Share

4

last update Tanggal publikasi: 2026-01-19 17:22:12

“เดี๋ยวนี้อย่าว่าแต่ผู้หญิงเลย แม้แต่ผู้ชายยังเสพติดศัลยกรรมไม่แพ้กัน ถ้าลองกลับไปดูหน้าเดิมๆ อาจจะจำตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ”

กรวิชญ์พยักหน้าเห็นด้วย เพราะที่ผู้เป็นเพื่อนพูดก็ไม่ได้เกินจากความเป็นจริงไปนัก ปัจจุบันทั้งผู้ชายผู้หญิงต่างเสพติดการทำศัลยกรรมกันอย่างหน้ามืดตามัว จนกระทั่งลืมนึกถึงผลเสียที่จะตามมาในอนาคต ไม่ต้องดูใครที่ไหน นายแบบนางแบบในเอเจนซีของเขานั่นไง แต่ละคนหน้าตาหล่อสวยศัลยกรรมแทบทุกคน ทำกันจนจำเค้าหน้าเดิมแทบไม่ได้

“มันก็จริงอย่างที่แกพูดว่ะไอ้ภาม สมัยนี้หาผู้หญิงหน้าตาสวยตามธรรมชาติได้ยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรแล้วมั้ง แต่ผู้หญิงคนนั้นสวยจริงๆ ดูก็รู้ว่าไร้ซึ่งศัลยกรรม”

จบคำพูดของผู้เป็นเพื่อน พลันในห้วงความคิดของภีมวัจน์ก็ปรากฏภาพของผู้หญิงหน้าตาสวยประหลาด ที่มองเขาราวกับเห็นผีคนนั้นผุดวาบขึ้นมาทันที ชายหนุ่มแปลกใจตัวเองไม่น้อย ว่าเหตุใดในหัวของเขาจึงเต็มไปด้วยภาพของเธอทั้งที่ไม่เคยปรากฏภาพของผู้หญิงคนไหนมาก่อน

“ว่าแต่แกจะไปควานหาตัวเธอได้ที่ไหนวะ กรุงเทพฯ ไม่ได้แคบๆ นะโว้ย”

“มันก็คงไม่กว้างจนหากันไม่เจอหรอกว่ะ” คนพูดพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ

“แต่มันก็ไม่ได้แคบจนมาโคจรมาเจอกันง่ายๆ นักหรอกว่ะ แต่ดูแกมั่นอกมั่นใจเหลือเกินนะว่าจะต้องเจอตัวเธอ”

ภีมวัจน์นิ่ง ไม่ตอบเพื่อน เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเหตุใดเขาจึงรู้สึกมั่นอกมั่นใจเช่นนั้น อาจเป็นเพราะลางสังหรณ์ในใจลึกๆ บอกเขาว่าจะได้พบกับผู้หญิงคนนี้ในอีกไม่ช้า

“เอาวะ ยังไงฉันก็ขออวยพรให้แกเจอกับเธอในเร็ววันแล้วกันว่ะ ว่าแต่แกอยากได้เธอมาเป็นนางแบบอย่างเดียวจริงๆ หรือวะ” กรวิชญ์แกล้งถามยิ้มๆ  ทำเอาคนที่ไม่ได้คิดอย่างนั้นจริงๆ รีบปรับสีหน้าก่อนตอบเสียงเคร่งเครียด

“แล้วแกคิดว่าถ้าฉันอยากได้อย่างที่แกพูดฉันจะได้ไหมล่ะ”

คนถูกถามยังไม่ทันตอบ จากัวร์คันงามก็แล่นมาถึงหน้าโรงแรมดังย่านกลางกรุง ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานเปิดตัวห้องชุดสุดฮิปที่ทั้งคู่มาร่วมงานเสียก่อน ทำให้ต้องยุติการสนทนาลงแต่เพียงเท่านั้น

รสิกายังคงยืนนิ่งอยู่ตรงต้นจามจุรี และอาจยืนต่อไปอีกนาน ถ้ามารดาไม่ส่งเสียงเรียกเสียก่อน

“โรส ยืนทำอะไรอยู่ตรงนั้นล่ะลูกทำไมยังไม่เข้าบ้านอีก”

เสียงเรียกทำให้คนที่คิดอะไรฟุ้งซ่านอยู่ถึงกับสะดุ้งโหยง ครั้นหันไปมองที่มาของเสียงก็เห็นร่างบอบบางของคุณรสรินผู้เป็นมารดาในชุดกระโปรงยาวลายดอกไม้สีสันสดใสยืนอยู่ตรงประตูรั้วที่เปิดค้างเอาไว้ และจ้องมายังเธอเขม็ง

“กำลังจะเข้าไปค่ะแม่” รสิกาบอกเสียงใส พยายามเดินตัวตรงๆ เพื่อไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกต ทว่าดูเหมือนจะไม่ได้ผลเท่าไรนักดูจากน้ำเสียงตกอกตกใจของผู้เป็นแม่

“ทำไมเดินท่าทางแปลกๆ อย่างนั้นล่ะลูก แล้วกางเกงไปเปื้อนอะไรมา” คุณรสรินถามพร้อมกับก้าวพรวดถึงตัวบุตรสาวทันที จนเจ้าตัวจำต้องพูดความจริงออกไปด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้ม

“เอ่อ...โรสถูกรถเฉี่ยวนิดหน่อยค่ะแม่”

“ถูกรถเฉี่ยวนี่นะบอกนิดหน่อย ไหนมาให้แม่ดูหน่อย แล้วเจ็บตรงไหนบ้าง”

คุณรสรินอุทานเสียงสูงพลางจับร่างระหงตรงหน้า หมุนซ้ายขวาราวกับค้นหาร่องรอยของการบุบสลาย ทำให้คนเป็นบุตรสาวหัวเราะจนตาหยี

“โรสไม่เป็นไรหรอกค่ะ เจ็บที่สะโพกนิดหน่อยเท่านั้นเอง” คำว่านิดหน่อยที่บอกไปเจ้าตัวรู้ดีว่าจริงๆ มันตรงกันข้าม

คนฟังยกมือจิ้มหน้าผากบุตรสาวคนเดียวอย่างหมั่นไส้ หลังจากสำรวจดูแล้วเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้เป็นอะไรมากอย่างที่บอกจริง

“ยังจะมาพูดเล่นอีก ทำไมเดินไม่รู้จักระมัดระวังเลยล่ะ ถ้าลูกเป็นอะไรไปแล้วแม่จะอยู่ยังไง”

คำพูดดังกล่าวทำให้รสิกานิ่งอึ้ง พลางคิดว่าถ้าเกิดเธอหลงเข้าไปในหนังสือที่อ่านจริงๆ ล่ะ ผู้เป็นแม่คงโศกเศร้าเสียใจไม่น้อยเพราะมีเธอเป็นลูกสาวคนเดียว

“ไม่ต้องห่วงค่ะแม่ โรสหัวแข็ง”

“ว่าแล้วยังไม่สลดอีกหรือเดินอ่านหนังสือไปด้วย”

รสิกาฟังแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้ “แม่พูดเหมือนลุงหมอเลยค่ะ”

“แล้วลูกทำอย่างนั้นจริงๆ หรือเปล่าล่ะ” คุณรสรินถามพลางมองดวงหน้าสะสวยของบุตรสาวอย่างคาดคั้น

“เปล่าหรอกค่ะ แหม ใครจะเดินอ่านหนังสือได้ล่ะคะ” คนพูดส่ายหน้าก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่องโดยการถามหาบิดา “แล้วพ่อไปไหนคะ”

“โน่น...ปลูกต้นไม้อยู่กับพี่สินตรงโน้น”

คุณรสรินพูดด้วยสีหน้ายิ้มละไมแล้วเดินนำบุตรสาวเข้าไปในรั้วบ้าน ทั้งคู่ตรงไปยังศาลาทรงไทยประยุกต์สีน้ำตาลเข้มที่อยู่ใกล้กับสระบัว ซึ่งกำลังผลิดอกชูช่อสีชมพูสดใสล้อกับสายลมยามเย็น

“โอย สดชื่นจังเลย”

หญิงสาวพูดเสียงใสพลางแหงนหน้าสูดลมหายใจรับอากาศสดชื่นเข้าจนเต็มปอด ก่อนก้าวขึ้นบันไดตามหลังผู้เป็นมารดาไปยืนพิงลูกกรงของตัวศาลา มองไปยังบริเวณข้างๆ ตัวบ้าน ซึ่งเวลานี้กลายเป็นสวนไม้ดอกไม้ประดับขนาดย่อมไปแล้ว ด้วยฝีมือบิดาและลุงสินสามีของนางดวงแข ซึ่งอยู่กับครอบครัวของเธอมาตั้งแต่เธอยังไม่เกิดด้วยซ้ำ เปรียบไปก็ประดุจญาติสนิท

สาวร่างสูงเพรียวหันไปมองตัวตึกสีครีมขนาดกลางแบบทันสมัยแล้วอดนึกถึงตัวบ้านทรงไทยหลังใหญ่ที่อ่านจากในนิยายเล่มนั้นไม่ได้ อยากรู้นักว่าบ้านแบบนั้นจะยังมีหลงเหลือให้เห็นอยู่ไหมหนอ ถ้าบ้านของเธอเป็นเรือนทรงไทยอย่างนั้นบ้างก็ดีสิ แล้วคนปากไวก็พูดออกไปตามใจคิดทันที

“จริงๆ บ้านเราน่าจะเป็นเรือนทรงไทยนะคะแม่”

“ทำไมจู่ๆ ลูกถึงพูดเรื่องนี้ขึ้นมาล่ะจ๊ะ”

คำถามของมารดาทำเอาคนถูกถามนิ่งเงียบไปชั่วครู่ แต่ด้วยปฏิภาณไหวพริบของตัวเอง ทำให้หาคำตอบมาจนได้ “จะได้เข้ากับศาลาทรงไทยหลังนี้ไงคะ และดูกลมกลืนไปกับต้นไม้หรือดอกไม้ไทยๆ ที่พ่อปลูกไว้ด้วย”

พูดจบดวงตาคู่สวยก็กวาดมองไปยังสวนข้างบ้าน ที่ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่น้อยที่บิดาเป็นผู้ปลูกไว้เพื่อเพิ่มร่มเงาให้แก่ตัวบ้าน อีกทั้งยังเป็นที่อาศัยของบรรดานกต่างๆ นอกจากนั้นยังมีไม้ดอกนานาพันธุ์ในกระถางที่มารดาซื้อไว้วางเรียงรายเป็นแถวอีก แล้วสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่ต้นสายหยุด ซึ่งเวลานี้ดอกเหี่ยวเฉาของมันโรยราหล่นเกลื่อนอยู่บนพื้น และกำลังจะบานใหม่อีกครั้งในเวลาใกล้ค่ำ ถัดไปไม่ไกลนักเป็นต้นราชาวดีที่ออกดอกสีขาวเป็นพวงสวยแต่กลิ่นของมันค่อนข้างรุนแรง เห็นแล้วก็ทำให้นึกถึงเรื่องราวในหนังสือที่ยังถืออยู่ในมือขึ้นมาอีกจนได้

นี่ตกลงหนังสือนิยายเล่มเดียวทำให้เธอคิดไปได้ต่างๆ นานาจริงๆ เห็นอะไรก็พลอยนึกถึงเรื่องในหนังสือไปหมด แม้แต่ใบหน้าของผู้ชายคนนั้น เฮ้อ...เป็นเอามากจริงๆ รสิกา อ่านหนังสือมาก็ร่วมร้อยเรื่องแต่ไม่เคยเก็บเอามาคิดเป็นตุเป็นตะแบบนี้เลยสักครั้ง

“ลูกรู้ไหม ตอนพ่อจะสั่งทำศาลาทรงไทยแม่ไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่นะ เพราะดูไม่น่าจะเข้ากับตัวบ้านเลย แต่พอเอามาตั้งกลับลงตัวดี ว่าแต่แม่ได้ยินพ่อเขาบอกว่าโรสจะลงมือจัดสวนเองหรือจ๊ะ”

“ค่ะแม่ โรสกำลังศึกษาจากหนังสือที่ซื้อมาอ่านอยู่คิดว่าไม่น่าจะยาก บ้านเราปลูกต้นไม้ดอกไม้ไว้เยอะน่าจะจัดสวนได้สวย โรสอยากจัดสวนแบบประยุกต์เพื่อให้กลมกลืนกับตัวบ้านและศาลาทรงไทยหลังนี้”

คนเป็นบุตรสาวบอกพลางหัวเราะเสียงใส หลังจากทรุดนั่งข้างๆ มารดาบนเก้าอี้ที่ทำจากหวายที่ลงชะแล็กจนเป็นเงามันวับ วางหนังสือนิยายลงบนโต๊ะตัวเล็ก แล้วหยิบคุกกี้จากขวดโหลดที่วางอยู่ใส่ปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย

“อย่างนี้นี่เองเล่า ตอนนี้พ่อของโรสเห็นรถมาขายต้นไม้ไม่ได้ ขนซื้อเตรียมไว้ให้ลูกสาวจัดสวน แล้วจะทำเมื่อไหร่จ๊ะ วันหยุดถ้าไม่เอางานมาทำที่บ้านแม่ก็เห็นไปเดินแต่จตุจักร”

“โรสคิดว่าจะลงมือทำอาทิตย์หน้านี้แหละค่ะ แต่ไม่รู้จะทำได้อย่างที่พูดหรือเปล่า”

รสิกาพูดถ่อมตัว ทั้งที่รู้ดีว่าตัวเองมีพรสวรรค์ทางด้านนี้อยู่แล้ว สมกับตำแหน่งครีเอทีฟที่ต้องคอยพัฒนาความคิดของตัวเองให้ก้าวล้ำนำหน้าอยู่เสมอ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พรหมร่ายรัก    5

    “ลูกสาวแม่เก่งอยู่แล้ว แม่เชื่อว่าโรสทำได้และทำออกมาได้ดีซะด้วย ขนาดพ่อเรานะลูกสาวยังไม่ทันได้ลงมือทำเลยก็เอาไปคุยฟุ้งกับคนโน้นคนนี้แล้ว”“โห...เล่นไปคุยแบบนี้ถ้าโรสทำไม่ได้มิขายหน้าพ่อกับแม่แย่หรือคะ”รสิกาพูดแล้วก็แนบดวงหน้าที่ต้นแขนมารดาอย่างประจบ พลางนึกถึงคนถูกพาดพิงถึงอย่างขำๆ ดอกเตอร์อธิปผู้เป็นบิดาของเธอเป็นอาจารย์ผู้ปกครองของโรงเรียนชายชื่อดัง ที่ขึ้นชื่อว่าดุมากจนเด็กนักเรียนพากันกลัวลนลาน แต่ใครจะรู้บ้างว่าเวลาอยู่บ้านจะกลับกลายเป็นสามีผู้มักจะบอกกับใครๆ ว่าเกรงใจภรรยามิใช่กลัว และเป็นบิดาที่แสนจะรักลูกสาวคนเดียวอย่างเธอทูนหัวทูนเกล้า เรียกว่าลูกข้าใครอย่าได้แตะเชียว“พ่อเขาเชื่อมั่นในตัวลูกสาวอยู่แล้วไม่อย่างนั้นจะกล้าคุยหรือจ๊ะ”อดีตอาจารย์โรงเรียนสตรีที่เกษียณตัวเองออกมาก่อนกำหนด ทำหน้าที่เป็นแม่บ้านอย่างเต็มตัวเมื่อปีที่แล้ว พูดอย่างเชื่อมั่นในตัวบุตรสาว“ว้า...เล่นพูดแบบนี้โรสกดดันนะคะ”รสิกาแกล้งพูดเสียงอ่อยแล้วหันไปมองประตูรั้ว เมื่อได้ยินเสียงรถยนต์แล่นเข้ามาจอด หญิงสาวเพ่งมองลอดรั้วไม้ระแนงออกไปก็เห็นรถสปอร์ตสีน้ำเงินคันไม่คุ้นตาจอดอยู่หน้าประตู ดวงตาคู่โตเขม้นมองอ

  • พรหมร่ายรัก    4

    “เดี๋ยวนี้อย่าว่าแต่ผู้หญิงเลย แม้แต่ผู้ชายยังเสพติดศัลยกรรมไม่แพ้กัน ถ้าลองกลับไปดูหน้าเดิมๆ อาจจะจำตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ”กรวิชญ์พยักหน้าเห็นด้วย เพราะที่ผู้เป็นเพื่อนพูดก็ไม่ได้เกินจากความเป็นจริงไปนัก ปัจจุบันทั้งผู้ชายผู้หญิงต่างเสพติดการทำศัลยกรรมกันอย่างหน้ามืดตามัว จนกระทั่งลืมนึกถึงผลเสียที่จะตามมาในอนาคต ไม่ต้องดูใครที่ไหน นายแบบนางแบบในเอเจนซีของเขานั่นไง แต่ละคนหน้าตาหล่อสวยศัลยกรรมแทบทุกคน ทำกันจนจำเค้าหน้าเดิมแทบไม่ได้“มันก็จริงอย่างที่แกพูดว่ะไอ้ภาม สมัยนี้หาผู้หญิงหน้าตาสวยตามธรรมชาติได้ยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรแล้วมั้ง แต่ผู้หญิงคนนั้นสวยจริงๆ ดูก็รู้ว่าไร้ซึ่งศัลยกรรม”จบคำพูดของผู้เป็นเพื่อน พลันในห้วงความคิดของภีมวัจน์ก็ปรากฏภาพของผู้หญิงหน้าตาสวยประหลาด ที่มองเขาราวกับเห็นผีคนนั้นผุดวาบขึ้นมาทันที ชายหนุ่มแปลกใจตัวเองไม่น้อย ว่าเหตุใดในหัวของเขาจึงเต็มไปด้วยภาพของเธอทั้งที่ไม่เคยปรากฏภาพของผู้หญิงคนไหนมาก่อน“ว่าแต่แกจะไปควานหาตัวเธอได้ที่ไหนวะ กรุงเทพฯ ไม่ได้แคบๆ นะโว้ย”“มันก็คงไม่กว้างจนหากันไม่เจอหรอกว่ะ” คนพูดพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ“แต่มันก็ไม่ได้แคบจนมาโคจรม

  • พรหมร่ายรัก    3

    ตราตรึงในดวงจิตติดตรึงในดวงใจกรวิชญ์มองตัวเลขบอกความเร็วของจากัวร์คันงามที่ภีมวัจน์เป็นผู้ขับ ซึ่งลดระดับความเร็วลงอย่างแปลกใจ ผิดกับก่อนหน้าที่แล่นทะยานบนท้องถนนจนเกือบเกิดอุบัติเหตุ ดีที่ว่าเจ้าตัวเบรกได้ทัน เท่านั้นยังไม่พอเสียงถอนหายใจเฮือกๆ ราวกับมีเรื่องกลัดกลุ้มอะไรอยู่ในใจยิ่งเพิ่มความประหลาดใจแก่เขามากขึ้นเพราะนับจากผู้เป็นเพื่อนลงไปดูอาการของผู้หญิงที่ตัวเองขับรถเฉี่ยว กระทั่งกลับขึ้นมาก็ยังไม่ยอมปริปากพูดอะไรออกมา ได้แต่ตั้งหน้าตั้งตาขับรถอย่างเดียว ซ้ำยังมีสีหน้าท่าทางแตกต่างจากเมื่อตอนลงไปจนเขารู้สึกได้“ไหนแกบอกว่าจะรีบไปงานไม่ใช่หรือวะ”“ก็...รีบอยู่” ปากบอกว่ารีบแต่กลับขับช้าไม่สมกับสมรรถนะของรถ“รีบประสาอะไรวะ ขับอย่างกับเต่าคลาน” กรวิชญ์ว่าเข้าให้ “ผู้หญิงที่ถูกรถแกเฉี่ยวไม่ได้เป็นอะไรไม่ใช่หรือวะ”“ฉันก็บอกแกไปแล้วไม่ใช่หรือวะว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ได้เป็นอะไร แกความจำเสื่อมหรือไง”คนถูกถามตอบด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดราวกับคำถามดังกล่าวจี้ถูกจุด แต่ก็ไม่ได้ทำให้เจ้าของคำถามรู้สึกหงุดหงิดแต่อย่างใด ดวงหน้าขาวคมคายปรากฏรอยยิ้มที่มุมปากด้วยความขบขัน เพราะไม่บ่อยนักที่คนควบคุม

  • พรหมร่ายรัก    2

    ใครจะอยากเจ็บตัว เดินให้ถูกรถเฉี่ยวชนกันเล่า!ที่เธอมองว่าผู้ชายคนนี้หน้าเหมือนท่านชายก้อง อาจเป็นเพราะยังอินอยู่กับนิยายที่อ่านก็เป็นได้ รสิกาหาเหตุผลมาหักล้างแต่ดูเหมือนเป็นการปลอบใจตัวเองมากกว่า“อ้าวเป็นงั้นไป...แล้วป้าเห็นเขายื่นอะไรให้หนูโรสไม่ใช่หรือจ๊ะ”“นามบัตรจ้ะ” หญิงสาวบอกพลางยกมือขึ้นนวดคลึงสะโพก นับว่าเธอยังโชคดีมาก เพราะนอกจากอาการเจ็บที่สะโพกแล้ว ร่างกายส่วนอื่นก็มีแค่เคล็ดขัดยอกบ้างเท่านั้น“เดี๋ยวพี่พาน้องโรสไปหาหมอที่คลินิกในซอยดีกว่า” สายพิณอาสาแล้วหยิบหนังสือในมือป้าสมใจมาถือไว้“ฉันก็กำลังจะบอกแกอยู่พอดีนังสายพิณ ส่วนรถเข็นของแกเดี๋ยวฉันดูให้เอง”ส้มจุกบอกอย่างมีน้ำใจ จนคนถูกรถเฉี่ยวหันไปมองหญิงสาวรุ่นพี่ทั้งสองอย่างขอบคุณ เธอและแม่ค้าทั้งสามค่อนข้างสนิทสนมกันเพราะมักจะช่วยอุดหนุนกันอยู่เป็นประจำ และที่สำคัญบ้านก็ยังอยู่ในซอยเดียวกันอีก มีอะไรก็พึ่งพาอาศัยกันด้วยดีเสมอมา“แต่เจ้าของรถที่ขับรถเฉี่ยวน้องโรสนี่หล่อไปถึงสามโลกเลยนะนังจุก ขนาดมองเห็นไกลๆ ก็ยังหล่อ” สายพิณบอกส้มจุกด้วยน้ำเสียงชวนฝัน ก่อนแหงนหน้าขึ้นถามหญิงสาวด้วยความสูงที่ผิดกัน“น้องโรสเห็นผู้ชายคนนั

  • พรหมร่ายรัก    1

    “เฮ้อ...จบซะที ถ้าฉันไม่ช่วยเธอนะการะเกด ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างหนอ ให้ตายสิ...อยากเจอผู้ชายแบบท่านชายก้องจริงๆ เลย แต่ผู้ชายแสนดีแบบนั้นคงมีแต่ในหนังสือ”คนอ่านหนังสือเพิ่งจบและเรื่องราวในเล่มยังคงค้างในความรู้สึกบ่นงึมงำ ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วปิดหนังสือในมือลง รสิกาคิดว่าคงมีใครอีกหลายคนที่เป็นเช่นเธอ เวลาอ่านนิยายแล้วเกิดอาการขัดอกขัดใจตัวพระนางที่ไม่ได้ดั่งใจเอาเสียเลยนางเอกที่ไม่ว่าใครจะพูดอะไรให้ฟังก็เชื่อหมดยกเว้นพระเอก หรือตัวพระเอกที่หูเบาไม่ต่างกัน เจ้าของดวงหน้าสวยประหลาดก้มลงมองนาฬิกาข้อมือแล้วก็ตกใจไม่น้อย นี่เธอติดอยู่ในรถและจมอยู่กับนิยายในมือร่วมสามชั่วโมงเชียวหรือนี่!หญิงสาวเพิ่งรับรู้ถึงอาการเมื่อยขบก็เมื่อตอนอ่านหนังสือจบนี่เอง เพราะขณะอ่านแทบไม่ได้ให้ความสนใจกับสิ่งต่างๆ รอบตัวเลยแม้แต่น้อย ในใจจดจ่อและดื่มด่ำกับเรื่องราวที่พาตัวเองเข้าไปโลดแล่นเป็นนางเอกในหนังสือ ทำให้เรื่องราวในหนังสือมีสีสันและชีวิตชีวา ไม่จืดชืดอย่างที่เป็นอยู่หลังจากขยับเขยื้อนกายไล่ความเมื่อยขบออกไปจากตัว ดวงตาคู่สวยก็ค่อยๆ เหลียวมองไปรอบๆ พลางอมยิ้มเมื่อเห็นว่าใกล้จะถึงบ้านครั้นรถเม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status