LOGIN"เธอซื้อเขา...เพียงเพื่อคืนเดียว แต่กลับได้ 'ลูก' และ 'เจ้าของหัวใจ' ติดมาทั้งชีวิต" เมื่อหญิงสาวผู้ผิดหวังจากความรัก ถูกคู่หมั้นหักหลังอย่างเลือดเย็น เธอจึงตัดสินใจประชดชีวิตด้วยการซื้อความสุขจากบาร์โฮสต์สุดหล่อ โดยคิดว่า...จบแค่คืนนั้นทุกอย่างก็คงเป็นเพียงความทรงจำ แต่โชคชะตากลับเล่นตลก... คืนเร่าร้อนเพียงคืนเดียว กลับฝากของขวัญชิ้นใหญ่ไว้ในท้องของเธอ หลายปีต่อมา...ชายหนุ่มที่เธอเคยคิดว่าเป็นเพียง "นายบำเรอ" กลับปรากฏตัวอีกครั้ง พร้อมฐานะที่แท้จริง และความต้องการเพียงข้อเดียว... เขาจะทวงลูก...และทวงหัวใจของแม่เด็กกลับคืน เมื่อความเข้าใจผิด ความลับ และชนชั้นทางสังคม กลายเป็นโซ่ที่พันธนาการหัวใจทั้งสองไว้ สุดท้าย...ใครกันแน่ที่จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้กับ "ความรัก"
View Moreร้านใบตองดอกไม้สด ในตัวเมืองจังหวัดนครนายก
ญาธิดานั่งเสียบใบยางอินเดียลงไปวงฟางเพื่อปกปิด ก่อนจะเสียบดอกไม้สดทับและจัดแต่งลงไปอีกที วันนี้มีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในศาลากลางจังหวัดเสียชีวิต คนจึงแห่แหนมาสั่งจองพวงหรีดเป็นจำนวนมาก
ญาธิดาเปิดร้านดอกไม้แห่งนี้มาร่วมสามปีแล้ว ตั้งแต่เธอเรียนจบจากวิทยาลัยอาชีวะศึกษา ในสาขาการเรือนและการทำอาหาร
ส่วนเรื่องการจัดดอกไม้ เธอสนใจมาตั้งแต่เด็ก และตอนที่ไปเรียนอยู่ในจังหวัดสระบุรี เธอก็ได้ทำงานประจำหลังเลิกเรียนที่ร้านดอกไม้เพื่อหารายได้ในการศึกษา
ญาธิดาเป็นเด็กกำพร้า ไม่มีทั้งพ่อและแม่ เธออาศัยอยู่กับน้าสาว น้องแท้ ๆ ของแม่ ดีหน่อยที่น้าสาวและน้าเขยไม่มีลูก จึงทำให้ทั้งสองคนรักเธอมาก และดูแลมาเป็นอย่างดี
อุบัติเหตุร้ายแรงตอนที่โรงงานของพ่อและแม่ทำอยู่เกิดระเบิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ ทำให้พ่อกับแม่ของเธอตกเป็นผู้เคราะห์ร้าย และความโชคดีไม่มีในพวกท่าน จึงได้ตายจากญาธิดาตั้งแต่เธอเรียนชั้นประถม
การศึกษาทำให้เธอมีความคิด และความขยันบวกกับความกลัวการลำบาก ทำให้เธอยอมทำงานทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินมายังชีพ อีกทั้งยังเกรงอกเกรงใจน้าสาวกับน้าเขยที่ดูแลเธอเป็นอย่างดี
หญิงสาวร่างบอบบาง หน้าตาจิ้มลิ้มเปิดประตูแล้วเดินเข้ามาในร้าน ญาธิดารีบเงยหน้าขึ้นมาดู เธอจำได้ดี ‘ครองขวัญ ญาณโสภณ’
ผู้หญิงคนนี้เธอเป็นนักจัดรายการวิทยุชื่อดังของที่นี่ ตามงานต่าง ๆ ในจังหวัด ก็มักจะพบเห็นเธอคนนี้ขึ้นไปอยู่บนเวทีเพื่อทำหน้าที่พิธีกร ญาธิดารีบยิ้มให้กับครองขวัญ
“จะมาสั่งพวงหรีดหรือคะคุณขวัญ” คนดังในจังหวัดเสียชีวิตลงแบบนี้ ใคร ๆ ก็ต่างมาสั่งพวงหรีดเพื่อไปไว้อาลัย
“ไม่ได้มาสั่งพวงหรีดค่ะ” น้ำเสียงดูเย็นชาและนัยน์ตาไม่ได้ดูญาติดีกับญาธิดานัก
ญาธิดาจึงวางมือที่ทำลง ก่อนจะลุกขึ้นมาหา
ครองขวัญ เป็นคนสวย และเก่ง ต่างเป็นที่หมายปองของหนุ่ม ๆ ตอนที่ได้ยินเสียงครั้งแรก ญาธิดายังชมว่าเสียงของเธอหวาน เมื่อได้เห็นหน้าก็ยิ่งชมหนักเข้าไปอีก นอกจากเสียงอันไพเราะแล้ว รูปร่างก็ดี ผิวพรรณผ่องใส ใบหน้าจิ้มลิ้ม เมื่อได้แต่งแต้มสีสันยิ่งน่ามองเข้าไปอีก มิน่าเธอจึงเป็นขวัญใจของผู้คน รวมถึงบรรดาผู้จัดงานในจังหวัดมักจะจ้างเธอให้ไปทำหน้าที่พิธีกร
“ถ้าไม่ได้สั่งพวงหรีด จะให้จัดช่อดอกไม้ หรือกระเช้าไปเยี่ยมใครคะ ที่ร้านมีบริการส่งให้ถึงมือลูกค้าด้วยค่ะ” สอบถามลูกค้าถึงความต้องการ
ครองขวัญกลืนน้ำลาย ญาธิดาเพิ่งสังเกตว่าหน้าตาของหญิงสาวซีดเซียว และใต้ขอบตาของเธอนั้นดูคล้ำ ๆ เหมือนคนอดหลับอดนอน
“ขวัญจะมาคุยกับคุณนะคะ คุณใบตอง”
ญาธิดาถึงกับแปลกใจว่าคนอย่างครองขวัญ ดีเจชื่อดังมารู้จักเธอได้อย่างไร ในเมื่อไม่ได้รู้จักมักจี่กันมาก่อน
สีหน้าของญาธิดาแสนประหลาดใจ ก่อนจะร้องอ้อ คงจะเห็นจากชื่อป้ายที่แขวนอยู่ตรงหน้าร้าน ‘ใบตองดอกไม้สด’
“คุยกับตองหรือคะ”
“ใช่ค่ะ”
คำตอบที่ได้ยิ่งทำให้ญาธิดาฉงนไปกันใหญ่ จึงได้เลื่อนเก้าอี้ที่อยู่ใกล้ หมายจะให้แขกนั่ง แต่ครองขวัญกลับยืนตัวสั่น หันมามองหน้าของญาธิดาตรง ๆ
“ขอรบกวนเวลาของคุณใบตองไม่นานค่ะ”
ญาธิดาถึงกับชะงักไป หมุนมาเผชิญหน้ากับครองขวัญทั้งตัว “พูดมาได้เลยค่ะ” ทั้งที่รู้สึกแปลก ๆ และใจคอไม่ดี
“ขวัญจะไม่อ้อมค้อมนะคะ ที่มาวันนี้จะมาพูดเรื่องของเราสามคน”
“เราสามคน” พึมพำออกปาก
“คุณ ฉัน และพี่ปอ”
ชื่อที่ครองขวัญเอ่ย คือชื่อของผู้หมวดนรชิต คนรักของเธอที่กำลังคบหาอยู่ และตกลงจะแต่งงานกันในอีกสามเดือนข้างหน้า จากที่ตงิด ๆ ญาธิดากลับใจสั่นหวั่นไหวขึ้นมาเสียเอง ใบหน้าของเธอมีแววกังวลขึ้น
“คุณพูดทำนองนี้หมายความว่ายังไงคะ” ถามเสียงสั่น
“ในฐานะที่เป็นลูกผู้หญิงเหมือนกัน ที่ฉันมาหาคุณวันนี้ เพราะอยากจะมาขอร้องให้คุณใบตองล้มเลิกงานแต่งงานกับพี่ปอ ฉันกำลังท้อง ลูกในท้องของฉันเป็นลูกของเขา”
ญาธิดาถึงกับหูผึ่ง อึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน ยืนตัวชาไปชั่วขณะ
น้ำตาของครองขวัญค่อย ๆ ไหล
“พี่ปอเข้ามาจีบฉัน และเขาบอกว่าเขาโสด มันไม่ใช่ความผิดพลาดอะไรทั้งนั้น แต่มันเป็นความรัก ฉันรักเขา และเขาก็รักฉัน”
ญาธิดาเหมือนกับถูกฟาดหน้าด้วยหมัดของนักมวยตัวใหญ่ ๆ หรือถูกหินหล่นมาจากฟ้าแล้วหล่นลงกลางกบาลของเธอ รู้สึกวูบคล้ายตัวเองจะเป็นลม ญาธิดาถอยหลังจนชนเข้ากับโต๊ะ ก่อนจะจับยึดประคองตัวเองเอาไว้
“เขามีโลกสองใบ ใบหนึ่งก็คือคุณ อีกใบก็คือฉัน และนี่คือหลักฐาน” ครองขวัญงัดเอาที่ตรวจครรภ์ของเธอที่เตรียมมา เอาไปวางไว้บนโต๊ะตัวที่ญาธิดายึดเอาไว้
ครองขวัญหยิบมือถือของตัวเองออกมาเปิดด้วย แล้วยื่นให้ญาธิดาดู ญาธิดารับมือถือนั้นเอาไปถือด้วยมือสั่น ๆ ในมือถือนั้น เป็นคลิปวิดีโอของนรชิตและครองขวัญเอง
ไม่ผิด สายตาของญาธิดาไม่ได้เพี้ยน
“แป๊บสิครับ พวกเราต้องนั่งกินให้เรียบร้อย” น้องปลาทูตามหลังแม่มาติด ๆ ส่วนอีกหนึ่งหนุ่มหล่อตัวน้อย สาระวนกับการเก็บของเล่นที่หล่นพื้น เพื่อจะเอามาเล่นตรงที่แม่นั่งป้อนข้าว ซึ่งมีคุณพ่ออณวิทย์นั่งรออยู่ กำลังจัดการเอาหนังสือและข้าวของของตัวเองที่นำมาจากบริษัทหล่นเก็บลงไปในกระเป๋าปลาทรี หรือเด็กชายอติวิชญ์ ที่แปลว่านักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ หรือผู้มีตระกูลสูง“ปลาทรีเร็ว ๆ เข้า” คุณพ่อกวักมือเรียก เด็กชายตัวป้อมก็วิ่งมาอย่างไวปลาทูรับเอาข้าวที่แม่เป่ากำลังอุ่น ๆ เข้าไปในปาก“อ่ำ อาหย่อย”“อร่อยมากไหมครับ”“มาก มาก”“มากมากครับสิลูก ต้องพูดครับด้วย”“มากมากครับ” น้องปลาทูโค้งตัวและพนมมือไหว้“เก่ง ๆ เก่งจริงลูกพ่อ” ผู้เป็นพ่อตบมือให้กำลังใจ“ขอปลาทรีกินด้วย” พูดยังไม่ชัดทุกคำ“คำใหญ่ ๆ นะครับคุณแม่” พร้อมกับกางแขนจนสุดแขน“ใหญ่แค่ไหน แค่นี้พอไหมครับ”ปลาทรีพยักหน้า &ldq
“ลมอะไรหอบมาจ๊ะ” หมอปลายฟ้าทักถามรุ่นน้องอย่าสนิทสนม“เมื่อกี้ได้เจอกับปานไหม”“เจอครับพี่ปลาย แล้วปานมาทำอะไรหรือครับ”“มาปรึกษาเรื่องการมีลูกยากน่ะ สามีของนางมีน้ำเชื้อน้อยไปหน่อย”แต่เมื่อคุณหมอได้เห็นสายตาของทัศยา คุณหมอปลายฟ้าก็รีบหยุดพูดเรื่องของปานรวี“วันนี้ก็จะเจาะเลือดทั้งคุณสามีแล้วก็คุณภรรยาไปเพื่อตรวจเช็คโดยละเอียดนะคะ แล้วผลจะส่งไปให้ที่บ้าน และส่งทางอีเมล์ด้วยค่ะ”“พี่ปลาย ผมอยากเห็นหน้าลูกนะครับ ได้ข่าวว่าที่นี่มีเครื่องใหม่มาจากอเมริกา” อณวิทย์มีอาการตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด“ที่เธอมาที่นี่ หมายความว่าอยากเห็นหน้าลูกชัด ๆ ใช่ไหม”“ใช่ครับ ก็คลินิกพี่มีเครื่องมือที่ดีที่สุดในประเทศไทยในตอนนี้นี่ครับ ผมอยากเห็นลูก และอยากจะรู้ว่าลูกสองคนของผมจะถือไมค์ออกมาจากท้องด้วยหรือเปล่า”“เอาแบบนั้นเลยเนาะ”ทั้งคุณหมอ และนางพยาบาลก็หัวเราะลั่นทัศยาต้องสลัดความไม่พอใจออก แล้วหันไปจ
“แล้วบรรพ์ไม่ได้มาด้วยเหรอ” เขาอดที่จะถามไม่ได้ ปานรวียังจ้องใบหน้าเขานิ่ง เธอเพิ่งได้สำนึก การแต่งงานมันคือการเริ่มต้นชีวิตคู่ และเธอกับบรรพ์ก็ทำมันได้ไม่ดีมากนัก“ปานจะมาฝากท้อง หรือว่ามาทำอะไรที่นี่ครับ” ถามย้ำ เพราะคลินิกฝากครรภ์ไม่ใช่ที่จะมาเดินเล่น“ปานมาตามที่คุณหมอปลายฟ้านัดเอาไว้นะคะ”“นัดหรือ นัดมาเพื่อทำอะไรครับ”“ก็คือปานอยากมีลูก แต่บรรพ์ทำให้ปานท้องไม่ได้ค่ะ ปานจึงต้องมาปรึกษาหมอ”“เหรอ” อณวิทย์ทำตาโตกับเรื่องที่ได้รับรู้ เขายิ้มหยันที่มุมปากขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง“เสียดายนะที่ปานไปเลือกเขาที่ไม่มีน้ำยา แทนที่จะเป็นพี่” เขาแค่พูดเพื่อความสะใจ ทว่าปานรวีหน้าเสีย“เราสองคนคงกลับไปยังจุดเริ่มต้นไม่ได้อีกแล้วล่ะค่ะ ไม่มีวันนั้นอีกแล้ว” แววตาของเธอมีความเสียใจระคนอยู่“ว่าแต่พี่ก็ยังไม่ได้ตอบปานเลยนะคะว่า พี่มาทำอะไรที่นี่หรือคะ”ในระหว่างนั้นเอง ทัศยาตัดสินใจเป
จุ๊บ... เขาทำเสียงและงับลงไปที่ริมฝีปากของเธอ หญิงสาวได้แต่ส่งเสียงครางเบา ๆร่างกำยำของอณวิทย์แทรกตัวลงไปตรงกลางสอง ก่อนจะจับแยกขาขาว ๆ ของเธอให้ออกห่างจากกัน ท่อนบุรุษที่แข็งดั่งหินทาบพาดลงไป เนื้อสัมผัสเนื้อ ร่างกายของสองหนุ่มสาวไม่ต่างจากเปลวไฟคนหนึ่งคือเชื้อเพลิง อีกคนก็ประหนึ่งเพลิงไฟที่พร้อมจะทำให้ทั้งสองคนมอดไหม้จากไฟรักและปรารถนา สัมผัสกายต่างรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นจากร่างกายของกันและกันลมหายใจที่เป่ารดอยู่ที่ต้นคอ ก่อนจะลดต่ำลงไปพร้อมกับใช้ปลายจมูกและปลายลิ้นระร้ายเล่นงานเธอไปทุกรูขุมขน ทัศยาขนลุกเกรียว สองมือขยุ้มเส้นผมของสามีอย่างลืมตัวริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น เมื่อปากเร่าร้อนของ อณวิทย์ครอบครองไปทั้งยอดอิ่ม เขาสนุกกับการสลับดูดดุ้นยอดสีหวานอย่างตั้งใจ“พี่จะเปิดเต้าให้ลูกก่อน พอยาคลอดจะลูกจะได้กินอย่างถนัด ๆ”“อื้อ... แต่ว่าตอนนี้ยาเสียวมากกว่าค่ะ”“เสียวเหรอ เดี๋ยวจะเสียวยิ่งกว่านี้อีก”“พี่จ๋าจะทำอะไรก็ทำเถอะ”“ทำไม”&ldqu





