مشاركة

บทที่ 4

last update تاريخ النشر: 2024-11-05 12:59:17

ใช่…เขาเป็นนักธุรกิจที่ทำอะไรแล้วต้องหวังกำไร 

แต่…ทำไมต้องเป็นเธอ ทำไมสถานการณ์ของเธอถึงได้เลวร้ายลงเรื่อยๆ เช่นนี้ ทำไมต้องได้ยินข้อเสนอแบบนี้ด้วย ทำไมกัน 

“คุณไม่กลัวฉันเอาเรื่องนี้ไปแบล็คเมล์เลยหรือคะ”

“ไม่นี่หรือถ้าคุณต้องการทำแบบนั้นก็ตามสบายเพราะคนแบบผมจัดการคุณก่อนที่เรื่องมันจะบานปลายได้แน่นอน” รอยส์ชิงพูดออกไปก่อนราวกับชายหนุ่มเข้ามานั่งอยู่ในความคิดของขวัญชีวา 

“ฉันต้องให้คำตอบคุณเมื่อไหร่” แม้จะอยากปฏิเสธเสียเดี๋ยวนี้แต่ชีวิตลูกชายคนเดียวของเธอคือประตูเหล็กที่สามารถปิดกั้นคำพูดเหล่านั้นของเธอได้

“ผมรู้ว่าคุณมีเวลาในใจอยู่แล้ว เอาเป็นว่าผมจะกลับไปรอฟังคำตอบจากคุณ” เอ่ยจบรอยส์ก็ลุกขึ้นแล้วเดินจากไปทันที ขณะที่ขวัญชีวายังคงอึ้งและพูดอะไรไม่ออกอีกเลย สิ่งที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ในขณะนี้นอกจากลมหายใจเบาๆ แล้วก็คือน้ำตา

แม้กำลังร้องไห้แต่สมองกลับคิดถึงข้อเสนอของเจ้านายหนุ่ม นอนกับเขาแค่คืนเดียวแต่ช่วยชีวิตลูกชายได้ ลูกที่เป็นเหมือนแก้วตาดวงใจ ลูกที่เธอสัญญาไว้ว่าต่อให้ลำบากแค่ไหนก็จะเลี้ยงแกให้ดี เพราะถ้ากวินท์เป็นอะไรไปทั้งๆ ที่เธอมีโอกาสหาเงินมารักษาได้ นั่นคงเป็นตราบาปที่ทำให้เธอรู้สึกผิดไปทั้งชีวิต

แม้จะคิดแบบนั้นทว่าขวัญชีวาก็อดไม่ได้ที่จะสมเพชและสงสารตัวเองจนน้ำตาเอ่ออีกครั้ง  

รอยส์กลับมารอรับสายโทรศัพท์ของขวัญชีวาที่บ้าน ชายหนุ่มปรับอารมณ์ที่ค่อนข้างกระวนกระวายด้วยการจิบไวน์นำเข้ารสเลิสไปด้วยขณะที่สายตามองตรงมาที่โทรศัพท์มือถือของตัวเอง ซึ่งตอนนี้ยังคงไม่ได้รับการติดต่อจากขวัญชีวาแต่อย่างใด

ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ปริมาณไวน์ในขวดก็เหมือนจะหายไปเรื่อยๆ รอยส์มองหน้าจอโทรศัพท์สลับกับนาฬิกาบนข้อมือที่เวลาตอนนี้เกือบสี่ทุ่ม

“หรือให้ข้อเสนอเธอน้อยเกินไป” เสียงทุ้มพึมพำออกมาเบาๆ นี่คือครั้งแรกที่เขายื่นข้อเสนอทั้งเงินทั้งออฟชั่นอื่นให้ผู้หญิงเพียงเพราะต้องการให้เธอนอนด้วยแค่คืนเดียว หนำซ้ำยังเป็นผู้หญิงที่ผ่านการมีครอบครัวมาแล้วและตอนนี้อยู่ในสถานะคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว

แต่ให้ทำยังไงในเมื่อเขาชอบเธอ ชอบตั้งแต่แรกเห็นด้วยซ้ำ ทั้งๆ ที่พยายามหยุดความคิดพวกนั้นทว่าความรู้สึกชอบกลับไม่เคยน้อยลง เขาชอบในความเก่งและความแกร่งของเธอ เขารู้ว่าเธอทำงานหนักเพื่อลูกชายแต่ก็ยังฉวยโอกาสเอาข้ออ้างเหล่านั้นมาตะล่อมให้เธอรับข้อเสนอที่เขาได้ผลประโยชน์

เขามั่นใจว่าต้องมีบริษัทบางแห่งซื้อตัวขวัญชีวาไปแน่นอน ยิ่งเธอร้อนเงินแบบนี้ด้วยแล้วการตกลงก็ยิ่งง่ายเพราะแบบนั้นเธอจึงลาออกแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ในเมื่อ   ขวัญชีวาจะไปจริงๆ ทางเดียวที่จะรั้งไม่ให้เธอไปคือเขาต้องเอาตัวเข้าแลกแล้วทำทุกอย่างเพื่อให้เธอตกเป็นทาสสวาท

ซีอีโอหนุ่มยิ้มกริ่มกับแผนบ้าๆ ของตัวเองที่จู่ๆ มันก็ผุดเข้ามาในหัวตอนกำลังเครียดแล้วที่บ้าไปกว่านั้นคือเขาดันหยิบเอาแผนที่ว่ามาใช้กับขวัญชีวาจริงๆ และก่อนที่สมองของรอยส์จะฟุ้งซ่านไปไกลคนที่ชายหนุ่มกำลังรอสายก็โทรเข้ามาพอดี

“หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า” รอยส์ตั้งใจยื้อเวลาเพราะไม่อยากรีบรับสายแล้วทำให้ขวัญชีวาเข้าใจผิดว่าเขานั้นกำลังรอเธออย่างใจจดใจจ่อ เขาทำแบบนั้นกระทั่งสายเกือบตัดจึงกดรับสายด้วยเสียงทุ้มต่ำทว่าน่าฟัง 

“รอยส์ครับ”

“ฉัน…ขวัญชีวาค่ะ” แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายรู้ว่าสายที่โทรเข้ามาเป็นใครทว่าขวัญชีวาก็ยังคงแนะนำตัวอย่างเป็นทางการเหมือนทุกครั้งที่ได้คุยสายกับเขา ทว่าครั้งนี้จุดประสงค์มันต่างออกไปจากครั้งที่ผ่านมา 

“ครับ ผมฟังคุณอยู่”

“ฉันตกลงรับข้อเสนอของคุณ” 

“โอเค” รอยส์เอ่ยรับอย่างยินดีแต่ก็ไม่ได้แสดงออกผ่านน้ำเสียงจนทำให้ขวัญชีวาจับสังเกตได้  

“แต่ฉันมีข้อแม้”

“ว่ามาได้เลย”

“กรุณาเซ็นใบลาออกให้ฉัน” 

“ทำไมถึงยังคิดอยากลาออกหรือว่าที่ใหม่จูงใจคุณด้วยเงินเดือนที่สูงขึ้น บอกผมว่าที่นั่นให้คุณเท่าไหร่ผมจะให้มากกว่า” 

“เปล่าค่ะ”

“งั้นช่วยบอกเหตุผลของคุณให้ผมฟังหน่อย”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • พรหมจรรย์ดอกหญ้า   บทที่ 27- จบ

    “อ้อค่ะ” ขวัญชีวาเอ่ยรับ นั่งรถมาได้ครู่ใหญ่รอยส์ก็เลี้ยวรถไปยังคอมมูนิตี้มอล์แห่งหนึ่ง หลังจอดรถเสร็จเขาก็พาเธอเดินตรงไปยังร้านแห่งหนึ่งที่ด้านหน้ามีชุดเจ้าสาวตั้งโชว์อยู่ นั่นทำให้ขวัญชีวาหยุดกึกทันที“ไม่รู้ว่าที่นี่จะมีชุดเจ้าสาวที่คุณชอบบ้างไหม”“อะไรนะคะ”“ผมเป็นคนพูดไม่เก่ง ไม่รู้เซอร์ไพรส์แบบไหนหรือจะใช้คำไหนบอกก็เลยพาเกี๊ยวมาที่นี่แทน” ความซื่อในเรื่องพวกนี้ของรอยส์ทำให้ขวัญชีวายิ้มเขินออกมา“พูดคำง่ายๆ ว่าเราแต่งงานกันไหม แค่นี้ก็ได้ค่ะ”“เราแต่งงานกันไหมครับ” รอยส์พูดตามที่ขวัญชีวาแนะนำทันที เขาคิดเรื่องแต่งงานกับเธอมานานแล้วจึงไม่แปลกหากอยากแต่งงานทันที “ผมรักคุณ”“เกี๊ยวก็รักคุณ”“เราแต่งงานกันนะ”“นี่คุณยังไม่ล้มเลิกเรื่องขอฉันแต่งงานอีกเหรอ”“ยังครับ ถ้าวันนี้คุณไม่ตอบวันต่อๆ ไปผมก็จะพูดแบ

  • พรหมจรรย์ดอกหญ้า   บทที่ 26

    เพราะคิดถึงและโหยหาส่งผลให้สัมผัสของรอยส์นั้นเต็มไปด้วยความร้อนแรง ชายหนุ่มอุ้มขวัญชีวาจนตัวเธอลอยขึ้นจากพื้นแล้วก้าวยาวๆ ไปยังห้องพักผ่อนที่อยู่ทางปีกซ้ายของตัวบ้าน ทันทีที่มาถึงเขาก็วางเธอลงบนโซฟาตัวใหญ่ที่อยู่ริมหน้าต่างแล้วโน้มตัวลงไปเล้าโลมอย่างคิดถึงพร้อมกระซิบถาม“คิดถึงผมหรือเปล่า”“คิดถึงค่ะ คิดถึงมากจนฝันถึงทุกคืน” คำตอบจากขวัญชีวาทำให้ซีอีโอหนุ่มยิ้มกริ่มก่อนจะมอบจูบให้เธอ นั่นทำให้คนในอ้อมกอดครางกระเส่าออกมาอย่างต่อเนื่อง ความเสียวซ่านวาบหวามที่แสนคิดถึงทำให้เธอร้อนรุ่มไปทั้งตัวเพราะคิดถึงจังหวะรักของทั้งคู่จึงร้อนแรงและโหยหา เวลานี้ต่างช่วยกันปลดเปลื้องเสื้อผ้าให้หลุดพ้นไปจากร่างกายโดยเฉพาะส่วนสำคัญที่ต้องไร้การขวางกั้น การเล้าโลมเกิดขึ้นเพียงครู่เดียวทั้งสองก็อดใจไม่ไหวนั่นทำให้การสอดประสานเป็นหนึ่งเดียวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงในขณะที่สะโพกสอบของรอยส์กำลังเคลื่อนไหวในจังหวะเข้าและออกหนักๆ เม็ดยอดสีชมพูบนหน้าอกอวบที่เวลานี้เปลือยเปล่าของขวัญชีวาช่างท้าทายสายตาเขาเ

  • พรหมจรรย์ดอกหญ้า   บทที่ 25

    แม้จะมั่นใจว่ารอยส์นั้นรักขวัญชีวาถึงขั้นวางแผนจะแต่งงานใช้ชีวิตที่เหลือด้วยกัน แต่ภูริชก็ไม่วายบอกข่าวผิดๆ แก่รอยส์ นั่นทำเอาซีอีโอหนุ่มถึงกับหัวร้อนแล้วรีบบึ่งรถไปหาขวัญชีวาที่บ้านทันที“คุณจะทิ้งผมจริงๆ เหรอ”“ทิ้งคุณ!” สีหน้าและแววตาของขวัญชีวางุนงงอย่างเห็นได้ชัด นั่นเพราะเธอไม่เคยคิดจะทิ้งรอยส์เลยแม้แต่ครั้งเดียวแล้วเขาโวยวายเรื่องนั้นขึ้นมาทำไม“ใช่ คุณหนึ่งบอกว่าคุณจะไปอยู่ที่ฟินแลนด์ด้วย แล้วผมละครับ คุณจะเอาผมไปวางไว้ตรงไหน” นอกจากโวยวายแล้วรอยส์ยังร้อนใจจนเก็บอาการไม่อยู่“วางไว้ที่เดิมค่ะ”“คุณเกี๊ยว”“ดื่มน้ำดับอารมณ์ร้อนก่อนดีไหมคะ” ขวัญชีวายังคงแสดงท่าทางสบายๆ ไม่ได้ร้อนรนอะไร“ไม่ครับ” น้ำเสียงห้วนๆ ของรอยส์เอ่ยรับขึ้น“ถ้างั้นก็ตั้งใจฟังให้ดีๆ ฉันจะตามน้องกวินท์ไปที่ฟินแลนด์จริงๆ แต่แค่ไปส่งแล้วกลับค่ะไม่ได้ไปอยู่ถาวร”

  • พรหมจรรย์ดอกหญ้า   บทที่ 24

    อาการป่วยของกวินท์ดีวันดีคืน หมอจึงอนุญาตให้เด็กชายกลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านได้แต่ข่าวดีนี้ก็ถูกกลบด้วยบรรยากาศที่อึมครึมเมื่อพลอยใสเดินทางมาถึงเมืองไทยเพื่อคุยเรื่องหย่ากับภูริชเธอยังคงยืนกรานที่จะไม่หย่าในขณะที่ภูริชก็ยืนกรานที่จะหย่าเช่นกัน สุดท้ายภูริชก็ฟ้องหย่าและเพราะไม่อยากให้เป็นข่าวใหญ่โตจนทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูล ทางครอบบครัวของพลอยใสจึงกดดันให้ลูกสาวคนโตยอมเซ็นใบหย่าเงียบๆต่อให้พลอยใสอยากเอาชนะภูริชมากขนาดไหนสุดท้ายก็ทนแรงกดดันจากคนในครอบครัวที่ไม่มีใครเข้าข้างเธอเลยสักคนไม่ได้ เมื่อหย่าเสร็จเธอก็บินกลับไปใช้ชีวิตที่บอสตันส่วนภูริชก็มีคำสั่งจากบริษัทให้ย้ายไปทำงานที่ฟินแลนด์เช่นกัน เพราะแบบนั้นเขาจึงอยากพากวินท์ไปด้วยทันทีที่ได้รู้ขวัญชีวาก็ถึงกับซึมนั่นเพราะไม่คิดว่าเธอจะต้องอยู่ห่างกับกวินท์ไกลถึงขนาดนั้น แต่ก็ยอมรับว่าที่นั่นดีต่อการดำเนินชีวิตของกวินท์ อีกอย่างเธอเป็นแค่ป้าคงไม่มีสิทธิ์เท่าพ่อแท้ๆ“ทำไมพี่หนึ่งใจร้ายกับแกแบบนั้น” ปิยะดาเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจที่จู่ๆ

  • พรหมจรรย์ดอกหญ้า   บทที่ 23

    “ขอบคุณมากนะครับที่คอยช่วยเหลือลูกชายผมกับเกี๊ยว” เมื่อมีโอกาสได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง ภูริชก็เอ่ยกับรอยส์ขึ้น“ผมยินดีและเต็มใจที่ได้ช่วยครับ ไม่ได้เดือดร้อนอะไร”“เกี๊ยวบอกว่าคุณเป็นเจ้านายเธอที่บริษัท”“ใช่ครับ เราทำงานด้วยกันมาหลายปีแล้ว แต่จู่ๆ คุณเกี๊ยวก็ขอลาออกผมเลยรู้ว่าเธอกำลังมีปัญหา” หากไม่มีใบลาออกใบนั้นรอยส์ก็คงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับ ขวัญชีวาบ้าง“ผมเป็นพ่อที่ไม่เอาไหนเลยจริงๆ” ยิ่งคิดภูริชก็ยิ่งรู้สึกผิด ดีแค่ไหนแล้วที่ไม่ถูกลูกชายเกลียดเอา“อย่าโทษตัวเองเลยครับเพราะอย่างน้อยตอนนี้คุณก็รู้ทุกอย่างแล้ว รู้ก่อนที่มันจะสายไป”“ผมเคยทำผิดแล้วครั้งหนึ่งที่เลิกรากับกุ้งโดยไม่รู้ว่าเธอกำลังตั้งท้องมารู้อีกทีคือวันที่ผมบินกลับร่วมงานศพของเธอ แต่แล้วก็ยังปล่อยปะละเลยชีวิตของกวินท์กับเกี๊ยวจนทำให้ทั้งคู่ลำบาก” ยิ่งคิดภูริชก็ยิ่งรู้สึกผิดหลังจากนี้เ

  • พรหมจรรย์ดอกหญ้า   บทที่ 22

    “เรากลับมาคุยกันก่อนนะคะคุณหนึ่ง” แม้จะไม่พอใจที่สามีบินกลับเมืองไทยโดยไม่บอกเธอ แต่สถานการณ์ในตอนนี้พลอยใสก็ต้องหว่านล้อมสามีให้กลับมาหาเธอให้ได้เสียก่อน “ต่อจากนี้เราคงไม่ต้องคุยอะไรกันอีก”“ไม่นะคะไม่ ถ้าคุณไม่สะดวกบินมาฉันจะบินไปหาคุณเพื่ออธิบายทุกอย่างเอง นะคะ”“อย่าเสียเวลาเลย”“คุณพูดแบบนี้หมายความว่ายังไงหรือคุณจะหย่ากับฉันอย่างนั้นเหรอ”“ใช่”“คุณหนึ่ง!”“ผมคงใช้ชีวิตกับคุณต่อไปไม่ได้อีกแล้ว เราหย่ากันน่าจะดีที่สุด” เรื่องหย่าอยู่ในหัวของภูริชมานานแล้ว น่าจะตั้งแต่แต่งงานกับพลอยใสด้วยซ้ำ เพียงแค่ที่ผ่านมาเขาพยายามไม่คิดถึงเรื่องหย่าและคิดว่าทุกอย่างจะค่อยๆ ดีขึ้นเพราะหลังจากเลิกรากับปานชีวาน้องสาวของ ขวัญชีวาไม่นานเขาก็แต่งงานสายฟ้าแลบกับเธอ ที่ตัดสินใจแต่งงานทันทีเพราะผู้ใหญ่บีบบังคับบวกกับเขาต้องการใครสักคนเพื่อให้ลืมปานชีวา จากนั้นก็ย้ายไปอยู่ด้วยกันที่บอสตันโดยเขาไปทำงานในขณะที่พลอยใสก็ตามไปดูแลแต่ไ

  • พรหมจรรย์ดอกหญ้า   บทที่ 21

    สำหรับขวัญชีวาแล้ว แม้ตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างรอยส์และเธอจะซับซ้อนแต่ก็มั่นใจว่าจะจัดการทุกอย่างเพื่อไม่ให้กระทบกับงานได้ เธอจะอดทนจนกว่าเขาจะเซ็นใบลาออกให้แต่เมื่อไหร่เส้นความอดทนของเธอมันขาดก็อีกเรื่องหนึ่ง สิ่งที่อยู่ในหัวของขวัญชีวามีเรื่องลูกและเรื่องงานเป็นหลัก ส่วนเรื่องของรอยส์ก็มีบ้างที

  • พรหมจรรย์ดอกหญ้า   บทที่ 20

    หลังการผ่าตัด อาการของกวินท์ก็หายวันหายคืนอาจเพราะใจสู้และได้กำลังใจดีจากแม่คนเก่งอย่างขวัญชีวารวมไปถึงลุงอย่างรอยส์ที่รายหลังนั้นหมั่นแวะเวียนมาเยี่ยมเสมอๆ การปรากฎตัวที่โรงพยาบาลของรอยส์บ่อยๆ ทำให้พี่ชายอย่างเรย์สนใจ ชายหนุ่มคอยสังเกตุอยู่ห่างๆ กระทั่งรู้ว่าคนไข้ที่เวลานี้ยังพักฟื้นอยู่ในห้

  • พรหมจรรย์ดอกหญ้า   บทที่ 19

    และก่อนที่ขวัญชีวาจะคิดไปไกลรอยส์ก็ทำให้เธอรุ่มร้อนอีกครั้ง นั่นเพราะตอนนี้เขาต้องไล่ตามเธอให้ทันก่อนจะถูกทิ้งไว้ท่ามกลางความครึ่งๆ กลางๆ จึงกระแทกกระทั้นสะโพกเข้าหาอย่างถี่กระชั้นจนร่างกึ่งเปลือยของขวัญชีวาไหวโยกตามแรงส่ง หน้าอกคู่สวยกระเพื่อมขึ้นลงยั่วสายตาอีกฝ่าย รอยส์อดใจไม่ไหวจึงยกมือข้างหนึ

  • พรหมจรรย์ดอกหญ้า   บทที่ 17

    หลังเสร็จงานขวัญชีวาก็ตรงไปที่โรงพยาบาล ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปก็พบว่ารอยส์อยู่กับกวินท์ ชายหนุ่มส่งยิ้มให้เธอราวกับก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น หน้าตายียวนแบบนั้นยิ่งทำให้ขวัญชีวาโมโหแต่ก็ต้องส่งยิ้มกลับไปเพราะนอกจากรอยส์แล้วลูกชายเธอก็กำลังมองมาเช่นกัน“แม่เกี๊ยว

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status