Share

3.แทนคุณ

last update Tanggal publikasi: 2024-12-16 12:05:11

วันนี้เป็นอีกวันที่ฝนตกโปรยปรายลงมา ในมือของเย่วเล่อถือร่มกระดาษอยู่พร้อมกับใบหน้าที่ว่างเปล่า เป็นอีกครั้งที่เธอพาตัวเองมายังป่าชายแดนโดยไม่รู้ตัว ขาพลันหยุดก้าวเดินเมื่อเธอเดินมาถึงเขตรอยต่อของป่าเทพเซียน...

ใบหน้าของชูชาง เขากลับมีรอยยิ้มทั้งที่เธอกล่าวปฏิเสธออกไป เรื่องนั้นเย่วเลอไม่อาจทำใจให้ยอมรับได้ เธอทั้งสงสัยและไม่เข้าใจในเวลาเดียวกัน

หรือการกล่าวความรู้สึกที่แท้จริงออกไป มันจะทำให้เธอรู้สึกดีกว่านี้กันนะ ดีกว่าที่จะต้องทนเก็บงำความรู้สึกแบบนี้เอาไว้อย่างนั้นหรือ?

ไวกว่าความคิดร่มกระดาษก็ร่วงลงสู้พื้นดินที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝน ใบหน้าของสาวงามแปรเปลี่ยนเป็นจิ้งจอกสีขาว ที่กำลังจะก้าวเดินไปยังป่าเทพเซียน

ครั้งนี้เธอจะไม่หนีอีกแล้ว จะไปหาท่านอาจารย์เพื่อบอกกล่าวความรู้สึกที่ค้างคาใจมานาน ไปฟังคำปฏิเสธที่หนักแน่นของเขา บางทีความเจ็บปวดในใจดวงนี้อาจจะรู้สึกดีขึ้นมาก็เป็นได้

"ฟิ้ว!!"

"ดูซิว่าวันนี้เราเจอตัวอะไร? จิ้งจอกหิมะล่ะ พวกเรารีบออกล่ากันเถอะ!!"

ไม่บ่อยนักที่เย่วเล่อจะได้พบเจอนายพราน เพราะไม่อาจกลายร่างเป็นหญิงสาวต่อหน้านายพรานพวกนั้นได้ เธอจึงทำได้เพียงแค่ใช้ร่างจิ้งจอกในการวิ่งหนีเท่านั้น...

"ฉึก!"

"!!!"

ลูกธนูปักลงบนขาหลังของเธอ แน่นอนว่ามันเจ็บปวดมากทีเดียว แต่ทว่าเย่วเล่อไม่อาจหยุดวิ่งได้เพราะเธอไม่อยากถูกพวกเขาจับตัวไป

กลิ่นหอมอ่อนๆของยอดไผ่ในวันฝนตก เธอวิ่งตามกลิ่นไปเรื่อยๆก็พบกับ ชายผู้หนึ่งที่กำลังง้างธนูเพื่อที่จะยิงลูกธนูออกมา จุดหมายปลายลูกธนูของเขามันเล็งมาที่เธอ

แต่ทว่าน่าแปลกที่เธอไม่รู้สึกหวาดกลัวเขาแม้แต่น้อย ราวกับว่า...ดวงตาสีรัตติกาลของเขามันทำให้เธอรู้สึกปลอดภัย 

เย่วเล่อกระโจนเข้าหาเขาพร้อมกับสติที่ค่อยๆเลือนราง ราวกับว่าเธอได้ใช้แรงเฮือกสุดท้ายไปจนหมดสิ้นแล้ว

.......

หนิงหลงยกยิ้มเมื่อเขาได้อ่านจดหมายที่ซูมี่ส่งมา นางแต่งงานกับลู่ฟางแล้ว ในที่สุดสตรีที่เห็นความรักเป็นของเล่นเช่นนางก็ได้รู้จักกับความรักที่แท้จริงเสียที

ส่วนจดหมายอีกฉบับส่งมาจากฟางหลง นางตั้งครรภ์ลูกคนที่สี่ได้สามเดือนแล้ว...

สหายเขาในตอนนี้ล้วนแล้วแต่มีความสุข งานที่ชายแดนก็ไม่มีสิ่งใดต้องเป็นกังวล เพราะช่วงนี้ทางชนเผ่าต่างๆ ไม่แสดงท่าทีรุกรานเลย

วันนี้หนิงหลงก็เลยใช้เวลาว่างในการเดินสำรวจป่าชายแดน เขาต้องการหาสมุนไพรอีกทั้งมีข่าวลือว่าในป่าแห่งนี้มีจิ้งจอกอาศัยอยู่

คงจะดีหากได้ขนจิ้งจอกเอาไว้ทำเสื้อกันหนาวให้กับหลานตัวน้อยที่กำลังจะเกิดมา

"...."

จิ้งจอกหิมะได้วิ่งผ่านมาหาเขาอย่างรวดเร็ว ที่ขาของมันมีลูกธนูปักอยู่พร้อมกับเลือดที่ไหลเป็นทางยาว ในใจพลันรู้สึกสงสารเกินกว่าจะตัดใจสังหารมันได้

ไวกว่าความคิดมันวิ่งเข้ามาพร้อมกับกระโจนเข้าหาเขา

หนิงหลงอุ้มจิ้งจอกหิมะขึ้นมา เขาวางมันเอาไว้บนโขดหินเพื่อทำการรักษา.. เริ่มจากการดึงลูกธนูนี้ออกก่อน

"ฉึก!!"

เขาหยิบยาสมุนไพรขึ้นมาใส่แผลที่เลือดกำลังไหลซึมออกมา...ทันใดนั้นเองจากจิ้งจอกหิมะขนสีขาวกลับกลายเป็นหญิงสาวที่มีใบหน้างดงาม...

"....จะ.เจ็บ"

ในใจมีคำถามมากมายหรือว่าจิ้งจอกตรงหน้าจะเป็นปีศาจ!! เขาควรจะวิ่งหนีหรือว่าควรจะสังหารนางทิ้งเสียตั้งแต่ตอนนี้

หากว่านางเป็นปีศาจจริงๆ ก็นับว่านางคือตัวอันตราย..

ในขณะที่หนิงหลงกำลังยืนอึ้งอยู่ จิ้งจอกสาวตัวนั้นก็ยกมือขึ้นมาเพื่อกอดคอของหนิงหลงเอาไว้ นางโน้มใบหน้าของเขามาประกอบริมฝีปากอย่างรวดเร็ว...

นี่เขากำลังถูกดูดวิญญาณออกไปจากร่างใช่หรือไม่ หนิงหลงไม่คิดเลยว่าชีวิตของเขาจะต้องมาจบลงท่ามกลางป่าเขาเช่นนี้

"...คิดว่าข้าจะฆ่าเจ้าหรืออย่างไรกัน ข้าเพียงขอแบ่งพลังชีวิตของเจ้ามานิดหน่อยก็เท่านั้น"

เขาเลือกที่จะเงียบ เพราะในใจยังไม่อาจรับมือกับความน่าตกใจกับเหตุการณ์ตรงหน้าได้...

หรือว่าชายผู้นี้จะเป็นใบ้? น่าเสียดายทั้งที่เขารูปงามอีกทั้งใบหน้าก็ถูกใจเย่วเล่อมากทีเดียว เมื่อครู่มันราวกับว่านางสลบไป แต่พอตื่นขึ้นมาแผลที่ขาก็ได้รับการรักษาแล้ว อีกทั้ง..ยังกลายร่างต่อหน้าเขาอีกด้วย 

ถึงแม้ในยามนี้บาดแผลพวกนั้นจะจางหายไป แต่ทว่าถ้ามิใช่ความช่วยเหลือจากชายผู้นี้ นางอาจจะมีอันตรายก็ได้ เพราะนางจะไม่สามารถกลับคืนร่างมนุษย์ได้หากว่าได้รับบาดเจ็บ

"ข้ามิใช่ปีศาจ แต่ทว่าคือเทพจิ้งจอก หากว่าเจ้ามีเรื่องอันใดให้ช่วยเหลือได้โปรดบอกกล่าวมาได้เลย"

อ่า..เธอลืมไปว่าเขาพูดไม่ได้

เย่วเล่อยกมือขึ้นมาวาดในอากาศ พลันมีกระดาษและพู่กันปรากฏขึ้นมาบนมือของเธอ

"เขียนลงไปสิ ในเมื่อเจ้าพูดไม่ได้เช่นนั้นก็เขียนสิ่งที่เจ้าปรารถนาลงไป เงินทองของมีค่า..สิ่งใดที่เจ้าหมายปองเอาไว้.."

"...ข้ามิได้อยากได้สิ่งใด ข้าช่วยเจ้ามิได้หวังสิ่งตอบแทน เมื่อเจ้าหายดีแล้วเช่นนั้นข้าก็ขอตัว..."

"ในเมื่อพูดได้แล้วเหตุใดถึงไม่พูดตั้งแต่แรกเล่า บุรุษนี่เอาใจยากยิ่งนัก"

เขามิได้กล่าวคำใด หนิงหลงเก็บของใส่กระเป๋าพร้อมกับเดินจากไปเงียบๆ เขาควรจะรีบออกไปจากที่นี่..อยู่ในป่ายามเย็นเช่นนี้รังแต่จะต้องพบเจออันตราย

อันที่จริงการพบเจอปีศาจเช่นนั้นก็นับว่าเป็นเรื่องที่อันตรายยิ่งนัก

...สมกับตำนานที่เล่าขาน

ความงดงามของปีศาจจิ้งจอก ทั้งงดงามและเจ้าเล่ห์ ความอันตรายที่บุรุษหลายคนยอมเอาชีวิตไปเสี่ยง...เพื่อให้ได้เชยชมสักครั้ง

แต่ไม่ใช่เขาคนหนึ่งแล้ว เพราะเขาไม่คิดที่จะหลงใหลสตรีที่รูปลักษณ์ภายนอก

นิ้วมือเรียวยาวลูบไล้ที่สันกรามของเขาเบาๆ นางกำลังลอยอยู่ในอากาศพร้อมกับกอดคอเขาเอาไว้แน่น..

"เจ้าหนุ่มน้อย เจ้ากำลังดูถูกความงามบนใบหน้าของข้าใช่หรือไม่ ข้าบอกแล้วว่าข้ามิใช่ปีศาจ..แต่ว่าข้าคือเทพจิ้งจอก"

"ไม่ว่าเจ้าจะเป็นอะไร ก็ควรจะปล่อยมือที่จับข้าเอาไว้.."

"แต่ข้าต้องแทนคุณผู้ที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือนี่..ในเมื่อมิอยากได้เงินทองหรือว่าสิ่งของ เช่นนั้น..ร่างกายของข้าเล่า พอจะตอบแทนเจ้าได้หรือไม่?"

นี่เป็น..ครั้งแรก

เป็นครั้งแรกที่เย่วเล่อรู้สึกว่าใบหน้าที่แสนงดงามของนางมันถูกสายตาที่เย็นชาของเขาทำลายความมั่นใจไปจนหมดสิ้น!!

ทั้งที่มีบุรุษมากมายในเมืองที่เฝ้าฝันว่าจะได้รับรอยยิ้มจากนางสักครั้งแต่ทว่าชายผู้นี้กลับไม่แลแม้แต่หางตา นั่นหมายความว่าอย่างไรกัน?

"เรื่องนี้มิได้ง่ายดายเช่นที่เจ้าคิด เพราะข้าได้ดูดกลืนวิญญาณบางส่วนของเจ้าไปแล้ว หรือถ้าจะกล่าวให้ถูกต้องนั่นคือเจ้า..จะต้องมารับใช้เพื่อเป็นบริวารให้ข้า..."

หนิงหลงมองดวงหน้าที่งดงามแทบลืมหายใจของสตรีเบื้องหน้า ฝนที่กำลังโปรยปรายลงมาทำให้เขารู้สึกหนาวเล็กน้อย และพอมองดูดีๆก็พบว่านางมิได้สวมรองเท้า...

อีกทั้งอาภรณ์ที่สวมใส่ก็เปียกฝนไปจนหมด เรากำลังอยู่ในป่าเขาที่ไม่ว่ามองทางไหนเธอที่อยู่ในสภาพนี้ก็จะเป็นอันตรายอย่างแน่นอนถ้าหากว่านายพรานพวกนั้นมาพบเจอ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พรสามประการของเทพจิ้งจอก   ตอนพิเศษ เรียบง่าย

    นี่คืองานแต่งที่ทวยเทพทั้งสี่ทะเลแปดดินแดนมาร่วมยินดี งานแต่งของมหาเทพบรรพกาล กับเทพจิ้งจอกผู้งดงามราวกับภาพวาดแน่นอนว่ามู่หยางจัดงานอย่างยิ่งใหญ่โดยครั้งนี้เขามิได้คำนึงถึงฤกษ์มงคลใดๆ เขาจัดงานในทันทีที่อาการของเยว่เล่อดีขึ้น ยามนี้นางคือภรรยาของเขาอย่างแท้จริงและพวกเรากำลังอยู่ที่หุบเขาแห่งเซียน เขารู้ดีว่าภรรยาชื่นชอบที่นี่ จึงมิคิดพานางไปอยู่ที่สวรรค์ชั้นฟ้า "ภรรยาเจ้าติดค้างคืนเข้าหออยู่นะ..."เยว่เล่อหัวเราะเบาๆท่านเทพบรรพกาลผู้นี้จับเธอกินจนแทบมิเหลือเรี่ยวแรงในทุกค่ำคืน ยามนี้เธอเหนื่อยล้ากับการต้อนรับเทพที่มาร่วมยินดีเขาจะมิวายจะรังแกเธออีกอย่างนั้นหรือ"ท่านพี่ควรจะให้ข้าได้พักบ้าง"มู่หยางหัวเราะเบาๆ เขาอุ้มเยว่เล่อขึ้นมาวางเอาไว้บนเตียง"วันพรุ่งนี้ข้าจะพาเจ้าไปเยี่ยมอาเหยา ที่โรงเตี๊ยมนั่นของทุกอย่างที่เจ้าเคยใช้ อาเหยายังคงเก็บเอาไว้ให้เป็นอย่างดี..."เยว่เล่อส่งยิ้มจางๆให้สามี อาจจะเพราะเรานั้นอยู่ที่โลกมนุษย์มานาน คำเรียกขานเช่นนี้จึงสบายใจยิ่งกว่าการเรียกขานที่ห่างเหินอย่างที่พวกเซียนชอบกล่าวเธอคือภรรยาและเขาคือสามี เพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว มิต้องการสิ่งใดที่ยุ่งย

  • พรสามประการของเทพจิ้งจอก   25.ไม่แยกจาก

    หิมะโปรยปรายลงมาพร้อมกับเยว่เล่อที่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ เธอยกมือขึ้นมาเพื่อรอรับหิมะที่ตกลงมาครั้งแล้วครั้งเล่าร่างกายของหนิงหลงนั้นสลายหายไปในอากาศเมื่อหนึ่งร้อยปีก่อน อาจจะเป็นเพราะว่าพลังเซียนของเธอนั้นอ่อนแอลงจนไม่สามารถคงสภาพของเขาเอาไว้ได้ เธอยังคงโอบกอดร่างที่ไร้วิญญาณของเขาทุกคืนก่อนนอน ถึงแม้ผิวกายของเขาจะเย็นเฉียบก็ไม่เป็นไร เธอยังคงพูดคุยกับเขาราวกับว่าเขายังอยู่ถึงแม้ว่าร่างกายของเขาจะสูญสลายไปแล้ว...การมีชีวิตอยู่โดยไร้ท่านมันทรมานเหลือเกินหนิงหลง ข้าร่ำร้องขอความตายจากสวรรค์ในทุกค่ำคืนเผื่ออย่างน้อยที่ปลายทางมันจะมีท่านยืนรออยู่และแล้ววันที่เธอรอคอยก็เดินทางมาถึงในวันที่พลังเซียนของเธอกำลังจะหมดลง อายุขัยที่ยาวนานกำลังจะสิ้นสุด เยว่เล่อสวมชุดสีแดงนั่งอยู่ท่ามกลางหิมะที่ตกลงมา เธอแต่งหน้าและแต่งตัวให้งดงามกว่าทุกวันเพื่อในยามที่ได้พบเจอหนิงหลง เธอจะได้งดงามที่สุดในสายตาของเขาเธอกำลังนั่งรอความตายที่คืบคลานเข้ามาอย่างช้าๆให้หิมะพวกนี้ฝังกลบร่างของเธอเอาไว้ ร่างของสาวงามพลันหายไปเหลือเพียงแต่ร่างจิ้งจอกที่มีขนสีขาวกลมกลืนไปกับหิมะที่นอนหายใจรวยรินอยู่มารับข้าไปได้แล้ว.

  • พรสามประการของเทพจิ้งจอก   24.รอคอย

    ไร้สิ้นลมหายใจ หัวใจที่เคยเต้นแรงในยามที่โอบกอดเธอเอาไว้ ยามนี้มันไม่เต้นอีกแล้วปราณเซียนของเธอที่แบ่งให้เขาเอาไว้ถึงครึ่งบัดนั้นมันแตกสลายไปหมดแล้ว เธอมาช้าเกินไป เพราะมัวแต่ร้องไห้เสียใจอยู่ตรงนั้นจึงไม่ได้มาทันล่ำลากับเขาเป็นครั้งสุดท้าย ใบหน้างามอาบไปด้วยน้ำตาเพราะกับร่างกายที่สั่นเทา เยว่เล่อยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาก่อนที่นางจะลุกขึ้น "ใคร...ใครเป็นคนฆ่าเขา?" เสียงหัวเราะดังขึ้นมาเมื่อถามถึงว่าใครกันที่สามารถล้มแม่ทัพหนิงผู้เกรียงไกรได้ ตามแขนและคอของหนิงหลงมีรอยเชือกแสดงว่าคนพวกนี้คงจะมัดมือมัดแขนของเขาเอาไว้หรืออาจจะมีการใช้ใครสักคนต่อรองเพื่อให้เขาวางอาวุธลง... แล้วยอมจำนน ไม่ว่าใครก็ไม่สำคัญทั้งนั้นเพราะว่าเธอจะฆ่าให้หมด...จะนำเลือดของคนพวกนี้มาล้างเท้าให้หนิงหลงเสียให้หมดทุกคน มีมือมาแตะที่ไหล่ของเยว่เล่อ พอเธอหันกลับไปมองก็พบว่าเป็นอาเหยา "ในใจเกิดความร้อนรุ่มขึ้นมา ข้าคิดเอาไว้แล้วว่าเถ้าแก่เนี้ยจะต้องมีเรื่อง...ถ้าท่านจะจัดการคนพวกนี้ ให้ข้าน้อยเป็นผู้กระทำเถิดนะขอรับ" เพราะเยว่เล่อเป็นเซียน อีกทั้งนางสูญเสียพลังเซียนไปกว่าครึ่ง ทุกๆการใช้พลังของเทพจิ้งจอกอ

  • พรสามประการของเทพจิ้งจอก   23.พ่ายแพ้

    หนิงหลงหรี่ตามองนักดนตรีผู้หนึ่งที่กำลังตีกลองอยู่ เขารู้สึกว่าแววตาที่นางมองมาที่เขานั้นมันแตกต่างจากคนอื่นเพราะนางมองมาที่เขาด้วยแววตาที่เจือปนไปด้วยความโกรธ ส่วนนางรำนางอื่นๆต่างมองมาที่เขาด้วยแววตาที่เย้ายวนอ่า..เขาคิดว่าเขาพบเจอภรรยาตัวเองแล้วล่ะนะ"หลิงหยุนวันนี้ข้าพบเจอสตรีที่ทำให้หัวใจเต้นแรงแล้วล่ะสิ...""...มีสตรีใดที่งดงามมากกว่าภรรยาของเจ้าอีกอย่างนั้นหรือ? บ้าไปแล้วหนิงหลง"หนิงหลงยกมือขึ้นเพื่อให้การแสดงหยุด เขาเดินเข้ามาหานักดนตรีสาวที่กำลังนั่งตีกลองอยู่ พร้อมกับยื่นมือไปหานาง"เจ้าบรรเลงเพลงได้ถูกใจข้ายิ่งนัก แน่นอนว่าข้าอยากจะฟังฝีมือในการบรรเลงเพลงของเจ้าให้ชัดเจนกว่านี้..ลุกขึ้นมาเถิด"เยว่เล่อถึงกับหน้าชา นางมิรู้ว่าสามีล่วงรู้ถึงตัวตนของนางหรือว่าเขาเพียงแค่แสดงท่าทางเจ้าชู้ไปเรื่อยแล้วมันบังเอิญที่เขาเลือกนักดนตรีนางนี้...ที่นางปลอมตัวมาเขาเดินจับจูงมือของนางเพื่อจะพาไปด้านนอกกระโจมจัดเลี้ยงเพราะเวลานี้เป็นเวลาดึกมาแล้ว ใจจริงของหนิงหลง เขานั้นอยากจะหาเหตุผลออกไปจากที่นี่อยู่พอดี"ซุกซนเกินไปแล้วภรรยา เจ้าคิดว่าสามีจะจดจำเจ้ามิได้อย่างนั้นหรือ?"เยว่เล่อเม้มปา

  • พรสามประการของเทพจิ้งจอก   22.แผนการ

    หนิงหลงกระโดดขึ้นม้า เขาแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นฟางเซียนในขบวน เราจะไปตั้งค่ายกันที่ใกล้สนามรบมากกว่านี้อีกหน่อย ไม่ไกลจากที่นี่มากนักแต่ทว่าเขาไม่เห็นความจำเป็นที่นางจะต้องตามไป"คือว่าข้าสามารถรักษาอาการบาดเจ็บได้ ให้ข้าได้ทำประโยชน์เพื่อทหารกล้าทุกนายที่ช่วยเหลือข้าเถอะนะ"ฟางเซียนรีบกล่าวออกมาพร้อมกับส่งยิ้มให้หนิงหลง เพราะเขามองมาที่นางด้วยแววตาที่ไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่นางรู้ฟางเซียนรู้ดีว่าหนิงหลงนั้นเป็นห่วงนาง เขาไม่อยากให้นางไปที่สนามรบเพราะเขาหวาดกลัวว่านางจะเป็นอันตราย ที่เขามองมานั่นก็เพราะว่าเป็นห่วงนางรับรู้ได้จากแววตาที่โมโหของเขา"อย่าทำพลาดเพราะโอกาสมีเพียงครั้งเดียว จำให้มั่นว่าเจ้าจะต้องทำตามแผนที่วางเอาไว้""รู้แล้วน่า ข้ามิใช่คนโง่ไม่ต้องมาสั่ง!"ฟางเซียนกล่าวกับชูชางเสียงต่ำที่พยายามขยับริมฝีปากให้น้อยที่สุดเพราะนางไม่ต้องการให้ผู้อื่นรับรู้ว่านางและแม่ทัพชูรู้จักหรือว่าสนิทกันทุกคนควรจะรับรู้ว่านางและแม่ทัพหนิงต่างหากที่รู้จักและสนิทสนมกันเป็นอย่างดีฟางเซียนยกยิ้มขึ้นมาพร้อมกับเดินตามขบวนทหาร..."นายหญิงก็เห็นใช่หรือไม่ สตรีผู้นั้นไม่น่าวางใจสักนิด เราควรจะตามไ

  • พรสามประการของเทพจิ้งจอก   21.ตัดไฟแต่ต้นลม

    ฟางเซียนอาบน้ำเปลี่ยนชุดที่เลอะเทอะเป็นชุดที่สะอาดเรียบร้อย นางเดินออกมาด้านนอกเพื่อรอทานอาหารพร้อมกันกับพวกทหารมากมายแน่นอนว่านางได้รับความนิยมมากทีเดียวเพราะมีใบหน้าที่งดงาม แถมหนิงหลงยังประกาศว่านางคือลูกสาวของตระกูลฝูอีกด้วย แน่นอนว่าความนิยมยิ่งเพิ่มขึ้นมาหลายเท่าตัวเพราะท่านพ่อนั้นเป็นถึงเสนาบดี "ข้าคิดว่าเรามีเรื่องที่จะต้องคุยกัน"ชูชางนั่งลงตรงข้ามฟางเซียน พร้อมกับมองหน้าเธอด้วยแววตาที่มิได้สนอกสนใจใบหน้านี้เลย...เช่นนั้นบุรุษผู้นี้สนใจสิ่งใดกันล่ะ ถ้ามิใช่สนใจในตัวนาง ถ้าจำไม่ผิดฟางเซียนคิดว่าเธอเห็นเขาเดินตามสตรีชุดแดงมาเมื่อตอนบ่าย เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวต่างๆเข้าด้วยกัน เธอเริ่มมองเห็นเค้าลางความเป็นไปได้มากขึ้นแล้วชายผู้นี้จะต้องหลงรักว่าที่ภรรยาของหนิงหลงเป็นแน่ฟางเซียนยกยิ้มพร้อมกับเลื่อนจอกสุราไปให้เขา"ความรักนั้นน่าตลก...""สำหรับข้ามันมิได้น่าขำสักนิดเพราะว่าข้านั้นพร้อมจะแลกทุกอย่าง..แน่นอนว่าทุกสิ่งทุกอย่าง"ความงามขนาดนี้ไม่แปลกใจจริงๆที่ชายผู้นั้นจะแสดงออกชัดเจนเช่นนี้ เพียงแต่มันน่าสนใจเพราะว่าเธอเองก็อยากได้หนิงหลง.. เพราะว่าเขาเป็นแม่ทัพ แน่นอนว่าเขาจะ

  • พรสามประการของเทพจิ้งจอก   5.มิไยดี

    "อาเหยาเอาสุรามาให้ข้าสักไหสิ"ฝนตกลงมาอย่างยาวนานหลายวัน แต่ทว่าที่โรงเตี๊ยมซูฮวานั้นยังเนืองแน่นไปด้วยผู้คน แน่นอนว่าเรื่องการจัดการทุกอย่างภายในร้าน มันคือหน้าที่ของอาเหยาเขาคือปีศาจงูที่เธอบังเอิญช่วยชีวิตเอาไว้เมื่อหลายร้อยปีก่อน อาเหยาก็เลยนับว่านั่นคือบุญคุณเขาจึงอุทิศตัวทำงานและดูแลเธอไปใน

  • พรสามประการของเทพจิ้งจอก   4.เข้าใจผิด

    สิ่งที่หนิงหลงลืมคิดไปคือ...สตรีตรงหน้านางมิใช่มนุษย์ เขาไม่แน่ใจว่าคือปีศาจหรือว่าเทพ แต่ทว่าการนำพานางกลับมาที่ค่ายทหารนั้นคือความคิดที่เรียกได้ว่ามันคือความผิดพลาดสุดๆไปเลย"ข้าต้องการ...อ้อมกอดอุ่นๆเพื่อบรรเทาความหนาวเหน็บพวกนี้"อย่างแรกคือ...นางเป็นเช่นนี้ตลอดเวลา นางพยายามเข้าหาเขาครั้งแล้วค

  • พรสามประการของเทพจิ้งจอก   2.ความรู้สึกที่เกินเลย

    อาเหยาวางถ้วยน้ำชาเอาไปเบื้องหน้าของหญิงวัยกลางคน แม่สื่อผู้นี้มาที่โรงเตี๊ยมหลายรอบมากทีเดียว เรื่องนั้นเขาพอที่จะทำความเข้าใจได้ เพราะเถ้าแก่เนี้ยนั้น..งดงามมากจริงๆคราแรกที่พบกัน กว่าเขาจะควานหาสติของตัวเองพบเจอก็ปาเข้าไปพักใหญ่ ความงดงามที่มิได้มีอยู่บนใบหน้าของมนุษย์..ความงดงามของเทพจิ้งจอก

  • พรสามประการของเทพจิ้งจอก   1.เทพจิ้งจอก

    เราพบเจอกันโดยบังเอิญ เขายื่นมือที่ทั้งอบอุ่นและอ่อนโยนมาอุ้มจิ้งจอกหิมะที่ถูกนายพรานยิงจนเกิดบาดแผลฉกรรจ์อยู่ที่ขาหลัง ในครานั้นหนิงหลงคิดเพียงแค่ว่าในใจของเขารู้สึกสงสารและต้องการช่วยจิ้งจอกน้อย ไฉนเลยจะคิดว่าจิ้งจอกในอ้อมแขนจะกลายร่างเป็นสาวงามขึ้นมาได้ "ร้องขอสิ่งที่ท่านต้องการมาสิ ไม่ว่าจะเป

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status