอ และยังได้ร่วมงานอีเว้นท์กับโฆษณาอีกหลายชิ้นภายในระยะเวลาไม่ถึงสามเดือนกับการทำงานคอนเท้นต์-ครีเอเตอร์หรืออีกชื่อว่าอินฟลูเอนเซอร์ผ่านโซเชียลมีเดียทำให้เธอสามารถกอบโกยรายได้มากถึงหกหลักแถมมาด้วยผู้ติดตามช่องที่เพิ่มขึ้นบริษัทแบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังของไทยติดต่อเข้ามาเรื่องถ่ายแบบ เธอจึงตอบตกลงรับงานเนื่องจากถูกทาบทามหลายครั้ง ทั้งยังเป็นการร่วมงานครั้งแรกกับแบรนด์เสื้อผ้า และมิลลี่ได้กลายเป็นผู้จัดการส่วนตัวไปโดยปริยาย ตั้งแต่รับงานถ่ายแบบโฆษณาตัวแรก ทั้งคู่มาถึงสถานที่ถ่ายแบบ เฌอรีนถูกแยกไปแต่งหน้าทำผม ส่วนมิลลี่ขอคุยกับทีมช่างภาพเพิ่มเรื่องการถ่ายแบบ คุยเสร็จจึงเข้ามานั่งรอในห้องแต่งหน้า เฌอรีนถูกช่างแต่งหน้าทำผมรุมร่วมชั่วโมง จากนั้นเปลี่ยนชุดสำหร
เวลาหนึ่งสัปดาห์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว วันนี้เป็นวันสุดท้ายในฐานะเด็กฝึกงานของเฌอรีน และลดา เลขานุการสาวที่เป็นพี่เลี้ยงคอยสอนงานตลอดช่วงสามเดือนที่ผ่านมาได้เสนอไอเดียว่าอยากให้มีการเลี้ยงส่งเธอเป็นครั้งสุดท้ายในฐานะเด็กฝึกงาน พาคินน์รับเรื่องทันทีแล้วโทรจองร้านอาหารสำหรับเลี้ยงส่งแฟนสาวคืนนี้“เราไปกันแค่สามคนเหรอคะ” เฌอรีนถามพาคินน์“อืม เฌออยากให้ใครไปด้วยอีกเหรอ”“ถ้าเฌอจะขอชวนมิลลี่ เพื่อนเฌอมาด้วยจะได้ไหมคะ เฌอว่าแค่สามคนคงไม่สนุก”“ได้สิครับ งั้นพี่โทรเรียกเพื่อนพี่มาด้วยดีไหม”“ดีค่ะ เฌอว่าหลายคนน่าจะสนุก”“พี่ก็ว่างั้น รีบกินข้าวกันเถอะจะได้เวลาเข้างานแล้ว” ช่วงพักเที่ยงเป็นเวลาสั้นๆ ที่ได้ใช้เวลาร่วมกันผ่านไปอย่างรวดเร็วเวลาห้าโมงเย็นได้เวลาเลิกงานพอดี เฌอรีนกำลังเก็บกระเป๋าและไม่ลืมเติมลิปสติกให้ปากน่าจูบ ระหว่างนั้นลดาที่เพิ่งทำงานเสร็จก็เริ่มเก็บกระเป๋าเตรียมตัวไปเลี้ยงส่งเฌอรีนคืนนี้“เก็บของเสร็จรึยังครับสาวๆ” พาคินน์ถามขึ้น&
หลังจากลาพักรักษาตัวเป็นเวลากว่าสองสัปดาห์เต็มจนอาการดีขึ้นเฌอรีนจึงกลับมาทำงานปกติและเป็นสัปดาห์สุดท้ายของการเป็นเด็กฝึกงานกับเคที แอสเสท หลายคนพอเห็นหญิงสาวก็ยิ้มให้และยังมีท่าทางเกรงใจ คงเป็นเพราะข่าวนั้นสินะ ทุกคนถึงมีท่าทีแปลกไปกันหมด“พี่ลดา สวัสดีค่ะ” เฌอรีนเอ่ยทักทายลดาที่กำลังค้นบางอย่างในกระเป๋าตัวเอง“อ้าว น้องเฌอกลับมาทำงานแล้วเหรอคะ” ลดาเงยหน้าจากกระเป๋าเพ่งสายตามาที่ร่างบาง“ค่ะ หวังว่าช่วงที่เฌอไม่อยู่งานจะไม่เยอะมากนะคะ” พลางวางกระเป๋าบนโต๊ะและขยับเก้าอี้เพื่อนั่ง“อย่าให้พี่ได้พูดเลยค่ะน้องเฌอ แต่เดือนหน้าพี่ได้รับแจ้งมาว่าจะมีผู้ช่วยเลขาฯ เข้ามาเป็นผู้ชายหนึ่งคน ถึงตอนนั้นงานพี่ก็น่าจะเบาลงบ้าง”“วันนี้พี่ลดามีงานอะไรให้เฌอช่วยไหมคะ”“พี่มีงานให้น้องเฌอช่วยเยอะเลยจ้ะ ไม่ต้องห่วง แต่ตอนนี้พี่ขอกาแฟก่อน”“ได้ค่ะ เอาเหมือนเดิมนะคะ”“ใช่จ้ะ”ร่างบางเดินตรงไปยังครัวเล็กด้านหลังโต๊ะทำงานเพื่อชงกาแฟให้ลดาและขอ







