Partager

พรสามประการของเทพจิ้งจอก
พรสามประการของเทพจิ้งจอก
Auteur: ฝากรักไว้ที่ปลายฟ้า

1.เทพจิ้งจอก

last update Date de publication: 2024-12-16 12:04:05

เราพบเจอกันโดยบังเอิญ เขายื่นมือที่ทั้งอบอุ่นและอ่อนโยนมาอุ้มจิ้งจอกหิมะที่ถูกนายพรานยิงจนเกิดบาดแผลฉกรรจ์อยู่ที่ขาหลัง

ในครานั้นหนิงหลงคิดเพียงแค่ว่าในใจของเขารู้สึกสงสารและต้องการช่วยจิ้งจอกน้อย

ไฉนเลยจะคิดว่าจิ้งจอกในอ้อมแขนจะกลายร่างเป็นสาวงามขึ้นมาได้

"ร้องขอสิ่งที่ท่านต้องการมาสิ ไม่ว่าจะเป็นแก้วแหวนหรือว่าเงินทองข้าล้วนแล้วแต่มอบให้ท่านได้ทุกอย่าง"

คนเช่นหนิงหลง เขามิได้สนใจเรื่องแบบนั้นอยู่แล้ว เขามีเจตนาช่วยเหลือมิคิดอยากจะได้สิ่งของใดๆเป็นการตอบแทนการลงแรงในครั้งนี้ อีกทั้งนางกล่าวว่าตัวเองนั้นเป็นเทพเซียน...

เป็นเทพหรือว่าปีศาจเขาก็มิอาจรู้ได้ ทางที่ดีที่สุดเขาควรจะหนีห่างจากนางให้ไกลที่สุดเพื่อความปลอดภัยของชีวิตเขา

นี่เป็นครั้งแรก...ครั้งแรกที่มีคนกล้าเมินเฉยต่อใบหน้าที่แสนงดงามของเยว่เล่อ ดวงหน้าที่งดงามจับสายตานี้ไม่ว่ามองผู้ใด บุรุษเหล่านั้นคร้านจะทำตามที่นางต้องการทุกสิ่งอย่าง

แล้วเจ้ามนุษย์ซื่อบื้อนี่คืออันใดกัน กล้าเมินเฉยต่อนางอย่างนั้นหรือ?

เพราะความเคยชินกับการได้ดั่งใจ ในใจของเยว่เล่อมีความไม่พอใจต่อท่าทางเมินเฉยของหนิงหลงอยู่หลายส่วน

"หากว่าไม่สนใจสิ่งของนอกกายพวกนั้น..เช่นนั้นตัวข้าเล่า ข้าจะยินยอมนอนกับท่านสักครั้งเพื่อแทนคุณการช่วยเหลือในครั้งนี้..."

เมื่อเอ่ยข้อเสนอเช่นนี้ออกไปแล้ว แน่นอนว่าเหล่าบุรุษย่อมไม่เคยมีใครกล้าปฏิเสธ ริมฝีปากบางหยักยิ้มขึ้นมาด้วยความมั่นใจ

หนิงหลงมองใบหน้าของเทพจิ้งจอกด้วยหางตา ก่อนที่เขาจะเดินจากไปโดยมิได้กล่าวคำใด และการเดินจากไปโดยมิกล่าวคำใดออกมาของเขานั้นมันทำให้เยว่เล่อเสียหน้ามากทีเดียว!!

เพราะมันคือการปฏิเสธที่ชัดเจนมากที่สุด!

อย่าให้มีโอกาสได้เจอกันอีกครั้งนะ เพราะว่าเธอจะจับเขากินไม่ให้เหลือแม้แต่กระดูกเลย!!

.

.

.

.

.

เป็นกำลังใจให้หนิงหลงผู้น่าสงสารด้วยน้าาา

อกหักจากการหลงรักฟางหรงไปแล้ว ครั้งนี้พ่อหนุ่มผู้แสนดีจะสมหวังกับจิ้งจอกสาวแสนเจ้าเล่ห์รึเปล่ามาเอาใจช่วยกันนะคะ

ฝากกดหัวใจ กดเข้าชั้น กดติดตามเพื่อเป็นกำลังให้ด้วยน้าาา

ฝากเรื่องน้องฟางหรงด้วยนะคะ

.................................

ทิวทัศน์ป่าเขา นั่นเป็นสิ่งที่เห็นมาจนชินชาในสายตา การอาศัยอยู่ในป่าเขาเช่นนี้มิใช่วิสัยของจิ้งจอกหิมะอย่างเย่วเล่อแม้แต่น้อย

ดวงหน้างดงามฉายแววเศร้าสร้อย นางยกจอกสุราขึ้นมาดื่มอึกแล้วอึกเล่า ก่อนจะปรายตามองไปยังเมืองติดชายแดนที่แสนวุ่นวาย

"...อย่าได้คิดจะหนีเย่วเล่อ เจ้าคงไม่อยากถูกท่านเทพบรรพกาลล่ามโซ่ที่ขาเอาไว้หรอกใช่หรือไม่?"

รอยยิ้มหยักขึ้นมาราวกับนางกำลังสมเพชตนเอง เย่วเล่อลอบมองหน้าสหายรักด้วยใบหน้าที่มิได้สนใจคำขู่นั้นแม้แต่น้อย

"ลี่ถิง เจ้ารู้ดีว่าข้านั้นหมายมั่นจะหนีออกไปจากที่นี่มากแค่ไหน แล้วเหตุใดใจของเจ้าจึงได้ไร้เมตตาต่อสหายอย่างข้าเช่นนี้"

ความรักนั้นเป็นดาบสองคมที่พร้อมจะเชือดเฉือนจิตใจและให้ความสุขแสนงดงามหวานล้ำไปพร้อมๆกัน ที่สหายรักมีสภาพเช่นนี้ลี่ถิงรู้ดีว่ามันเป็นเพราะเหตุใด

เย่วเล่อคือจิ้งจอกหิมะที่มีขนเงางามราวเส้นไหม นางบำเพ็ญเพียรมาหลายร้อยปีกว่าจะได้ร่างเซียนที่แสนสะกดสายตานี้มา

ความงามล้ำเลิศที่ยากต่อการละสายตาของเทพจิ้งจอกเย่วเล่อ

จิ้งจอกหิมะตัวน้อยบำเพ็ญเพียรภายใต้ความเมตตาของท่านเทพบรรพกาลที่ปลีกวิเวกมาอาศัยที่ป่าแห่งนี้เป็นการชั่วคราว ความรักที่เกินเลยระหว่างจิ้งจอกน้อยที่ไร้เดียงสากับท่านเทพบรรพกาลผู้สูงศักดิ์

ลี่ถิงพยายามตักเตือนเย่วเล่อหลายรอบกับความรักที่เกินเอื้อมมือนี้ แต่ทว่านางก็ยังคงปักใจกับความรักครั้งแรกไม่มีท่าทีว่าจะเสื่อมคลาย

แน่นอนว่าความรักนี้มันอัดแน่นจนล้นใจของเย่วเล่อ แต่ทว่านางก็มิได้กล่าวหรือว่าแสดงท่าทีที่อยู่ในใจออกไปให้ท่านเทพบรรพกาลได้รับรู้ เย่วเล่อยังคงเป็นจิ้งจอกหิมะตัวน้อยที่แสนน่ารักของท่านเทพบรรพกาลอยู่เสมอ

แต่ทว่าความรักนั้นเดินมาจนถึงทางตัน เมื่อท่านเทพบรรพกาลต้องแต่งงานกับเทพีจันทรางานอภิเษกที่ยิ่งใหญ่สะเทือนไปถึงสี่ทะเลแปดดินแดนเช่นนี้มีแต่ผู้คนมากมายมาร่วมยินดี

ยกเว้นเย่วเล่อที่ปลีกวิเวกมาอยู่ผู้เดียว...

สุราเหล่านี้คือคำปลอบใจ เสียงนกร้องคือเสียงเพลงปลอบประโลมหัวใจที่แตกสลาย เสียงสายลมที่พัดผ่านคือเสียงพิณขับกล่อมความเศร้าโศกที่อยู่ในใจ

ยังมิทันได้เอื้อนเอ่ยความในใจออกไป ก็ต้องรับความผิดหวังและพ่ายแพ้ไปเสียแล้ว มิมีผู้ใดจะเก็บงำความปวดร้าวนี้เอาไว้ได้

มีเพียงต้องดื่มให้หลับไปเท่านั้น ตื่นมาจึงจะรู้สึกดีขึ้น

"ข้าจะร่ำสุราเป็นเพื่อนเจ้าเอง"

เย่วเล่อซบใบหน้าของนางลงบนหัวเข่า วันนี้คงจะดีขึ้นกว่าเดิมหน่อยเพราะไม่มีน้ำตาไหลลงมาอีกแล้ว แต่ทว่าความเจ็บปวดยังไม่จางหายไปเสียที

"ข้า..ไม่อาจทำใจอยู่ที่นี่ได้ลี่ถิง ข้ามิรู้ว่าจะต้องทำหน้าเช่นไรเมื่อท่านอาจารย์กลับมาพร้อมกับเทพีจันทรา มีแต่ต้องหนีไปจากที่นี่เท่านั้น..."

"...."

ลี่ถิงก้มหน้าลง ก่อนที่นางจะยกจอกสุราขึ้นมากรอกใส่ปาก

"ข้าได้รับมอบหมายจากท่านเทพให้มาเฝ้าเพื่อไม่ให้เจ้าหนีไป ท่านเทพย่อมรู้ว่าใจเจ้าคิดการเช่นไรแต่เย่วเล่อ ป่าด้านนอกมันมิได้มีความปลอดภัย ถึงแม้อายุของเจ้าจะอยู่มาหลายร้อยปีแต่ทว่าเจ้ายังไม่เคยพบเจอมนุษย์มาก่อนเลย..."

"ในยามนี้ ไม่ว่าที่ไหน ก็ล้วนแล้วแต่ดีกว่าที่นี่ทั้งนั้น"

ต้องมองท่านอาจารย์รักกับเทพีจันทราผู้เหมาะสมและคู่ควร ให้เธอควักลูกตาทั้งสองออกมาเสียยังจะเป็นการดีกว่า ไม่ว่าอย่างไรต้องอาศัยช่วยเวลานี้

หนีออกไปจากที่นี่ให้ได้

ในเมื่อไร้วาสนา เช่นนั้นข้าก็มิขอเกี่ยวพันด้วยอีกแล้ว

สายใยรักจะขาดสะบั้นลง หลงเหลือเอาไว้เพียงแค่สายใยลูกศิษย์และอาจารย์เท่านั้นพอ...

"ตุบ!"

ลี่ถิงฟุบลงกับโต๊ะ นั่นทำให้ใบหน้าที่เศร้ามาหลายวันของเย่วเล่อแย้มยิ้มขึ้นมา

ขอโทษนะลี่ถิง สักวันหนึ่งเมื่อหัวใจของข้าเข้มแข็งดีแล้ว ข้าจะกลับมาเพื่อไถ่โทษเรื่องที่ข้ากระทำในวันนี้นะ

จิ้งจอกหิมะกระโดดลงไปยังภูเขาเบื้องล่างที่มิใช่หุบเขาเทพเซียน การเป็นจิ้งจอกน่าจะเหมาะสมกับการวิ่งอยู่ในป่ามากกว่าการใช้ร่างเซียน

เย่วเล่อพึ่งได้สัมผัสกับความอิสระเป็นครั้งแรก สายลมที่ปะทะใบหน้าทำให้ลืมเลือนความเจ็บปวดไปจนหมดสิ้น หยาดน้ำตาปลิวหายไปตามสายลม ผสมปนเปกับหยาดน้ำฝนที่โปรยปรายลงมา

ข้ามิได้หนีปัญหา เพียงแต่หนีออกมาเพื่อขอเวลาในการทำใจ

คงจะมีสักวันที่หัวใจของข้า สามารถยินดีกับความรักของอาจารย์ได้อย่างจริงใจ คงจะมีสักวันที่ข้าสามารถตัดใจจากท่านอาจารย์ได้อย่างแท้จริง

......

"...เป็นความผิดของข้าเองเจ้าค่ะ ข้าไม่อาจรั้งนางเอาไว้ได้"

มู่หยางยังอยู่ในชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์ เขานั่งอยู่ที่ตำหนักสวรรค์ ใบหน้าปานรูปสลักนั้นมิได้แสดงท่าทีใดๆเมื่อลี่ถิงกล่าวจบ แต่ทว่าดวงตาที่เย็นชานั่นฉายแววเจ็บปวดขึ้นมา

ไม่อาจเหนี่ยวรั้งนางเอาไว้ได้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอันใดมีเพียงต้องทำใจ ปล่อยนางไปเท่านั้นเอง

"ได้เวลาแล้วขอรับท่านเทพมู่หยาง..."

"มิรู้ว่าที่เป็นเช่นนี้ เพราะเจ้าเขียนโชคชะตาของข้าเอาไว้อย่างนั้นหรือซือมิ่ง"

เทพซือมิ่งถึงกับรีบคุกเข่าลงกับพื้น

"หามิได้ ข้ามีหน้าที่เพียงแค่ลิขิตโชคชะตาของมนุษย์ ไม่อาจหาญไปยุ่งเกี่ยวกับชะตาลิขิตของท่านเทพบรรพกาลหรอกขอรับ ซื่อมิ่งผู้นี้มิกล้า"

"เช่นนั้นโชคชะตาของข้า ข้าก็สามารถลิขิตเองได้อย่างนั้นสินะ"

......

"ได้โปรดเถอะขอรับ ท่านแม่สื่อก็ล่วงรู้ว่าหัวใจของข้ามีเพียงแม่นางอ้ายฉิงเท่านั้น ของหมั้นและสินสอดพวกนี้ข้านำมันมามอบให้เพื่อแสดงความรักที่จริงใจ..."

แม่สื่อถึงกับยกมือขึ้นมาเพื่อกุมขมับ ของหมั้นมากมายที่เหล่าชายหนุ่มในเมืองส่งมาเพื่อให้เธอนำมันไปมอบให้กับอ้ายฉิง

เถ้าแก่เนี้ยโรงเตี๊ยมซูฮวาที่กำลังเป็นที่หมายปองของชายหนุ่มทุกคนในเมืองนี้ สตรีผู้นั้นมีใบหน้างดงามราวกับรูปปั้นที่บรรจงปั้นแต่งขึ้นมาด้วยฝีมือของเทพเซียน เพราะมนุษย์ไม่มีทางที่จะสามารถสร้างผลงานที่วิจิตรเช่นนั้นขึ้นมาได้

นางงดงามและชื่นชอบการสวมชุดสีสันฉูดฉาดเพื่อให้ตัดกับผิวสีขาวผ่อง...

"อาเหยา เถ้าแก่เนี้ยอยู่รึเปล่า?"

ครั้งแล้วครั้งเล่าที่แม่สื่อต้องมาที่นี่ แต่โชคดีหน่อยที่นางได้รับการต้อนรับที่ดีจากเถ้าแก่เนี้ยทุกครั้งที่มาเยือน

"อยู่ขอรับแม่สื่อ ข้าน้อยจะไปรายงานเถ้าแก่เนี้ยให้นะ เชิญนั่งรอสักครู่"

หวีไม้ถูกยกขึ้นมาหวีลงไปผมเส้นผมที่นุ่มลื่นราวกับเส้นไหม ในกระจกสะท้อนดวงหน้าที่ยังคงความงดงามถึงแม้กาลเวลาจะผ่านไปยาวนาน

นานมากจนเย่วเล่อจำไม่ได้ว่านางมาอยู่ที่นี่นานเท่าใด รู้เพียงแต่ว่านางแต่งงานนับครั้งไม่ถ้วนพร้อมกับเปลี่ยนชื่อไปเรื่อยๆ

ใบหน้านี้ไม่มีทางแก่ชรานั่นทำให้มันเป็นปัญหามากทีเดียวกับการใช้ชีวิต

ความเจ็บปวดในใจเริ่มทุเลาลงไปตามกาลเวลา สิ่งที่ช่วยเยียวยานั่นคงจะเป็นบรรดาเหล่าบุรุษรูปงามพวกนั้น

"เถ้าแก่เนี้ย แม่สื่อมาขอพบขอรับ"

ริมฝีปากได้รูปหยักยิ้มขึ้นมาพร้อมกับนิ้วมือเรียวยาวที่คว้าชุดสีแดงสดขึ้นมาสวม มาดูกันเถอะว่า..สามีของเธอในครั้งนี้จะเป็นชายหนุ่มประเภทใดกัน?

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • พรสามประการของเทพจิ้งจอก   ตอนพิเศษ เรียบง่าย

    นี่คืองานแต่งที่ทวยเทพทั้งสี่ทะเลแปดดินแดนมาร่วมยินดี งานแต่งของมหาเทพบรรพกาล กับเทพจิ้งจอกผู้งดงามราวกับภาพวาดแน่นอนว่ามู่หยางจัดงานอย่างยิ่งใหญ่โดยครั้งนี้เขามิได้คำนึงถึงฤกษ์มงคลใดๆ เขาจัดงานในทันทีที่อาการของเยว่เล่อดีขึ้น ยามนี้นางคือภรรยาของเขาอย่างแท้จริงและพวกเรากำลังอยู่ที่หุบเขาแห่งเซียน เขารู้ดีว่าภรรยาชื่นชอบที่นี่ จึงมิคิดพานางไปอยู่ที่สวรรค์ชั้นฟ้า "ภรรยาเจ้าติดค้างคืนเข้าหออยู่นะ..."เยว่เล่อหัวเราะเบาๆท่านเทพบรรพกาลผู้นี้จับเธอกินจนแทบมิเหลือเรี่ยวแรงในทุกค่ำคืน ยามนี้เธอเหนื่อยล้ากับการต้อนรับเทพที่มาร่วมยินดีเขาจะมิวายจะรังแกเธออีกอย่างนั้นหรือ"ท่านพี่ควรจะให้ข้าได้พักบ้าง"มู่หยางหัวเราะเบาๆ เขาอุ้มเยว่เล่อขึ้นมาวางเอาไว้บนเตียง"วันพรุ่งนี้ข้าจะพาเจ้าไปเยี่ยมอาเหยา ที่โรงเตี๊ยมนั่นของทุกอย่างที่เจ้าเคยใช้ อาเหยายังคงเก็บเอาไว้ให้เป็นอย่างดี..."เยว่เล่อส่งยิ้มจางๆให้สามี อาจจะเพราะเรานั้นอยู่ที่โลกมนุษย์มานาน คำเรียกขานเช่นนี้จึงสบายใจยิ่งกว่าการเรียกขานที่ห่างเหินอย่างที่พวกเซียนชอบกล่าวเธอคือภรรยาและเขาคือสามี เพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว มิต้องการสิ่งใดที่ยุ่งย

  • พรสามประการของเทพจิ้งจอก   25.ไม่แยกจาก

    หิมะโปรยปรายลงมาพร้อมกับเยว่เล่อที่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ เธอยกมือขึ้นมาเพื่อรอรับหิมะที่ตกลงมาครั้งแล้วครั้งเล่าร่างกายของหนิงหลงนั้นสลายหายไปในอากาศเมื่อหนึ่งร้อยปีก่อน อาจจะเป็นเพราะว่าพลังเซียนของเธอนั้นอ่อนแอลงจนไม่สามารถคงสภาพของเขาเอาไว้ได้ เธอยังคงโอบกอดร่างที่ไร้วิญญาณของเขาทุกคืนก่อนนอน ถึงแม้ผิวกายของเขาจะเย็นเฉียบก็ไม่เป็นไร เธอยังคงพูดคุยกับเขาราวกับว่าเขายังอยู่ถึงแม้ว่าร่างกายของเขาจะสูญสลายไปแล้ว...การมีชีวิตอยู่โดยไร้ท่านมันทรมานเหลือเกินหนิงหลง ข้าร่ำร้องขอความตายจากสวรรค์ในทุกค่ำคืนเผื่ออย่างน้อยที่ปลายทางมันจะมีท่านยืนรออยู่และแล้ววันที่เธอรอคอยก็เดินทางมาถึงในวันที่พลังเซียนของเธอกำลังจะหมดลง อายุขัยที่ยาวนานกำลังจะสิ้นสุด เยว่เล่อสวมชุดสีแดงนั่งอยู่ท่ามกลางหิมะที่ตกลงมา เธอแต่งหน้าและแต่งตัวให้งดงามกว่าทุกวันเพื่อในยามที่ได้พบเจอหนิงหลง เธอจะได้งดงามที่สุดในสายตาของเขาเธอกำลังนั่งรอความตายที่คืบคลานเข้ามาอย่างช้าๆให้หิมะพวกนี้ฝังกลบร่างของเธอเอาไว้ ร่างของสาวงามพลันหายไปเหลือเพียงแต่ร่างจิ้งจอกที่มีขนสีขาวกลมกลืนไปกับหิมะที่นอนหายใจรวยรินอยู่มารับข้าไปได้แล้ว.

  • พรสามประการของเทพจิ้งจอก   24.รอคอย

    ไร้สิ้นลมหายใจ หัวใจที่เคยเต้นแรงในยามที่โอบกอดเธอเอาไว้ ยามนี้มันไม่เต้นอีกแล้วปราณเซียนของเธอที่แบ่งให้เขาเอาไว้ถึงครึ่งบัดนั้นมันแตกสลายไปหมดแล้ว เธอมาช้าเกินไป เพราะมัวแต่ร้องไห้เสียใจอยู่ตรงนั้นจึงไม่ได้มาทันล่ำลากับเขาเป็นครั้งสุดท้าย ใบหน้างามอาบไปด้วยน้ำตาเพราะกับร่างกายที่สั่นเทา เยว่เล่อยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาก่อนที่นางจะลุกขึ้น "ใคร...ใครเป็นคนฆ่าเขา?" เสียงหัวเราะดังขึ้นมาเมื่อถามถึงว่าใครกันที่สามารถล้มแม่ทัพหนิงผู้เกรียงไกรได้ ตามแขนและคอของหนิงหลงมีรอยเชือกแสดงว่าคนพวกนี้คงจะมัดมือมัดแขนของเขาเอาไว้หรืออาจจะมีการใช้ใครสักคนต่อรองเพื่อให้เขาวางอาวุธลง... แล้วยอมจำนน ไม่ว่าใครก็ไม่สำคัญทั้งนั้นเพราะว่าเธอจะฆ่าให้หมด...จะนำเลือดของคนพวกนี้มาล้างเท้าให้หนิงหลงเสียให้หมดทุกคน มีมือมาแตะที่ไหล่ของเยว่เล่อ พอเธอหันกลับไปมองก็พบว่าเป็นอาเหยา "ในใจเกิดความร้อนรุ่มขึ้นมา ข้าคิดเอาไว้แล้วว่าเถ้าแก่เนี้ยจะต้องมีเรื่อง...ถ้าท่านจะจัดการคนพวกนี้ ให้ข้าน้อยเป็นผู้กระทำเถิดนะขอรับ" เพราะเยว่เล่อเป็นเซียน อีกทั้งนางสูญเสียพลังเซียนไปกว่าครึ่ง ทุกๆการใช้พลังของเทพจิ้งจอกอ

  • พรสามประการของเทพจิ้งจอก   23.พ่ายแพ้

    หนิงหลงหรี่ตามองนักดนตรีผู้หนึ่งที่กำลังตีกลองอยู่ เขารู้สึกว่าแววตาที่นางมองมาที่เขานั้นมันแตกต่างจากคนอื่นเพราะนางมองมาที่เขาด้วยแววตาที่เจือปนไปด้วยความโกรธ ส่วนนางรำนางอื่นๆต่างมองมาที่เขาด้วยแววตาที่เย้ายวนอ่า..เขาคิดว่าเขาพบเจอภรรยาตัวเองแล้วล่ะนะ"หลิงหยุนวันนี้ข้าพบเจอสตรีที่ทำให้หัวใจเต้นแรงแล้วล่ะสิ...""...มีสตรีใดที่งดงามมากกว่าภรรยาของเจ้าอีกอย่างนั้นหรือ? บ้าไปแล้วหนิงหลง"หนิงหลงยกมือขึ้นเพื่อให้การแสดงหยุด เขาเดินเข้ามาหานักดนตรีสาวที่กำลังนั่งตีกลองอยู่ พร้อมกับยื่นมือไปหานาง"เจ้าบรรเลงเพลงได้ถูกใจข้ายิ่งนัก แน่นอนว่าข้าอยากจะฟังฝีมือในการบรรเลงเพลงของเจ้าให้ชัดเจนกว่านี้..ลุกขึ้นมาเถิด"เยว่เล่อถึงกับหน้าชา นางมิรู้ว่าสามีล่วงรู้ถึงตัวตนของนางหรือว่าเขาเพียงแค่แสดงท่าทางเจ้าชู้ไปเรื่อยแล้วมันบังเอิญที่เขาเลือกนักดนตรีนางนี้...ที่นางปลอมตัวมาเขาเดินจับจูงมือของนางเพื่อจะพาไปด้านนอกกระโจมจัดเลี้ยงเพราะเวลานี้เป็นเวลาดึกมาแล้ว ใจจริงของหนิงหลง เขานั้นอยากจะหาเหตุผลออกไปจากที่นี่อยู่พอดี"ซุกซนเกินไปแล้วภรรยา เจ้าคิดว่าสามีจะจดจำเจ้ามิได้อย่างนั้นหรือ?"เยว่เล่อเม้มปา

  • พรสามประการของเทพจิ้งจอก   22.แผนการ

    หนิงหลงกระโดดขึ้นม้า เขาแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นฟางเซียนในขบวน เราจะไปตั้งค่ายกันที่ใกล้สนามรบมากกว่านี้อีกหน่อย ไม่ไกลจากที่นี่มากนักแต่ทว่าเขาไม่เห็นความจำเป็นที่นางจะต้องตามไป"คือว่าข้าสามารถรักษาอาการบาดเจ็บได้ ให้ข้าได้ทำประโยชน์เพื่อทหารกล้าทุกนายที่ช่วยเหลือข้าเถอะนะ"ฟางเซียนรีบกล่าวออกมาพร้อมกับส่งยิ้มให้หนิงหลง เพราะเขามองมาที่นางด้วยแววตาที่ไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่นางรู้ฟางเซียนรู้ดีว่าหนิงหลงนั้นเป็นห่วงนาง เขาไม่อยากให้นางไปที่สนามรบเพราะเขาหวาดกลัวว่านางจะเป็นอันตราย ที่เขามองมานั่นก็เพราะว่าเป็นห่วงนางรับรู้ได้จากแววตาที่โมโหของเขา"อย่าทำพลาดเพราะโอกาสมีเพียงครั้งเดียว จำให้มั่นว่าเจ้าจะต้องทำตามแผนที่วางเอาไว้""รู้แล้วน่า ข้ามิใช่คนโง่ไม่ต้องมาสั่ง!"ฟางเซียนกล่าวกับชูชางเสียงต่ำที่พยายามขยับริมฝีปากให้น้อยที่สุดเพราะนางไม่ต้องการให้ผู้อื่นรับรู้ว่านางและแม่ทัพชูรู้จักหรือว่าสนิทกันทุกคนควรจะรับรู้ว่านางและแม่ทัพหนิงต่างหากที่รู้จักและสนิทสนมกันเป็นอย่างดีฟางเซียนยกยิ้มขึ้นมาพร้อมกับเดินตามขบวนทหาร..."นายหญิงก็เห็นใช่หรือไม่ สตรีผู้นั้นไม่น่าวางใจสักนิด เราควรจะตามไ

  • พรสามประการของเทพจิ้งจอก   21.ตัดไฟแต่ต้นลม

    ฟางเซียนอาบน้ำเปลี่ยนชุดที่เลอะเทอะเป็นชุดที่สะอาดเรียบร้อย นางเดินออกมาด้านนอกเพื่อรอทานอาหารพร้อมกันกับพวกทหารมากมายแน่นอนว่านางได้รับความนิยมมากทีเดียวเพราะมีใบหน้าที่งดงาม แถมหนิงหลงยังประกาศว่านางคือลูกสาวของตระกูลฝูอีกด้วย แน่นอนว่าความนิยมยิ่งเพิ่มขึ้นมาหลายเท่าตัวเพราะท่านพ่อนั้นเป็นถึงเสนาบดี "ข้าคิดว่าเรามีเรื่องที่จะต้องคุยกัน"ชูชางนั่งลงตรงข้ามฟางเซียน พร้อมกับมองหน้าเธอด้วยแววตาที่มิได้สนอกสนใจใบหน้านี้เลย...เช่นนั้นบุรุษผู้นี้สนใจสิ่งใดกันล่ะ ถ้ามิใช่สนใจในตัวนาง ถ้าจำไม่ผิดฟางเซียนคิดว่าเธอเห็นเขาเดินตามสตรีชุดแดงมาเมื่อตอนบ่าย เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวต่างๆเข้าด้วยกัน เธอเริ่มมองเห็นเค้าลางความเป็นไปได้มากขึ้นแล้วชายผู้นี้จะต้องหลงรักว่าที่ภรรยาของหนิงหลงเป็นแน่ฟางเซียนยกยิ้มพร้อมกับเลื่อนจอกสุราไปให้เขา"ความรักนั้นน่าตลก...""สำหรับข้ามันมิได้น่าขำสักนิดเพราะว่าข้านั้นพร้อมจะแลกทุกอย่าง..แน่นอนว่าทุกสิ่งทุกอย่าง"ความงามขนาดนี้ไม่แปลกใจจริงๆที่ชายผู้นั้นจะแสดงออกชัดเจนเช่นนี้ เพียงแต่มันน่าสนใจเพราะว่าเธอเองก็อยากได้หนิงหลง.. เพราะว่าเขาเป็นแม่ทัพ แน่นอนว่าเขาจะ

  • พรสามประการของเทพจิ้งจอก   9.แต่งงาน

    น่าแปลกที่วันนี้ฝนไม่ตก ทั้งที่เมื่อวานตกหนักมากมายขนาดนั้น เย่วเล่อถือพัดลายดอกมู่ตานสีชมพูเอาไว้ในมือ ริมฝีปากบางหยักยิ้มขึ้นมาส่งให้จุนเฟิงที่นั่งอยู่บนรถม้าร่วมกันกับเธอเขายิ้มน้อยยิ้มใหญ่พร้อมกับทำท่าทีเขินอายมาสักพักแล้ว ราวกับว่าเขาคิดว่าเธอและหนิงหลงมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งต่อกัน"อันที่จร

  • พรสามประการของเทพจิ้งจอก   8.หวั่นไหว

    หนิงหลงลืมตาขึ้นมาพร้อมกับเย่วเล่อที่ยังคงนอนหลับอยู่... แม้แต่ยามที่นางหลับเช่นนี้ก็ยังคงน่าหลงใหล เมื่อคืนกว่าเราจะได้นอนกันก็เกือบรุ่งสาง แน่นอนว่ามันคือการนอนเฉยๆไม่มีอะไรเกินเลยไปมากกว่าการจุมพิตนับร้อยครั้งเห็นจะได้ความหวั่นไหวก่อตัวขึ้นมาในใจ ท่ามกลางเสียงที่เด่นชัดของสายลมและเสียงฝีเท้าที่

  • พรสามประการของเทพจิ้งจอก   7.จิตวิญญานเซียน

    ฝนยังคงโปรยปรายลงมาอย่างหนัก ท้องฟ้าในยามค่ำคืนนั้นมืดสนิท อากาศก็เริ่มหนาวเย็นจนเย่วเล่อคิดว่าเธออาจจะป่วยไข้ได้ถ้าหากไปรีบถอดชุดที่เปียกชื้นนี้ออกไปโดยเร็วแต่ทว่าหนิงหลง กับกำลังอยู่ระหว่างทางแยกในการตัดสินใจ เพราะเขาไม่อยากที่จะยุ่งเกี่ยวกับสตรีตรงหน้าไปมากกว่านี้ แต่ทว่าหัวใจกับเต้นแรงจนห้ามไม

  • พรสามประการของเทพจิ้งจอก   6.เลือกแล้ว

    แน่นอนว่าเมื่อเธอกล่าวจบ ทั้งโต๊ะก็พลันเงียบลงในทันทีไม่ใช่เรื่องง่ายที่เถ้าแก่เนี้ยคนงามจะออกปากกล่าวเชิญชวนบุรุษก่อน ใครๆก็รู้ว่าแม่สื่อมาที่นี่แทบทุกวันเพื่อมาสู่ขอเถ้าแก่เนี้ยให้กับบรรดาคุณชายในตระกูลต่างๆ และแน่นอนแม่สื่อทุกนางต่างถูกปฏิเสธเถ้าแก่เนี้ยผู้งดงาม เอ่ยปากชวนท่านแม่ทัพหนิงไปร่ำสุ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status