로그인จำไว้! ต่อไปอย่ามาอวดเก่งกับฉันอีกฉันยังไม่อยากใช้ของร่วมกับผู้ชายคนอื่น เรื่องนี้เป็นเรื่องของน่านฟ้าชายหนุ่มวัยยี่สิบเก้ากับกรรวีหญิงสาววัยสิบเก้าที่เจอกันโดยบังเอิญ แล้วมีเหตุจำเป็นที่กรรวีต้องไปอาศัยอยู่กับน่านฟ้า ผู้ชายปากร้ายแต่พอได้กินน้องแล้วก็เริ่มพูดเพราะขึ้น ทุกอย่างในนิยายเป็นแค่เรื่องสมมติขึ้นมาเท่านั้นนะคะ ไม่มีพล็อตซับซ้อนเน้นความสัมพันธ์ของพระนางอ่านได้เรื่อย ๆ มีแต่ความฟินเต็มไปหมด ฝากเอ็นดูน้องทั้งสองด้วยนะคะ
더 보기หลังจากสายฝนที่โปรยปรายลงมาได้หยุดลง ภายในบ้านสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ตามสไตล์ชนบท กรรวีกำลังนอนเอาหมอนนุ่มปิดหูทั้งสองข้างของตัวเองเพื่อไม่ให้ได้ยินเสียงลุงกับป้าทะเลาะกัน แต่ถึงกระนั้นเสียงก็ยังเล็ดลอดเข้ามาให้เธอได้ยินอยู่ดี
นับตั้งแต่จำความได้จนตอนนี้เธออายุย่างเข้าสิบเก้าปีแล้วลุงกับป้าก็ยังทะเลาะกันไม่เว้นแต่ละวัน และเธอเองก็ไม่เคยชินกับเหตุการณ์นี้เสียที มันทำให้เธอเสียสุขภาพจิตเป็นอย่างมาก เคยคิดอยากจะหนีออกจากบ้านไปให้ไกลที่สุดแต่ด้วยความที่เป็นเด็กต่างจังหวัด จึงไม่รู้จะหนีไปไหน เงินติดตัวก็ไม่มีสักบาท
“เมื่อไหร่พี่จะเลิกเล่นการพนันซะที เมื่อไหร่จะมาช่วยฉันหาเงินบ้าง ฉันเหนื่อยจะตายอยู่แล้วนะ รู้มั้ยว่าเสี่ยซ้งเขาให้คนมาทวงหนี้ฉันถึงบ้าน พี่ไปกู้เงินเขามาอีกแล้วใช่มั้ย” ชวนชมพูดขึ้นเสียงดัง โมโหที่สามีไปยืมเงินกับเสี่ยซ้งไปเพื่อไปเล่นการพนันจนหมดตัว ลำพังที่เธอไปขอกู้เสี่ยซ้งมาเพื่อส่งให้ลูกสาวที่เรียนอยู่กรุงเทพฯก็มากพออยู่แล้ว
“โธ่เว้ย ก็หาช่วยอยู่นี่ไงครั้งนี้ไม่ได้ ครั้งหน้ามันก็ต้องได้แหละน่า เอ็งก็ใจเย็นๆก่อนสิวะ” ทรงชัยบอกภรรยาอย่างหัวเสียเช่นกัน วันนี้เล่นการพนันเสียแล้วยังต้องกลับมาโดนเมียที่บ้านด่าอีก
“ใจเย็นอะไรล่ะพี่ ตอนนี้เราเป็นหนี้เขาเกือบล้านแล้วนะ เงินที่จะส่งเป็นค่าเทอมให้ยัยรินฉันก็ยังไม่มีเลย พี่ไปยืมเขามาก่อนแบบนี้แล้วฉันจะไปหาที่ไหนมาให้ลูกล่ะ” น้ำใสๆเริ่มไหลออกมาจากหน่วยตาทั้งสองข้าง ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอต้องแบกภาระภายในบ้านเองทุกอย่าง ดีที่มีหลานสาวอย่างกรรวีคอยช่วยรับจ้างหาเงินมาให้เธอส่งเสียลูกสาวเรียน
“เหอะน่า มันต้องมีทางออกสิ ขอฉันคิดก่อน” ทรงชัยเสียงอ่อนลงบอกกับภรรยา ชวนชมเหนื่อยใจกับสามีไม่ว่าจะผ่านมากี่ปีเขาก็ยังไม่เคยเปลี่ยน ทั้งดื่มเหล้าทั้งเล่นการพนัน หลายครั้งที่ทั้งสองทะเลาะกันรุนแรงจนเกือบจะเลิกกันแต่สุดท้ายเมื่อทรงชัยได้เงินจากเล่นการพนันมาง้อขอคืนดี ชวนชมก็ยอมใจอ่อนกลับไปทุกที
กรรวีเองก็จนใจเพราะเงินจำนวนมากขนาดนั้นเธอคงไม่มีปัญญาไปหามาให้ป้าเธออย่างแน่นอน แค่ช่วยรับจ้างตัดอ้อยทุกวันนี้ก็เหนื่อยสายตัวแทบขาด ไหนจะต้องมารับผิดชอบงานบ้านงานเรือนอีก เด็กอายุแค่นี้รับผิดชอบได้ขนาดนี้ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว เงินที่ได้มาทุกบาทก็ให้ป้าหมด ถ้าไม่ติดคำว่าบุญคุณเงินที่ได้จากการรับจ้างก็พอจะถูๆไถๆส่งตัวเองเรียนได้
แม่เธอจากไปตั้งแต่เธออายุได้เพียงเก้าขวบด้วยโรคร้ายเธอก็อาศัยอยู่กับลุงกับป้ามาโดยตลอด ส่วนชัชรินทร์ลูกสาวคนเดียวของลุงกับป้านั้นไปเรียนที่กรุงเทพฯ นานๆจะกลับมาเยี่ยมบ้านสักที
ส่วนมากจะโทรมาเฉพาะเวลาขอเงินพ่อกับแม่เท่านั้น พ่อกับแม่จะมีเงินให้หรือไม่นั้นไม่เคยสนใจแต่ขอเมื่อไหร่ก็ต้องได้ ไม่เคยรับรู้ว่าแม่ไปหยิบยืมเงินจากเสี่ยซ้งมาส่งเสียตัวเองเรียนมากมายแค่ไหน นอกนั้นก็ไม่เคยกลับมาดูแลพ่อกับแม่เลย พ่อกับแม่ก็ตามใจทุกอย่างยกเว้นหลานที่กำพร้าทั้งพ่อและแม่อย่างเธอ
กรรวียังไม่รู้ชะตาชีวิตของตัวเองเลยด้วยซ้ำว่ามันจะเป็นอย่างไรต่อไป เรียนจบแค่มัธยมปลายแต่ลุงกับป้าก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะให้เธอเรียนต่อ ทั้งที่เธอสอบได้ทุนเรียนดีแต่ป้าของเธอกลับให้เธอปฏิเสธเพราะกลัวไม่มีคนใช้งานและไม่มีคนคอยหาเงินให้หล่อน อีกทั้งไม่อยากซัพพอร์ตหลานสาวหากเงินทุนที่กรรวีได้รับมานั้นไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายตลอดเวลาที่เธอศึกษาอยู่
มือบางจับสร้อยเงินเส้นเล็กที่มีจี้รูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวล้อมรอบพระจันทร์เต็มดวงเรืองแสงสีฟ้าอยู่ด้านในอีกทีที่คอตัวของเองขึ้นมาดู มันเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายและชิ้นเดียวที่แม่ให้ไว้ก่อนตาย ยามท้อก็แอบจินตนาการว่าอยากให้มีปาฏิหาริย์ให้พ่อตัวเองรวยๆแล้วมารับไปอยู่ด้วย เธอจะได้เรียนหนังสือเหมือนกับเพื่อนคนอื่นๆบ้าง แต่มันก็เป็นเพียงแค่ความฝัน เพราะไม่มีใครบอกเธอได้ว่าพ่อของเธอคือใคร และเหตุใดพ่อของเธอถึงไม่อยู่กับแม่
“ใบหม่อน” เขาเรียกชื่อเธอน้ำเสียงไม่พอใจ “ค่ะ ก็จานใบนั้นมันเป็นของหม่อนนี่คะ” เธอพูดเสียงเบา มุมปากเขายกยิ้มขึ้นเล็กน้อย “ก็กินไปก่อนถ้าเธอกินไม่หมดฉันค่อยกินต่อก็ได้” เขารู้ว่าตอนนี้เขาหิวมากเพราะวันนี้ตั้งใจจะกลับมาทานข้าวพร้อมเธออยู่แล้ว “แต่ว่ามันจะน่าเกลียดนะคะ” "ไม่เป็นไรฉันกินได้” ที่เขาพูดแบบนี้จะให้เธอคิดยังไง เขากำลังอ่อยเด็กให้หลงรักเขาอย่างนั้นสิ “อยู่คนเดียวทำไมทำกับข้าวเยอะจัง” “กินไม่หมดก็เอาไว้อุ่นกินพรุ่งนี้ไงคะ หม่อนขี้เกียจทำกับข้าวหลายรอบค่ะ” “จริง?” “ค่ะ” วันนี้กรรวีกินข้าวอร่อยกว่าทุกวันเพราะมีเขามานั่งทานด้วย หลังทานข้าวเสร็จเธอก็เก็บกวาดทำความสะอาดเช่นทุกวัน ข้าวที่เหลือจากที่เธอกินไม่หมดเขาก็เอาไปกินจนหมดจานอย่างไม่รังเกียจ “มีวุฒิการศึกษาติดตัวมาด้วยมั้ย” “มีค่ะ คุณน่านจะเอาไปทำอะไรคะ” “จะหาที่เรียนให้ ไปเอามาให้ฉันดูหน่อย” แววตาเธอสลดวูบลงเมื่อได้ยินคำนี้ นี่เขากำลังทำตัวเหมือนเสี่ยซ้งอยู่ใช่ไหม เธอกำลัง
“เฮ้อ...ช่างผมเถอะครับ เอาเป็นว่าผมมีเหตุผลส่วนตัวที่จะไม่เชื่อเสี่ยซ้งก็แล้วกัน” แต่ทุกคนก็เชื่อว่าน่านฟ้าไม่มีทางที่จะไปเอาเด็กหรือแม้แต่ผู้หญิงคนไหนเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตเขาอย่างแน่นอน เพราะตั้งแต่เขาโดนแฟนเก่าหลอกให้เขาเปย์ให้ทุกอย่างแต่ดันหนีไปกับชายอื่นเขาก็ช้ำมาจนถึงทุกวันนี้ จนไม่อยากที่จะคบใครอีกด้วยซ้ำ “งั้นผมไปล่ะนะครับทุกคน” น่านฟ้าบอกลาทุกคนแล้วก็รีบขับรถออกมาจากบ้านโดยเร็ว ทุกคนชวนเขาคุยจนเสียเวลาไปเกือบสิบนาที ภายในคอนโดกว้างกรรวีกำลังทำกับข้าวอย่างหงอยเหงา ตั้งแต่วันนั้นเธอเองก็ไม่กล้าโทรหาเขาเพราะเกรงว่าเขาอาจจะไปนอนกับภรรยาหรือผู้หญิงคนอื่นของเขา เธอลืมคิดถึงเรื่องนี้ไปเลยตั้งแต่มาอยู่คอนโดของเขากรรวีก็ไม่เคยเห็นเขาพาผู้หญิงเข้ามาในห้องนี้สักคน หรือที่แห่งนี้จะเป็นคอนโดลับที่เขาเอาไว้สำหรับผู้หญิงในความลับของเขา เธอไม่เคยถามถึงเรื่องภรรยาของเขาแต่คนวัยนี้แล้วแถมยังดูดีขนาดนี้ถ้ายังโสดอยู่ได้ก็แปลกมากแล้ว ทำกับข้าวเสร็จสองอย่าง เพราะทำเผื่อเขาด้วยทุกวันและแอบหวังว่าเขาอาจโผล่มาหาเธอโดยไม่บอกไม่กล่าวก็ได้
ภายในบ้านประกายฤกษ์ทุกคนในครอบครัวกำลังนั่งรับประทานอาหารเย็นอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากัน น่านฟ้าทานไปได้แค่สามสี่คำก็รวบช้อนไว้กับจานข้าวที่พร่องไปเพียงนิดเดียว “พี่น่านทำไมทานน้อยจังล่ะคะ วันนี้มนอุตส่าห์เข้าครัวเองเลยน้า เห็นว่าพี่สองคนมาทานข้าวด้วยอะ”มนชิตาน้องสาวคนเล็กของบ้านพูดแกมบ่นเมื่อเห็นพี่ชายคนกลางยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม เพราะปกติทำกับข้าวไม่ค่อยเป็นถ้าวันไหนลงมือทำเองถือว่ามื้อนั้นพิเศษมาก สายตาทุกคนต่างจับจ้องไปที่เขาคนเดียว “อือ ไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ คุณพ่อคุณแม่ครับ วันนี้ผมขอไปนอนค้างที่คอนโดนะครับ” “อะไรกันน่าน นี่ลูกเพิ่งกลับมานอนบ้านได้เพียงสองคืนเองนะ ใจคอนี่จะนอนบ้านแค่เดือนละสามสี่ครั้งเองเหรอ” กมลพรรณบ่นอุบแม้ลูกชายจะไปๆมาๆระหว่างบ้านกับคอนโดเสมอๆ แต่ทว่าตั้งแต่กลับมาจากต่างจังหวัดรอบที่แล้วเขาก็เพิ่งจะกลับมานอนบ้าน แถมยังอยู่ไม่ถึงสามวันด้วยซ้ำ “นายมีอะไรที่คอนโดหรือเปล่าน่าน” คำถามของพี่ชายทำเอาแววตาคนน้องไหวระริก “มีงานไงครับ พี่หมอกก็ถามแปลก” ตอบออกไปแบบหน้านิ่งๆแต่ในใจตอนนี้อยู่คอนโดตั้งนานแล้วนี่ก็เกือบจะห
ทุกสัดส่วนเนื้อเนียนบนกายเธอที่ได้รับการสัมผัสจากเขาทั้งปาก ลิ้นและฝ่ามือลูบไล้มันสั่นระริกไปหมด สิ่งนี้มันตอกย้ำเพื่อยืนยันกับความรู้สึกของเขาชัดเจนมากขึ้น แก่นกายที่ยังคาอยู่ในช่องทางรักเริ่มขยับช้าๆอีกครั้ง ทั้งปากทั้งมือทั้งสะโพกทุกสัดส่วนในร่างกายของเขาบดเบียดร่างเล็กแนบชิดจนแทบจะกลืนคนตัวเล็กให้หายเข้าไปในตัวเขา จนเธอเริ่มให้เขารุกล้ำเข้าไปสำรวจภายในได้ลึกสุด “อา ยังเจ็บอยู่มั้ย” เขาละปากจากเต้างามแล้วถามเธอเสียงทุ้มพร่า ดวงตาคมเข้มจ้องมองหน้าเธอไม่ละสายตาเธอส่ายหน้าเพื่อเป็นคำตอบ ความรู้สึกตอนนี้มันต่างจากตอนแรกเหลือเกิน มันทั้งเจ็บทั้งอึดอัดทั้งเสียวทรมานจนอธิบายไม่ถูก รู้เพียงว่าไม่อยากให้เขาหยุดและอยากให้เขากระแทกแก่นกายใหญ่โตที่เธอเคยกลัวให้แรงขึ้นอีก มุมปากเผลอยกยิ้มออกมาอย่างพอใจแล้วกระแทกบั้นท้ายแรงขึ้น “ฉันอยากได้ยินเสียงเธอ ครางให้ฟังหน่อยได้มั้ย” น้ำเสียงกระเส่าบวกกับสายตาเว้าวอนมันทำให้เขาดูเซ็กซี่จนเธอแทบละลายไปกับสายตาร้ายกาจคู่นั้น เธอกัดปากตัวเองแล้วส่ายหน้าพรืด “ทำไม? หืม” ทั้งถามทั้งกระแทกเธอไม่ยั้ง “